7 Aug 2018
2 PAGES
1 K

ผมว่าคงมีหลายคน เมื่อไปกินอะไรที่ไหน มักจะสั่งอาหารมาหลายๆ อย่าง พออิ่มแล้วมีบางอย่างที่กินไม่หมด ก็ให้ใส่ถุงหรือใส่กล่องเอากลับบ้าน พอมาถึงบ้านก็ไม่ค่อยอยากกิน เพราะเพิ่งกินมาหยกๆ และคิดว่าเป็นของเหลือ ก็วางแช่อยู่ในตู้เย็น ผ่านไปวันก็ 2 คิดตก ทิ้งสถานเดียว

เหมือนกับเวลาไปตลาดสด ตลาดนัดชาวบ้าน เห็นปลาแม่น้ำ เห็นฟักทอง แตงโมอ่อน ถั่วพู บวบ มะระ ชะอม พริกขี้หนูสวน ใบกะเพรา ใบยี่หร่า เครื่องแกงเหลือง เครื่องแกงเขียวหวาน ดูมันน่ากินไปหมด ทั้งสด ทั้งอ่อน ทั้งถูก ความละโมภพุ่งปรี๊ด กะว่าเอามาทำโน่น ทำนี่กิน พอถึงบ้านของพวกนั้นนอนนิ่งๆ ในตู้เย็นเป็นเดือนไม่ได้ทำอะไร สุดท้ายก็ทิ้งสถานเดียวอีกเหมือนกัน

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ไม่ใช่อื่นไกลครับ ผมเองนี่แหละ ตอนหลังๆ ชักไม่ไหว เวลาเก็บทิ้งมันเงินเราทั้งนั้น เสียดายเงิน นี่ถ้าตู้เย็นมันพูดได้คงด่าว่า ได้แต่ยัดอย่างเดียว เอาไปแ…กบ้างซี่ เลยต้องปรับใหม่ ไปไหนก็สั่งให้พอกิน ไม่เอาใจปาก แล้วกินไม่ให้เหลือ หรือกินของที่เหลือ โดยวิธีเอาของเหลือนั้นมาทำกินใหม่ ปรับไปตามใจชอบ มันเป็นการท้าทาย ซึ่งไม่ได้เสียหายอะไร เพราะของเหลือนั้นมีค่าเป็นศูนย์อยู่แล้ว

แต่ถ้าฟลุกออกมาอร่อยก็ถือว่ามาถูกทาง เป็นสูตรเป็นอาหารประจำตระกูลของตัวเอง

ถ้ายังไม่ลงตัว ในครั้งหน้าก็เอาใหม่ ว่าต้องปรับ เปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน อย่างไรบ้าง ทำอย่างนี้ได้ประโยชน์ 2 ต่อ อย่างแรกไม่เสียของ อย่างที่สองได้สนุกกับการทำกิน อย่างน้อยได้ค้นเครื่องครัวออกมาใช้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะลืมว่าอะไรเอาไว้ที่ไหน

เรื่องกินของเหลือนี่ผมยกตัวอย่างเป็นวิธีของผม จะเก็บทุกอย่างที่เหลือใส่ถุงพลาสติก มัดยางแล้วยัดไส่ช่องแข็งไว้ก่อน เก็บหมดครับ มีทั้งไก่ย่าง แกงเขียวหวานไก่ คั่วกลิ้งหมู ไก่ผัดขิง กากหมูผัดพริกขิงหมูสามชั้นต้มพะโล้ วางแผนว่าจะทำแกงโฮะ พอได้ฤกษ์ถึงเวลาก็เอาของออกมา และไปซื้อชะอม มะเขือพวง มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้าแดง วุ้นเส้น แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุด ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าแกงโฮะ เป็นหน่อไม้ดองครับ ต้องมีเปรี้ยวจึงจะครบเครื่อง

ทำไมต้องมีเปรี้ยว ก็แกงโฮะดั้งเดิมหรือต้นกำเนิดของแกงโฮะนั้นเกิดจากวัดทางเหนือ ลูกศิษย์วัดเก็บของเหลือๆ จากการใส่บาตรที่พระท่านฉันเหลือและลูกศิษย์เองก็กินไม่หมดเอาใส่ตู้กับข้าวไว้ สมัยก่อนไม่มีตู้เย็น บางอย่างมันเริ่มตุๆ มีฟองแล้ว ก็เอามาผัดรวมกัน เมื่อผัดแล้วความตุที่มีรสเปรี้ยวยังไม่หนีหายไปไหน กลับดีไปอีกอย่าง จึงเป็นสัญลักษณ์ของแกงโฮะ แกงโฮะต่อๆ มาที่ทำขายไม่ใช่ของเหลือครับ ของใหม่ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีหน่อไม้ดอง

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

ส่วนแกงโฮะของผมเป็นตัวจริง คับคั่งด้วยของเหลือ ตอนผัดอ่อนรสอะไรก็เติมรสตามชอบ เสร็จแล้วโรยหอมเจียวเอากลิ่นนิดหน่อย แต่พอทำขึ้นมาแล้วก็เยอะเหมือนกัน คิดว่ากินไม่หมดแน่ เดี๋ยวก็เหลืออีก วิธีตัดไฟแต่ต้นลมง่ายๆ ก็คือแบ่งไว้ใส่บาตร เป็นแกงโฮะกลับไปสู่วัด คืนสู่เหย้า นั่นเป็นตัวอย่างของการเก็บของเหลือมาทำใหม่ครับ

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

เวลาตะลิงปลิงออกลูก ผมชอบตำน้ำพริกกะปิใส่ตะลิงปลิง และชอบตำเป็นถ้วยย่อมๆ มีเครื่องครบ ปลาทูทอด ชะอมชุบไข่ ผักสด ผักลวก ตอนทำสนุกดี แต่กินกัน 2 คนกินอย่างไรก็เหลือ อีก 2 วันต่อมา มื้อกลางวันก็ทำข้าวผัดน้ำพริกกะปิกิน ผัดกระเทียมกับปลาทูที่แกะเนื้อก่อน ใส่ข้าว ใส่น้ำพริก ไม่เค็มเติมน้ำปลา มะเขือพวง พริกขี้หนูลงผัดก่อนเอาขึ้นด้วย

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

จะให้ดีต้องมีของข้างเคียง ถ้ามีกุนเชียงด้วยก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ทำไข่เจียวบางๆ หั่นเป็นเส้นฝอยยาวๆ แบบที่กินกับเปาะเปี๊ยะ นั่นเป็นของข้างเคียงกับข้าวผัดน้ำพริก ยังไงๆ ก็อร่อยจนได้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ก็ของดีๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มีฝีมืออะไรเลย

ผมมีเป็ดพะโล้เจ้าอร่อยที่โพธาราม เขาไม่ขี้เหนียวเรื่องน้ำต้มพะโล้ จะเอาเท่าไหร่ให้มาไม่อั้น กินเนื้อกินน้ำเหลือ เอาเข้าช่องแข็งไว้เลย นึกอยากกินก็ไปซื้อผักกาดหอมมา เอาเป็ดพะโล้กับน้ำเป็ดพะโล้ ออกมาต้ม น้ำต้มเป็ดน้อยไปก็เติมน้ำ เติมเกลือ ใส่โป๊ยกั๊ก 2 ดอก อบเชยแท่งเล็กๆ ไม่หวาน ใส่น้ำตาลกรวด ต้มให้เดือด เส้นหมี่มีอยู่แล้วลวกเข้า ผักกาดหอมวางก้นชามก็เรียบร้อย เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ร้าน ‘บรรเลง โภชนา’ ไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปกินที่ไหน เรียกว่ากินของเหลืออย่างคุ้มค่า

เคยไปเจอชาวบ้านเอาฟักทองตัดใหม่ๆ ขั้วยังสดๆ อยู่ แถมขนาดพอดีอีกด้วย วาดแผนการในใจทำเป็นเทศกาลกินฟักทอง เอามาแกงเลียงก่อน ยังเหลืออีกก็เอามานึ่ง โรยเกลือนิดหนึ่ง แทนผลไม้อาหารเช้า

แกงโฮะ, อาหารเหนือ, ทำอาหาร ,ประวัติ แกงโฮะ

มื้อสุดท้ายของเทศกาลกินฟักทอง กินเป็นเมื่อเช้าอีกเช่นกัน ทีนี้ต้มนานหน่อย แล้วเอามาบดใส่เนย ใส่ครีม ใส่เกลือ ทำเหมือนมันฝรั่งบดนั่นเอง แต่จะง่ายกว่า เพราะฟักทองเนื้อนิ่ม บดง่าย บดได้เร็ว ไม่เสียเวลา แล้วรสมันนุ่มเนียน เอาขนมปังทาเนยวางอัดในถ้วยพิมพ์ ล้อมภายในด้วยเบคอนทอดพอสุก ช่องตรงกลางของเบคอนนั้น เอาฟักทองบดนั่นเองใส่เข้า เต็มถ้วยพิมพ์พอดี เข้าเตาอบ ดัดจริตทำคล้ายๆ ขนมปัง Croque Madame ของฝรั่ง ถึงจะไม่อร่อย แต่อย่างน้อยฟักทอง 1 ลูก กินได้ตั้ง 3 อย่าง

ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีอยู่ในตำรา และไม่ได้โอ้อวดตัวว่ามีฝีมืออะไรเลย เพียงแต่จะบอกว่า การกินไม่ให้เหลือหรือกินของเหลือนั้นได้ประโยชน์ครับ ไม่เสียของ ประหยัดเงิน สนุก ทำบ่อยๆ ก็จะเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดินเหมือน ‘ขงเบ้ง’ พอเปิดตู้เย็นเห็นไอ้โน่น ไอ้นี่ ก็รู้ว่าจะต้องจัดการปราบมันได้อย่างไรให้ราบคาบ ลองดูครับ

 

ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์

CONTRIBUTOR

สุธน สุขพิศิษฐ์

อดีตเป็นนักข่าว นักเขียน ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post จับสายศิลปะ-วัฒนธรรม อันเป็นสายที่กว้าง มีทุกหนแห่ง มีทุกเวลา ต้องเดินทางไปหาจึงจะได้เรื่อง เมื่อเดินทางก็ต้องกิน เมื่อกินมากๆ แล้วก็รู้ว่า ของที่กินไม่ได้ให้แต่ความอิ่มเท่านั้น แต่ได้ที่มาของอาหาร เพราะอาหารการกินทุกที่ล้วนมีวัฒนธรรมการกินที่ผูกพันกันกับสิ่งแวดล้อม สังคม ความเชื่อ ประเพณี และภูมิปัญญา และวัฒนธรรมการกินนั้นยังมีอิสระ มีการเคลื่อนไหว ไม่เคยมีขอบเขต ไร้พรมแดน จึงมาจับเรื่องอาหารการกินโดยเฉพาะ เคยเขียนคอลัมน์อาหารการกินให้กับหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ พอสมควร ถึงจะเกษียนแล้ว ยังมีคอลัมน์ Cornucopia อยู่ใน Bangkok Post ทุกสัปดาห์