ในภาวะที่โควิด-19 ยังระส่ำระส่าย จะเขยื้อนกายไปไหนมาไหนต้องคอยระวังเรื่องโรคภัยกันให้ดี หากเจ็บไข้ขึ้นมาทีก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพื้นที่เตียงและบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาลอาจต้องเผื่อไว้สำหรับผู้ป่วยโควิดเป็นส่วนมาก มนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเตรียมยาสามัญประจำบ้านแบบอินทรีย์ติดตู้ ติดบ้าน (และติดครัว) กันไว้ให้พร้อม ป่วยไข้เมื่อไหร่ก็หยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องวิ่งไปโรงพยาบาลหรือง้อยาเคมีให้ระคายตับไต

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

หากลองแง้มเปิดตู้ยา เราเชื่อว่าแต่ละบ้านล้วนมียาสามัญต่าง ๆ ใส่ตู้ไว้ไม่ขาด บางชนิดรู้หน้าค่าตากันเป็นอย่างดี อย่างยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ฯลฯ เพราะด้วยคุณสมบัติที่หลายคนเชื่อว่ากินปุ๊บ/ใช้ปุ๊บ หายปั๊บ ชะงัดอาการได้ทันใจ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่เจ็บป่วยให้เสียสตางค์ก้อนใหญ่ แต่น้อยคนจะรู้ว่าความรวดเร็วเหล่านี้ อาจแลกมาด้วยผลกระทบระยะยาวแบบไม่พึงประสงค์และการสะสมสารพิษในร่างกาย บางชนิดเป็นยาครอบจักรวาล กินแล้วหายขาดได้แทบทุกอาการ แต่ยาเจ้ากรรมดันไปออกฤทธิ์ทำงานกับอวัยวะส่วนใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรามีหรือจะยอมแพ้ เพราะบรรดายาแก้พิษ แก้ไข แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังมีอีกหลายตำรับนอกจากยาเคมีเพียงอย่างเดียว วิธีง่ายแสนง่ายที่เหล่ากูรูด้านสุขภาพตามศาสตร์อินทรีย์ขอแนะนำ คือการเน้นย้ำให้เรารู้จักฟัง-ดูร่างกายของตนเองเป็นหลักและใช้ยาให้น้อยที่สุด (แถมยาที่ใช้ควรมาจากธรรมชาติล้วน ๆ ด้วยนะ)

อ่านร่างกายก่อนอ่านฉลาก

เพราะส่งเสียงเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างกายจึงเลือกส่งสัญญาณผ่านอาการเจ็บป่วย ให้เรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติภายในที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเราลองสังเกต ทำความรู้จัก และใส่ใจร่างกายให้มาก ว่าสาเหตุของอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นมีที่มาจากอะไร อาหาร อากาศ หรือสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เราก็จะแก้ปัญหาได้จากต้นเหตุ และไม่จำเป็นต้องพึ่งยาสามัญประจำบ้านแบบเฉียบพลันอีกต่อไป

อย่างการแพทย์แผนมนุษยปรัชญา ที่บรรดากูรูอย่าง ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย, ครูจิ้ม-เฉลิมศรี บัตแลนด์ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก ต่างบอกต่อ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถของร่างกายที่ปรับสภาพและฟื้นฟูสมดุลได้ด้วยตัวเอง การปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จนต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้แบบหายขาด โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้ยาทันทีที่มีอาการ จึงเป็นการเยียวยารักษาที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลใจเรื่องผลข้างเคียงร้ายแรง

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเล็ดลอดเข้ามา สิ่งที่เจ้าของร่างกายอย่างเราจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลาลงเร็วขึ้นได้ คือการทำให้ร่างกายทำงานขับสารพิษได้ง่ายขึ้น เช่น หากเรากินอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป ร่างกายก็จะส่งการแจ้งเตือนผ่านอาการท้องเสียและเป็นไข้ หน้าที่ของเราคือดื่มน้ำให้มากขึ้น เติมเกลือแร่ให้ร่างกาย และปล่อยให้สารพิษเหล่านั้นถูกขับถ่ายออกมาให้หมด เพียงเท่านี้ก็หายขาดจากอาการท้องเสียได้โดยไม่ต้องกินยา ในทางกลับกัน หากเราเลือกที่จะกินยาหยุดถ่าย สารพิษที่ว่านี้ก็ไม่ได้ถูกขับออกหรืออันตรธานไปไหน หากแต่หมักบ่มสะสมไว้ในร่างกาย และอาจบานปลายกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด แค่ท้องเสียก็อันตรายถึงชีวิตได้เพราะยาเม็ดเดียว (น่ากลัวไหมล่ะ)

ความร้ายกาจของยาเคมียังมีอีกหลายตลบ ได้ยินแล้วอาจแทบลมจับ อย่างยาแก้ปวดลดไข้ หรือที่รู้จักกันดีในนามยาพาราฯ (Paracetamol) เชื่อว่าหลายคนอาจพกติดกระเป๋าไว้ไม่ขาด เจ็บปวดตรงไหนก็หายได้ทันทีแค่หยิบเข้าปาก ทำหน้าที่เป็นยารักษาทางใจไปในตัว 

แม้ในทางการแพทย์จะไม่ถือว่าพาราฯ เป็นยาอันตราย และไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ยาเกินขนาด ก็อาจส่งผลต่อร่างกายเช่นเดียวกัน บางคนใช้ยาพร่ำเพรื่อจนติดเป็นนิสัย ปวดนิดปวดหน่อยก็ต้องใช้พาราฯ เข้าสู้ ผลข้างเคียงที่ตามมาอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ไปจนถึงอาการร้ายแรงอย่างการเกิดภาวะตับเป็นพิษ ทางที่ดีหากมีความจำเป็นต้องใช้ แนะนำว่าให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ที่สำคัญ อย่าลืมอ่านฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ส่วนขั้นกว่าของยาพาราฯ อย่างยาไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่แรงกว่า ใช้รักษาอาการไข้ อาการอักเสบ ปวด บวมของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่ไม่ควรใช้ขณะท้องว่าง เพราะตัวยามีฤทธิ์กัดกระเพาะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ในทางการแพทย์ยังแนะนำว่าควรใช้ยาชนิดนี้ในปริมาณต่ำสุดที่สามารถรักษาอาการได้ เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงต่อร่างกายได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการแพ้ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจลำบาก เกิดผื่นลมพิษ บวมแดง ไปจนถึงอาการร้ายแรงที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ฟังแล้วน่ากลัวเอามาก ๆ อย่างภาวะโลหิตจาง ไตวาย หรือตับอักเสบ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง หากซื้อเองกินเองพร่ำเพรื่ออาจป่วยหนักแบบไม่รู้ตัวได้

อีกหนึ่งยายอดฮิตติดท็อป อย่างยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ช่วยแก้อาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ ท้องเสีย หรือมีแผลอักเสบ เป็นที่รู้กันว่าต้องทานต่อเนื่องให้ครบโดส เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุดและป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา แต่ปัญหาอยู่ที่หลายคนดันดื้อกว่ายา เมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็หยุดทานไปเองเสียอย่างนั้น คราวหน้าหากเกิดอาการแบบเดิม ก็อาจต้องใช้ยาชนิดที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น (และแพงขึ้น) เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทันใจ จนกระทั่งอาจไม่มียาชนิดใดที่ร่างกายตอบสนองและใช้ได้ผลอีกต่อไป และอย่าลืมว่ายาฆ่าเชื้อก็ฆ่าทั้งเชื้อดีและเชื้อร้าย ผลสุดท้ายเราจึงกลายเป็นคนปลอดเชื้อและปลอดภูมิคุ้มกันจนเหี้ยน คราวนี้แหละ อาการแพ้นู่นแพ้นี่จะต่อแถวมาเป็นพรวน เพราะไม่มีหน่วยรบมาช่วยสู้กับเชื้อโรคใด ๆ อีกแล้ว

ใช่จะมีแต่ยากินที่อันตราย ยาใช้ภายนอกอย่างยาทาก็น่ากลัวไม่เบา ใครที่มีปัญหาผื่นคันและเป็นลมพิษบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับยาทาแก้แพ้ชนิดผสมสเตียรอยด์เป็นอย่างดี ไม่เถียงว่าทาปุ๊บผื่นหายปั๊บราวกับเสกได้ เพราะเจ้าสเตียรอยด์จะเข้าไปต้านอาการอักเสบ ทั้งอาการเจ็บปวดบวมแดงของเนื้อเยื้อภายใน แต่หากใช้ในปริมาณสูงหรือได้รับยานานเกินไป ภัยร้ายที่แฝงมาก็พร้อมแผลงฤทธิ์ทันที ทั้งผิวหนังบาง เกิดการอักเสบ แตกลาย และทำให้เรากลายเป็นคนผิวแพ้ง่าย ต่อจากนี้จะใช้สกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวตัวใดก็ไม่ได้ เพราะดันแพ้ ๆๆๆ ไปเสียหมด จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา หรือปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งหากจำเป็นต้องซื้อยาสเตียรอยด์สำหรับทาภายนอกใช้เอง

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

ฟังก์ชันหน้าที่ของยา คือรักษาอาการเจ็บปวดหน้างานให้หายเป็นปลิดทิ้งจนเราเผลอวางใจว่าหายดี แต่ผลร้ายบั้นปลายก็ไม่ได้หนีหายตามอาการเหล่านั้น หากแต่วนเวียนสะสมอยู่ในร่างกาย กว่าจะขับออกไปได้ เราก็เผลอกินยาแก้ปวดเม็ดใหม่เข้าไปอีกรอบซะแล้ว 

เมื่อรู้อย่างนี้ว่ายาเคมีอันตรายกว่าที่คาดคิด มนุษย์อินทรีย์จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเคลียร์พื้นที่ในตู้ยา แล้วแทนที่ด้วยแนวทางการบำบัดรักษาจากธรรมชาติ ที่มีฟังก์ชันช่วยเสริมให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แก้อาการเจ็บป่วยจากต้นเหตุ แถมยังมีให้เลือกทำ เลือกกิน เลือกใช้กันหลายตำรับ เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เชิญเลือกใช้ได้ตามอาการ

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : The Living GIFT

แต่อย่าลืมว่ารายนามสูตรทั้งหลายด้านล่าง เป็นเพียงแนวทางการดูแลรักษาในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นยาเคมีหรือธรรมชาติ หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจส่งผลข้างเคียงได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้นก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตามแนวทางที่เราเลือกรักษา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย หรือแนวมนุษยปรัชญา จึงจะปลอดภัยที่สุด

  1. หมวดฆ่าเชื้อ ล้างแผล รักษาแผล

วัตถุดิบอย่างแรกที่อยากแนะนำและหาได้ง่ายใกล้ตัวเอามาก ๆ คือเกลือ เพียงนำมาละลายน้ำสะอาดแล้วใช้ล้างแผล รักษาแผล ฆ่าเชื้อ หรือใช้เกลือโปะแผลถลอก นอกจากนี้ยังใช้น้ำเกลือกลั้วคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือผสมน้ำสำหรับเช็ดตัวลดไข้ได้ด้วย (สูตรยาของ ป้าจันทร์-ลภัสรดา ทศรัศมิ์ สวนศิลป์หนองมน) 

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนฮอมผญา

ถัดมาคือ น้ำผึ้ง หากโดนมีดบาด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเอาน้ำผึ้งป้ายลงบนแผลเพื่อฆ่าเชื้อ จะช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน

หากใครปลูกต้นสาบเสือ ก็ห้ามเลือดได้ดีเช่นเดียวกัน เมื่อมีแผลสด ระหว่างที่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ให้นำใบสาบเสือมาขยี้หรือตำให้พอละเอียด แล้วโปะลงไปที่บาดแผล จะช่วยห้ามเลือดให้หยุดไหลได้เร็วขึ้น แต่อย่าลืมล้างใบสาบเสือให้สะอาดก่อนนำมาใช้ อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชูก็ได้ ไม่อย่างนั้นอาจมีเชื้อโรคปะปนมาด้วย ทำให้ติดเชื้อมากขึ้นไปอีก (สูตรยาของ พี่นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการแสบร้อน ผื่นคัน แมลงกัดต่อย
วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

นอกจากนำมาปรุงอาหารอร่อยแล้ว หากโดนมดหรือแมลงกัดต่อย ลองเก็บใบตำลึงมาล้างให้สะอาด (อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชู) แล้วขยี้ให้พอละเอียด โปะลงบนตุ่มเม็ดบนผิวหนัง ด้วยฤทธิ์เย็นภายในใบ จะช่วยบรรเทาอาการคันและอาการแสบร้อนได้ (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

อีกหนึ่งต้นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องฤทธิ์เย็น หนีไม่พ้นว่านหางจระเข้ หากโดนน้ำร้อนลวกหรือผิวไหม้แดด ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ล้างยางออก แล้วนำเนื้อมาโปะหรือทาบริเวณที่มีอาการ นอกจากช่วยประโลมผิวจากอาการแสบร้อนแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกาย หรือจะใช้กับผิวหน้าก็ได้เช่นกัน (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

หากใช้โปะผิวแล้วเนื้อว่านหางจระเข้ยังเหลืออยู่ อย่าเพิ่งทิ้งเชียวนะ เพราะหากเอาเนื้อวุ้นไปแช่เย็นแล้วทานสด จะช่วยลดเรื่องอาการอักเสบภายในได้ด้วย ส่วนใครที่ติดหวานก็อย่าเผลอเติมน้ำตาลลงไป เพราะน้ำตาลจะไปเร่งการอักเสบให้รุนแรงขึ้นได้ (สูตรยาของ ครูจิ้ม-เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย อ่อนเพลีย

พืชเหง้าสารพัดประโยชน์อย่างขิง นำมาใช้ต้มเป็นชาเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า เสริมร่างกายให้มีพลัง หรือใครอยากใช้วิธีประคบร้อนก็ตามสะดวก เพียงนำขิงแก่มาขูดหรือสับ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบางหรือผ้าก๊อซเตรียมไว้ โดยก่อนประคบให้ลองเช็กก่อนว่าเท้าเย็นหรือไม่ หากเย็นให้ใช้ผ้าคลุมแล้ววางกระเป๋าน้ำร้อนทับเท้าให้อุ่น เพื่อให้ความร้อนคืนเข้าสู่ร่างกาย การฟื้นฟูต่าง ๆ ก็จะทำได้ดีขึ้น จากนั้นนำผ้าห่อขิงที่เตรียมไว้มาวางบริเวณแผ่นหลังตรงตำแหน่งไต ใช้ผ้าสะอาดวางทับและห่อตัวไว้ (หากหาได้ ให้ใช้ผ้าฝ้าย ผ้าเส้นใยออร์แกนิกหรือผ้าขนสัตว์) ตามด้วยวางกระเป๋าน้ำร้อน และห่อตัวด้วยผ้าขนหนูอีกชั้นหนึ่ง (สูตรยาของ ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย)

อีกหนึ่งวิธีประคบร้อน ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานและแก้อาการปวดเมื่อยได้อยู่หมัด วิธีการคือให้ประคบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ต่อมไทมัส ตับ ม้าม ลำไส้ (รอบสะดือ) ไตทั้ง 2 ข้าง ก้นกบ ไล่ลงไปจนถึงฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อรู้สึกร้อนแล้วจึงเอากระเป๋าน้ำร้อนออกและใช้ฝ่ามือทาบไว้ให้ความอุ่นซึมลงไปใต้ผิวหนัง ทำแบบนี้จุดละประมาณ 5 นาที ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนพลังชีวิต ปรับสมดุลให้ภูมิคุ้มกันและอวัยวะภายในได้ด้วย (สูตรยาของ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

อ้อ คุณหมอฝากมาบอกว่า สำหรับผู้มีภาวะเบาหวานหรือกระดูกทับเส้นประสาทที่มีอาการชา อาจไม่เหมาะกับวิธีรักษาด้วยการประคบร้อนทั้งหลาย เพราะเจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไปหรือไม่ และอาจเป็นอันตรายได้หากร่างกายสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป

  1. หมวดบรรเทาอาการเวียนหัว เมารถ 

ใครที่เดินทางไกลบ่อย ๆ อาจประสบปัญหาเมารถ เมาเรือ หรือร่างกายปรับสภาพไม่ทันเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหัน ลองใช้ขิงซอย ข้าวเหนียวคั่ว น้ำผึ้ง และน้ำอุ่น ใส่ลงในเหยือกแก้วคนให้เข้ากัน ดื่มแล้วจะช่วยให้อาการเมารถ เมาเรือ รวมไปถึงอาการอ่อนเพลียเวียนหัวต่าง ๆ ดีขึ้นมากทีเดียว (สูตรยาของอาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า) 

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ปวดท้องประจำเดือน

พืชยอดฮิตที่มีติดริมรั้วแทบทุกครัวเรือนอย่างกะเพรา นำใบมาต้มในน้ำสะอาดเพื่อใช้ดื่มเป็นชาแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องอาการไอ ลดไข้ ขับเหงื่อ หรือจะใช้เป็นสมุนไพรไล่ยุงแบบธรรมชาติก็ได้ด้วย ปลูกต้นเดียวใช้ได้ครอบจักรวาล (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

 ต่อกันที่อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของผู้หญิงอย่างอาการปวดท้องประจำเดือน หลายคนจึงเลือกตัดปัญหาความทรมานด้วยการใช้ยาแก้ปวดให้รู้แล้วรู้รอดกันไป แต่จริง ๆ แล้วเราบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยการทานอาหารประเภทเต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต โดยแนะนำว่าควรทานล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (สูตรยาของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รักษาเหงือก ดูแลสุขภาพช่องปาก
พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

สูตรยาแก้เจ็บคอขวัญใจวัยเด็กวัยโต อย่างน้ำผึ้ง มะนาว เกลือ สามสหายนี้นอกจากให้รสอร่อย เปรี้ยวนิด หวานหน่อย ตัดเค็มอย่างลงตัว ยังช่วยเสริมสรรพคุณให้กันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยสมานแผลจากการกัดกร่อนของน้ำมะนาวในช่องปาก แต่เพราะน้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อน หลังจากหายเจ็บคอจึงอาจเป็นร้อนในต่อได้ จึงต้องใช้เกลือที่มีฤทธิ์เย็นผสมเข้าไปทำให้สมดุล ส่วนจะผสมแต่ละอย่างมากน้อยเท่าไหร่ แค่ชิมให้ได้รสกลาง ๆ ไม่หวานไป ไม่เปรี้ยวไป ก็เป็นอันใช้ได้ (สูตรยาของเชฟแบล็ก-ภานุภน บุญสุวรรณ)

แม้ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการประคบร้อนด้วยมันฝรั่ง จะช่วยเรื่องอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะได้เหมือนกัน วิธีการใช้ให้หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ต้มให้สุกจนนิ่ม จากนั้นห่อด้วยผ้าแล้วนำมาประคบบริเวณแผ่นหลัง ในตำแหน่งที่ตรงกับปอดประมาณ 2 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนมาประคบด้านหน้าในตำแหน่งเดียวกัน โดยให้ประคบอย่างต่อเนื่องจนกว่ามันฝรั่งจะเย็น (สูตรยาของครูหมวย บ้านไม้หอม และ HEALTH FROM HOME)

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

อีกหนึ่งสูตรยาอย่างการใช้น้ำมันมะพร้าวบ้วนปาก หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ออยล์ พูลลิ่ง ให้ใช้มันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นประมาณ 2 – 3 ช้อนชา กลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลา 15 – 20 นาที จากนั้นจึงบ้วนปากตามด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง โดยผลจากการวิจัยยังช่วยยืนยันว่า การทำออยล์ พูลลิ่ง ด้วยน้ำมันมะพร้าว จะช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรคในช่องปาก และยังช่วยลดความเสี่ยง บรรเทาอาการจากโรคเหงือกได้อีกด้วย (สูตรของ พี่เยา-เยาวดี ชูคง) 

อ้างอิงผลการวิจัยจาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

  1. หมวดระบายสารพิษ ช่วยเรื่องการขับถ่าย

ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมชนิดไฟเบอร์หรือยาดีท็อกซ์ที่ไหน เพียงเลือกทานอาหารให้ถูกประเภทและพยายามขับถ่ายให้ได้ทุกวัน ก็จะช่วยขจัดพิษในร่างกายออกไปได้อย่างหมดจด อย่างการทานผักและโพรไบโอติกจากอาหารหมักดอง เช่น โยเกิร์ต เทมเป้ แหนม ถั่วเน่า ข้าวแช่ ฯลฯ นอกจากนี้การดื่มน้ำมันมะพร้าววันละ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ช่วยให้เราขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องลำบากลำไส้ให้ทำงานหนัก (สูตรของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์และพี่เยา) 

  1. หมวดลดไข้ยอดนิยม

นอกจากใช้ดื่มแก้อาการเจ็บคอ-กระหายน้ำแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าน้ำมะนาว นำมาใช้เช็ดตัวไล่พิษไข้ได้ด้วย เพียงนำมะนาวผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบลงในน้ำอุ่นให้มีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยของเปลือกมะนาวออกมา ใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวที่ได้แล้วนำไปเช็ดตัวทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลืองและตามข้อพับต่าง ๆ ที่สำคัญให้แบ่งไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการแช่เท้า โดยควรแช่ให้พ้นระดับตาตุ่มขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยลดไข้ แก้อาการตัวร้อน ปรับสมดุลอุณหภูมิ และทำให้ความร้อนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ศีรษะ อาการปวดหัวก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย

ส่วนใครปลูกต้นรางจืดก็ใช้ลดไข้ได้ดี แต่อาจต้องระวังเรื่องปริมาณและวิธีใช้กันเสียหน่อย เพราะรางจืดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้หญิงในช่วงมีรอบเดือน เพราะจะทำให้ร่างกายอุณหภูมิต่ำลงอย่างรวดเร็วและอาจมีไข้เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคตับ ไต เพราะอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน วิธีการใช้ให้นำใบรางจืด 5 – 7 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วต้มในน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4 – 5 ครั้ง (สูตรยาของเชฟแบล็ก)

แม้แต่การทานอาหารเป็นยาก็ช่วยรักษาอาการไข้ได้ อย่างใบมะรุม แนะนำให้ลองเอามาใส่ในแกงจืดหมูสับ แกงส้ม หรือใส่ในไข่เจียว หรือพืชผักชุดต้มยำ อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ผักเหล่านี้นอกจากทานอร่อยแล้ว สรรพคุณเรื่องลดไข้ก็ดีงามไม่น้อยเลยนะ! (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

ตบท้ายด้วยสูตรยาสุมโปงจากหอมแดง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีอาการคัดจมูกหรือหายใจติดขัดจากเชื้อหวัด เพียงใช้หอมแดงต้มน้ำแล้วสุมโปงไว้จนอาการดีขึ้น หรือเอามาวางที่หมอนเวลานอน ก็จะช่วยให้หายใจโล่งขึ้นเยอะ (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

อีกหนึ่งยาสามัญประจำบ้าน ที่จัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มอาการใดไม่ได้ เพราะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้นได้สารพัด นั่นคือการดื่มน้ำเปล่า ช่วยบรรเทาทั้งอาการร้อนใน ท้องผูก ท้องเสีย ล้างพิษ ปวดหัว เป็นไข้ ฯลฯ เจ็บป่วยตรงไหน เรียกใช้น้ำเปล่าก่อนได้ในเบื้องต้น

ตบท้ายด้วยร้านยาธรรมชาติสามัญประจำบ้านและสถานเยียวยากายใจแนวมนุษย์อินทรีย์ ที่ยินดีจ่ายยาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดี แถมมีความสบายใจเป็นของแถมให้ เพราะไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

แหล่งยาธรรมชาติสามัญประจำบ้าน

1. น้ำผึ้ง HIN LAD NAI

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : Tot Hinlad

มิตรรักแฟนน้ำผึ้งต้องถูกใจ เพราะน้ำผึ้ง HIN LAD NAI จากที่ราบสูงเชียงรายเจ้านี้ ผลิตจากน้ำผึ้งป่าออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ผ่านการแต่งกลิ่นหรือเติมสารให้ความหวานใด ๆ กลิ่นหอมและรสชาติที่ได้จึงมั่นใจว่ามาจากธรรมชาติส่งตรงจากผืนป่าของแท้ อัดแน่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จะใช้ปรุงอาหารคาวหวาน หรือทานเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยแบบมนุษย์อินทรีย์ก็ดีงาม

Facebook : Tot Hinlad

2. น้ำผึ้งฮอมผญา 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนฮอมผญา

ใครอยากรู้ว่าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเป็นอย่างไร ต้องลองอุดหนุนน้ำผึ้งป่าเดือนห้า จากสวนฮอมผญา จังหวัดพะเยา ไปลองชิม นอกจากรสชาติดีเพราะเก็บด้วยกรรมวิธีธรรมชาติแล้ว ฮอมผญายังเป็นน้ำผึ้งที่ทานแล้วช่วยเสริมพลังชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง จะโรคภัยหน้าไหนก็ไม่กลัว

Facebook : สวนฮอมผญา

3. เกลือ เดอะมนต์รักแม่กลอง

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

เกลือเม็ดใหญ่ เกรดคัดพิเศษจากผืนนาเกลือสมุทรสงคราม ด้วยกระบวนวิธีนำน้ำทะเลมาตากแดดตากลม จนตกผลึกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ให้รสชาติเค็มอมหวาน และมีไอโอดีนธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังมีให้เลือกซื้อเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์กันถึง 4 แบบ ทั้งแบบดอกเกลือ เกลือแก้ว เกลือขาว และเกลือกลาง จำหน่ายในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า แถมยังได้อุดหนุนเหล่าเกษตรกรชาวนาเกลือไปในตัว

Facebook : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

4. ดอกเกลือตัวผู้ สวนศิลป์หนองมน

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

ความพิเศษของเกลือจากที่นี่อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เกลือตัวผู้คัดพิเศษ จากผืนนาเกลือคลองตำหรุผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี รูปทรงผลึกเรียวแหลมแปลกตา ใช้อมเป็นยาแก้อาการไอ เจ็บคอ ละลายเสมหะ เพราะมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อราและเเบคทีเรียได้อย่างเห็นผล ที่สำคัญกว่าจะได้เกลือแต่ละเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นชนิดที่หายากและมีน้อย จึงต้องคอยนั่งคัดกันทีละตัวเลยทีเดียว

โทรศัพท์ : 08 9699 7179, 09 5585 8871

Facebook : สวนศิลป์หนองมน

5. มะนาว สวนมะนาวแป้นจงจิตร อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : The Living GIFT

มะนาวแป้นอินทรีย์ที่ปลูกและดูแลแบบวิถีธรรมชาติโดยครอบครัวของ จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรม ปราศจากสารเคมีทุกชนิด ด้วยความดูแลใส่ใจอย่างดี จึงทำให้มะนาวเปลือกบาง น้ำเยอะและหอมมาก จนได้รับความไว้วางใจจากสาวกชาวอินทรีย์มาอย่างยาวนาน อุดหนุนไปรับรองไม่มีผิดหวัง ส่งตรงจากผืนไร่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

โทรศัพท์ : 09 2956 3994

Facebook : The Living GIFT

6. น้ำมะพร้าว สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

มะพร้าวน้ำหอม ผลผลิตจากสวนป่ามะพร้าวมาตรฐานออร์แกนิก เนื้อบางนุ่ม หอมหวาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และปลูกด้วยกรรมวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมแบบ Zero Waste สร้างสวนมะพร้าวให้เป็นผืนป่า ช่วยรักษาสมดุลและคืนความสมบูรณ์ให้สิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โทรศัพท์ : 08 1409 4964

Facebook : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

Line Official Account : cocowittaya

7. น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น Agrilife

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์สกัดเย็นจากธรรมชาติ ปราศจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนสังเคราะห์และการดัดแปลงพันธุกรรม การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลจากหลายเวที ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนมะพร้าวสด เนื้อสัมผัสบางเบา ทานง่าย เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือเหม็นเปรี้ยวมากวนใจ ทั้งยังมีสรรพคุณหลากหลายใช้ได้ตามชอบ ทั้งปรุงอาหาร ทานเป็นยา เสริมความงาม ไปจนถึงบำรุงผิวพรรณ 

โทรศัพท์ : 0 2714 1167

Facebook : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

เว็บไซต์ : www.agrilife.co.th/

8. คลังความรู้เสริมภูมิคุ้มกันและพลังชีวิต ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีเนื้อหาวิชาการเคร่งเครียดให้นักเรียนแต่อย่างใด แต่กลับมอบพื้นที่ให้แก่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิชาชีวิต ที่ช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายใจให้แข็งแกร่ง โดยติดตามข่าวสารการเปิดคอร์สเสวนาและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ทางหน้าเพจ รับรองว่าหลังจากจบคอร์สไป ลูกศิษย์ครูนิตย์ต้องได้พลังชีวิตใส่กระเป๋าเป้กลับบ้านกันจนตุงหลังอย่างแน่นอน

โทรศัพท์ : 08 3265 9951

Facebook : ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

9. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

นอกจากมีแผนกการรักษาเหมือนโรงพยาลทั่วไปแล้ว ความพิเศษไม่ซ้ำใครของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คงต้องยกให้แผนกแพทย์แผนไทย ที่มีบริการการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม กดจุด นวดอบสมุนไพร และยังเป็นที่ตั้งของคลินิกฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังโควิดด้วยแพทย์แผนไทยเป็นที่แรกอีกด้วย ใครกำลังมองหาแนวทางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกที่ทั้งปลอดภัยและได้ผลดี รีบเก็บที่นี่เข้าลิสต์โดยด่วน

เว็บไซต์ : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ขอบคุณเจ้าของสารพัดสูตรยาเยียวยากายใจ

ป้าจันทร์ สวนศิลป์หนองมน (ลภัสรดา ทศรัศมิ์ – ตลาดนัดธรรมชาตืคืนชีวิต life’s market)

ครูจิ้ม (เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ – บ้านสวนริมคลองสามวา)

ครูนิตย์ (ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล – โรงเรียนในสวนยาย)

พี่ปิ๋ม Whispering Land (ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง – ครูค่ายธรรมชาติ บ้านลิตเติ้ลทรี)

พี่นก (พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ -โปรดิวเซอร์วิดีโอ The Cloud)

พี่เยา (เยาวดี ชูคง – นักสื่อสารด้านอาหาร ของ Slow food community food for change Chiangmai )

คุณปรินซ์ บ้านเจ้าชายผัก (นคร ลิมปคุปตถาวร – ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก)

อาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า (ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก – ผู้อำนวยการสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า จ.เชียงราย)

เฟิร์น (เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์ – ศิลปินและโปรดิวเซอร์สารคดีเกี่ยวกับอาหาร)

เชฟแบล็ก (ภานุภน บุลสุวรรณ – เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่)

ลุงวิท (วิทยา เลี้ยงรักษา – เจ้าของสวนมะพร้าวสวนป่ามะพร้าวลุงวิท จ.นครปฐม)

Writer

Avatar

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

‘มนุษย์อินทรีย์’ คือคอลัมน์ใหม่เอี่ยมที่ The Cloud อยากชวนคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักเรื่องราวของ ‘ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์’ ในสังคมไทย ไปดูกันว่าเราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องไม่ยาก และอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดเยอะ

แต่ละตอนเราจะนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกัน พร้อมชี้ช่องชัดๆ ว่า ถ้าอยากลองชิม ลองใช้ ควรเริ่มต้นอย่างไรดี

ตอนแรกเราจะเริ่มกันจากการทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า สินค้าเกษตรอินทรีย์หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า ‘ออร์แกนิก’ คืออะไรกันแน่ เพราะสินค้าที่เราเรียกกันว่าออร์แกนิกจำนวนไม่น้อยนั้น แท้จริงแล้วไม่ใกล้เคียงความเป็นออร์แกนิกเลย 

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักความเข้มข้นระดับต่างๆ ของสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบง่ายๆ กันดีกว่า

เราขอแบ่ง สินค้าเป็น 3 ประเภท 

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ประเภทที่ 1 สินค้าเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์

ระดับที่ 1 อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (ของจริง)

สินค้าที่เป็นออร์แกนิกจริงจะผ่านการปลูกหรือเลี้ยงในดิน น้ำ และอากาศ ที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเจือปนจากทั้งภายในและภายนอกแปลง
หากใช้พื้นดินที่เคยปลูกด้วยสารเคมีมาก่อน ก็ต้องพักดิน ไม่ใช้สารเคมี อาจอาศัยเวลานานถึง 5 ปี ส่วนน้ำ ควรใช้น้ำจากแหล่งของตัวเอง หากมาจากแหล่งน้ำสาธารณะที่อาจมีการปนเปื้อน ต้องบำบัดก่อน

ไม่มีการใช้ปุ๋ย ยาปราบวัชพืช ปราบศัตรูพืชที่เป็นเคมี ซึ่งต่อให้นำมาล้างอย่างไรก็ล้างไม่ออก เพราะสารเคมีจะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมในเนื้อหรือลำต้นของผลผลิต
เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ก็ต้องเป็นพันธุ์แท้ ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม 

ถ้าเป็นสัตว์ ต้องเลี้ยงด้วยอาหารที่ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี

สินค้าออร์แกนิกแท้ๆ จึงหาไม่ง่ายนักและมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป เพราะมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากกว่า แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะคนปลูกปลอดภัย คนบริโภคปลอดภัย และโลกก็ปลอดภัย

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ตลาดสุขใจ

ระดับที่ 2 ธรรมชาติ

กลุ่มสินค้าที่เราพบเห็นบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงสินค้าออร์แกนิก การผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้ เกษตรกรไม่ใส่ปุ๋ยและสารเคมี จึงไม่มีการปนเปื้อนจากภายใน แต่อาจมีปนเปื้อนจากภายนอก เช่น ใช้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากต้นน้ำ ใช้ดินที่เคยปลูกแบบเคมีมาก่อน หรือมีสารเคมีจากพื้นที่รอบข้าง ทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมลอยมาตก เมล็ดพันธุ์ก็อาจไม่ได้คัดสรรพันธุ์แบบเข้มข้นนัก โดยรวมถือเป็นการผลิตที่เกษตรกรมีความตั้งใจว่าจะไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน

ระดับที่ 3 ปลอดภัยจากสารเคมี

ผักและผลไม้กลุ่มนี้คือกลุ่มที่อาจไม่มีความออร์แกนิกใดๆ แต่คนจำนวนมากก็เรียกว่าออร์แกนิก มีการปลูกแบบเกษตรทั่วไป ใช้สารเคมีตามปกติ แต่เก็บเกี่ยวเมื่อถึงระยะปลอดภัย ส่วนเมล็ดพันธุ์ก็อาจใช้เมล็ดที่ตัดต่อทางพันธุกรรมได้

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน

ประเภทที่ 2 อาหารแปรรูป

ระดับที่ 1 ออร์แกนิกทั้งกระบวนการ

อาหารออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์นั้นหาได้ยากมาก เพราะต้องทำจากเนื้อสัตว์และผักออร์แกนิก รวมถึงตัวเครื่องปรุงก็ต้องออร์แกนิกด้วย 

ระดับที่ 2 ออร์แกนิกเป็นส่วนใหญ่

ผักต้องเป็นออร์แกนิก เพราะผักมีอายุสั้น อาจมีสารเคมีตกค้างจากการผลิตสูง แต่น้ำมันที่ใช้อาจเป็นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืชปกติที่ใส่สารต่างๆ เครื่องปรุงอาจผลิตแบบอุตสาหกรรมปกติ มีการเติมสารต่างๆ เพื่อปรุงรสและให้เก็บได้นานขึ้น

ประเภทที่ 3 สินค้าอินทรีย์

ระดับที่ 1 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด

เป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด ถ้าเป็นแชมพูสระผม ต้องทำจากมะกรูดออร์แกนิก สารเกิดฟองก็ทำจากประคำดีควาย 

ระดับที่ 2 ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกบางส่วน

สินค้าประเภทนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นสินค้าออร์แกนิก แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เช่น น้ำยาล้างจานที่ทำเอง อาจทำจากมะกรูดปกติ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารเคมีอย่างยาฆ่าแมลง หรือใช้กลิ่นมะกรูดสังเคราะห์ ส่วนสารเกิดฟองอาจทำมาจากสาร N70

5 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่รวมผลิตภัณฑ์ดีต่อกายใจ และได้สนับสนุนเพื่อนที่เกื้อกูลกัน
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

ใครอยากสนับสนุนสินค้าออร์แกนิกในระดับใด เลือกได้ตามความสะดวก แต่หากสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้สินค้าพวกนี้ด้วย เราขอตอบด้วยเหตุผล 4 ข้อ

1. ทำให้ดิน น้ำ อากาศ ปลอดภัย ทั้งต่อตัวผู้ผลิต คนรอบข้าง และคนปลายน้ำ โลกใบนี้ทุกอย่างเชื่อมถึงกันหมด การปล่อยสิ่งปนเปื้อนสู่ธรรมชาติจะกระทบกับทุกชีวิตไปเป็นทอดๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด

2. เราควรสนับสนุนผู้ผลิตที่คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ยอมลำบากขึ้น จะป้องกันแมลงก็ต้องทำโรงเรือนกางมุ้งให้ผัก หรือปลูกพืชอีกชนิดมาไล่แมลง ขายก็ยากกว่า แต่ยอมทำเพื่อให้ผู้บริโภคได้กินอาหารที่ปลอดภัย

3. การซื้อสินค้าออร์แกนิก เท่ากับเราได้สนับสนุนผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งวงจร เพราะผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกที่เราซื้อ เขาต้องซื้อวัตถุดิบออร์แกนิกจากผู้ผลิตอื่นๆ อีกทอด การซื้อสินค้าออร์แกนิกหนึ่งชิ้นจึงส่งผลกับผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกทั้งหมด

4. ช่วยทำให้อาชีพเกษตรกรกลายเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้รับการเคารพไม่ต่างจากอาชีพอื่น เพราะตั้งใจทำงานด้วยรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการดูแลชีวิตของผู้บริโภคให้ปลอดภัยที่สุด

ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

หลายคนคงสงสัยว่าจะไปหาซื้อสินค้าออร์แกนิกที่เป็นมิตรต่อโลกเหล่านี้ได้ที่ไหน เราได้คัดสรรตลาด 5 แห่งมาให้

สาเหตุที่แนะนำตลาดแทนร้านค้าออนไลน์ เพราะตลาดมีบรรยากาศให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนบทสนทนากับผู้ผลิต ได้ทั้งความรู้ และส่งกำลังใจให้ผู้ผลิตด้วย รวมถึงเราอาจจะได้มิตรภาพ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดีๆ เช่นนี้ไปโดยปริยาย

หลักการเลือกตลาดของเราคือ

  1. สินค้าในตลาดเป็นออร์แกนิกโดยส่วนใหญ่ คุณภาพดี ของกินอร่อย รสชาติแตกต่าง เก็บได้นาน ไม่เน่าเสียเร็วแบบเคมี ผ่านการคัดเลือกจากกลุ่ม ลูกค้าได้รู้จักและสนับสนุนผู้ผลิตตัวจริงเสียงจริง 
  2. มีสินค้าหลากหลาย ไปที่เดียวซื้อได้หลายอย่าง
  3. คุ้มค่า บางอย่างอาจมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่น แต่ในเชิงคุณค่าและความดีงามที่ได้รับ ไม่เสียดายแน่นอน

ก่อนไปเดินตลาด เราขอแนะนำว่า อย่าลืมป้องกันตัวเองและผู้อื่นในช่วง COVID-19 และตลาดบางแห่งเปิดให้บริการแบบพรีออเดอร์ออนไลน์ แล้วไปรับสินค้าเฉยๆ แทนการเปิดหน้าร้านในช่วงนี้

01

ตลาดปันอยู่ปันกิน

กรุงเทพฯ

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักผลไม้ออร์แกนิกตามฤดูกาล เนื้อสัตว์ ไก่ หมู อาหารทะเล 

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ มีตลาดแบบ Grab & Go จองสินค้าล่วงหน้าแล้วมารับที่ตลาดวันที่ 31 มกราคม)

ที่ตั้ง : ซอยนาคนิวาส 30 ลาดพร้าว 71 (แผนที่)

Facebook : ปันอยู่ปันกิน

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ
ภาพ : ผดุงศักดิ์ วรเวชดิลก

เราขอชวนคุณออกมาเดินสูดอากาศที่ตลาดย่านลาดพร้าวซึ่งล้อมรอบด้วยแปลงผัก เล้าเป็ดไก่ ของ โอ๋-ธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล เจ้าของฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง เขาปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัวมาสร้างเป็นแหล่งอาหาร เมื่อปลูกเองจึงรับประทานได้อย่างไร้กังวล เขาเห็นว่ายังขาดอาหารอีกหลายอย่าง จึงชวน ปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร จากบ้านเจ้าชายผัก และกลุ่ม Heart Core Organic ที่เชื่อเรื่องอาหารดีๆ ด้วยหัวใจเหมือนกัน รวมตัวเปิดตลาด เป็นพื้นที่ให้คนเมืองได้มาแลกเปลี่ยนสินค้า พบปะผู้ผลิตอย่างรู้หน้ารู้ใจ

เพื่อให้เกิดการวางแผนล่วงหน้าและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ปันอยู่ปันกินใช้ระบบการประชาสัมพันธ์สินค้าแต่ละรอบทางออนไลน์ ชวนคนมาพรีออเดอร์ล่วงหน้า แล้วค่อยไปรับที่หน้าร้านในวันเปิดตลาด ทั้งสองฝ่ายจึงรู้ความต้องการอย่างแน่ชัด ไม่ต้องขนมาให้มีเศษเหลือ

แต่ละครั้งมีร้านมาเปิดแผงประมาณ 20 ร้าน มีทั้งอาหารทะเลจากเครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล มะพร้าวน้ำหอมสดใหม่จากสวนคุณลุงวิทยาและป้านุ้ย ผักสะอาด เนื้อหมู่เลี้ยงปล่อยทุ่ง ไข่ไก่ สมุนไพร สบู่ กาแฟ และอีกมาก 

ตลาดปันอยู่ปันกิน กรุงเทพฯ

02

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข

นครสวรรค์

กลุ่มสินค้าเด่น : ข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง อาหาร ขนมพร้อมทาน จากวัตถุดิบในพื้นที่

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน (เดือนมกราคมนี้ ตลาดจัดวันที่ 30 – 31 มกราคม ธีม ‘คืนวันเสาร์ ถึงเช้าวันอาทิตย์’) 

ที่ตั้ง : ปากน้ำโพ เมืองนครสวรรค์ (แผนที่)

Facebook: ฟาร์มฝัน ปันสุข

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

ฟาร์มฝัน ปันสุข อยู่ไม่ไกลจากพาสานและคลองญวนชวนรักษ์ สองแลนด์มาร์กใหม่ของนครสวรรค์ ถือเป็นศูนย์รวมสินค้าออร์แกนิกที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ น็อต-ธาวิต ฉายแสงมงคล ผู้เคยเห็นครอบครัวต้องล้างผักให้สะอาดเพื่อชำระสารเคมีเป็นชั่วโมงอยู่บ่อยครั้ง จึงเริ่มหันมาปลูกผักกินเอง ก่อนไปพบและปรึกษาผู้คนจากตลาดปันอยู่ปันกิน เรื่องการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยให้บ้านเกิดตนเอง

เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนจะมีอาหารที่ดีจริง สินค้าที่จะเข้ามาวางขายในฟาร์มฝัน ปันสุขได้ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพของกลุ่มร่วมกัน (ระบบ PGS หรือ Participatory Guarantee System) จึงมั่นใจได้ว่ามีคนช่วยคัดกรองคุณภาพมาแล้ว

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

เมื่อแวะมาแล้ว แนะนำให้ลองลิ้มรสข้าวสารที่พัฒนาพันธุ์เอง เช่น ข้าวช่อราตรี ข้าวเกยไชย มีทั้งนำมาคลุกเคล้าเป็นข้าวยำ และทำเป็นแป้งข้าวสำหรับขนมพร้อมทานต่างๆ อย่างกุยช่าย ไอศกรีม และขนมครกข้าวกล้องงอก อร่อยได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิดต่อร่างกายตัวเอง รวมถึงมีน้ำปลาที่ผลิตเองและปลาจากเขื่อนคลองโพธิ์ 

หรือใครไม่ได้ไปวันตลาดเปิดก็ไม่เป็นอะไร ยังมีร้านเปิดขายผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นจากพื้นที่ใกล้เคียง วนเวียนมาไม่ขาดมือ เปิดให้บริการทุกวัน

ตลาดฟาร์มฝัน ปันสุข นครสวรรค์

03

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market)

นนทบุรี

กลุ่มสินค้าเด่น : ผักและผลไม้หลากหลายจากชุมชนภาคกลาง

วันที่เปิดขาย : วันเสาร์ เดือนละครั้ง

ที่ตั้ง : มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทยไทย) ไทรม้า (แผนที่)

Facebook : City Farm Market / สวนผักคนเมือง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี
ภาพ : โครงการสวนผักคนเมือง

สวนผักคนเมืองเป็นตลาดน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตอน พ.ศ. 2562 แต่มีของครบและหลากหลาย เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) ทำงานสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศเรื่องการสร้างความมั่นคงทางอาหารมานานหลายสิบปี มีเครือข่ายกว้างขวาง เข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกรจากประสบการณ์จริง

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

สินค้าส่วนใหญ่มาจากชานเมืองและชุมชนภาคกลางเป็นหลัก เพื่อส่งเสริมวิถีการเกษตรของคนเมืองตามชื่อ แต่จะมีการสำรวจภายในเครือข่าย และช่วยเปิดพรีออเดอร์ผลผลิตตามฤดูกาลจากเกษตรกรภูมิภาคต่างๆ ให้ส่งมาร่วมตลาดอีกด้วย เช่น อาหารทะเลจากตรัง ข้าวและผักจากภาคเหนือ เพื่อไม่ทิ้งผู้ผลิตตัวจริง 

มาที่นี่นอกจากอิ่มท้องแล้ว เดินผ่านสวนผักที่อุดมสมบูรณ์เข้าไปจะมีอาคารเป็นพื้นที่สำหรับงานเสวนา เวิร์กช็อป กิจกรรมต่างๆ ให้คนเมืองได้ไปพักพิง เติมพลังสมอง และกลับมาดูแลอาหารให้ชีวิตที่บ้าน

ตลาดสวนผักคนเมือง (City Farm Market) นนทบุรี

04

ตลาดสุขใจ

นครปฐม

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้าน ผักสลัด เครื่องดื่มสมุนไพร ขนมและอาหารพร้อมรับประทาน

วันที่เปิดขาย : ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

ที่ตั้ง : ยายชา สามพราน นครปฐม (แผนที่)

Facebook: ตลาดสุขใจ นครปฐม

ภาพ : ตลาดสุขใจ

จากวิสัยทัศน์ของสวนสามพรานที่อยากผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จับมือร่วมกับเครือข่ายๆ ต่าง เกิดเป็นตลาดสุขใจ เปิดต้อนรับมนุษย์อินทรีย์เข้าสู่ศาลาไม้มุงแบบไทย บรรยากาศร่มรื่น ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวขจี รับประกันคุณภาพด้วยระยะเวลาที่เปิดตลาดมาครบ 1 ทศวรรษ 

ในตลาดมีผักพื้นบ้าน ผักสลัดมากมายให้เลือกสรร รวมทั้งไข่ไก่ ขนมไทยทานเล่น เครื่องดื่มสมุนไพร อาหารพร้อมทานและแปรรูป โดยมักมีป้ายกำกับบอกผู้บริโภคถึงระดับความออร์แกนิกของสินค้า

ตลาดสุขใจ นครปฐม

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือ ตลาดส่งเสริมการใช้งานภาชนะและเฟอร์นิเจอร์จากธรรมชาติ เช่น ใบตองห่ออาหาร โต๊ะไม้ไผ่ เดินตลาดได้อย่างสุขใจ ไม่สร้างภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ใครช้อปในตลาดเสร็จแล้ว ยังแวะเดินไปรับลมในสวน จิบกาแฟ ซื้อเครื่องประทินผิว ทำเวิร์กช็อปงานหัตถศิลป์และผลิตสมุนไพรของ Patom Organic Living ได้อีกด้วย

ตลาดสุขใจ นครปฐม

05

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์

เชียงใหม่

สินค้าเด่น : ผักพื้นบ้านภาคเหนือ ข้าวดอย

วันที่เปิดขาย : ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 14.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : สุเทพ เมืองเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : ข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่
ภาพ : ข่วงเกษตรอินทรีย์

แอ่วกาดภาคเหนือกันได้ที่ข่วงเกษตรอินทรีย์ ศูนย์รวมผู้ผลิตและแปรรูปสินค้าออร์แกนิกที่เกษตรกรมีส่วนร่วม กำหนดกฎกติกาและดูแลตลาดร่วมกัน เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 โดยสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน (ISAC) ที่ลงพื้นที่พัฒนาการเกษตรอินทรีย์ของชุมชนเพื่อสร้างตลาดไว้รองรับผลผลิต ให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งพักพิงเรื่องอาหารปลอดภัยของผู้บริโภค

ภายในตลาดมีผลผลิตจากเกษตรกรและชาวบ้านราว 10 อำเภอในเชียงใหม่ ลำพูน และชาวเหนือโดยรวม ที่เดินทางไกลมาจับจองโต๊ะพบปะผู้บริโภคที่ผูกพันกัน เมื่อเดินเข้าไปในตลาด คุณอาจพบว่าผู้คนสนิทสนมกันมาก เพราะหลายรายแวะเวียนมาตั้งแต่ตลาดเพิ่งเปิดใหม่ๆ 

เมื่อมาเยี่ยมเยือนแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องลิ้มลองผักพื้นบ้านภาคเหนือ เช่น ผักหวานป่า ผักเชียงดา นำมาปรุงเป็นแกงแครสชาติกลมกล่อมมากประโยชน์ ช่วงหน้าหนาวนี้ก็จะมีผักกะหล่ำ บรอกโคลี ที่น่าจับจอง และยังมีข้าวดอยจากพื้นที่สูง เต้าเจี้ยวและซีอิ๊วขาวขึ้นชื่อ บอกเลยห้ามพลาดนะเจ้า

กาดข่วงเกษตรอินทรีย์ เชียงใหม่

ทั้งหมดนี้คือ 5 ตลาดที่เราคัดสรรมาให้เป็นแหล่งพักพิงใจเรื่องอาหารปลอดภัย ยังมีตลาดขายสินค้าออร์แกนิกอื่นๆ ในประเทศ ที่คุณสามารถเลือกแวะเวียนไปจับจ่ายใช้สอย ดูแลชีวิตคนที่รักและโลกใบนี้ ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรที่มีความตั้งใจดี และขอให้สุขภาพแข็งแรง

Writer

Avatar

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load