FLYNOW เริ่มต้นโดยชายหนุ่มชื่อ ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา 

ในเวลานั้น เขาเป็นดีไซเนอร์ให้ห้องเสื้อแห่งหนึ่ง เสื้อผ้าที่เขาออกแบบไม่ประสบความสำเร็จจนขาดทุนหลักล้าน หลังจากช่วยกอบกู้เงินทุนนายจ้างกลับมาด้วยการดีไซน์เสื้อผ้าที่แปลกใหม่กว่าในท้องตลาด เขาก็ตัดสินใจก่อตั้งแบรนด์ตัวเองขึ้นมา

แบรนด์ของลิ้มอยู่คู่วงการแฟชั่นไทยมาเกือบ 4 ทศวรรษ สร้างชื่อในเวทีระดับโลก เจอผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านของเจเนอเรชัน

เสื้อผ้าที่เคยเป็นที่รู้จักถึงขั้นทุกครั้งที่เขาไปสยาม จะเห็นคนใส่เสื้อผ้าของตัวเอง ก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมน้อยลงในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น พนักงานทุกคนทั้งดีไซเนอร์และช่างเย็บในตึกแถว 2 คูหานี้ก็ยังตั้งใจทำผลงานที่ดีออกมา

เขาตั้งใจจะรีแบรนด์ FLYNOW ที่ตัวเองยอมรับว่าตายไปแล้ว เมื่อ 3 ปีก่อน 

วิกฤตโรคระบาดทำให้แผนการเลื่อนออกมาจนถึงวันนี้

3 ปีที่ผ่านมา ลิ้มไม่เคยหยุดงาน แม้ว่าบริษัทจะปิด เขาว่ามันเป็นช่องว่างของคนบ้างานที่ได้หยุดคิดเสียบ้าง จนในที่สุดแผนที่อยากชุบชีวิตแบรนด์อันเป็นที่รักก็ดำเนินการต่อ โดยมีหมายหมุดเริ่มต้นเป็นโชว์ในงาน Bangkok International Fashion Week 2022

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

ทีมงานกว่า 20 ชีวิตทุ่มสรรสร้างคอลเลกชันที่มีชื่อว่า Reincarnation อย่างสุดแรงใจและความสามารถ 

แม้จะออกตัวก่อนว่าไม่ใช่นักธุรกิจที่เก่ง สิ่งที่เราเรียนรู้จากชายคนนี้คือความซื่อสัตย์ ความกล้า กล้าที่จะยอมรับว่าล้มเหลว การให้เกียรติคนอื่นโดยเฉพาะคนที่ทำงานกับเขา และหัวใจนักสู้ที่พร้อมจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอีกครั้ง เท่านี้ก็เพียงพอที่ทำให้เขาเป็นนักธุรกิจที่ดีแล้ว

เมื่อถามว่านี่คือการกลับมาของ FLYNOW อย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหม เขาได้แต่ยิ้ม 

“ถ้าจะบอกว่ากลับมาได้แน่ ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ขี้เกียจมาแก้ข่าวอีก” ลิ้มตอบทีเล่นทีจริง “แต่ขอลองสักตั้ง และยินดียอมรับถ้าสุดท้ายกลับมาไม่ได้จริง ๆ เราจะโทรหา The Cloud เพื่อบอกว่า มันกลับมาไม่ได้”

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

01

ในฐานะคนคนหนึ่ง ลิ้มเติบโตจากชายหนุ่มที่ใช้แต่ละวันอย่างเต็มที่ สนุกสุดเหวี่ยง มามองว่าการมีชีวิตคือการแวะมาเที่ยวที่สักวันก็ต้องกลับไป

ในฐานะเจ้าของแบรนด์ที่เคยขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดและต่ำสุดตามคำนิยามของเขาเอง ผ่านมาเกือบ 40 ปี เขาทำงานท่ามกลางทีมงานที่เก่งกาจ เมื่อถามว่าเก่งแค่ไหน เขาตอบว่า “เก่งกว่าผม” 

การกลับมาของ FLYNOW ในวันนี้จึงครบเครื่อง ทั้งมุมมองชีวิต ประสบการณ์ และกองกำลังเพียบพร้อมทั้งอาวุธและมันสมอง

“ผมพยายามพัฒนาทีมตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม จริง ๆ หยุดออกแบบมาได้ 30 กว่าปีแล้ว เพราะลูกน้องเก่ง อย่าง ปู-ชำนัญ ภักดีสุข ดีไซเนอร์ที่อยู่กับเราตั้งแต่ต้น วันนี้เจ๋งกว่าเราเยอะ เราต้องเรียกอาจารย์ปู การกลับมาทำโชว์ให้ Bangkok International Fashion Week 2022 ก็เพราะเขาชวน”

เขาว่า Life Cycle ของแบรนด์หนึ่งจะมาเป็นระลอก ระลอกละ 10 – 15 ปี ขึ้นจุดสูงสุดสลับลงจุดต่ำสุด นั่นแปลว่าแบรนด์ของเขาได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างน้อย ๆ ก็ 3 ครั้ง

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

02

ย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2526 นั่นคือปีแรกที่ FLYNOW ของชายคนนี้ถือกำเนิดขึ้น ช่วง 10 ปีแรกนั้นคนไม่ค่อยทำเสื้อผ้าแฟชั่น ส่วนมากเป็นเสื้อยืดเสียหมด เสื้อยืดเรียบ ๆ เสื้อยืดพิมพ์ลาย ถ้าไม่ใช่เสื้อยืดก็เป็นเสื้อเชิ้ตสำหรับใส่ไปทำงาน เน้นเสื้อผ้าสำเร็จรูป เสื้อคลุมหรือเสื้อดีไซน์แบบที่เราใส่กันทุกวันนี้มีน้อยมาก ถ้าใครอยากได้ต้องไปสั่งตัดที่ร้าน

“ลองกลับไปถามรุ่นแม่ ผู้หญิงอยากได้เสื้อเก๋ ๆ ก็ไปร้านตัด เสื้อแบบนั้นในรูปอุตสาหกรรมยังไม่มี ทีนี้จะทำเสื้อยืดยังไงให้สู้กับตลาดได้ หนึ่งคือสู้กันที่ลายพิมพ์ สองคือการเลือกเนื้อผ้า เราเลยประยุกต์เอาดีไซน์ไปใส่ตั้งแต่วันแรก”

ขาว ดำ ทอง คือสีหลักของแบรนด์นี้

“ยุคนั้นแม่ผมถึงกับเอ่ยปาก ‘ลื้อทำเสื้อสีแบบนี้ อั้วยังไม่ใส่เลยนะ อั้วถือ แล้วจะมีลูกค้าเหรอ’ ผมเลยบอกว่า เอาหน่า แบรนด์เราเล็ก ๆ ยังไงก็ต้องมีคนชอบเหมือนเรา 

“เจอกันที่ไหน กูก็ใส่สีดำตลอด” เขาหัวเราะ

จุดเปลี่ยนครั้งถัดมาเหนือคาดยิ่งกว่าเก่า

FLYNOW ในขวบปีที่ 10 ดังระเบิด จัดงานกี่ทีคนเต็มทุกที่นั่ง ครั้งหนึ่งเคยจัดแฟชั่นโชว์ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีนางแบบเดินโชว์เป็นร้อย พร้อมคนดูอีก 7,000 คน

ไม่มีคนดังคนไหนไม่ได้รับเชิญไปงานนั้น 

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นสะพานเชื่อมไปยังจุดเปลี่ยนครั้งต่อมา แบรนด์ FLYNOW โกอินเตอร์ไปงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงลอนดอนอยู่ประมาณ 7 ปี

“เป็นยุคเดียวกับ Alexander McQueen เรายกทีมไปทำงานที่นั่น ตอนนั้นอายุ 30 ปลาย ๆ บ้าพลังสุด ๆ ไม่ต้องนอนก็ได้ ไม่ต้องกินก็ได้ ขอแค่ให้ได้ทำ”

เขาเปรียบความสำเร็จกับการวิ่งโอลิมปิก

“เชื่อเถอะ เวลาคุณชนะ ใครก็สู้คุณไม่ได้ ไม่เหมือนวิ่งในโอลิมปิกที่ห่างกันแค่เสี้ยววิ 

“ในโลกธุรกิจไม่มีเบอร์ 1 เบอร์ 2 หรอก เพราะถ้าคุณชนะ คุณจะชนะขาด แต่สำคัญคือคุณจะครองแชมป์ได้นานแค่ไหน และการที่คุณจะชนะคนอื่นได้ แปลว่าคุณต้องทำงานหนักกว่าคู่แข่ง ไอเดียต้องเจ๋งกว่า มีทีมที่เก่งกว่า มีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่า มีหัวใจที่ดีกว่า”

ชื่อเสียงของแบรนด์ดังขึ้นเรื่อย ๆ แบบหยุดไม่อยู่ จนกระทั่ง พ.ศ. 2540 จุดเปลี่ยนครั้งที่ 3

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

03

วิกฤตเศรษฐกิจทำให้สต็อกเสื้อผ้าจำนวนมากที่เตรียมพร้อมออกขายนอนแน่นิ่งอยู่ในโกดังแบบไม่เห็นอนาคต ลิ้มในวัย 38 กลายเป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินหลายแห่ง

“มันมีทางออกไม่กี่ทาง ไม่เห็นแม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังจะตกเหว”

เขาบอกว่าตัวเองรอดมาได้ด้วยความขยันและความอดทน ที่สำคัญ ต้องยอมรับความจริงก่อนว่ากำลังลำบาก

“ตอนนั้นผมบอกเจ้าหนี้เลยว่า ผมหนี้เยอะ เฮียไม่ต้องมาหาให้เสียเวลา เดี๋ยวผมไปให้ด่าถึงที่บ้านเอง ถ้าเฮียใจดีก็เลี้ยงข้าวผมหน่อย ตอนแรกเขาก็ไม่เลี้ยง ไปบ่อย ๆ เริ่มเลี้ยงแล้ว” ลิ้มเล่าพลางหัวเราะ “หนี้น้อยให้ด่าครึ่งชั่วโมง หนี้ปานกลางให้ชั่วโมงหนึ่ง ถ้าหนี้เยอะมากก็ Unlimit ไปเลย อยากด่าเมื่อไหร่ เรียกไปด่าได้เลย”

ชายผู้ที่ยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่นักธุรกิจเก่ง ได้รู้จักคนในโลกธุรกิจมากขึ้นจากวิกฤตนั้น

เขาบอกว่าเจ้าหนี้มี 3 แบบ

แบบแรกคือคนที่จะเอาทุกอย่างให้ได้เยอะที่สุด โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะลำบากแค่ไหน

แบบที่สองคือคนอะลุ่มอล่วย ผ่อนปรน ยอมให้จ่ายเมื่อมีจะจ่าย

ซึ่ง 2 เปอร์เซ็นต์ในแบบหลังนอกจากจะไม่เร่งรัดให้จ่ายเงินแล้ว ยังช่วยหาเงินเพื่อกอบกู้ธุรกิจเขาด้วย

“วิกฤตทำให้เราเจอคนแบบนั้น มหัศจรรย์มาก ๆ เขากู้เงินมาให้ผมสั่งหนังมาทำสินค้า แล้ววันที่ผมลุกได้ เขาก็หายไปเลย ผมติดค้างเขา คนแบบนี้แหละที่จะสอนใจเรา”

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

04

ยุครุ่งเรืองของ FLYNOW มีพนักงานประมาณ 500 คน ปัจจุบันเหลือ 150 ส่วนหน้าร้านที่เคยมีจนนับไม่ไหว ในวันนี้เหลือน้อยจนเขาไม่อยากพูดถึง

สิ่งที่ลิ้มเสียใจและเสียดายที่สุดไม่ใช่ความโด่งดัง แต่เป็นการปล่อยพนักงานคุณภาพที่สร้างมากับมือออกไป

“มันเศร้านะ เหมือนเราปกป้องดูแลชีวิตเขาได้ไม่ดี แต่เราต้องทำ มันเป็นความทุกข์แบบหนึ่ง แต่ก็ทำให้รู้ว่า เวลาเราประสบความสำเร็จมาก ๆ เราจะประมาท เหมือนกับที่ชอบพูดกันว่าในวิกฤตมีโอกาส นั่นเท่ากับว่าเวลาคุณมีโอกาสเยอะ ๆ ก็อาจจะมีวิกฤตกำลังรออยู่ข้างหน้า”

โชว์ครั้งล่าสุดของลิ้มคือเมื่อ 6 – 7 ปีก่อนที่ตลาดสดในจังหวัดราชบุรี สร้างความฮือฮา ความสดใหม่ ใครเล่าจะคิดว่าจะมีดีไซเนอร์ที่เลือกโลเคชันนี้แทนแคทวอล์กในฮอลล์ใหญ่

“พี่ชายผม (ปรีชา ส่งวัฒนา) บอกว่า FLYNOW นี่อายุเทียบเท่า พิศมัย วิไลศักดิ์ ได้เลยนะ ผมบอกไม่ใช่ มันตายไปแล้วต่างหาก คุณต้องรับความจริงก่อนว่าแบรนด์มันตายไปแล้ว 

“เราหวังจะขายคนเจนวาย แต่ไม่มีคนเจนวายรู้จัก เจนเอ็กซ์ตอนปลายก็ไม่รู้ ต้องเจนเอ็กซ์ตอนต้น แล้วคุณจะขายใคร ถ้ายอมรับความจริงได้ จะไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”

เดิมทีเขาตั้งใจจะรีแบรนด์ก่อนโควิด หลังอึมครึมอยู่ในวิกฤตโรคระบาดมา 3 ปี 

“สุดท้ายไม่ต้องรีแบรนด์แล้ว ปล่อยให้ตายแล้วมาเกิดใหม่เลยดีกว่า” เขาว่า “เกิดใหม่ง่ายกว่าเพราะไม่ต้องอาลัยอาวรณ์มาก ถ้าคุณยังอาลัยอยู่ แปลว่ายังมีตัวตนอยู่ เมื่อไม่มีตัวตนคุณจะกล้ามากกว่าเดิม เพราะไม่มีอะไรต้องกลัว เผลอ ๆ ทำโชว์เสร็จ ผมอาจจะไม่ขายก็ได้นะ”

เขาว่าดีไซเนอร์ที่ดีต้องเปิดใจ และต้องแปลงร่างได้หลายร่าง ต้องรู้จักทำลายกฎเกณฑ์ ขณะเดียวกันก็ต้องกล้าที่จะทำลายตัวเองได้ด้วย

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

05

Reincarnation คือชื่อที่สื่อถึงเรื่องราวในคอลเลกชันนี้ได้ดีที่สุด 

สีที่ใช้ยังเป็นขาว ดำ ทอง เหมือนกับวันแรก

ชุดบางชุดใช้เวลาตัดเย็บอย่างประณีตถึง 30 วัน

การกลับมาของ FLYNOW แบรนด์ที่แม้แต่เจ้าของก็ยอมรับว่าตายไปแล้ว

FLYNOW ในขวบปีนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่เด็กลง ลิ้มจึงชวนหลานสาวมามาร่วมทีม

“ทุกวันนี้ผมต้องถามหลานว่าเทรนด์อะไรกำลังมา เราต้องเรียนรู้ ทีมงานวัย 15 มีความคิดแบบหนึ่ง 30 ก็แบบหนึ่ง 40 ก็อีกแบบหนึ่ง เราไม่ได้ออกคำสั่งคนเดียว แต่เป็นการทำงานแบบทีมเวิร์กที่ต้องแสดงความเห็นร่วมกัน ทุกครั้งที่จะเลือกทางไหน เราจะถามความเห็นทีม ถ้าบอกว่าดีก็จะไป ยกเว้นทุกคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่ถนัด ยังไงคุณลิ้มต้องทำ

“เช่น เขาทำโชว์กันไม่เก่ง ผมทำมาทั้งชีวิต ผมรู้ว่าจะทำโชว์ให้ดีได้ยังไง หรืออย่างเรื่องเพลง เขาไม่สันทัด ผมก็นั่งฟังเพลงวันละ 3 ชั่วโมงเพื่อหาเพลงที่ใช่ ออกแบบท่าเดินให้ด้วย”

ทุกชุดบนแคทวอล์กจึงไม่ใช่แค่ตัวตนของลิ้ม แต่เป็นส่วนผสมระหว่างเขาในวัย 63 ดีไซเนอร์คู่ใจ ช่างเย็บที่อยู่กันมาเกิน 3 ทศวรรษ ไปจนถึงหลานสาวอายุ 15 ปี

“ช่างที่ทำคอลเลกชันนี้คือคนที่อยู่ด้วยกันมาโดยเฉลี่ยน่าจะ 30 ปี พนักงานที่อายุมากที่สุดของเราคือ 73 สมองของดีไซเนอร์ใช้มาก ๆ แล้วก็หมด แต่ช่างแพตเทิร์นกับช่างเย็บนี่ยิ่งแก่ยิ่งเก๋า เป็นผู้ชำนาญการ เราอยู่กันยาว จ้างกันจนตาย ไม่ผมตาย เขาก็ตาย ถ้าผมตายก่อนจะเขียนพินัยกรรมให้เขาอยู่กับแบรนด์ไปตลอดชั่วอายุขัย”

การกลับมาครั้งนี้ ลิ้มมองเห็นความเป็นไปได้ 2 ข้อ

ข้อแรก ถ้าดีไซน์ของเขาจะต่อยอดไปเป็นธุรกิจได้ ก็เป็นเรื่องน่ายินดี

ข้อสอง เขาอยากให้คอลเลกชันนี้เป็นความภาคภูมิใจในชีวิตของทีมงาน โดยตั้งใจว่าจะให้ช่างเย็บถ่ายรูปคู่กับชุดของตัวเอง

ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา การชุบชีวิต FLYNOW แบรนด์เสื้อผ้าไทยของ ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา กับแฟชั่นโชว์ในรอบหลายปีที่งาน BIFW22

06

แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะ – เราถาม

“ผมไม่ได้หวังว่าครั้งนี้มันจะสำเร็จ เพราะต้องยอมรับว่าเด็กสมัยนี้ก็เก่ง แบรนด์สมัยนี้ก็เจ๋ง มันอาจจะเวิร์ก หรือมันอาจจะตายอีกรอบ หรือสุดท้ายเราอาจจะต้องเปลี่ยนมือจริง ๆ ก็ได้ แต่เมื่อตัดสินใจลองแล้วก็ต้องลองสุดหัวใจ

“จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปยินดียินร้ายมากนัก จริง ๆ ถ้าคิดว่ามันจะไม่สำเร็จไปเรื่อย ๆ อาจจะดีกว่าก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องเหลิง ไม่ต้องประมาท ไม่ต้องรอว่าวิกฤตจะมาเมื่อไหร่ คุณก็ทำของคุณไป

“แต่ถามว่ากดดันไหม กดดัน แต่เรามองแรงกดดันเป็นความสวยงาม ถ้าทำอะไรไม่มีแรงกดดันแต่แรก กูว่าแพ้แน่ ๆ ถ้าไม่แพ้ก็กำลังจะแพ้ แรงกดดันขับเคลื่อนให้มนุษย์ยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ แต่กดก็เอาแต่พองามนะ ถ้าอันไหนที่ต้องตะเกียกตะกาย ต้องทรมาน ก็เปลี่ยนมันหน่อย

“ถ้าคำสั่งของเรามันตึงไปแล้ว เราจะบอกลูกน้องให้ผ่อน ผ่อนลงมา ถ้าเล่นท่ายากตอนไม่พร้อม เราอาจจะเหลือศูนย์ได้เลย เพราะฉะนั้น เล่นท่าที่ง่ายหน่อย ไม่เหมือนตอนหนุ่ม ๆ ที่บ้าดีเดือด ไม่มีอะไรที่คิดแล้วทำไม่ได้ ถ้าคนอื่นเล่น 10 FLYNOW ต้อง 100 เงินไม่อั้น โชว์ต้องดีสุด ๆ เสื้อไม่ต้องสนใจว่าจะขายได้ไม่ได้ ใครบอกว่าเป็นเสื้อในมิวเซียมก็จะถือเป็นข้อดี เชื่อไหมว่าตอนนี้เสื้อในสต็อกมีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท”

นอกจากคอลเลกชันแห่งการกลับมา เขาคิดไปถึงช่องทางการขายที่ต่อไปอาจจะไม่ต้องอยู่ในห้างสรรพสินค้า ไม่ต้องเป็นร้าน Stand Alone ในวันที่โลกเชื่อมกันหมดแล้ว ในอนาคตเราอาจจะเจอ FLYNOW อยู่ในช่องทางใหม่ ๆ ที่นึกไม่ถึง

ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา การชุบชีวิต FLYNOW แบรนด์เสื้อผ้าไทยของ ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา กับแฟชั่นโชว์ในรอบหลายปีที่งาน BIFW22

07

ครึ่งหนึ่งของลิ้มคือความละเอียดจากพ่อ อีกครึ่งคือความเมตตาจากแม่ หลอมหลวมเป็นตัวเขาที่ยังยึดมั่นกับแบรนด์นี้อย่างไม่ยอมแพ้

จะใช้คำว่า ยึดมั่น ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเขายอมรับความผิดพลาด น้อมรับความล้มเหลว และพร้อมจะลุกขึ้นใหม่โดยทิ้งอัตตาและความสำเร็จเดิมไว้ข้างหลัง

การทำธุรกิจของเขาแม้จะไม่ถูกต้องทุกข้อตามที่เขียนไว้ในตำรา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ หัวใจและความเห็นอกเห็นใจ ที่ใช้เวลาหลายสิบปีในการก่อร่างสร้างตัวขึ้น 

นับจากวันที่ The Cloud ไปเยี่ยมเขาถึงออฟฟิศ ได้ขึ้นไปหาป้า ๆ น้า ๆ ช่างเย็บที่กำลังง่วนกับการเตรียมคอลเลกชันใหม่ ได้เห็นลิ้มคัดเลือกสุ่มสำหรับเสื้อผ้าชุดหนึ่ง เห็นมู้ดบอร์ด เห็นภาพสเก็ตช์ เห็นทีมงานกว่า 20 คนบรรจงสร้างสรรค์ผลงานอย่างสุดหัวใจ

ในคืนวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ความตั้งใจที่ทำกันมาหลายเดือนได้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน ท่ามกลางเสียงปรบมือและกำลังใจที่ผู้คนในวงการมีให้กับเขาและทีม FLYNOW ทุกชีวิต

คอลเลกชันนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘การกลับมา’ แต่เป็นความน่ายินดีและการเอาใจช่วย

หลังโชว์จบลง ลิ้มก็เดินออกมา ตามด้วยดีไซเนอร์คู่ใจ และป้า ๆ น้า ๆ ทีมงานช่างเย็บของเขาที่เราขึ้นไปเยี่ยมเยียนในวันนั้น

ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา การชุบชีวิต FLYNOW แบรนด์เสื้อผ้าไทยของ ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา กับแฟชั่นโชว์ในรอบหลายปีที่งาน BIFW22

Lessons Learned

  • ซื่อสัตย์กับตัวเอง ซื่อสัตย์กับผู้อื่น
  • กล้าที่จะล้มเหลว น้อมรับความผิดพลาด เพื่อที่จะได้เห็นปัญหาแล้วแก้ไขได้ตรงจุด
  • ไม่หลงระเริงกับความสำเร็จ จนลืมเตรียมรับมือกับวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้น
  • ให้เกียรติคนทำงานเสมอ

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

10 วินาทีคือเวลากลั้นหายใจเพื่อดำลงไปในน้ำให้นานที่สุด และนี่คือเรื่องเดียวที่ผู้เขียนมีความทรงจำกับสระว่ายน้ำ จริงๆ จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำถ้าไม่บังเอิญเจอชุดผ้ายืดชิ้นเล็กสีสวยในร้านค้าแห่งหนึ่ง

นานมาแล้ว เราอยากมีโอกาสคุยกับแบรนด์ Aprilpoolday ถึงความกุ๊กกิ๊กที่แหวกขนบธรรมเนียมแบบทรงชุดว่ายน้ำเดิมๆ เพราะทันทีที่เห็นเราก็บ่นเสียดายกับตัวเองว่า ถ้าเมื่อก่อนสนุกกับการแต่งตัวไปสระว่ายน้ำแบบสมัยนี้ได้ เรากับสระว่ายน้ำคงไม่เลิกราต่อกัน

จนถึงวันนี้ เข้าสู่เดือนเมษายนและหน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เราจึงไม่พูดถึง Aprilpoolday ไม่ได้ 

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

ก่อนจะทำคุณผู้อ่านงุนงงราวว่ายวนในสระคำขยายสรรพคุณของผู้เขียนไปมากกว่านี้ เราสารภาพก็ได้ว่าสนใจแนวคิดของการทำแบรนด์ชุดว่ายน้ำแบรนด์นี้แค่ไหน

ภายใต้เส้นทางตามสูตรของการแปลงเปลี่ยนความชอบเป็นตัวเงินผ่านการทำร้านค้าบนโลกออนไลน์ Aprilpoolday ไปไกลกว่านั้น ทุกกระบวนการ ทุกรายละเอียดในงานออกแบบ การทำการตลาดเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจ และการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส กำลังพา Aprilpoolday ว่ายข้ามจากสระน้ำเล็กๆ หลังบ้านข้ามมหาสมุทรไปไกลกว่านั้น ยิ่งได้ฟังเรื่องราวจาก ‘มิญช์’ – ลีลานันทน์ รณเกียรติ และ ‘อิสซี่’ – พลช ลิลิตธรรม เราก็ยิ่งเอาใจช่วย โดยไม่ลืมที่จะใส่หมวกว่ายน้ำติดดอกไม้สีแดงนั่งเชียร์ผ่านบทสนทนานี้

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Isn’t She Lovely

ผู้หญิงแบบ Aprilpoolday คือผู้หญิงที่สนุกสนาน เรียบร้อยแต่ก็แอบมีจริตจะก้านเล็กๆ” ระหว่างที่มือกำลังประวิงกับบทความนี้ ผู้เขียนก็แอบพยักหน้าตามด้วยเบาๆ ว่า ‘ใช่แล้ว นี่แหละสไตล์ที่ตามหา’

“จะเห็นว่าชุดของ Aprilpoolday เราไม่ได้ปกปิดมิดชิด มันจะมีเลเยอร์นิดนึงว่าเหมือนจะเรียบร้อยแต่ก็ไม่ใช่คนเรียบร้อย แล้วก็เป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบศิลปะ แล้วก็ชอบวัฒนธรรรม เราก็เลยมองว่าชุดว่ายน้ำของเราไม่ใช่แค่ชุดว่ายน้ำที่เราต้องใส่ไปสระว่ายน้ำ แต่ต้องเป็นชุดว่ายน้ำที่เราสามารถเอาไป adapt ใส่ไปไหนก็ได้ ใส่ไปเที่ยวได้ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อไปก็จะแต่งในสไตล์ที่เป็นแบบของตัวเอง”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

และหากคุณเป็นอีกคนที่ชอบเซ็ตภาพถ่ายของ Aprilpoolday ไม่ว่าจะเป็น lookbook หรือภาพใน Instragram แล้วสงสัยเหมือนกันกับเราว่า ไอเดีย คอนเซปต์ และสีสัน ที่ออกมานั้นมีแรงบันดาลใจหรือแนวคิดมาจากไหน เธอก็ตอบกับเราว่า “จริงๆ เริ่มต้นง่ายๆ จากความคิดว่า purpose ของการถ่ายแต่ละครั้งคืออะไร เราอยากพูดอะไร บางทีก็เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจรอบตัว อย่างปีที่แล้วไปเที่ยวแอฟริกา ก่อนไปเราศึกษาเรื่องวัฒนธรรมเขาเยอะมากๆ แล้วมันน่าสนใจจริงๆ เราก็เอาเรื่องราวตรงนั้นกลับมาถ่ายทอดเป็นรูปภาพ และล่าสุดเราไปโปรตุเกส ที่นี่สร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายรูปของเรามาก ภาพถ่ายที่ออกมาเหมือนภาพวาดโบราณจริงๆ ส่วนที่บอกว่าเริ่มจากอยากพูดเรื่องอะไรนั้น ตัวอย่างเช่น อยากพูดเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว เราก็คุยไอเดียนี้กับช่างภาพและทำงานร่วมกัน โดยเราทำงาน collaborate กันกับช่างภาพหลายๆ คน และแต่ละคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ทุกคนมาพร้อมพลังและไอเดียแล้วมาพบกันตรงกลางระหว่าง Aprilpoolday กับช่างภาพ ซึ่งช่างภาพแต่ละประเทศก็จะมีมุมมอง มีความคิด ไม่เหมือนกัน น่าสนใจมากๆ”

อีกสิ่งที่หนึ่งที่เราชื่นชอบรองจากแบบทรงกุ๊กกิ๊กอันเป็นเอกลักษณ์และแนวคิดการสร้างสรรค์ชุดว่ายน้ำที่มากกว่าชุดใส่ว่ายน้ำ เราชอบสังคมการแบ่งปันสไตล์ที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มลูกค้าแฟนคลับ Aprilpoolday “เรารู้สึกขอบคุณลูกค้ามากๆ จะเห็นว่ารูปในอินสตาแกรมประมาณ 2,000 เกือบ 3,000 รูปที่แทบไม่เคยซ้ำนั้นมาจากลูกค้าที่ส่งเข้ามา และเขาถ่ายรูปกันสวยมากๆ มีไลฟ์สไตล์ที่ดีมากด้วย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว ลูกค้าชาวต่างชาติก็มี”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Another Day of Sun

ก่อนจะไปถึงเรื่องราวอื่นๆ ของชุดว่ายน้ำแบรนด์ไทยขวัญใจสาวๆ แบรนด์ เราอยากให้คุณได้ฟังแนวคิดและจุดเริ่มต้นที่มีโจทย์อันชัดเจน เพราะมีส่วนสำคัญทำให้ Aprilpoolday เป็นแบรนด์ที่มีสไตล์และทิศทางของการทำธุรกิจน่าจับตา

“ช่วง 4 ปีก่อนเริ่มต้น ตอนนั้นมันไม่ได้มีชุดว่ายน้ำเยอะแยะแบบทุกวันนี้ จะมีแค่ชุดว่ายน้ำแบรนด์ดีๆ ในห้างซึ่งเป็นชุดว่ายน้ำแนวสปอร์ตๆ ใส่ว่ายน้ำจริงจัง ไม่แฟชั่น มีราคาสูง แต่ว่าคุณภาพดีมาก นอกนั้นก็จะเป็นชุดว่ายน้ำเน้นความสวยงามที่ขายในออนไลน์ ซึ่งเหมาะกับการใส่ไปถ่ายรูปสวยๆ เดินเล่นริมชายหาดแต่ว่าไม่ได้เหมาะกับการว่ายน้ำ เราก็รู้สึกว่าช่วงว่างตรงกลางเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเราอยากทำ เรากับหุ้นส่วนเก่าก็เลยคิดกันเล่นๆ ว่า ชุดว่ายน้ำที่เราจะทำจะเป็นชุดว่ายน้ำที่ หนึ่งคือ ต้องใส่ว่ายน้ำได้จริง (practical) สองคือ ราคาไม่แพง (affordable) และสามคือ เป็นสไตล์ของเรา (individual)

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

“ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้มีความรู้ขนาดนั้นหรอกว่าชุดว่ายน้ำคืออะไร แต่ว่าเราก็ไปหาข้อมูลแล้วทำชุดว่ายน้ำขึ้นมาเยอะแบบมาก สุดท้ายก็เลือกแบบชุดว่ายน้ำที่เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดขึ้นมา” มิญช์เล่าที่มาของชุดว่ายน้ำรุ่น Volleyball และ Tennis ยอดฮิตตลอดกาลของแบรนด์

เธอบอกเราอีกว่า คนที่มีสะโพกจะใส่รุ่น Tennis สวย เพราะว่าชุดนั้นจะเป็นผ้าชิ้นเดียว แต่สำหรับคนที่ตัวเล็กๆ เราแนะนำรุ่น Volleyball ดีกว่า เพราะผ้าที่ต่อตรงเอวจะช่วยให้ดูมีเอวและสะโพก เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสของบทความ คุณผู้อ่านกรุณาอย่าจินตนาการตามว่าผู้เขียนเหมาะควรที่จะมีชุดว่ายน้ำรุ่นไหน

เช่นเดียวเหมือนกับหลายแบรนด์ที่เริ่มต้นด้วยความรักและความคิดชอบที่จะทำ การเริ่มต้นของ Aprilpoolday มิญช์และเพื่อนไม่ได้คิดว่าจะต้องมีการตั้งกำไรเท่าไหร่ พวกเธอแค่คิดว่ามาลองทำชุดว่ายน้ำกัน แล้วชุดว่ายน้ำแบบไหนที่จะตอบโจทย์

“เรื่องเงินทุนตั้งต้นเราแทบไม่ได้ลงทุนเลยด้วยซ้ำ เราทำเป็นโมเดลธุรกิจอย่างง่าย นั่นคือเราสร้างชุดขึ้นมาแล้วประกาศพรีออร์เดอร์ และใช้เงินพรีออร์เดอร์ในการสั่งทำชุด” คำตอบของมิญช์ทำให้เรานึกถึงการทำ crowdfunding อย่างง่ายและโชคดีเหลือเกินที่ลูกค้าผู้น่ารักเข้าใจและอดทนรอ จนเมื่อผ่านไป 2 ปี กระแสตอบรับที่ดีเกินคาดทำให้ Aprilpoolday ต้องปรับตัวและคิดระบบจัดการสต็อกสินค้าใหม่ ทั้งเรียนรู้จากประสบการณ์ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราธุรกิจ ลงมือแก้ไขกับปัญหาจริง และปรึกษามิตรสหายรอบตัวผู้มีประสบการณ์

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

Crush on Pool

และเป็นเพราะโลกออนไลน์ทำให้ Aprilpoolday ดังไกลถึงต่างประเทศ ตั้งแต่เน็ตไอดอลของเกาหลีไปจนถึงสาวๆ จากทั้งจีน ไต้ หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น เมื่อได้ยินแบบนี้เราก็อดสนใจเรื่องสไตลิ่งของหญิงสาวเหล่านี้ไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของหุ้นส่วนสำคัญของแบรนด์และสไตลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลัง Aprilpoolday อย่างอิสซี่ วิเคราะห์ตลาดสไตล์ของสาวๆ แต่ละชาติให้เราฟัง

“ถ้าเป็นเรื่องอัตราความเร็วของการตัดสินใจซื้อ ลูกค้าชาวต่างชาติจะตัดสินใจเร็วกว่าลูกค้าคนไทยมาก จะช้าหน่อยก็ตอนสื่อสารกัน (หัวเราะ) แต่ถ้าเป็นเรื่องคาแรกเตอร์ สาวเกาหลีจะชอบความมุ้งมิ้งๆ ตามเน็ตไอดอล สินค้าจะไม่หลากหลายเท่าไหร่ ถ้าเป็นไต้หวันและฮ่องกงจะชอบอะไรก็ตามที่สีๆ ส่วนลูกค้าคนไทยจะชอบสีที่เซฟๆ อย่างสีดำ”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

และเป็นธรรมดาของสินค้าที่ได้รับความนิยมที่ย่อมมีสินค้าหน้าตาเสมือนวางจำหน่ายสร้างความสับสน ซึ่งแม้จะฟังดูแล้วไม่ถูกต้องเท่าไหร่ที่สินค้าแบรนด์ดังจากเกาหลีเองก็ผลิตคอลเลกชันชุดว่ายน้ำหน้าตาคล้ายกันออกมา ก่อนจะเกิดกระแสชุดว่ายน้ำสไตล์นี้ในตลาดเกาหลีและจีน แต่ลึกๆ แล้ว แฟนคลับอย่างเราก็แอบดีใจที่วิกฤตนี้เป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่ทำให้ Aprilpoolday มีหน้าร้านให้เราได้ทดลองได้จับของจริงก่อนตัดสินใจ

“ข้อดีของการมีหน้าร้านก็คือลูกค้าจะได้ไปเห็นของจริง เครดิตของแบรนด์ก็ชัดเจนขึ้นว่าเราไม่ใช่ชุดของปลอมนะ แล้วเราก็เลือกเฉพาะร้านที่แข็งแรงมากๆ ทำให้ branding ของเราดีขึ้นด้วย” มิญช์เล่าถึงข้อดีของการเปลี่ยนจากขายออนไลน์เพียงอย่างเดียวมาสู่การวางจำหน่ายที่ Greyhound, Canvas และ The Selected ที่ Siam Center

นอกจากชุดว่ายน้ำแล้ว Aprilpoolday ยังมีกระโปรงที่เป็นสินค้ายอดฮิต และกระเป๋าแบบทรงต่างๆ โดยทุกๆ ผลิตภัณฑ์เกิดจากการคิดค้นและทดลองกว่า 6 – 7 เดือน เพราะเชื่อว่าของทุกอย่างที่ทำออกมาต้องไม่ใช่แค่สินค้าสวยงามแต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง “Aprilpoolday อาจจะเป็นที่รู้จักจากชุดว่ายน้ำ แต่เราไม่ได้ตั้งใจว่าเราจะเป็นร้านขายชุดว่ายน้ำ เราแค่เป็นร้านที่คิดว่าเราอยากจะแก้ปัญหาอะไร และสิ่งนั้นตอบโจทย์อะไร อย่างช่วงที่เปิดตัวกระเป๋าใหม่ยอดขายบนออนไลน์ไม่สู้ดีเท่าวางขายที่หน้าร้าน นี่ก็เป็นอีกข้อดีของการมีหน้าร้านให้ลูกค้าได้จับของจริง”

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ

เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับคนที่อยากจะเริ่มธุรกิจด้วยความรักบ้าง มิญช์ตอบโดยทันทีว่า

“ต้องวางแผนให้ดี เคยคิดนะว่าทำไมนักธุรกิจถึงอยู่เหนือดีไซเนอร์ เพราะสินค้าจะขายได้มันต้องเป็นสินค้าที่ดีไม่ใช่เหรอ แต่ความจริงแล้วในวัฏจักรของการทำธุรกิจและการบริหาร มีเรื่องการเงิน การวางแผน ความเสี่ยงการลงทุน พวกนี้มีความสำคัญมากไม่น้อยไปกว่าตัวสินค้าและบริการเอง ฉะนั้น เราต้องพัฒนาทั้งสองทักษะนี้ควบคู่กันไป ถ้าเราทำได้ไม่ดีเราก็ต้องหาคนมาช่วย หรือไม่เราก็ต้องศึกษา ต้องพยายามทำความเข้าใจ

วันแรกที่เราเริ่มต้น เราไม่มีความรู้ด้านนี้เลยทำให้ระบบข้างในมันยุ่งเหยิง แค่สมมติว่าเขาอยากจะสั่งพันชิ้น กำลังผลิตของเราไหวไหม เราจะจัดการระบบอย่างไร จะคุยกับโรงงานอย่างไร มันต้องเป็นหัวอีกฝั่งหนึ่ง นอกจากนี้ ทุกวันนี้ยังต้องรู้เรื่องกฎหมายด้วย (หัวเราะ)”

ก่อนที่คนทั้งคู่จะเล่าบรรยายไปถึงเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ และเรื่องภาษีต่างๆ เรารีบถามถึงก้าวต่อๆ ไปของ Aprilpoolday “ระหว่างทางเราก็ไปร่วมกับแบรนด์อื่นทำคอลเลกชันใหม่ มันดีตรงที่สิ่งที่เราไม่ถนัดเราไม่ต้องทำเอง ให้คนอื่นทำก็ได้ ช่วยๆ กันทำ ดีกว่าทำเองทุกอย่างนะ”

คุยกันมาถึงตรงนี้ เราก็ได้แต่ลุ้นและส่งกำลังใจให้กับก้าวต่อไปของ Aprilpoolday เพราะคงจะต้องสนุกสนานมากขึ้นแน่นอน และที่ตัดบทจบสั้นๆ นี้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก สายตาผู้เขียนกำลังจับจ้องหมวกว่ายน้ำที่เข้าชุดกับกางเกงท่อนล่างอยู่พอดี ถ้าคุณผู้อ่านไม่รังเกียจ ผู้เขียนขอตัวลาไปก่อน เพราะยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกซื้อสีและรุ่นไหนเป็นของขวัญเปิดคอลัมน์แก่ตัวเองดี

Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
Aprilpoolday, ชุดว่ายน้ำ
ภาพ: Aprilpoolday

The Rules

  1. มีความรับผิดชอบ “มันมีสิ่งที่ร้ายแรงกว่าการถูกเจ้านายตำหนิไม่รู้กี่สิบร้อยพันเท่าหากเราไม่ใส่ใจทำงานมากพอจนเกิดข้อผิดพลาด”
  2. ต้องเป็นคนละเอียดกับทุกเรื่องและไม่เกี่ยงงาน “ทุกอย่างที่ทำต้องใส่ใจกับมันอย่างละเอียด อย่างหน้าซองใส่ชุดเราก็ใส่ใจกับมันมากนะ สก็อตเทปที่แปะต้องใหญ่แค่ไหน เวลาใส่ชุดลงไปในซองชุดต้องหันออก พอลูกค้าเปิดออกมาจะเห็นชุดทันทีไม่ต้องกลับด้าน”
  3. มีธรรมะเยอะๆ “ในโลกธุรกิจมันโหดร้าย เราต้องทำให้จิตใจเราพร้อมที่จะแบกรับปัญหาได้ ปัญหามันเกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกจุด”

 

APRILPOOLDAY

Website: aprilpoolday.com/
Facebook: aprilpoolday
Instagram: aprilpoolday

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load