‘ร่มเก๋ เท่นำสมัย’ คือสโลแกนของ ‘ฟลามิงโก้’ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์ผลิตร่มทุกรูปแบบมากว่า 40 ปี จากร้านรองเท้าแตะที่นำเข้าร่มมาขาย ก่อนไปเรียนรู้วิธีการซ่อมร่มจริงจังจากไต้หวัน แล้วกลับมาเปิดโรงงานผลิตร่มที่ใส่ใจจนใครๆ ก็รัก

ไม่เพียงร่มพกพา ร่มฟลามิงโก้ยังผลิตร่มสนาม และสรรพสิ่งที่บังแดด บังลม และบังฝนได้ ถือเป็นแบรนด์ร่มเจ้าใหญ่และอยู่มานานถึง 3 รุ่น

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ ทั้งกรมอุตุฯ และคนที่ห่วงใยจึงเอ่ยเตือนเราเสมอว่า อย่าลืมพกร่ม

เช่นกันกับวันที่ The Cloud ต่อสายนัดหมายทายาทรุ่นที่ 3 ของกิจการร่ม ที่ไม่เพียงเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ผลิตร่มทุกชนิดขายดีในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ในประเทศญี่ปุ่นให้ผลิตร่มตลอด 10 ปี

กัณฑ์อเนก และ นนทวรรษ ตวงทวีทรัพย์ สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ร่มฟลามิงโก้

กัณฑ์อเนก และ นนทวรรษ ตวงทวีทรัพย์ สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ร่มฟลามิงโก้ กางแขนและถือร่มรออยู่แล้ว ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่โรงงานผลิตร่มย่านพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพูดคุยเรื่องราวการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวนี้โดยพร้อมเพรียง

“ชื่อแบรนด์ว่าร่มฟลามิงโก้ แต่จริงๆ เป็นรูปนกกระยางนะ” นนทวรรษรีบเล่า เมื่อเราถามถึงที่มาของนกถือร่ม 

แค่เริ่มต้นก็สนุกแล้ว

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

ธุรกิจ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดลีลาพงศ์

ปีก่อตั้ง : 2521

อายุ : 42

ประเภท : ผลิตและจัดจำหน่ายร่มทุกชนิด

ผู้ก่อตั้ง : เจริญ และสุภา ลีลาพงศ์

ทายาทรุ่นสอง : สมชาย, อัญชลี ตวงทวีทรัพย์ และ พิพัฒน์ ลีลาพงศ์

ทายาทรุ่นสาม : กัณฑ์อเนก และ นนทวรรษ ตวงทวีทรัพย์

จากร้านรองเท้าแตะ และโรงงานทอผ้า สู่แผนกซ่อมและประกอบโครงสร้างร่ม

เดิมครอบครัวลีลาพงศ์ ซึ่งประกอบด้วยอากงเจริญ และอาม่าสุภา สองสามีภรรยาที่เดินทางจากซัวเถามาตั้งรกรากในประเทศไทย เริ่มต้นทำธุรกิจขายรองเท้าแตะ และรับตัดเย็บเสื้อผ้า กางเกงกีฬา เมื่อเริ่มมีเงินทุน เพื่อนก็ชักชวนอากงเจริญเข้าสู่วงการผ้าในยุคที่อุตสาหกรรมสิ่งทอกำลังรุ่งเรือง โดยเปิดโรงงานทอผ้าแห่งแรกที่พระสมุทรเจดีย์ รับผลิตผ้าทอและผ้าตัดเสื้อเชิ้ต

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

ต่อมาอากงเจริญได้รู้จักนักธุรกิจชาวไต้หวัน ผู้นำเข้าร่มมาขายในไทย จึงเริ่มทำธุรกิจรับซื้อร่มจากไต้หวันมาขายที่ไทย

ขณะที่ธุรกิจกำลังไปได้ดี อากงเจริญก็เจอปัญหาร่มเสียหายจำนวนมาก โดยที่ไม่มีใครในบริษัทซ่อมร่มเป็นเลย จึงให้คุณพ่อสมชายไปเรียนซ่อมร่มด้วยกันที่ไต้หวัน ระหว่างเรียนรู้ก็ได้เห็นกระบวนการทำร่มทุกขั้นตอน จึงเห็นโอกาสการเป็นผู้ผลิตซึ่งได้เปรียบเรื่องแรงงาน จึงกลับมาขยับขยายส่วนงานที่เคยทอผ้าก็เปลี่ยนมาซ่อมและผลิตร่ม ใน พ.ศ. 2521 โดยช่วงแรกนำเข้าโครงเหล็กจากไต้หวันเพื่อประกอบ ซึ่งทำให้กิจการมียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะก่อตั้งโรงงานผลิตร่มแห่งที่ 2 ใน พ.ศ. 2530 โดยผลิตโครงร่มด้วยตัวเอง และเริ่มทอผ้าร่มเองในเวลาต่อมา ร่วมทั้งขยายสายการผลิตไปที่ปราจีนบุรีอีกหนึ่งแห่งใน พ.ศ. 2543 

จนถึงวันนี้ ร่มฟลามิงโก้ก็มีอายุจริงร่วม 40 ปีแล้ว

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย
ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

กางร่ม

เดิมอากงเริ่มต้นธุรกิจร่มของครอบครัว ด้วยการซื้อมาขายไป เน้นขายส่งจำนวนมากๆ ในตลาดพาหุรัด 

ธุรกิจร่มในมือของคุณพ่อสมชาย ผู้ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 เขาเริ่มคิดชื่อ ทำแบรนด์สินค้าส่งขายต่างจังหวัด ก่อนขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา เมียนมา ลาว และมาเลเซีย ทั้งยังเคยผลิตร่มส่งไปขายที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของญี่ปุ่นจำนวนมหาศาลเป็นตู้คอนเทนเนอร์ จนทำให้แบรนด์ร่มฟลามิงโก้กลายเป็นร่มเนื้อหอมที่สุดในตลาดเอเชียอาคเนย์ ณ ตอนนั้น 

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจรุ่งเรืองมาก ไม่เพียงเป็นผู้ผลิตเจ้าแรกๆ ในตลาด ร่มฟลามิงโก้ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากจนคุณพ่อสมชายลงทุนสร้างโรงงานผลิตร่มที่ประเทศจีน แต่ระหว่างที่ธุรกิจกำลังเติบโตไปด้วยดีนั้น คุณพ่อสมชายก็เกิดล้มป่วยกะทันหัน คุณแม่อัญชลีจึงเข้ามารับช่วงต่อบริหารจัดการบริษัท

“เดิมคุณพ่อเป็นคนบริหารจัดการทุกอย่างในโรงงานโดยลำพัง ดูแลทั้งธุรกิจโรงงานทอผ้า โรงงานผลิตร่ม และโรงงานย้อมเส้นด้าย คุณแม่ซึ่งที่ผ่านมามีหน้าที่ดูแลบัญชี ไม่ได้รู้เรื่องการผลิตเท่าคุณพ่อ จึงแบ่งงานส่วนทอผ้าให้คุณลุงพิพัฒน์เป็นผู้ดูแล และตัดสินใจขายโรงงานร่มที่จีน เพื่อให้เวลากับโรงงานผลิตร่มที่เหลืออยู่” กัณฑ์อเนกเล่า

ร่มเงา

หลังเรียนจบด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ กัณฑ์อเนกก็เข้ารับไม้ผลัดจากคุณแม่อัญชลีทันที โดยเริ่มจากงานฝ่ายขาย ซึ่งเขาก็เจอภารกิจยากๆ ตั้งแต่วันแรก นั่นคือการเจรจาต่อรองค่าปรับจากปัญหาความล่าช้าในการผลิต

“ค่าปรับตามสัญญามีมูลค่าสองแสนบาท ตอนนั้นในหัวไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไร ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดตรงไหน เพราะไม่ได้รับรู้เรื่องราวมาตั้งแต่แรก หลังจากรวบรวมสติ เราก็ขอให้ทีมในออฟฟิศส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ก่อนเปิดฉากเจรจาว่า แทนที่จะคิดค่าปรับทั้งรายการสั่งซื้อ ทำไมไม่คิดเฉพาะส่วนที่ล่าช้า สุดท้ายจากค่าปรับสองแสนบาทก็เหลือเพียงสองพันกว่าบาท” กัณฑ์อเนกเล่าความทรงจำตอนทำหน้าที่แรก

จากนั้นกัณฑ์อเนกเพิ่มโอกาสด้วยนำความรู้ที่มีสร้างเว็บไซต์พร้อมลงอีเมลในช่องทางติดต่อ จนตอบรับออร์เดอร์กลับแทบไม่ทัน เพราะเป็นช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยน ฝ่ายจัดซื้อในบริษัทใช้อีเมลเป็นช่องทางติดต่อหลักมากขึ้น และธุรกิจในฝั่งรับผลิตเริ่มเป็นที่รู้จัก

ตามด้วยการจัดการโครงสร้างบริษัท เปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด เพื่อความสะดวกเรื่องบัญชีการเงินและการดำเนินธุรกิจ ในงานส่วนบริหาร กัณฑ์อเนกเริ่มต้นจากศูนย์ พอๆ กับที่เขาไม่มีความรู้เรื่องร่ม จึงเปิดใจรับฟังทุกอย่างทั้งจากผู้เชี่ยวชาญและทีมที่ทำงานมานาน

ซึ่งภายใต้ผ้าร่มที่ใช้บังแดดบังฝนนั้น นอกจากกระบวนการผลิตที่เล่ามา ร่มยังมีรายละเอียดยิบซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่เรื่องกลไกของวัสดุที่ใช้ในการกาง-หุบ ไปจนเรื่องวัตถุดิบประกอบร่ม อย่างเหล็ก พลาสติก ผ้า ไฟเบอร์กลาส วัสดุเคลือบกันรังสี UV และอื่นๆ ยังไม่รวมชนิดของร่มที่แบ่งตามการใช้งาน เช่น ร่มกอล์ฟ ร่มสนาม ร่มเด็ก ร่มพับ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

ใจร่มๆ

หลังจากกัณฑ์อเนกเข้ามาบริหารธุรกิจได้ 2 ปี ร่มฟลามิงโก้ก็ได้รับการติดต่อจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังของญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ขอให้ผลิตร่มโดยคัดเลือกจากคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิตของโรงงาน 

เหตุการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโรงงานร่มฟลามิงโก้

“ที่ผ่านมา เราทำงานอยู่ฝ่ายขาย ไม่มีความรู้เรื่องร่มเลย ทางญี่ปุ่นก็ส่งเจ้าหน้าที่มาสอนขั้นตอนการผลิตร่มพื้นฐาน แนะนำวิธีเพิ่มคุณภาพการผลิตร่ม ก่อนยื่นเอกสารหนาๆ ให้อ่าน พร้อมบอกว่าจะมาตรวจโรงงานอีกสองเดือนข้างหน้า” กัณฑ์อเนกซึ่งขณะนั้นเรียนต่อปริญญาโทด้านสิ่งทอและกำลังให้ความสำคัญกับคุณภาพโรงงาน เล่า

เพื่อจะบอกให้ทุกคนในโรงงานเชื่อมั่นตาม กัณฑ์อเนกบอกพนักงานว่า “ผมอยากออกแบบสายการผลิตร่มระดับโลก”

กัณฑ์อเนกเริ่มออกแบบเอกสารคู่มือการทำงาน ขั้นตอนการตัดผ้า วิธีใช้งาน พร้อมข้อห้ามขนาด 200 หน้า

2 เดือนผ่านไป ทีมลูกค้าจากญี่ปุ่นชี้จุดผิดพลาดได้ถึง 200 ข้อ 

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย
ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

“เขาตรวจเข้มมาก เช่น ถ้ามีเข็มจากเครื่องเย็บผ้าหัก ต้องหาหัวเข็มให้เจอ ข้อกำหนดว่าการวางของบนพื้นนั้นผิด ลิฟต์ขนของไม่มีประตูก็ผิด แสงตรงนี้ไม่พอก็ผิด ทุกอย่างดูผิดไปหมด” กัณฑ์อเนกบรรยายถึงความเข้มข้นในการตรวจ

กัณฑ์อเนกบอกว่า เวลานั้นหากจะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรฐานการผลิตของญี่ปุ่น เขาคงจะต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก จึงตัดสินใจเปิดไลน์การผลิตใหม่ โดยเริ่มต้นจากเล็กๆ ที่ออฟฟิศของบริษัทย่านวงเวียนใหญ่ ซึ่งเดิมเป็นที่ทำงานของฝ่ายขาย เริ่มจากตั้งโต๊ะตัดผ้าใหม่ วางลำดับขั้นตอนเย็บผ้าใหม่ทั้งหมด ติดไฟในโรงงานขนาดย่อมแห่งนี้ให้มีแสงมากเพียงพอ กัณฑ์อเนกใช้เวลาเกือบ 3 ปีในการปรับปรุงกระบวนการ จนในที่สุดโรงงานก็ผ่านเกณฑ์ที่บริษัทญี่ปุ่นวางไว้ 

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

มั่นใจได้แล้วว่า ร่มทุกคันที่มาจากโรงงานนี้เป็นร่มที่มีมาตรฐานเดียวกับที่ญี่ปุ่น

เวลาเกือบ 3 ปีที่ใช้ปรับปรุงระบบโรงงานเพียงเพื่อผลิตส่งไปขายประเทศญี่ปุ่นอาจจะไม่คุ้มค่าหากวัดที่ตัวเลข แต่ทายาทรุ่นสามก็บอกว่านั่นทำให้โรงงานพัฒนาอย่างก้าวกระโดด นำมาซึ่งความเชื่อมั่นของบริษัทในประเทศไทยที่อยากให้ร่มฟลามิงโก้ผลิตสินค้าให้

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

“ขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพที่เคยยาก ก็ไม่ยากสำหรับพวกเราอีกต่อไป วันนี้เราก็ยังไม่ได้ดีที่สุด แต่ร่มทุกคันที่มาจากเรา พวกเราตั้งใจทำที่สุด เพื่อให้ทุกคนใช้ร่มคุณภาพดีไปนานๆ” กัณฑ์อเนกยิ้ม

ร่มรื่น

ถ้าจะมีชาติใดในโลกใช้ร่มได้คุ้มที่สุด ชาติเดียวเรานึกถึงคือ คนชาติไทย 

ประเทศที่มีฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก ฤดูร้อนมากๆ และฤดูฝน

สิ่งที่เราสงสัยคือ แล้วถ้าคนไทยใช้ร่มกันทุกคน ทำไมตลาดร่มจึงไม่คึกคักเท่าสินค้าอื่นๆ

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการมาของร่มแจกฟรี ทำให้เราไม่เห็นความจำเป็นต้องซื้อหาร่มให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และบุคลิกแบบชาติอื่นๆ

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

“ประเทศไทยเริ่มทำร่มแจกครั้งแรกเมื่อประมาณสิบแปดปีก่อน เป็นช่วงที่หลายๆ บริษัทสนใจแผนกการตลาดเชิงรุกโดยเห็นโอกาสทองของร่ม ที่เป็นพื้นที่โฆษณาแบรนด์ง่ายๆ ไม่เพียงตั้งให้หลบร้อนตามร้านค้าทางเดิน ยังรวมไปถึงการแจกให้คนทั่วไปใช้ฟรีๆ” กัณฑ์อเนกเล่า จากที่เคยผลิตเพื่อจำหน่ายผู้ใช้งานโดยตรง ร่มฟลามิงโก้ก็ขยายตลาดรับจ้างผลิตร่มเพื่อห้างร้านและหน่วยงานต่างๆ 

ด้วยประสบการณ์จากตลาดรับผลิตร่มมาอย่างยาวนาน ทำให้ร่มฟลามิงโก้เป็นแบรนด์ผู้ผลิตที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกรูปแบบและทุกความต้องการ ตั้งแต่โครงร่มและด้ามที่มีให้เลือกเป็นร้อยๆ แบบ ผ้า สายรัด อุปกรณ์ตกแต่งร่มต่างๆ

ทายาทรุ่นสามฟลามิงโก้ แบรนด์ร่มสัญชาติไทยอายุ 42 ปีผู้เชี่ยวชาญเรื่องร่มทุกประเภท, ร่มฟลามิงโก้, ธุรกิจคนไทย

หากพร้อมสรรพเรื่องร่มขนาดนี้ แล้วทำไมจึงไม่ทำร่มแฟชั่นขายในตลาด เราถาม

“ที่ผ่านมา ร่มไม่ได้เป็นสินค้าแฟชั่นสำหรับคนไทย แต่ที่อื่นอย่างพม่า ลาว กัมพูชา เขาถือว่าร่มเป็นแฟชั่น แต่ละประเทศมีร่มแบบที่นิยมชัดเจน อย่างพม่าชอบโทนมืดๆ ลาวจะชอบสีสว่าง สำหรับสองตลาดนี้จึงมีการผลิตสินค้ารุ่นที่ตอบสนองได้ง่ายกว่า” กัณฑ์อเนกเล่าการวิเคราะห์ตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่พวกเขาเห็นมาตั้งแต่รุ่นพ่อ

ร่มเย็น

ทุกเดือนที่โรงงานร่มฟลามิงโก้มีจำนวนการผลิตร่มราวๆ ห้าแสนคัน ทั้งร่มที่รับผลิต และร่มภายใต้แบรนด์บริษัท

“นอกจากแบรนด์ร่มฟลามิงโก้ ซึ่งเราจัดให้เป็นร่มที่ทำจากวัสดุคุณภาพสูง ยังมีแบรนด์ลูกที่ตั้งใจทำเพื่อเปิดตลาดแฟชั่นกลุ่มบนด้วย” กัณฑ์อเนกเล่า

กัณฑ์อเนก และ นนทวรรษ ตวงทวีทรัพย์ สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ร่มฟลามิงโก้

ขณะที่ตลาดร่มเจ้าอื่นสู้กันที่ราคา ร่มฟลามิงโก้มีจุดยืน ไม่ขอลดคุณภาพวัสดุที่ใช้ พร้อมมองหานวัตกรรมสร้างจุดขายใหม่ๆ ให้กับร่มของพวกเขา โชคดีที่นนทวรรษผู้เป็นน้องชาย ซึ่งเรียนจบได้เข้ามาช่วยดูแลงานส่วนการตลาดในช่องทางออนไลน์ สื่อสารและเปิดตลาดกับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการผลิตร่มจำนวนไม่มากอย่างก่อน

ร่มโพธิ์ร่มไทร

ขณะที่ร่มในมือผู้ก่อตั้งอย่างอากงสร้างมาตรฐานการผลิตร่มคุณภาพที่ยากจะลอกเลียนแบบ 

ร่มในมือทายาทรุ่นสองเน้นการออกแบบที่เข้าใจตลาด เจาะกลุ่มลูกค้าทุกระดับจนสร้างยอดขายถล่มทลาย 

สำหรับร่มในมือทายาทรุ่นสามอย่างกัณฑ์อเนกและนนทวรรษ ตั้งใจสร้างมูลค่าแก่ร่มด้วยการแต่งตัวใหม่ คิดค้นและพัฒนาให้ร่มทุกคันมีคุณสมบัติตอบสนองทุกความต้องการของคนยุคนี้

การมารับช่วงต่อของสองพี่น้องในวัยที่ไฟแรงเวอร์ สิ่งสำคัญคือการเปิดรับและเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ทำให้วันนี้ร่มฟลามิงโก้เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปได้อีกขั้น และสร้างตัวตนในตลาดร่มไม่น้อยหน้ารุ่นก่อนๆ 

กัณฑ์อเนก และ นนทวรรษ ตวงทวีทรัพย์ สองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ร่มฟลามิงโก้

“สำหรับเรานี่คือหน้าที่ของพวกเราที่ต้องคิดหาวิธีการใหม่ๆ และพัฒนาให้ร่มของเราให้ดีขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ทำราคาให้ย่อมเยาเข้าถึงได้ สำคัญคืออยากให้ผู้ใช้มีมุมมองต่อร่มเปลี่ยนไป” นนทวรรษเสริม ก่อนกัณฑ์อเนกจะทิ้งท้ายว่า

“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตยังดำรงต่อไป ร่มฟลามิงโก้เองก็พยายามอยู่เช่นกัน เราอยากให้พนักงานอยู่ได้ เราอยู่ได้ อยากเห็นแบรนด์อยู่ไปเป็นร้อยปี ไม่อยากให้มาจบที่รุ่นของเรา ในอนาคตอยากให้คนเปลี่ยนภาพจำที่มีต่อร่มใหม่ เป็นสินค้าที่สร้างสรรค์ต่อยอดต่อไปได้ไม่สิ้นสุด เราอยากไปถึงจุดนั้น”

Writers

นพพร ทัตสิริวรวัฒน์

ครีเอทีฟและกราฟิกดีไซเนอร์ อยู่เบื้องหลังอีเวนท์เทศกาลกาแฟ พบตัวได้ที่หน้าโต๊ะคอนโทรลในทุกงานอีเวนท์ของ The Cloud

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : พรพรรณเบเกอรี่

ประเภทธุรกิจ : โรงงานผลิตขนมปัง

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2503

อายุ : 62 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต

ทายาทรุ่นสอง : ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต Chapter 9

ณ ถนนเอกชัย เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดสมุทรสาคร ชุมชนเก่าแก่ ย่านการค้า และเขตอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ โรงงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ ‘พรพรรณเบเกอรี่’ โรงงานขนมปังที่มีอายุกว่า 62 ปี

ก่อตั้งโดย คุณพ่อชัยยุทธ ตรีเสน่ห์จิต จากความคิดที่ว่า ธุรกิจโรงงานขนมในยุคนั้นมีคู่แข่งน้อยและเป็นที่ต้องการสูง จึงเก็บหอมรอมริบและนำเงินทั้งหมดมาเปิดโรงงานผลิตขนมปัง เริ่มต้นครั้งแรกที่ตลาดพลูเมื่อ พ.ศ. 2503 ก่อนจะย้ายมาที่ซอยเอกชัย 48 เมื่อ พ.ศ. 2510

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

ลูกค้าของพรพรรณเบเกอรี่โดยมากเป็นธุรกิจที่ใช้ขนมปังเป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ร้านขายไอศกรีม ร้านขายขนมปังปิ้ง สืบเนื่องธุรกิจมาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เอ๋-ธัญญนันทน์ ตรีเสน่ห์จิต ลูกสาวคนสุดท้อง เข้ามาต่อยอดพรพรรณเบเกอรี่ จากที่ส่งออกขายแค่ตามท้องตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอด จากชื่อของพรพรรณเบเกอรี่ที่อาจจะไม่ค่อยถึงหูผู้บริโภค มาเป็น ‘Chapter 9’ ธุรกิจคาเฟ่ขนมปังของคนรุ่นใหม่ พัฒนาสูตรหลากหลาย และตั้งใจสร้างแบรนด์เพื่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง

ปัจจุบัน ด้านหน้าซอยเอกชัย 48 จะเห็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ของพรพรรณและโรงงานอยู่ด้านหลัง ถัดมาอีกหน่อยจะเจอร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาล ด้านหลังมีอาคารสีขาวเป็นแบกกราวนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนขนมปังสดใหม่ในถุงกระดาษ เช่นเดียวกับ Winning Product ของร้านคือ ‘โชกุปัง’

ฉันมีโอกาสได้มานั่งคุยกับเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังถึงความสำเร็จของ Chapter 9 ซึ่งเธอบอกว่า 

“การเป็นทายาทรุ่นสองของเอ๋มันไม่ง่ายเลย”

ทุกอย่างมีจังหวะของมัน 

เอ๋มีพี่น้องทั้งหมดรวมตัวเองด้วยเป็น 9 คน เธอเป็นคนสุดท้อง แน่นอนว่าการเป็นทายาทรุ่นสอง ทั้งที่เป็นน้องเล็กสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ก่อนหน้านี้เอ๋ทำงานเอเจนซี่โฆษณา แต่ด้วยอายุงานที่มากขึ้นจึงอิ่มตัว เธอจึงหาความท้าทายโดยเริ่มเรียนทำขนมในช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะคิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้จริง ๆ ก็อยากจะลองดูสักตั้ง

เอ๋ตัดสินใจลางาน 3 เดือน เพื่อไปทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่ Le Cordon Bleu ก่อนจะกลับมาทบทวนและตัดสินใจคุยกับที่บ้านว่าจะออกมาทำธุรกิจนี้เต็มตัว

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ก้าวเข้าสู่วงการธุรกิจกงสีของที่บ้านทีละนิด เพราะรู้ดีว่าธุรกิจโรงงานขนมปังนี้ยังไม่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ จึงได้ไอเดียทำร้านคาเฟ่ Chapter 9 ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ควบคู่กับงานวงการโฆษณา เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงผู้บริโภค ใกล้ชิดลูกค้า และเพื่อความยืดหยุ่นทางธุรกิจที่มากกว่าเดิม

ช่วงแรก Chapter 9 ไม่มีเรื่องขนมปังเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะเน้นขายเค้กเป็นส่วนใหญ่ตามที่เอ๋ได้ไปเรียนมา

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“ตอนนั้นเราแทบไม่ได้สนใจเรื่องขนมปังเลย พอใกล้ตัวมาก ๆ เราเลยมองข้าม” แต่เชฟ จัสติน ตัน สามีชาวสิงคโปร์ เห็นข้อได้เปรียบจากธุรกิจโรงงานขนมปังของที่บ้าน และเป็นจังหวะเดียวกับที่เอ๋เริ่มรู้สึกอ่อนล้ากับงานประจำ ซึ่งทำให้ทุ่มเทกับ Chapter 9 ได้ไม่มากพอ จึงตัดสินใจใช้ต้นทุนของสิ่งที่ได้จากพรพรรณเบเกอรี่มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างจริงจัง

ทีแรกเอ๋และจัสตินตั้งใจจะเข้าไปทำโดยใช้ฐานการผลิตเดิมของพรพรรณ และแตกสายผลิตภัณฑ์ สินค้าออกไปเพื่อจัด Mass Market แบบกว้าง เพิ่มมาตรฐานสินค้าเพื่อไปจับกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ใส่ใจและให้คุณค่าในรายละเอียดของสินค้า เช่น กลุ่มที่ให้มูลค่ากับสินค้าโฮมเมด เป็นต้น

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว

สำหรับพรพรรณ เอ๋และจัสตินเป็นเหมือนน้องใหม่ในธุรกิจกงสี ด้วยความที่เป็นมือใหม่ จึงทำให้เสียงของพวกเขาเบากว่า

การเปลี่ยนแปลงระบบในธุรกิจกงสีไม่ใช่เรื่องง่าย เธอยอมรับว่าการทำงานกับพี่น้อง ต่างกันกับการทำงานในออฟฟิศโดยสิ้นเชิง

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

“มันมีแรงต้านบางอย่างระหว่างเรา ครอบครัว และพนักงาน”

เธอเคยโดนพนักงานนินทาลับหลังจนเสียกำลังใจไปก้อนใหญ่

“ให้สัมภาษณ์แบบไม่โลกสวย ตอนแรกเราไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวจะมีเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดียวกัน การพูดจาบางครั้งอาจทำร้ายความรู้สึกส่วนตัวกันได้ การปรับเปลี่ยนจึงกลายเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่มีในการทำงานระบบออฟฟิศ เราไม่มีพันธะอะไรกัน ต่างคนต่างทำงาน มีปัญหาก็มาเคลียร์กันให้จบ แล้วทำงานต่อ”

น้องคนสุดท้องจึงตัดสินใจแยกฐานการผลิตทั้งหมดออกมาจากพรพรรณ เพื่อทำร้าน Chapter 9 เต็มตัว และปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองกับทุกคนที่บ้านแทน

โอกาสครั้งใหม่

จนกระทั่งโรงงานผลิตแป้งของพรพรรณ ที่ผลิตแป้งส่งตั้งแต่สมัยคุณพ่อติดต่อมาว่า มีแป้งสูตรใหม่มาให้ลองทำ เป็นแป้งที่ทางโรงงานโม่ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการส่งออก ทำให้เนื้อสัมผัสของตัวขนมปัง Chapter 9 แตกต่างจากขนมปังของที่อื่น จึงเกิดเป็นไอเดียกลยุทธ์ ‘Winning Product’ เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเห็นตัวขนมปังของร้านแล้วเชื่อมโยงกับ Chapter 9 ได้ทันที

เอ๋บอกว่า “ทุกอย่างเป็นจังหวะ แป้งสูตรพิเศษนี้ จากที่เขาตั้งใจจะโม่เพื่อส่งออก ก็ส่งออกไม่ได้เพราะโควิด-19 ต่อมาพอประเทศเปิด สามีที่เป็นเชฟมิชลินที่สิงคโปร์ก็เข้ามาช่วยพัฒนาสูตรขนมปัง มันเป็นจังหวะ ๆ ไปหมด” นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคอนเนกชันในการพูดคุยติดต่อกับโรงงานผลิตแป้ง ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก เจ้ตึ๋ง-สุวรรณี ตรีเสน่ห์จิต พี่สาวคนโตที่พนักงานในพรพรรณต่างเรียกกันว่า ‘เจ้ใหญ่’ ปัจจุบันเจ้ตึ๋งดูแลพรพรรณเบเกอรี่และยังให้คำแนะนำเรื่องการผลิตขนมปังในรูปแบบ Production Scale

ด้วยความที่เอ๋เคยทำบริษัทเอเจนซี่มาก่อน จึงมีทักษะในการโฆษณาสินค้าและสื่อสารออกไปให้ถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคอนเนกชันกับสื่อและคนรุ่นใหม่มากมาย ซึ่งพร้อมจะเข้ามาช่วยและสนับสนุน Chapter 9 กันอย่างเต็มที่

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

Action Speaks Louder than Words

กลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ Chapter 9 นอกจากหา Winning Product แล้ว ยังมีการคิดสูตรขนมปังให้หลากหลาย ทำให้ขนมปังมีรสชาติที่น่าสนใจเกือบ 20 รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น ขนมปังที่ Co-campaign กับ Hoegaarden ไอเดียนี้ได้มาตอนช่วงโควิด-19 ร้านนั่งดื่มหลาย ๆ แห่งเปิดทำการไม่ได้ จึงทดลองกับทีมทำรสเบียร์ถั่วพริกเกลือ ทาง Hoegaarden มาเห็น จึงมีการคอลแลบกันเกิดขึ้น

ยังมีการนำเอาระบบ KPI เข้ามาช่วยจัดระเบียบในการทำงานมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นธุรกิจกงสี ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก “คนรุ่นเก่าจะไม่ค่อยเข้าใจกับ KPI ที่ไม่ใช่ตัวเลข” เอ๋กล่าว

เพราะสิ่งที่คนยุคเก่ามองเห็นหลัก ๆ คือกำไร ขาดทุน ทำให้ทุกคนที่บ้านตั้งคำถามมากมายระหว่างที่เธอกำลังพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบที่มีมานานของธุรกิจกงสี

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

แต่คงเป็นเพราะทายาทรุ่นสองคนนี้มีความคิดที่ไม่เหมือนใคร เธอมองเห็นว่าสักวันธุรกิจจะถึงทางตัน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ฉะนั้น จึงต้องสร้างบรรยากาศภายในร้าน ระบบการทำงานที่มีระเบียบมากขึ้น และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีต่อคนกินมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการที่ดีมากยิ่งขึ้น “เพราะเรารู้สึกว่าของกินดี ๆ หาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่การบริการที่ดี ๆ ต้องฝึกฝน”

เอ๋เป็นคนที่เชื่อว่า Action Speaks Louder than Words เธอพยายามทำในสิ่งที่เชื่อ ทำให้เกิดผลลัพธ์ดี ๆ ขึ้น แล้วส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้พรพรรณต่อไป ทำให้ทุกวันนี้พรพรรณเบเกอรี่เองก็มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงระบบบางอย่างมากขึ้นเช่นเดียวกัน เอ๋เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า ในวันที่ทุกสายตาจับจ้องเธอด้วยความสงสัยในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ ในวันนี้มันกลับกัน สายตาของทุกคนเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะสนับสนุน Chapter 9 ต่อไป

“ถึงแม้ว่า Chapter 9 จะไม่ได้ทำทุกอย่างจากพรพรรณ แต่ทุกครั้งที่มีคนสนใจ เราจะพูดถึงพรพรรณเสมอว่า นี่คือรากฐานของเรา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้สืบทอดธุรกิจพรพรรณโดยตรง แต่เรารับช่วงต่อมรดกของครอบครัว โดยใช้ความรู้ทั้งหมดที่ได้จากครอบครัวมาต่อยอด”

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค

จรรยาบรรณของคนทำธุรกิจ Food and Beverage

เอ๋ คือ เจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังคนนี้เป็นคนที่เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองด้วยความชอบ

เธอเล่าว่า “โดยธรรมชาติ ปลายทางของการทำธุรกิจคือเงิน เพราะไม่มีใครอิ่มท้องจากความภูมิใจหรอก ไม่มีใครสามารถซื้อบ้านซื้อรถได้จากความชื่นใจ ในระหว่างทาง นอกจากสถานการณ์รอบตัวที่เราต้องต่อสู้แล้ว เราเองต้องคุยกับตัวเองตลอดเวลา ให้ลดทอนบางอย่าง ตัดอีโก้ออกไป แล้วบาลานซ์ความเป็นมนุษย์กับธุรกิจให้ได้”

ในความหมายของเธอคือ การมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของตัวเองและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

“การทำธุรกิจจากความชอบของตัวเอง ต้องคำนึงเสมอว่า ผู้บริโภคอาจไม่ได้ชอบเหมือนเราเสมอไป คุณจะต้องไม่หิวโหยจนถึงขั้นหยิบยื่นอะไรก็ได้ให้คนกิน”

ทุกวันนี้พิษจากเศรษฐกิจทำให้ผู้ประกอบการบางเจ้าลดคุณภาพสินค้าลง เพื่อขายให้กับผู้บริโภคในราคาเดิม

“อย่าให้เศรษฐกิจบีบเราไปจนถึงขั้นนั้นเลย เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นวงจรที่ผู้ประกอบการหวังกำไรฟู่ฟ่า ในขณะที่ผู้บริโภคต้องการบริโภคของกินดี ๆ แต่กลับหาไม่ได้เลย ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่ากลัวนะ”

ปัจจุบัน การทำธุรกิจ Food and Beverage ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเงินหรือความอดทนอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทพรพรรณเบเกอรี่ ผู้ต่อยอดธุรกิจถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราไม่มีความกลัว ความกลัวเราเป็นศูนย์ ถ้าในเชิงธุรกิจบอกว่าเดือนหน้า Chapter 9 ต้องปิดตัว เราก็พร้อมปิด อย่างไรก็ตาม เรามีแบ็กอัปในใจไว้ตลอดเวลา”

นี่คือสิ่งที่เอ๋ ทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ พูดออกมาด้วยความหนักแน่น เธอคิดและวางแผนไว้เสมอ เพราะเชื่อว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่ทำได้คือการหาหนทางแก้ไขสำรองไว้ เผื่อวันที่เจอกับวิกฤตจะได้ปรับตัวทัน

‘การโตแนวข้าง’ คือสิ่งที่เอ๋ตั้งใจจะทำ เธอไม่ได้คาดหวังว่า Chapter 9 จะต้องเป็นธุรกิจที่กราฟพุ่งขึ้นไปด้านบน แต่สุดท้ายก็ตกลงเพราะตามเทรนด์ไม่ทัน ดังนั้น การเติบโตในแนวข้าง เช่น การแตกแบรนด์ หรือออกสินค้าตัวใหม่ไปเรื่อย ๆ น่าจะเป็นทางออกของธุรกิจ SMEs หรือพวกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ๆ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

Chapter 9 จะครบรอบ 1 ปีเดือนกรกฎาคมนี้ ถ้านับช่วงก่อนหน้าที่จะเริ่มทำ ‘โชกุปัง’ ด้วยก็ประมาณ 3 – 4 ปี ในช่วงนั้นเอ๋ยังคงทำงานเอเจนซี่ควบคู่ไปกับร้านอยู่ เธอใช้ชีวิตตลอด 7 วันโดยไม่ได้พัก

“ช่วง 3 – 4 ปีนั้น เราใช้ชีวิตแบบนี้จนเหมือนกึ่ง ๆ ทรมานตัวเอง กึ่ง ๆ พิสูจน์ตัวเอง ถ้าจะทำแบบนี้ เราต้องลองใช้ชีวิตอยู่กับมันดูว่าทำได้หรือเปล่า จนกระทั่งเราตัดสินใจออกจากงานมารีโนเวตร้านใหม่จนจะครบรอบ 1 ปีแล้ว เรารู้สึกว่า 3 ปีของร้านเก่ากับ 1 ปีของร้านใหม่ จังหวะของธุรกิจมันต่างกันโดยสิ้นเชิง”

Chapter 9 เปิดตัวในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังดุเดือด ในขณะที่พวกเรากำลังหวาดกลัวกับสถานการณ์ตรงหน้า ยังมีกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสและกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ จนทำให้เกิดเป็น Chapter 9 มาจนถึงทุกวันนี้ และก็เป็นวิกฤตโควิด-19 อีกเช่นกันที่ทำให้เธอรู้ว่าในโลกธุรกิจไม่มีอะไรแน่นอน

“การเป็นธุรกิจรุ่นสองที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรม F&B แทบจะเอามรดกตกทอดมาทำต่อไม่ได้เลย”

ผู้ประกอบการหลายเจ้าน่าจะรู้กันดีว่าเทรนด์หมุนเร็วแค่ไหน

“เราอยากเป็นตัวกำหนดเทรนด์ ไม่ใช่ให้เทรนด์กำหนดเรา แต่สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการกำหนดมันนั่นแหละ”

ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้คือการยอมรับ ยึดติดให้น้อยลง และพร้อมที่จะทิ้งแบรนด์ได้ทุกเมื่อ

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ต้องคิดแผนสำรองไว้ในหัวเสมอ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการทำกำไรในเชิงธุรกิจกับการผลิตสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภคให้ได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

ทีมที่ดี

ลูกสาวคนสุดท้องของธุรกิจโรงงานขนมปังพรพรรณเบเกอรี่ ให้คำนิยามของธุรกิจนี้ว่าเป็น ‘โรงเรียนปฏิบัติจริง’ เพราะเป็นที่ที่ทำให้เธอพูดได้อย่างเต็มปากว่า โลกของการทำธุรกิจไม่ได้สวยงามตามฝันเสมอไป ต้องมีล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง ไหนจะเรื่องการรับช่วงต่อของธุรกิจกงสีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

แต่สิ่งที่ทำให้เอ๋ยังคงทำต่อ คือทีมของเธอ

“เราโชคดีที่มีทีมที่ดี” เธอกล่าวอย่างภูมิใจเมื่อเอ่ยถึงพนักงานทุกคนใน Chapter 9 การรับคนเข้ามาหมายถึงการรับสมาชิกที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เอ๋เชื่อมั่นในคนมาก และแอบภูมิใจทุกครั้งที่เห็นน้อง ๆ หรือคนในทีมก้าวหน้าไปอีกขั้น

พรพรรณเน้นที่ Mass Market คือ การผลิตต้องรวดเร็วและทำได้ในปริมาณมาก ต่างกับ Chapter 9 ที่ให้ความสำคัญกับความประณีตในแต่ละขั้นตอน รวมไปถึงเทคนิคพิเศษที่ช่วยยืดอายุขนมปังโดยไม่ใช้สารเสริมหรือสารเคมีใด ๆ อีกทั้งยังช่วยดึงรสชาติของตัวขนมปังออกมาให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม

ทั้งสองมีกระบวนการผลิตพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่เทคนิคพิเศษและวัตถุดิบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้กระนั้น พนักงานจากพรพรรณก็เรียนรู้และทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

จึงเกิดเป็นความภูมิใจเล็ก ๆ ของเอ๋และจัสติน ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและความรู้ให้กับพนักงานได้

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

“เราทำให้คนคนหนึ่งที่เขาอยู่ในอาชีพนี้มาเป็นหลัก 20 – 30 ปี ได้เข้าใจในงานที่เขาทำอยู่จริง ๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจหรอกว่าดูยังไง กลูเตน ไขมันคืออะไร แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้ว พอเข้าใจ เขาก็เริ่มสนุกกับมัน เริ่มทำโน่นทำนี่เองได้ และต่อยอดได้”

ในช่วงแรก เธอไปขอพนักงานจากพรพรรณเข้ามาช่วยที่ร้าน

“เราคุยกันว่า ถ้าจะรับพนักงานใหม่ ทำไมถึงไม่ใช้คนที่ Know How อยู่แล้วล่ะ”

แต่เพราะเป็นน้องใหม่ขององค์กร จึงยังไม่มีใครเชื่อใจที่จะมาทำงานกับ Chapter 9 ยกเว้นแต่พนักงานจากประเทศลาวคนหนึ่งชื่อ น้อย

น้อยทำงานที่พรพรรณเบเกอรี่มาตั้งแต่สมัยที่เอ๋ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เขาเล็งเห็นโอกาสความเป็นไปได้ และที่สำคัญคือ เขาเชื่อมั่นในตัวเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังแห่งนี้

เพราะมีประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี การทำขนมปังของน้อยจึงไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญที่จัสตินและเอ๋สอนน้อยคือความเข้าใจในวัตถุดิบ เหตุและผลของกระบวนการ รวมไปถึงขั้นตอนต่าง ๆ จนทุกวันนี้ น้อยสามารถแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้ ทั้งในส่วนของ Chapter 9 เองและพรพรรณเบเกอรี่

การเรียนรู้แบบหมุนเวียนเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ จากเอ๋และจัสตินสู่น้อย น้องพนักงาน Chapter 9 ส่งต่อไปถึงพนักงานจากพรพรรณเบเกอรี่ ทำให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่ตนเองทำกันมากขึ้น และสร้างสรรค์งานกันได้สนุกยิ่งขึ้น

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค
Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

บทเรียนของลูกคนที่ 9

“ถ้าในอนาคต Chapter 9 ต้องปิดตัวลง เราก็เชื่อว่าคนของเราที่มีสกิลล์ขนาดนี้ จะช่วยให้เราไปต่อในธุรกิจอื่น ๆ ได้”

นอกจากเป็นทีมที่มีคุณภาพแล้ว เอ๋และจัสตินก็มักถามคนในทีมเสมอถึงเรื่องความฝัน เพื่อช่วยผลักดันให้แต่ละคนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

“ไม่มีประโยชน์ที่เราจะดึงเด็กคนหนึ่งให้อยู่กับเราตลอดไป เพราะเขาเก่ง เราอยากให้เขาเก่งขึ้น เหมือนกับตัวเรา เราเองยังไม่อยากจะอยู่ร้านทุกวันเลย” เธอหัวเราะ “พอเซ็ตทุกอย่างในร้านให้พร้อม เรากับจัสตินก็แยกย้ายไปทำตามความฝัน เรายังคงคิดถึงงานเอเจนซี่อยู่ ก็เลยรวมตัวกับเพื่อนเปิดเป็นเอเจนซี่เล็ก ๆ ชื่อ ‘Second Nature’ ที่มีทั้งเรื่องขนมและงานโฆษณา เราชอบการสื่อสาร เพียงแต่อันหนึ่งเป็นการสื่อสารผ่านขนม และอีกอันคือการสื่อสารผ่านชิ้นงาน”

สุดท้ายแล้วความแน่นอนคือความไม่แน่นอน “เราไม่เชื่อในอิฐ หิน ปูน ทราย ฉะนั้น ในอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเอา Chapter 9 ลงออนไลน์ให้หมด การโตในแนวข้างของ Chapter 9 จะหลากหลายขึ้น คุณภาพจะดียิ่งขึ้น และคนจะหาเราเจอได้ทุกที่ทุกเวลา”

ความกล้าหาญและพลังบวกที่ได้รับจากเจ้าของร้านคาเฟ่ขนมปังตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่นั่งคุยกัน ทำให้ฉันมองภาพของธุรกิจนี้กว้างขึ้นไปอีกขั้น วิสัยทัศน์ของเอ๋เป็นเหมือนลูกศรที่พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้า เพื่อไล่ตามความฝันของตนเอง และนำทางให้ทีมไปพร้อม ๆ กัน รอยยิ้มที่มีให้กับพนักงานและลูกค้าที่แวะเวียนไปมา ยังคงอบอุ่นและให้การต้อนรับเป็นอย่างดีอยู่เสมอ

Chapter 9 คาเฟ่ขนมปังของทายาทรุ่นสองพรพรรณเบเกอรี่ ที่สร้างระบบ ทำแบรนดิ้ง และต่อยอดสิ่งที่มีให้ถึงมือผู้บริโภค

Writer

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load