ผมชอบกินปลา เห็นใครตกปลา ลงอวนจับปลา วางข่าย ทอดแห เป็นไม่ได้ ต้องไปดูว่าได้ปลาอะไรมา พอเห็นแล้วนึกไปไกล น่าจะทำอะไรกินดี ที่ชอบกินปลาเป็นวรรคเป็นเวรนี้ ก็เป็นหนี้บุญคุณคนจับปลา ได้รู้จักปลา คนทำอาหารจากปลาขาย คนแนะนำให้เอาปลาต่างๆ มาทำกิน เอาง่ายๆ สนุกกับการกินปลา

สารพัดวิธีกินปลาของคนไทย ทั้งปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร

จะค่อยๆ เล่าถึงปลาที่เข้ามาอยู่ในเส้นทางการกิน อย่างแรกเอาปลาที่หาง่าย กินง่าย รู้จักกันทั่ว ขนาดเด็ก 10 ขวบก็รู้จัก เป็นปลาแซลมอนไม่ใช่อื่นไกล เด็กๆ ถ้าเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ยังกินไม่เป็น ผู้ใหญ่ก็สอนให้กิน ตอนแรกๆ ก็กินปลาย่างเทอริยากิก่อน พอกินเป็น ก็เลื่อนขั้นกินปลาดิบ 

ปลาแซลมอนนี่บอกได้เลยว่าคนญี่ปุ่นพามาให้รู้จัก ร้านอาหารญี่ปุ่นสมัยก่อนโน้นก็มีปลาดิบอยู่คู่กับร้านทั้งนั้น แต่ใช้ปลากะพง ปลาอินทรี และปลาโอ เช้าๆ พ่อครัวชาวญี่ปุ่นต้องไปเดินเลือกปลาที่ตลาดสดบางรัก ตอนนั้นปลาแซลมอนยังไม่ขึ้นเครื่องบินมา 

สารพัดวิธีกินปลาของคนไทย ทั้งปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร
สารพัดวิธีกินปลาของคนไทย ทั้งปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร

พอคนไทยรู้จักดีก็กินกันเพลิดเพลิน ที่ถูกใจนั้นอาจจะมาจากเนื้อมาก นิ่ม ยิ่งเนื้อตรงพุงยิ่งอร่อย พอแล่กระดูกกลางออกแล้วดูสวยน่ากิน ก้างกลางลำตัวน้อยแถมอ่อนเอาแหนบค่อยๆ ดึงก็ออกหมด เดี๋ยวนี้หาซื้อง่าย มีทุกห้าง ตลาดสดยังมี ราคาก็ไม่แพง ปลาอินทรีไทยยังแพงกว่า แล้วคนไทยนี่เอาปลาแซลมอนมาทำอาหารไทยอยู่หมัด พล่าปลาแซลมอน ต้มยำ ห่อหมก ทอดราดน้ำสามรส มีหมด

จริงๆ แล้วปลาแซลมอนเอาไปรมควันสุดอร่อย หลายประเทศโดยเฉพาะแถบสแกนดิเนเวียชอบเอามารมควันด้วยฟืน แต่ถ้าเมืองไหนมีเตาบาร์บีคิวแบบที่มีช่องใส่ฟืนอยู่ด้วยยิ่งสมบูรณ์แบบ รมควันพอสุกน้ำในเนื้อปลาแห้ง มีกลิ่นควันหอม จะลงจาน มีซอส กินเป็นเรื่องเป็นราวก็ได้ จะเป็น Smoked Fish Party กินกับไวน์กับเบียร์ก็ได้ กรรมวิธีทำฟรีสไตล์ หมักเกลือพริกไทยก็ได้ จะใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปหมักก็มีเยอะแยะหลายยี่ห้อ นั่นเป็นเรื่องของเมืองนอกเขา สำหรับเมืองไทยก็มีปลาแซลมอนรมควันเหมือนกัน มีคนสั่งสำเร็จรูปจากเมืองนอกมาขาย แผ่นบางๆ แพงระเบิด เหมือนเคี้ยวแบงก์

สารพัดวิธีกินปลาของคนไทย ทั้งปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร

ความจริงก็ทำกินเองก็ได้ แต่ไม่ใช่รมควันร้อน เป็นการหมักเย็น ที่เรียกว่า Gravlax รสชาติใกล้เคียงกับรมควันร้อน เอาชิ้นปลาตามต้องการ หมักกับส่วนผสมที่มี เกลือ น้ำตาล เท่ากันไว้ก่อน ใครชอบเค็ม ชอบหวาน ก็เพิ่มตามชอบ พริกไทยดำบดหยาบ มีผักชีลาวสับละเอียด จะให้ดีมีผิวเลมอนหั่นละเอียดด้วย คลุกๆ แล้วไปพอกปลาจนมิด เอาพลาสติกห่ออาหารพันรัดให้แน่น ใส่กล่องเอาของหนักๆ ทับ ใส่ตู้เย็น 24 ชั่วโมงก็กินได้ ถ้าเกิน 2 วันน้ำในปลาจะยิ่งออกมาก เนื้อจะแห้งและมีไขมันหอมหวนขึ้น เก็บกินได้นาน 3 – 4  วัน

จะหั่นเป็นชิ้นกินเหมือนสเต๊กก็ได้ จะให้ดีมีซอส Gravlax Mustard & Dill ถ้าในห้างไม่มีขายลองดูที่ IKEA ซอสชื่อ SÅS SENAP & DILL ไม่กินแบบสเต๊กจะทำแซนด์วิชกินก็อร่อย ปลาหั่นเป็นชิ้นบางๆ วางบนขนมปังปิ้งทาครีมชีสเยอะๆ มีมะเขือเทศ หอมใหญ่ เอาปลาวาง แล้วโรยด้วยเม็ด Capers เปรี้ยวๆ ก็เรียบร้อย ซื้อเขากินชิ้นเป็นร้อย ทำกินเองไม่กี่ตังค์

จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม
จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม

เปลี่ยนมาดูปลาย่างรมควันแบบไทยๆ บ้าง เมื่อสัก 40 – 50 ปีที่แล้ว คนไทยจะรู้จักและชอบปลาเนื้ออ่อนย่างรมควัน เรียกว่าปลากรอบที่มาจากเขมร ชอบแบบสุดปรารถนา ก็เพราะตัวใหญ่ เนื้อมาก หอมกลิ่นรมควัน แต่หาซื้อยาก สมัยก่อนคนไทยเราถูกเสี้ยมให้เกลียดเขมรด้วยเรื่องการเมืองและพรมแดน แต่กลับชอบปลากรอบเขมรแบบหัวปักหัวปำ

ปลากรอบเขมรนั้นดีอยู่ แต่โคตรเก่า คนเขมรเอามาจากทะเลสาบโตนเล พนมเปญ ขนใส่เกวียนมา หนทางก็ไม่มี โขยกเขยกเป็นเดือนกว่าจะถึงชายแดนไทย เอามาขายส่งให้คนไทย มาถึงแล้วยังค้างเติ่งอยู่นาน สมัยก่อนชายแดนยังไม่ใช่เป็นแหล่งท่องเที่ยว นานๆ ถึงจะมีคนไปเที่ยวแล้วซื้อมา บ้านไหนซื้อมาแล้ว ต้องเอามานึ่งหรือลวกน้ำร้อนก่อน กลัวสกปรกกับกลัวมอด ปลากรอบนั้นเหมาะทำต้มยำ บางคนต้มโคล้ง แกงใบขี้เหล็กใส่ปลากรอบ ตำน้ำพริกปลากรอบ ปลากรอบผัดพริกแกง ดีที่สุดตำละเอียดทำเป็นเครื่องแกงแกงเลียง จะยำปลากรอบใส่มะกอกดิบแบบเขมรก็อร่อย

จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม
จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม

สมัยต่อมาไม่ค่อยง้อปลากรอบเขมร ของไทยก็มี เป็นยุคที่คนภาคกลางนิยมไปเที่ยวเชียงใหม่ทางรถยนต์ แล้วต้องไปแวะเที่ยวที่เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก จะค้างคืนดูวิวก่อนก็ได้ ที่นั่นมีโรงแรม ของที่ขายนักท่องเที่ยวเป็นปลากรอบจากเขื่อน ปลาเนื้ออ่อนเหมือนกัน ถึงตัวเล็กกว่าเขมร แต่ความอร่อยไม่น้อยกว่ากัน

ร้านอาหารไทยสมัยก่อน ถ้าไม่มีต้มยำ ต้มโคล้งปลากรอบ ปลากรอบผัดเครื่องแกงเผ็ด ถือว่าขาดของกิน 5 ดาว ใครๆ ก็ชอบกิน ยิ่งมีน้อย คนยิ่งอยากกิน ปลากรอบไทยที่มีไม่มากนั้น เพราะเป็นปลาจากแหล่งธรรมชาติ ชาวประมงพื้นถิ่นเมื่อได้ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาเค้า ปลาน้ำเงิน จะเอามาขายสด มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ไม่ต้องเอามาย่างเป็นปลากรอบให้เสียเวลาเปล่าๆ

มาสมัยนี้นี่แหละ หันไปทางไหน ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ก็ต้องมีปลาย่าง ปลากรอบ เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ทำเป็นเรื่องเป็นราว มีห้องรมควัน เพราะปลามีมากเหลือเฟือ จากบ่อเลี้ยง หรือเลี้ยงในกระชัง มีทั้งปลาช่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาตะเพียน ปลาคัง จับมาย่างรมควันหมด

จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม

พูดถึงปลาย่างที่เป็นปลากรอบแล้ว จะข้ามปลาย่างอีกอย่างไปไม่ได้ คนไทยเราเองก็ชอบกินปลาย่างแบบกึ่งแห้งกึ่งเปียก เห็นทั่วไปก็มีปลาดุกย่าง ปลานิลพอกเกลือย่าง ปลาช่อนย่างกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดบ้าง น้ำปลาหวานบ้าง นั่นเป็นการย่างไฟตรงหรือจากถ่าน มีการย่างอีกอย่าง ย่างด้วยกาบมะพร้าว แล้วเอาใบตองคลุมให้ควันมันรมระอุจนสุก ปลาทูสดย่างกินกับน้ำปลาพริกมะนาวนั้นสุดยอด 

อีกอย่างเป็นปลากระทิง นั่นถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น ปลากระทิงเมื่อย่างแล้วเนื้อจะกระชับแห้งและแน่นขึ้น เมื่อเอาไปต้มโคล้ง แกงเผ็ด จะเหมาะกว่าตอนสดๆ แต่ปลากระทิงจะมีข้อเสียที่หายากที่สุด ไปเจอที่ตลาดสด ตลาดนัดที่ไหน ต้องรีบตะครุบ กาบมะพร้าวกับใบตองไม่มีปัญหา กาบมะพร้าวปลูกต้นไม้ตามร้านขายต้นไม้มีเยอะแยะ

เรื่องปลาอะไรเหมาะที่จะทำอะไรกิน ทำอย่างไรนั้น ทำให้นึกถึงปลาเนื้ออ่อน เป็นรู้ๆ กันอยู่แล้วว่า เนื้อนิ่ม หวาน มีแค่กระดูกกลางที่ไม่น่ารำคาญปาก ไม่คาว สมัยก่อนนิยมเอามาทอดกระเทียมพริกไทย โดยหมักกับกระเทียม พริกไทย เกลือหรือน้ำปลา หมักสักพักแล้วเอาไปทอดในน้ำมันพอประมาณ พอเนื้อสุกสีเหลืองๆ กระเทียมก็สีเหลืองทอง ใช้ได้แล้ว เจตนาทอดแบบนี้ เพื่อกินปลาแล้ว ยังมีน้ำมันทอดปลากระเทียมราดข้าวด้วย ถ้ามีน้ำปลาพริกถ้วยหนึ่ง แจ่มจรัสปาก เป็นสูตรที่ทำกินอยู่กับบ้าน

แต่ตามร้านอาหารเรียกว่าทอดกระเทียมพริกไทยเหมือนกัน แต่เอาปลาไปทอดจนกรอบแล้วเอาขึ้นใส่จาน เอากระเทียมสับเจียวโรยบนปลา ทั้ง100 ร้านจะทำแบบนี้ เข้าใจว่าทำขายก็ต้องดูน่ากินไว้ก่อน 

จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม
จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม

อีกอย่างเป็นฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ถ้าทำกินเองก็ผัดเครื่องแกงฉู่ฉี่กับกะทิพอแตกมันดีแล้วก็ปรุงรสตามชอบแล้วเอาปลาเนื้ออ่อนสดๆ ใส่ พอสุกดีก็โรยใบมะกรูด ร้านอาหารส่วนใหญ่เอาปลาไปทอดจนเกรียมกรอบก่อน แล้วผัดเครื่องแกงฉู่ฉี่เสร็จแล้วเอาปลาใส่ โรยใบมะกรูด บางร้านหนักข้อขึ้นไปอีกเอาปลาไปนึ่งก่อน แล้วเอาน้ำฉู่ฉี่ที่ทำเหมือนน้ำจิ้มสะเต๊ะราด นี่เดาไม่ออกว่าฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนโลกหน้าจะเป็นอย่างไร

ที่เล่ามา ดูเหมือนผมเป็นเซียนกินปลา รู้ว่าปลาอะไร น่าทำอะไรกิน แต่เคยพลาดมาแล้ว เหมือนหมองูตายเพราะงู มีอยู่ครั้งหนึ่งไปอาศัยบ้านพักเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย บ้านพักอยู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งแม่น้ำยมตรงนั้นเป็นแก่งน้ำต่างระดับ เรียกว่าแก่งหลวง ปลาเยอะมากเพราะธรรมชาติของปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ เหมาะตรงไหนก็วางไข่ แต่พอหน้าร้อนน้ำแม่น้ำยมลด โขดหินตรงแก่งหลวงจะโผล่จากน้ำสูง ปลาว่ายข้ามโขดหินไปไม่ได้ ก็เสร็จชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นพรานปลามือโปร จะมาปักหลักกางเต็นท์อยู่เป็นเดือนเพื่อจับปลา โดยลอยเรือทอดแหทั้งวัน พอกลางคืนจุดตะเกียงวอบแวบเล่นเหล้าขาวเหมือนยิปซี ชาวบ้าน ร้านอาหารจะรู้ จะเวียนมาดูว่าเขาได้ปลาอะไร 

จากปลาดิบญี่ปุ่น ปลาหมักเย็นแบบสแกนดิเนเวีย ถึงปลากรอบแบบเขมร กับอีกหลายเมนูปลาหลากวัฒนธรรม

ผมก็เอากับเขาด้วยเหมือนกัน ไปสั่งเขาไว้ ได้เมื่อไหร่เอาขึ้นมาขายให้ด้วย ได้จริงๆ เป็นปลากดเหลืองได้มาเป็นพวง ก็เอาให้แม่บ้านเจ้าหน้าที่ทำฉู่ฉู่ให้กิน พลาดถนัด ปลากดสดๆ เนื้อแน่นก็จริงแต่เมือกมันเยอะ เมือกนั่นเองที่คาวระเบิด เอามาฉู่ฉี่ผิดงาน กว่าจะสุกนานมาก ความคาวก็ไม่หาย ที่จริงต้องแกงป่าหรือผัดฉ่า ระดมเครื่องแกงให้ถึง ประเคนข่า ตระไคร้ หอม กระเทียม พริกแห้ง และกระชายเยอะๆ ดับความคาว นั่นจะเหมาะ ที่จริงน่าจะรู้ว่า ปลากดกับปลาดุกจะไม่มีใครเอาไปทำฉู่ฉี่

การกินปลาเป็นเรื่องบันเทิงปาก ก็ปลาในโลกนี้มีนับไม่ถ้วน แต่ละอย่างทำอะไรก็ไม่เหมือนกัน ความอร่อยก็ไม่เหมือนกันสักอย่าง ถ้าเมื่อไหร่ไปเห็นปลาอะไร แล้วรู้ว่าจะกินอย่างไรดี เมื่อนั้นก็แสดงว่าหลงใหลชอบกินปลาไปเรียบร้อยแล้ว

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

รสเกษม

เรื่องอาหารยุคเก่า วัฒนธรรมการกินในวันวาน เปรียบเทียบกับสมัยใหม่โดยนักชิมรุ่นเก๋า

พอออกพรรษาแล้วก็ถึงเทศกาลทอดกฐิน ชาวพุทธจะรู้ว่าสำคัญอย่างไร จะต้องทำอะไร ผมเองเป็นชาวพุทธที่ไม่ได้เรื่อง เรื่องที่ควรรู้กลับไม่รู้ ที่ไหนทอดกฐินก็ไปกินกฐินอย่างเดียว กินตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ก็เก็บเอามาเล่า

เอาตั้งแต่เด็กที่ยังไม่ประสีประสา ผู้ใหญ่หอบหิ้วไปงานทอดกฐินทางน้ำ สนุกตื่นเต้นเพราะได้นั่งเรือใหญ่ๆ ไปไกลๆ ถึงวัดริมน้ำที่ทอดกฐิน ซึ่งเป็นปกติของวัดภาคกลาง คนจัดจะเช่าเรือโดยสารเหมาลำขนาดใหญ่ที่ปกติวิ่งขึ้นล่องกรุงเทพฯ อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จุคนได้เป็นร้อย ตอนจะลงเรือก็ตื่นเต้น จากที่เรือประดับไฟสว่างไสวทั่วลำ ทั้งสีเหลือง แดง เขียว ดูเหมือนกำลังนั่งศาลเจ้าลอยน้ำ เรือออกจากท่าเรือที่ท่าเตียน วิ่งไปทั้งคืน กว่าจะไปถึงวัดเช้า จำไม่ได้ว่าวัดไหน แต่รู้ว่าอยู่ในเขตอยุธยา 

พอขึ้นศาลาท่าน้ำวัด เห็นคนเยอะแยะ และครึกครื้นด้วยเสียงวงปี่พาทย์ดนตรีไทย มีของกินเพียบ ขนมไทยเยอะแยะ กล้วย ส้ม อ้อย มะพร้าวอ่อน มีเป็นกุรุส ข้าวปลาอาหารใส่กระทง ใช้ใบตาลตัดแทนช้อน แล้วกินกันไม่อั้น

พวกผู้ใหญ่ขึ้นบนศาลาการเปรียญไปทำพิธีทอดกฐิน เราเป็นเด็กก็เดินเล่นรอบๆ วัด ไปเจอผู้ใหญ่นั่งล้อมวงกินอะไรอยู่ก็แถไปดู ก็ได้เรื่อง เพราะวงผู้ใหญ่นั้นกำลังเล่นกระแช่กับเหล้าอุอยู่ เขาเห็นเป็นเด็กกรุงเทพฯ เลยแกล้งให้กินเหล้าอุที่อยู่ในไห ต้องใช้หลอดไม้ซางดูด ตอนกินก็อร่อยดี หวานๆ แต่พอลุกยืนเท่านั้น เป๋ซ้ายเป๋ขวา ทอดกฐินครั้งนั้นจำได้ว่าได้นั่งเรือโดยสาร ได้เที่ยวงานวัด และจำเหล้าอุได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ

พอโตเป็นหนุ่ม ไปงานทอดกฐินอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีคนบอกบุญแล้วชวนให้ไปร่วมงาน สนุกตอนแห่ผ้าพระกฐินรอบพระอุโบสถ มันสุดเหวี่ยงจากเสียงแตรวง คนที่จัดพิธีทอดผ้าพระกฐินก็ว่ากันไป แต่ผมมาสนใจเอาที่โรงครัว ซึ่งเหล่าแม่บ้านอาสาสมัครช่วยกันทำอาหารกันเป็นทีมเวิร์ก ทำเสร็จจัดใส่สำรับ เราเป็นแขกก็จัดให้นั่งกิน ที่นั่งกินเป็นโต๊ะและม้ายาวอยู่ใต้ถุนศาลาการเปรียญนั่นเอง สำหรับอาหารคาวหวาน ผลไม้มีครบ เรื่องอร่อยนั้นแน่นอนอยู่แล้ว เพราะเหล่าแม่บ้านแต่ละคนฝีมือเฉียบขาด แล้วยังอิ่มบุญปากที่กินของวัด นี่เป็นการกินกฐินแบบหนึ่ง

เคยรู้จัก ผู้ใหญ่ทองหยิบ แก้วนิลกุล ผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงที่บ้านหัวหาด อัมพวา สมุทรสงคราม ผู้ใหญ่ทองหยิบเป็นผู้ใหญ่ผู้หญิงแรกๆ ของเมืองไทย ชาวบ้านนับถือมาก เรื่องการดูแลท้องถิ่นได้ใจชาวบ้าน บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน อัชฌาสัยเป็นเลิศ เป็นนักอนุรักษ์นิยมและหัวก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน ผู้ใหญ่จึงได้รางวัลแหนมทองคำฐานะผู้นำชุมชนยอดเยี่ยม แต่ที่เด็ดดวงที่สุดที่ผมรู้จัก เป็นแม่ครัวมีฝีมือหาใครเทียบยาก

ผมได้สูตรน้ำพริกกะปิ น้ำพริกมะขามสด ปลาทูสดย่างกาบมะพร้าวกับน้ำปลาพริกแบบมอญ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย จากผู้ใหญ่ทองหยิบนี่แหละ ผู้ใหญ่เป็นผู้บุกเบิกโฮมเสตย์ในแถบคลองอัมพวา ที่พ่วงสอนทำอาหารไทยให้อีกด้วย 

ญี่ปุ่น ฝรั่งหลายชาติ ชอบมาพักมาบ้านผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จับเดินเข้าสวนเก็บผลหมากรากไม้ในสวนเอามาทำกิน เรื่องภาษาไม่มีปัญหา พูดกันรู้เรื่องจนได้ ความฉลาดและจี้เส้นของผู้ใหญ่ชอบตั้งชื่อใหม่ให้แขก คนนั้นชื่อแตงกวา ลิ้นจี่ ส้มโอ กล้วย มะม่วง เพราะว่าชื่อติดตัวคนพวกนั้นเรียกยาก ตั้งใหม่จำง่ายว่าใครเป็นใคร

น้ำพริก ขนมจีนแกงไก่ ขนมไทย ผลไม้ และสารพัดของกิน จากครัวสามัคคีงานกฐินในความทรงจำ
เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ผมไปงานทอดกฐินวัดใกล้บ้านผู้ใหญ่ สนุกมาก ถามว่าทำไมกับข้าวเลี้ยงแขกมีแต่ขนมจีนน้ำยา กับขนมจีนแกงไก่เท่านั้น ผู้ใหญ่บอกว่าง่าย สะดวก และอิ่ม ดั้งเดิมตั้งแต่โบราณทำกันมาอย่างนั้น สมัยก่อนชาวบ้านมาช่วยกันตั้งโรงทำขนมจีน ตั้งแต่หมักข้าวเจ้า โม่เป็นแป้ง ปั้นก้อนแป้ง นวด และเอามาโรยในน้ำร้อนเป็นเส้นขนมจีน ส่วนน้ำยานั้น ปลากับมะพร้าวทำกะทินั้นอัมพวามีเหลือเฟือ พอมาสมัยนี้ขนมจีนก็ซื้อเอา ทำแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม นี่ทำให้รู้ว่าขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารของสังคมประเพณีใช้ได้ทุกงาน รวมทั้งงานทอดกฐิน

มาเป็นทอดกฐินแบบเหนือบ้าง สมัยก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นนิจ แล้วลงไปอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งดั้งเดิมอำเภอนี้เหมือนเป็นเมืองลับแลของเชียงใหม่ จะเข้า-ออก ต้องไปทางออบหลวง ชายขอบระหว่างอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอน พอมีถนนบนดอยอินทนนท์ก็ตัดลงไปอีกเส้นหนึ่ง สะดวกขึ้น แต่ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว จำแม่นว่าพอโค้งสุดท้ายจะเห็นแม่แจ่มแบบพาโนรามาเต็มตา ตื่นตาตื่นใจกับความงามบริสุทธิ์เหมือนรักแรกพบ แล้วไม่ใช่เป็นแต่ผมคนเดียว เผ่าทอง ทองเจือ เพื่อนเก่าแก่ผมก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน จะหนักกว่าด้วยซ้ำไป ไปหลายๆ ครั้งสุดท้ายก็ซื้อบ้านเก่า ที่เคยเป็นคุ้มหมอเมืองเก่า ที่ปล่อยรกร้างอยู่นาน สวยตามแบบบ้านเรือนล้านนาแท้ๆ แต่เฮี้ยนน่าดู

แม่แจ่มมีวัดป่าแดดเก่าแก่ที่มาก อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณย่อเก็จสามชั้น อาจารย์สน สีมาตรัง ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังล้านนา ยกย่องวัดป่าแดดเป็น 1 ใน 12 วัดที่จิตรกรรมฝาผนังยอดเยี่ยมของล้านนา แต่สมัยก่อนทรุดโทรมไปเยอะ เผ่าทองมีจิตกุศลไปทำโครงการบูรณะซ่อมแซมวัดป่าแดดจนเรียบร้อย 

เสร็จงานวัดป่าแดดแล้ว หาเรื่องมาทำงานจุลกฐินที่วัดยางหลวง เมื่อ พ.ศ. 2548 บอกบุญกับเหล่าไฮโซกระเป๋าหนักให้ไปทอดกฐิน งานเท่มาก จับเหล่าไฮโซพักตามบ้านชาวบ้าน ให้กินง่ายอยู่ง่าย ตอนค่ำมีมื้อสุดซึ้งกับกับบรรยากาศล้านนาหรือกาดมั่ว นั่งกินกับเสื่อ ข้าวปลา อาหารเป็นพื้นถิ่นตัวจริง เป็นกาดมั่วที่ไม่ดัดจริต ง่ายๆ ชาวบ้านมานั่งจัดสำรับให้กิน ยังมีสะล้อ ซอ ซึง ฟังเสนาะหู แถมมีชาวบ้านเอาผ้าทอมือ ผ้าผวยห่มนอน ผ้าคลุมไหล่กันหนาว ผ้าซิ่นตีนจก มาวางขายยั่วกิเลส อะไรๆ ลงตัวไปหมด โดยเฉพาะตอนนั้นแม่แจ่มเหมือนเปิดแอร์ทั้งอำเภอ

จุลกฐินเป็นประเพณีโบราณ มีขบวนการขั้นตอนการทำผ้าไตรจีวรสำหรับพระ เริ่มตั้งแต่เก็บดอกฝ้ายมาหีบ ปั่นเป็นเส้นด้าย ทอเป็นผืน ตัดเย็บ ย้อมสี รีดจนเป็นจีวร จะต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเสร็จหมาดๆ ก็ถวายเป็นผ้าพระกฐินได้เลย ที่สำคัญที่สุดการเก็บดอกฝ้าย มาหีบปั่นเป็นเส้นด้ายนั้น ต้องเป็นเด็กสาวพรหมจรรย์ แม่แจ่มเหมาะกับทำจุลกฐินเพราะเป็นเมืองปลูกฝ้าย สำหรับทอผ้าอยู่แล้ว 

ที่เผ่าทองทำจุลกฐินครั้งนั้น อยากให้ชาวเมืองกรุงให้เห็นจุลกฐิน ซึ่งที่อื่นๆ หายไปเกือบหมดแล้ว

เล่าเรื่องบรรยากาศและของกินประจำงานกฐิน ความอิ่มบุญและอิ่มท้องในงานบุญสมัยก่อน

ตอนทอดกฐินนั้นอลังการ แต่เป็นธรรมชาติสุดๆ ชาวบ้านตั้งแต่แม่อุ้ยถึงเด็กสาวเล็กๆ นุ่งผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มทุกคน ผ้าซิ่นตีนจกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเมืองไทยมีที่หาดเสี้ยว ศรีสัชนาลัย บ้านน้ำอ่าง อุตรดิตถ์ และแม่แจ่มเชียงใหม่ ถ้าอยากเห็นผ้าซิ่นตีนจกหาดเสี้ยวกับบ้านน้ำอ่าง ต้องไปงัดจากตู้ที่ร้านขายผ้า แต่สำหรับแม่แจ่มนั้นพอมีงานบุญทีไรจะใส่กันทั้งเมือง เห็นผ้าซิ่นสวยๆ ละลานตา นี่เป็นประเพณีที่งดงามหมดจด ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์เมืองแม่แจ่ม

การทอดกฐินปรับตัวมาเรื่อยๆ ตามสภาพสังคม บางทีก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่าวัดเยอะแยะไปหมด บางวัดห่างกันแค่ 100 – 200 เมตร แล้วญาติโยมอุปัฏฐากวัดจะทอดกฐินวัดไหน เดี๋ยวนี้ถึงมีการหลีกทางกัน วัดนั้นทอดวันเสาร์ วัดนี้ทอดวันอาทิตย์ อีกอย่างเพื่อความสะดวกต่อคนทำงาน พนักงานต่างๆ ที่หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย

วัดเองก็ต้องมีศรัทธาวัดที่จะมาเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน คนนั้นต้องไประดมปัจจัยมาทำบุญ ให้ได้เงินเข้าวัดมากๆ ยิ่งดี นอกจากศรัทธาหาเงินแล้วต้องมีศรัทธาเอาอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาตั้งซุ้มให้คนมาร่วมงานกินกัน จะมีอยู่ 2 อย่าง มีทั้งร้านค้าขายอาหารอยู่แล้ว เอาของที่ขายมาร่วมทำบุญ อีกอย่างมีคนไปเหมาร้านอาหารที่ดังๆ มีฝีมือมาออกร้าน วัดไหนใหญ่โต ศรัทธาวัดเยอะ อาหารการกินก็สมบรูณ์ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง กวยจั๊บ กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนใหญ่เน้นสะดวกทำมาเรียบร้อยแล้วมาตั้งเลย ประเภทมาทำหน้างานจานต่อจานจะยุ่งยาก ไม่ค่อยนิยม

ชาวบ้านรวมทั้งผมเองด้วยชอบ ไปทำบุญถวายปัจจัยให้วัดแล้วถือโอกาสกินกฐิน วันเสาร์ไปกินวัดนั้น วันอาทิตย์ไปกินวัดนั้น ร้านไหนถูกปากขึ้นทะเบียนไว้ ตามไปกินที่ร้านที่เขาขายอยู่ หรือบ้านไหนทำอะไรอร่อยก็ถามสูตรมา แต่การกินกฐินปีนี้อาจจะทำไม่ได้ เพราะคนเยอะเสี่ยงกับโควิด-19 ต้องยกยอดไปปีหน้า

Writer & Photographer

สุธน สุขพิศิษฐ์

ศิลปะ-ดนตรี-อาหาร ที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่มีพรมแดน ไม่มีภาษา ไม่มีการเมือง ไม่มีการกีดกัน ไม่มีรวยหรือจน เข้าถึงง่าย มีความสุขเท่าเทียมกัน เอาสามอย่างเท่านี้ก็พอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load