Little Thoughts เป็นใคร

ที่เราตั้งคำถามแบบนี้ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะกวนคุณผู้อ่าน หรืออยากออกข้อสอบ คำถามปัญหาเชาว์ใดๆ แต่เพราะจนถึงตอนนี้ หนังสือความเรียงในหมวดสังคมและวัฒนธรรม หรือแม้แต่เรื่องโลกาภิวัตน์กว่า 10 เล่มที่ประทับตรา Little Thoughts บนปกหนังสือ ก็ยังไม่มีคำอธิบายหรือแม้แต่หน้าประวัติผู้เขียนแต่อย่างใด

แต่เธอมีตัวตนจริงๆ เราเชื่อแบบนั้น หรือจริงๆ แล้ว Little Thoughts คือกลุ่มคน?

เพราะถ้าจะมีใครที่สามารถหยิบเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ธุรกิจ กฎหมาย สถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม เมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา ผู้คน มารวมอยู่ในหนังสือเล่มเดียวกันได้ พูดเรื่องที่เคยอยู่คนละเรื่อง ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน หรือแม้แต่ไม่สรุปข้อสงสัยอย่างผู้รู้ดีแต่ชวนให้เราคุยกับตัวเองเพื่อสร้างคำถามข้อสงสัยในแบบเรา ผู้อยู่เบื้องหลังคนนั้นย่อมไม่ธรรมดา

กิรญา เล็กสมบูรณ์

Little Thoughts

เราเชื่อว่าแฟนหนังสือที่เคยอ่านงานของ Little Thoughts ก็คงคิดแบบเดียวกัน หลังจากที่อ่าน Cool Japan, เยอรมันซันเดย์, ความเป็นโลก x ความเป็นเรา, Dutchland แดนมหัศจรรย์ หรือ บาร์เซโลนากว้างมาก

เมื่อได้ข่าวว่าไตรมาสแรกของปีนี้เธอกำลังจะออกหนังสือใหม่ 2 เล่ม The Cloud ก็อยากคุยกับเธอจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวสักที ทั้งเรื่องตัวตนของเธอ วิธีคิดนอกกรอบขนบประเพณีการทำสื่อสิ่งพิมพ์ เขียนเอง พิมพ์เอง ขายเอง จนกลายเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่สำคัญในแผงหนังสือของประเทศเขตร้อนนี้

ในยุคที่มีข้อมูลข่าวสาร ความรู้ฟรีๆ หลั่งไหลเป็นสายธาราเต็มหน้าฟีดโซเชียล (และที่คุณได้อ่านบทความนี้ ก็คงจะมาจากสายธาราที่ว่านั้น) การอ่านหนังสือสักเล่มกลายเป็นพิธีกรรมมีต้นทุน ทั้งๆ ที่ผลจากหนังสือนั้นเป็นต้นทุนชีวิตชั้นดี แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่าคุณจะอ่านหนังสือเล่มล่าสุดเมื่อไหร่

คงจะดีไม่น้อย ถ้าเราได้ใช้เวลาจดจ่อกับสิ่งที่สนใจ ที่เราเลือกเอง ผ่านหนังสือความเรียงดีๆ สักเล่ม

Cool JapanCool Japan Vol. 1 (พ.ศ. 2555)

“คนถามเยอะว่าชื่อ Little Thoughts คืออะไร ชื่อคนเขียน ชื่อสำนักพิมพ์ หรือเป็นหนังสือต่างประเทศที่แปลมา ไม่มีใครรู้ แล้วเราเป็นคนประเภทจริงจังกับเรื่องเล่น ตอนทำหนังสือเล่มแรก ไม่ได้คิดว่าจะมีเล่มที่ 2 เล่มที่ 3 เลยคิดใช้นามแฝง ในที่สุดก็จับพลัดจับพลูใช้ชื่อนี้ต่อไป” Little Thoughts หรือ ก้อย-กิรญา เล็กสมบูรณ์ หัวเราะลั่นเมื่อเราถามที่มาของชื่อ และเบื้องหลังการทำตัวลึกลับของเธอ

“ช่วงที่ออกจากงาน เราไม่รู้จะทำอะไร สิ่งที่พอจะทำได้และชอบทำคือการเขียนหนังสือ แค่นี้เลย จุดเริ่มต้นมีเท่านี้จริงๆ” อดีตนักการเงินและบรรณาธิการนิตยสาร คิด Creative Thailand ในยุคแรกเริ่ม เล่าที่มางานเขียนความเรียงเล่มแรกของเธอ

Cool Japan Vol.1  “ความเจ๋ง” มวลรวมประชาชาติกับการเรียกคือความแข็งแกร่งของญี่ปุ่น คือชื่อเต็มๆ ของหนังสือเล่มนั้น

ก้อยเล่าว่า เวลาเธอจะเขียนหนังสือสักเล่ม เธอจะเริ่มจาก Statement หรือประโยคที่เธออยากพูด

“ช่วงที่ทำงานอยู่ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ TCDC เราได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จึงได้อ่านงานนโยบายของญี่ปุ่นมาบ้าง ตอนที่เขียนเรื่อง Hello Kitty หนังสือเล่มที่ 0 ก่อนจะพัฒนาต่อเป็น Cool Japan เราก็เลยจับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้มาวิเคราะห์ด้วย เล่ากระบวนการสนุกๆ ที่คิตตี้ทำร่วมกับแบรนด์ต่างๆ แล้วพัฒนาต่อโดยมีปลายทางที่อยากบอกและชวนตั้งคำถามว่าญี่ปุ่นจะไปทิศทางไหน

กิรญา เล็กสมบูรณ์

“เพราะภายใต้ความน่ารักสดใส ความเงียบสงบ หัวใจอบอุ่น แบบที่คนไทยชอบนั้นมีปัญหาอยู่ไม่น้อย ซึ่งเขาเองยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ และความเจ๋งที่เราเห็นจากญี่ปุ่นจะช่วยให้ญี่ปุ่นผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้อย่างไร มากน้อยแค่ไหน” ก้อยเล่าถึงความตั้งใจเบื้องหลัง

ก้อยบอกว่าโดยพื้นฐาน เธอเป็นคนที่ไม่เชื่อการมองอะไรแยกส่วนกัน ถ้าจะเล่าเรื่องก็อยากจับมาอยู่ร่วมกันมากกว่า เราจึงได้เห็นหนังสือของเธอมีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม อยู่รวมเป็นเรื่องเดียวกันอย่างไม่มีใครเคอะเขิน

เป็นเป็ด

ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่อยู่ๆ ใครจะลุกขึ้นมาเล่าเรื่องอะไรก็ได้อย่างน่าสนใจ

และแม้เราจะย้ำถามซ้ำๆ ถึงวิธีการออกแบบเรื่องราว

ก้อยก็ตอบเราซ้ำๆ เช่นกันว่า เธอไม่ได้มีการออกแบบการเล่าเรียงเนื้อหา ทั้งหมดเป็นไปตามธรรมชาติ หลังจากที่เธอตั้งชุดความคิดและรู้ว่ากำลังจะเล่าเรื่องอะไร

“ความเป็ดของเราก็คือ พอเขียนถึงเรื่องนี้ก็จะนึกถึงหนังเรื่องนั้น วงดนตรีวงนี้” และอาจจะเป็นเพราะสิ่งนี้ก็ได้ ที่ทำให้งานของเธอเชื่อมโยงกับคนอ่านได้มากกว่าตำราวิชาการจริงจังศัพท์ใหญ่

“หนังสือในบ้านเราจะแบ่งชัดเจนระหว่างหนังสือสายแข็งที่เขียนโดยอาจารย์ ซึ่งเขาพูดเรื่องเดียวกับเรานี่แหละ แต่เราอาจจะรู้สึกอ่านไม่ไหว เราเป็นสายอ่อน เรารู้สึกอยากหยิบจับอะไรที่จับต้องได้ ที่เกี่ยวของหรือสนใจมันจริงๆ ถ้าให้เล่าแล้วคล่องปากแบบนั้น”

“ยิ่งเขียนหนังสือเรายิ่งพบว่าตัวเองชอบประวัติศาสตร์ ติดนิสัยว่าเวลาจะเขียนอะไรเรามักจะไปค้นหาประวัติศาสตร์และความเป็นมาของเรื่องราวนั้นๆ ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ จริงๆ ก็อาจจะไม่เกี่ยวเพราะเรื่องราวก็คงมีวิวัฒนาการณ์ในตัวเอง แต่เราก็รู้สึกว่าเวลาเล่าประวัติศาสตร์แล้วสนุก”

นั่นเป็นเหตุผลว่า นับวันทำไมหนังสือของเธอจึงพูดเรื่องวัฒนธรรม คน และเมือง ได้สนุกขึ้นเรื่อยๆ

กิรญา เล็กสมบูรณ์

ความเรียงประเภทนี้ไม่มีชื่อเล่น

แม้ดูเผินๆ ว่าข้อมูลในหนังสือของเธอจะสามารถหาอ่านได้จากแหล่งต่างๆ มากมายในอินเทอร์เน็ต แต่สิ่งที่ทำให้งานของเธอพิเศษกว่าบทความ Fact จากต่างประเทศ หรือความเรียงเชิงวิเคราะห์สังคมและวัฒนธรรมบนแผงหนังสือ คือเรื่องที่เธอจะเล่า

“เราเป็นคนชอบเถียง เราเห็นบางมุมที่มันนำเสนอได้ เราอยากตั้งคำถาม ซึ่งในที่สุดในหนังสือเราไม่ได้มีคำตอบนะ แต่จะเต็มไปด้วยคำถามเพราะว่าเราไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญเราตอบไม่ได้ แต่เราชวนคิด เช่น ในเล่มแรก เราอยากเถียงว่าญี่ปุ่นไม่ได้น่ารักอย่างเดียวนะ มันไม่มีตรงกลาง บางคนชอบความเรียบง่ายก็จะชอบเซน บางคนเป็นโอตะคุก็ชอบความแฟนตาซี เราอยากชวนมองว่าญี่ปุ่นเองก็เป็นสังคมที่ไม่มีตรงกลาง มีองค์ประกอบเรื่องราวต่างๆ มาสนับสนุนเรื่องราวหรือข้อสงสัยนั้นๆ”

หรือที่มาของ Cool Japan Vol.2 ที่เริ่มขึ้น ทันทีที่ก้อยดูภาพยนตร์แอนิเมชันของจิบลิเรื่อง The Wind Rises จบในโรงภาพยนตร์ เธอบอกว่าชอบความรู้สึกกลับตัวก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ถึง ความสับสนในความรู้สึกของคนญี่ปุ่น คล้ายกันกับมิยาซากิที่รู้สึกผิดที่ทำเครื่องบิน แต่เขาก็ชอบเครื่องบินมาก เพราะมันสวยงาม แต่สิ่งนี้กำลังจะกลายเป็นเครื่องบินรบที่คร่าชีวิต ดังจะเห็นว่ามีเรื่อง 2 เรื่องค้านกันในตัวเอง

“ถามว่าเราอยากให้หนังสือของเราสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกใบนี้มั้ย ก็คงไม่ แต่เรารู้ว่าอย่างน้อยหนังสือเราก็มีการชวนคิดและตั้งคำถาม” ก้อยยิ้ม

หนังสือ

งานพิมพ์

ก้อยบอกว่าเธอเขินเล็กๆ ที่จะบอกใครๆ ว่าไม่ได้ตั้งใจทำหนังสือเป็นจริงเป็นจัง

แต่เมื่อตัดภาพมาวันนี้ Little Thoughts มีผลงานบนแผงหนังสือแล้วทั้งสิ้น 12 เล่ม ภายในเวลาเพียงแค่ 6 ปี

“ทุกวันนี้เรายังคงยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำหนังสือจริงจัง เราคิดเพียงเล่มต่อเล่ม ปีต่อปี อย่างที่บอกว่าหลังจากออกจากงานประจำ เรายังไม่แน่ใจว่าอยากทำอะไร เพียงแต่เรามีเรื่องอยากเขียนอยากเล่า เขียนเล่มนี้เสร็จก็มีเรื่องนี้ที่อยากค้นหา เรียงเรียง เล่าเรื่องอีก เราเป็นเพียงสำนักพิมพ์อิสระที่มีกลุ่มผู้อ่านเล็ก และเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังอ่านหนังสือของเราถึงเมื่อไหร่” ก้อยเล่า

ตัวเลขพิมพ์ซ้ำ และจำนวนหนังสือที่ออกดอกออกผลเพิ่มขึ้นทุกปีบอกอะไรก้อยบ้าง เราถาม

เธอสารภาพว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากความรู้สึกอยากเขียนเป็นหลัก แม้บางครั้งจะมองไม่ออกว่ากลุ่มผู้อ่านเป็นใคร แต่เธอก็มีภาพกลุ่มคนเหล่านี้ในใจแม้ว่าสุดท้ายจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เธอจึงสรุปให้เราฟังว่าถ้ามองสิ่งนี้เป็นธุรกิจสำนักพิมพ์ เธอคงสอบตกทุกข้อ

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีกระแสตอบรับดีๆ จากแฟนหนังสือแวะเวียนมาให้กำลังใจไม่ขาด

“ที่ชอบมากๆ คือมีคนอ่านมาบอกว่าซื้อหนังสือเราไป 2 เล่ม เล่มแรกไว้อ่านเอง อีกเล่มเก็บไว้ให้ลูก ทำให้เรากลับมานั่งคิดถึงคุณภาพกระดาษที่ใช้พิมพ์หนังสือ และรายละเอียดอื่นๆ ให้หมดจดยิ่งขึ้น จากเมื่อก่อนที่ใช้กระดาษรีไซเคิล เราก็เริ่มคิดถึงอนาคตมากขึ้น” ก้อยเล่า

CITIES ความเมืองเรื่องบ้าน Little เรื่องเล็กน้อย

CITIES ความเมืองเรื่องบ้าน (พ.ศ. 2561) และ Little เรื่องเล็กน้อย (พ.ศ. 2561)

หนังสือลำดับที่ 11 และ 12 ของ Little Thoughts ที่ว่าด้วยเรื่องเมืองและเรื่องเล่าเล็กๆ น้อยๆ

CITIES ความเมืองเรื่องบ้าน รวมบทความจากคอลัมน์ Visionary City ที่เล่าเรื่องเมืองในนิตยสาร a day

“เราเชื่อเรื่องการมองอะไรในระดับเมือง โลกเรามีปัญหาเรื่องการแบ่งพรมแดนประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องการต่อรองทุกอย่าง เวลาจะเขียนบทความสักบทความ เขียนสั้นๆ ไม่เป็นเราชอบหาข้อมูลมา Test Check”

ขณะที่ Little เรื่องเล็กน้อย รวมบทความจากคอลัมน์ A Little Review ใน Creative Thailand

“เราคิดว่าสนุกดี เล่าเรื่องนี้นิดเรื่องนั้นหน่อย” ก้อยเล่า

เราขอให้ก้อยรีวิวหนังสือใหม่ของเธอเพียงเท่านี้ เพราะรอคอยตัวเล่มจริงที่กำลังจะออกจากโรงพิมพ์ในไม่กี่วันข้างหน้า

รวมกันเราอยู่

“หนังสือของเราอาจจะไม่ใช่หนังสือที่มีความรู้พอเป็นแหล่งอ้างอิง แต่เราหวังว่าคนอ่านจะได้คุยกับตัวเอง ไปขบคิดต่อ ได้เห็นมุมมองใหม่ในบางเรื่อง เช่น เรื่อง Dutchland แดนมหัศจรรย์ ที่แบ่งเรื่องราว 30 หมวด เราเชื่อว่ามันต้องมีสักหมวดสิที่เป็นความรู้ใหม่และคุณไม่เคยรู้มาก่อน แต่แล้วก็จุดประกายให้ลองหาข้อมูลเพิ่ม หรือเห็นภาพความเชื่อมโยงบางอย่าง เมื่อก่อนถ้าเราจะดูข่าวเศรษฐกิจ ข่าวศิลปะวัฒนธรรม จะเห็นว่ารายการมันมักจะอยู่แยกจากกันอย่างสิ้นเชิง ไม่เคยมีวันรวมกันได้ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสทำหนังสือ เราก็อยากให้หนังสือของเราเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกันและกัน

“ตอนทำเรื่อง Cool Japan เรารู้สึกดีมาก เพราะสามารถใส่คำว่าหนี้สาธารณะลงในหนังสือเล่มเดียวกันกับที่มีเรื่องของ SMAP วงดนตรีจากญี่ปุ่น เราก็รู้สึกว่านี่แหละเราเลย ความเป็นเป็ดของเราก็ทำให้เจอหนทาง” ก้อยเล่า

นึกย้อนกลับไปในวันที่ผู้เขียนเจอหนังสือ ชนชั้นกลางในนิยามใหม่ แล้วตัดสินใจลาออกจากงานที่มั่นคงทันทีที่อ่านจบ เพื่อไปเริ่มงานกองบรรณาธิการนิตยสารที่อยากทำ แม้ต้องกลับไปเป็นพนักงานเริ่มใหม่ เรียนรู้วิธีการพูดคุยและเล่าเรียงเรื่องราวตั้งแต่ต้น เพียงเพราะบทสัมภาษณ์เหล่าบุคคลชนชั้นกลางธรรมดาที่รวมกันอยู่ในหนังสือเล่มสีเขียวรูปปกมินิมอล

“เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราเกิดความรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ เพราะถ้ามองย้อนกลับไป เราเป็นคนแวะเลี้ยวเยอะมาก ปริญญาตรีเรียนการตลาดระหว่างประเทศ พอเรียนการจัดการระหว่างประเทศเป็นหลักสูตรที่เรียนร่วมกับชาวต่างประเทศ ครึ่งหนึ่งเรียนรัฐศาสตร์ครั้งหนึ่งเรียนกฎหมายอีกนิดหนึ่ง เรียนการเงินอีก ก่อนจะกลับมาทำงานธนาคาร แล้วย้ายไปทำงาน TCDC ซึ่งเป็นคนละโลกอย่างสิ้นเชิง จากที่เป็นคนใส่เสื้อลายทาง ย้ายมาอยู่ท่ามกลางคนเสื้อลายขวาง เราก็คงไม่อาจเปลี่ยนได้ในทันที ในที่สุดเราจะกลายเป็นคนใส่เสื้อลายสก็อต บวกกันลงตัวพอดี”

กิรญา เล็กสมบูรณ์

ภาพ: Little Thoughts

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง

การเติบโตของนักเขียนจากเล่มแรกจนถึงเล่มล่าสุด

มีน้องวัยรุ่นคนหนึ่งถามฉันว่า ทำไมถึงชอบ ‘สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา’ คำถามนี้อยู่ในใจฉันมาจนถึงตอนเขียนบทความนี้

บางทีคนตอบได้อาจไม่ใช่ตัวฉันในปัจจุบัน แต่คือฉันในอดีตที่อายุไม่ต่างจากน้องคนถามเท่าไหร่ ตอนนั้นอยู่ๆ แม่ก็ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ ชื่อของมันคือ สิบวันเปลี่ยนชีวิต โดยนักเขียนชื่อ เรือรบ เป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ชื่อสวนเงินมีมา 

หนังสือเล่มนั้นไม่หนา อ่านไม่นานก็จบ แต่ผลลัพธ์คือคุณเรือรบช่วยให้ฉันรู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘สุนทรียสนทนา (Dialogue)’  หรือการที่ผู้คนล้อมวงพูดคุยแบบตั้งใจฟังกันอย่างลึกซึ้ง ไม่ด่วนตัดสิน ไม่วิจารณ์ ในวันที่ Dialogue ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าทุกวันนี้ และสังคมเต็มไปด้วยผู้คนที่มักอยากเล่าเรื่องของตัวเองเป็นหลัก

นี่คือคาแรกเตอร์ของหนังสือสวนเงินมีมาสำหรับฉัน มันคือประตูที่พาเราไปเรียนรู้สิ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในกระแสหลักของสังคม แต่แปลกใหม่และมีความหมายกับชีวิต 

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

วรนุช ชูเรืองสุข บรรณาธิการสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาเล่าให้ฉันฟังว่า สวนเงินมีมาเกิดขึ้นโดยชาว NGOs ที่คุ้นเคยกับการทำสิ่งพิมพ์ นำโดย วัลลภา แวน วิลเลี่ยนส์วาร์ด และ ฮันส์ แวน วิลเลี่ยนส์วาร์ด มีเป้าหมายคือการเก็บรักษาและส่งต่อองค์ความรู้จากเสมสิกขาลัย หน่วยงานภายใต้มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ซึ่ง อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยามร่วมก่อตั้ง 

สำนักพิมพ์ที่ลืมตาดูโลกใน พ.ศ. 2544 นี้ ตั้งใจบอกเล่า 5 เรื่องหลักกับผู้อ่าน นั่นคือการศึกษาทางเลือก อาหารที่ดี นิเวศวิทยา ทางเลือกเพื่อออกจากสังคมบริโภคนิยม และชีวิตในมิติจิตวิญญาณ

แน่นอนว่าประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความเป็น ‘ทางเลือก’ อยู่เต็มเปี่ยม แต่เมื่อได้ฟังวรนุชและทีมงาน (นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ-นักอ่าน ก้องกานต์ จันทร์อ่อน-ผู้ดูแลร้านสวนเงินมีมา และ พิชญ์นันท์ พุ่มสวัสดิ์-ผู้ดูแลส่วนออนไลน์) ฉันก็สัมผัสถึงความตั้งใจและเต็มใจที่จะเลือกไปในทางที่ยากกว่า เพราะอยากช่วยจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคม ตลอดการเดินทาง 20 ปี สวนเงินมีมาจึงรับบทเป็นผู้เล่นคนแรกๆ ในสนามที่คนเริ่มสนใจจริงจังกัน ณ ปัจจุบัน ตั้งแต่เรื่องอาหารออร์แกนิกจนถึงการศึกษาแนวใหม่

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

และแม้เรื่องที่เล่าผ่านตัวอักษรจะมีความเฉพาะตัว จนผู้อ่านบางคนอาจรู้สึกไม่แน่ใจเมื่อจะหยิบหนังสือมาลองชิม ก็มีผู้อ่านหลายคนที่พบว่าหนังสือของสวนเงินมีมา ‘ทำงาน’ กับพวกเขาอย่างลึกซึ้ง

ถ้าคุณยังไม่เคยหยิบผลงานสำนักพิมพ์นี้มาเปิดอ่าน ฉันอยากลองชวนคุณมารู้จักความเป็นสวนเงินมีมาจาก 10 ผลงานที่วรนุชและทีมงานคัดสรรมาแนะนำ

งานเหล่านี้ล้วนสะท้อนหัวใจของสำนักพิมพ์ และไม่แน่ว่า 1 ใน 10 เล่มนี้อาจพาคุณไปสู่การอ่านครั้งที่ 1 ก็ได้นะ

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ
สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ
01 

ประตูสู่การศึกษาทางเลือก

เด็กตามธรรมชาติ 

ผู้เขียน : จอห์น บี. ทอมสัน, ทิม คาน, มิลเดรด มาเชเดอ, ลิน โอลฟิลด์, มิเชลา คึกเกลอ และโรแลน มีกแฮน

ผู้แปล : วิศิษฐ์ วังวิญญู

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2546

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

หนึ่งในแก่นของสวนเงินมีมาคือเรื่องการศึกษาทางเลือก ใน พ.ศ. 2546 ซึ่งการศึกษาที่เน้นให้เด็กเล็กเรียนรู้ตามธรรมชาติมากกว่าเคร่งวิชาการยังไม่แพร่หลาย แถมหนังสือแนวนี้ก็แทบไม่มีอยู่ สวนเงินมีมาจึงจัดพิมพ์ ‘เด็กตามธรรมชาติ’ คู่มือดูแลและส่งเสริมศักยภาพเด็กที่ชวนผู้อ่านสำรวจจิตวิทยาและพัฒนาการเด็กผ่านมุมมองแบบองค์รวม และพาเด็กไปเชื่อมโยงกับโลกธรรมชาติ โดยผู้ที่คัดเลือกหนังสือมากับมือคือ ฮันส์ แวน วิลเลี่ยนส์วาร์ด ซึ่งคุ้นเคยกับแนวคิดการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ที่สนับสนุนให้เด็กมีอิสระในการเล่นและมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับธรรมชาติ

เด็กตามธรรมชาติ เป็นหนังสือที่ค่าลิขสิทธิ์แพง เล่มหนา พิมพ์ 4 สี ต้นทุนจึงสูงลิ่วจนราคาขายจัดว่าไม่ถูก แม้จะมีการขอทุนแล้วบางส่วนเพื่อให้ขายได้ถูกลง สำนักพิมพ์จึงได้เรียนรู้ว่างานบางแบบนั้นต้องการทุนสนับสนุนจริงๆ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อหนังสือออกสู่ตลาดไปพักใหญ่ มันก็เริ่มทยอยได้ออกจากชั้นไปสู่มือนักอ่านจนได้ เพราะมีคนหลายกลุ่มสนใจตั้งแต่พ่อแม่ คุณครู จนถึงผู้อยู่ในแวดวงการศึกษา

02 

หนังสือชวนดูภูฏานแล้วย้อนดูไทย

เรื่องราวในดินแดนแห่งความสุข 

ผู้เขียน : คินเลย์ ดอร์จิ

ผู้แปล : สดใส ขันติวรพงศ์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2552

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

ณ วันที่สังคมไทยหมุนเร็วไปพร้อมกับโลก และมี GDP (Gross Domestic Product) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเป็นตัวชี้วัดการพัฒนา สวนเงินมีมาได้จัดพิมพ์หนังสือที่เล่าเรื่องราวของภูฏาน ประเทศเล็กๆ ที่ในตอนนั้นเพิ่งเริ่มเปิดประเทศ และตั้งใจพัฒนาประเทศด้วยหลักไม่เหมือนใคร นั่นคือ GNH (Gross National Happiness) หรือความสุขมวลรวมประชาชาติ 

จุดประสงค์ของการพิมพ์หนังสือเล่มนี้คือ ชวนสังคมไทยเรียนรู้และทบทวนตัวเอง สวนเงินมีมาเชื่อว่า เราสามารถใช้ชีวิตโดยโอบรับทั้งโลกดั้งเดิมและโลกใหม่ไปพร้อมกันได้ และนี่จะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน

03 

บัตรเชิญกลับมาหาความเงียบสงบ

พลังความเงียบ: เปิดพื้นที่เพื่อความสร้างสรรค์

ผู้เขียน : จอห์น เลน

ผู้แปล : สดใส ขันติวรพงศ์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2550

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

ในโลกที่วุ่นวายจนความเงียบห่างหายไปจากชีวิตผู้คน สวนเงินมีมาเลือกจัดพิมพ์หนังสือของ จอห์น เลน นักเขียนที่มักชวนคนอ่านมองเห็นโลกภายในของตัวเอง และเห็นความสัมพันธ์ของตัวเองกับโลกภายนอก ในหนังสือเล่มนี้ จอห์น เลน พูดถึงศักยภาพของความเงียบซึ่งช่วยให้เราทำงานสร้างสรรค์ได้ดี โดยมีตัวอย่างคนมีชื่อเสียงที่สร้างสรรค์งานได้เพราะมีความเงียบสงบเกื้อหนุน 

เมื่อพลังความเงียบฯ ออกวางขาย หนังสือเล่มนี้ก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านทุกช่วงวัย แสดงให้เห็นว่ามีคนสนใจมองหาสิ่งเดียวกับสำนักพิมพ์อยู่เช่นกัน และนอกจาก พลังความเงียบฯ สวนเงินมีมายังพิมพ์หนังสือของจอห์น เลนอีกหลายเล่ม เช่น ความเรียบง่ายไร้กาลเวลา : การมีชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในสังคมบริโภค ที่พูดถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในโลกบริโภคนิยม โดยไม่ต้องหนีไปปลีกวิเวกในที่ห่างไกล 

04 

หนังสือว่าด้วยมนุษย์และถิ่นที่อยู่

สถานพำนักจิตวิญญาณ: สถาปัตยกรรมและการออกแบบสภาพแวดล้อมในฐานะศิลปะบำบัด

ผู้เขียน : คริสโตเฟอร์ เดย์

ผู้แปล : สดใส ขันติวรพงศ์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2562

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

สวนเงินมีมามักชวนคนอ่านสำรวจความสัมพันธ์ของเราและโลกรอบตัว ในหนังสือเรื่อง สถานพำนักจิตวิญญาณฯ เล่มนี้ ผู้อ่านจะได้สำรวจความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ สถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อมที่อาคารนั้นตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่เราอาศัย จนถึงโรงพยาบาลที่เราไปเยี่ยมเยือนเมื่อป่วยไข้ หนังสือเล่มนี้เขียนโดยสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารสถานที่ โดยให้ความสำคัญกับธรรมชาติของพื้นที่เดิมและความต้องการแท้จริงของผู้ใช้ รวมถึงเชื่อว่าการออกแบบที่ยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงจิตวิญญาณด้วย

นอกจากพิมพ์หนังสือเผยแพร่ความรู้ สวนเงินมีมายังตั้งใจใช้สิ่งพิมพ์เล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าไปจัดกิจกรรมกับเหล่าสถานิกที่สนใจออกแบบอย่างมีส่วนร่วม เพื่อขยายผลเรื่องนี้ให้กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

   05 

งานเขียนที่พระชวนตั้งคำถามกับความเป็นพุทธ

อะไรทำให้คุณไม่ใช่พุทธ

ผู้เขียน : ซองซาร์ จัมยัง เคียนเซ

ผู้แปล : รวิวาร โฉมเฉลา

บรรณาธิการต้นฉบับ : พจนา จันทรสันติ

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2556

สวนเงินมีมา สำนักพิมพ์ทางเลือกที่ชวนคนอ่านกินอาหารดี มีชีวิตดี และสนิทกับธรรมชาติ

การทำหน้าที่จุดประกายย่อมหมายถึงการชวนคนอ่านตั้งคำถามน่าสนใจกับชีวิตและโลกที่อยู่ สวนเงินมีมาจึงเลือกแปลหนังสืออะไรทำให้คุณไม่ใช่พุทธซึ่งพระเป็นคนเขียนเองกับมือ (วรนุชรับประกันว่าเป็นหนังสือที่มันมาก) เพื่อชวนคนอ่านทบทวนว่า ศาสนาพุทธที่แท้คืออะไร และเราเองเป็นชาวพุทธตัวจริง หรือแค่เป็นพุทธเพราะระบุอยู่ในบัตรประชาชน 

   06 

หนังสือที่บอกเราว่าทุกศาสนาหมุนด้วยความรัก

ศาสนาทั้งผองพี่น้องกัน: วิถีสู่ความปรองดองในหมู่ศาสนา

ผู้เขียน : องค์ทะไลลามะที่ 14

ผู้แปล : นัยนา นาควัชระ

บรรณาธิการต้นฉบับแปล : พจนา จันทรสันติ

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2563

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

นอกจากมนุษย์และโลก สวนเงินมีมายังอยากชวนผู้อ่านมองถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพราะที่จริงแล้วเราล้วนไม่ได้เป็นเกาะโดดเดี่ยวแต่พึ่งพากันเสมอ และเราล้วนมีศักยภาพที่จะรัก จะเอื้ออาทรต่อกันได้

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความขัดแย้ง หลายคนมองว่าศาสนาเท่ากับความรุนแรง สำนักพิมพ์จึงเลือกพิมพ์หนังสือ ศาสนาทั้งผองพี่น้องกันฯ ขององค์ทะไลลามะซึ่งบอกผู้อ่านว่า แท้จริงแก่นของทุกศาสนานั้นสอนให้เรารักกัน และนอกจากเล่มนี้ ยังมีซีรีส์แนวเดียวกันที่ตามมา เช่น หนังสือ ข้ามพ้นศาสนา: จริยธรรมเพื่อคนทั้งโลก ซึ่งองค์ทะไลลามะเป็นผู้เขียนเช่นกัน 

   07 

แรงบันดาลใจรักสิ่งแวดล้อม

ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน

ผู้เขียน : ราเชล คาร์สัน

ผู้แปล : ดิสทัต โรจนาลักษณ์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2559

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

ฤดูใบไม้ผลิอันเงียบงัน เป็นผลงานเขียนของนักชีววิทยาทางทะเลซึ่งพูดถึงผลร้ายที่เกิดจากการใช้สารเคมีในการทำเกษตร เริ่มจากในธรรมชาติและสุดท้ายก็มาจบลงที่ตัวมนุษย์เอง ด้วยวิธีเล่าที่ทำเอาคนอ่านสะเทือนใจไปตามๆ กัน 

หนังสือเล่มนี้เป็น 1 ใน 100 หนังสือเล่มที่ดีที่สุดของคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นตัวอย่างการทำงานเรื่องนิเวศวิทยาที่สวนเงินมีมาขับเคลื่อนมาตลอด อีกทั้งเนื้อหาของหนังสือยังเป็นตัวจุดประกายให้สวนเงินมีมาลุกขึ้นขับเคลื่อนเรื่องระบบอาหารและเกษตรอินทรีย์ด้วย 

   08 

ไกด์บุ๊กแนะนำร้านอาหารดีต่อเราและโลก

ช่างเลือกช่างกิน คู่มือกินเพื่อวิถีสีเขียว เล่มที่ ๒

ผู้เขียน : ภาศานต์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2556

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ Food For Living Green Together เนื้อหาคือการแนะนำร้านอาหารของผู้ประกอบการเจ้าเล็กที่เลือกใช้วัตถุดิบดีๆ ปลอดสารพิษจากเกษตรกรรายย่อย เพราะสวนเงินมีมาอยากให้คนเมืองได้เข้าถึงแหล่งอาหารปลอดภัย ไม่ทำลายโลก รวมถึงอยากสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ด้วย

   09 

วรรณกรรมเยาวชนสะท้อนโลกคนออทิสติก

พี่ซิมเปิ้ล

ผู้เขียน : มารี-โอ๊ด มูรัย

ผู้แปล : เย็นตา

บรรณาธิการ : จิระพรรษ์ บุณยเกียรติ

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2561

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

วรนุชเติบโตมากับการอ่านวรรณกรรมเยาวชนหลากหลายเรื่อง แต่ช่วงหลังรู้สึกว่าหางานแนวนี้ที่ถูกใจยาก จนกระทั่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งเสนอให้แปลผลงานของ มารี-โอ๊ด มูรัย นักเขียนหญิงชาวฝรั่งเศส และเธอลองอ่านต้นฉบับแล้วชอบมาก วรนุชจึงตัดสินใจพาสวนเงินมีมาลงเล่นในตลาดงานวรรณกรรมเยาวชน โดยหนึ่งในผลงานที่หยิบมาแปลคือ พี่ซิมเปิ้ล ซึ่งพูดถึงน้องชายที่ต้องดูแลพี่ชายซึ่งเป็นออทิสติก ด้วยวิธีการเล่าแบบเสียดสี นับเป็นงานสะท้อนสังคมที่อ่านสนุก ช่วยให้คนอ่านเข้าใจโลกของคนออทิสติกและโลกของวัยรุ่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำนักพิมพ์พบว่างานนี้อาจไม่ใช่แนวถนัด และผู้อ่านเองก็ยังไม่คุ้นกับการที่สวนเงินมีมาพิมพ์วรรณกรรมเยาวชน ทางสำนักพิมพ์จึงมองว่าอาจหยุดงานแนวนี้ไว้ก่อน แล้วหันไปลองทำเรื่องอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันต่อไป   

   10 

ตัวช่วยให้เราเข้าใจผู้มีบาดแผลทางใจ

ฝันร้ายในร่างกาย: สมอง ร่างกาย จิตใจ ในการเยียวยาบาดแผลทางใจ

ผู้เขียน : เบสเซล แวน เดอ คอล์ค

ผู้แปล : ภัทร กิตติมานนท์

บรรณาธิการฉบับแปล : กรรณิการ์ พรมเสาร์

พิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2562

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

เมื่อเรื่องของสุขภาพใจกลายเป็นปัญหาสำคัญในสังคมปัจจุบัน สวนเงินมีมาจึงหยิบเรื่อง ฝันร้ายในร่างกายฯ ซึ่งเป็นงานเขียนแนวจิตวิทยามาแปลให้คนไทยได้อ่าน 

ฝันร้ายในร่างกายฯ พาเราไปสำรวจกระบวนการทำงานของร่างกายที่สลับซับซ้อน บันทึกเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเราได้อย่างละเอียด เล่าหลากหลายเคสของผู้มีบาดแผลทางใจ และเรื่องของวิธีการบำบัดเยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้น นับเป็นหนังสือที่ช่วยให้เราเข้าใจผู้มีบาดแผลทางใจ รู้วิธีดูแลและอยู่กับพวกเขา รวมถึงช่วยให้สังเกตและเตรียมดูแลสุขภาพจิตตัวเองได้ด้วย 

หนังสือ 10 เล่มด้านบนที่คุณเห็น คือตัวแทนจากหนังสือกว่า 250 เล่มที่สำนักพิมพ์สวนเงินมีมาผลิตมาเสิร์ฟให้นักอ่านตลอดการเดินทาง 20 ปี

ในช่วงเวลายาวนานนี้ วรนุชและทีมผลิตหนังสือหลากหลาย และไม่ต่างจากนิตยสาร สิ่งที่สวนเงินมีมาเลือกมาตีพิมพ์ก็แปรเปลี่ยนเติบโตไปตามความสนใจของคนทำ 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงอีกทั้งชัดเจนกว่าเก่า คือการทำหนังสือที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจตัวเอง เห็นคุณค่าความหมายของชีวิต เคารพผู้อื่น และมีความเอื้ออาทรต่อกัน

“เมื่อไหร่ที่เราเห็นตัวเอง เห็นคนอื่น ความเป็นมนุษย์ก็จะตามมาด้วยกัน” บรรณาธิการสำนักพิมพ์สวนเงินมีมาบอกกับฉัน ท่ามกลางเหล่าหนังสือของสวนเงินมีมาตั้งแต่เล่มเก่ายุคแรกเริ่ม จนถึงเล่มใหม่ล่าสุดที่มีชื่อบนปกว่า ‘ความเอื้อเฟื้อ: พลังกรุณาสู่การเปลี่ยนแปลงตนเองและโลก’

แน่นอน, สำนักพิมพ์เล็กๆ นี้ยังคงมุ่งมั่นจุดประกายให้สังคมต่อไป

จากก้าวแรกที่ต้นฉบับ สู่มือผู้อ่านอย่างฉัน และวันพรุ่งนี้อาจเป็นคุณ

เปิด 10 หนังสือจาก ‘สวนเงินมีมา’ อ่านเรื่องราวการจุดประกายเรื่องสำคัญให้สังคมไทย ของสำนักพิมพ์ทางเลือกแห่งนี้

ข้อมูลอ้างอิง 

suanspirit.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load