10 กุมภาพันธ์ 2563
21 K

The Cloud x Museum Siam

หลังจากย้ายราชธานีมายังเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ของบ้านเมืองได้รับการสร้างขึ้นใหม่ อิทธิพลจากประเทศอื่นๆ และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงก็ส่งผลต่อการเกิดใหม่ของหลายสรรพสิ่งในสยาม โดยเฉพาะในเกาะรัตนโกสินทร์ หัวใจของกรุงเทพมหานคร 

ในเมืองเก่าอายุมากกว่า 200 ปี สิ่งก่อสร้างแรกที่เกิดขึ้นในไทยหลายแห่งยังยืนหยัดผ่านยุคสมัย บ้างทรุดโทรมไปหรืออาจเคยถูกทุบทำลาย แต่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหรือจำลองขึ้นใหม่ ให้ไปชมร่องรอยความหลังและความเก๋ากันได้ถึงทุกวันนี้

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์ 

สถาบันแพทย์แผนไทยรุ่นบุกเบิก

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์

ย้อนกลับไปยุคแรกเริ่มของกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2331 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยเอาไว้ ตั้งแต่ตำรายาสมุนไพร ตำราเกี่ยวกับการนวด เพื่อนำไปจารึกลงบนแผ่นศิลา และปั้นรูปฤๅษีดัดตนประดิษฐานไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 การแพทย์ทางตะวันตกแพร่เข้ามามากขึ้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต เพื่อค้นคว้า รวบรวม ตรวจสอบตำราวิชาการให้ถูกต้อง และทรงจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์เป็นโรงเรียนแพทย์แผนไทยแห่งแรก ทำให้ภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา 

นอกจากนี้วัดโพธิ์ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สรรพวิชาต่างๆ อีกมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย’ อ่านเรื่องราวของวัดโพธิ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่

ที่อยู่ : 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

มัสยิดจักรพงษ์

มัสยิดแห่งแรกในเขตพระนคร

มัสยิดจักรพงษ์

มัสยิดจักรพงษ์ มัสยิดแห่งแรกในเขตพระนคร สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ซึ่งทรงพระราชทานที่ดินให้กับพี่น้องมุสลิมในเขตพระนครชั้นในทางทิศเหนือ จึงมีการลงหลักปักฐานของชุมชนที่ถูกกวาดต้อนมาจากสงครามปัตตานี-สยามยุทธ พ.ศ. 2329 ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาชาวมุสลิม (แขกตานี) บริเวณนี้ได้รวมตัวกันก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบศาสนกิจ รวมถึงเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงโครงสร้างเรื่อยมา ส่วนที่มาของชื่อมาจากการที่มัสยิดอยู่ติดกับ ถนนจักรพงษ์ ซึ่งตั้งชื่อตามสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 จึงได้ตั้งชื่อมัสยิดนี้ว่า มัสยิดจักรพงษ์

ที่อยู่ : แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

โลหะปราสาท 

ปราสาทโลหะองค์แรก องค์เดียว องค์สุดท้าย

โลหะปราสาท

โลหะปราสาทองค์แรก องค์เดียว ในประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก และเป็นองค์สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่จากทั้งหมด 3 องค์ แห่งแรกอยู่ในประเทศอินเดีย แห่งที่ 2 อยู่ในประเทศศรีลังกา ซึ่งทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายไปแล้ว ปราสาทนี้สร้างโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้จำลองแผนผังปราสาทรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมาจากประเทศศรีลังกา ส่วนลักษณะสถาปัตยกรรมสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย มีลักษณะเป็นปราสาท 3 ชั้น มียอด 37 ยอด ลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ส่วนวิธีการขึ้นสู่ปราสาทแต่ละชั้นนั้น มีบันไดวนตั้งอยู่ตรงกลางโลหะปราสาท โดยใช้ซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันไดตั้งแต่พื้นล่างตลอดจนถึงชั้นบน หากนับแต่ขั้นบันไดจนรอบต้นซุงนับได้ 67 ขั้น โดยชั้นบนสุดเป็นยอดปราสาทจตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ แถมยังมีจุดชมวิวชั้นดี มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ได้อย่างกว้างไกลอีกด้วย 

ที่อยู่ : 2 ถนนมหาไชย แขวงวัดบวรนิเวศ                                                                                                           

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. ติดต่อ : 0 2224 8807

ศาลาสหทัยสมาคม

พิพิธภัณฑสถานแห่งแรกในสยาม

ศาลาสหทัยสมาคม

รู้หรือไม่ว่า อาคารหน้าตาฝรั่งที่อยู่ทางซ้ายมือของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมหาราชวัง คือมิวเซียมแห่งแรกของไทย เดิมชื่อ ‘หอคองคอเดีย’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นสโมสรสำหรับทหารมหาดเล็กและการประชุมงานต่างๆ เมื่อ พ.ศ. 2417

หอคองคอเดียกลายเป็นมิวเซียมจัดแสดงสิ่งของต่างๆ ที่เป็นฝีมือจากช่างชั้นดีของชาวสยาม ทั้งสิ่งของหลวง ของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และราษฎร ให้ประชาชนได้เชยชมในวโรกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษา 21 พรรษา เรียกว่างานเอกซฮิบิเชน ต่อมามีปัญหาด้านโครงสร้างอาคาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปยังพระราชวังบวรสถานมงคลแทน ปัจจุบันศาลาสหทัยสมาคมเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯ หรือเดินทางมาเยือนประเทศไทย 

ที่อยู่ : 2 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 15.30 น.

ไปรษณียาคาร

ที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย

ไปรษณียาคาร

ใกล้สะพานพระปกเกล้ามีอาคารนีโอคลาสสิกที่เป็นจุดเริ่มต้นแรกของยุคส่งจดหมาย ‘ไปรษณียาคาร’ (เดิมใช้ชื่อว่า ไปรสะนียาคาร) เป็นที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย อดีตเคยเป็นบ้านของพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) อดีตเจ้าเมืองปราจีนบุรี สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2414 และตกเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินในภายหลัง 12 ปีต่อมา ที่นี่จึงได้รับการจัดตั้งกิจการไปรษณีย์ และเป็นสถานที่แห่งแรกที่คณะราษฎรบุกยึดเพื่อตัดการสื่อสารทั้งทางโทรเลขและโทรศัพท์ใน พ.ศ. 2475 

อาคารเดิมได้ถูกทุบทิ้งเพื่อเปิดทางให้สร้างสะพานพระปกเกล้า และต่อมาสร้างใหม่โดยคัดลอกรูปแบบเดิมเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์กิจการไปรษณีย์ไทย แม้ปัจจุบันที่ทำการไปรษณีย์กลางย้ายไปที่เขตบางรักแล้ว แต่เรายังคงชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์อาคารริมน้ำนี้ได้เสมอ

ที่อยู่ : ถนนสะพานพุทธ แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ปิดทำการ สามารถดูสถาปัตยกรรมภายนอกได้

คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา 

ศาสนสถานแห่งแรกของชาวซิกข์ในประเทศไทย 

คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา

ศาสนสถานอันวิจิตรนี้เกิดขึ้นเพราะชาวซิกข์รวบรวมเงินซื้อที่ดินผืนหนึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ เพื่อก่อสร้างเป็นศาสนสถานถาวร และอัญเชิญพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุครันถ์ซาฮิบมาประดิษฐาน เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวซิกข์ และเปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่ก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้นต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อย และห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด หากมาถูกจังหวะอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่ : 571 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 05.00 – 19.00 น.

โรงละครแห่งชาติ

โรงมหรสพระดับชาติแห่งแรกของยุครัตนโกสินทร์

โรงละครแห่งชาติ

แต่เดิมที่นี่คือโรงแสดงของกรมศิลปากร ถือเป็นโรงละครแห่งชาติชั่วคราว ซึ่งเกิดจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ว่า ศิลปินโขน ละคร ฟ้อนรำ และนักดนตรี จะต้องแสดงออกซึ่งศิลปะให้เข้าถึงผู้ดูและผู้ฟัง ศิลปินจึงจำเป็นต้องมีสถานที่แสดงหรือโรงมหรสพ ใน พ.ศ.2504 จึงได้รับการปรับปรุงก่อสร้างให้เป็นโรงละครถาวร และมีการบริหารงานแบบไม่หวังผลกำไร เพราะต้องการให้คนทั่วไปเข้าถึงศิลปะการแสดง การเข้าชมส่วนมากจึงไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมทำนุบำรุงโรงละคร ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งชมนาฏศิลป์และศิลปะการแสดงต่างๆ ที่หาชมได้ยาก

ที่อยู่ : 4 ซอยราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง

Facebook : โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพ Nationaltheatre

ติดต่อ : 0 2221 0171

หอกลอง

หอส่งสัญญาณหอแรกของกรุงรัตนโกสินทร์

หอกลอง

ก่อนจะมีหอนาฬิกา คนรัตนโกสินทร์รู้เวลาได้อย่างไร คำตอบคือหอกลองสูง 3 ชั้นที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระเชตุพนฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอกลองขึ้นตอนสถาปนากรุง ภายในหอคอยเคยตั้งกลองไว้ 3 ใบ กลองชั้นล่างหรือกลองย่ำพระสุริย์ศรี ใช้ตีเพื่อบอกเวลาให้ราษฎรทราบเวลา กลองชั้นกลางหรือกลองอัคคีพินาศ ใช้ตีเป็นสัญญาณเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

กองชั้นบนหรือกลองพิฆาตไพรี ใช้ตีเมื่อข้าศึกมาประชิดพระนคร ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีระบบส่งสัญญาณที่ดีกว่า หอกลองจึงถูกรื้อ และสร้างใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสการจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ส่วนกลองเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ที่อยู่ : ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน

หอนาฬิกาหลวงจำลอง 

ตัวแทนหอนาฬิกาแห่งแรก

หอนาฬิกาหลวงจำลอง

หอนาฬิกาแห่งแรกของไทยสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นนาฬิกาหลวงบอกเวลาแก่สาธารณชนและผู้คนที่ล่องเรือผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้รู้โมงยามกันถ้วนหน้า ก่อนจะถูกรื้อถอนทั้งหมดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยตัวนาฬิกาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงกลาโหม ต่อมาในวาระสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จึงได้มีการนำนาฬิกาเดิมมาสร้างเป็นหอนาฬิกาประวัติศาสตร์ให้ได้รำลึกหวนคืนอดีตอีกครั้ง

ที่อยู่ : ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน 


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load