10 กุมภาพันธ์ 2563
21 K

The Cloud x Museum Siam

หลังจากย้ายราชธานีมายังเกาะรัตนโกสินทร์ ส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ของบ้านเมืองได้รับการสร้างขึ้นใหม่ อิทธิพลจากประเทศอื่นๆ และยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงก็ส่งผลต่อการเกิดใหม่ของหลายสรรพสิ่งในสยาม โดยเฉพาะในเกาะรัตนโกสินทร์ หัวใจของกรุงเทพมหานคร 

ในเมืองเก่าอายุมากกว่า 200 ปี สิ่งก่อสร้างแรกที่เกิดขึ้นในไทยหลายแห่งยังยืนหยัดผ่านยุคสมัย บ้างทรุดโทรมไปหรืออาจเคยถูกทุบทำลาย แต่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหรือจำลองขึ้นใหม่ ให้ไปชมร่องรอยความหลังและความเก๋ากันได้ถึงทุกวันนี้

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์ 

สถาบันแพทย์แผนไทยรุ่นบุกเบิก

โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์

ย้อนกลับไปยุคแรกเริ่มของกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. 2331 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยเอาไว้ ตั้งแต่ตำรายาสมุนไพร ตำราเกี่ยวกับการนวด เพื่อนำไปจารึกลงบนแผ่นศิลา และปั้นรูปฤๅษีดัดตนประดิษฐานไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 การแพทย์ทางตะวันตกแพร่เข้ามามากขึ้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้มีการประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต เพื่อค้นคว้า รวบรวม ตรวจสอบตำราวิชาการให้ถูกต้อง และทรงจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดโพธิ์เป็นโรงเรียนแพทย์แผนไทยแห่งแรก ทำให้ภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา 

นอกจากนี้วัดโพธิ์ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สรรพวิชาต่างๆ อีกมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย’ อ่านเรื่องราวของวัดโพธิ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่

ที่อยู่ : 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

มัสยิดจักรพงษ์

มัสยิดแห่งแรกในเขตพระนคร

มัสยิดจักรพงษ์

มัสยิดจักรพงษ์ มัสยิดแห่งแรกในเขตพระนคร สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ซึ่งทรงพระราชทานที่ดินให้กับพี่น้องมุสลิมในเขตพระนครชั้นในทางทิศเหนือ จึงมีการลงหลักปักฐานของชุมชนที่ถูกกวาดต้อนมาจากสงครามปัตตานี-สยามยุทธ พ.ศ. 2329 ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาชาวมุสลิม (แขกตานี) บริเวณนี้ได้รวมตัวกันก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบศาสนกิจ รวมถึงเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงโครงสร้างเรื่อยมา ส่วนที่มาของชื่อมาจากการที่มัสยิดอยู่ติดกับ ถนนจักรพงษ์ ซึ่งตั้งชื่อตามสมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 จึงได้ตั้งชื่อมัสยิดนี้ว่า มัสยิดจักรพงษ์

ที่อยู่ : แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

โลหะปราสาท 

ปราสาทโลหะองค์แรก องค์เดียว องค์สุดท้าย

โลหะปราสาท

โลหะปราสาทองค์แรก องค์เดียว ในประเทศไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลก และเป็นองค์สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่จากทั้งหมด 3 องค์ แห่งแรกอยู่ในประเทศอินเดีย แห่งที่ 2 อยู่ในประเทศศรีลังกา ซึ่งทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายไปแล้ว ปราสาทนี้สร้างโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้จำลองแผนผังปราสาทรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสมาจากประเทศศรีลังกา ส่วนลักษณะสถาปัตยกรรมสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย มีลักษณะเป็นปราสาท 3 ชั้น มียอด 37 ยอด ลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ส่วนวิธีการขึ้นสู่ปราสาทแต่ละชั้นนั้น มีบันไดวนตั้งอยู่ตรงกลางโลหะปราสาท โดยใช้ซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันไดตั้งแต่พื้นล่างตลอดจนถึงชั้นบน หากนับแต่ขั้นบันไดจนรอบต้นซุงนับได้ 67 ขั้น โดยชั้นบนสุดเป็นยอดปราสาทจตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ แถมยังมีจุดชมวิวชั้นดี มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ได้อย่างกว้างไกลอีกด้วย 

ที่อยู่ : 2 ถนนมหาไชย แขวงวัดบวรนิเวศ                                                                                                           

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. ติดต่อ : 0 2224 8807

ศาลาสหทัยสมาคม

พิพิธภัณฑสถานแห่งแรกในสยาม

ศาลาสหทัยสมาคม

รู้หรือไม่ว่า อาคารหน้าตาฝรั่งที่อยู่ทางซ้ายมือของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมหาราชวัง คือมิวเซียมแห่งแรกของไทย เดิมชื่อ ‘หอคองคอเดีย’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นสโมสรสำหรับทหารมหาดเล็กและการประชุมงานต่างๆ เมื่อ พ.ศ. 2417

หอคองคอเดียกลายเป็นมิวเซียมจัดแสดงสิ่งของต่างๆ ที่เป็นฝีมือจากช่างชั้นดีของชาวสยาม ทั้งสิ่งของหลวง ของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และราษฎร ให้ประชาชนได้เชยชมในวโรกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษา 21 พรรษา เรียกว่างานเอกซฮิบิเชน ต่อมามีปัญหาด้านโครงสร้างอาคาร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปยังพระราชวังบวรสถานมงคลแทน ปัจจุบันศาลาสหทัยสมาคมเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯ หรือเดินทางมาเยือนประเทศไทย 

ที่อยู่ : 2 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.30 น. – 15.30 น.

ไปรษณียาคาร

ที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย

ไปรษณียาคาร

ใกล้สะพานพระปกเกล้ามีอาคารนีโอคลาสสิกที่เป็นจุดเริ่มต้นแรกของยุคส่งจดหมาย ‘ไปรษณียาคาร’ (เดิมใช้ชื่อว่า ไปรสะนียาคาร) เป็นที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย อดีตเคยเป็นบ้านของพระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) อดีตเจ้าเมืองปราจีนบุรี สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2414 และตกเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินในภายหลัง 12 ปีต่อมา ที่นี่จึงได้รับการจัดตั้งกิจการไปรษณีย์ และเป็นสถานที่แห่งแรกที่คณะราษฎรบุกยึดเพื่อตัดการสื่อสารทั้งทางโทรเลขและโทรศัพท์ใน พ.ศ. 2475 

อาคารเดิมได้ถูกทุบทิ้งเพื่อเปิดทางให้สร้างสะพานพระปกเกล้า และต่อมาสร้างใหม่โดยคัดลอกรูปแบบเดิมเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์กิจการไปรษณีย์ไทย แม้ปัจจุบันที่ทำการไปรษณีย์กลางย้ายไปที่เขตบางรักแล้ว แต่เรายังคงชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์อาคารริมน้ำนี้ได้เสมอ

ที่อยู่ : ถนนสะพานพุทธ แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : ปิดทำการ สามารถดูสถาปัตยกรรมภายนอกได้

คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา 

ศาสนสถานแห่งแรกของชาวซิกข์ในประเทศไทย 

คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา

ศาสนสถานอันวิจิตรนี้เกิดขึ้นเพราะชาวซิกข์รวบรวมเงินซื้อที่ดินผืนหนึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ เพื่อก่อสร้างเป็นศาสนสถานถาวร และอัญเชิญพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุครันถ์ซาฮิบมาประดิษฐาน เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวซิกข์ และเปิดประตูต้อนรับคนทุกศาสนา แต่ก่อนจะเดินชมในแต่ละชั้นต้องแต่งกายให้มิดชิด คลุมศีรษะด้วยผ้าที่ทางวัดจัดเตรียมให้เรียบร้อย และห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด หากมาถูกจังหวะอาจจะได้เห็นบรรยากาศของงานมงคลกลิ่นอายภารตะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดกูรตะ ส่าหรี ที่ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ

ที่อยู่ : 571 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์

เวลาทำการ : 05.00 – 19.00 น.

โรงละครแห่งชาติ

โรงมหรสพระดับชาติแห่งแรกของยุครัตนโกสินทร์

โรงละครแห่งชาติ

แต่เดิมที่นี่คือโรงแสดงของกรมศิลปากร ถือเป็นโรงละครแห่งชาติชั่วคราว ซึ่งเกิดจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ว่า ศิลปินโขน ละคร ฟ้อนรำ และนักดนตรี จะต้องแสดงออกซึ่งศิลปะให้เข้าถึงผู้ดูและผู้ฟัง ศิลปินจึงจำเป็นต้องมีสถานที่แสดงหรือโรงมหรสพ ใน พ.ศ.2504 จึงได้รับการปรับปรุงก่อสร้างให้เป็นโรงละครถาวร และมีการบริหารงานแบบไม่หวังผลกำไร เพราะต้องการให้คนทั่วไปเข้าถึงศิลปะการแสดง การเข้าชมส่วนมากจึงไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมทำนุบำรุงโรงละคร ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งชมนาฏศิลป์และศิลปะการแสดงต่างๆ ที่หาชมได้ยาก

ที่อยู่ : 4 ซอยราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง

Facebook : โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพ Nationaltheatre

ติดต่อ : 0 2221 0171

หอกลอง

หอส่งสัญญาณหอแรกของกรุงรัตนโกสินทร์

หอกลอง

ก่อนจะมีหอนาฬิกา คนรัตนโกสินทร์รู้เวลาได้อย่างไร คำตอบคือหอกลองสูง 3 ชั้นที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระเชตุพนฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอกลองขึ้นตอนสถาปนากรุง ภายในหอคอยเคยตั้งกลองไว้ 3 ใบ กลองชั้นล่างหรือกลองย่ำพระสุริย์ศรี ใช้ตีเพื่อบอกเวลาให้ราษฎรทราบเวลา กลองชั้นกลางหรือกลองอัคคีพินาศ ใช้ตีเป็นสัญญาณเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

กองชั้นบนหรือกลองพิฆาตไพรี ใช้ตีเมื่อข้าศึกมาประชิดพระนคร ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีระบบส่งสัญญาณที่ดีกว่า หอกลองจึงถูกรื้อ และสร้างใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสการจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ส่วนกลองเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ที่อยู่ : ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน

หอนาฬิกาหลวงจำลอง 

ตัวแทนหอนาฬิกาแห่งแรก

หอนาฬิกาหลวงจำลอง

หอนาฬิกาแห่งแรกของไทยสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นนาฬิกาหลวงบอกเวลาแก่สาธารณชนและผู้คนที่ล่องเรือผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้รู้โมงยามกันถ้วนหน้า ก่อนจะถูกรื้อถอนทั้งหมดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยตัวนาฬิกาถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงกลาโหม ต่อมาในวาระสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จึงได้มีการนำนาฬิกาเดิมมาสร้างเป็นหอนาฬิกาประวัติศาสตร์ให้ได้รำลึกหวนคืนอดีตอีกครั้ง

ที่อยู่ : ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : ทุกวัน 


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

“ถ้าฉันเปิดร้านน้ำหอม จะทำน้ำหอมตามชื่อเมือง อัมสเตอร์ดัมเป็นกลิ่นกัญชา ส่วนปารีสต้องมีกลิ่นฉี่ มันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง”

เพื่อนผู้อยู่ปารีสมาหลายปีบอกฉันอย่างจริงจัง จะเถียงก็เถียงไม่ออก เพราะกลิ่นยูรีนฉุนกึกตามมุมตึกจะชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ ถึงอย่างนั้นฉันก็ขอนั่งยันนอนยันว่าเมืองหลวงของฝรั่งเศสมีมุมหอมยวนใจเหมือนกันนะ ประเทศนี้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมมาหลายร้อยปี นักสร้างสรรค์น้ำหอมมากมายเปิดแบรนด์ที่ปารีส และการตะลอนไปทั่วเมืองน้ำหอมเพื่อตามหากลิ่นดีๆ ในร้านเล็กๆ ก็เพลินจมูกเป็นอย่างยิ่ง

จากบรรดาร้านน้ำหอม Niche สารพัดทั่วกรุง ฉันกำตั๋ว Metro ในมือ จับรถไฟไปตามร้านแสนสวย แล้วใช้เวลานับชั่วโมงซึมซับกลิ่นอยู่ในนั้น

เกณฑ์การเลือกร้านน้ำหอมของฉันคือแบรนด์ที่ออกแบบน้ำหอมเอง มีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส ที่สำคัญคือราคาเอื้อมถึงได้ อย่างน้อยก็ต้องได้ขวดเล็กขวดน้อยติดมือกลับไปลองใช้ หรือเป็นของฝากกลับบ้านสุดพิเศษที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า Made in France จริงๆ

 

 

01

เยี่ยมพิพิธภัณฑ์น้ำหอมของแบรนด์เก่าแก่อย่าง Fragonard

หอมตั้งแต่ปี 1926

Fragonard Fragonard Fragonard Fragonard

เริ่มทำความรู้จักบทเรียนกลิ่น 101 ที่พิพิธภัณฑ์น้ำหอมเล็กๆ ใจกลางปารีส Fragonard เป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำหอมเก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส กำเนิดจาก Grasse เมืองหลวงแห่งน้ำหอมที่อยู่ทางใต้ของประเทศ โดย Eugène Fuchs ตั้งชื่อแบรนด์โดยเอานามสกุลของจิตรกรชื่อดังสมัยศตวรรษที่18 เป็นที่ตั้ง

ปัจจุบันแบรนด์น้ำหอมนี้ยังเป็นธุรกิจครอบครัวเดิม แม้จะมีร้านสาขามากมาย แต่ฉันอยากชวนให้มา Musée du Parfum Fragonard มากที่สุด เพราะที่นี่มีไกด์พาผู้ชมไปทำความรู้จักโลกแห่งกลิ่นและการสกัดน้ำหอม ตบท้ายด้วยห้องแห่งการช้อปที่เราจะได้ลองดมกลิ่นและทายดอกไม้ที่เป็นส่วนผสม ที่สำคัญพิพิธภัณฑ์นี้เข้าฟรี ภายใน 1 ชั่วโมง เราได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินกับจมูกไปเต็มๆ

Fragonard

น้ำหอมที่นี่มีหลากหลายมาก กระทั่งเครื่องประทินผิว เทียนหอม และน้ำหอมสำหรับบ้านก็มีครบครัน แถมถ้ามากันหลายคน จะมีส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อหลายขวดด้วยแหละ (อ่านรายละเอียดพิพิธภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่)

ที่อยู่ 3-5 Square de l’Opéra-Louis Jouvet, 75009 Paris (Metro สถานี Opéra)
เวลาทำการ 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

musee-parfum-paris.fragonard.com/en

 

02

ชื่นใจกับกลิ่นสนุกจากธรรมชาติและศิลปะของ L’Artisan Parfumeur

หอมตั้งแต่ปี 1976

L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur L’Artisan Parfumeur

น้ำหอมกลิ่นแรกของร้านนี้คือกลิ่นกล้วย

เพื่อนของ Jean Laporte จะใส่คอสตูมชุดกล้วยไปงานเลี้ยง เลยขอร้องให้นักเคมีหนุ่มออกแบบกลิ่นให้ หลังจากนั้นก็ออกแบบกลิ่นเกรปฟรุ๊ตและกลิ่นวานิลลา และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปมากกว่า 40 ปี ปัจจุบัน L’Artisan Parfumeur มีกลิ่นหลายสิบกลิ่นที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น Un Air de Bretagne ที่ได้แรงบันดาลใจจากอากาศริมทะเลของบริตตานี กลิ่นบนหญ้า Sur L’herbe ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดมื้อกลางวันบนสนามหญ้าของ Edouard Manet ไปจนถึงกลิ่น Méchant Loup กลิ่นหมาป่าใจร้ายที่ผสมกลิ่นชะเอมเทศ เฮเซลนัท และน้ำผึ้ง หอมกลิ่นไม้สะอกสะใจ

ร้านนี้มีหลายสาขาทั่วปารีสและในต่างประเทศ รับรองว่าหลงเข้าไปแล้วอยู่เพลินแน่นอน เพราะกลิ่นเขาเยอะและดีงามจนเลือกไม่ถูก

ที่อยู่ 167 Boulevard Saint-Germain 75006 Paris (Metro สถานี Saint-Germain-des-Prés)
เวลาทำการ 10.30 – 19.30 น.
global.artisanparfumeur.com

 

03

หลงรักกลิ่นแบบเจ้าหญิงงามสง่าของ Annick Goutal

หอมตั้งแต่ปี 1980

Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal Annick Goutal

Annick Goutal เป็นอดีตนักเปียโนและนางแบบที่ผันตัวมาเปิดร้านน้ำหอมที่ปารีส เธอค้นพบว่าโน้ตดนตรีกับโน้ตกลิ่นเป็นภาษาที่เรียนรู้ได้เหมือนกัน น้ำหอมของ Goutal อ่อนหวานและมีความเป็นผู้หญิงมาก โดยกลิ่นที่ดังที่สุดของแบรนด์คือ Eau d’Hadrien กลิ่นสดชื่นของพืชตระกูลส้มที่ได้แรงบันดาลใจจากวิวที่อิตาลี และ Petite Chérie ที่มีกลิ่นหวานๆ ของลูกแพร์ พีช วานิลลา และหญ้าตัดใหม่

ปัจจุบัน Camille Goutal เป็นผู้สืบทอดแบรนด์แสนหวานแทนแม่ที่เสียชีวิตไป น้ำหอมของที่นี่ราคาค่อนข้างสูง เดินเข้าร้านแล้วรู้สึกถึงรัศมีหลุยส์หรูหรา แต่ยังมี Eau de Toilette, Cologne, เทียนหอม และเครื่องประทินผิวกลิ่นเดียวกันที่ราคาย่อมลงมาหน่อย ใครอยากได้กลิ่นแบบเจ้าหญิง ต้องมาเยือนที่นี่และบรรจงพรมกลิ่นรื่นรมย์ดูสักที

ที่อยู่ 16 Rue de Bellechasse 75007 Paris (Metro สถานี Solférino)
เวลาทำการ 10.00 – 19.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
www.goutalparis.com

 

04

ปรึกษาหากลิ่นวัยรุ่นของครอบครัวช่างทำน้ำหอม Parle Moi de Parfum

หอมตั้งแต่ปี 2016

Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum Parle Moi de Parfum

แล็บน้ำหอมสีขาวดำที่มาแรงสุดๆ นี้เป็น ของ Benjamin Almairac ลูกชายวัยรุ่นของ Michel Almairac ช่างทำน้ำหอมมือฉมังจากเมือง Grasse ที่ออกแบบน้ำหอมให้แบรนด์ดังๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ Gucci, Burberry, Zadig & Voltaire ไปจนถึง Shiseido

หลังจากทำงานตามโจทย์มาตลอดชีวิต ลูกชายคนที่สองของบ้านก็เปิดร้านเล็กๆ ในย่าน Marais ให้พ่อได้ออกแบบน้ำหอมแบบที่ฝันอยากทำมาตลอด มิเชลออกแบบน้ำหอม 8 กลิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ตั้งแต่ Totally White อ่อนหวานเหมือนซุกหน้าดมช่อดอกไม้อย่างฮอว์ธอร์น ไลแลค และวิสทีเรีย กลิ่นซุกซนแบบ Tomboy Neroli ที่ผสมดอกส้มกับยางไม้ ไปจนถึง Woody Perfecto ที่ผสมกลิ่นกาแฟ หนังสัตว์ และหญ้าแฝก เร้าอกเร้าใจเป็นที่สุด

ตัวร้านเป็นแล็บทำน้ำหอมในตัว และพนักงานก็เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวที่เชี่ยวชาญเรื่องกลิ่น คอยช่วยให้คำแนะนำอย่างจริงจังให้เราได้กลิ่นที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง ราคาเอื้อมถึงได้ แต่ถ้าตึงมือไปหน่อย เขามี Discovery Kit ให้เลือก 3 กลิ่นที่ชอบมาลองใช้ในขวดจิ๋ว 3 ขวด ราคา 15 ยูโรเท่านั้นเอง

ที่อยู่ 10 Rue de Sévigné 75004 Paris (Metro สถานี Saint-Paul)
เวลาทำการ 11.00 – 19.30 น. (ปิดวันจันทร์)
parlemoideparfum.com

 

05

ผสมน้ำหอมสูตรเฉพาะของตัวเองกับ Candora

หอมตั้งแต่ปี 2017

Candora Candora Candora Candora Candora

ปิดท้ายด้วยการค้นพบโดยบังเอิญเมื่อเดินดุ่มอยู่ในย่าน Marais เลี้ยวเข้าไปแล้วสนุกเพลิดเพลิน เพราะร้าน Candora เขามีน้ำหอม Eau de Toilette 17 กลิ่น ให้เราเลือกผสมเองได้! เชิญเล่นเกมจับคู่กลิ่นให้พออกพอใจ เลือกกลิ่นดอกไม้เครื่องเทศได้ตามประสงค์ ทางร้านจะช่วยแนะนำ แล้วจะผสมน้ำหอมใส่ขวดให้สดๆ ตรงหน้า เรียกได้ว่า Made in France ของแท้ กระทั่งขวดกับปลอกหนังแกะหุ้มขวดยังสั่งจากในประเทศเลย

ร้านนี้เป็นของสองพี่น้อง Emmanuel Frossard และ Béatrice Delorme ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Candora นักร้องโอเปร่าเสียงสวยยุค 30 ที่เป็นเพื่อนกับครอบครัวนี้ แล้วชื่อนี้ยังซ่อนความหมายว่า Can Do ทำได้ทุกสิ่ง เพราะที่นี่จัดเวิร์กช็อปสอนทำน้ำหอมให้คนทั่วไปมาเรียนทำน้ำหอมของตัวเองทุกๆ เดือน แถมในร้านยังมีช็อกโกแลตกลิ่นน้ำหอมสนุกๆ วางขายด้วย

เรื่องน่าตื่นเต้นคือคุณเอ็ม-เจ้าของร้านเป็นคนดูแลร้านเอง สมัยหนุ่มๆ ยี่สิบกว่าปีก่อน เคยมาทำงานที่กรุงเทพฯ เลยพูดไทยได้นิดหน่อย คุยสนุกเชียว แถมข้อดีอีกอย่างที่ทุกคนน่าจะชอบ คือร้านนี้ราคาย่อมเยาที่สุดในทุกร้านที่กล่าวมา

ที่อยู่ 1 Rue du Pont Louis-Philippe 75004 Paris (Metro สถานี Pont Marie)
เวลาทำการ 14.00 – 19.30 น. (ปิดวันอาทิตย์)
candora.fr

Writer & Photographer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load