13 กุมภาพันธ์ 2564

“Bula! ท่านผู้โดยสาร อีกสักครู่เราจะลดระดับเพดานบินลงสู่ท่าอากาศยานเมืองนานดี สาธารณรัฐฟิจิครับ ทางด้านซ้ายและขวาของท่านคือหมู่เกาะที่งดงาม เกาะเหล่านี้คือเกาะที่เกิดจากการเย็นตัวของภูเขาไฟ 

“สำหรับชาวฟิจิ ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านของเรา และสำหรับทุกท่านที่มาพักผ่อน ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับหาดทราย หมู่เกาะ และผู้คนในประเทศของเรานะครับ Vinaka Vaka Levu!”

สิ้นเสียงกัปตัน ผมเปิดม่านหน้าต่างข้างที่นั่งขึ้น แสงแดดยามเที่ยงวันสาดส่องทำประกายระยิบระยับกับผืนน้ำสีน้ำเงินสด กลุ่มเกาะน้อยใหญ่ปรากฏแก่สายตาพร้อมกับหมู่ต้นไม้เขียวขจีที่แน่นขนัดอยู่บนเกาะ ตัดกับหาดทรายสีน้ำตาลอ่อน เมื่อเครื่องใกล้จะแตะพื้นเต็มที เสียงล้อเครื่องบินกางออก ปีกเครื่องบินของสายการบินฟิจิแอร์เวยส์ทำหน้าที่เป็นเส้นนำสายตาผมไปสู่ผืนแผ่นดินเบื้องล่าง ภาพที่เห็นบ่งบอกให้รู้ว่า ผมกำลังเดินทางมายังดินแดนแห่งหมู่เกาะทะเลใต้ที่เคยเป็นโลกใบใหม่ของชาวยุโรปเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน และกำลังจะได้เป็นโลกใบใหม่ของผมในวันนี้

“ยินดีต้อนรับสู่สาธารณรัฐฟิจิครับ” เสียงกัปตันประกาศ บอกให้รู้ว่าเรามาถึงฟิจิแล้ว

Bula Fiji!

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

“Bula” ผมเอ่ยทักทายเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับส่งยิ้มให้ เจ้าหน้าที่ท่านนี้เป็นชาวเกาะฟิจิแท้ๆ ผิวเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ ผมหยิก ตาโต และดูอารมณ์ดีตลอดเวลา

“ประเทศไทยเหรอ” เจ้าหน้าที่ทำตาโต “ไกลมากเลยนะ ทำไมคุณถึงมาฟิจิครับ”

“ผมเคยเห็นรูปฟิจิจากนิตยสารครับ ก็เลยอยากมา ผมชอบเที่ยวทะเลครับ” ผมตอบซื่อๆ พร้อมยิ้มสู้  “อ้อ แล้วผมเคยดูทีมรักบี้ของฟิจิด้วยนะครับ สุดยอดไปเลย”

เจ้าหน้าที่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วประทับตราอนุญาตเข้าเมืองอย่างไม่รอช้า ผมนึกโล่งใจที่เขาไม่ได้ถามเรื่องรักบี้ต่อ ก็ผมดูรักบี้เป็นกับเขาเสียทีไหนเล่า ผมแค่จำมาจากรีวิวนักท่องเที่ยวเท่านั้นเอง ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถามว่ารู้จักประเทศฟิจิได้อย่างไร ให้ตอบไปว่าเคยดูทีมรักบี้ของฟิจิ เพราะเป็นสิ่งที่ชาวฟิจิภูมิใจนักหนา

“Vinaka Vaka Levu” ผมตอบขอบคุณเป็นภาษาพื้นเมือง

เมื่อประตูสนามบินเปิดออก เสียงทักทาย “Bula” ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ คนฟิจิทักทายกันอย่างนี้และทักทายนักท่องเที่ยวเช่นนี้ด้วย ผมแทบไม่ได้ยินใครทักทายนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยภาษาอื่นเลยนอกจากภาษาฟิจิแท้ๆ และนั่นทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าคนประเทศนี้ภูมิใจในความเป็นชาวฟิจิของตนเองมาก ตั้งแต่กัปตันที่ภูมิใจนำเสนอประเทศฟิจิอย่างเต็มที่บนเครื่องบิน เสียงหัวเราะกึกก้องของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อผมพูดเรื่องทีมรักบี้ จนถึงคำทักทายภาษาท้องถิ่น อันเป็นตัวแทนของมิตรไมตรีที่ชาวฟิจิหยิบยื่นให้กับนักท่องเที่ยวอย่างที่ผมกำลังได้ยินอยู่นี้

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมฝันอยากเดินทางมายังดินแดนแถบนี้มานาน อย่างน้อยก็ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.2 ผมจำได้ว่าคุณครูสอนวิชาภูมิศาสตร์มอบหมายให้ผมไปค้นคว้าเรื่องประเทศต่างๆ ในดินแดนที่เรียกขานกันว่า ‘โอเชียเนีย’ แล้วมานำเสนอหน้าห้อง พอลงมือค้นคว้า ผมก็พบความอัศจรรย์ใจ เพราะภาพที่ปรากฏจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เต็มไปด้วยผืนทราย ผืนน้ำ และผืนฟ้าที่ทอดยาวล้อกันอย่างน่าชม น้ำทะเลเป็นสีฟ้าสดพิเศษอย่างที่ผมไม่เคยพบเห็นในประเทศไทย เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมจึงได้ความว่า หมู่เกาะฟิจิเป็นหนึ่งในหลายสิบหมู่เกาะที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นเกาะกลางมหาสมุทร แตกต่างจากหมู่เกาะในประเทศไทยที่อยู่ใกล้ชายฝั่งจึงจัดเป็นเกาะริมทวีป

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

เกาะในประเทศฟิจิแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือเกาะที่เกิดจากการทับถมของปะการัง (Atoll) และเกาะที่เกิดจากการเย็นตัวของภูเขาไฟ (Volcanic Islands) เกาะที่มีคนอยู่อาศัยเป็นส่วนมากคือเกาะภูเขาไฟ เนื่องจากดินอุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรได้ มีแหล่งน้ำใต้ดินที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ และเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศฟิจิคือเกาะวิติเลวู (Vitilevu) มีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่บริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศผลิตขายจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก 

เกาะวิติเลวูยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง กรุงซูวา (Suva) และยังมีเมืองท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายเมือง ส่วนเมืองที่เป็นที่ตั้งของสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คือเมืองนานดี (Nadi)

วิธีการเดินทางของผมคือการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปต่อเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อบินตรงมายังฟิจิ ผมสังเกตตลอดเที่ยวบินว่า มีผู้โดยสารเป็นคนเชื้อสายอินเดียในสัดส่วนที่มากกว่าปกติ และเมื่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเสิร์ฟอาหาร (ซึ่งเที่ยวบินยาวมากจนต้องเสิร์ฟอาหารถึง 2 มื้อ) ก็มีตัวเลือกเป็นอาหารอินเดียด้วย 

เทวาลัยประธาน Sri Siva Subrahmaniya Swami Temple ศิลปะอินเดียภาคใต้
เทวาลัยประธาน Sri Siva Subrahmaniya Swami Temple ศิลปะอินเดียภาคใต้
ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมเริ่มตั้งคำถามว่า ประเทศนี้ต้องมีบางสิ่งบางอย่างสัมพันธ์กับประเทศอินเดียแน่ แต่จะสัมพันธ์กันได้อย่างไร ในเมื่ออินเดียกับฟิจิห่างกันมากชนิดที่ตั้งอยู่บนคนละผืนมหาสมุทรกัน ผมยิ่งทวีความสงสัยมากขึ้นไปอีกเมื่อค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนานดี และพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองคือเทวาลัยในศาสนาฮินดูที่ชื่อว่า ศรีศิวสุพราหมณียสวามีวิหาร (Sri Shiva Subrahmaniya Swami Temple) 

และยิ่งรถยนต์ที่พาผมออกจากสนามบินวิ่งผ่านถนนสายต่างๆ ผมก็เห็นเทวาลัยขนาดเล็กมากมาย คนท้องถิ่นบูชาพระคเณศบ้าง พระวิษณุบ้าง พระศิวะบ้าง ตลอดทาง เหมือนกับที่ผมเคยเห็นในอินเดียไม่มีผิด ผมยิ่งรู้สึกว่าผมเจอเรื่องน่าสนใจที่ต้องค้นหาเข้าให้แล้ว

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ที่พักของผมเป็นโรงแรมริมทะเลอยู่ใกล้กับท่าเรือดีนาราอู (Port Denarau) โรงแรมห้าดาวชื่อดัง
แบรนด์ต่างๆ ของโลกล้วนเรียงรายอยู่ใกล้กับท่าเรือนี้ ผมจึงวางแผนใช้ชีวิตเป็นชาวโรงแรมห้าดาวสักหนึ่งวัน เพื่อปรับเวลาและปรับตัว ก่อนออกไปทำความรู้จักกับหมู่เกาะแห่งนี้ให้มากขึ้น และการปรับตัวนั้นก็ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเริ่มต้นทักทายกับพนักงานชาวท้องถิ่นในโรงแรมทุกคนที่ผมได้เจอ

“Bula” ผมส่งเสียงทักทายเต็มที่ พร้อมผิวปากโบกมือไปด้วย

ฉับพลันทันใดนั้นเสียง “Bula” ตอบกลับมาก็ดังกึกก้องทั่วบริเวณ พนักงานทุกคนโบกมือและยิ้มกว้างให้ผม

ผมชักจะสนุกกับประเทศนี้เสียแล้วครับ

เมื่อโลกรู้จักฟิจิ

ประเทศฟิจิเป็นหนึ่งในประเทศเอกราชของทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย มีความหมายครอบคลุมตั้งแต่ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี และหมู่เกาะน้อยใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เราใช้หลักเกณฑ์ทางด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมในการแบ่งหมู่เกาะเหล่านี้ออกเป็น 3 กลุ่ม 

คือ ‘กลุ่มไมโครนีเซีย’ (Micronesia) มีผิวสีน้ำตาล ได้แก่ ประเทศไมโครนีเซียและหมู่เกาะใกล้เคียง ‘กลุ่มโพลีนีเซีย’ (Polynesia) มีผิวสีทองแดง ได้แก่ ประเทศตองกา ซามัว หมู่เกาะฮาวาย และหมู่เกาะใกล้เคียง และ ‘กลุ่มเมลานีเซีย’ (Melanesia) มีผิวสีเข้มจนถึงดำ ได้แก่ ประเทศปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน และวานูอาตู ประเทศฟิจิตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างวัฒนธรรมโพลีนีเซียและเมลานีเซีย เราจึงพบเห็นเชื้อชาติผสมผสานมากมายอยู่ในประเทศนี้

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

เช้าวันที่ 2 ของผมในประเทศฟิจิ ผมจับเที่ยวบินภายในประเทศเที่ยวเช้าที่สุดบินออกจากเมืองนานดี ไปยังกรุงซูวา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ เมืองนานดีและกรุงซูวาอยู่ห่างกันประมาณ 195 กิโลเมตร หากเดินทางด้วยรถยนต์ต้องใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงเศษ ผมจึงเลือกเดินทางด้วยการบิน เพราะใช้เวลาเพียง 22 นาทีเท่านั้น

คนขับรถของผมในวันนี้ชื่อว่าคุณคเณศ (Ganesh) ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นคนเชื้อสายอินเดียเต็มขั้น พอผมถามว่าคุณเป็นลูกของพระศิวะหรือเปล่า (เพราะพระคเณศเป็นพระโอรสของพระศิวะกับพระอุมาตามคติฮินดู) เขาก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่ที่ผมรู้จักพระคเณศด้วย หลังจากทำความรู้จักจนคุ้นเคยประมาณหนึ่ง ผมก็ขอให้คุณคเณศช่วยขับรถพาผมไปรับประทานอาหารเช้าที่อ่าวลามี (Lami Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงซูวา และมีทัศนียภาพคล้ายกับฮาลองเบย์ (Halong Bay) ในประเทศเวียดนาม

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

กรุงซูวาไม่มีหาดทรายสวยงามเหมือนเมืองนานดี แต่กลับมีอ่าวลมสงบ จอดเรือสินค้าได้ ประกอบกับทำเลที่ตั้งเหมาะแก่การเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและการค้า จึงทำให้กรุงซูวากลายเป็นเมืองหลวงของประเทศฟิจิ กรุงซูวาถือเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่และเจริญที่สุดในบรรดาหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ทั้งหมด มีประชากรอาศัยอยู่ราว 9 หมื่นคน และประชากรครึ่งหนึ่งเป็นประชากรเชื้อสายอินเดีย เรียกว่าฟิจิเป็นประเทศที่มีชาวอินเดียอยู่ทุกที่จริงๆ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่มีในหมู่เกาะอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

หลังจากอิ่มหนำสำราญดีแล้ว สถานที่แรกที่จะช่วยให้ผมรู้จักกับความเป็นมาของหมู่เกาะแห่งนี้ได้ดียิ่งขึ้นก็คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฟิจิ (Fiji Museum) ตั้งอยู่ติดกับสวนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ Thurston Garden และ Albert Park พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงอย่างง่ายๆ ทว่ามีเรื่องราวน่าสนใจครบครัน ดินแดนหมู่เกาะแปซิฟิกใต้รวมถึงฟิจิถือเป็นดินแดนแห่งท้ายๆ ในโลกที่มีคนมาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่เป็นหลักแหล่ง เมื่อราวประมาณ 3 – 4 พันปีมาแล้วเท่านั้นเอง โดยเดินทางมาด้วยเรือและแพ (ในขณะที่ที่อื่นๆ บนโลกนี้มีคนอาศัยอยู่มาเป็นหลักหมื่นถึงหลักล้านปี) นับได้ว่าชาวเกาะเหล่านี้มีพรสวรรค์ในการเดินสมุทรมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเดินเรือรอนแรมหาที่อยู่อาศัยท่ามกลางผืนน้ำอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ได้ตั้งแต่เมื่อหลายพันปีมาแล้ว น่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ด้วยทำเลที่ตั้งของหมู่เกาะแถบนี้ที่ห่างไกลจากที่อื่นบนโลกมาก ทำให้ดินแดนบริเวณนี้กลายเป็นโลกที่ไม่มีใครรู้จัก รวมถึงผู้คนในแถบนี้ก็ไม่รู้จักโลกด้วย ทำให้ระหว่างที่ดินแดนส่วนอื่นๆ ของโลกก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เวลาในหมู่เกาะแถบนี้เสมือนว่าหยุดนิ่ง ทำให้ตอนที่ชาวตะวันตกเดินเรือผ่านเลยออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาค้นพบหมู่เกาะแถบนี้ ดินแดนแถบนี้ยังมีลักษณะเป็นสังคมของยุคหินใหม่ หรือสังคมเกษตรกรรมในระยะเริ่มต้นเท่านั้น โดยพืชที่นิยมปลูกกันมากคือพืชใช้หัว เช่น เผือกและมันฝรั่งหวาน

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

แม้ว่าจะเป็นสังคมแบบง่ายๆ ชาวฟิจิโบราณก็มีการจัดระบบชนเผ่าเป็นอย่างดี มีระบบป้องกันตนเองที่เข้มงวดและเข้มข้นมาก เป็นต้นว่า ชาวฟิจิโบราณประดิษฐ์เครื่องมือล่าสัตว์และประหารชีวิตผู้บุกรุกได้ด้วยการกระตุกคอให้กระดูกคอเคลื่อนเพียงครั้งเดียว และจบชีวิตเหยื่อรายนั้นทันที โหดร้ายเหมือนกัน แต่ก็เป็นธรรมดาของสังคมในสมัยก่อน เป็นประวัติศาสตร์ที่ชุมชนจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการดูแลตนเองและการเลี้ยงปากท้องของกลุ่มสังคมนั้น

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ก่อนการเข้ามาของชาติตะวันตก ชาวฟิจิล้วนมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทำให้วันแรกที่ชาวตะวันตกเดินทางมาถึงฟิจิอย่างเป็นทางการ (ประวัติศาสตร์ฟิจินับว่าบุคคลทีค้นพบและสำรวจฟิจิอย่างเป็นทางการ คือ วิลเลียม บลาย (William Bligh) กัปตันชาวอังกฤษ) ดินแดนแถบนี้ยังบริสุทธิ์ อุดมสมบูรณ์ และน่าค้นหา รวมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดี ทำให้ฟิจิกลายเป็นที่หมายตาของนักล่าอาณานิคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อังกฤษและอินเดียในฟิจิ

ข้างๆ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฟิจิเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งหนึ่งชื่อว่า Thurston Garden ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1913 ในช่วงที่อังกฤษยึดครองฟิจิเป็นอาณานิคม

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

การค้นพบดินแดนใหม่ถือเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนานาประเทศมหาอำนาจแห่งยุโรปในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะยิ่งค้นพบดินแดนใหม่ๆ มาก เท่ากับว่ายุโรปมีโอกาสเจอแหล่งทรัพยากรได้มาก เนื่องจากช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ยุโรปปฏิวัติอุตสาหกรรม เปลี่ยนแปลงระบบอุตสาหกรรม จากเคยใช้แรงงานคนมาเป็นการใช้เครื่องจักร ด้วยกำลังการผลิตที่สูงขึ้นจากโรงงาน ทำให้ทรัพยากรที่ป้อนวัตถุดิบเข้าสู่สายพานการผลิตไม่เพียงพอ ชาวยุโรปต้องแสวงหาทรัพยากรจากดินแดนอื่น และคงไม่มีวิธีการใดที่จะทำให้ชาวยุโรปได้ทรัพยากรในดินแดนนั้นมาเป็นของตนง่ายไปกว่าการยึดครองดินแดนแถบนั้นให้เป็นสิทธิ์ขาดของตนเองทั้งหมด เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านั้นได้ตามความต้องการ และนี่เป็นเหตุผลเดียวกันกับการที่อังกฤษพยายามขยายอำนาจของตนเองเหนือฟิจิ 

ชาวอังกฤษเริ่มซื้อขายชนพื้นเมืองไปเป็นแรงงานทาส และนำไปสู่การจัดตั้งสำนักข้าหลวงใหญ่ประจำแปซิฟิกภาคตะวันตก (The office of High Commissioner of Western Pacific) เมื่อ ค.ศ. 1877 ตรงกับตอนต้นสมัยรัชกาลที่ 5 ของไทย โดยมีอำนาจเหนือการกิจการสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ การถืออำนาจการปกครองผู้คนในบังคับอังกฤษทั้งหมดในหมู่เกาะฟิจิและดินแดนใกล้เคียง

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมเดินผ่านสวน Thurston Garden มาได้ครู่หนึ่ง ฟ้าเริ่มครึ้ม ฉับพลันทันใดฝนเม็ดใหญ่ๆ ก็โปรยปรายลงมา ผมจึงต้องเดินไปหาร้านกาแฟสักร้านหนึ่ง เพื่อรอเวลาที่สภาพอากาศจะอนุญาตให้ผมได้สำรวจเมืองหลวงแห่งนี้ต่อไป

ฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วในเขตประเทศหมู่เกาะ และสายฝนได้พาความอุดมสมบูรณ์มาสู่ดินแดนแถบนี้ด้วย พืชเศรษฐกิจสำคัญของฟิจิคืออ้อย ช่วงที่ฟิจิตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เป็นช่วงที่อังกฤษต้องหาแรงงานจำนวนมหาศาล เข้ามาตอบสนองต่อความต้องการผลิตน้ำตาลอ้อยบนพื้นที่เกษตรกรรม แต่แรงงานชนพื้นเมืองก็มีอย่างจำกัด เป็นเหตุให้อังกฤษต้องเล็งหาแรงงานจำนวนมากภายในระยะเวลาอันเร่งด่วน เพื่อก้าวผ่านข้อจำกัดนี้ไปให้ได้ อังกฤษจึงหันไปมองดินแดนอาณานิคมที่ใหญ่ที่สุดของตนเอง นั่นก็คืออินเดีย

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทั้งเกณฑ์ทั้งรับสมัครคนอินเดียเข้ามาเป็นแรงงานในฟิจิจำนวนมหาศาล เมื่อเวลาผ่านไป ชาวอินเดียก็ไม่ได้กลับประเทศ กลายเป็นครอบครัวชาวอินเดียโพ้นทะเลอยู่ร่วมกับชาวฟิจิมาจนทุกวันนี้

จากหลักฐานทางเอกสารกล่าวว่า น้ำตาลอ้อยทำรายได้ให้กับฟิจิถึงร้อยละ 60 ของรายการสินค้าส่งออกทั้งหมด ทำให้แรงงานชาวอินเดียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตร แรงงานชาวอินเดียคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80 – 90 ของแรงงานทั้งหมดในสมัยนั้น ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ประชากรในประเทศฟิจิจึงมีเชื้อสายอินเดียมากกว่าประชากรเชื้อสายฟิจิแท้ๆ และปรากฏวัฒนธรรมอินเดียอยู่ทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทวาลัยขนาดใหญ่ ศาลเทพเจ้าขนาดเล็ก อาหารอินเดีย เสียงสนทนาภาษาฮินดีและภาษาทมิฬที่ได้ยินอยู่ทั่วไป

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ดินในฟิจิทั้งหมดซึ่งมีอยู่ประมาณ 3,776,000 เอเคอร์กลับถูกกำหนดโดยนโยบายการสงวนที่ดินให้กับชาวฟิจิ คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (The Native Land Trust Board) ได้ควบคุมให้ที่ดินมากกว่าร้อยละ 90 ตกอยู่ในความครอบครองของคนเชื้อสายฟิจิ และดินแดนที่เหลืออยู่อีกประมาณร้อยละ 10 ตกอยู่ภายใต้การครอบครองโดยอิสระของนายทุนยุโรป ทำให้คนเชื้อสายอินเดียแทบจะไม่มีสิทธิ์เหนือที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์เลย การจัดสรรปันส่วนเช่นนี้นำไปสู่ภาวะตึงเครียดที่คนเชื้อสายอินเดียรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติและการเมือง กว่าจะผสานความขัดแย้งลงได้ก็ต้องใช้เวลายาวนานหลายสิบปี

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ทฤษฎีกล่าวว่าความขัดแย้งนี้ยุติลงใน ค.ศ. 1987 เมื่อนายทหารชื่อ สิติเวนี ราบูกา (Sitiveni Rabuka) ขึ้นมามีอำนาจในฟิจิ แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังคงเห็นความแตกต่างลึกๆ อยู่บ้างจากการพบปะของผู้คนในช่วงที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้ แต่เนื่องจากคนอินเดียโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ในฟิจินับเวลามาถึงปัจจุบันนี้ก็ 4 – 5 ชั่วคนแล้ว ความรู้สึกว่าตนเองเป็นอื่นในหมู่คนรุ่นใหม่ก็น้อยลง แม้ว่าจะยังสงวนรักษาวัฒนธรรมของตนเอาไว้ได้อย่างเข้มข้น แต่คนกลุ่มนี้ก็รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคำว่า ‘ฟิจิ’ มากกว่าคำว่า ‘อินเดีย’

ตอนเช้าระหว่างที่นั่งรถมาจากสนามบิน ผมบอกคุณคเณศว่าผมไปอินเดียมาแล้ว 3 ครั้ง คุณคเณศหัวเราะเสียงดังด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับบอกผมว่าเขายังไม่เคยไปอินเดียเลย เพราะเขาไม่รู้จักญาติคนไหนเลยที่นั่น และเขารู้สึกว่าเขาเป็นคนฟิจิโดยสมบูรณ์ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าผมไปพบคุณคเณศอีกครั้ง แล้วบอกกับเขาใหม่ว่าผมไปอินเดียมาแล้ว 9 ครั้ง เขาจะหัวเราะเสียงดังกว่าเดิมกี่เท่ากันนะ

มรดกจากอังกฤษ

ฝนขาดเม็ดแล้ว ผมสะพายเป้ออกสำรวจเมืองต่อ แดดยามบ่ายเริ่มแผดจ้าขึ้นแทนที่มวลเมฆฝน แม้ว่าช่วงเวลาที่อังกฤษยึดครองฟิจิเป็นอาณานิคม อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยงามมากนักในทางประวัติศาสตร์ แต่กรุงซูวาก็ยังคงมีสถานที่สำคัญที่คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของอังกฤษอยู่มากมาย

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมเดินเข้าไปในโรงแรม Grand Pacific Hotel (ปัจจุบันบริหารโดยโรงแรมเครือ Intercontinental) โรงแรมห้าดาวแห่งนี้คือตัวแทนที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของกรุงซูวาในยุคอาณานิคมได้ดี เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นที่ริมชายฝั่งทะเลเมื่อ ค.ศ. 1914 เพื่อเป็นที่พักให้กับบรรดาพ่อค้าวาณิชและคหบดีที่เดินทางเข้ามาแสวงโชคและแสวงผลประโยชน์ทางการค้าในบริเวณนี้ 

อย่างที่ผมได้เล่าไปแล้วว่ากรุงซูวาไม่มีหาดทรายให้เล่นน้ำเหมือนกับเมืองตากอากาศอย่างนานดี แต่ก็มีสภาพชายฝั่งที่เหมาะสมแก่การจอดเรือสินค้า เพราะฉะนั้น เมื่อเรามองความยิ่งใหญ่หรูหราของโรงแรมแห่งนี้แล้ว จึงจินตนาการได้ว่า บรรดาพ่อค้ามหาเศรษฐีที่มั่งคั่งเมื่อ 200 กว่าปีก่อนในฟิจิจะมีมากมายเพียงใด

 แม้ว่ายุคแห่งการค้าและการล่าอาณานิคมจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ปัจจุบันฟิจิก็เป็นประเทศในเครือจักรภพ คือใช้ประมุขพระองค์เดียวกันกับสหราชอาณาจักร โรงแรมแห่งนี้จึงได้รับการเลือกให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (Queen Elizabeth II) เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนฟิจิด้วย

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ตรงข้ามโรงแรม Grand Pacific Hotel เป็นอาคารที่ทำการของรัฐบาล (Government Buildings) สร้างขึ้น ค.ศ. 1930 โดยใช้ศิลปะแบบ Art Deco ถือเป็นอาคารที่สร้างในช่วงปลายสมัยอาณานิคมที่อังกฤษมีอำนาจเหนือหมู่เกาะฟิจิ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่ทำการของรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาคารนี้เป็นที่ทำการของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว เพราะฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา) และฝ่ายตุลาการ (ศาล) ก็ได้ใช้พื้นที่ของหมู่อาคารแห่งนี้เป็นที่ทำการด้วย 

ผมเดินซึมซับบรรยากาศของเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นมิตรของผู้คน ไม่บ่อยนักที่คนท้องที่จะเห็นนักท่องเที่ยวตาตี่ๆ เดินสะพายกล้อง ทุกคนส่งยิ้มให้ผมตลอดทาง และยิ่งเมื่อผมทักทายตอบกลับไปว่า “Bula” ก็ปรากฏเสียง Bula ดังย้อนกลับมาอย่างอบอุ่นไปตลอดเส้นทาง

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมเห็นนักศึกษากลุ่มหนึ่งจาก University of South Pacific เดินผ่านผมไป เราทักทายกันเล็กน้อย มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นหนึ่งในความพยายามพัฒนาการศึกษาของกลุ่มประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ โดยรัฐบาลจาก 12 ประเทศหมู่เกาะแถบนี้ร่วมมือกันจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นมา โดยมีวิทยาเขตอยู่ในแต่ละหัวเมืองสำคัญของประเทศนั้นๆ คนท้องที่เล่าให้ผมฟังว่า แต่ละวิทยาเขตก็จะมีคณะชื่อดังแตกต่างกันออกไป 

เช่น ใครอยากเรียนเกี่ยวกับการสาธารณสุขจะนิยมไปเรียนที่หมู่เกาะโซโลมอน หากจะเรียนเกี่ยวกับนิติศาสตร์ต้องไปที่วานูอาตู หรืออยากเรียนเกี่ยวกับการเกษตรก็ต้องไปที่ซามัว แต่สำหรับวิทยาเขตฟิจินั้นมีชื่อเสียงด้านนิเทศศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ฟังดูแล้วคุ้นเคยดีครับ เหมือนสาขาที่ตัวผมเองเรียนจบมาอย่างไรก็ไม่รู้ หรือว่าตอนนั้นถ้าผมมาเรียนต่อที่ประเทศฟิจิ ก็อาจจะได้ลองใช้ชีวิตเป็นชาวเกาะกับเขาสักสามสี่ปีบ้าง อาจจะน่าสนุกก็ได้

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมนัดให้คุณคเณศมารับผมไปขึ้นเครื่องบินกลับนานดีตอน 5 โมงเย็น ระยะทางจากตัวเมืองไปยังสนามบินไกลพอสมควร จนทำให้ผมได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องต่างๆ กับคุณคเณศมากมาย ผมตั้งข้อสังเกตว่า การพัฒนาด้านต่างๆ ฟิจินับว่าพัฒนาไปได้รวดเร็วที่สุด ในบรรดาประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะด้วยกัน (ผมเคยเดินทางไปในประเทศอื่นๆ แถบนี้ที่นอกเหนือจากฟิจิประมาณ 2 – 3 ประเทศ) คุณคเณศพยักหน้าด้วยความภาคภูมิใจ แล้วบอกว่าสาเหตุที่ฟิจิก้าวหน้าไปมากกว่าที่อื่น เป็นเพราะฟิจิมีอัตราการคอร์รัปชันต่ำ หลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและพื้นที่สำหรับทำกินมากมาย แต่สังคมกลับพัฒนาไปได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นเพราะมีอัตราการทุจริตสูง 

ผมฟังแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ ว่าการทุจริตคดโกงนั้นช่างเป็นเรื่องที่บั่นทอนความก้าวหน้าในทุกสังคมเสียจริงหนอ จริงอยู่ว่าฟิจิอาจจะไม่ได้เจริญรุ่งเรืองเป็นมหานครที่สะดวกสบายใหญ่โตอย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่ถ้าเทียบกับข้อจำกัดทั้งหมดที่มีอยู่ ผมว่าฟิจิทำได้ยอดเยี่ยมมากทีเดียวในฐานะประเทศที่เพิ่งครบรอบ 50 ปีของการได้รับเอกราชไปเมื่อปีก่อน (ค.ศ. 2020) 

ผมลาคุณคเณศที่สนามบินกรุงซูวา และใช้เวลาบนเที่ยวบิน 22 นาทีก็ถึงเมืองนานดีเหมือนกับขามา ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ในโรงแรม และหลับไปพร้อมกับความรู้และมุมมองใหม่ๆ มากมายที่มีต่อหมู่เกาะแห่งนี้

เหตุผลสำหรับฟิจิ

ผมมีเวลาอยู่ในประเทศฟิจิอีก 2 วัน ผมใช้เวลาหนึ่งวันหมดไปกับการออกเรือขนาดใหญ่พร้อมกับนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ ไปใช้ชีวิตช้าๆ ที่เกาะกลางทะเล และหมดเวลาอีกวันหนึ่งไปกับการนั่งอ่านหนังสือและเตรียมตัวกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ 

ก่อนไปขึ้นเครื่องบิน ผมนึกย้อนกลับไปถึงวันแรกของการเดินทางที่ผมกำลังเข้าแถวเพื่อเช็กอินที่สนามบินประเทศสิงคโปร์ มีสามีภรรยาชาวออสเตรเลียคู่หนึ่งถามผมว่าผมจะเดินทางไปฟิจิทำไม ในเมื่อประเทศไทยของผมมีเกาะสมุย ภูเก็ต และพัทยาอยู่แล้ว ในขณะที่ฟิจิเป็นประเทศที่ไม่มีอะไรเลย ผมยิ้มแล้วตอบแบบทีเล่นทีจริงว่า ก็เพราะผมไม่รู้ว่าฟิจิมีอะไรนั่นแหละครับ ผมจึงอยากจะไปรู้จักประเทศฟิจิสักครั้ง 

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ผมลองเอาคำถามของสามีภรรยาคู่นั้นกลับมาถามตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่เครื่องบินกำลังทะยานขึ้นฟ้าพาผมออกจากหมู่เกาะน้อยใหญ่และมหาสมุทรสีครามสดว่าผมเดินทางมาฟิจิทำไม และผมได้เรียนรู้อะไรจากหมู่เกาะแห่งนี้บ้าง 

คำตอบง่ายๆ คือ ผมเองก็แทบไม่ต่างจากคนบนแผ่นดินใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ที่รู้จักประเทศฟิจิเพียงแค่ชื่อ เพียงแต่เราอาจโชคดีกว่านิดหน่อยตรงที่เราสืบค้นภาพถ่ายได้ แต่นั่นคงจะไม่ดีเท่ากับการที่เราได้มาสัมผัสบรรยากาศของดินแดนที่อยู่ไกลตัวเราสักครั้ง 

เพื่อให้เรายืนยันได้ว่ามิตรไมตรีที่ตัวเราและคนท้องถิ่นหยิบยื่นให้แก่กันนั้น จะช่วยทำให้เราได้รู้สึกใกล้กันและคิดถึงกันมากกว่าที่เคย

ตามฝัน ม.2 บินเดี่ยวเที่ยวฟิจิ ไขคำตอบ ทำไมอังกฤษ-อินเดีย อยู่ที่หมู่เกาะทะเลตอนใต้

ในช่วงที่การเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างประเทศทำไม่ได้ ผมหยิบแผนที่หมู่เกาะทั้งหลายในมหาสมุทรแปซิฟิกขึ้นมากางดู และวงกลมล้อมรอบฟิจิไว้เป็นสัญลักษณ์ ว่าผมจะกลับเยือนหมู่เกาะแห่งนี้อีก

เพราะผมหลงเสน่ห์ของหมู่เกาะแห่งนี้เข้าให้แล้วจริงๆ

ข้อมูลอ้างอิง

ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมฟิจิ

ธนู แก้วโอภาส. (2550). ประวัติศาสตร์โอเชียเนีย. กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ. 

ผุสดี จันทวิมล. (2559). ประวัติศาสตร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ภูมิศาสตร์ฟิจิ

โครงการตำราวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มูลนิธิ สอวน. (2557). ภูมิศาสตร์กายภาพ. กรุงเทพฯ:

         ด่านสุทธาการพิมพ์.

โครงการตำราวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มูลนิธิ สอวน. (2557). ภูมิศาสตร์มนุษย์. กรุงเทพฯ:

         ด่านสุทธาการพิมพ์.

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ณัฐพงศ์​ ลาภบุญทรัพย์

วิทยากรและครูสอนวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาฯ ผู้รักการเดินทางเพื่อรู้จักตนเองและรู้จักโลกเป็นชีวิตจิตใจ เดินทางไปแล้วครบทุกจังหวัดในประเทศไทย และกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 พฤศจิกายน 2565

ทริปนี้เริ่มต้นแบบง่าย ๆ คิดแค่ว่าเงินเยนกำลังตก ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นน่าจะเป็นการเที่ยวที่ประหยัดดี พอไม่มีแผนการละเอียด ก็เลยคิดว่าเอารถแบบค่ำไหนนอนนั่นไปก็สะดวกกว่าพยายามจองโรงแรมล่วงหน้า และนี่ไม่ใช่หนแรกที่เราเช่ารถที่เป็นบ้านในประเทศญี่ปุ่น 

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดสภาวะผู้คนหยุดเดินทาง เราเคยเช่ารถ RV ขับเที่ยวมาแล้วรอบหนึ่ง และพบว่าการท่องเที่ยวแบบนี้จุดหมายไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับคนที่อยู่ร่วมกันบนรถ

ญี่ปุ่นมีบริการเช่ารถแคมปิ้งและ RV หลายรูปแบบ รอบนี้เราเลือกแบบมีเต็นท์อยู่บนหลังคา ด้วยเหตุผลใหญ่ ๆ 3 ข้อ ข้อแรก รถ RV นั้นถึงมีพื้นที่ใช้งานสะดวกสบาย แต่ว่าขนาดรถที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ขับเข้าตรอกซอกซอยหรือขึ้นเขาลำบาก อีกข้อคืออยากลองนอนเต็นท์บนหลังคารถ เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับการปรับแต่งรถของตัวเองที่เมืองไทยทีหลัง และข้อสุดท้ายคือบริษัทรถเช่ามีอุปกรณ์เครื่องนอนและแคมปิ้งให้พร้อมทุกอย่าง ขนมาแต่เสื้อผ้าและใบขับขี่ก็พร้อมเดินทางได้เลย

สิ่งสำคัญพื้นฐาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
และประหยัดสุดสำหรับการขับรถเที่ยว

เพื่อความประหยัดขั้นสุด เราวางแผนนอนตามที่พักริมถนนซึ่งไม่ต้องเสียเงินค่านอน ในญี่ปุ่นที่จอดรถพักริมทางเหล่านี้เรียกว่า มิจิ โนะ เอกิ (Michi-no-Eki) เรียกสั้นๆ ว่า ‘มิจิ’ ในเวลากลางวัน ตามมิจิจะมีร้านขายอาหารและของที่ระลึกพื้นถิ่น บางแห่งใหญ่โตเหมือนห้าง บางแห่งก็เล็ก ๆ เงียบสงบ แต่สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือห้องน้ำสะอาด 24 ชั่วโมง ญี่ปุ่นมีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดเกินมาตรฐานอยู่เกือบทุกแห่ง ขนาดจุดที่ในรีวิวเขียนว่าห้องน้ำไม่สะอาดก็ยังเรียกว่าไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก

ข้อดีของการขับรถแคมปิ้งคือ ถ้ามีห้องน้ำสาธารณะตรงไหน เราก็จอดนอนตรงนั้นได้เลย คนเข้าป่าบ่อย ๆ อาจจะเถียงค้านในใจนิดหนึ่งว่า ถึงไม่มีห้องน้ำก็ทำธุระได้ แต่ญี่ปุ่นนั้นการทำธุระในป่าเป็นเรื่องไม่ปกติ เลี่ยงได้ควรเลี่ยงให้ถึงที่สุด ด้วยเหตุผลของมารยาทในการใช้พื้นที่ส่วนรวม จึงควรไปทำธุระเฉพาะตามพื้นที่ที่จัดให้เท่านั้น

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เต็นท์ด้านบนรถเปิดออกรับวิวฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า

เรื่องต่อมาจากห้องน้ำคือการอาบน้ำ การมาเที่ยวญี่ปุ่นของเรา ไม่ว่ากิจกรรมหลักจะเป็นอะไร ก็ต้องจัดเวลาไปแวะออนเซ็นทุกครั้ง หลังจากวันยาวนานหรือวันที่อากาศหนาวเย็น พอได้แช่น้ำอุ่นตอนจบวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายเกลี้ยง การแช่น้ำแร่ช่วยรีเซ็ตร่างกายให้พร้อมกับวันพรุ่งนี้ได้ดีมาก ๆ

ออนเซ็นแบบ Stand Alone ส่วนใหญ่ปิดประมาณ 1 ทุ่ม เรามักวางแผนแวะไปก่อนอาหารมื้อเย็น กิจวัตรประจำวันหลัง 4 โมงเย็นคือ เราจะเปิดแอปฯ รวบรวมที่ตั้งมิจิ ออนเซ็น และแคมป์ไซต์ เพื่อหาว่าจะไปอาบน้ำที่ไหน แล้วขับต่อไปนอนที่ไหนโดยไม่ออกนอกเส้นทาง ซึ่งมุ่งสู่จุดท่องเที่ยวของวันต่อไป

โพรงกระต่ายของอลิซ

คุณลุค เจ้าของบริษัทรถเช่าถามเราว่า เจอบริษัทเขาได้อย่างไร เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน และไม่ได้ทำการตลาดเท่าไหร่ เราตอบเขาไปอย่างติดตลกว่า พวกเรา Google เก่ง แต่มันเป็นเรื่องจริง 

จุดท่องเที่ยวที่อยากไปผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการเสิร์ชกูเกิลดูอะไรต่อมิอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พอหาข้อมูลต่อก็พบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อยากไปเห็นด้วยตาเพิ่มอีก เรียกว่าตกลงไปในโพรงกระต่ายของอลิซอย่างเต็มตัว

คืนแรกพวกเรากะว่าจะไปหาที่นอนใกล้ออนเซ็นลิงขึ้นชื่อ แต่จะแวะเที่ยวบ่อน้ำร้อนแช่เท้าที่คุซัตสึ (Kusatsu) ก่อนสักนิด ด้วยความโอ้เอ้ของวันแรกและฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง กว่าจะถึงคุซัตสึก็เย็นแล้ว เลยต้องปรับแผนใหม่ หาออนเซ็นดี ๆ หาข้าวอร่อย ๆ กิน แล้วขับรถออกไปหามิจิที่ไม่ไกลนอนแทน

เช้าวันต่อมาเส้นทางขึ้นเขาชิงะโคเก็น (Shiga Kogen) เป็นเส้นถนนที่เรากะว่าจะวิ่งผ่านชมวิวสวยไปเฉย ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องจอดรถทุกจุดชมวิวข้างทาง ภูเขาลูกนี้เป็นจุดสูงสุดในเส้นทางที่วางแผนไว้ หญ้าสีเขียวสลับกับหินทรงแปลก ความสูงเหนือเมฆที่ปกคลุมเมืองด้านล่างจนมิดตลอดเส้นทางเหมือนเราอยู่คนละโลกกับพื้นที่เมื่อวาน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
เส้นทางข้ามเขา Shiga Kogen เป็น Scenic Route ที่พวกเราต้องจอดแวะทุกจุดที่จอดได้

ในระหว่างแวะเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่คาเฟ่บนเขา เราหันไปเห็นโปสเตอร์การท่องเที่ยว Shiga Kogen เป็นรูปเสาโทริอิ (Torii) สีแดงริมทะเลสาบสีฟ้าสด เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะหาว่าสถานที่ในภาพอยู่ที่ไหน พร้อมจะเปลี่ยนแผนทันทีถ้าไม่ลำบากจนเกินไป เจ้ากูเกิลพาเราไหลลงโพรงกระต่ายอีกครั้งเพื่อพบว่า บนเขา Shiga Kogen มีเส้นทางเดินเขาสั้น ๆ น่าสนใจอยู่หลายเส้น และหนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากเราไปไม่กี่นาที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินเขาเส้นสั้น ๆ ของ Shiga Kogen เลยจุดสวยที่สุดของใบไม้แดงไปแล้ว

แผนเปลี่ยนอีกครั้ง ยังไม่มีใครหิว ไม่มีใครรีบไปไหน พวกเราจอดรถหยุดลงไปเดินสัมผัสธรรมชาติด้วยเท้าของเราเอง ด้านบนเขาอากาศเย็นมาถึงก่อนพื้นล่าง ต้นไม้ส่วนใหญ่เหลือแต่กิ่ง ไม่ค่อยเห็นใบสีเหลืองสีแดงเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่ทุกมุมที่มองไปก็ยังดูสวยอยู่ดี

รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงมาพักใหญ่ แผนร่างของวันนี้มีหมุดท่องเที่ยวปักไว้ที่น้ำตกนะเอะนะ (Naena Waterfall) พวกเราตัดสินใจดิ่งไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย ร้านอาหารมีอยู่ร้านเดียว อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือเส้นหมี่ขาวที่ปล่อยไหลมากับสายน้ำ แต่เวลาของเราไหลไปหมดแล้ว เลยสั่งข้าวคนละชุด รีบกินแล้วรีบเดินไปน้ำตกทันที

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

เส้นทางเดินในป่าปกคลุมด้วยไอหมอกละอองน้ำจากน้ำตกใหญ่ด้านใน ตรงจุดนี้ต่ำกว่าเส้นทางเขาด้านบน เป็นความสูงที่พอดีให้เราเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่แท้จริง ทันทีที่มุมมองของต้นไม้เปิดออกให้เห็นน้ำตกอลังการ เราหยุดยืนตะลึง – นี่เราทะลุมาสู่โลกแห่งจินตนาการแล้วอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ตลาดฤดูใบไม้ร่วง

  เช้านี้เสียงหัวเราะและพูดคุยของกลุ่มแม่บ้านสูงอายุด้านนอกตัวรถปลุกให้เราตื่น กลุ่มคุณป้ากำลังเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมแป้งทอด ห่างออกไปอีกนิดมีเต็นท์ขายแอปเปิ้ลผลใหญ่เกือบ 2 กำปั้น ใต้เต็นท์เดียวกันมีองุ่นสีสวยดูหวานฉ่ำวางขายด้วย สุดทางเดินเป็นร้านขายผัก คุณลุงหลายคนทยอยขับรถเข้ามาจอดส่งผัก ในร้านมีต้นหอมญี่ปุ่นอวบหนาและสูงเกือบเท่าตัวเรา มะเขือเทศสดน่ากิน ลูกพลับสุกวางเรียงราย และเห็ดหลากหลายชนิด

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
รสชาติแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

สิ่งที่ขึ้นชื่อของฤดูใบไม้ร่วงนอกจากสีส้ม แดง เหลือง ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็เป็นฤดูที่มีผลไม้อร่อยให้กินมากมาย พวกเราแวะซื้อผักผลไม้หลายชนิด แวะซื้อเนื้อสดและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเพิ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ต คืนนี้พวกเราจะทำอาหารกินเอง เพื่อเข้าถึงรสชาติของฤดูใบไม้ร่วงที่แท้จริง

 เข้าแคมป์ของจริง

รถ FJ Cruiser คันนี้ถูกปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการเข้าแคมป์เต็มที่ นอกจากเต็นท์ที่ติดอยู่ด้านบน ข้างขวากางกันสาดออกมาได้ ทางซ้ายกางออกมาเป็นห้องน้ำจำเป็น ท้ายรถมีตู้ลิ้นชัก 2 อัน เต็มไปด้วยเครื่องครัวสำหรับแคมปิ้ง จาน ชาม หม้อ กระทะ ไปจนเครื่องปรุงอาหารและหม้อต้มกาแฟ ตรงประตูหลังก็มีโต๊ะที่พับเก็บและเปิดออกได้ 

หลังจากนอนมิจิมาหลายคืน พวกเราตัดสินใจกันว่าต้องไปนอนแคมป์จริง ๆ เสียที ไม่ให้เสียคุณค่าของอุปกรณ์ท้ายรถ วันนี้เราตัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้จบเร็วขึ้นเพื่อไปถึงแคมป์กราวนด์ก่อนมืดจะได้มีเวลาตั้งแคมป์

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แสงแดดยามเย็นขับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงให้สวยขึ้นไปอีก

ช่วงฤดูนี้แสงอาทิตย์หมดวันเร็วกว่าบ้านเรา เวลา 4 โมงเย็น แสงอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว สองข้างทางของเส้นทางที่มุ่งไปแคมป์นั้นสวยเกินจริงมาก ๆ ใบไม้กำลังแดงเต็มที่ แสงแดดสีอุ่นขับสีของใบไม้ให้สดขึ้นไปอีก ตลอดเส้นถนนที่วิ่งลัดเลาะผ่านหุบเขา พวกเราผลัดกันส่งเสียงแทนคำว่า ’สวย’ จนกระทั่งหมดคำพูดและเงียบลง เพราะรู้ดีว่าพวกเรากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลามหัศจรรย์นี้ไปด้วยกัน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
แคมปิ้งกราวนด์ที่เอารถเข้ามาจอดได้ มีพื้นที่กว้างขวาง

  สตาฟของแคมป์กราวนด์ดูกังวลเมื่อเรามาถึง เพราะไม่แน่ใจว่าเราจะเข้าใจกฎต่าง ๆ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน แคมป์กราวนด์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า และมีกฎการใช้พื้นที่ละเอียดยิบ เช่น ช่วงเวลาห้ามส่งเสียงดัง การแยกทิ้งขยะ การจุดไฟ ฯลฯ แต่พอพวกเราสื่อสารกันจนรู้เรื่อง จ่ายเงินค่าใช้พื้นที่เรียบร้อย คุณสตาฟก็ปล่อยให้เราขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่ระบุไว้ พร้อมกับให้แอปเปิ้ลท้องถิ่นเป็นของฝาก 1 ลูก

แคมป์ที่เราเลือกมานอนเป็นจุดที่อยู่ติดริมน้ำเขื่อน คนส่วนหนึ่งที่มาตั้งแคมป์เอาเรือคายัคมาด้วยเพื่อไปพายเรือในตอนเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกในแคมป์มีพื้นฐานทั่วไป อาคารซักล้างแยกออกจากพื้นที่แคมป์กราวนด์ ห้องน้ำสะดวกสบาย มีโถส้วมอุ่นและสายฉีดไฟฟ้า ที่แคมป์นี้มีน้ำอุ่นและห้องอาบน้ำให้ด้วย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในราคา 5 นาที 300 เยน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

พฤศจิกายนเป็นช่วงปลายของการตั้งแคมป์ เพราะอากาศเริ่มเย็นมาก แคมเปอร์ข้าง ๆ เราส่วนใหญ่หายเข้าไปจุดไฟทำอาหารในเต็นท์ที่มีผนังบังลม ส่วนพวกเรานั่งสู้อากาศหนาวด้านนอกด้วยการจุดไฟกองใหญ่ ฟืนไม้มีขายพร้อมให้ใช้งานในราคามัดละ 800 เยน จุดติดไม่ยากเท่าไหร่ แต่ควันค่อนข้างเยอะ ไม่เหมือนไฟจากถ่านที่คุ้นเคยเวลาตั้งแคมป์ในไทย อาหารที่เราเตรียมมาเยอะกว่าที่จะกินได้หมด เลยเก็บส่วนที่เหลือไว้ในรถ ที่นี่ห้ามวางอาหารทิ้งไว้นอกเต็นท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะมีสัตว์ป่ามาบุกแคมป์ได้ อุณหภูมิสุดท้ายที่เรากดดูก่อนปีนเข้าเต็นท์อยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส คืนนี้อากาศค่อย ๆ เย็นลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่หนาวที่สุดของทริป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
อาหารชาวแคมป์ อุด้งแกงกะหรี่หมู เต้าหู้ย่าง และมันญี่ปุ่นเผา

เส้นทางที่ซ่อนอยู่

พวกเรามาญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงหลายหน แต่ไม่เคยได้พบกับจังหวะพีกที่สุดของฤดูกาลแบบที่เมืองนี้ ณ เวลานี้เลย ก่อนหน้านี้เคยเห็นแบบที่เริ่มร่วงไปแล้วบ้าง หรือไม่ก็ยังไม่แดงพีกบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาในการท่องเที่ยวที่ขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเรากะเกณฑ์ล่วงหน้าไม่ได้

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

เช้านี้พวกเราเปลี่ยนใจตัดจุดท่องเที่ยวที่หามาตั้งแต่เมืองไทยทิ้ง เพราะอยากมองดูใบไม้สีแดงส้มในจังหวะที่สวยที่สุด ให้นานที่สุด

หลังอาหารเช้าและเก็บของออกจากแคมป์ เราขับรถไปทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างแคบ ถนนเลาะเลียบแม่น้ำสายเล็ก เส้นทางนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Scenic Route ที่ดีเส้นหนึ่ง ในสมุดคู่มือแคมป์ที่ได้มาเมื่อวานเขียนบอกไว้ว่า ถ้าหาจุดจอดรถข้างถนนได้ให้จอดเลย แล้วเดินชมวิวข้างทางด้วยขาของเราเอง

ที่จอดรถอยู่ตรงข้ามกับสะพานข้ามแม่น้ำ สีแดงของใบไม้ริมน้ำกวักมือเรียกให้เราจอดรถลงไปเดิน จากที่จะเดินเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วไปดูอีกจุดหนึ่ง กลายเป็นการเดินปีนป่ายหินริมน้ำกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งสนุกและสวยงามทุกนาทีที่ผ่านไป

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย

ถึงเวลาสิ้นสุดเส้นทาง

คืนสุดท้ายเราจอดนอนที่มิจิอีกครั้ง หลังจากขับรถวนหาจุดที่เหมาะสมสักพัก จุดจอดรถที่ดีต้องไม่ใกล้กับคันอื่น ๆ เนื่องจากเราต้องกางบันไดขึ้นลงเต็นท์หลังคา จึงควรเลือกจุดริมสุดของช่องจอด เพื่อไม่ให้กินที่เข้าไปในช่องข้าง ๆ

มิจิสุดท้ายของคืนนี้อยู่หน้าสวนสาธารณะ เป็นมิจิที่เงียบสงบมาก มีรถจอดนอนก่อนหน้าเราเพียงคันเดียว มีกลิ่นมูลสัตว์ลอยมาจาง ๆ คุยกันว่าน่าจะเป็นกลิ่นขี้วัว เมื่อตื่นตอนเช้าจึงพบว่าที่นี่มีคอกแพะ ยามเช้าของวันสุดท้ายจึงเป็นการเดินเล่นกับแพะและแมวจรที่มีอยู่เต็มสวน

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เจ้าถิ่นเฝ้ามิจิเล็ก ๆ ที่เราใช้เป็นที่นอนในคืนสุดท้าย

เรามีนัดกับคุณลุคเพื่อคืนรถตอนค่ำที่โตเกียว เส้นทางวกกลับเข้าสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง แถวนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี ถึงแม้ว่าเราอยู่เที่ยวต่อหลังคืนรถอีก 3 วันก็ตาม แต่ไฮไลต์ของทริปผ่านไปแล้ว บรรยากาศในรถก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เข้าใกล้ตอนจบก่อตัวเกาะกินเป็นความเหงาแปลก ๆ

ทริปญี่ปุ่นเช่ารถแคมปิ้งจากโตเกียว ค้างแรมในมิจิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีและน้ำตกแสนสวย ณ แดนอาทิตย์อุทัย
เมื่อกลับเข้าสู่พื้นราบใกล้เมืองที่อากาศอุ่นกว่า ใบไม้แถวนี้ยังไม่ถึงจังหวะเปลี่ยนสี

พวกเราอ้อยอิ่งเก็บของออกจากรถ เอากระเป๋าลงทั้งหมดเพื่อให้พร้อมส่งรถคืน ในระหว่างเดินทางกลับเข้าเมืองก็เปิดไล่ดูรูปในโทรศัพท์มือถือ ฤดูกาลของที่นี่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีแดง น้ำตาล แล้วหิมะก็มาทำให้ทุกอย่างขาวโพลน เมื่อหิมะละลายทุกอย่างก็เริ่มใหม่อีกครั้ง 

ความเปลี่ยนแปลงที่มีให้เห็นในธรรมชาติตลอดเวลา สอนให้เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่รอบตัว และรู้จักอดทนรอช่วงเวลาที่ดี ซึ่งจะผ่านเข้ามาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทริปญี่ปุ่นกะทันหัน ขับรถบ้านไปแคมปิ้งท่ามกลางใบไม้สีแดงและลมหนาวของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Photographers

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

พลพิชญ์ คมสัน

เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นสถาปนิกแต่ชอบหนีงานไปเข้าป่าลงทะเล ผสมกับความอินโทรเวิร์ตเล็กๆ เลยเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นช่างภาพใต้น้ำและคนทำสารคดี เคยทำนิตยสารดำน้ำระดับอินเตอร์ ผลิตงานสารคดีใต้น้ำ และงานโฆษณาหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นแอดมินเพจ Digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load