17 กุมภาพันธ์ 2565

ผมได้รับโอกาสให้ได้อยู่ในช่วงเวลาที่นักล่าในป่าทำงานหลายครั้ง นอกจากจะได้เห็นทักษะ รวมทั้งร่างกายซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมของเหล่านักล่าแล้ว ผมยังได้เห็นความสามารถในการหลบหลีกของสัตว์ที่อยู่ในสถานภาพความเป็นเหยื่อ พวกมันก็ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเช่นกัน ในความเป็นเหยื่อ ใช่ว่าพวกมันจะยอมจำนนง่าย ๆ

แต่อีกนั่นแหละ ในขณะที่หลายตัวไม่เพียงหลบหนี แต่ใช้วิธีหันกลับมาสู้ มีบ้างบางตัวคล้ายกับการหนี หรือยอมจำนน คือสิ่งที่มันเลือก

วัวแดงโตเต็มวัยตัวหนึ่ง ทำให้ผมเห็นว่ามันเลือกที่จะยอม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดนี้ในยุคสมัยหนึ่งคือ ‘เป้าหมาย’ ของนักนิยมไพร ในการล่าเพื่อเอาเขาและหัวมาประดับฝาบ้านเช่นเดียวกับกระทิง ในช่วงเวลาที่มีประชากรวัวแดงมาก มีทั่วไปแทบทุกป่า คนจำนวนไม่น้อยมองเห็นพวกมันเป็น ‘โปรตีน’ เป็นอาหาร

แต่สำหรับบางคนซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ใช้ซากสัตว์เหล่านี้เป็นเครื่องหมายแสดงสถานะความเป็นนักผจญภัย

หากเทียบกับกระทิง คนในป่าส่วนใหญ่มีทรรศนะว่า 

“วัวแดงน่ะแหย เวลามีอะไรมันไม่สู้หรอก เอาแต่หนี ไม่เหมือนกระทิงที่จะหันกลับมาสู้”

ที่ผมเห็นวัวแดงเป็นเช่นนั้น

อาจไม่ใช่ทั้งสมองและหัวใจ ที่ทำให้สัตว์ป่าสักตัวเลือกเป็นนักสู้หรือนักยอมแพ้
หมาใน นักล่าที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เช้าวันนั้น หมาใน 2 ตัววิ่งไล่วัวแดงกระทั่งมาจนมุมริมลำห้วย วัวแดงกระโจนลงห้วย หมาในตาม มันกระชากไส้ และลูกนัยน์ตาวัวแดงออกมาตั้งแต่วัวแดงยังไม่ล้ม ก่อนหน้านี้ วัวแดงวิ่งผ่านกระทิง 4 – 5 ตัวที่กำลังพักผ่อนอยู่ริมฝั่ง

กระทิงตัวไม่โตนักลุกขึ้นยืนจังก้า ยกตีนหน้าเตะใส่หมาใน จนหมาใน 2 ตัวนั้นต้องวิ่งอ้อมหลบเพื่อไล่วัวแดงต่อ

เสียงโหยหวนสลับเสียงกระชากเนื้อ เลือดแดงสาดกระจาย ที่จริงหากวัวแดงหันกลับมาสู้บ้าง สู้แบบที่กระทิงทำ การล่าอาจล้มเหลวก็ได้

แต่คราวนี้ภารกิจของนักล่าสำเร็จ

อาจไม่ใช่ทั้งสมองและหัวใจ ที่ทำให้สัตว์ป่าสักตัวเลือกเป็นนักสู้หรือนักยอมแพ้
นกเงือกหัวแรด

การกระทำของกระทิงวันนั้น ทำให้ผมนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่รู้จักเป็นเพื่อน มีโอกาสทำงานด้วยกันระยะเวลาหนึ่ง 

เขาเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำล่ำสันวัยเบญจเพส ชื่อว่า ฮาบิ ผมเคยนำเรื่องราวฮาบิมาเขียนหลายครั้ง ความเป็นคน แบบฮาบินั้น ผมจำได้ไม่ลืม

ผมรู้จักฮาบิครั้งตามทีมสำรวจประชากรนกเงือกเข้าไปสำรวจพื้นที่แถบทิวเขาไอร์กือเนาะ เป็นพื้นที่เตรียมประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งอยู่ในพื้นที่อันเรียกว่าสีแดงเข้มของเหตุการณ์ความไม่สงบ

ที่นี่ ทีมพบนกเงือก 6 ชนิด เรามีฮาบิช่วยนำทางและพาไปหาโพรงนก เขาชำนาญพื้นที่และรู้จักต้นไม้ที่นกเงือกใช้ทำโพรงเป็นอย่างดี

ช่วงนั้นฮาบิและเพื่อนมีอาชีพหลักคือ ปีนโพรงนก ล้วงเอาลูกนกเงือกไปขาย นอกจากงานเลื่อยไม้บนเขา

การขึ้นต้นไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่าเมตรครึ่ง สูงกว่า 20 เมตรของฮาบิ คล้ายเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงใช้ตะปู 5 นิ้ว ตอกเป็นระยะปีนขึ้นไป ใช้นิ้วแค่ 3 นิ้วจับตะปู ตะแคงเท้าขึ้นไปเรื่อย ๆ

“ไม่ยากหรอก แค่ใช้ใจกล้า ๆ เท่านั้น” ฮาบิพูดไทยชัด แม้ปกติเขาจะใช้ภาษาถิ่น

อาจไม่ใช่ทั้งสมองและหัวใจ ที่ทำให้สัตว์ป่าสักตัวเลือกเป็นนักสู้หรือนักยอมแพ้
นกกก นกเงือกขนาดใหญ่ที่สุด การเข้ามาที่ต้นไทรเพื่อนำพาเมล็ดไปแพร่กระจายคืองานที่ทำอย่างได้ผล

ที่จริง การปีนต้นไม้เพื่อล้วงลูกนกเงือกในโพรงนี้ เป็นทักษะอันถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น พ่อจะสอนลูกใช้ไม้และเถาวัลย์มัดเป็นขั้นบันได

ในรุ่นฮาบิ การล้วงลูกนกไปขายมีความหมายเพียงเงินเพื่อการเที่ยวเตร่ และไม่ใช้วิธีการซับซ้อนอะไร

หลังร่วมทำงานกันระยะหนึ่ง ฮาบิเริ่มคุ้นเคยและสนุก

“ปีนี้เราจะไม่เอาลูกนกแล้วล่ะ เราจะช่วยพวกพี่ทำงาน” เขาบอกเสียงดัง

ดูเหมือนว่าเมื่อฮาบิประกาศหยุด การล้วงลูกนกจากโพรงในบริเวณทิวเขาไอร์กือเนาะปีนั้นก็ยุติลง

อาจไม่ใช่ทั้งสมองและหัวใจ ที่ทำให้สัตว์ป่าสักตัวเลือกเป็นนักสู้หรือนักยอมแพ้
ในช่วงฤดูแห่งความรัก นกเงือกหัวแรดได้มีวิถีของพวกมันอย่างที่ควรเป็น

เราใช้กระท่อมริมน้ำในสวนที่เจ้าของหลบความไม่สงบไปอยู่ข้างนอก ฮาบิพาเพื่อนมาช่วยงานหลายคน ทุกคนเคยล้วงลูกนกไปขาย 

“ไม่มีใครเอาลูกนกแล้ว พวกเขาฟังเรา คนโต ๆ ก็ฟัง” ฮาบิพูดเรียบ ๆ

วันหนึ่ง ในซุ้มบังไพรที่ผมใช้ถ่ายรูปนกเงือกหัวแรด ฮาบินั่งอยู่ด้วย

“เสร็จงานแล้ว เราจะกลับมาช่วยพี่นะ เราอยากอนุรักษ์” ผมมองหน้าเขา เห็นแววตาจริงจังขณะจับมือลา นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พบกับฮาบิ

ลูกนกเงือกหลายตัวมีโอกาสออกจากโพรง มาโบยบิน เติบโต ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควร

ส่วนฮาบิ จากไปไม่หวนคืน

อาจไม่ใช่ทั้งสมองและหัวใจ ที่ทำให้สัตว์ป่าสักตัวเลือกเป็นนักสู้หรือนักยอมแพ้
เรื่องราวเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ผมจำได้ดีราวกับเกิดขึันเมื่อวาน

“บิโดนอาร์ก้ายิงจนพรุน เมื่อวานตอนบ่าย” เซ ลูกพี่ลูกน้องฮาบิที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ฮาบิเข้าเมืองกลับมาบอก

บนทางเปลี่ยว มีรถกระบะขับตาม

“บิล้มมอเตอร์ไซค์ขวางถนน หันกลับมายิงใส่คนขับฟุบ แต่คนข้างหลังสองคนลุกขึ้นยิง มันเลยไม่รอด” เซหลบหนีมาได้

ผมหลับตาฟังเซถ่ายทอดเหตุการณ์ นึกถึงกระทิงที่ลุกขึ้นยืนจังก้า พร้อมโจมตีผู้ล่า

กระท่อมริมน้ำถูกห้อมล้อมด้วยต้นลองกอง เงาะ มังคุด ชานบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ในค่ำคืนข้างขึ้น ดวงจันทร์กลมโตโผล่พ้นสันเขา ที่นี่เราใช้เป็นที่ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากงานบนภูเขา

ผมมองไปที่ดวงจันทร์กลมโต เมื่อจากโลกนี้ไป ที่ใดเป็นจุดหมายต่อไป บางทีอาจเป็นในกลุ่มดาวอันไกลโพ้น

หากอยู่บนดวงจันทร์ เวลาที่มองกลับมายังโลก ใครก็ตามที่อยู่บนนั้นจะเห็นโลกอันสวยงาม เหมือนอย่างที่เห็นดวงจันทร์กลมโต

เป็นความงดงามซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มักมองไม่เห็น

ดูเหมือนว่าจะมีการจัดสรรและจัดการมาแล้วอย่างเหมาะสม

วัวแดงยอมจำนนกับคมเขี้ยวหมาในอย่างง่าย ๆ

กระทิงและฮาบิหันกลับมาสู้

วัวแดง กระทิง รวมทั้งฮาบิ สอนให้ผมรู้อย่างหนึ่ง

ชีวิตในธรรมชาติต่างล้วนผ่านการจัดการไว้แล้ว 

ดังนั้น การหันกลับมาสู้หรือยอม ‘จำนน’

บางทีมันก็ไม่ได้เป็นไปตามคำสั่งของสมองหรือหัวใจ

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load