18 พฤศจิกายน 2564
1 K

หลังฤดูเก็บเกี่ยวผันผ่าน เมล็ดข้าวจะออกเดินทางจากทุ่งนาไปยังโรงสี ขณะที่ฟางข้าวส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นปุ๋ย อาหารสัตว์ หรือใช้สำหรับเพาะเห็ด แต่ยังคงเหลือฟางข้าวกองโตที่ถูกวางทิ้งไว้ราวกับนักเดินทางหมดไฟไร้จุดหมาย ก่อนจะลงเอยด้วยการถูกเผาทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย พ่วงมาด้วยปัญหามลพิษทั้งในพื้นที่แห่งนั้นและพื้นที่อื่น ๆ ตามแต่ลมจะพัดพาไป

นุ๊ก-จารุวรรณ คำเมือง คือหนึ่งในคนที่มองเห็นปัญหานี้ เธอจึงตัดสินใจนำฟางข้าวในบ้านเกิดที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มาแปลงโฉมให้เป็นสินค้าที่มีทั้งคุณค่าและมูลค่า แถมยังใจดีต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ‘ฟางไทย’ เมื่อประมาณ 7 – 8 ปีที่แล้ว โดยที่นุ๊กไม่เคยทำธุรกิจและไม่ได้เป็นนักวิจัย เธอมีเพียงความตั้งใจอยากกลับมาลงหลักปักฐานที่บ้านเกิดอย่างยั่งยืน

ฟางไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน Social Enterprise Thailand Forum 2021 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 นี้ แต่ก่อนจะถึงวันงาน เราขอชวนคุณทำความรู้จักธุรกิจนี้ ผ่านมุมมองของผู้ก่อตั้งที่เชื่อว่าธุรกิจที่ดีสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ฟางไทย : ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างมูลค่าให้เศษฟางข้าวลำปาง และใจดีต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยรักและคิดถึง (บ้าน)

หลังเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางมาร่ำเรียนที่กรุงเทพฯ จนจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นุ๊กเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เธอต้องการอย่างแท้จริง คือการกลับมาอยู่บ้านที่อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง แต่การกลับมาครั้งนี้ทำให้เธอพบว่า ที่นี่ไม่ได้มีอาชีพรองรับคนรุ่นใหม่มากนัก เพราะส่วนมากผู้คนในท้องถิ่นจะทำอาชีพเกษตรกรรม นุ๊กจึงเริ่มคิดว่าเธอจะต่อยอดการเกษตรได้อย่างไรบ้าง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการค้นพบทั้งปัญหาและทางออกที่น่าจะเป็นไปได้

“คนในพื้นที่ทำอาชีพหลักคือการเกษตร แต่สิ่งที่ตามมาคือปัญหาจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่าง ‘ฟางข้าว’ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะใช้วิธีเผากัน หลังฤดูทำนา เราจะเห็นข่าวทางภาคเหนือที่เกิดปัญหา PM 2.5 ขึ้นมา ซึ่งเรามองว่าปัญหานี้ ไม่ได้เป็นปัญหาที่แก้ไขเฉพาะในพื้นที่อย่างเดียว แต่สามารถแก้ไขปัญหาระดับโลกหรือช่วยประเทศได้เยอะ เพราะคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่คนในพื้นที่ภาคเหนือ เลยเป็นโจทย์ให้เรามีแนวคิดว่าอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับฟางข้าว”

นุ๊กเกริ่นถึงที่มาของแบรนด์ ซึ่งเริ่มต้นจากการนำฟางข้าวมาแปรรูปเป็นกระดาษ

“เราไม่ได้เป็นนักวิจัยหรืออะไร แต่เป็นความตั้งใจที่อยากทำ อยากพัฒนา อยากแก้ปัญหาที่เห็น เราคิดว่าตัวเองโชคดีที่เกิดในยุคที่มีเทคโนโลยี มีอินเทอร์เน็ต เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย แต่เทคโนโลยีก็ช่วยให้เราเข้าถึง 

“พอเกิดโจทย์ เรามีแพสชันอยากจะทำ ก็ทำให้กระตือรือร้นอยากจะขวนขวาย ทั้งหาผู้รู้มาให้คำแนะนำ แล้วก็ไปศึกษา อย่างเช่น ตั้งใจว่าจะเอาฟางข้าวมาทำเป็นกระดาษ เราก็ไปศึกษาการทำกระดาษสา แล้วดูว่าจะเอามาปรับใช้หรือเป็นวัสดุทดแทนกันได้ไหม แล้วประเมินความเป็นไปได้”

ฟางไทย : ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างมูลค่าให้เศษฟางข้าวลำปาง และใจดีต่อสิ่งแวดล้อม
ฟางไทย : ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างมูลค่าให้เศษฟางข้าวลำปาง และใจดีต่อสิ่งแวดล้อม

คิด – ริเริ่ม – สร้างสรรค์

แม้ไอเดียแรกเริ่มของนุ๊กดูเหมือนจะ ‘เป็นไปได้’ แต่ภาพจริงที่เกิดขึ้นอาจไม่เป็นอย่างที่ฝันเสมอไป

“ตอนนั้นเราไม่มีพื้นฐานด้านธุรกิจหรือด้านผลิตภัณฑ์เลย เพราะฉะนั้น ความคิดเกี่ยวกับการออกแบบยังติดอยู่ในกรอบ เช่น มองว่าฟางข้าวจะทำเป็นกระดาษ มองทื่อๆ ว่ากระดาษก็ต้องเอามาใช้พิมพ์ ใช้เขียน เมื่อได้กระดาษมาหนึ่งแผ่น เลยเอามาทำเป็นพวงกุญแจ แล้วลองเอาไปขาย 

“แต่พอเอาไปขาย ทุกคนกลับคิดว่าเอามาแจกฟรี เราเลยมองว่าในแง่มูลค่า มันยังไม่มากพอ เพราะฉะนั้น ควรมีแนวทางการพัฒนาเป็นอย่างอื่นที่จะเพิ่มมูลค่าได้มากกว่านี้ พอไปงาน Exhibition เราเริ่มได้คีย์เวิร์ด ได้คำถามจากลูกค้า ได้โจทย์จากลูกค้า ซึ่งเป็นโจทย์ใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยทำ หรือวัสดุตัวนี้ยังไม่มีใครเคยทดลอง เราก็นำมาประเมินความเป็นไปได้ แล้วทดลองทำจนเกิดการต่อยอดไปเรื่อยๆ 

“เรามองว่าลูกค้าเป็นเหมือนครู เหมือนว่าเขาคิดโจทย์ให้เรา ตั้งคำถามให้ คีย์เวิร์ดจากลูกค้าคือสิ่งที่ทำให้ฟางไทยพัฒนาได้มาจนถึงทุกวันนี้”

หลังจากลองผิดลองถูกมาพักใหญ่ สินค้าของฟางไทยเริ่มมีทั้งงานแฮนด์คราฟต์ และงานด้านอุตสาหกรรมที่ผลิตเยื่อกระดาษ ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า หัวใจของการทำฟางไทย คือความคิดริเริ่มและความสร้างสรรค์

“หัวใจของการทำธุรกิจที่เป็นนวัตกรรมใหม่ กว่าจะทำให้คนยอมรับได้ ต้องคิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ ซึ่งทุกอย่างต้องมาพร้อมกันจริงๆ เพราะลำพังถ้าเกิดความคิดเฉยๆ แล้วไม่ริเริ่ม มันก็จะเป็นแค่ความคิด พอลงมือทำ ถึงจะเห็นปัญหาว่าเหมือนกับที่คิดไว้ก่อนหน้านั้นไหม แล้วปัญหานี้มันควรไปต่อยังไง 

“ส่วนความสร้างสรรค์ ก็คือแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งบางทีไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ เราอาจจะปรับเอา Solution จากอินเทอร์เน็ต จากคนรู้จัก สิ่งที่ได้แลกเปลี่ยน จากตรรกะความคิดที่ประเมิน มาผสมปนกัน เลยเกิดเป็น Solution ใหม่ ซึ่งเรามองว่าตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ”

ฟางไทย : ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างมูลค่าให้เศษฟางข้าวลำปาง และใจดีต่อสิ่งแวดล้อม

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แม้ปัจจุบันฟางไทยจะขยับขยายจากงานฝีมือของคนในชุมชน สู่ระดับอุตสาหกรรมที่ผลิตเยื่อกระดาษส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงาน แต่ไม่ว่าสินค้าจะผลิตด้วยวิธีไหน สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป คงเป็นความตั้งใจแรกที่อยากลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

“เราตั้งใจใช้วัสดุจากฟางข้าว เพราะอยากจะลดการเผาและช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเรามองว่าวิธีนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในส่วนต้นน้ำและกลางน้ำ สิ่งที่พยายามมาตลอดสามถึงสี่ปี คือการไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษในกระบวนการผลิต เพราะไม่ต้องการสร้างมลพิษทางน้ำจากการผลิตสินค้า และปลายน้ำคือ เมื่อลูกค้านำสินค้าไปใช้ สินค้าก็ปลอดภัย ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย เพราะวัตถุดิบที่ใช้อยู่เป็นฟางข้าว พอย่อยสลายเสร็จ ฟางข้าวก็ไม่ได้เป็นขยะหรือเป็นภาระที่ต้องไปฝังกลบ แต่ย่อยสลายเป็นปุ๋ยได้เลย นี่คือวงจรที่เรามอง”

แม้จะเป็นสินค้าที่ดีต่อโลกและดีต่อใจ แต่นุ๊กเล่าว่าสินค้าของแบรนด์ยังคงฮิตในตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทย

 “ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าต่างประเทศมากกว่า ทั้งงาน Handicraft และงาน Industrial Scale ที่เป็น Raw Material เพราะต้องยอมรับว่าต่างประเทศให้ความสนใจและตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมมาก เขาเห็นถึงที่มาของวัสดุว่าท้ายที่สุดแล้ว จะช่วยสร้างอิมแพคให้ใครได้บ้าง ทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น เขาจึงมองวัสดุที่เรากำลังพยายามพัฒนาอยู่ว่าเป็นวัสดุแบบยั่งยืน ส่วนที่ไทยลูกค้าอาจจะไม่ได้มากนัก แต่ปีนี้เริ่มมองเห็นหลายองค์กรใหญ่ที่เริ่มตื่นตัว และติดต่อมาว่าสนใจร่วมงานด้วย”

ฟางไทย : ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างมูลค่าให้เศษฟางข้าวลำปาง และใจดีต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเดินทางอย่างไม่เดียวดาย

การเป็นธุรกิจเพื่อสังคม บวกกับความตั้งใจจะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาสากลของคนทั่วโลก ทำให้ฟางไทยค่อยๆ เติบโตขึ้นท่ามกลางแรงสนับสนุนจากหลากหลายองค์กร และเริ่มมีชื่อเสียงจากการคว้ารางวัลบนเวทีประกวดก่อนหน้านี้ 

ไม่ว่าจะเป็นรางวัลชนะเลิศ SEED Low Carbon Award 2019 ด้านบรรจุภัณฑ์จากเศษวัสดุเหลือใช้ในชุมชน โดย SEED เป็นโครงการที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นหลัก ทำให้นุ๊กได้รับความรู้ด้านแผนธุรกิจและกลยุทธ์การขยายตลาดจากโครงการนี้ 

รวมทั้งการประกวดโครงการ GEF UNIDO Cleantech Programme for SMEs Thailand ประจำปี 2016 – 2017 ซึ่งเป็นโครงการขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติและกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก โดยฟางไทยได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศ ก่อนจะก้าวไปสู่ระดับโลก จนชื่อแบรนด์ ‘ฟางไทย’ เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนและองค์กรต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ TCDC (Thailand Creative & Design Center) ที่เข้ามาร่วมสนับสนุน ด้วยการนำเยื่อฟางข้าวของแบรนด์ไปจัดแสดงในต่างประเทศ

เบื้องหลังธุรกิจเพื่อสังคมที่เปลี่ยนเศษฟางข้าวเหลือทิ้งในลำปาง เป็นสินค้าวัสดุยั่งยืนที่รักสิ่งแวดล้อม

“พอมีโอกาสได้ร่วมงานกับหลายองค์กรที่มีโครงการ เช่น มีดีไซเนอร์ที่เชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนา ก็ทำให้ได้คิดนอกกรอบมากขึ้น เลยได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ”

นุ๊กเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้ ฟางไทยยังเป็นสมาชิกของสมาคมธุรกิจเพื่อสังคม และได้รับทุนสนับสนุนจากหลากหลายโครงการเพื่อพัฒนาวัสดุจากฟางข้าว เช่น โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม เพื่อความยั่งยืน โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กองทุนของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (NSTDA) ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เป็นต้น 

มูลค่าฟางไทยที่มาพร้อมคุณค่าทางใจ

การตั้งต้นจากปัญหาและความตั้งใจผลิตสินค้าด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ฟางไทย เป็นมากกว่าเยื่อกระดาษ พวงกุญแจ หรือภาชนะ แต่เป็นสินค้าที่มีคุณค่าทางใจจนลูกค้ายอมควักกระเป๋าตังค์จ่าย

“สามถึงสี่ปีแรก คนไม่ได้รู้จักผลิตภัณฑ์ของเราในชื่อนี้เลย เราใช้เวลาจนกระทั่งปีนี้ซึ่งเป็นปีที่เจ็ดย่างเข้าปีที่แปด คนถึงจะรู้จักว่าถ้านึกถึงผลิตภัณฑ์จากฟางข้าวต้องนึกถึงฟางไทย ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนรู้จักคือ หนึ่ง เราไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ แต่ขายคุณค่าของผลิตภัณฑ์และความตระหนัก ทั้งความตระหนักของบริษัท และความตระหนักของผู้ที่มาซื้อสินค้า 

“ถ้าเราขายสินค้าเพียงแค่ให้คนซื้อตัดสินใจจากมูลค่าว่ามันจะถูกหรือแพง ยุคนี้มันไม่เพียงพอ เพราะทุกคนก็อยากได้สินค้าที่ราคาถูกอยู่แล้ว แต่ต้องหาคุณค่าของมันให้เจอ”

นอกจากมุมของคนซื้อแล้ว ฟางไทยยังมีความหมายกับผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นนุ๊กหรือผู้คนในชุมชนที่ร่วมกันปลุกปั้นแบรนด์นี้มาจนถึงปัจจุบัน

“เป้าหมายที่คิดเอาไว้ตอนแรกคือ หนึ่ง เราอยากสร้างงานในชุมชน สอง เรามองว่าถ้าสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนได้ มันคือการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน และก็จะช่วยเหลือคนอื่นได้ สาม เราอยากช่วยภาคการเกษตร ช่วยลดการเผา และมองว่าภาคการเกษตรส่วนมากเป็นคนอีกเจเนอเรชันหนึ่ง อย่างคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นป้า รุ่นลุง ซึ่งหากใช้วัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรที่ทำอยู่แล้ว บวกกับเราเป็นคนรุ่นใหม่ คงเหมือนกับสองเจเนอเรชันมาทำงานร่วมกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้ อันนี้คือความตั้งใจของเรา”

และแล้วความพยายามของนุ๊กก็ผลิดอกออกผลอย่างงดงาม เมื่อสิ่งที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป คือความร่วมมือและทัศนคติของผู้คนในท้องถิ่น

“แต่ก่อนชาวบ้านมักไม่มั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองมีศักยภาพน้อย ไม่ได้เรียนจบสูง และทำการเกษตรมาตลอดชีวิต ไม่มีทางที่จะทำงานใหม่ๆ หรือทำงานในภาคอุตสาหกรรมได้ พอเราสร้างอาชีพใหม่ มีพื้นที่ มีโอกาสให้เขากล้าคิด กล้าทำ และมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง จากแต่ก่อนที่ทำไม่ได้ แต่ปัจจุบันกล้าจะลองทำ และเชื่อว่าจะทำได้ 

“พอทัศนคติของรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นตา รุ่นยาย เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้ก็จะส่งผลต่อลูกหลานของเขา เขาจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มากขึ้น 

“ส่วนหนึ่งเพราะงานของเราตั้งแต่แรกเป็นงาน Made to Order เลยทำให้ทุกคนกล้าเปลี่ยน เพราะกระบวนการทำงานจะปรับเปลี่ยนไปตามโจทย์ของลูกค้า คนที่มาทำงานด้วยกันจึงมีความกระตือรือร้น พยายามช่วยคิดแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา เหมือนเรียนรู้ไปด้วยกัน พอครั้งแรกเขาคิด เขาทำ เขาตัดสินใจ แล้วทำสำเร็จ ครั้งต่อไปพอเขาเจออะไรใหม่ๆ เขาก็จะตัดสินใจได้ และมีความมั่นใจมากขึ้น”

นอกจากเป้าหมายในระดับชุมชนแล้ว แน่นอนว่านุ๊กมองธุรกิจเพื่อสังคมของตัวเองไกลไปจนถึงการขยับขยายสู่ต่างประเทศในสเกลที่ใหญ่ขึ้น แต่วิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายขั้นตอนล่าช้ากว่าสิ่งที่วางแผนไว้ ถึงอย่างนั้น อุปสรรคทั้งหมดก็ไม่อาจลบความตั้งใจของเธอที่จะสานต่อ ‘ฟางไทย’ ให้เป็นสินค้าที่ผลิตด้วยหัวใจ และคิดถึงผู้คนรอบข้างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค คนในชุมชน หรือแม้แต่เพื่อนร่วมโลก ที่จะได้สูดบริกาศบริสุทธิ์โดยไม่ต้องกังวลใจ

ภาพ : ฟางไทย

Social Enterprise Thailand Forum 2021 คือฟอรั่มสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าธุรกิจสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งยังเป็นพื้นที่รวบรวมหน่วยงานสนับสนุนมากมายเพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจ งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 พฤศจิกายน 2564 ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ https://goodsociety.network/goodsociety/Forum_SEThailand

Writer

Avatar

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

15 พฤศจิกายน 2560
12 K

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load