ในคอลัมน์ Design Challenges ตอนนี้ ฉันอยากชวนคุณมาดูงานศิลปะค่ะ

แต่งานศิลปะชุดนี้ไม่ได้อยู่ในแกลเลอรี่ มันตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และหลายครั้งก็อยู่ริมทางที่คุณอาจเดินหรือขับรถผ่าน 

ที่สำคัญ งานศิลปะเหล่านี้ ‘กินได้’ เพราะมันไม่ใช่ภาพวาด แต่คือไม้ผลที่ออกลูกมาให้ผู้ชมเก็บกินกันจริง ๆ

และนี่คือ Fallen Fruit โปรเจกต์ศิลปะซึ่งออกแบบโดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยสัญชาติอเมริกัน

พวกเขาชวนคนมาลงมือปลูกและเก็บกินผลไม้กันกลางเมือง เพื่อปลูกความหมายใหม่ของเมืองและสังคมในใจประชาชน

Fallen Fruit เกิดขึ้นได้อย่างไร สร้างสรรค์ผลงานสนุกและสื่อสารเอาไว้ขนาดไหน

มาสัมผัสพลังของงานศิลปะกินได้ไปด้วยกันค่ะ

Fallen Fruit งานศิลปะสร้าง ‘เมืองกินได้’ ด้วยการชวนคนปลูกและเก็บกินผลไม้ในเมือง

งานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากกฎหมาย

คุณอาจเคยได้ยินเรื่องกฎหมายของบางประเทศที่อนุญาตให้ให้คนเก็บกินพืชพรรณในพื้นที่สาธารณะมาบ้าง

Fallen Fruit เกิดขึ้นในปี 2004 ด้วยแรงบันดาลใจจากกฎหมายรูปแบบเดียวกันนี้

เรื่องมีอยู่ว่า ผู้ก่อตั้งที่ประกอบด้วย David Burns, Austin Young และMatias Viegener (ในปัจจุบันเหลือแค่ 2 คนแรก) กำลังจะสร้างสรรค์ผลงาน และไปรู้มาว่ากฎหมายของเมืองลอสแอนเจลิสอนุญาตให้ประชาชนเก็บกินผลไม้ริมทางและในพื้นที่สาธารณะได้ 

Fallen Fruit งานศิลปะสร้าง ‘เมืองกินได้’ ด้วยการชวนคนปลูกและเก็บกินผลไม้ในเมือง

พวกเขาเลยคิดสร้างงานศิลปะชั่วคราว โดยทำแผนที่ระบุตำแหน่งไม้ผลในพื้นที่สาธารณะของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ให้คนในพื้นที่และคนไร้บ้าน 

แผนที่นี้ถูกเรียกว่า Fallen Fruit มาจากท่อนหนึ่งของคัมภีร์ไบเบิลที่กล่าวไว้ว่า เราควรปล่อยผลไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ในพื้นที่ของเราไว้ให้กับคนแปลกหน้า คนยากจน และคนที่ผ่านทางมา 

“คนในลอสแอนเจลิสแปลกแยกต่อกันมาก เราคิดว่างานนี้จะช่วยสานสายสัมพันธ์ในสังคม เราอยากให้คุณลงจากรถ ปิดมือถือ แล้วไปพบปะเพื่อนบ้าน เรายังตระหนักด้วยว่า เราทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นพื้นที่แบ่งปันทรัพยากรได้ เหมือนต้นไม้ที่ให้ผล”

Fallen Fruit เริ่มต้นจากการออกแบบแผนที่ 1 แผ่นซึ่งเปี่ยมด้วยความหมาย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไม่ได้จบลงแค่นั้น

ผลไม้ลูกนี้เติบโต ขยับขยายกลายเป็นงานศิลปะขับเคลื่อนสังคมอีกหลากหลายรูปแบบ ที่ชวนผู้คนมามีส่วนร่วมสร้างสรรค์ไปด้วยกัน

Fallen Fruit งานศิลปะสร้าง ‘เมืองกินได้’ ด้วยการชวนคนปลูกและเก็บกินผลไม้ในเมือง
 โปรเจกต์จากศิลปินอเมริกันที่ออกแบบงานศิลปะกินได้ เพื่อชวนคนคิดถึงความหมายของเมือง พลเมือง และชุมชน
 โปรเจกต์จากศิลปินอเมริกันที่ออกแบบงานศิลปะกินได้ เพื่อชวนคนคิดถึงความหมายของเมือง พลเมือง และชุมชน

งานศิลปะที่อยากชวนคนแปลงร่างเมืองเป็น Fruitful Place 

Fallen Fruit สร้างพื้นที่หาคำตอบเรื่องเมืองและสังคมผ่านงานศิลปะ ที่แน่นอนว่าเต็มไปด้วยผลไม้สดใสน่ากิน นอกจากแผนที่ พวกเขาริเริ่มจัดทริป Fruit Foraging ชวนคนไปร่วมเก็บกินผลไม้

มากกว่านั้น ยังมีงานสนุกอย่าง Public Fruit Jams ชวนคนเมืองนำผลไม้ที่ปลูกหรือเก็บมาจากริมทางมาทำแยมด้วยกัน แล้วก็ยังมีกิจกรรมรับอุปการะไม้ผล ชวนคนรับไม้ผลไปปลูกโดยอยากให้ต้นไม้เหล่านี้งอกงามในพื้นที่ส่วนตัว แต่เปิดให้คนที่ผ่านมาเก็บกินได้ 

และไม่ใช่แค่สารพัดกิจกรรม ศิลปะของ Fallen Fruit ยังมีเป็นชิ้นผลงานอย่าง Monument of Sharing ที่หยิบไม้ผลมาทำเป็นงานศิลปะสาธารณะ ให้คนเดินมาชื่นชมแถมเก็บกินได้ รวมถึงยังมี Public Fruit Park หรือสวนผลไม้กลางเมืองที่ชวนคนมาปลูกไม้ผล และแน่นอน รอเก็บผลไม้กินกันต่อไป

ที่สำคัญ ในปี 2017 Fallen Fruit ได้ขยับขยายพื้นที่จากระดับเมืองไปสู่ระดับโลก ด้วย The Endless Orchard โปรเจกต์แผนที่ออนไลน์ ชวนคนทั่วโลกมาร่วมสร้างงานศิลปะสาธารณะใหญ่ที่สุดในโลก หรือพูดอีกอย่างคือสวนผลไม้ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการลงมือปลูกและปักหมุดตำแหน่งไม้ผล

ปลูกไม้ผลที่หน้าบ้าน หน้าออฟฟิศ หน้าโรงเรียน หรือหน้าศูนย์ชุมชนของคุณ ดูแลแล้วแบ่งปันมันผ่านการปักหมุดบนแผนที่ใน endlessorchard.com ตามคำอธิบาย The Endless Orchard บอกไว้ 

ทีละนิดแบบ One fruit tree at a time การออกแบบและสร้างงานศิลปะของ Fallen Fruit ช่วยให้ผู้คนพบเจอความหมายใหม่ ๆ ของพื้นที่สาธารณะ รู้ว่าตัวเองมีส่วนร่วมสร้างเมืองได้ และได้สัมผัสความเป็นชุมชนในสังคมร่วมสมัยที่เราเริ่มห่างไกลกันทุกที

แล้วจากแผนที่ 1 แผ่นในปี 2004 โปรเจกต์ที่ทั้งสนุกและสร้างสรรค์นี้ก็อยู่ยาวมาจนถึงปี 2022 แล้ว

Fallen Fruit งานศิลปะสร้าง ‘เมืองกินได้’ ด้วยการชวนคนปลูกและเก็บกินผลไม้ในเมือง
 โปรเจกต์จากศิลปินอเมริกันที่ออกแบบงานศิลปะกินได้ เพื่อชวนคนคิดถึงความหมายของเมือง พลเมือง และชุมชน

งานศิลปะที่ยังคงให้ผลงดงาม

ถ้ามีโอกาสแวะเวียนเข้าไปในเว็บไซต์ของ Fallen Fruit จะเห็นได้ว่าโปรเจกต์นี้ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลงานศิลปะทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ตัวอย่างเช่น ในปี 2018 ชาว Fallen Fruit เขียนลงบล็อกไว้ว่า จากความร่วมมือของทุกคน เราปลูกไม้ผลไปได้มากกว่า 400 ต้น รวมถึงสร้าง Public Fruit Park ได้ 6 แห่ง 

วาร์ปข้ามมาในปี 2022 พวกเขาสร้าง Public Fruit Park อีกแห่งในแคลิฟอร์เนีย แถมยังมีสร้าง NFT ที่มีไม้ผลซึ่งปลูกไว้แล้วจริงๆ แถมให้คนซื้อด้วย

การปลูกต้นไม้ 1 ต้นอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ Fallen Fruit คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า เมื่อปลูกต่อไปเรื่อย ๆ ปลูกกันคนละไม้คนละมือ จากไม้ผล 1 ต้นก็กลายเป็น Endless Orchard ของจริงได้

และเพราะการปลูกต้นไม้ 1 ต้นไม่ได้ยากเกินไป คงดีไม่น้อย ถ้าสวนผลไม้ที่ทั้งสนุก สร้างสรรค์ และกินได้จริงนี้ขยายพื้นที่ต่อไป

สู่เมืองอื่น ๆ ในโลก เกาะกลางถนนของกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งหน้าบ้านคุณ

 โปรเจกต์จากศิลปินอเมริกันที่ออกแบบงานศิลปะกินได้ เพื่อชวนคนคิดถึงความหมายของเมือง พลเมือง และชุมชน

ข้อมูลอ้างอิง 

fallenfruit.org

endlessorchard.com

currystonefoundation.org

www.huffpost.com

www.sustainablepractice.org

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

มีคำกล่าวกันว่า ‘ประวัติศาสตร์นั้นเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ’ เราพบความจริงนี้ได้ในหลากหลายที่ ตั้งแต่ตำราเรียนของเด็ก ๆ จนถึงบันทึกประวัติศาสตร์เก่าแก่

เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ บางชื่อจึงอาจถูกลบ บางเหตุการณ์จึงอาจไม่ถูกพูดถึง ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจึงอาจเป็นเพียงด้านเดียวของอดีต

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้รู้ เพื่อเรียนรู้ว่าในวันวานมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง

วันนี้ฉันจะมาเล่าให้คุณฟังถึงเคสหนึ่งที่ออกแบบให้ประวัติศาสตร์ได้ถูกบันทึกไว้ตามที่มันเป็น

ชื่อของเคสนี้คือ ‘Fortepan’ คลังภาพประวัติศาสตร์ออนไลน์ที่โด่งดังของประเทศฮังการีค่ะ

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Reményi József

คลังภาพถ่ายธรรมดา จากคนธรรมดา

ในช่วงกลางยุค 80 Miklós Tamási ผู้ก่อตั้ง Fortepan คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจอยากคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์จากสายตาประชาชนฮังการี ซึ่งเขาเคยเห็นในหนังและภาพถ่าย

เพราะมีความฝันเช่นนี้ Tamási จึงมักแวะเวียนไปที่ถังขยะเพื่อเก็บภาพถ่ายเก่า ๆ ที่ผู้คนโละทิ้งมาสะสมไว้ และเข้าทำงานที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัย Central European ในขอบเขตงานที่เน้นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์

ฟังดูเหมือนงานในฝัน แต่ที่นั่น Tamási พบความจริงว่า ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนมาจากมุมมองที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายเพื่อลงในสื่อต่าง ๆ ในที่สุดว่าที่ผู้ก่อตั้ง Fortepan ก็ทนไม่ไหว เขาตัดสินใจเปิดคลังภาพออนไลน์ของตัวเองในปี 2010 เพื่อบอกเล่าความจริงจากอีกฝั่งหนึ่งแทนที่ภาพถ่ายซึ่งคัดเลือกมาอย่างดีของนิทรรศการ คลังภาพนี้รวมภาพธรรมดาสามัญจากกล้องที่ถ่ายกันในครอบครัว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Fortepan คลังภาพออนไลน์ซึ่งได้ชื่อมาจากโรงงานผลิตฟิล์มถ่ายภาพ Forte ของประเทศฮังการี

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Dán Zsuzsanna
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Magyar Rendőr

คลังภาพถ่ายที่ชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Tamási ตั้งใจออกแบบให้คลังภาพของเขาเริ่มต้นในปี 1900 และสิ้นสุดในปี 1990

“ช่างภาพเริ่มออกไปเดินถ่ายภาพตามท้องถนนตั้งแต่ช่วงปี 1890 แต่เราหาภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยได้ นั่นทำให้เราเลือกช่วงปี 1990 เป็นจุดเริ่มต้น” Tamási อธิบาย “จุดสิ้นสุดของคอลเลกชันภาพ Fortepan คือ ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮังการีเปลี่ยนจากยุคสังคมนิยมสู่ระบอบประชาธิปไตย”

ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกหยุดที่ตรงนี้ คำตอบของผู้ก่อตั้ง Fortepan คือระบอบประชาธิปไตยมาพร้อมกับทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้ภาพถ่ายไม่คลาสสิกเหมือนก่อน

แน่นอนว่าภาพถ่ายยุคศตวรรษที่ 20 ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนชั้น เมื่อมีเพียงครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่ได้ครอบครองกล้องถ่ายรูป ทำให้แม้จะไม่ใช่ภาพออกสื่อ แต่ภาพ Home Photography ใน Fortepan ก็มักจะดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ช่วงเวลานั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งมีภาพหลงเหลือมาน้อยนิด เพราะชาวยิวถูกห้ามไม่ให้มีกล้องถ่ายรูป

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Aradi Péter
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Ambrus Tibor

เพราะอย่างนี้ Tamási จึงออกแบบให้คลังภาพออนไลน์ของเขาเปิดรับภาพถ่ายจากคนทั่วไป เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่เว้าแหว่งขาดหาย ซึ่งหมายรวมถึงชาวฮังการีที่ต้องอพยพออกนอกประเทศ มากกว่านั้น นโยบายของคลังภาพยังเขียนขึ้นแบบเน้นความเท่าเทียม โดยเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ภาพเหล่านี้ได้ฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้มาร่วมใส่แท็กใน Index ของคลังภาพได้

ด้วยความพยายามเช่นนี้ Fortepan จึงไม่ใช่เพียงคลังภาพเก่าทั่วไป แต่เป็นที่ซึ่งคนในฮังการีได้มาร่วมเติมเต็มประวัติศาสตร์ของประเทศ

เพราะความพยายามนี้ ในคลังภาพของ Tamási จึงมีภาพหลากหลายอย่างแท้จริง อาทิ ภาพหายากจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างภาพโรงงานผลิตแก้วในกรุงบูดาเปสต์ของ Carl Lutz ชาวสวิส ซึ่งเปิดให้ชาวยิวเชื้อสายฮังกาเรียนเข้ามาหลบซ่อนตัว โดยทางคลังภาพใช้เวลาครึ่งปีติดต่อกับลูกสาวของ Lutz และ Swiss Federal Institute of Technology in Zürich เพื่อให้ได้ภาพเหล่านี้มา

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József
เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Agnes Hirschi

เมื่อเปิดกว้างและบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นที่ไหน Fortepan ที่มีจุดเริ่มต้นจากชุดภาพถ่ายที่ Tamási สะสมไว้ จึงกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฮังการีที่ทรงพลังในที่สุด

คลังภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ด้วยไฟล์ภาพถ่ายประมาณ 5,000 ภาพ ในตอนนี้ Fortepan มีภาพมากกว่า 100,000 ภาพ และถูกใช้งานแพร่หลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคภาพถ่ายหรือไม่ ถ้าอยู่ในฮังการี เป็นไปได้สูงที่คุณมีสิทธิ์จะได้เห็นภาพจากคลังภาพออนไลน์นี้ผ่านตา

แม้ Tamási จะตั้งใจทำโปรเจกต์นี้แบบไม่แสวงหารายได้ ประชาชนฮังการีก็มักเลือกบริจาคเงินให้ Fortepan แทนห้องสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาเห็นคุณค่าคลังภาพนี้มากแค่ไหน

มีคำกล่าวกันว่า เราเรียนรู้จากอดีต และ Fortepan ก็คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนได้รู้จักและเข้าใจอดีตตามที่มันเป็น

ที่สำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งสลับซับซ้อนเข้าใจยาก หากตั้งใจมากพอ เราสามารถเห็น Fortepan เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฮังการีเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทย ประเทศที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีประวัติศาสตร์อีกหลายส่วนที่ขาดหาย ลบเลือน และไม่ถูกพูดถึง

เราพบเศษเสี้ยวของมันได้ในภาพถ่ายเก่าที่แชร์กันตามกลุ่มเฟซบุ๊กหรือพิพิธภัณฑ์ออนไลน์อย่างพิพิธภัณฑ์สามัญชน แต่ฉันเชื่อว่าแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพลังประชาชนยังงอกงามต่อไปได้ยิ่งกว่านี้

เพราะต่อเมื่อเราได้เห็นประวัติศาสตร์ตามจริงเท่านั้น ประวัติศาสตร์จึงจะไม่ซ้ำรอย

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József

ข้อมูลอ้างอิง 

fortepan.hu

hungarytoday.hu

hyperallergic.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load