The Cloud x ททท.

ไม่บ่ายวันเสาร์ ก็สายวันอาทิตย์ หลังจากเดินเข้าศาลเจ้าสีแดงสด เขย่าเซียมซีทายใจเสร็จสรรพ เราจะแวะตามตรอกซอกซอยของตลาดกลางเมืองเก่า ตรอกนู้นมีอาหารเหนือท้องถิ่น ตรอกนั้นถูกใจเป็นพิเศษ เพราะมีม้วนผ้าสีน้ำเงินเข้มเขียนเทียนดั้งเดิมของชนเผ่าม้ง หลายคนคงเดาออกว่าเรากำลังพูดถึง ‘ตรอกเล่าโจ๊ว’ ตรอกผ้าม้งของเชียงใหม่

เปล่า เราไม่ได้จะเขียนเชิญชวนไปช้อปกระจายกับบรรดาผ้าลายสวย

ผ้าเขียนเทียนต่างหากสำคัญ

ขอชวนคนพิเศษมาเล่าให้ฟัง ชง-อรทัย อินรัง เจ้าของแบรนด์ฝ้ายเงินฝ้ายทอง เธอผู้พลิกฟื้นผ้าเขียนเทียน จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวเขาเผ่าม้ง บ้านป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ให้กลับมาหายใจอีกครั้งท่ามกลางความหวัง

หากบอกว่าเธอเป็นความหวังหมู่บ้านคงไม่ผิดนัก เพราะอรทัยพาแบรนด์ฝ้ายเงินฝ้ายทองและชาวบ้านบ้านป่ากลางไปไกลเกินหันหลังกลับ เราได้ยินแต่เสียงเฮให้เดินต่อไปข้างหน้า เดินไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้แต่คนเดียว

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

1

คนบ้านป่ากลางเป็นชาวเขาเผ่าม้ง เดิมทีปักผ้าขายเป็นอาชีพ พอมีการส่งเสริมปลูกข้าวโพด-เลี้ยงสัตว์ ชาวบ้านชวนกันไปทำเกษตรกรรมเสียหมด งานปักผ้าจากเคยหลักกลับเป็นรอง หัตถกรรมแทบสูญหายไปกับการทำไร่เลื่อนลอย

แต่แล้ววิกฤตต้มยำกุ้งเข้าจู่โจม ไม่เพียงคนเมืองได้รับผลกระทบ ชาวเขาเผ่าม้งบนบ้านป่ากลางก็โดนเหมือนกัน 

เศรษฐกิจไม่ดี แล้วจะทำอะไรได้? 

ณ ตอนนั้น คงเป็นคำถามในใจใครหลายคน และเป็นหนึ่งคำถามในใจอรทัยด้วย 

คุณพ่อของเธอเป็นทหาร พร้อมรบและพบรักกับคุณแม่ที่เป็นคนบ้านป่ากลาง ครอบครัวของอรทัยกลับมาอยู่บ้านป่ากลางหลังจากคุณพ่อเกษียณจากการเป็นรั้วของชาติ ส่วนคุณแม่กลับบ้านมาเปิดร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บ แถมมีพื้นฐานซ่อม-เย็บเสื้อผ้าเป็นทุนเดิม อรทัยไม่ต้องพูดถึง ฝีมือตัดขี้ด้ายเธอไม่เป็นสองรองใคร

บ้านเธอผ้าเยอะ เพราะคุณแม่ใจดี ยามเพื่อนบ้านเดือนร้อนเงินทอง คุณแม่มักรับซื้อผ้าของพวกเขาเอาไว้

เศรษฐกิจไม่ดี แล้วจะทำอะไรได้ ? 

  “เรามองดูรอบตัวว่าบ้านเรามีอะไร หมู่บ้านเรามีอะไร” 

บ้านเธอมีผ้ากองเป็นภูเขา หมู่บ้านเธอมีหญิงสาวเก่งหัตถกรรม 

แบรนด์ฝ้ายเงินฝ้ายทอง จึงเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน ด้วยการขายผ้าเขียนเทียนยกผืนที่คุณแม่รับซื้อจากเพื่อนบ้าน ก่อนจะถูกพัฒนาเป็นเสื้อคลุมอย่างญี่ปุ่นสุดเท่ เดรสทรงสวยมีฮู้ดด้านหลังเพิ่มความเก๋ และสารพัดเสื้อผ้าแฟชั่นที่ตัดเย็บจากผ้าพิมพ์เทียน

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

2

สมัยบุกเบิก อรทัยต้องหอบผ้าเขียนเทียนจากหมู่บ้านขึ้นรถทัวร์ไปขายยังโครงการสนับสนุนการสร้างอาชีพของธนาคารออมสิน ภายหลังมีโอทอป เธอส่งผ้าเขียนเทียนที่ผ่านการตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วไปขาย ทำให้คนน่านและคนต่างจังหวัดรู้จักผ้าเขียนเทียนจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวเขาเผ่าม้งมากขึ้น และเป็นการกระจายต่อให้คนเข้าใจว่า ‘ผ้าน่าน’ ไม่ได้มีเพียงแค่ผ้าซิ่นทอมือสุดแสนประณีต แต่ผ้าเขียนเทียนย้อมครามก็มีคุณค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ปกติแล้วชาวเขาเผ่าม้งบ้านป่ากลางจะใส่เสื้อผ้าจากผ้าเขียนเทียนเฉพาะวันขึ้นปีใหม่และงานแต่งงานเท่านั้น ทุกปีอรทัยเฝ้ารอวันอวดชุดสวยของหญิงสาวในหมู่บ้าน แต่ละปีแพตเทิร์นชุดไม่เหมือนกัน เทรนด์สีประจำปีไม่เหมือนกัน บอกเลยว่าอินแฟชั่นคู่สียิ่งกว่าบริษัทสีแพนโทน แค่ได้ฟังก็สนุกจนอยากเห็นด้วยสองตา 

แต่สีหลักสำหรับผ้าเขียนเทียนยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม ย้ำ! ยิ่งสีน้ำเงินเข้มมากเท่าไหร่ ยิ่งสวยมากเท่านั้น ปัญหาตามมาของความเข้ม คือสีตก เพราะการย้อมสีมี 2 แบบ ดั้งเดิมแท้สีย้อมจะออกม่วง ปัจจุบันเน้นย้อมสีครามเข้ม ยืนยันจากปากอรทัยว่าสีตกทั้งสองแบบ ส่วนครามเข้มได้จากสีย้อมครามเคมี ด้วยค่าใช้จ่ายของครามแท้ราคาสูง ประกอบกับคนในหมู่บ้านทำผ้าม้วนส่งขายในปริมาณมาก สำคัญเลย สีต้องเข้มตามแบบฉบับดั้งเดิม ครามเคมีจึงตอบโจทย์มากกว่า

“คนทำขายในหมู่บ้านเขาไม่ค่อยซัก สีผ้าเลยตก เขาทำแบบนั้นขายได้อยู่แล้ว แต่เราไปขายคนอีกกลุ่มหนึ่ง ต้องดัดแปลงให้เข้ากับสังคมเมือง เราพัฒนาของเราไป ดีเสียอีก ถ้าเราไปทำเหมือนเขาหมดทุกอย่าง เขาจะไปขายใครที่ไหน เราแตกต่างเพื่อไม่แย่งอาชีพคนในหมู่บ้าน เราช่วยเขาและเราช่วยชุมชนด้วย” เจ้าของแบรนด์บอกกับเราด้วยรอยยิ้ม

เอกลักษณ์ของผ้าพิมพ์เทียนย้อมสีครามของฝ้ายเงินฝ้ายทองสีจะซีดกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะอรทัยแก้ปัญหาสีผ้าตกด้วยการซักผ้ามาให้แล้ว 5 รอบ เรียกว่าพร้อมใช้งานทันที แถมสีน้ำเงินซีดยังไปโดนใจลูกค้าชาวญี่ปุ่นเข้าเต็มเปา

3

“เราต้องรู้ว่าชุมชนมีอะไร บ้านนี้เย็บกระเป๋าเก่ง เอาผ้ามาให้เขาเย็บกระเป๋า บ้านนี้เย็บเสื้อเก่ง เอาผ้ามาให้เขาเย็บเสื้อ บางทีขับรถผ่านเรารู้แล้วว่าบ้านนี้จิกมือเก่ง เราเลยหางานมาให้เขาตลอด เขาแทบไม่ต้องออกไปไหนเลย”

คนในหมู่บ้านบ้านป่ากลางจะทำผ้าพิมพ์เทียนย้อมครามขายเองและทำส่งให้กับอรทัย เป็นเครือข่ายสัญญาใจ อย่างบ้านวิชัย เขียนเทียน เธอมอบตำแหน่งพิมพ์เทียน ย้อมครามให้รับผิดชอบ การออกแบบเธออาสารับเอง ส่วนญาติคนสนิทดูแลการตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งหมดของฝ้ายเงินฝ้ายทอง เน้นเสื้อผ้าโคร่งโอเวอร์ไซส์ ใส่ได้ในชีวิตประจำวันทั้งหญิงและชาย

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

การเขียนเทียนแบบดั้งเดิมใช้ปากกาด้ามไม้หัวทองเหลืองจุ่มลงหม้อต้มเทียน เพียงอึดใจ สะบัดปากกาเล็กน้อยก่อนจะขีดลงบนเนื้อผ้า ขีดจนได้ลายตามชอบใจก็นำผ้าไปแช่น้ำสะอาดหนึ่งคืนเพื่อให้สีย้อมติดดี หลังจากแช่ผ้าครบหนึ่งคืนเอาผ้าไปจุ่มถังคราม ยิ่งจุ่มถังครามหลายรอบ สีผ้ายิ่งเข้ม จากนั้นเอาไปตากแห้งก่อนต้มเพื่อลอกเทียนออก

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

ปัจจุบันคนในหมู่บ้านไม่นิยมเขียนเทียนกันแล้ว เพราะมีช่างฝีมือดัดแปลงสารพัดเทคนิคจากการทำเครื่องเงินมาประยุกต์ทำบล็อกไม้สำหรับพิมพ์เทียน ลายดั้งเดิมอย่างลาย ‘เหง้าฟัง’ ก็ถูกลดทอนจนเกิดเป็นลวดลายใหม่ บางทีแม่ค้าหัวดี เอาลายกระโปรงเขียนเทียนสมัยพ่อแม่มาให้ช่างทำบล็อกไม้แกะลายให้ก็มี ส่วนอรทัยขอเก๋ด้วยบล็อกลายดอกไม้

4

เส้นทางสายผ้าเขียนเทียนไม่ราบรื่นเหมือนขีดเขียนตามใจ กว่าเธอจะเรียกความมั่นใจจากคนในชุมชนว่าผ้าเขียนเทียนมีโอกาสไปได้ ไปได้ไกลกว่าบ้านป่ากลาง ไปได้ไกลกว่าอำเภอปัว ไปได้ไกลกว่าจังหวัดน่าน ทำเอาเธอเสียเหงื่อและเสียน้ำตาไม่น้อย

“เราสู้หลายอย่าง เราสู้ให้ผ้าเขียนเทียนเป็นที่รู้จัก เราเข้าโครงการประกวดเกี่ยวกับผ้าพื้นบ้านแทบทุกรายการ เพราะกรรมการตัดสินจากแรงบันดาลใจ เรามีแรงบันดาลใจ เรามีทุกอย่างอยู่ในหมู่บ้าน มันง่ายต่อการสื่อสารให้เขาเข้าใจ 

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

“เรามาจากหมู่บ้านชาวเขา เราเกิดมาจากเขียนเทียน ถ้าเราไม่สานต่อภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ เขาไปถางป่า ทำไร่เลื่อนลอยกันหมดแล้ว เราอยากรักษาภูมิปัญญาชาวเขาเผ่าม้งให้คงอยู่และคนข้างนอกให้การยอมรับ”

รางวัลจากการประกวดพิสูจน์ตัวเธอเองให้คนบ้านป่ากลางเห็นว่า ‘ผ้าเขียนเทียน’ ของพวกเขา มีคนมองเห็นความสวยงามและหัตถกรรมทำด้วยสองมือมีคุณค่า เฉกเช่นเดียวกับผ้าทอมือลายดั้งเดิมจากบรรพบุรุษเมืองนันทบุรี

ก่อนนั่งสนทนากับอรทัย เธอบอกว่าไปประกวดมาหนึ่งรายการ กรรมการแจกหัวข้อ ‘ความเป็นน่าน’

เธอได้รับแรงบันดาลใจจากทหารสวมเสื้อม่อฮ่อมบนจิตรกรรมฝาผนัง วัดหนองบัว

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

เราเห็นชุดแล้วเท่มาก สมแล้วเธอตั้งชื่อว่า Tiger Blue อรทัยผสานความเป็นน่านด้วยผ้าทอมือลายไทลื้อ ไม่ลืมความเป็นตัวตนด้วยการตัด-ต่อกับผ้าเขียนเทียนย้อมคราม พ่วงสีส้มด้วยอีกนิด เพื่อสื่อถึงเสือสาวได้อย่างตรงไปตรงมา

  ตอนทำเธอตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ว่า ชุดแบบนี้ต้องขายวัยรุ่นเท่านั้น โดยเฉพาะลิซ่า ศิลปินวง BLACKPINK!

5

ตั้งแต่วันแรก เป็นระยะเวลา 15 ปี ฝ้ายเงินฝ้ายทองเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แม้เป็นคำถามธรรมดาแต่เราสงสัย

“สิบห้าปีก่อน ถ้าทำเสร็จเราต้องเหมารถไปขาย ทุกวันนี้คนมาซื้อถึงในหมู่บ้าน ทุกบ้านเริ่มกลับมาทำผ้าเขียนเทียน จากไปปลูกข้าวโพดก็ไม่ไปแล้ว บางคนบอกเศรษฐกิจไม่ดี แต่ถ้าสร้างงานจากฝีมือของเราเอง คำว่าอดตายไม่มี 

“เมื่อก่อนคนทิ้งหมู่บ้านไปเหลือแต่คนแก่ เดี๋ยวนี้เขากลับมาบ้าน กลับมาพิมพ์ผ้าขาย กลับมาปักผ้าขาย วัยรุ่นก็อยู่ในหมู่บ้านมากขึ้น แสดงว่าเขาเห็นงานของเขามีคุณค่า เราคิดแล้วว่าเขาไปอยู่ที่อื่นคงไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ที่บ้าน 

“อยู่กับภูมิปัญญาได้อะไรมากกว่าแน่นอน ถ้าเข้ากรุงเทพฯ ต้องใช้แรงงานอย่างเดียว ถ้าอยู่บ้าน เขายังได้ดูแลพ่อแม่ พิมพ์ผ้าด้วย ปักผ้าด้วย เราว่าผ้าเขียนเทียนทำให้คนไกลบ้านกลับมาใกล้บ้านนะ” 

อรทัยเล่าด้วยแววตาสดใส ราวกับเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสายน้ำคอยรดให้หัวใจของเธอชุ่มฉ่ำครั้งแล้ว ครั้งเล่า

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

6

เป้าหมายสูงสุดของอรทัยในการทำแบรนด์ฝ้ายเงินฝ้ายทองคือการเข้าไปขายใน KING POWER เธอพยายามมาหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเราและคุณก็ได้ยินข่าวดีจากเธอ อรทัยทำสำเร็จ! เราขอให้เธอเล่าให้คุณฟังด้วยตัวเอง

“เราใฝ่ฝันมานานว่าอยากให้แบรนด์เข้าคิงพาวเวอร์ ให้ผ้าเขียนเทียนเข้าไปขายในคิง เพาเวอร์ เราเจรจาหลายครั้ง เพราะปัญหาสีตก แต่เราทดลองย้อมผ้าเขียนเทียนด้วยน้ำครามน้ำแรกของบ่อ สีไม่ตกอีกแล้ว เราเลยเข้าไปเสนอ สุดท้ายผ่านการคัดเลือก ตอนนี้กำลังเริ่มทำคอลเล็กชันเพื่อนำสินค้าไปให้คิง เพาเวอร์ พิจารณา

“เราว่าจะเอาผ้าคลุมไหล่ กระโปรงชาวเขาของบ้านวิชัย เขียนเทียน ไปเสนอด้วย มีงานของช่างเย็บกระเป๋า ช่างเย็บพวงกุญแจ เราไปทีพาไปทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่คนข้างหลังเรายังมีอีกหลายคน เมื่อก่อนเราไม่เคยได้รับโอกาส พอเขาให้โอกาสเราแล้ว เราต้องส่งต่อโอกาสนั้นในคนอื่นด้วย เราภูมิใจมากนะที่ผ้าเขียนเทียนได้รับการยอมรับ

“เรากำลังพัฒนาไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราลืมไม่ได้คือภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ” 

มากกว่าการยอมรับ เธอทำให้ผ้าเขียนเทียนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

ชาวเขาเผ่าม้งบนบ้านป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง: แบรนด์ผ้าเขียนเทียนของชาวม้งที่พาดีไซน์บรรพบุรุษไปไกลกว่าจ.น่าน

ฝ้ายเงินฝ้ายทอง

205 หมู่1 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120

ติดต่อ 09 3967 1969

Facebook: ฝ้ายเงินฝ้ายทอง

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

“ผมกำลังสร้างภาพจากอดีตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง”

เสียงของ วสิน อุ่นจะนำ พูดขึ้นท่ามกลางมวลผ้าซิ่นหลากสี ในร้าน วสิน ผ้าทอไท

‘วสิน ผ้าทอไท (Wasin Thai Textile)’ เป็นแบรนด์ผ้าทอโบราณที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ไม่มีวันเก่า เขามีเรื่องมากมายเกี่ยวกับภูมิหลังของภูมิปัญญาผ้าทอที่อยากเล่า และนั่นเป็นสิ่งที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่สมัยเรียน สิ่งนั้นปรากฏชัดเจนเมื่อครั้งไปออกภาคสนามที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

“อาจารย์พาไปนอนวัด เรางัวเงียตื่นเช้าตั้งแต่ตี 4 ตี 5 พอเราเปิดประตูออกไป เจอชาวบ้านมากันเต็มวัด เขาใส่เสื้อผ้าชุดพื้นเมืองตามอัตลักษณ์ประจำเผ่า นุ่งผ้าซิ่นตีนจกกันทุกคนเลย

“เรารู้สึกว่า เฮ้ย! เซอร์ไพรส์ สวยมาก ทำไมสวยขนาดนี้” วสินเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

จากความรู้สึกชื่นชมภูมิปัญญาดั้งเดิม ชื่นชอบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของผ้า อยากฟื้นฟูองค์ความรู้ภูมิปัญญาโบราณ สั่งสมมาพร้อมกับอีกหนึ่งเหตุผล คือเขามองเห็นปัญหาที่คนในชุมชนไม่มีงาน ต้องดิ้นรนมาทำงานในเมือง ห่างครอบครัวจนบางครั้งเป็นบ่อเกิดของปัญหาภายใน ขยายเป็นปัญหาเรื่องการศึกษาและเศรษฐกิจ เขาจึงอยากสร้างความภูมิใจให้แก่คนในชุมชน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

“เราเข้าไปในหมู่บ้าน บ้านทุกหลังมีกี่ มีการทอผ้า เรารู้สึกว่าชุมชนนี้ทำไมถึงพิเศษ ทำไมถึงรักษาสิ่งนี้ไว้ ความแข็งแรงตรงนี้เกิดขึ้นจากอะไร เราเลยพยายามหาคำตอบ และเราควรส่งเสริมให้ชุมชนอื่น ๆ เป็นแบบนี้ไหม เพราะผ้าพวกนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น มันเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดมาหลายร้อยปีแล้ว”

วสินคือผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าจากการลงพื้นที่ตอนเรียน เมื่อเรียนจบเหมือนเป็นการเริ่มก่อเชื้อเพลิง สุมไฟความตั้งใจของเขาออกมาผ่าน จนสร้างเพจที่ชื่อว่า ผ้าและสิ่งถักทอไท ขึ้นมา

“เราอยากทำให้คนใส่ผ้าไทมาเดินห้างแล้วไม่รู้สึกขัดเขิน” หนึ่งความตั้งใจของวสิน เชื้อเชิญให้ทำความรู้จักกับความสนใจประวัติศาสตร์ผ้าจนก่อเป็นอาชีพ ผ่านเรื่องราวของวสิน ผ้าทอไท

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เริ่มต้นจากผ้าและสิ่งถักทอไท

สมัยเป็นนักศึกษาคณะสาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความสนใจและหลงใหลในประวัติศาสตร์ผ้าของวสิน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน เรื่องที่อยากเล่าอัดอั้นอยู่ในใจ

เขาจึงสร้างพื้นที่หนึ่งขึ้นมา เป็นพื้นที่ที่รวมคนรักผ้าพื้นเมืองมาเจอกัน

“เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้โบราณสวยมากอยู่แล้ว เราแค่เอามาเล่าใหม่”

เพจ ‘ผ้าและสิ่งถักทอไท’ วสินเลือกใช้คำว่า ‘ไท’ ที่ไม่มี ย ยักษ์ ชาวไทส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือและบ้างอยู่แถบพม่าและลาว มีหลายกลุ่ม เช่น ไทยวน ไทลื้อ ไทใหญ่ ไทยอง ไทเขิน เขาเลือกใช้คำนี้เพราะต้องการให้หมายรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ไททุกคนที่พูดภาษาไทย ไม่ใช่เฉพาะคนไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย 

“เรามีข้อมูล มีภาพแม่อุ๊ยทอผ้า มีภาพกระบวนการทอผ้า มีภาพผ้าสวย ๆ เราเลยอยากให้คนอื่นได้เห็นคุณค่าแบบที่เราชื่นชม” ภาพที่ว่าเหล่านั้นฉายชัดอยู่บนไดอารี่ออนไลน์ของวสินเป็นฉาก ๆ

ข้อมูลในตำราประวัติศาสตร์บ่งบอกไว้ว่า ผ้าซิ่นถูกมองว่ามีจิตวิญญาณ บางครั้งได้รับยกย่องเป็นของศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะผ้าซิ่นของบุคคลสำคัญในครอบครัว ที่ถูกยกให้กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ทางความเชื่อด้วย ผ้าซิ่นบ่งบอกทุกอย่าง เพราะผ้าเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่ใกล้ตัวมนุษย์ที่สุด 

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

เติบโตสู่ วสิน ผ้าทอไท

เมื่อเรื่องราวที่วสินถ่ายทอดไปถึงโสตประสาทของผู้ชม ผ้าทอในเพจเริ่มเป็นที่ต้องการ 

การเดินไปข้างหน้าอีกก้าวจึงเกิดขึ้น

เราว่าองค์ความรู้อยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสนใจ ไม่เคยหยิบมาใช้ ไม่เคยเอามาพัฒนาต่อต่างหาก แน่นอนว่าการวิ่งตามกระแสโลกก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ส่วนหนึ่งก็จำเป็นต้องหยิบรากเหง้าในท้องถิ่นกลับมาใช้ด้วย โดยให้มันยังดำรงอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน” วสินเล่า

จากเพจผ้าและสิ่งถักทอไท เติบโตสู่ร้านวสิน ผ้าทอไท สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการต้องลงมือทำจริงจังไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง และสิ่งที่คงไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือคำและความหมายของคำว่า ‘ไท’

ผ้าของร้านวสินเน้นฟื้นฟูลวดลาย กระบวนการ กรรมวิธี วัสดุ และ เทคนิคโบราณขึ้นมาอีกครั้ง

“เรารู้ว่าผ้าโบราณทอยาก ซับซ้อน มันสวยมาก แต่ทำไมไม่มีคนทอ เราเลยเอาผ้าโบราณนี้กลับไปให้ชุมชนเดิมที่เขาเคยทอ แต่ทุกวันนี้เขาไม่ได้ทอแบบนี้แล้ว เราเอากลับไปให้เขาทออีกครั้ง”

เมื่อผ้าทอเอกลักษณ์แบบวสินที่รู้ได้โดยไม่ต้องสลักชื่อเป็นที่รู้จักสักพัก คนบางกลุ่มเริ่มอยากแต่งตัวย้อนยุคตามแบบชนชั้นสูงหรือเจ้าโบราณ หลายชุดเหมาะใส่ในพิธีกรรมมากกว่าในชีวิตประจำวัน จึงเกิดสตูดิโอแยกออกมาในชื่อ Wasin Thai Textile for Wedding นำเสนอเครื่องแต่งกายในรูปแบบชุดแต่งงาน ชุดพิธีการ เนรมิตให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมครื่องประดับสมจริงตามแบบฉบับยุคนั้น ๆ โดยสิ่งที่สัมผัสแล้วรู้เลยว่าเป็นร้านวสิน ผ้าทอไท คือสีสันที่นุ่มนวล สบายตา สดแต่ไม่จัดจ้านจนใส่ยาก ลายซิ่นละเอียด ทออย่างประณีต แบบและทรงเข้ากับยุคสมัยโดยไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิม

วสิน ผ้าทอไท แบรนด์ที่ฟื้นผ้าทอโบราณของคนไทด้วยดีไซน์ทันสมัย ใส่ได้จริงแบบไม่ขัดเขิน

ถ่ายทอดเรื่องราวที่มากกว่าเรื่องเล่า

‘การเปิดร้านเพื่อขายของน่ะใช่ แต่ วสิน ผ้าทอไท ไม่ได้ต้องการแบบนั้นอย่างเดียว’

ภาพที่เขานำเสนอ มีทั้งภาพที่เน้นการขาย แสดงรายละเอียดแต่ละชุดชัด ๆ มิกซ์แอนด์แมตช์ให้ดูทันสมัย และอีกอย่างหนึ่งคือการขายผ่านรูปภาพการแต่งกายเสมือนจริงสมัยโบราณ

“เราเอาผ้าโบราณมาแต่งใหม่ ทำให้เห็นว่าคุณก็ใส่แบบนี้ไปวัดได้นะ ไม่ได้แปลกแยก”

ไม่มีสิ่งใดมาสกัดกั้นแพสชันที่วสินมีต่อผืนผ้าได้ เพราะนอกจากการเล่าเรื่องชุดโบราณผ่านภาพถ่ายและตัวอักษรแล้ว ยังมีวิดีโอในยูทูบ เน้นเนื้อหาในการถามตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับชุดโบราณ บางครั้งก็เป็นสื่อวิดีโอสั้นใน TikTok แบ่งปันทริคการแต่งตัว ว่าจะใส่เสื้อตัวนั้น กระโปรงตัวนี้ ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันยังไง นับเป็นเทคนิคทางการตลาดที่สร้างภาพจำและจุดขายให้แบรนด์ได้เป็นอย่างดี

เขาหวังจะให้เครื่องแต่งกายเหล่านี้ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ให้คนสวมใส่อย่างภูมิใจในชีวิตประจำวันได้เหมือนอย่างในอดีต เรารู้จักที่มาหรือสังคมคร่าว ๆ ของคนหนึ่งคนได้ เพราะประวัติทั้งหมดทอเอาไว้ผ่านเส้นไหมทุกเส้น โดยแต่ละชุมชนมีภูมิหลังของผ้าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เช่น เรื่องราวของผ้าซิ่นตีนจกลายหงส์หลวง เป็นลายมาตรฐานของกลุ่มไทยวน (ประชากรล้านนาหลักของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) ตัวซิ่นเป็นลายแนวขวางด้วยการขึงเส้นยืน ซึ่งการขึงเส้นยืนนี้เป็นลักษณะของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ-เขมร ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชนเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

“สิ่งพวกนี้อยู่ในผ้าซิ่น อยู่ที่เราจะรู้หรือไม่ เราสืบประวัติศาสตร์ผ่านซิ่นได้เป็นร้อยเป็นพันปี”

ตีนซิ่นลายหงส์เป็นลายที่เจอเยอะมากในซิ่นตีนจก สันนิษฐานว่าตกค้างจากยุคสังคมบรรพกาลที่กลุ่มคนไทยวนล้านนายังเป็นเผ่าเร่ร่อนอยู่ ยังไม่มีการสร้างบ้านสร้างเมืองใด ๆ คนยุคนั้นใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ประจำเผ่า หงส์จึงเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มไทยวน และตกค้างอยู่ในผ้าทอมาตลอด

วสิน ผ้าทอไท เป็นเสมือนตัวกลางคอยเชื่อมเรื่องผ้าของชุมชนล้านนาเข้ากับสังคม และเล่าเรื่องราวที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าภูมิปัญญาผ้าเหล่านี้ดีพอและมีคุณค่าพอที่จะคงอยู่

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

ฟื้นฟูภูมิปัญญาการทอผ้าล้านนา

ชาวบ้านในชุมชนจอมทอง แม่แจ่ม แม่แตง หางดง ฮอด เคยทอผ้า แต่ปัจจุบันคนใส่น้อยลง คนทำเลยลดลงตามไปด้วย จนกระทั่งวสินปลุกภูมิปัญญาผ้าทอให้ชาวไทกลับคืนมาอีกครั้ง

“สิ่งที่เราให้เขาทอไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นสิ่งเก่าที่เคยทอแล้วเลิกไป เราแค่อยากให้กลับไปทออีกครั้ง”

ในช่วงแรก ชาวบ้านยังไม่คุ้นชินกับรูปแบบผ้าที่วสินเอามาให้ทอ แม้ว่าลายผ้าทั้งหมดมีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล จึงต้องใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่กว่าชาวบ้านจะเปิดใจยอมเปลี่ยนแปลง

“เราต้องใช้วิธีที่ง่ายที่สุดให้เขายอมทำ เช่น ทอผ้าลายนี้ ก็ต้องจัดด้าย มัดรวมกันไปแล้วบอกให้ทอแบบนี้ สีแค่นี้ บางทีเขาบอกว่าสีซีดจัง ไม่สว่าง ช่วงแรก ๆ ก็มีแอบหยอด เราก็ต้องทำความเข้าใจใหม่”

วิธีการทำงาน ทุกคนต้องนับหนึ่งใหม่ไปพร้อมกัน วสินกำหนดสี กำหนดลาย กำหนดกราฟโบราณเสมือนการปักครอสติส นำแบบทั้งหมดพร้อมรูปภาพตัวอย่างส่งกลับไปให้แต่ละหมู่บ้านทอไหม-ทอฝ้ายออกมาเป็นผ้าถุง ผ้าพื้นเมือง ความยากเกิดขึ้นในระยะแรกแริ่ม แต่สุดท้ายเวลาก็ทำหน้าที่ของมัน ชาวบ้านเห็นคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะยากแค่ไหน เพื่อรื้อฟื้นลายที่ตายไปให้กลับมา

ในทุกผืนผ้าเกิดจากฝ้ายปั่นมือ เป็นฝ้ายออร์แกนิกที่ชาวบ้านปลูกเอง ทำเป็นเส้นทอเอง แล้วก็ส่งไปให้อีกบ้านย้อมสีธรรมชาติ สีน้ำเงินย้อมคราม สีชมพูย้อมครั่ง สีเหลืองย้อมดอกดาวเรือง สีน้ำตาลย้อมเปลือกไม้และแก่นไม้อื่น ๆ เช่น ขนุน ฝาง ฝักเพกา การที่ชาวบ้านได้กลับมาทอผ้าโบราณในรอบหลายศตวรรษ ไม่ใช่คุณค่าเดียวที่เกิดขึ้นจากแบรนด์วสิน “มันไม่ได้จบแค่นั้น มันมากกว่านั้น” วสินบอก

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง
เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

สร้างชุมชนและผ้ายั่งยืน

การทอผ้าร่วมกับชุมชนไม่ได้ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มอย่างเดียว มันขยายออกมากกว่านั้น

หนึ่ง ทำให้ภูมิปัญญาไม่สลายไปพร้อมกับกาลเวลา

สอง ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง มั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำเป็นตัวตนที่หาเลี้ยงชีพและครอบครัวได้ ตลอดจนภูมิใจในการอวดภูมิปัญญาของแต่ละพื้นถิ่นที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก

“เราอยากทำให้ภูมิปัญญาโบราณคงอยู่ ขณะเดียวกันก็สร้างอาชีพ สร้างงานให้ชุมชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน การที่เราเข้าไปรื้อฟื้น มันทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ”

เมื่อหลายคนทำแล้วภูมิใจ ส่งผลให้เขาอยากทำต่อ จึงรวมกลุ่มกันแล้วทำอาชีพนี้อย่างยั่งยืน

สาม ทำให้คนในชุมชมได้พบปะหลอมหลวมกัน ทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาเชื่อมกัน ทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง จากการกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันของคนในครอบครัว

“จากเดิมที่เขาเลิกทำไปแล้ว พอกลับมาทอ เขาก็ชวนเพื่อน ชวนญาติมาทอด้วยกัน เกิดเครือข่ายชุมชนเล็ก ๆ ที่สำคัญ ทำให้เขามีงานในชุมชน จะได้ไม่ต้องออกจากบ้านไปหางานในเมืองใหญ่” 

การมีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน ให้ผลลัพธ์สะท้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น 

เมื่อชาวบ้านหาเลี้ยงชีพได้จากภูมิปัญญาชุมชน เขาก็ไม่ต้องดิ้นรนออกไปทำงานไกลบ้าน 

ดั่งความตั้งใจหลักส่งท้ายของวสิน 

“ทุกคนอยู่ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยสิ่งที่เขามี นั่นคือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เรามาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่ดี และไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ทำมันต่อไป” วสินให้คำมั่น

เรื่องราวของแบรนด์ผ้าไทยผู้หลงใหลประวัติศาสตร์ผ้าทอ จนสร้างแบรนด์ผ้าไท ฟื้นภูมิปัญญาล้านนาโบราณของเชียงใหม่ให้กลับมาอีกครั้ง

วสิน ผ้าทอไท

ที่อยู่ : ห้างเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต ชั้น 1 โซนนอร์ทเทริน วิลเลจ จังหวัดเชียงใหม่ 

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 6730 8304

Facebook : ผ้าและสิ่งถักทอไท

Instagram : wasin_thaitextile

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

มงคลชัย ไชยวงค์

ออกเดินทาง เพื่อเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านวิถีชาติพันธุ์ ผู้หลงรักความเป็นวัฒนธรรมต่างถิ่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load