“ฟ้านิยามตัวเองว่าเป็นอะไร?” เราถามเธอในบ่ายวันหนึ่ง ขณะนั่งรอเมนูสเต็กปลาที่ควรจะเป็นมื้อเที่ยงของเธอเมื่อ 2 ชั่วโมงก่อน

“หลักๆ เลยเราเป็นยูทูเบอร์ เพราะเป็นอาชีพหลักในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมานี้”

ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา เรียนโรงเรียนเดียวกับเราตอนมัธยมต้น แม้จะไม่ทันรุ่นกัน แต่เราก็เคยผ่านตาชื่อของ ‘ฟ้า บดินทร 2’ จากเว็บบอดร์ดบนอินเทอร์เน็ตนับครั้งไม่ถ้วน

ฟ้า ในตอนนั้นคือเด็กมัธยมหน้าตาสวยน่ารัก ตากลมโต และมีรอยยิ้มหวาน เคยมีผลงานเล่นโฆษณา มิวสิกวิดีโอ และการแสดงมาบ้าง เธอลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อทำแชนแนลยูทูบชื่อ ‘Fah Sarika’ อย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามเกือบ 7 แสนคนแล้ว ฟ้าเริ่มจากการสอนแต่งหน้าในแบบที่ตัวเองถนัด ก่อนจะขยับขยายไปทำคอนเทนต์เชิงไลฟ์สไตล์ในด้านอื่นๆ เธอมองเห็นตัวเองในบทบาทนี้ และน่าจะเป็นภาพจำที่คนอื่นมีต่อเธอที่เด่นชัดที่สุด

เราเห็นฟ้าอีกครั้งในตัวอย่าง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอในบทบาท มี่ แฟนใหม่ของพระเอกที่สวยแปลกตาแม้แต่งหน้าบางๆ ด้วยเครื่องสำอางไม่กี่ชิ้น แน่นอนว่าเธอยังน่ารักเหมือนเดิมในวัยที่โตขึ้น

ที่เรามานั่งตรงข้ามเธอในวันนี้ไม่ใช่เพราะความสวยที่พูดไปแล้ว (ถึง 3 ครั้ง) แต่เพราะทัศนคติที่เธอมีต่อชีวิตที่ผ่านมา งานทุกอย่างที่ทำ วิธีมองโลกในแง่ดี และความสุขที่เปลี่ยนไปของเธอต่างหาก ฟ้าเคยตามลบคอมเมนต์บนอินเตอร์เน็ต ไม่ยึดติดกับใบปริญญา พยายามหยุดคิดเรื่องทุกอย่างเพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น มองความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา และเล่าถึงความสุขกับเรื่องเล็กๆ อย่างการไม่ปวดฉี่บนรถได้อย่างไม่เคอะเขิน

เราถามคำถามฟ้า ฟ้าตอบคำถามเรา

แม้สเต็กปลายังไม่ทันได้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ เราก็ได้รับพลังบวกจากเธอเต็มๆ ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน

01

ฟ้า บดินทร 2

ฟ้า เริ่มมีชื่อเสียงจากนามสกุล ‘บดินทร 2’ ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมของเธอ ชื่อนี้ปรากฏบนเว็บไซต์วัยรุ่นบ่อยครั้งจนเด็กในวัยเดียวกันรู้จักและทำให้เธอมีชื่อเสียงในสังคมเด็กมัธยมช่วงนั้น เราลองเอาชื่อ ‘ฟ้า บดินทร 2’ ไปเสิร์ชบนอินเทอร์เน็ตเจอกระทู้อย่าง ‘PIX ฟ้า อริสรา.. รวมรูปตั้งแต่สมัยผมติ่งถึงปัจจุบัน คลิก!’ ‘ฟ้า บด.2 ล่าสุด’ ‘ฟ้า บดินทรเดชา 2 เฟอร์เฟกต์มาก’ และเธอติดอยู่ในลิสต์กระทู้คนน่ารักประจำโรงเรียนเสมอ 

ชีวิตของเด็กมัธยมที่ป็อปปูลาร์ขนาดนั้นมันเป็นยังไง

จะเรียกว่าเจอจนชินก็ได้ เราเหมือนโดนคนเอาไปไว้บนอินเทอร์เน็ต แล้วตอนนั้นเราก็ชอบเล่นเน็ตประมาณนึง ชอบแต่งรูป ยุค Hi5 ยุค MSN ก็เลยเริ่มมีชื่อเสียง ส่วนเรื่องความเป็นเน็ตไอดอลมันมาเอง เหมือนเว็บ Dek-D กำลังดัง แล้วสังคมเด็กมัธยมก็ไม่ได้กว้างมาก มันเลยทำให้เราอยู่ในจุดสว่างตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าสนุกดี เพื่อนเยอะ คนรู้จักเยอะ ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ไม่ดี ส่วนใหญ่ดีหมด เข้ามาทักเฉยๆ บางคนโอตะหน่อยๆ ก็จะมีแบบคุณฟ้าครับ (หัวเราะ) แต่เขาก็ไม่ได้น่ากลัวนะ เราเลยไม่ได้อึดอัดกับการอยู่ตรงนั้น

มีข้อได้เปรียบที่มาพร้อมกับชื่อเสียงเหล่านั้นไหม

มีเป็นธรรมดา เราว่ามันเป็นสิ่งที่หลายๆ คนก็อยากมี มีแล้วก็เป็นเรื่องดีที่ช่วยส่งเสริมหลายด้าน อาจารย์ที่โรงเรียนจะรู้จักเรา อะคนนี้น้องฟ้า เขารู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไรอยู่ คนนี้ทำงานประมาณนี้พร้อมกับเรียนไปด้วย เวลาที่ต้องออกไปข้างนอก ไปถ่ายรายการ ก็จะง่ายหน่อย แล้วเราก็เป็นที่ไว้ใจของอาจารย์

แต่ในความดีงามมันก็มีข้อเสีย เพราะทุกคนจะ Too nice เราไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง หรือเขามาคุยกับเราเพราะเหตุผลอะไร บางทีมันเลยยากที่จะคัดกรองคน เราไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง พอผ่านไปเรื่อยๆ เราถึงมีประสบการณ์ว่าจะเลือกคุยหรือเลือกติดต่อกับใครยังไงบ้าง ตอนเด็กๆ มันดี เพื่อนเยอะ สนุก แฮปปี้ มีคนเข้ามาตลอด แต่พอโตขึ้นเราเริ่มเห็นคนหลายๆ แบบ หลายๆ ด้านของเขา ยิ่งพอทำงานก็ได้เห็นมุมจริงจังในระยะยาวมากขึ้น เราก็เลยเรียนรู้เรื่องคนมากขึ้นด้วย

ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน
ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน

เรียนรู้ว่าอะไร

เรียนรู้ว่า การที่เขามาดีกับเราไม่ได้แปลว่าเขา ‘ดี’ เสมอไป ซึ่งไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่ดีนะ แต่เขาอาจจะมีผลประโยชน์บางอย่าง ไม่ใช่เห็นว่าใครดีกับเราแล้วจะต้องให้เขาทุกอย่าง ทำให้เราต้องคิดเยอะขึ้นนิดนึง

โลกโซเชียลของเน็ตไอดอลในยุคนั้นโหดร้ายแค่ไหน

ปกติถ้าจะนอยด์ก็จะนอยด์พวกคอมเมนต์นี่แหละ ชอบมีคนมาบอกว่าแก่แดด แอ๊บแบ๊ว ซึ่งก็แก่แดดจริงๆ แหละ ยอมรับ (หัวเราะ) แต่เขาไม่รู้จักเราเลยแล้วมาแสดงความเห็นแบบนั้น ตอนนั้นเราเด็ก คอมเมนต์แค่นี้เราไม่เข้าใจ รู้สึกแย่ ทำไมต้องมาว่า เลยไปตามลบ ขอแจ้งลบค่ะ เขาว่าหนู แต่ก็ดีนะ มันทำให้เรามีภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก พอโตมาเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก

แต่สมัยนั้นโซเชียลยังไม่โหดเท่าตอนนี้ เราไม่ได้มีมือถือ ต้องกลับบ้านไปเปิดคอม ถ้าเจอจริงๆ สังคมในโรงเรียนน่าจะหนักกว่าโซเชียล แค่กลับบ้านไปเปิดคอมไม่กี่ชั่วโมงเดี๋ยวก็ปิดแล้ว ของฟ้าที่โรงเรียนก็มีมองเหยียดๆ หมั่นไส้ พูดเสียงดังให้ได้ยิน ‘เห้ย แกดูมันดิ’ (หัวเราะ) เราว่าทุกคนต้องเคยเจอมาบ้างแหละในชีวิตประจำวัน หรือจนโตมาก็อาจจะยังมี ในสังคมที่ทำงานหรือที่ไหนก็ตาม 

ความฝันของ ฟ้า บดินทร 2 คืออะไร

ตอนนั้นสับสน แต่ก่อนเคยคิดว่าอยากเรียนศิลปะ เพราะชอบวาดรูป และตอนนั้นเราโชคดีมีโอกาสได้ทำงานในวงการ เลยสับสนว่าหรือควรไปเรียนนิเทศน์ดี แต่เรียนไปแล้วเราจะอยู่นานไหม ไม่รู้ว่าชอบจริงๆ หรือเปล่า และเหมือนบางอย่างเราทำเป็นเองอยู่แล้ว วาดรูปเราก็ไม่เคยเรียน วาดได้เอง ตัดต่อวีดีโอหรือสื่อต่างๆ ก็ทำเป็นแล้ว หรือจะไม่ต้องเรียน

มันเป็นปัญหา มันเป็นความจับฉ่ายที่เราทำได้ทุกๆ อย่าง แต่ไม่มีอันไหนที่พีคๆ ก็เลยสับสนว่าจะยังไงดี ถ้าถามว่าความฝันคืออะไร ตอนนั้นไม่รู้เลย  เหมือนเราคาดเดาไม่ได้ ด้วยความที่โอกาสเข้ามาช่วงเราเรียน ทำให้รู้สึกว่าต่อไปข้างหน้าก็อาจจะมีโอกาสอย่างนี้อีก ตอนนั้นเลยไม่ได้คิด ปล่อยรอให้ไหลๆ ไป จนถึงตอนเลือกมหาวิทยาลัย

ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน

02

ฟ้า เศรษฐศาสตร์

ด้วยความชอบทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่การพากย์เสียงละครเวทีสมัยประถมศึกษา มีผลงานโฆษณาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น เข้าเป็นศิลปินฝึกหัดของค่ายอาร์เอสตลอดช่วงมัธยมปลาย วิเคราะห์จากความสนใจแค่นี้เราคงเดาชีวิตเธอได้ไม่ผิด ถ้าไม่เรียนสาขาที่เกี่ยวกับศิลปะ ก็ต้องเป็นนิเทศศาสตร์แน่ๆ แต่ฟ้าสอบติดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะตัดสินใจลาออกในอีก 3 ปีถัดมาเพื่อมาทำช่อง YouTube ของตัวเอง

การลาออกดูเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่สำหรับนักศึกษาคนหนึ่ง

เราเริ่มคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนปีสอง ตอนนั้นขายของออนไลน์ หารายได้แบบจริงจัง และก็ยังอยู่อาร์เอสพร้อมกับมีงานละครบ้าง พอขึ้นปีสามก็เริ่มทำ YouTube เราทำอยู่สี่อย่าง เรียน เป็นบล็อกเกอร์ ขายของ เป็นนักแสดง มันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนร้องไห้ ช่วงสอบต้องไปถ่ายละครโดยเอาหนังสือสอบไปอ่านด้วย เรารู้สึกว่าแบบนี้ไม่ใช่แล้ว มันไม่ใช่ชีวิตดีๆ ถามว่าเรียนเป็นยังไง ก็เรียนได้ สอบได้ ละครก็เล่นได้ แต่สุดท้ายร่างกายและจิตใจเราไม่ไหว มันกดดัน เราอยากทำให้ดีทุกอย่างแหละ อ่านหนังสือไป ร้องไห้ไป ทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้ ก็เลยมาคิดว่างั้นตัดเรื่องเรียนก่อนดีไหม เพราะเราทำงานหลายอย่างแล้ว แต่งานที่ทำไม่ได้ใช้ความรู้ที่เราเรียนอยู่เลย แล้วเราจ่ายค่าเทอม ค่าหอเอง ถ้าตัดออกก็จะได้ลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ จบปีสามก็เลยตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำ YouTube อย่างจริงจัง

‘แต่อีกแค่ปีเดียวเองนะ’ ฟ้าน่าจะได้ยินประโยคนี้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

เรามองว่าตั้งปีหนึ่งแหนะ ปีหนึ่งนี่ทำอะไรได้เยอะเลย ถ้าเราจ่ายค่าเรียนไปแล้วไม่ได้เอาความรู้ที่เราจ่ายเงินไปมาใช้ มันน่าเสียดายกว่า เงินน่ะหาใหม่ได้ แต่เวลาที่เสียไปเอากลับมาไม่ได้ หลายคนอาจจะไม่เคยคิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ว่าเราลงทุนกับการเรียนไปเท่าไหร่ เราเอาทั้งตัว เอาทั้งใจแลกมาเพื่อให้ได้ใบปริญญา แต่ไม่รู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะได้ใช้มันหรือเปล่า เราเลยตัดสินใจไปบอกพ่อว่าจะไม่เรียนแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นลุ้นๆ แม้พ่อจะเป็นคนเลี้ยงลูกแบบปล่อยมาก ให้อิสระ เท่าที่จำได้พ่อไม่เคยห้ามเรื่องอะไรเลย แต่กับเรื่องนี้เขาคาดหวัง พอบอกเหตุผลไปเขาก็ฟัง แล้วบอกให้ลองไปคิดดูดีๆ ก่อน เราเลยบอกว่างั้นลองดรอปก่อนปีนึง ดูว่าจะยังไง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยกลับไปเรียนอีกเลย

มั่นใจกับช่อง YouTube ของตัวเองแค่ไหนถึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย

สักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งเรื่องรายได้ เรื่องยอดวิว Engagement ต่างๆ ณ ตอนนั้น เรารู้สึกว่ามันยังไปได้อีก นี่ขนาดไม่ได้ทำเต็มตัว ถ้าตั้งใจทำ มันต้องได้แหละ เหมือนตั้งใจเรียน (หัวเราะ) และมันก็เป็นข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าเราเลือกที่จะตัดเรื่องเรียนออกไป สิ่งนี้เราต้องทำให้ดี มั่นใจไว้ก่อน เราต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าเราเลือกถูกแล้ว ซึ่งเราเลือกถูก

ตอนออกมาไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่เป็นความโล่ง ความสบายใจมากกว่า เพราะเราเลือกทำอะไรด้วยตัวเองหมดเลย ต่อให้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ไม่มีใครมาบังคับให้เราทำ ถ้าจะพลาดก็เป็นความรับผิดชอบของเราที่ต้องแก้ไขเอง 

03

Fah Sarika

ฟ้าเริ่มทำ YouTube ในชื่อ ‘Fah Sarika’ เพราะเป็นคนชอบความสวยความงาม เธอบอกขำๆ ว่าตัวเองแก่แดดมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีพี่ที่สนิทแนะนำให้ลองเขียนบล็อก ก่อนจะกลายมาเป็นวีดีโอบนช่องของตัวเอง YouTuber ที่มีชื่อเสียงในตอนนั้นคือ Pearypie โมเมพาเพลิน และ Mayy R คลิปแรกของเธอในฐานะ YouTuber คือ Korean Make Up Look ที่เธอพูดตอนเริ่มคลิปว่า “อะไรลิ้นจะพันกันขนาดนั้น ตื่นเต้นไง ไม่เคยอัดวีดีโอ”

Fah Sarika แตกต่างจาก YouTuber คนอื่นๆ ในตลาดยังไง

ความเป็นตัวเองของเราทำให้ช่องนี้แตกต่างจากคนอื่น สไตล์ก็เป็นเรื่องนึง เรียนรู้กันได้ ศิลปะในเรื่องของการเลือกเพลง การเรียงภาพ ตัดต่อ ของเราเป็นแบบสบายๆ เน้นพูด เราอยากเข้าถึงคนดู เลยพยายามใส่ความเป็นธรรมชาติเข้าไป ตอนแรกพูดคนเดียวก็ยังเกร็งๆ เขินๆ กล้องอยู่ แต่เราว่าคนสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความตั้งใจต่างๆ แค่เป็นตัวเอง เราว่าก็แตกต่างแล้ว

ปกติเวลาทำคอนเทนต์เราเลยไม่ค่อยทำสคริปต์จริงจัง อาจจะเขียนเป็นข้อๆ แล้วเราไปพูดให้เป็นธรรมชาติ นอกนั้นก็เหมือนโปรดักชันที่ทำทั่วไปในสเกลที่เล็กลง มีพรีโปรดักชัน ตอนถ่าย แล้วก็โพสต์โปรดักชันพวกเขียนแคปชัน ตอบคอมเมนต์ เราตอบคอมเมนต์เองเพราะอยากเข้าใจคนดู อ่านฟีดแบ็กจากเขา อย่างมีอันนึงเราเขียนคิ้วแย่ เป็นปลิงเลย คนก็จะคอมเมนต์เรื่องคิ้วเยอะมาก แต่เราโอเคนะ คราวหน้าก็จะแก้ไขตรงนี้ให้ได้ 

ซึ่งเราก็มีภูมิคุ้มกันมาจาก Dek-D.com แล้ว

ใช่ๆๆ (หัวเราะ) แต่เรื่องที่คนพูดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามตัวเรา ณ ตอนนั้น เขาอยากจะติอะไร ก็จะเป็นเรื่องของช่วงเวลาในตอนนั้นด้วย

แล้วตอนนี้เป็นเรื่องอะไร

ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ตอนนี้โอเค แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องแบบ ฟ้าพยายามจัง ดูพยายามจะทำตัวเป็นคนดี เพราะมีช่วงนึงเราเคยทำคอนเทนต์ดึงสติ แล้วก็เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เคยทำคอนเทนต์ว่าใช้เครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์ เขาก็จะคอมเมนต์ว่า คุณเป็นวีแกนหรือเปล่า คุณใช้กระเป๋าหนังสัตว์อยู่หรือเปล่า ทำไมคุณมาทำแบบนี้ เขาจะหาเรื่องมาคอมเมนต์ 

อย่างเรื่องวีแกนเราก็ไปตอบว่าเราแค่สนับสนุนเฉยๆ หรืออย่างเรื่องที่บอกว่าเราพยายามเป็นคนดี เราก็ตอบว่า ใช่ค่ะ ฟ้าพยายามเป็นคนดีอยู่  ส่วนใหญ่เวลาที่ตอบเขา เขาจะโอเคนะ เขาแค่อยากแสดงความคิดเห็นว่าเขาเห็นต่าง แต่ถ้าด่าแบบหยาบๆ คายๆ มาจะตลก ไม่หนักเท่าคนที่มาเชิงวิชาการ หาเหตุผลมาเถียง แบบนั้นอ่านแล้วจะเครียด โอย กูจะตอบยังไงดีวะ เขาดูมีความรู้นะ (หัวเราะ)

แต่สุดท้าย เราไม่ได้เอามาใส่ใจเท่าไหร่แล้ว เราว่ามันเป็นแพ็กเกจที่มาพร้อมกับสื่อออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหน จะเป็นตัวเองแค่ไหน มันก็จะมีคนที่เห็นต่างอยู่ดี ถ้ายอมรับได้ คุณจะโอเคมากๆ เขาก็แค่ไม่รู้จักเรา 

การทำช่อง YouTube สอนอะไรฟ้า

การลาออกมาทำ YouTube ทำให้เราได้อยู่กับตัวเองเยอะมาก เลยมีโอกาสสำรวจตัวเอง ได้รู้ว่าเราชอบทำอะไร ไม่ชอบทำอะไร บางคอนเทนต์เราก็ทำเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย มันเลยมีแต่ได้กับได้ในการทำอาชีพนี้  อย่างเรื่องสุขภาพจะเห็นชัด เราหันกลับมาดูแลตัวเองเพราะทำ YouTube ก่อนหน้านี้เคยลดน้ำหนักแบบผิดวิธี ลดทุกทาง กินยาก็แล้ว ล้วงคอก็เคย จนเป็นบูลิเมีย ยิ่งช่วงเข้ามหา’ลัยแรกๆ ได้ออกมาอยู่หอ จะเป็นหนักมาก แต่สุดท้ายเราก็เจอบาลานซ์ของตัวเอง ทำไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าอันนี้ไม่โอเค แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปเองจนเจอว่าการกลับเข้าสู่ธรรมชาติดีที่สุด เลือกกินของไม่ปรุงแต่ง กินอาหารครบห้าหมู่ ออกกำลังกาย คือสิ่งที่เรารู้ๆ อยู่แล้ว ทำแล้วดีขึ้น เราก็บอกผ่าน YouTube พอคนทำตามที่เราบอกแล้วเห็นผล เราก็เลยไปศึกษาเรื่องสุขภาพต่อ ทำให้เราค้นพบทางที่ดีต่อชีวิตจริงๆ แล้วมันก็ไปต่อเรื่อยๆ เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องต้นไม้ หรือเครื่องสำอาง

เมื่อสิ่งที่ทำมันสำคัญขนาดนี้ เคยคิดไหมว่าถ้าต่อไปไม่มี YouTube แล้วจะยังไงต่อ

กลัวนะ เพราะมันเป็นอาชีพที่สนุกและเราทำได้ดี มันนำพาอะไรหลายอย่างมาให้เรา ไม่รู้ว่าจะมีอาชีพอื่นที่จะมาแทนสิ่งนี้หรือได้รายได้เท่านี้ไหม (หัวเราะ) แต่ถ้าต่อไปจะไม่มีก็ไม่เครียดหรอก คนเราก็ต้องทำอย่างอื่นได้ มันไม่มีทางจะทำอะไรได้แค่อย่างเดียว ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ได้ยึดติด ไม่ใช่ว่าพอไม่มีอาชีพนี้แล้วชั้นจะหมดสิ้น ไม่ขนาดนั้น

เราเป็นคนมองอนาคตระยะยาว แต่ไม่ได้ชัดเจนว่าต้องเป๊ะๆ เรารู้สึกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันโอเคแล้วแหละ ที่เหลือก็เป็นแค่สิ่งน่าตื่นเต้นที่กำหนดไม่ได้ด้วยซ้ำ อาจจะทำได้ประมาณนึงด้วยการวางแผน จะเก็บเงินเท่านี้ จะเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ยังไง จะมีชีวิตแบบไหน จะซื้อบ้านเมื่อไหร่ แต่ในอนาคตมันอาจจะเกิดฟองสบู่แตก เกิดโลกร้อนจนเราสร้างบ้านไม่ได้ก็ได้ อนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต

ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน
ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน

04

ฟ้า 

เมื่อถามถึงชีวิต ณ ตอนนี้ ฟ้าตอบว่า “แค่คิดถึงชีวิตในตอนนี้ ก็รู้สึกพอใจแบบตื้นตันจากข้างใน”

นี่เป็นช่วงชีวิตที่เธอได้เป็นตัวเอง ได้ทำสิ่งที่รัก เธอเรียนรู้ที่จะปล่อยวางบางอย่าง และพยายามอย่างมากที่จะไม่คิดลบหรือเอาปัญหามาขยายให้ใหญ่ขึ้น เธอเติบโตผ่านหน้าที่ การงาน ผู้คนที่พบเจอ จนสามารถพูดได้เต็มปากว่า ‘ฟ้า’ คนนี้คือฟ้าที่มีความสุขกับตัวเองจริงๆ

เป้าหมายของฟ้า ษริกา วันนี้เปลี่ยนไปไหม

เปลี่ยนไปเยอะ (ลากเสียง) ถ้าเป็นแต่ก่อนก็คงอยากมีเงินเก็บเยอะๆ อยากมีบ้าน อยากมีรถ อะไรทั่วๆ ไปอย่างปัจจัยสี่ แต่ตอนนี้พอมีแล้ว เราค้นพบว่ามันไม่ใช่คำตอบ คนเราจะมีความสุขได้แค่เราคิดว่าเราจะมี ไม่ต้องรอให้มีเงิน มีรถ มีบ้าน ไม่ต้องรอให้ไปเที่ยวก่อนแล้วเราถึงมีความสุข อาจจะฟังดูแปลก แต่มันดีมากๆ ที่เราสามารถเห็นว่าความสุขของเราเป็นของฟรี และเราบอกคนอื่นได้ว่า ถ้าอยากมีความสุขไม่ต้องรอ ทำได้เลย มันเลยทำให้เป้าหมายของเราเปลี่ยนไปตรงที่เราไม่ไปยึดติดกับหลายๆ อย่าง ตัดออกไปเลย งานก็ทำต่อไป อะไรที่เป็นแผนก็ทำต่อไปให้ถึงเป้า แต่ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดัน

เป้าหมายตอนนี้เลยแค่อยากมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ ได้ในทุกๆ วัน และมอบความสุขนั้นให้คนอื่นด้วย ให้ไปและรับมา ผ่านงานที่เราทำหรือในชีวิตประจำวันกับคนรอบข้าง เราว่าคนที่รายล้อมไปด้วยการให้ความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ความสุขจะยิ่งเพิ่มขึ้นไป 

วิธีสร้างมีความสุขของคนที่ทำงานในโลกเสมือนจริงคืออะไร

เราจะหยุดคิดทุกเรื่อง ณ ชั่วขณะหนึ่ง คล้ายๆ กับการนั่งสมาธิ คนยุคนี้ชอบเก็บอะไรมาคิดต่อ คิดเรื่องโลก คิดเรื่องเพื่อน คิดเรื่องคนอื่น แต่น้อยมากที่หยุดคิดไปเลย ลองหยุดคิดสักพักนึง ปล่อยให้ร่างกายมันรีเซตใหม่ทั้งหมด แล้วเราจะค้นพบว่าที่เราสุขหรือที่เราทุกข์มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ อารมณ์ที่เกิดจากคนรอบๆ เกิดจากสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จากสิ่งที่เราเห็น จากเสียงที่เราได้ยิน ที่บอกให้หยุดคิดเพราะพอหยุดแล้ว เราจะได้เห็นว่าไม่มีอะไรมาทำร้ายจิตใจเราได้เลย ทุกอย่างเป็นแค่สิ่งที่เราสมมติขึ้น ที่เราคิดไปเอง

สมมติเราเศร้าอยู่ ไหนลองหยุดเศร้าเล่นๆ ซิ เหมือนหลอกตัวเอง ได้สักห้าวิ สิบวิ ก็ยังดี แล้วเราจะเห็นบางอย่างในตัวเอง เห็นเราเป็นสองคน คนหนึ่งเป็นคนรับรู้ อีกคนหนึ่งเป็นคนคิด ถ้าเรารับรู้ว่าเรากำลังคิดอยู่ มันจะทำให้เราไตร่ตรองเรื่องทุกเรื่องในชีวิตได้ดีขึ้น เราจะไม่เอาอารมณ์ไปตัดสิน เราจะมองว่ามันเป็นแค่สิ่งที่ผ่านเข้ามา แล้วมันก็จะผ่านไป และเราจะมีความสุขได้เพราะเราเข้าใจตัวเอง และเข้าใจว่ามันเป็นไปอย่างนั้นเอง 

แล้วทุกวันนี้ความสุขของฟ้าหน้าตาเป็นยังไง

ทุกวันนี้เหรอ เราว่าแค่ไม่สุขและไม่ทุกข์ การไม่ค่อยรู้สึกอะไรเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว มันจะสงบ เพราะความสุขจะเกิดขึ้นแป๊บๆ เราดีใจกับเรื่องอะไรได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ไปคิดเรื่องอื่นแล้ว ความทุกข์ก็เหมือนกัน แต่ทุกข์อาจจะนานหน่อย เพราะมนุษย์ชอบเอาเรื่องทุกข์มาขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ ภายในวันนึงเรามีทั้งความสุขและความทุกข์ อาจจะมากน้อย สัดส่วนไม่เท่ากัน ความสุขของเราคือการไม่รู้สึกอะไร แค่เราสงบที่ใจ เรามีสติ เรารู้ตัว บางทีอาจจะแค่วันนี้ท้องฟ้าสวยจังเลย ดีเนอะ วันนี้โชคดีจังรถไม่ติด เออดีนะ วันนี้ไม่ปวดฉี่บนรถ ถ้าเรามองเห็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นเป็นความสุข มันจะมีอยู่ตลอด ความทุกข์ก็เหมือนกัน เราจะเห็นว่ามันเกิดแล้วจะไป มาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป ไปเรื่อยๆ

เรามองว่าความสุขเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่เราเข้าถึงได้ เหมือนกันกับความทุข์ มันแค่เป็นคู่ตรงข้ามที่จะเข้ามาแล้วผ่านไป 

เพราะทุกข์ สุข เป็นส่วนประกอบของชีวิต

ใช่ ถ้าตอนไหนมีความสุขมากๆ อาจจะทำให้เราลืมตัว เผลอทำอะไรผิดไป เพราะบางทีความสุขก็ทำให้คนขาดสติได้ เคยมีช่วงนึงรู้สึกว่า ชีวิตเราดีไปเปล่าวะ (หัวเราะ) เหมือนมีเลเวลเดียว เรียบๆ ไม่ค่อยหลุดเลยช่วงนี้ ไม่ค่อยมีเรื่องหวือหวา งานก็โอเค เรื่องส่วนตัวก็โอเค แต่เราเกิดความรู้สึกเบื่อ แปลกมาก จนได้ไปเจอเพื่อน เลยทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น อย่าไปมองว่าเราต้องมีความสุขตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งทุกข์ตลอดเวลา บางทีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง มันก็สนุกดี

ความสุขที่เปลี่ยนไปของฟ้า ษริกา หลังลาออกจากมหาลัยจนเป็นยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามเกือบ 7 แสน

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load