Extreme Job (2019)

Directed and Written : Lee Byeong-heon

Starring : Ryu Seung-ryong, Lee Hanee, Jin Seon-kyu, Lee Dong-hwi, Gong Myung

Country : South Korea 

Genres : Korean, Action & Adventure, Asian Action Movie, Comedies
Duration : 111 Mins

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

Extreme Job (극 한 직 업 ) คือภาพยนตร์แอคชัน-คอเมดี้สัญชาติเกาหลีใต้ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์แดนโสมขาว ยอดขายตั๋วทะลุ 10 ล้านใบภายใน 15 วัน กวาดรายได้รวมทั้งหมดกว่า 120 ล้านเหรียญฯ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างเพียง 5.8 ล้านเหรียญฯ

เนื้อหาของภาพยนตร์ฉายภาพบ้านเมืองในยุคทองของยาเสพติด สิ่งต้องห้ามอันเป็นเหตุแห่งความฉิบหาย แต่กลับหาซื้อได้ง่ายราวกับของใช้ประจำวัน ร้อนถึงเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ต้องออกปราบปรามและตามล่า เพื่อกวาดล้างขบวนการบ่อนทำลายสังคมให้สิ้นซาก… 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หยุดความคิดว่านี่คือพล็อตภาพยนตร์แอคชันเชย ๆ ที่คอหนังคุ้นเคยไปก่อน เพราะ Extreme Job ชวนคุณผู้ดูเปิดมุมมองใหม่ไปกับเรื่องราวของแก๊งสายสืบ 5 ท่านที่รับ 2 จ๊อบ ทั้งลากคอแก๊งค้ายาเบอร์ต้นของวงการเข้าตะราง แถมยังทุ่มหมดหน้าตักให้กับกิจการซูวอนไก่ทอด ส่วนหนึ่งเพราะโลเคชันร้านอยู่ใกล้แหล่งกบดานของเป้าหมาย และอีกเหตุผลสำคัญก็คือ กิจการของพวกเขาดันขายดิบขายดี ชนิดว่าถ้าอาจารย์แบคจงวอน (เชฟ-นักชิมชื่อดัง) มาเยือนก็ยังต้องต่อคิว!

 เกียรติตำรวจเกาหลี เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง

ภาพยนตร์ Extreme Job ออกฉายครั้งแรกช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 ผลงานจอเงินเรื่องนี้เรียกความสนใจจากคอหนังบ้านเขาได้ตั้งแต่เผยรายชื่อนักแสดง ทั้ง รยูซึงรยง เสนาบดีตัวแสบในซีรีส์ Kingdom จินซอนคยู หรือ ไทเกอร์ พัค จากภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Space Sweepers ฮันนี่ ลี สาวงามผู้ครองตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Universe 2007 ปัจจุบันเป็นนักแสดงหญิงมากฝีมือการันตีความเล่นใหญ่ในทุกบทบาท อีดงฮวี หรือ ดงรยง จาก Reply 1988 พ่วงด้วยตำแหน่งแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ เสริมทัพด้วย กงมยอง น้องเล็กที่ผลงานการแสดงน่าจับตา และสถานะปัจจุบันคือเตรียมตัวเข้ากรมรับใช้ชาติ 

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

หากคุณยังเป็นน้องใหม่ในวงการบันเทิงเกาหลีและสงสัยใคร่รู้ว่า รายชื่อคนบันเทิงข้างต้นมีผลอย่างไรต่อความเปรี้ยงปร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ เราขออธิบายแบบรวบรัดให้ฟังว่า เหล่านี้คือรายชื่อของตัวท็อป ตัวพ่อ ตัวแม่ และเป็นแม่เหล็กชั้นดีการันตีความสามารถ ประกอบกับผลงานการกำกับและเขียนบทโดย อีบยองฮอน ผู้กำกับหนุ่มที่ยืนหนึ่งเรื่องงานคอเมดี้ เมื่อเผยพล็อตว่าจะจับสายสืบที่คุณ ๆ คุ้นเคยในบทคูล ๆ ไปสวมผ้ากันเปื้อนทอดไก่แล้วไซร้ คอหนังทั้งหลายก็เลยให้ความสนใจว่าจะเล่าออกมายังไง 

ขึ้นชื่อว่าสาธารณรัฐเกาหลี ดินแดนที่รัฐบาลทุ่มเทจริงจังเรื่องการสร้างบ้านเมืองปลอดภัย เมื่อยาเสพติดระบาดหนักทั่วเมือง เหล่าตำรวจ อัยการ และสายสืบ จึงต้องตั้งทีมออกปราบปราม Extreme Job ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ฉายภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ความพิเศษใส่ไข่กว่าเรื่องอื่นอยู่ตรงที่การวางคาแรกเตอร์ให้นักแสดงนำทั้ง 5 เป็น Loser ระดับต่ำสุดของวงการ ซึ่งความเศร้าในเส้นทางอาชีพนี้เองที่ส่งให้เกิดปฏิบัติการทอด ๆ ซุ่ม ๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติ ไปพร้อมกับร่วมลุ้นว่าพวกเขาจะละทิ้งอุดมการณ์ เบนสายไปหาลู่ทางรอดตายในโลกทุนนิยมหรือไม่

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย

แม้ต้องทนยกมือขวามาวันทยาหัตถ์รุ่นน้องอยู่หลายหน เนื่องด้วยไม่มีผลงานปัง ๆ ให้ได้เลื่อนขั้นอย่างใครเขา แต่สมาชิกทีมสืบสวนทั้งห้าก็ยังเลือกกล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจ มุ่งมั่นทำหน้าที่เต็มกำลัง เราจึงได้รับชมฉากตามล่าคนร้ายที่มาในรูปแบบงบมีน้อย เลยต้องใช้สอยอย่างประหยัด ทั้งคิดการใหญ่อย่างบุกทลายบ่อน แต่เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่ากระจก จึงยอมห้อยต่องแต่งรอโจรเปิดบ้านแทนที่จะถีบหน้าต่าง ยืม (แต่ไม่คืน) รถป๊อปส่งของเพื่อไล่ตามคนร้าย ไปจนถึงปล่อยให้คุณป้าที่สัญจรผ่านมาวิ่งสู้ฟัด

จนจับโจรได้ ในขณะที่แก๊งตำรวจล้มคว่ำกองรวมกันอยู่อีกมุมถนน

และแล้วฟ้าก็มีตา ประทานเหยื่อรายใหม่มาให้ทีมสายสืบที่ทั้งกรมมองว่ากากเสียไม่มี

เหยื่อที่ว่าคือ อีมูแบ พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ทางการหมายหัว นอกจากผลิตและจำหน่ายผงขาวแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เขายังลึกลับหาตัวจับยาก แม้รู้ว่าโอกาสทำสำเร็จมีน้อยนิดไม่ต่างกับให้เกาหลีเหนือและใต้รวมชาติ แต่เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรี สายสืบฝีมือดีทั้งห้าจึงวางแผนและออกปฏิบัติการอีกครั้ง

Extreme Job ทีมสายสืบที่จับแก๊งค้ายาไม่รอด แต่เปลี่ยนมาขายไก่ทอดแล้วรุ่ง

เมื่อสืบทราบว่าชัยภูมิที่ดีในการสอดส่องคนร้ายคือร้านซูวอนไก่ทอด พวกเขาจึงไม่รอช้าแวะเวียนไปเป็นลูกค้าประจำ เพราะวัตถุประสงค์หลักในการมาร้านคือจับตาคนร้าย จึงไม่ทันได้สังเกตว่าร้านนี้เงียบเชียบใกล้ร้าง และใช่ เจ้าของร้านผู้ทอดไก่ไม่อร่อยเฉลยว่ากำลังประกาศเซ้งกิจการ!

โลเคชันเหมาะเหม็งแห่งการซุ่มดูกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ปิดฉันใด ฝันหวานแห่งการจับกุมคนร้ายของเหล่าคนกากก็ค่อย ๆ หายไปฉันนั้น แต่ช้าก่อน! หัวหน้าทีมโกผู้ใกล้เกษียณและหวังให้ภรรยาได้เป็นคุณนายสักครั้ง ขอถอนเงินบำนาญมาวางเป็นเดิมพัน เซ้งกิจการร้านไก่ทอดเสียเอง 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

ถึงจะอยู่ใกล้เพียงฝั่งถนนกั้น แต่ก็ยังหาโอกาสประชิดตัวแหล่งกบดานของพวกมันไม่ได้ ทีมสายสืบจึงปิ๊งไอเดีย ใช้ Junk Food ที่ครองใจมหาชนแดนโสมขาวอย่างไก่ทอดมาเป็นเหยื่อล่อ สร้างแต้มต่อให้รสชาติอร่อยเหาะด้วยซอสสูตรประจำตระกูลของสายสืบหนึ่งนาย (รับประกันว่าเกินคาดคนดูไปมาก) และความอร่อยนี้เองก็ทำให้พวกเขาเข้าใกล้คนร้าย ไปพร้อมกับมีโอกาสครอบครองรายได้ที่งอกเงยจนน่าพอใจ และตลกร้ายตรงที่พวกเขาไม่เคยได้จำนวนเงินนี้มาก่อนในชีวิตข้าราชการ 

เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจเกาหลี!

เพราะอำนาจเงินช่างหอมหวาน ยิ่งเป็นเงินจากงานอันบริสุทธิ์ด้วยแล้ว สายสืบไส้แห้งที่เป็นตำรวจดี ๆ แต่ไม่รุ่งสักทีจึงไขว้เขว ว่าจะมาดมั่นจับคนร้ายต่อไปด้วยความหวังน้อยนิดดังแสงที่ปลายอุโมงค์ เพื่อสุดท้ายจะได้กล่าวสิทธิ์มิแรนดาและยัดแก๊งค้ายาเข้าตะราง หรือควรวางปืน เก็บบัตรข้าราชการ มาสวมผ้ากันเปื้อน เปิดเตา เทน้ำมัน ทำกิจการร้านไก่ทอดแบบเต็มเวลา พร้อมกล่าวทักทายลูกค้าเนืองแน่นผ่านสโลแกนร้านค้าว่า “ไม่มีไก่ที่ไหนอร่อยไปกว่านี้ ที่นี่คือซูวอนไก่ทอด รับเป็นไก่ทอดหรือไก่ปรุงรสดีครับ” ซึ่งแน่นอนว่าอย่างหลัง คือหนทางที่ง่ายและปลอดภัยกว่าในโลกทุนนิยมแห่งนี้ 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และทางเลือกสำคัญของพวกเขา จะนำไปสู่การเฉลยสถานะแท้จริงว่าทีมคนกากแห่งกรมตำรวจชุดนี้เป็นใคร มาจากไหน รวมตัวกันได้อย่างไร อีกทั้งยังไขข้อข้องใจ ว่าพวกเขาเป็นเพียงข้าราชการด้อยประสิทธิภาพอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจจริงหรือ

คำแนะนำสำคัญมากก่อนจะเริ่มดูภาพยนตร์ Extreme Job คือควรรับชมในพื้นที่รโหฐานหรือลับตา และยิ่งเก็บเสียงสนทนาได้จะเพอร์เฟกต์ เหตุผลเพราะความเกรียน รั่ว และจังหวะตลกที่ปล่อยมาแบบไม่ให้พัก อาจทำให้คนตกใจที่เห็นภาพคุณหัวเราะคิกคักเกินเบอร์

เหนือสิ่งอื่นใด เราว่าจุดที่ส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ครองแชมป์ยอดขายตั๋วสูงสุด มิใช่เพียงความแหวกขนบตั้งแต่พล็อตเรื่อง หรือมุกตลกหน้าตายโดยทีมนักแสดง แต่จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่การหยิบสองสิ่งซึ่งดูห่างเหิน แต่กลับมีลักษณะร่วมกันอย่าง ‘ไก่ทอด’ กับ ‘ยาเสพติด’ มาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นใหญ่ 

ลักษณะร่วมที่ว่า ข้อแรกคือ ทั้งสองเป็นวัตถุมหัศจรรย์ที่มีสารทำให้ผู้เสพหรือทานมีอาการเคลิบเคลิ้ม เพลิดเพลิน และหักห้ามใจไม่ให้นำเข้าสู่ร่างกายได้ยาก ข้อสองคือ เป็นวัตถุที่หาซื้อง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นไม่ว่าจะครู นักเรียน คนทำงาน ข้าราชการ นักบวช หรือแม้แต่พระสงฆ์ ก็ครอบครองเป็นเจ้าของทั้งสองสิ่งนี้ได้ (ในภาพยนตร์เขาบอกมาแบบนี้) 

ส่วนความต่าง คือสิ่งหนึ่งเป็นเพียงของว่างธรรมดา แต่มีคุณค่าประหนึ่ง Soft Power ที่รัฐบาลบ้านเขาต้องการแผ่ขยายให้ดังไกลไปทั่วโลก ส่วนอีกสิ่ง คือของผิดกฎหมายที่ไม่ว่าจะบ้านเมืองไหน ๆ ก็คล้ายจะแทรกซึมและลอยนวลอยู่ได้อย่างไม่มีทีท่าจะหมดไป 

ปฏิบัติการทอดๆ ซุ่มๆ เพื่อจับกุมแก๊งค้ายาข้ามชาติผ่านร้านไก่ทอด โดยทีมสายสืบฝีมือดีแต่ไม่มีผลงาน

และภาพยนตร์ Extreme Job ก็พยายามฉายภาพให้เห็นว่า โชคดีเหลือเกินที่ในสังคมซึ่งสีขาวกับดำสลับสับสน บ้านเมืองเขายังมีข้าราชการที่มุ่งมั่นปราบปรามและไม่ยอมแพ้ แม้จะยังลุ้นอยู่ว่าสุดท้ายแล้ว ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่เผลอหลงระเริงไปกับอำนาจเงินตรา จะวกกลับมาทำหน้าที่ของตนหรือไม่ แต่อย่างน้อยความตั้งใจจริง เจ็บจริง และจับจริง ของพวกเขาก็เต็มที่ไม่แพ้ชาติใด ก้าวขึ้นเวทีรับเหรียญกล้าหาญได้แบบไม่มีข้อกังขา!

และที่สำคัญไก่ทอดกรอบ ๆ ที่เกาหลีนั้นก็เด็ดขาดกว่าใคร 

ไปลองชิมดูได้เลย!

รับชมภาพยนตร์ Extreme Job พร้อมคำบรรยายไทยได้ที่ HBO Go และ Netflix (ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป)

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

* บทความเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ Petite Maman

Petite Maman มีความหมายตรงตัวว่า ‘Little Mama’ หรือคุณแม่ตัวน้อย ก่อนที่ผู้กำกับ เซลีน เซียมมา (Céline Sciamma) จะได้ฝากผลงานอันตราตรึงอย่าง Portrait of a Lady on Fire ไปเมื่อปี 2019 ไอเดียสร้างหนัง Petite Maman นั้นมีมาก่อนครับ มันว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหญิง 2 คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ช่วยกันสร้างกระท่อมเล็ก ๆ กลางป่า ก่อนที่ทั้งสองจะพบว่า คนหนึ่งเป็นแม่ และคนหนึ่งเป็นลูกของอีกคน

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อยายของเด็กหญิง Nelly วัย 8 ขวบเสียชีวิต เธอและ Marion ผู้เป็นแม่กับพ่อของเธอต้องไปเคลียร์ข้าวของในบ้านที่แม่โตมา แต่แล้วหลังจากที่จู่ ๆ แม่ของเธอหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว กลับเกิดการบิดเบือนของ Time & Space ด้วยสาเหตุใดก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้ Nelly ได้ย้อนเวลาไปพบกับ Marion ตอนอายุเท่ากัน เกิดเป็นสายใยของเด็กหญิง 2 คนที่กาลเวลาไม่อาจสั่นคลอนได้

Petite Maman เด็กหญิง 2 คน กระท่อมกลางป่า และความลับที่ว่าพวกเธอคือแม่ลูกกัน

หนังเรื่องนี้กับผลงานของผู้กำกับคนเดียวกันอย่าง Portrait of a Lady on Fire คล้ายกันในเรื่องการพูดถึงสายสัมพันธ์ของเพศหญิง แม้เรื่องหนึ่งจะเล่าเรื่องความรักเชิงสวาทของหญิง 2 คน ส่วนอีกเรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักเชิงครอบครัว แต่หนังทั้งสองเรื่องเหมือนกันตรงที่ ‘รักโดยไม่มีเงื่อนไขและอยู่นอกกฎเกณฑ์ที่ตีกรอบ’ และความรักของเด็กหญิง Nelly และ Marion ใน Petite Maman ก็ดูจะเป็นเช่นนั้นครับ แต่เป็นกรอบเวลาสถานที่ที่ไม่ถูกตีเส้นและเขียนเองได้ด้วยสีเทียน ในขณะที่ Portrait of a Lady on Fire พูดถึงกรอบค่านิยม แนวคิด และจารีต ที่ถูกตีเส้นโดยสังคม

พอพูดแบบนี้แล้วหลายคนอาจเข้าใจว่า Céline Sciamma เป็นคนหัวขบถที่อยากท้าทายการถูกตีกรอบในอะไรบางอย่างเสมอ เมื่อดูจากทั้งสองเรื่องและผลงานที่เธอเคยเขียนบทอย่าง Tomboy แล้วก็คงต้องบอกว่า ค่อนข้างธรรมชาติในการท้าทายธรรมเนียมพอสมควรครับ แต่เป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หากจะเรียกให้ถูก ต้องเรียกว่าเป็น ‘ความปรารถนาภายใน’ อันไม่พึ่งพิงและไม่อ้างอิงต่อกรอบใด ๆ มากกว่า 

นี่คือข้อสรุปจากการสังเกตว่าตัวละครในหนังของผู้กำกับคนนี้ ไม่ได้เป็นตัวละครที่ต้องการเอาชนะหรือโค่นล้มระบบ เป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องการใช้ชีวิตด้วยสัญชาตญาณและเชื่อในความรู้สึกตัวเอง เท่านั้นเองครับ

ทำให้เดาว่านี่แหละมั้งครับ ที่ทำให้ผมถึงแม้จะเป็นมนุษย์เพศชาย แต่ด้วยการนำเสนอความต้องการของตัวละครที่แค่อยากเป็น ‘คนธรรมดาที่มีความสุข’ ผ่านการเรียงร้อยด้วยการเล่าเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป การถ่ายทอดด้วยการเขียนและกำกับที่กำลังดี ไม่ขาด ไม่เกิน ผ่านไดอะล็อกและฉากที่เรียบง่าย และการให้ความสำคัญกับการแคสต์นักแสดง ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครที่เป็นแม่กับลูกสาวคู่นี้ได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหนังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมีชีวิตอยู่ และการที่มันถูกสะบั้นลงด้วยความตาย ซึ่งเราทุกคนต่างก็ต้องเผชิญด้วยแล้ว

Petite Maman เด็กหญิง 2 คน กระท่อมกลางป่า และความลับที่ว่าพวกเธอคือแม่ลูกกัน

หลังจากดูจบไปส่องหาข้อมูลมา พบว่ามีการระบุว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดราม่า-แฟนตาซี แต่ผมกลับมองว่า มันเป็นหนังไซไฟที่ใช้เรื่องกาลเวลาและสถานที่มาบอกเล่าประเด็นความสัมพันธ์ของสองแม่ลูก ราวกับต้องการจะบ่งบอกว่าสิ่งนี้อยู่เหนือกาลเวลาและเงื่อนไข หรือเป็นประโยคที่เราเคยได้ยินกันมานักต่อนักแล้วอย่าง ‘รักเหนือกาลเวลา’ ด้วยฟิลเตอร์หน้าเลนส์ที่เป็นเด็กหญิงสุดน่ารัก 2 คน น่ารักเสียจนดูไปเผลอยิ้มไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนหนังจะเกี่ยวกับอดีตของอีกคนและอนาคตของอีกคน แต่ที่จริงแล้ว ทั้งหมดคือปัจจุบันที่ส่งผลถึงกันและกัน เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง โมเมนต์หนึ่งที่ได้เผชิญ

ก่อนที่อีกไม่ช้ามันก็จะผ่านไป

Petite Maman จึงเป็นการบอกเล่ากรณีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทั้งสายสัมพันธ์ 2 ทาง หรือ ‘ความสัมพันธ์ประเภทแม่-ลูก’ โดยจับทั้งคู่มาอยู่ในสถานะที่เท่ากัน เหลือแต่ความรู้สึกที่มีให้กันแบบบริสุทธิ์แบบที่เด็ก ๆ มีให้กัน กับความสัมพันธ์ 3 ทาง คือ ‘แม่-ลูก-ยาย’ ที่ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน และยายผู้ล่วงลับที่ยังมีชีวิตอยู่ (ในขณะนั้นมีสถานะเป็นแม่) โดยพูดถึงการกอบโกยช่วงเวลาที่มี เพื่อคิด เพื่อทำ เพื่อรู้สึก ก่อนจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้อีก เพื่อให้ช่วงเวลาที่กำลังจะกลายเป็นอดีตนี้ เป็นช่วงเวลาที่มีค่า มีความหมาย และไม่ได้เป็นช่วงเวลาปัจจุบันของทั้งคู่ที่แค่ผ่านมาและผ่านไป

ซึ่งนั่นทำให้ความสงสัยในเงื่อนไขของการมาเจอกันอันผิดธรรมชาตินี้ เป็นสิ่งที่ถูกรองไว้ด้านล่างและจางหายไปโดยปริยาย เพราะหนังค่อนข้างชัดเจนมาก ๆ ครับว่า ต้องการให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด

Petite Maman เด็กหญิง 2 คน กระท่อมกลางป่า และความลับที่ว่าพวกเธอคือแม่ลูกกัน

แม้หนังจะยาวเพียง 1 ชั่วโมง 12 นาที แบบที่เรียกได้ว่าสั้นกว่าซีรีส์บางเรื่องในสมัยนี้เสียอีก แต่ก็ใช้เวลาได้คุ้มค่าและสื่อเนื้อหาสำคัญอย่างครบถ้วนแบบไม่อืดไม่ยืด หรือจริง ๆ คงต้องพูดว่า Run Time เท่านี้ของหนัง หมายความว่า ผู้กำกับรู้ว่าตัวเองต้องการจะเล่าอะไร เมื่อเนื้อหามีเท่านี้ ใช้เวลาเท่านี้ก็พูดได้ครบแล้ว Petite Maman จึงเป็นหนังที่กินแล้วอิ่มท้องแบบกำลังดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ไม่จุกหรือไม่รู้สึกหิวจนต้องหาขนมขบเคี้ยวมาเสริมพื้นที่ว่างของกระเพาะอีก

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าประทับใจคือความน่ารักของสองฝาแฝด Identical Twins คือน้อง Joséphine Sanz ที่รับบทเป็น Nelly และ Gabrielle Sanz ที่รับบทเป็น Marion ทั้งสองคนเลือกมาจากการที่ Céline Sciamma ตั้งโจทย์ไว้อย่างหนักแน่นว่า ทั้งสองตัวละครต้องรับบทโดยนักแสดงที่เป็นพี่น้องกันเท่านั้น เพราะสายใยพี่น้องจากนอกจอหรือชีวิตจริง หรือเคมีของผู้ข้องเกี่ยวกันทางสายเลือดของเด็กหญิงทั้งสอง จะแปรเปลี่ยนมาเป็นเคมีแม่ลูกที่น่าเชื่อถือบนหน้าจอได้

ภาพยนต์ เจ้าหญิงน้อย หนังอบอุ่นหัวใจ ความสัมพันธ์ข้ามเวลาของเด็กหญิงวัย 8 ขวบ 2 คน ในกระท่อมกลางป่า

นอกจากนี้แล้ว ความน่าสนใจที่สุดของ Petite Maman คือการที่เรามองหนังได้ 2 แบบครับ

แบบแรกคือมองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น คือเด็กหญิง Nelly หลุดเข้าไปในป่า เจอแม่ตัวเอง และเกิดเป็นสายสัมพันธ์แม่-ลูก ที่กลายเป็นเพื่อนกัน โดยมีรายละเอียดที่ผมอยากให้ผู้อ่านไปสัมผัสความอบอุ่นหัวใจกันเอง แต่อีกแบบคือแบบที่ผมมองว่าน่าสนใจไปอีกทาง นั่นคือมองแบบสัญลักษณ์ ว่าทั้งหมดเป็นการเดินทางภายในจิตใจ เป็นการ Revisit Good Old Memories และที่เราเห็นคือภาพจำลองสายสัมพันธ์ของการที่ ‘แม่ลูกเปิดอกคุยกันถึงอดีต สนิทกันมากขึ้น หลังความตายของยาย’ เท่านั้นเอง

หากมองแบบที่ 2 จะกลายเป็นว่า การที่สองแม่ลูกเดินทางไประลึกความหลังในบ้านที่ Marion (แม่) เติบโตมา คือการที่แม่เริ่มเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวัยเด็กของเธอ จากการนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้กับแม่ตัวเอง (ยาย) และเล่าให้ลูกฟัง จนก่อร่างสร้างตัวในหัวของเด็กน้อยอย่างชัดเจนว่า ที่บ้านแม่ตรงนี้เป็นแบบนี้ ยายตอนยังมีชีวิตอยู่เป็นแบบนี้ สมุดการบ้านแม่เป็นแบบนี้ และกลายเป็นว่าคนแม่ไม่เคยจากไปไหนเลยตลอดทั้งเรื่อง เพียงแต่พอเล่าย้อนกลับไป เธอเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กตอนวัยเท่า Nelly (คนลูก) อีกครั้ง

ทั้งหมดนี้จะทำให้สำหรับ Marion แล้ว ตัวละครพ่อที่ไปด้วยและพบเจอ Nelly คือการวาดภาพสามีและลูกในอนาคตของ Marion เอง ว่าอยากมีลูกตอนอายุเท่านี้ สามีหน้าตาประมาณนี้ และได้ลูกสาววัยเท่านี้ ในขณะเดียวกัน ฝั่งของ Nelly มีการเปิดอกนำไปสู่การสนิทกันมากขึ้นของสองแม่ลูก จนทั้งคู่สนิทกันเหมือน ‘เพื่อน’

ภาพยนต์ เจ้าหญิงน้อย หนังอบอุ่นหัวใจ ความสัมพันธ์ข้ามเวลาของเด็กหญิงวัย 8 ขวบ 2 คน ในกระท่อมกลางป่า

สิ่งที่ทำให้คิดเช่นนั้น เพราะในเรื่องจะมีฉากหนึ่งที่ Marion บอก Nelly ว่า “หากต้องการเห็นอะไรในความมืด ปิดไฟ จากนั้นรอสายตาปรับตัวก่อน เราจึงจะเห็นเสือดำที่ปลายเตียง” อาจฟังดูย้อนแย้งที่มืดแล้วเห็น แต่เพราะความมืดช่วงแรกมีแต่ความมืดที่มืดสนิท แต่พอสายตาปรับตัว แม้ยังมืดอยู่ เราก็จะสามารถ ‘จินตนาการ’ และคิดเป็นตุเป็นตะได้มากขึ้น การสูญเสียยายเองก็คงไม่ต่างอะไรกับการเผชิญกับความมืด และสายตาที่ค่อย ๆ ปรับตัวได้

ภาพยนต์ เจ้าหญิงน้อย หนังอบอุ่นหัวใจ ความสัมพันธ์ข้ามเวลาของเด็กหญิงวัย 8 ขวบ 2 คน ในกระท่อมกลางป่า

เมื่อมองแบบนี้แล้ว อาจตอบคำถามได้ว่า ทำไมแทนที่จะเป็น ‘ไซไฟ’ หนังกลับถูกระบุว่าเป็น ‘แฟนตาซี’ ที่บ่อยครั้งมักจะเป็นคำนิยามหนังที่เกี่ยวกับจินตนาการ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องตีความเป็นการเดินทางภายในหัวของเด็กคนหนึ่ง โดยสะท้อนถึงความคิด ความตั้งใจ ความกลัว และความปรารถนาเบื้องลึก อย่างหนังเรื่อง Bridge to Terabithia (2007) หรือ Where the Wild Things Are (2009)

การมองว่าเป็นหนังแฟนตาซี จินตนาการยังชวนคิดเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบนี้ได้เช่นกันครับว่า บ้านหลังนั้นคือบ้านจริง ๆ ที่ไปขนของ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในป่ากับบ้านในช่วงเวลาอดีต คือสัญลักษณ์ของความจริงและความทรงจำตามลำดับ โดยมีสถานที่ตรงกลางคือกระท่อมกลางป่าที่เด็กหญิงทั้งสองช่วยกันสร้างขึ้นให้เป็นเรื่องราว ที่เป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักจนสนิทสนมกันมากขึ้น หรือมองว่ากระท่อมคือบ้านขนาดเล็ก ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของเด็กก็ได้เหมือนกัน

เมื่อมีผู้จากไป การเคลียร์ข้าวของคือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องที่ว่า เราต้องใช้แรงและเวลาขนาดไหนในการทำสิ่งนี้ แต่มันคือเรื่องที่ว่าในระหว่างทาง ข้าวของพวกนั้นมีความหมายแค่ไหนและทำให้เราระลึกถึงอดีตได้มากน้อยเพียงใด การกลับไปหาสิ่งเหล่านี้อีกครั้งและการจัดบ้าน กระตุ้นให้เรานึกถึงและพูดถึงว่า กาลเวลากับตัวเราที่ไหลผ่านรอบ ๆ มันไม่ต่างอะไรกับการย้อนอดีตด้วยจิตใจ ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า ‘Mental Time Travel’

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะมองหนังเป็นแบบไหน ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ให้คุณค่าแบบ Double Cheese Burger ครับ คือกัดไป 1 คำ ได้กินเนื้อและชีสทั้งสองชั้นพร้อมกัน (น่าจะมีคนคิดว่าผมเป็นสายหิวแน่ ๆ เพราะเปรียบเทียบด้วยการกินตั้ง 2 ครั้ง แต่แบบนี้จะเห็นภาพที่สุด) โดยเบอร์เกอร์มีชื่อเมนูว่า ‘Petite Maman’ ที่รังสรรค์โดย Céline Sciamma เชฟเมืองน้ำหอม และมีความอร่อยที่ Juicy กำลังดีด้วยเนื้อ ผักและซอสที่มีชื่อว่า ‘บท ไดอะล็อก และการกำกับ’ และเมื่อนำชื่อเมนูมาแปลและแยกเป็น 2 คำ จะได้เป็น Little หรือ เจ้าหนู Nelly กับ Mama หรือเจ้าหนู Marionดูจบแล้ว เป็น 1 ชั่วโมงกว่าที่ทำให้อมยิ้มและอิ่มเอมมาก ๆ ครับ สำหรับผมแล้ว Petite Maman ไม่ใช่หนังดราม่าเลย แต่คือหนัง Coming of Age ของคำว่าแม่-ลูก ที่ต้องเติบโตขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อจะมูฟออนและใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต

Writer

โจนี่ วิวัฒนานนท์

แอดมินเพจ Watchman ลูกครึ่งกรุงเทพฯ-นนทบุเรี่ยน และมนุษย์ผู้มีคำว่าหนังและซีรีส์สลักอยู่บนดีเอ็นเอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load