คอลัมน์ Share Location ครั้งนี้พิเศษ เราจะพาคุณไปเยี่ยม Exofood Thailand ฟาร์มแมลงแนวตั้ง (Vertical Insect Farming) ที่คุณอาจคาดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้คือฟาร์ม ด้วยความสะอาดเนี้ยบเหมือนแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมในการเลี้ยงแมลงรูปแบบใหม่ที่ทีมงานตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อเป้าหมายในการยกระดับการเลี้ยงแมลงในประเทศไทย 

แมลงคืออาหารจานหลักของสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic Pets) ที่มีกลุ่มผู้เลี้ยงอยู่ไม่น้อยเลยในประเทศไทย และ Exofood Thailand ก็เข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ดีว่า ต้องการให้สัตว์เลี้ยงที่รักได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ใกล้เคียง หรือดีกว่า เมื่อเทียบกับธรรมชาติ ในสภาวะระบบนิเวศน์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่นี่จึงทำการวิจัยและเลี้ยงดูแมลงให้ได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วน

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ไม่ใช่แค่เรื่องวิจัยแมลง แต่พวกเขาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ของเหล่าคนรัก Exotic Pets ที่เข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กันได้อย่างอบอุ่น

มากไปกว่านั้น เมื่อเราได้คุยกับสอง Co-founder แห่ง Exofood Thailand อย่าง บูม-อธิวัชร พงษ์ศรัทธาสิน และ ตั้ก-ชลธิชา สุจิตตารมย์ รวมถึง ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ Executive Consultant และ พี-พริษฐ์ นิรุตติศาสน์ Operations Director เราก็พบว่า แนวคิดของพวกเขานั้นกว้างไกลไปในอนาคต มากกว่าแค่การทำฟาร์มแมลง

สิ่งที่พวกเขากำลังทำคือการเสนอ ‘ทางเลือกใหม่ๆ ในการกิน’ ใช่แล้ว ในอนาคตอันใกล้ แมลงอาจกลายเป็นแหล่งโปรตีนหลักของมนุษย์ก็เป็นไปได้ ในวันที่โลกไม่เหลือทรัพยากรเพียงพอในการทำปศุสัตว์ หรือเกิดโรคระบาดที่จะพลิกโฉมการใช้ชีวิตของมนุษยชาติตลอดไป

และนี่คือความตั้งใจของพวกเขา

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

*บทความนี้มีภาพแมลงหลายชนิด*

วันที่มนุษย์อาจต้องเลือก เพื่อต้องรอด

ทุกวันนี้ 3 ใน 4 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกใช้ไปเพื่อทำปศุสัตว์ ซึ่งสร้างผลเสียมากมายในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

แต่ละปีมีสัตว์กว่า 7 แสนล้านตัวถูกบริโภค อาหารสำหรับเลี้ยงพวกมันจึงต้องใช้พื้นที่มากมายในการทำเกษตรกรรรม และนี่เองเป็นสาเหตุหลักๆ ของการเผาทำลายบุกรุกผืนป่า แถมการเลี้ยงปศุสัตว์ยังใช้น้ำมหาศาลในกระบวนการอีกด้วย

ฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐาน มีระบบจัดการกับสิ่งปฎิกูลที่เกิดขึ้น แต่ยังมีปศุสัตว์อีกหลายๆ แห่ง ที่ยังปล่อยให้ของเสียจากกระบวนการต่างเกิดขึ้น และยังไม่มีระบบการจัดการที่ไม่ดีพอ ทำให้ของเสียถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังไม่สามารถปฏิเสธข้อมูลจากการเก็บสถิติที่ว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน มากกว่ายานพาหนะทุกประเภทในโลก เครื่องบินทุกลำ รถยนต์ รถไฟ รวมกัน

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ลุงรีย์อธิบายเพิ่มในเรื่องนี้ว่า “ในอีกสามสิบปีข้างหน้าประชากรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึงหมื่นล้านคน ซึ่งอาจสวนทางกับความสามารถในการทำปศุสัตว์ของโลก ด้วยสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่ร่อยหรอ จากปัญหาสะสมทางสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมานับร้อยปี

“อย่างเทรนด์การกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์ (Vegan Diet) นอกจากเรื่องโภชนาการและสุขภาพแล้ว เหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เทรนด์นี้แพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เพราะคนมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการกินที่สร้างผลกระทบกับโลกให้น้อยที่สุด”

และนี่คือสิ่งที่ Exofood Thailand กำลังหาคำตอบ ‘ทางเลือกใหม่ๆ ในการกิน’ ที่อาจเป็นทางรอดของมนุษยชาติในอนาคต 

ในวันนี้ การไม่บริโภคอาหารที่มาจากปศุสัตว์ อาจฟังดูเหลวไหล เป็นไปไม่ได้ แต่ในอนาคตอันใกล้ เมื่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่โลกไม่มีน้ำจืดเพียงพอสำหรับการทำปศุสัตว์ หรือมีโรคระบาดใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ถ้านึกภาพไม่ออก ขอให้นึกถึงภาพยนตร์ Interstella ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่พูดถึงโลกมนุษย์ในวันที่ปลูกพืชผลอะไรไม่ได้อีกต่อไป 

เมื่อถึงวันนั้น เราต่างจำเป็นต้องหาทางออกในการบริโภคอาหาร ที่ยังมีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตและความอยู่รอด

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ทำความรู้จักแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต

ถ้าไม่ใช่ปศุสัตว์อย่างวัว หมู ไก่ ปลา เราจะหาสารอาหารหลักของมนุษย์อย่างโปรตีนได้จากสัตว์ชนิดใดอีกบ้าง 

“ในระบบนิเวศ สัตว์จำพวกแมลงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ ในมุมมองของผม ผมมองแมลงเป็นเครื่องมือ (Tool) ชนิดหนึ่งที่จะเปลี่ยนถ่าย (Transform) พืชพรรณธัญญาหารต่างๆ ให้เป็นสารอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส หรือไขมัน พูดง่ายๆ คือ เป็นตัวกลางทางโภชนาการแบบเดียวกับปศุสัตว์นั่นแหละ” ลุงรีย์เล่า

บูมเสริมว่า “แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างมากระหว่างแมลงกับปศุสัตว์ คือทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ที่ใช้ในการเลี้ยงดู รวมถึงปริมาณโปรตีนที่ผลิตได้ เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว แมลงที่เราเลือกมาเพาะพันธุ์ที่ Exofood Thailand ให้โปรตีนสูงกว่า ในขณะที่ใช้พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงน้อยกว่าปศุสัตว์หลายสิบเท่าตัว”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

แต่อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายหลักของ Exofood Thailand ตอนนี้ยังไม่ใช่การผลักดันให้แมลงเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับมนุษย์ แม้การบริโภคแมลงจะไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มมาสักพักใหญ่แล้ว เห็นได้จากผลิตภัณฑ์จากแมลงหลากหลายรูปแบบ ที่ตบเท้าเข้ามาเป็นทางเลือกในการบริโภคอย่างคึกคักในตลาดยุโรปและอเมริกา 

จุดมุ่งหมายของพวกเขาตอนนี้ คือการสร้างทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษหรือ Exotic Pets 

“อธิบายให้เห็นภาพ Exotic Pets คือสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่หมาแมวนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน อย่างกิ้งก่าคาเมเลี่ยน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางประเภทอย่างเม่นแคระ มาโมเสท เมียร์แคต สัตว์น้ำอย่างปลาหมอสี ปลาอะโรวาน่า สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ ไปจนถึงแมลงใหญ่อย่างแมงมุมทารันทูล่า

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“Exotic Pets เหล่านี้กินแมลงเป็นอาหารจานหลัก เพราะมีสารอาหารครบถ้วนต่อการดำรงชีวิต โดยกลุ่มผู้เลี้ยงอย่างเราๆ เรียกแมลงที่ใช้เป็นอาหารสัตว์เหล่านี้ว่าแมลงเหยื่อ ในปัจจุบันแมลงเหยื่อมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดมีสารอาหารแตกต่างกันออกไป ที่สำคัญคุณภาพของแมลงเหยื่อที่ผลิตได้ก็แตกต่างกันไปตามคุณภาพการเลี้ยงดู 

“ทีมของเราจึงตั้งใจศึกษาหาความเป็นไปได้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงแมลงเหยื่อเหล่านี้” 

ฟาร์มแมลงที่สะอาดเนี้ยบ

“ตัวผมเองเป็นคนที่รักและเลี้ยง Exotic Pets จึงเข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ดี เราอยากให้สัตว์เลี้ยงที่เรารักได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ใกล้เคียง หรือดีกว่า เมื่อเทียบกับการอยู่ในธรรมชาติ ดังนั้น การเลือกสรรสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสัตว์จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ”

ตอนนี้ที่ Exofood Thailand เพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงแมลงเหยื่ออยู่ 3 ชนิด คือจิ้งหรีด Black Soldier Fly (หนอนแมลงวันลาย) และแมลงดูเบีย ซึ่งการได้กินอาหารที่ดี มีโภชนาการถูกต้อง ทำให้แมลงเหยื่อเหล่านี้แข็งแรง มีสุขภาพดี 

ความเท่คือที่นี่ดูสะอาดเนี้ยบ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาเราจะพบชั้นสูงจรดเพดาน จัดวางกล่องใส่แมลงแต่ละชนิดอยู่อย่างเป็นระเบียบ เป็นฟาร์มแมลงแนวตั้ง (Vertical Farming) ที่สะอาดเนี้ยบเหมือนแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ไม่มีผิด

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“เราปรับโซนการเพาะเลี้ยงแมลงให้เป็นแนวตั้ง เพื่อใช้พื้นที่ที่มีให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ดูแลรักษาความสะอาดได้อย่างสะดวกสบาย จึงไม่ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เราคาดหวังที่จะได้ความประทับใจแรก จากเรื่องง่ายๆ ที่รักษายากอย่างความสะอาด”

ลุงรีย์เสริมว่า “เพราะเราต้องการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่อแมลง เพื่อสร้างจุดยืนใหม่ให้ฟาร์มแมลง และแมลงเป็นที่ยอมรับในสังคมแห่งอนาคตมากขึ้น เราจึงทำทุกอย่างให้มีมาตรฐาน รู้ที่มาที่ไป และตรวจสอบได้จริงๆ 

“คนไทยกินแมลงกันอยู่แล้ว อย่างจิ้งหรีดทอดของของโปรดของหลายๆ คน แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟาร์มจิ้งหรีดปกติหน้าตาเป็นยังไง เราจึงตั้งใจเปลี่ยนภาพจำใหม่ให้ฟาร์มแมลง Exofood Thailand กำลังพยายามสร้าง Know-how ที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ หลากหลายแบบเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยยกระดับเกษตรกรแมลงในประเทศไทยในอนาคต”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

บูมอธิบายว่า ตอนนี้พวกเขากำลังทำวิจัยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย เพื่อสำรวจและทำความเข้าใจโลกของแมลงที่ลึกลงไปอีก “จริงๆ เรามีงานวิจัยรับรองข้อมูลเรื่องสารอาหารในตัวแมลงอยู่แล้วแต่เป็นของต่างประเทศ เราคิดว่าต้องทำงานวิจัยใหม่อีกรอบภายใต้บริบทประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลวิจัยที่แม่นยำมากขึ้น”

จำลองพื้นที่แล็บวิทยาศาสตร์

บูมชี้ชวนให้ดูถาดแก้วทรงกลมที่บรรจุของเหลวที่เตรียมไว้สำหรับแมลง เพื่อช่วยเรื่องความชุ่นชื้นและดื่มกิน ปกติแมลงจะอยู่กับพื้นดิน กินเศษอาหารเหลือ ทำให้ตัวเขามีกลิ่น แต่แมลงในฟาร์มของเราเลี้ยงด้วยอาหารสูตรเฉพาะที่มีรายละเอียดของวัตถุดิบสูงมาก ใช้แค่วันต่อวันเท่านั้น ไม่มีค้างคืน ไม่เกิดการเน่าเสีย ลองดมดูได้”

กลิ่นเหมือนผลไม้เลย

“ใช่ครับ มันคือผักและผลไม้หลากหลายชนิด กลิ่นจะฟรุตตี้ เรากำหนดตารางเวลาการให้อาหารแก่แมลงทุกตัวเป็นไปด้วยความแม่นยำ มีการจดบันทึกเพื่อให้แมลงทุกตัวได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วน มีสวัสดิภาพสัตว์ แม้จะเป็นฟาร์มแนวตั้ง แต่ก็ไม่แออัดจนเกินไปแน่นอน” บูมบอกยิ้มๆ

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

พื้นที่เคาน์เตอร์ตรงนี้คือโซนปฏิบัติการ ที่ทีม Exofood Thailand ตั้งใจจำลองพื้นที่มาจากแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ โดยใช้พื้นที่นี้ทดลองและพัฒนาสูตรอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงแมลง

ลุงรีย์อธิบายว่า “การพัฒนาอาหารสัตว์ของเรา มีนักโภชนาการให้คำปรึกษา แนะนำวิธีและกระบวนการที่ถูกต้อง นอกจากนี้การเก็บข้อมูลจากประสบการณ์ตรง ทั้งจากนักเลี้ยงมือใหม่และมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ ในสัตว์พิเศษแยกแต่ละแขนง ทำให้เข้าถึงปัญหาที่แท้จริงและหาวิธีแก้ไขเพื่อพัฒนาต่อไป”

บูมเสริมต่อว่า “ไม่ใช่แค่ฟาร์มหรือพื้นที่ปฏิบัติการ เราต้องการสร้างคอมมูนิตี้ของเหล่าคนรัก Exotic Pets เพราะการที่ได้เห็นผู้ที่รักเลี้ยงสัตว์เช่นเดียวกับเรา มีความสุขร่วมไปกับสัตว์ที่เลี้ยง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา เพียงแค่เข้ามาที่ Exofood Thailand เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันกับเราแล้ว”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ฟาร์มแมลงเล็กที่มีจุดหมายใหญ่เท่าผืนดิน

Vertical Farming, Urban Agriculture และ Future Sustainability คือแนวคิดหลักของ Exofood Thailand

 “หลายปีที่ผ่านมา ผมทำงานจากการรู้ว่าขยะเศษอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง เมื่อศึกษาลึกลงไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นความรู้ในการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อย่อยสลายขยะเศษอาหารเหล่านั้น และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ อีกมากมายที่ตามมาเป็นวัฏจักร

“นอกจากไส้เดือนแล้ว ยังมีกิ้งกือ ตะเข็บ หอยทาก กระสุนพระอินทร์ แมลงในดิน และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อีกมากมาย ที่อาศัยอยู่บนผืนดินร่วมกับเรามาตลอดทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งปฏิกูลให้เป็นอินทรียวัตถุ คอยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ทำหน้าที่คล้ายเทศบาลอย่างไม่หยุดหย่อน

“สำหรับพวกเราแล้วสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์เหล่านี้ สร้างประโยชน์มากมายแก่โลก ซึ่งบางครั้งหลายๆคนอาจมองข้ามไป Exofood Thailand ก็กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน และยกความดีความชอบให้เป็นแมลงระดับเทศบาล

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“เมืองชานตง ในประเทศจีน มีการเลี้ยงแมลงสาบเพื่อกำจัดขยะอาหารถึงห้าสิบตันต่อวัน เนื่องจากประเทศจีนมีการสร้างขยะถึงเก้าล้านตันเมื่อปี 2017 ด้วยสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้การเพาะเลี้ยงแมลงในพื้นที่ของประเทศบ้านเราเป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ

“มันคือเรื่องเดียวกันทั้งหมด เป็นระบบสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ ที่สร้างความยั่งยืนให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ลุงรีย์พูดทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Exofood Thailand

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ซอยวานิช 1 หรือสำเพ็งเต็มไปด้วยร้านขายของส่งสารพัด ซึ่งซบเซาลงไปด้วยพิษโรคระบาด และการซื้อของออนไลน์ ซึ่งแพร่กระจายไปบ้านแทบทุกหลังยิ่งกว่าไวรัส

ตอนนี้ย่านสำเพ็ง-เยาวราช กำลังเข้าสู่บทใหม่ จากย่านซื้อขายของราคาย่อมเยา เริ่มขยับสู่การเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรมอาหารโฉมใหม่

ย่ำเท้าเข้าซอยเล็กแคบ ผ่านร้านขายรองเท้า กระเป๋า และของเล่นนานา คุณจะพบ ‘Restaurant.Potong’ ร้านอาหาร Fine Dining และบาร์หรูเท่เบื้องหลังประตูเหล็กยืด ของ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม ร่วมกับสามี ต่อ-บุญปิติ สุนทรญาณกิจ 

จากห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูล สู่ตึกให้เช่าสำหรับร้านขายรองเท้า วันนี้ทายาทรุ่นที่ 5 กลับมาพลิกโฉมตึกโบราณอายุ 100 กว่าปีให้กลับมาสวยสดงดงาม แถมเยียวยาท้องที่หิวโหยหรือหัวใจใฝ่หาที่จิบความเพลิดเพลินด้วยความอร่อย

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ห้างขายยาแห่งความทรงจำ

ปู่เทียด (ปู่ของปู่) ของเชฟแพมเป็นคนฮกเกี้ยน เดินทางมาจากหมู่เกาะจินเหมินหรือคีมอย ไต้หวัน ราว 160 ปีที่แล้ว เพื่อมาค้าขายที่เมืองไทย และจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจยาจีนยี่ห้อ ‘ปอคุนเอี๊ยะบ๊อ’ โดยใช้สูตรลับจากบ้านเกิด เมื่อก่อร่างสร้างตัวได้จึงสร้างตึก 5 ชั้นครึ่งสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน เป็นร้านขายและผลิตยาจีนชื่อ ‘ห้างขายยาโพทง’ โดยชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย นับเป็นบ้านหลังแรกของตระกูลนี้ในสยาม ตั้งแต่สมัยเยาวราชยังเป็นทุ่งนา นับเป็นตึกที่สูงมากในยุคนั้น 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong

กิจการร้านขายยารุ่งเรืองมาก ย่านสำเพ็ง-เยาวราช ก็พลุกพล่านมากขึ้น จนต้องขยับขยายจนเปิดโรงงานขนาดใหญ่ย่านเทพารักษ์ ซึ่งภายหลังผลิตแต่ยาน้ำสำหรับสตรีเท่านั้น 

เมื่อสมาชิกมากขึ้น ครอบครัวอุทารธรรมรุ่นสามย้ายไปอยู่สุขุมวิท 33 ตึกเดิมของตระกูลใจกลางสำเพ็งจึงถูกปล่อยให้เช่าเป็นร้านขายรองเท้า โดยคุณปู่ของเชฟแพมให้เช่าเฉพาะชั้นหนึ่งและสองเท่านั้น ด้านบนปิดล็อกเก็บของเก่า อาทิ ขวดยา ภาพวาด สมุดบัญชี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไว้เต็มไปหมด เมื่อร้านขายรองเท้าเลิกกิจการ เชฟแพมได้มาดูอาคารจึงตัดสินใจเช่าตึกจากคุณปู่ และเปิดร้านอาหารหรูเท่ขึ้นใจกลางไชน่าทาวน์ โดยได้แรงบันดาลใจจากย่านชุมชนของนิวยอร์ก ที่ตัวเธอเองได้ไปเรียนรู้และฝึกฝนวิชาทำอาหาร 

“แพมมีฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากทำร้านอาหารของตัวเองให้ได้มิชลินมานานแล้ว แต่ยังหาจังหวะชีวิตไม่เจอ คุณพ่อคุณแม่เคยชี้ให้ดูตึกนี้ตอนเด็กๆ แต่เราก็ไม่เคยเข้ามา พอได้เข้ามาเห็นก็รู้เลยว่านี่จะเป็นร้านที่เราจะภูมิใจ และทุกอย่างที่เราเรียนรู้มาจะเอามาลงที่นี่” เชฟหญิงผู้ศึกษาอาหารตะวันตกมาอย่างโชกโชนอธิบาย

“การกินอาหารก็เหมือนการเล่าเรื่อง ความทรงจำของที่นี่ไม่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ แต่มีมานานแล้วจริงๆ ตึกนี้มีเสน่ห์มาก อยากให้ลูกค้าที่เข้ามารู้สึกเหมือนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์นิดๆ ผ่านทั้งตึกและอาหาร”

กว่าจะออกมาเป็น Restaurant.Potong ต้องใช้เวลา 2 ปีครึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว เนื่องจากการรีโนเวตตึกเก่ายากกว่าสร้างตึกใหม่ ผ่านการตัดสินใจหลายครั้งร่วมกับสถาปนิกและวิศวกรว่าอะไรควรเก็บ อะไรต้องทิ้ง และอะไรต้องสร้างขึ้นมาใหม่ในตึกแคบยาวที่มีพื้นที่รวมราว 500 ตารางเมตร โดยหลักๆ เก็บโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแรงมากไว้ทั้งหมด และตกแต่งแนว Juxtaposition เก็บของเก่าไว้เคียงคู่กับของใหม่ให้สอดรับกัน ผนังมีทั้งสีเดิมที่สวยด้วยกาลเวลา และลวดลายใหม่ที่งดงาม 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ตึกเก่าเล่าใหม่

จากร้านรองเท้าสีเขียวสดใส เมื่อถอดแผ่นปิดออก ป้ายห้างขายยาโพทง ที่ติดไว้เมื่อ 120 ปีที่แล้วก็ได้อวดโฉมอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาจากหน้าร้าน จะเห็นโปสเตอร์ร้านยากับเก้าอี้เก่าของร้านด้านหน้า ให้เว้นระยะหลบความวุ่นวายของตรอกเล็กๆ ด้านนอก 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นแรกนี้เพดานสูงโปร่งเคยเป็นหน้าร้านขายยา ทั้งยาสำหรับสตรี ยาสำหรับบุรุษ และยาหม่อง ส่วนด้านหลังมีห้องหลบภัยที่มีกำแพงหนาใหญ่ ปัจจุบันกลายเป็นบาร์คอมบูฉะและที่นั่ง ซึ่งใต้พื้นทำระบบใหม่ทั้งหมดจนเอี่ยมอ่อง ด้านหลังมีลิฟต์เล็กๆ ที่ทำใหม่เพื่อตึกนี้โดยเฉพาะ และห้องน้ำที่ทำใหม่ทั้งหมด สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือตู้เซฟเก่า แม่พิมพ์ตราปอคุนเอี๊ยะบ๊อ และขวดแก้วสำหรับบรรจุยา ซึ่งนำมาใช้ตกแต่งร้านและใส่สบู่ในห้องน้ำกับแอลกอฮอลล์ล้างมือ

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

“ตอนแรกอยากวางครัวไว้ชั้นหนึ่ง แต่พอเปิดฝ้าขึ้นไปเห็นเพดานสวยมาก เราเลยตัดสินใจเก็บไว้แล้วย้ายครัวไปชั้นสาม และอนาคตที่ตรงนี้จะทำอาหาร A la carte รับคน Walk-in ได้ค่ะ” เชฟแพมเอ่ยก่อนพาขึ้นบันไดไม้ไปสู่ชั้นถัดไป 

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล

ชั้นสองเป็นห้องรับประทานอาหาร ปัจจุบันตกแต่งด้วยขวดยาเก่า ภาพถ่ายเก่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ปรุงยาและเก็บสต็อกยา พนักงานแต่ละคนจะรู้แค่ขั้นตอนของตัวเอง แต่ไม่รู้สูตรทั้งหมด ถ้าสังเกตพื้นจะเห็นช่องไม้ที่เจาะตรงกันแต่ละชั้น ในอดีตเป็นช่องไว้ตะโกนคุยกันและส่งของข้ามชั้น แต่ปัจจุบันปิดไว้แล้ว โดยภาพสเก็ตช์ที่ตกแต่งรอบๆ ร้านและอยู่บนเมนู เป็นฝีมือน้องของคุณปู่ ซึ่งเรียนจบจากอเมริกา

ชั้นสามที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ในอดีตด้านหน้าเป็นห้องทำงานหรือออฟฟิศของคุณปู่ ซึ่งมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู มีระเบียงกว้างขวาง ปัจจุบันฟังก์ชันของห้องนี้เปลี่ยนไปหมด กลายเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งปัจจุบันยังเก็บเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้อย่างโต๊ะทำงานและแท่นบูชา ซึ่งบนป้ายมีภาพกวนอูที่นับถือ มีอักษรจีนมงคลรอบๆ ว่า 普通大薬房

普通 สื่อถึงชื่อร้านว่า โพทง แปลว่า Simple หรือ Ordinary 大 ต้า แปลว่า ใหญ่ 薬 เย่า แปลว่า ยา 房 ฝาง แปลว่า ห้อง แปลรวมๆ ได้ว่าร้านขายยาโพทง หรือร้านขายยาธรรมดา จึงยืมความหมายเรียบง่ายมาเป็นชื่อร้านตราบจนทุกวันนี้

‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
ภาพ : Restaurant.Potong
‘โพทง’ ร้าน Fine Dining กลางสำเพ็งของเชฟแพม ทายาทที่แปลงโฉมร้านขายยาจีนของตระกูล
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เนื่องจากโลโก้ของตึกเป็นรูปเสือโคร่งสองตัวโอบลูกโลก สื่อถึงตัวปู่เทียดและย่าเทียดซึ่งเกิดปีเสือทั้งคู่ ผนังของชั้นสามเพนต์ใหม่เป็นรูปเสือดาวตัวเมีย 8 ตัว สื่อถึงความมงคลและการสืบทอดของทายาทเพศหญิง เพราะถ้าใช้เสือโคร่งจะดูดุดันไปหน่อย เชฟแพมเลยตีความเสือใหม่ในรูปแบบของตัวเอง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ด้านหลังชั้นสามเคยมีห้องนอนเล็กๆ และห้องน้ำ ปัจจุบันปรับเป็นห้องครัว และห้องหมักดองของจำพวกซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู โคจิ มิโสะ เนื้อดรายเอจ และวัตถุดิบอื่นๆ สิ่งสนุกในห้องนี้คือลูกน้ำดับเพลิงของเก่าที่ติดไว้บนกำแพง เป็นของหายากที่พบได้ในบ้านเก่าเท่านั้น

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ชั้นสี่เคยเป็นห้องนอนสองห้องและมีเตียงสูบฝิ่น แปลงโฉมใหม่เป็นบาร์ OPIUM และยังมีโซน Private Bar ซึ่งในอนาคตจะเปิดแยกกับร้าน Fine Dining ใครไม่กินข้าวก็มานั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์ที่บาร์ได้ มีธีม Liquid Surreality ให้แขกได้ชิมและได้ทดลองอะไรใหม่ๆ วัตถุดิบทำเองสนุกๆ หลายอย่าง ทั้งโซดาและโคลา 

ภาพ : Restaurant.Potong
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
ภาพ : Restaurant.Potong

ชั้นห้า ซึ่งเป็นโซนดาดฟ้าเคยเป็นสวนและที่หย่อนใจ ออกกำลังกายของคุณปู่ ปรับเป็นรูฟท็อปบาร์และสวนครัวเล็กๆ โดยยังคงโครงไม้เขียนตัวอักษรว่าจินเหมิน แปลว่าประตูทอง สื่อถึงหมู่เกาะบ้านเกิดของต้นตระกูล โดยพื้นที่นี้แขกที่มารับประทานอาหารที่ร้านก็ขึ้นมาชมวิวได้ ส่วนชั้นหกเล็กๆ ที่มีแค่ครึ่งเดียวเป็นสถานที่ดูดาว กลายเป็นที่เก็บโครงสร้างเครื่องปรับอากาศและส่วนต่อเติมใหม่ให้เรียบร้อยแข็งแรง 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช
คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

อาหารแห่งกาลเวลา

คอนเซ็ปต์หลัก โพทง คือกาลเวลา ที่อยากให้ลูกค้าสร้างความทรงจำที่นี่ ไม่ว่าจะตึกเก่าปนใหม่ ไปจนถึงมื้ออาหารที่มีกาลเวลาเป็นแม่ครัว โดยวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่นี่ทำเองแทบทั้งหมด 

นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์การใช้ 5 Elements ของเชฟแพม คือความเค็มจากเกลือ ความเปรี้ยว เครื่องเทศ กลิ่นและรสชาติรวมควันจาก Maillard Reaction และเนื้อสัมผัส เช่น ความกรอบ ความนุ่ม ความหนึบ ซึ่งเชฟแพมเชื่อว่าทำให้อาหารซับซ้อนและครบรสมากขึ้น นอกจากนั้นประสบการณ์ของที่นี่ยังเปี่ยมล้นด้วย 5 ผัสสะ ทั้งฟังเรื่องเล่า เห็นความสวยงาม ชิมรสอร่อย ดมกลิ่นหอม และได้หยิบจับส่วนประกอบต่างๆ ในคอร์สอาหารดินเนอร์

“แพมเพิ่งมีลูก เลยได้ศึกษาว่าถ้าอยากให้เด็กเรียนรู้อะไร ต้องให้เขาได้ทดลองประสาทสัมผัสทั้งห้า ถ้าอยากให้เขารู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร ดูแต่รูปภาพไม่ได้ ต้องเล่าให้ฟัง ให้เห็น จับ ดม และสุดท้ายคือให้กินแอปเปิ้ล เราเอาเรื่องนี้มาผสานกับร้าน” 

อาหารของร้านโพทงเป็น Progressive Thai-Chinese หยิบเอาอาหารไทยจีนของคนจีนโพ้นทะเลมาปรุงและตีความใหม่ ผสานกับความรู้สมัยใหม่ของเชฟแพม ไม่ใช่ทั้งอาหารไทยโบราณ และไม่ใช่อาหารจีนที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองจีน เนื่องจากเป็นคอนเซ็ปต์ที่แปลกและสื่อถึงตัวตนของเชฟเชื้อสายไทยจีน อาหารที่นี่มี 20 กว่าคอร์ส ตัวเมนูเป็นจดหมายของเชฟแพมต่อบรรพบุรุษที่ซ่อนชื่อรายการอาหารทั้งหมดไว้ และแต่ละเดือนมื้ออาหารจะมีสลับหมุนเวียนทีละอย่าง

ขอยกตัวอย่างอาหารมาให้ชมสักเล็กน้อย 

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

เมนูแรกคือ Corn Koji ที่ใช้ทุกส่วนของข้าวโพด ได้แรงบันดาลใจจากซุปข้าวโพดจีนที่ใส่พริกไทยขาวเยอะๆ แปลงเป็นคัสตาร์ดพริกไทยขาว มูสข้าวโพดทำจากโคจิ และเมล็ดทานตะวันกับทรัฟเฟิลวิเนการ์ แผ่นข้าวโพดด้านบนทอดด้วย Brown Butter กินแกล้มกับแผ่นข้าวโพดผสมพริกไทยขาวรูปใบไม้ รมควันเปลือกข้าวโพด ส่วนผมข้าวโพด ทำเป็นชาร้อน ใส่เง็กเต็ก ผิวมะนาว กานพลู และโป๊ยกั้ก หอมชื่นใจ

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

ต่อมาคือไก่ดำ พระเอกของร้าน ไม่ใช่แค่ตุ๋น เอามาตากแห้ง แล้วก็ย่าง และเสิร์ฟพร้อมหัวใจไก่ดำ ผงดำๆ คือมันไก่อบสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมข้าวที่อบกับสมุนไพรยาจีน

ของหวานก็สนุกไม่แพ้กัน ไอศกรีมซีอิ๊วดำครอบด้วยน้ำตาลเป่าทรงพริกแห้ง ด้านในมีช็อกโกแลตขาว พริกซินเจียง คาราเมลช็อกโกแลตกับหม่าล่า และเครื่องพะโล้กับช็อกโกแลตนม เสิร์ฟพร้อม Smoke กลิ่นพะโล้ เป็นเมนูที่สื่อถึงถนนทรงวาด

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวทรงวาดข้างหลังนี้ก็เป็นถนนเครื่องเทศของแห้ง ซึ่งเราซื้อวัตถุดิบแถวนี้หมด แต่พวกอาหารทะเล เราทำงานกับชาวประมงเล็กๆ จากระนอง เพชรบุรี ภูเก็ต พังงา แล้วแต่ว่าวันนี้เราได้อะไรมา ส่วนผักและดอกไม้ออร์แกนิก เราได้วัตถุดิบจากเชียงราย เชียงใหม่ และเพชรบูรณ์ ยกเว้นซอสที่ทำเองแทบทุกอย่างเลยค่ะ”

Restaurant.Potong ตั้งใจจะเปิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ระยะล็อกดาวน์ทำให้เพิ่งเริ่มเปิดได้เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น โดยปัจจุบันเปิดรับลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน ดินเนอร์มีทั้งหมด 20 กว่าคอร์ส ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และควรจองอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า ราคาคอร์สปัจจุบันตกอยู่ที่ 4,500++ บาท 

คอร์สหนึ่งใช้เวลาราว 3 – 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง ยาวไปจนถึง 2 ทุ่ม ซึ่งลูกค้าสามารถนั่งฟังเรื่องราว พูดคุย และดื่มด่ำกับกาลเวลาและแต่ละมุมในร้านได้อย่างเต็มที่ 

“ตอนนี้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป็นคนไทย ซึ่งเขาจะคุยกันว่าอาหารเราเชื่อมโยงได้ เข้าใจได้ พาพ่อแม่อาม่าอากงมากินได้ จานสุดท้ายที่เป็นเมนคอร์สคือ Back to Basic มีโต๊ะกลมเสิร์ฟเป็ดย่าง เนื้อ กินกับข้าวสวยตรอก ไม่ใช่แค่เล็กๆ ตลอดแล้วกินเสร็จแล้วไม่อิ่ม ต้องไปทานข้าวต้มต่อ” เชฟแพมรับประกันความเข้าถึงง่ายของอาหารสไตล์ไทยจีนในเยาวราช

คุยกับเชฟแพมถึงเบื้องหลังการแปลงตึก 5 ชั้นของร้านขายยาโพทง ผู้ผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ เป็น โพทง ร้านอาหารแสนเท่แห่งสำเพ็ง-เยาวราช

“แถวนี้ก็เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ตึกแถวนี้มีเสน่ห์มาก คุณสมชัย (สมชัย กวางทองพาณิชย์ นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเยาวราช) ก็มาเยี่ยม บอกว่าดีมากเลยที่เราเก็บที่นี่ไว้ และดีที่เยาวราชมีที่แบบนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็พาลูกศิษย์มาดูตึก เพราะสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่เหมือนตึกอื่นๆ รอบๆ เลย ตรงทรงวาดมีแกลเลอรี่ มีร้านเอฟวี เราก็พยายามเกาะกลุ่มกัน ช่วยกัน อยากให้มีร้านเกิดมาแถวนี้เยอะๆ” 

ทายาทรุ่นที่ 5 ของร้านขายยาโพทงเอ่ยตบท้ายด้วยรอยยิ้ม คลื่นลูกหลังที่เข้ามาในไชน่าทาวน์ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ปลุกย่านนี้ให้สนุกมีชีวิตชีวา

Restaurant.Potong

วันทำการ : ปิดวันอังคาร-พุธ 

เว็บไซต์ : www.restaurantpotong.com/

Facebook : Restaurant.Potong

โทรศัพท์ : 08 2979 3950 (จองโต๊ะล่วงหน้าเท่านั้น) 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load