คอลัมน์ Share Location ครั้งนี้พิเศษ เราจะพาคุณไปเยี่ยม Exofood Thailand ฟาร์มแมลงแนวตั้ง (Vertical Insect Farming) ที่คุณอาจคาดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้คือฟาร์ม ด้วยความสะอาดเนี้ยบเหมือนแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมในการเลี้ยงแมลงรูปแบบใหม่ที่ทีมงานตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อเป้าหมายในการยกระดับการเลี้ยงแมลงในประเทศไทย 

แมลงคืออาหารจานหลักของสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic Pets) ที่มีกลุ่มผู้เลี้ยงอยู่ไม่น้อยเลยในประเทศไทย และ Exofood Thailand ก็เข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ดีว่า ต้องการให้สัตว์เลี้ยงที่รักได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ใกล้เคียง หรือดีกว่า เมื่อเทียบกับธรรมชาติ ในสภาวะระบบนิเวศน์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่นี่จึงทำการวิจัยและเลี้ยงดูแมลงให้ได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วน

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ไม่ใช่แค่เรื่องวิจัยแมลง แต่พวกเขาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้ของเหล่าคนรัก Exotic Pets ที่เข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กันได้อย่างอบอุ่น

มากไปกว่านั้น เมื่อเราได้คุยกับสอง Co-founder แห่ง Exofood Thailand อย่าง บูม-อธิวัชร พงษ์ศรัทธาสิน และ ตั้ก-ชลธิชา สุจิตตารมย์ รวมถึง ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ Executive Consultant และ พี-พริษฐ์ นิรุตติศาสน์ Operations Director เราก็พบว่า แนวคิดของพวกเขานั้นกว้างไกลไปในอนาคต มากกว่าแค่การทำฟาร์มแมลง

สิ่งที่พวกเขากำลังทำคือการเสนอ ‘ทางเลือกใหม่ๆ ในการกิน’ ใช่แล้ว ในอนาคตอันใกล้ แมลงอาจกลายเป็นแหล่งโปรตีนหลักของมนุษย์ก็เป็นไปได้ ในวันที่โลกไม่เหลือทรัพยากรเพียงพอในการทำปศุสัตว์ หรือเกิดโรคระบาดที่จะพลิกโฉมการใช้ชีวิตของมนุษยชาติตลอดไป

และนี่คือความตั้งใจของพวกเขา

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

*บทความนี้มีภาพแมลงหลายชนิด*

วันที่มนุษย์อาจต้องเลือก เพื่อต้องรอด

ทุกวันนี้ 3 ใน 4 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกใช้ไปเพื่อทำปศุสัตว์ ซึ่งสร้างผลเสียมากมายในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

แต่ละปีมีสัตว์กว่า 7 แสนล้านตัวถูกบริโภค อาหารสำหรับเลี้ยงพวกมันจึงต้องใช้พื้นที่มากมายในการทำเกษตรกรรรม และนี่เองเป็นสาเหตุหลักๆ ของการเผาทำลายบุกรุกผืนป่า แถมการเลี้ยงปศุสัตว์ยังใช้น้ำมหาศาลในกระบวนการอีกด้วย

ฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐาน มีระบบจัดการกับสิ่งปฎิกูลที่เกิดขึ้น แต่ยังมีปศุสัตว์อีกหลายๆ แห่ง ที่ยังปล่อยให้ของเสียจากกระบวนการต่างเกิดขึ้น และยังไม่มีระบบการจัดการที่ไม่ดีพอ ทำให้ของเสียถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังไม่สามารถปฏิเสธข้อมูลจากการเก็บสถิติที่ว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน มากกว่ายานพาหนะทุกประเภทในโลก เครื่องบินทุกลำ รถยนต์ รถไฟ รวมกัน

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ลุงรีย์อธิบายเพิ่มในเรื่องนี้ว่า “ในอีกสามสิบปีข้างหน้าประชากรทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึงหมื่นล้านคน ซึ่งอาจสวนทางกับความสามารถในการทำปศุสัตว์ของโลก ด้วยสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่ร่อยหรอ จากปัญหาสะสมทางสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมานับร้อยปี

“อย่างเทรนด์การกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์ (Vegan Diet) นอกจากเรื่องโภชนาการและสุขภาพแล้ว เหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมก็เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เทรนด์นี้แพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เพราะคนมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการกินที่สร้างผลกระทบกับโลกให้น้อยที่สุด”

และนี่คือสิ่งที่ Exofood Thailand กำลังหาคำตอบ ‘ทางเลือกใหม่ๆ ในการกิน’ ที่อาจเป็นทางรอดของมนุษยชาติในอนาคต 

ในวันนี้ การไม่บริโภคอาหารที่มาจากปศุสัตว์ อาจฟังดูเหลวไหล เป็นไปไม่ได้ แต่ในอนาคตอันใกล้ เมื่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้น ในวันที่โลกไม่มีน้ำจืดเพียงพอสำหรับการทำปศุสัตว์ หรือมีโรคระบาดใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง

ถ้านึกภาพไม่ออก ขอให้นึกถึงภาพยนตร์ Interstella ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) ที่พูดถึงโลกมนุษย์ในวันที่ปลูกพืชผลอะไรไม่ได้อีกต่อไป 

เมื่อถึงวันนั้น เราต่างจำเป็นต้องหาทางออกในการบริโภคอาหาร ที่ยังมีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตและความอยู่รอด

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ทำความรู้จักแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต

ถ้าไม่ใช่ปศุสัตว์อย่างวัว หมู ไก่ ปลา เราจะหาสารอาหารหลักของมนุษย์อย่างโปรตีนได้จากสัตว์ชนิดใดอีกบ้าง 

“ในระบบนิเวศ สัตว์จำพวกแมลงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ ในมุมมองของผม ผมมองแมลงเป็นเครื่องมือ (Tool) ชนิดหนึ่งที่จะเปลี่ยนถ่าย (Transform) พืชพรรณธัญญาหารต่างๆ ให้เป็นสารอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส หรือไขมัน พูดง่ายๆ คือ เป็นตัวกลางทางโภชนาการแบบเดียวกับปศุสัตว์นั่นแหละ” ลุงรีย์เล่า

บูมเสริมว่า “แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างมากระหว่างแมลงกับปศุสัตว์ คือทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ที่ใช้ในการเลี้ยงดู รวมถึงปริมาณโปรตีนที่ผลิตได้ เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว แมลงที่เราเลือกมาเพาะพันธุ์ที่ Exofood Thailand ให้โปรตีนสูงกว่า ในขณะที่ใช้พื้นที่ในการเพาะเลี้ยงน้อยกว่าปศุสัตว์หลายสิบเท่าตัว”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

แต่อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายหลักของ Exofood Thailand ตอนนี้ยังไม่ใช่การผลักดันให้แมลงเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับมนุษย์ แม้การบริโภคแมลงจะไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มมาสักพักใหญ่แล้ว เห็นได้จากผลิตภัณฑ์จากแมลงหลากหลายรูปแบบ ที่ตบเท้าเข้ามาเป็นทางเลือกในการบริโภคอย่างคึกคักในตลาดยุโรปและอเมริกา 

จุดมุ่งหมายของพวกเขาตอนนี้ คือการสร้างทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษหรือ Exotic Pets 

“อธิบายให้เห็นภาพ Exotic Pets คือสัตว์เลี้ยงที่ไม่ใช่หมาแมวนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน อย่างกิ้งก่าคาเมเลี่ยน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางประเภทอย่างเม่นแคระ มาโมเสท เมียร์แคต สัตว์น้ำอย่างปลาหมอสี ปลาอะโรวาน่า สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ ไปจนถึงแมลงใหญ่อย่างแมงมุมทารันทูล่า

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“Exotic Pets เหล่านี้กินแมลงเป็นอาหารจานหลัก เพราะมีสารอาหารครบถ้วนต่อการดำรงชีวิต โดยกลุ่มผู้เลี้ยงอย่างเราๆ เรียกแมลงที่ใช้เป็นอาหารสัตว์เหล่านี้ว่าแมลงเหยื่อ ในปัจจุบันแมลงเหยื่อมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดมีสารอาหารแตกต่างกันออกไป ที่สำคัญคุณภาพของแมลงเหยื่อที่ผลิตได้ก็แตกต่างกันไปตามคุณภาพการเลี้ยงดู 

“ทีมของเราจึงตั้งใจศึกษาหาความเป็นไปได้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงแมลงเหยื่อเหล่านี้” 

ฟาร์มแมลงที่สะอาดเนี้ยบ

“ตัวผมเองเป็นคนที่รักและเลี้ยง Exotic Pets จึงเข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ดี เราอยากให้สัตว์เลี้ยงที่เรารักได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ใกล้เคียง หรือดีกว่า เมื่อเทียบกับการอยู่ในธรรมชาติ ดังนั้น การเลือกสรรสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสัตว์จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ”

ตอนนี้ที่ Exofood Thailand เพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงแมลงเหยื่ออยู่ 3 ชนิด คือจิ้งหรีด Black Soldier Fly (หนอนแมลงวันลาย) และแมลงดูเบีย ซึ่งการได้กินอาหารที่ดี มีโภชนาการถูกต้อง ทำให้แมลงเหยื่อเหล่านี้แข็งแรง มีสุขภาพดี 

ความเท่คือที่นี่ดูสะอาดเนี้ยบ ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาเราจะพบชั้นสูงจรดเพดาน จัดวางกล่องใส่แมลงแต่ละชนิดอยู่อย่างเป็นระเบียบ เป็นฟาร์มแมลงแนวตั้ง (Vertical Farming) ที่สะอาดเนี้ยบเหมือนแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ไม่มีผิด

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“เราปรับโซนการเพาะเลี้ยงแมลงให้เป็นแนวตั้ง เพื่อใช้พื้นที่ที่มีให้เกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ดูแลรักษาความสะอาดได้อย่างสะดวกสบาย จึงไม่ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เราคาดหวังที่จะได้ความประทับใจแรก จากเรื่องง่ายๆ ที่รักษายากอย่างความสะอาด”

ลุงรีย์เสริมว่า “เพราะเราต้องการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่อแมลง เพื่อสร้างจุดยืนใหม่ให้ฟาร์มแมลง และแมลงเป็นที่ยอมรับในสังคมแห่งอนาคตมากขึ้น เราจึงทำทุกอย่างให้มีมาตรฐาน รู้ที่มาที่ไป และตรวจสอบได้จริงๆ 

“คนไทยกินแมลงกันอยู่แล้ว อย่างจิ้งหรีดทอดของของโปรดของหลายๆ คน แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฟาร์มจิ้งหรีดปกติหน้าตาเป็นยังไง เราจึงตั้งใจเปลี่ยนภาพจำใหม่ให้ฟาร์มแมลง Exofood Thailand กำลังพยายามสร้าง Know-how ที่ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ หลากหลายแบบเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยยกระดับเกษตรกรแมลงในประเทศไทยในอนาคต”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

บูมอธิบายว่า ตอนนี้พวกเขากำลังทำวิจัยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย เพื่อสำรวจและทำความเข้าใจโลกของแมลงที่ลึกลงไปอีก “จริงๆ เรามีงานวิจัยรับรองข้อมูลเรื่องสารอาหารในตัวแมลงอยู่แล้วแต่เป็นของต่างประเทศ เราคิดว่าต้องทำงานวิจัยใหม่อีกรอบภายใต้บริบทประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลวิจัยที่แม่นยำมากขึ้น”

จำลองพื้นที่แล็บวิทยาศาสตร์

บูมชี้ชวนให้ดูถาดแก้วทรงกลมที่บรรจุของเหลวที่เตรียมไว้สำหรับแมลง เพื่อช่วยเรื่องความชุ่นชื้นและดื่มกิน ปกติแมลงจะอยู่กับพื้นดิน กินเศษอาหารเหลือ ทำให้ตัวเขามีกลิ่น แต่แมลงในฟาร์มของเราเลี้ยงด้วยอาหารสูตรเฉพาะที่มีรายละเอียดของวัตถุดิบสูงมาก ใช้แค่วันต่อวันเท่านั้น ไม่มีค้างคืน ไม่เกิดการเน่าเสีย ลองดมดูได้”

กลิ่นเหมือนผลไม้เลย

“ใช่ครับ มันคือผักและผลไม้หลากหลายชนิด กลิ่นจะฟรุตตี้ เรากำหนดตารางเวลาการให้อาหารแก่แมลงทุกตัวเป็นไปด้วยความแม่นยำ มีการจดบันทึกเพื่อให้แมลงทุกตัวได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วน มีสวัสดิภาพสัตว์ แม้จะเป็นฟาร์มแนวตั้ง แต่ก็ไม่แออัดจนเกินไปแน่นอน” บูมบอกยิ้มๆ

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

พื้นที่เคาน์เตอร์ตรงนี้คือโซนปฏิบัติการ ที่ทีม Exofood Thailand ตั้งใจจำลองพื้นที่มาจากแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ โดยใช้พื้นที่นี้ทดลองและพัฒนาสูตรอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงแมลง

ลุงรีย์อธิบายว่า “การพัฒนาอาหารสัตว์ของเรา มีนักโภชนาการให้คำปรึกษา แนะนำวิธีและกระบวนการที่ถูกต้อง นอกจากนี้การเก็บข้อมูลจากประสบการณ์ตรง ทั้งจากนักเลี้ยงมือใหม่และมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ ในสัตว์พิเศษแยกแต่ละแขนง ทำให้เข้าถึงปัญหาที่แท้จริงและหาวิธีแก้ไขเพื่อพัฒนาต่อไป”

บูมเสริมต่อว่า “ไม่ใช่แค่ฟาร์มหรือพื้นที่ปฏิบัติการ เราต้องการสร้างคอมมูนิตี้ของเหล่าคนรัก Exotic Pets เพราะการที่ได้เห็นผู้ที่รักเลี้ยงสัตว์เช่นเดียวกับเรา มีความสุขร่วมไปกับสัตว์ที่เลี้ยง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา เพียงแค่เข้ามาที่ Exofood Thailand เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันกับเราแล้ว”

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

ฟาร์มแมลงเล็กที่มีจุดหมายใหญ่เท่าผืนดิน

Vertical Farming, Urban Agriculture และ Future Sustainability คือแนวคิดหลักของ Exofood Thailand

 “หลายปีที่ผ่านมา ผมทำงานจากการรู้ว่าขยะเศษอาหารเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง เมื่อศึกษาลึกลงไปเรื่อยๆ ก็กลายเป็นความรู้ในการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อย่อยสลายขยะเศษอาหารเหล่านั้น และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ อีกมากมายที่ตามมาเป็นวัฏจักร

“นอกจากไส้เดือนแล้ว ยังมีกิ้งกือ ตะเข็บ หอยทาก กระสุนพระอินทร์ แมลงในดิน และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อีกมากมาย ที่อาศัยอยู่บนผืนดินร่วมกับเรามาตลอดทำหน้าที่ย่อยสลายซากสิ่งปฏิกูลให้เป็นอินทรียวัตถุ คอยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ทำหน้าที่คล้ายเทศบาลอย่างไม่หยุดหย่อน

“สำหรับพวกเราแล้วสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์เหล่านี้ สร้างประโยชน์มากมายแก่โลก ซึ่งบางครั้งหลายๆคนอาจมองข้ามไป Exofood Thailand ก็กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เช่นกัน และยกความดีความชอบให้เป็นแมลงระดับเทศบาล

Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต
Exofood ต้นแบบฟาร์มแมลงในเมือง กับเป้าหมายเพื่อทดแทนแหล่งอาหารในอนาคต

“เมืองชานตง ในประเทศจีน มีการเลี้ยงแมลงสาบเพื่อกำจัดขยะอาหารถึงห้าสิบตันต่อวัน เนื่องจากประเทศจีนมีการสร้างขยะถึงเก้าล้านตันเมื่อปี 2017 ด้วยสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้การเพาะเลี้ยงแมลงในพื้นที่ของประเทศบ้านเราเป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ

“มันคือเรื่องเดียวกันทั้งหมด เป็นระบบสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ ที่สร้างความยั่งยืนให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ลุงรีย์พูดทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Exofood Thailand

Writer

Avatar

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load