ลินดา เจริญลาภ นักออกแบบแฟชั่น เจ้าของแบรนด์ LaLaLove กับ นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพแฟชั่น ชวนกันทำโครงการ Recycle Rising ว่าด้วยการ Recycle และ Upcycle ในวงการแฟชั่น 

โดยมี แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล คุณแม่ของนินทร์ แฟชั่นนิสต้าวัย 70 เจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw มาเป็นนางแบบและช่วยทำโปรเจกต์

แฟชั่น Upcycle ของ LaLaLove ที่รักษาโลกและโรคอัลไซเมอร์ให้แม่แต๋ว #70YoungTeaw

 ทีแรกโครงการนี้เริ่มต้นจากแนวคิดในการรักษาโลก แต่ทำไปทำมากลับพบว่า โปรเจกต์ที่หยิบเอาผ้าเก่าในตู้ของคุณแม่มา Upcycing ตัดเป็นชุดใหม่ (ซึ่งสวยจนได้ลง VOGUE Thailand) มีฤทธิ์ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้คุณแม่แต๋วให้ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มาทำความรู้จักพลังของแฟชั่นบำบัด แล้วไปชมนิทรรศการนี้ด้วยกัน จัดแสดงถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่ ART 4C พื้นที่สาธารณะเพื่อศิลปะของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ติดกับสามย่านมิตรทาวน์ 

 รักษาโลก

ลินดาเริ่มต้นแบรนด์แฟชั่น LaLaLove ที่มีจุดเด่นคือการพิมพ์ลายเปรี้ยวซ่าลงบนผ้ายืดเมื่อ ค.ศ. 2008 ที่ลอนดอน พร้อมกับความสนใจเรื่องการลดขยะในงานแฟชั่นลงให้ได้มากที่สุด ผ้าทุกชิ้นที่ลินดาใช้ต้องมีใบรับรอง และเธอจะไปดูกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนด้วยตัวเองถึงโรงงานทุกครั้ง พอเธอกลับมาเมืองไทย เธอก็หันมาใช้ผ้าที่ทอจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ

แฟชั่น Upcycle ของ LaLaLove ที่รักษาโลกและโรคอัลไซเมอร์ให้แม่แต๋ว #70YoungTeaw

อีกมุมหนึ่ง เธอสนใจผ้าไทย เริ่มจากเมื่อ ค.ศ. 2017 เธอได้รับการติดต่อจากบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (​ประเทศไทย) จำกัด ให้ช่วยทำแฟชั่นผ้าขาวม้า เธอเอาชนะความท้าทายนี้ด้วยการนำความซุกซนมาผสมกับธีมการละเล่นของไทย จนงานนี้ไปได้ไกลถึง Tokyo Fashion Week, Vienna Fashion Week และลอสแอนเจลิส 

เมื่อได้รับการติดต่อจาก ART 4C ให้มาแสดงนิทรรศการร่วมกันในคอนเซปต์ขยะและการรีไซเคิล ลินดาจึงแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เรื่อง Recycle ผ่านการพูดคุยถึงชุดว่ายน้ำเปรี้ยวซ่าที่ทำจากผ้ารีไซเคิลของแบรนด์ LaLaLove โดยมีเหล่านายแบบนางแบบมาสวมชุดว่ายน้ำเดินโชว์ภายในงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ชุดว่ายน้ำรักษ์โลกก็ยังเปรี้ยวได้

แฟชั่น Upcycle ของ LaLaLove ที่รักษาโลกและโรคอัลไซเมอร์ให้แม่แต๋ว #70YoungTeaw
แฟชั่น Upcycle ของ LaLaLove ที่รักษาโลกและโรคอัลไซเมอร์ให้แม่แต๋ว #70YoungTeaw

รักษาของ

ส่วนที่ 2 เรื่อง Upcycling หรือการเปลี่ยนชิ้นงานหนึ่งไปสู่ชิ้นงานใหม่ เช่น เย็บเสื้อยืดตัวเก่าให้กลายเป็นถุงผ้า ลินดาเล่าผ่านงานที่ชื่อ ‘Every year is a golden year’ นิทรรศการภาพถ่ายแฟชั่นที่เล่าเรื่องความชอบผ้าไทยของคน 2 รุ่น โดยนินทร์ ช่างภาพฝีมือดีที่เคยฝากผลงานไว้ใน The Cloud มากมาย และเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw พื้นที่เก็บความทรงจำของนินทร์และแม่แต๋ว ผ่านสีสันและความฉูดฉาดของเสื้อผ้าที่คุณแม่ซึ่งป่วยเป็นอัลไซเมอร์สวมใส่ 

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

ลินดาและนินทร์หยิบผ้าเก่าของแม่แต๋วมาออกแบบและตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าลีลาจัดจ้าน ให้แม่แต๋วใส่มาวันเปิดงาน และใส่ไปถ่ายแฟชั่นร่วมกับนางแบบสาวผู้รักผ้าไทยอย่าง คารีสา สปริงเก็ตต์ 

“เราสนิทกับนินทร์ เจอกันบ่อย ทำให้ได้เจอแม่นินทร์ด้วย เราเรียกแม่นินทร์ว่า พี่แต๋ว จะได้ดูสาวหน่อย เขาเป็นอัลไซเมอร์อ่อนๆ เราก็มานั่งคิดกันว่า จะทำยังไงให้แม่นินทร์ไม่นอนทั้งวัน เขาก็ปิ๊งขึ้นมาว่า แม่มีผ้าไทยเก็บไว้ในตู้เยอะมาก ลองเอามาทำอะไรสนุกๆ กันไหม คือคนแก่เขาหวงผ้านะ แต่เก็บไว้ก็โดนแมลงกินไปเรื่อยๆ นินทร์บอกว่าเดี๋ยวผมจะไปขโมยมา ได้มาตั้งใหญ่เลย เอามารวมกับผ้าที่เรามี ก็คิดว่า ทำชุดให้แม่ดีกว่า” ลินดาเล่าที่มาของการหยิบผ้าเก่ามาเล่าเรื่องใหม่

“เหมือนเป็นโครงการหยิบผ้าที่ทิ้งไว้เฉยๆ มาแปรรูป หรือผู้สูงอายุคิดอยากเปลี่ยนผ้าของตัวเองก็ได้ เป็นกิจกรรมที่พาคนหลายรุ่นมาเจอกัน” นินทร์เสริม

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

แม่แต๋วประเดิมสวมชุดแรกที่ลินดาตัดให้ไปงานแต่งลูกชายคนรอง เมื่อเห็นว่าเธอกลายเป็นดาวเด่นประจำงาน ลินดาก็เลยชวนแม่แต๋วมาเป็นนางแบบในงานต่อไปของ LaLaLove ทันที

“เรามีถ่ายงานกับพี่ลินดาเรื่อยๆ มีงานหนึ่งเป็นคอนเซปต์ Every year is golden year ทุกปีควรเป็นปีที่ดี ไม่ว่าจะเจออะไรมาหนักหนาแค่ไหนก็ตาม แล้วปีที่ดีของเราคืออะไร คือการที่คนแต่ละรุ่นบ้าผ้าไทย แล้วมีความสุขกับผ้าไทยในปีนี้

“แม่แต๋วเป็นตัวแทนของรุ่นใหญ่วัย Baby Boomer ส่วนคารีสาเป็นนางแบบรุ่นเล็ก Gen Z ทั้งสองคนมีช่วงวัยและชีวิตที่ต่างกัน แต่ผ้าไทยทำให้พวกเธอได้มาเจอกัน งานนี้เคยลงใน VOGUE Thailand ทางจุฬาฯ เห็นก็ถามมาว่าอยากเอามาทำเป็นนิทรรศการไหม ก็ได้พี่ลินดามาช่วยเติมเต็มในเนื้อหาเกี่ยวกับ Recycle และ Upcycling ตรงกับธีมงานมาก

“งานนี้เราใช้ชื่อใหญ่ว่า Recycle Rising แต่ด้านหน้าโปสการ์ดเขียนชื่อคอลเลกชันว่า แรดรักษ์โลก” ลินดาหัวเราะ “ตอนแรกเขียนว่า RAD แปลว่า เท่ แต่เด็กๆ ในออฟฟิศบอกว่ามันไม่แซ่บ เอาแรดไปเลย เราก็เลยเอาวะ แรดก็แรด

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

“เราเชิญแม่แต๋วมาเป็นไฮไลต์ส่วน Upcycling แล้วก็จะทำโปรเจกต์นี้ต่อไปเรื่อยๆ ให้คนรู้ว่ามีอะไรแบบนี้ด้วย เธอลองไปดูตู้เสื้อผ้าของเธอสิ อยากเอาผ้ามาทำอะไรไหม อยากได้ชุดใหม่ไหม ส่งผ้ามา แล้วมาคุยกันว่าชอบแบบไหน เดี๋ยวฉันสเก็ตช์แล้วตัดเย็บให้” ลินดาเล่าต่อว่า ถ้าใครชอบแพตเทิร์นสำเร็จรูปที่เธอเตรียมไว้ให้ ก็พร้อมปรับขนาดและตัดเย็บใหม่ให้ทันที

นินทร์เล่าถึงภาพถ่ายทั้งหมดที่ปรากฏในงาน เขาบอกว่า ชอบภาพบนโต๊ะอาหารที่สุด 

“เราชอบรูปนี้เพราะคารีสาทำให้แม่ถ่ายรูปได้จนจบงาน แม่อยากกลับบ้านแล้ว ไม่อยากเปลี่ยนชุดแล้ว ไม่อยากทำอะไรแล้ว แต่คารีสาคุยเล่นกับแม่ตลอด คุณแม่นั่งก่อน นั่งกินขนมกัน ก็เลยเกิดช็อตที่ทำให้เห็นว่าคนสองรุ่นอยู่ด้วยกันได้จริงๆ”

รักษากาย

การร่วมงานกับแม่แต๋ว ได้ผลลัพธ์ที่มากไปกว่าแฟชั่น

“แฟชั่นช่วยให้แม่ไม่ได้นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ทำให้เขาตื่นตัวขึ้น จำชื่อเราได้ด้วย เราเคยขอยืมชุดแม่มาโชว์ โห ตอนนั้นโดนแม่นินทร์ด่ายับเลย แม่โวยวายว่าชุดฉันหายไปไหน ใครเอาไป กลายเป็นจำได้ สิ่งนี้เลยกลายเป็น Fashion Healing” ลินดาเล่าถึงผลพลอยได้ที่เธอไม่เคยคาด

“ผู้สูงอายุจะมีอะไรบางอย่างพัง คนนี้เข่าพัง คนนี้ฟันฟัง แม่เราทุกอย่างดีหมด พังแค่ความทรงจำ ซึ่งได้แฟชั่นเข้ามาช่วย ความรักสวยรักงามทำให้เขาดีขึ้นได้จริงๆ เขาเริ่มมีคำถามกลับมานิดๆ หน่อยๆ ทำให้เห็นว่าเขาดีขึ้น โฟกัสกับตัวเองมากขึ้น” นินทร์มองว่าแฟชั่นเป็นเหมือนอาหารเสริมลับสมองให้แม่แต๋วกลับมาจำเรื่องราวต่างๆ ได้มากขึ้น

การรักษาทั่วไปต้องใช้ยา แต่นินทร์คิดว่า ถ้าไม่ใช้ยาล่ะ ถ้าเราอยู่กับเขาแล้วกระตุ้นด้วยพลังมหาศาลของเรา จะช่วยให้ดีขึ้นได้ไหม ความทรงจำที่เริ่มแข็งแรงและความสดใสของแม่แต๋วในวัย 70 ปี ยืนยันว่าเป็นไปได้

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

“แม่ยังบอกอยู่เลยว่า อย่าลืมมาทำผมสีนี้ให้ด้วยนะ” ลินดาชี้ไปที่ผมสีรุ้งของเธอ ซึ่งคำทักทายที่แม่จะพูดกับลินดาทุกครั้งที่เจอกัน

“ตอนเที่ยงคืน แม่ลุกมาทาปากแดงแจ๋เลย เราถามว่าทาปากทำไม เขาบอกว่า ก็ทาแค่นิดหน่อยเอง มันทำให้เห็นว่าเขาดูแลตัวเองดีขึ้น จากการทาลิปสติก ลามไปถึงการอาบน้ำ ถูสบู่ให้สะอาด” นินทร์เสริม

“ถ้าเราพาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไปหาหมอ คำถามแรกของหมอคือ เขาเริ่มสกปรกขึ้นใช่ไหม เพราะอาการแรกคือ ลืมว่าต้องอาบน้ำ เสื้อผ้าไม่ดูแล แม่เราก็เป็นแบบนั้น พอวันหนึ่งที่เขาลุกขึ้นมาทาปาก พกลิปสติกติดตัว ดูกระจกแล้วบอกว่าทำไมผมยุ่งจัง หวีผมหน่อยดีกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่าแม่เราจะไปถึงจุดนั้นได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ

“แฟชั่นอยู่ในตัวเขาเลย แค่เขาเปิดกระโปรงขึ้นมา แล้วเห็นตะเข็บที่เย็บเนี้ยบๆ เขาจะถามเลยว่าทำกี่วันเนี่ย คือเขาไม่ควรจะสนใจเรื่องพวกนี้แล้ว กลายเป็นว่าแฟชั่นมันกลับไปอยู่ในตัวเขา ทำให้เขาสนุกกับชีวิตอีกครั้ง งานนี้เลยเป็นโอกาสพิเศษ ที่แม่จะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรที่เขาชอบ ได้แต่งตัวสวยๆ มีคนมาดูชุดที่แม่ใส่ ได้เห็นรูปของตัวเองบนผนัง” นินทร์เล่าด้วยรอยยิ้ม

รักษาใจ

ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด การได้มีโอกาสพิเศษแต่งตัวสวยๆ ออกไปเจอคนบ้าง ถือเป็นสิ่งที่ช่วยคุณแม่แต๋วได้มาก

“ถ้าแม่ไม่ออกจากบ้านสองวัน เขาจะสั่งเส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ได้แล้ว นึกเส้นใหญ่ เส้นเล็ก ช่วงนี้เราเป็นห่วงเรื่องโรค แต่ก็เป็นห่วงสมองที่อ่อนแรงของแม่ด้วย” นินทร์พูดถึงผลของการกักตัวอยู่บ้าน

ลินดาเสริมว่า “กลุ่มผู้สูงอายุในเมืองค่อนข้างขาดโอกาสปฏิสัมพันธ์กัน คนต่างจังหวัดยังได้ไปวัด ไปตลาด ได้คุยกัน มีสามล้อก็ไปได้แล้ว แต่อยู่นี่ต้องให้ลูกหลานพาไป ถ้าเขาไม่ได้ออกไปไหน เขาแก่ลงเยอะนะ”

ลินดาเล่าถึงคุณยายลักษณ์ วัย 82 ปี น้องสาวคุณพ่อของลินดาที่ร่างกายเริ่มโทรมจากการอยู่เฉยๆ เมื่อก่อนเธอรับหน้าที่ขับรถไปรับหลาน ระหว่างทางก็แวะเม้ามอยกับเพื่อน มีเรื่องสนุกๆ กลับมาเล่าให้ลินดาฟังเสมอ แต่พอไม่ได้ออกไปไหน เธอก็เริ่มเดินช้าลง หยิบจับอะไรช้าลง 

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้
โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

“เราก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดี ตอนนั้นแบรนด์เราทำหน้ากากผ้าไหม เราให้คุณยาย ยายชอบมาก ส่งรูปไปอวดเพื่อนๆ ใหญ่เลย บอกว่าเดี๋ยวฉันจะส่งไปให้ใช้นะ พอเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นินทร์เปรียบว่า ถ้าสมองคือร่างกาย แฟชั่นก็คือการยกเวท

“การดูแลคนป่วยก็เหมือนออกกำลัง สมองมีกล้ามเนื้อ ถ้าเราไม่ได้ใช้ มันก็ไม่ฟิต มันก็จะฟีบลง แฟชั่นทำให้เราต้องคิดว่า อะไรคู่กับอะไร รองเท้า เสื้อผ้า หน้า ผม มันก็ช่วยให้ทั้งตัวเราและคนป่วยมีแรงขึ้นมาบ้าง แม้แค่เพียงนิดเดียว คนที่ดูแลก็ดีใจแล้ว

“พอเขาแต่งตัวมีสีสัน คนในซอยก็กล้าเข้ามาคุย มากกว่าวันที่เขาแต่งตัวซ่อมซ่อ หรือแต่งตัวแบบเดิมๆ ใครๆ ก็มองว่าน่ารัก ใครก็อยากเข้ามาคุยด้วย มันมีช่วงที่เขาใส่แต่เสื้อตัวเดิม เราดูแล้วก็รู้สึกว่า เขาแก่เนอะ แต่พอเปลี่ยนมาใส่ชุดลายนกยูงสีม่วง เหมือนเขาไม่ได้แก่ลง เรามองแล้วก็มีความสุข ก็สวยดีนะ ไปกินข้าวกัน บางครั้งก็ลืมเรื่องป่วยไปได้” นินทร์ทิ้งท้ายถึงพลังของแฟชั่นที่ช่วยรักษาความทรงจำของแม่แต๋วไปพร้อมๆ กับหัวใจของเขา

โปรเจกต์ Upcycle ผ้าไทยเก่า ของ LaLaLove ที่พบว่าแฟชั่นช่วยเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้

นิทรรศการ Every year is a golden year

NIN NARINT X LaLaLove

จัดแสดง ณ CU ART 4C

ระยะเวลาการจัดแสดง 3 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พลาสติกคือขยะ ต้องลดการใช้ให้สิ้น

พลาสติกคือองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยต่อชีวิตผู้คน

2 ประโยคนี้อาจฟังดูขัดแย้งกัน แต่เป็นคำนิยามคู่พลาสติกช่วงปีที่ผ่านมาในสังคม

ในฟากหนึ่ง การผลิต ใช้งาน และกำจัดพลาสติกที่ย่อยสลายเองไม่ได้แบบผิดๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในระดับที่มนุษย์ไม่ควรรีรอนิ่งเฉยอีกต่อไป

อีกด้านหนึ่ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ในชีวิตประจำวันและการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงโควิด 19 ที่การใช้งานพลาสติกพุ่งสูงขึ้น จากความจำเป็นในการสั่งเดลิเวอรี่ การใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อยังมีการใช้งานอยู่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การหาวิธีผลิตและบริหารจัดการพลาสติกเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบร่วมกันของผู้คนในสังคมและองค์กรต่างๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าในการใช้งานสูงสุด

หนึ่งในบริษัทที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างดี พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการมาอย่างต่อเนื่องคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต รวมทั้งอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งรอบข้างได้อย่างลงตัว

ช่วงปีที่ผ่านมา GC ผลักดันนวัตกรรมพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม หนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ ‘Greater Care Charity by GC & Customers’ ที่ร่วมมือกับบริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และ 84 องค์กรพันธมิตร ผลิตและส่งมอบนวัตกรรมจากพลาสติกให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 เสริมกำลังให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ในวันที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงวิธีการจัดการพลาสติกให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

เมื่อพลาสติกสามารถสร้างประโยชน์ในสถานการณ์วิกฤต The Cloud นัดหมายคุยกับ คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ของ GC เพื่อสอบถามถึงการทำงานเบื้องหลังของโครงการนี้ และแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับการสนับสนุนสังคม ผ่านความเชี่ยวชาญขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ

เพราะไม่มีใครอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเพียงตัวคนเดียวอีกต่อไป วินาทีนี้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อรักษาชีวิตผู้คนและโลกใบนี้ให้คงอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

พลาสติกเพื่อการแพทย์

“GC ให้ความสนใจและพัฒนาเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์มานาน” คุณปฏิภาณกล่าว จากทิศทางของบริษัทที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเกรดทั่วไปเท่านั้น แต่สร้างโซลูชันที่มีความคงทนและคุณค่ามากขึ้น ยกระดับการผลิตพลาสติก เพื่อช่วยตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม โดยอุปกรณ์การแพทย์ถือเป็นแวดวงหนึ่งที่พลาสติกมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง 

เพราะพลาสติกมีคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น เบา ทนทาน ขึ้นรูปง่าย ผลิตปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ป้องกันสารคัดหลั่งซึมผ่าน นำไปฆ่าเชื้อทำความสะอาดต่อได้ จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากากอนามัย ชุด PPE ฯลฯ

แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การผลิตให้ใช้งานได้ในทางการแพทย์ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่และความใส่ใจในรายละเอียดขั้นสูง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อชีวิตของมนุษย์ ซึ่ง GC เคยผ่านการร่วมมือและร่วมผลิตอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศมาแล้ว

เมื่อวิกฤตจากโควิด 19 ยืดเยื้อนานขึ้น GC เห็นช่องว่างที่มีอยู่ในสังคม และร่วมเข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ เพิ่มเติมจากหลายโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่การแพร่ระบาดในระลอกแรก

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“GC เห็นว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาที่ศูนย์พักคอยและโรงพยาบาลสนาม แต่อุปกรณ์ภายในอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เช่น อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น ไม่ทนทานต่อสารคัดหลั่ง ทำความสะอาดยาก ซึ่งจริงๆ การช่วยเหลือตรงนี้เป็นเรื่องดีและทำได้เร็ว สิ่งที่มองเห็นว่าทำได้เพิ่ม คือการเข้าไปเสริมสิ่งที่ยังขาดอยู่”

“ปกติเราจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับลูกค้าทุกปี เช่น การจัดงานสัมมนา แต่ปีนี้ไม่เหมาะจะจัดอยู่แล้ว เราจึงคุยกันว่า เอางบประมาณตรงส่วนนี้มาร่วมทำประโยชน์ให้กับสังคมดีกว่า”

เนื่องจาก GC ร่วมงานกับกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตพลาสติกที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ทำงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal หรือ SDGs) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การผนึกกำลังจาก 84 องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลากหลายจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พันธมิตรเราต่างมีปรัชญาการทำธุรกิจแบบเดียวกัน คือเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ให้ความสำคัญกับสมดุลของ 2E1S คือ Economic, Environment และ Social พอเกิดวิกฤตแบบนี้ขึ้น ทุกคนพูดภาษาเดียวกันและเข้าใจทันที” คุณปฏิภาณกล่าว

ผลลัพธ์จากโครงการนี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย 4 แห่งใน 3 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง โดยมีตั้งแต่เตียงสนาม 1,000 เตียง ผลิตจากพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) แบรนด์ InnoPlus ที่ถอดประกอบง่าย ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที รับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม ฆ่าเชื้อได้ง่ายด้วยน้ำยาและความร้อน ใช้ซ้ำเพื่อรองรับผู้ป่วยใหม่และนำกลับมารีไซเคิลได้ ดูแลการผลิตโดยบริษัท AEROKLAS

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร
Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

ชุดกาวน์กันน้ำ 10,500 ชุด จากเม็ดพลาสติก PE ผลิตโดย Thai Hospital Products และชุดคลุมปฏิบัติการ 3,600 ชุดสำหรับพื้นที่ที่ความเสี่ยงไม่สูง ผลิตจากเส้นใย PET สามารถนำไปทำความสะอาดและกลับมาใช้ซ้ำได้ร่วม 20 ครั้ง

ล็อกเกอร์เก็บของขนาดกะทัดรัดจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่แข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา 

ถังและถุงขยะป้องกันการติดเชื้อที่มีสีแดงเด่นชัดเจน เพื่อให้คนระมัดระวัง รวมถึงมอบข้าวของเครื่องใช้และขนมที่ผลิตจากข้าวในชุมชนจังหวัดระยองที่ GC ให้การสนับสนุน เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้ ผ่านการคิดอย่างครอบคลุมโดยคำนึงถึงอนาคตระยะยาวไว้ด้วย

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

“เรานึกถึงการใช้งานในภายหลัง เช่น เตียงที่ผลิตออกมาเป็นพันเตียง ถ้าเกิดโควิด 19 หายไป เราเอาไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ง่าย ต่อเป็นโต๊ะไว้ทำอย่างอื่นหรือเอาไปรีไซเคิลอีกทีก็ได้ เพราะเป็นพลาสติกประเภทเดียวกันทั้งหมด เก็บรวบรวมไปรีไซเคิลได้โดยตรงเลย”
เมื่อนับรวมการบริจาคทั้งหมด GC และพันธมิตรได้ส่งมอบชุดกาวน์ PE กว่า 4 ล้านชุด เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยอีกมากมาย เข้าถึงมากกว่า 6,181 สถานพยาบาลและหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ทำได้ ร่วมกับพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกัน

“GC ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อยๆ โดยดูความต้องการที่เร่งด่วนและสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน หากบริษัทใดอยากช่วยเหลือร่วมกัน เราพร้อมเป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนให้ได้เร็วที่สุด”

Greater Care Charity โครงการพลิกพลาสติกเป็นนวัตกรรมรับมือโควิด-19 ของ GC และ 84 พันธมิตร

Chemistry for Better Living

โครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม GC ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวางแผนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวไว้อย่างครอบคลุม

เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์ม YOUเทิร์น เปิดรับพลาสติกประเภท HDPE และ PET ที่ใช้แล้วให้กลับเข้าสู่กระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาต้นทางเรื่องการทิ้งขยะอย่างกระจัดกระจาย ซึ่งในช่วงโควิด 19 YOUเทิร์น ได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อระดมขวดพลาสติกมาผลิตชุด PPE ในโครงการ ‘แยกขวดช่วยหมอ’ อีกด้วย

อีกทั้งอยู่ในช่วงศึกษาเทคโนโลยีสำหรับ Chemical Recycling เพื่อแปรรูปขยะปนเปื้อนที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบปกติ โดยการทำให้พลาสติกกลับไปเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบตั้งต้นของเคมีภัณฑ์และนำไปผลิตต่อเป็นอย่างอื่นได้ ตามแนวคิด Circular Economy ที่ทำให้ทรัพยากรมีการหมุนเวียนและสร้างคุณค่าสูงสุด

รวมถึงการสร้างโรงงานพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) แบบครบวงจร ใช้วัตถุดิบเป็นน้ำตาลจากอ้อยจากเกษตรกรไทย เพื่อผลิตพลาสติกที่ย่อยสลายได้อย่างปลอดภัย ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในตอนแรกและมีกระบวนการที่ยาวนานกว่า ไม่อาจทดแทนพลาสติกดั้งเดิมได้ทั้งหมด แต่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต ควบคู่ไปกับการผลิตพลาสติกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นหนทางช่วยลดการปลดปล่อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือในวันที่สถานการณ์โควิด 19 กลับมาเป็นปกติ และการใช้งานพลาสติกอาจมีปริมาณมากขึ้น

แต่เท่านี้ คงไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

“ทุกคนมีส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางเพื่อให้รีไซเคิลได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ปลายทางที่ผลิตขึ้นมาใหม่ราคาไม่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และควรมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ออกนโยบายกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นข้อดีของการปรับเปลี่ยนเชิงธุรกิจ และดำเนินการให้ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

เพื่อให้พลาสติกกลายเป็นที่สิ่งมีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยไม่ทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม และเราผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ด้วยกัน

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load