ถ้าพูดถึงชลบุรี นอกจากบางแสน หนองมน และพัทยา คิดถึงที่ไหนกันอีกบ้าง

ศรีราชา เมืองเล็ก ๆ ที่หลายคนมองว่าเป็นทางผ่าน กลับมีคาเฟ่เพื่อสุขภาพที่เป็นร้านชำ ร้านกาแฟ สถานที่อ่านหนังสือ และพักสูดอากาศของเราในบางคราว, เราขอแนะนำให้รู้จัก ‘Evergreen never blue‘ คาเฟ่น้ำผักชื่อเท่ ของ บอย-ณัฐชาติ ศิริประภาพรชัย และ ปุ้มวิทิตา กิจนิตย์ชีว์ สองอดีตนักเรียนสถาปัตย์ หลังจากเรียนจบ บอยย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ศรีราชา ทำงานด้านออกแบบ ส่วนปุ้มทำงานเป็น Project Management อยู่กรุงเทพฯ จนวันหนึ่งทั้งคู่รู้สึกอยากเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง เขาและเธอจึงมาตั้งหมุดหมายของชีวิตไว้ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ด้วยกัน 

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ถนนสายหลักของชลบุรี แม้บรรยากาศริมถนนจะจอแจ และอากาศร้อนชวนเสียเหงื่อไปบ้าง แต่ที่นี่กลับซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ บรรยากาศร่มรื่น เพียงก้าวเท้ามาก็ลืมความอบอ้าวโดยรอบไปชั่วครู่ 

“ด้วยความที่เราทั้งคู่เรียนจบสถาปัตย์ เมเจอร์แลนด์สเคป มีความผูกพันกับต้นไม้ การออกแบบ และชอบผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกอยู่แล้ว และตัวเราเองก็ชอบดื่มน้ำผักผลไม้ด้วย” ปุ้มเกริ่นถึงความชอบที่เป็นจุดเริ่มต้นของเขาทั้งคู่

Evergreen never blue จึงรวบรวมส่วนผสมทุกอย่างที่ทั้งสองคนชอบไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นคาเฟ่น้ำผักสีขาวดีไซน์โปร่ง รับกับแสงและเงาของต้นไม้ไว้ได้อย่างลงตัว แถมยังอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกน่าใช้

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี
Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

เสิร์ฟผักผลไม้สดให้อร่อย

ขอสารภาพว่าเราเป็นอีกคนที่ยังคงกลัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘น้ำผัก น้ำผลไม้’ 

แต่ความกลัวนี้ก็หายไป เมื่อได้เห็นและลองกินน้ำผักผลไม้หน้าตาน่ารักฝีมือทั้งคู่ 

Oasis Green เมนูสีเขียวที่มาจากผักโขม เคล วอเตอร์เครส กล้วยน้ำว้า สับปะรด น้ำมะพร้าว เสาวรส มินต์ มะเขือเทศ และเมล็ดเจีย แม้การฟังปุ้มไล่เรียงส่วนผสมทั้งหมดในแก้วที่อยู่ตรงหน้า ทำให้หวั่นใจถึงรสชาติอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลองแล้ว รับรองว่าจะลืมชื่อพืชเหล่านั้นลงชั่วครู่ แล้วเพลิดเพลินกับสิ่งที่ปุ้มบรรจงคัดสรร เพราะรสชาติลงตัวแบบหาที่สุดไม่ได้ รสหวานอมเปรี้ยว ดื่มง่าย มีเมล็ดเจียพอได้เคี้ยวสนุก ช่วยให้อยู่ท้อง แถมมีสรรพคุณช่วยล้างลำไส้ 

“จริง ๆ แนวความคิดมันมาจากการกินผักให้ครบห้าสี พอเรามีห้าสีเป็นตัวตั้งต้นแล้ว ก็มาคิดต่อว่าแต่ละสีต้องมีคาแรกเตอร์ยังไง พอลองทำไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้ว่าผักชนิดไหน ผลไม้ชนิดไหนปั่นด้วยกันแล้วอร่อย สีออกมาสวย จนสุดท้ายเอามาให้คนรอบตัวลองชิม อันนู้นกินยากไป อันนี้อร่อย เราก็ปรับไปเรื่อย ๆ” ปุ้มเล่าที่มาของเมนูน้ำผัก 5 สี 

เพราะบอยและปุ้มอยากให้คนที่มาได้ดื่มของอร่อย สีสวยน่ากิน แถมยังได้สุขภาพที่ดีกลับไปด้วย 

“ช่วงแรก ๆ ปั่นออกมาได้สีต่างกัน แต่รสชาติเหมือนกันเลยก็มี สุดท้ายเราเลยต้องค่อย ๆ ใส่คาแรกเตอร์เข้าไปให้แต่ละเมนู อันนี้อยากเพิ่มรสหวาน อันนี้อยากเพิ่มรสหวานอมเปรี้ยว ส่วนอันนี้มีเมล็ดเจียช่วยให้อยู่ท้อง” 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

จนกลายมาเป็นเมนูตั้งต้นทั้ง 5 สี ที่ชื่อ หน้าตา และส่วนผสมแปลกหู ชวนลิ้มลอง

นอกจาก Oasis Green ที่ทำให้เราสดชื่น ยังมี Pink Power อีกแก้วที่น่าลองไม่แพ้กัน เพราะสีชมพูอมม่วงจากบีทรูท กลิ่นและรสจากใบโหระพา มะเขือเทศ มีสับปะรดและเสาวรสช่วยเติมรสเปรี้ยว แม้ชื่อวัตถุดิบจะคุ้นหู แต่การมารวมตัวกันทั้งหมดในแก้วเดียว ก็ทำให้อดจินตนาการถึงรสชาติไม่ได้ ถ้าครั้งหน้ามาเยือนอีก จะยกมือขอสักแก้ว!

เมนูสุขภาพยกไม่หมด มาต่อกันที่ Hello Lavender เมนูบำรุงสมองจากกะหล่ำม่วง มีสับปะรดช่วยเพิ่มความเปรี้ยว และเติมความหวานลงตัวด้วยกล้วยและอินทผลัม ส่วน Sexy Mellow Yellow แก้วนี้น่ารัก! น้ำปั่นสีเหลืองสดจากมะม่วงน้ำดอกไม้ มีเมล็ดเจียเป็นเท็กซ์เจอร์อยู่ด้านล่าง เติมความหวานจากธรรมชาติด้วยอินทผลัมและนมสด กินง่ายได้รสหวานจากธรรมชาติ ทั้งยังอยู่ท้องช่วยคุมน้ำหนัก ตบท้ายด้วยเมนูสีส้ม ชื่อแสบซ่าก๋ากั่นอย่าง Sriracha Peppy Sweety ที่มีวัตถุดิบอย่างพริกหวาน มะเขือเทศ สับปะรด เสาวรส และน้ำมะพร้าว นอกจากอร่อยแล้วยังช่วยต้านหวัดได้

ที่สำคัญ ปุ้มและบอยตั้งใจใช้ความหวานจากธรรมชาติของวัตถุดิบในการแต่งแต้มรสชาติในแต่ละแก้ว โดยไม่พึ่งตัวช่วยจากน้ำตาลหรือไซรัป แถมยังคิดคำนวณและตักตวงปริมาณวัตถุดิบต่อแก้ว ให้เท่ากับปริมาณครึ่งหนึ่งของผักผลไม้ที่ร่างกายมนุษย์ต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ประโยชน์และไฟเบอร์จากผักโดยคนกินอย่างเราไม่รู้ตัว 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

รสชาติที่เสิร์ฟโดยธรรมชาติ

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือผักสด ปุ้มและบอยก็ลงมือเลือกเองจากไร่ เพราะตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัยเท่านั้น ทั้งสองคนรู้ดีว่าวัตถุดิบที่เลือกมาถ้ามีสารเคมี ไม่ใช่แค่ไม่ดีต่อสุขภาพลูกค้า แต่ยังไม่ดีต่อทั้งคู่ ที่ต้องเป็นคนล้าง เตรียม และชิมเองทุกวัน ดังนั้น มั่นใจได้ว่าผักและผลไม้ที่ปั่นอยู่ในแก้ว ผ่านการคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันแน่นอน 

“ถ้าเป็นผักใบเขียว จะเลือกใช้ของพี่ ๆ เกษตรกรในพื้นที่ศรีราชา เขาปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี เราจะได้ไม่ต้องเก็บไว้นาน ถ้าใช้หมด ก็ค่อยให้พี่ ๆ เขาเก็บ แล้วเอามาส่งให้เราได้บ่อย ๆ” ปุ้มเล่าถึงผักผลไม้ที่ตั้งใจคัดพิเศษ

ส่วนผลไม้อย่างส้ม มะพร้าว มะม่วง ก็สั่งตรงมาจากไร่ที่รู้ใจที่พวกเขาเคยสานสัมพันธ์กันตามงานแฟร์

“พอเราได้คุยกับพี่ ๆ ที่ปลูกผลผลิตเอง มันดีมากเลย เราไม่ได้แค่รู้ว่าผลไม้พวกนี้ปลูกจากที่ไหน แต่เรายังรับรู้ว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปยังไง เขาปลูกยังไง ดูแลยังไง แล้วเขาเก็บแล้วส่งให้เรายังไง” บอยอธิบายเสริม 

ผักและผลไม้แปรผันไปตามปัจจัยทางธรรมชาตินับสิบ ทั้งดิน ฟ้า อากาศ ดังนั้น ผลผลิตในแต่ละรอบก็จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันบ้างทั้งสีและรสชาติ โดยเจ้าของร้านอย่างปุ้มและบอยรับบทเป็นลูกค้าคนแรกของร้านในแต่ละวัน ทดลองชิมผักผลไม้ที่ส่งตรงมาใหม่ หากวันไหนน้ำผักแก้วโปรดที่พวกเขาทำมีสีและรสชาติเปลี่ยนไป ทั้งสองก็จะค่อย ๆ อธิบายถึงเสน่ห์จากธรรมชาติ ที่แม้จะเป็นความยากของนักปั่น (ผัก) ในบางคราว ให้กับลูกค้าฟังอย่างจริงใจ 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี
Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

เมล็ดในเมล็ดนอก

หากวันไหนคุณต้องการคาเฟอีนไว้พยุงหนังตาให้ยังเต่งตึง ก็แวะมา Evergreen never blue ได้นะ  เพราะบอยตั้งใจเสิร์ฟกาแฟทุกแก้วไม่แพ้น้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ เขาคัดเลือกตั้งแต่แหล่งปลูก เมล็ดกาแฟ และโรงคั่ว

เมล็ดกาแฟในร้าน Evergreen never blue เลือกใช้เป็นเมล็ดกาแฟที่ปลูกในประเทศไทยทั้งหมด โดยเลือกใช้กาแฟ House Blend จากดอยตุง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะหลงรักในคอนเซ็ปต์และวิธีการปลูก ที่ปลูกต้นกาแฟแซมไปกับร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ทำให้ไม่ต้องทำลายป่าเพื่อทำการเกษตร ถ้าลูกค้าคนไหนถามหาเมล็ดนอก ปุ้มและบอยก็ภูมิใจนำเสนอ ‘เมล็ดนอกเชียงใหม่’ สำหรับการดริป ที่บรรจงคัดสรรเมล็ดกาแฟจากแต่ละจังหวัดมาให้เลือกชิม มีทั้งเมล็ดกาแฟจากจังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยตามช่วงเวลา เพราะเขาและเธอตั้งใจที่จะนำเสนอจริง ๆ ว่าเมล็ดไทยก็ให้รสชาติยอดเยี่ยม แถมชื่นใจไม่แพ้เมล็ดนอกเลยนะ 

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

Waste แล้วไปไหน

นอกจากกลิ่นกาแฟที่อบอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นหอมอีกอย่างที่ลอยมาแตะจมูกเราอ่อน ๆ ชวนให้จมูกพอได้ขยับฟุดฟิดตามหาต้นต่อ เรียกเสียงน้ำย่อยเบา ๆ ก็คือกลิ่นขนมปังอบใหม่ฝีมือปุ้มที่เพิ่งออกมาจากเตา

“ขนมปังบางส่วนเราทำเอง เริ่มจากไปเรียนทำ Sourdough ก่อน แต่คนรอบตัวบอกว่ามันเปรี้ยว กินยาก พอรู้จักการเลี้ยงยีสต์จากข้าวหมาก ก็เลยทำขนมปังจากยีสต์ข้าวหมาก เพราะน่าจะพรีเซนต์ความเป็นประเทศได้ดี แล้วประเทศเราก็ปลูกข้าวเองด้วย พอไปเรียนมา เราก็ควบคุมสมดุลรสเปรี้ยวได้ดีกว่า Sourdough คนน่าจะเข้าถึงได้มากขึ้น”

ข้อดีของการทำขนมปังจากยีสต์ข้าวหมาก คือ ท้องไม่อืด แถมเนื้อหนุบหนับ หอมกลิ่นเฉพาะตัว ปุ้มเล่าถึงข้อดีจากยีสต์ข้าวให้เราฟังอย่างนั้น ที่สำคัญทั้งสองตั้งใจผลิตในปริมาณไม่มาก พอดีกับจำนวนลูกค้าในแต่ละช่วง เพราะอยากเหลือ Waste ให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ บางส่วนที่ขายไม่หมด ก็เอามาอบกรอบทำขนมปัง Crouton ไว้กินคู่กับสลัด 

“ส่วนผักและผลไม้เป็นสิ่งที่ Waste ที่สุดแล้ว เรารับรู้ถึงความตั้งใจของเกษตรกรทุกคน เราจึงเลือกใช้วัตถุดิบให้หมดทุกส่วน และพยายามเหลือทิ้งน้อยที่สุด ส่วนที่เหลือจริง ๆ ก็จะเอามาทำเป็นปุ๋ย หมักทำน้ำยาล้างจาน ส่วนกากกาแฟกับปุ๋ยก็เอาไปปรับหน้าดินหลังร้าน จนตอนนี้ดินสุขภาพดี พร้อมปลูกต้นไม้แล้ว” บอยเล่าความตั้งใจ

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

ร้านของชำ (นาญ)

ภายในร้าน Evergreen never blue นอกจากโซนเคาน์เตอร์กาแฟและน้ำผักผลไม้ ขนมอบ ชุดโต๊ะเก้าอี้ ที่จัดเรียงกระจายตัวอย่างพอดีทั่วร้าน พอให้แต่ละโต๊ะมีความสงบส่วนตัว หากให้มองจากสายตา เราว่าทั้งหมดที่พูดมาอาจเป็นเพียง 2 ใน 5 ของร้านเท่านั้น ส่วนอีก 3 ส่วนที่เหลือ ปุ้มและบอยยกให้เป็นพื้นที่ของผลิตภัณฑ์ดีต่อกาย ดีต่อใจอีกสารพัดอย่าง แม้ตั้งใจมาซื้อแค่เครื่องดื่ม แต่รับรองว่าต้องได้อะไรติดไม้ ติดมือ และติดใจกลับไปแน่ ๆ

Malapinn น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ไม้กวาดลวดลายน่ารักจาก บ้านบูรณ์,Krafted กระเป๋ารีไซเคิลจากวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน รวมไปถึงบรรดาสบู่และยาสระผมออร์แกนิกที่อ่อนโยนต่อผิว อ่อนโยนต่อโลก

นอกจากนี้ Evergreen never blue ยังเป็นพื้นที่กระจายรายได้ให้กับเพื่อน พี่ น้องร่วมจังหวัด เอาสินค้าออร์แกนิกคุณภาพดีมาวางขาย ทั้งเกลือตัวผู้จากสวนศิลป์หนองมน ผลิตภัณฑ์จากนาเกลือผืนสุดท้ายในชลบุรี Scent & Health แผ่นแปะหน้ากากอนามัย และแผ่นแปะนอนหลับกลิ่นดี ผักอินทรีย์สดใหม่จากบ้านสวนผักรักสุขภาพ พัทยา ไปจนถึงซอสพริกศรีราชา ตราเกาะลอย

แม้ผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกหลากหลาย จะส่งผลให้ที่นี่ดูคล้ายร้านของชำ แต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่ร้านของชำธรรมดา เพราะสินค้าภายในร้านผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน แม้จะมีหลากหลายชนิด หลายยี่ห้อ หลายแหล่งที่มาให้จับจ่าย แต่ปุ้มและบอยก็ลองใช้กันเกือบหมดก่อนเอามาขาย ฉะนั้น มั่นใจได้เลยว่า ดีจริง!

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว
ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

“มีของที่เราซื้อมาใช้เองก่อนแล้วมันดี เลยอยากเอามาขาย บางส่วนก็เป็นคนที่รู้จักกัน เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทำของดี เราก็อยากช่วย อีกส่วนเราไปเจอตามงานออร์แกนิกแฟร์ ปิ๊งกันผ่านทางสายตา ความตั้งใจของเขาส่งมาที่เราหมดเลย” ปุ้มเล่าพร้อมตาเป็นประกาย ชวนให้เราอดยิ้มตามไม่ได้ เพราะสิ่งที่เธอพูดสะท้อนความจริงใจออกมาหมดจด

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิด อย่างน้ำยาถูพื้นและน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์ เทียบกันแล้วจะราคาสูงกว่าผลิตภัณณ์ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ปุ้มและบอยบอกกับเราว่า แม้ราคาจะสูงกว่าแต่เข้มข้นกว่ามาก  เอามาเจือจางกับน้ำสะอาด เมื่อเทียบดูแล้วกลับใช้ได้นานกว่า ปลอดภัย และอ่อนโยน คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

“เราเลือกสินค้าที่ราคาจับต้องได้ ไม่แพงเกินไป เพราะอยากให้ทุกคนลองซื้อไปใช้ ถ้ามันดี ใช้แล้วชอบ ที่นี่จะได้เป็นจุดเริ่มต้นให้เขากล้าซื้อสินค้าออร์แกนิกมากขึ้น” บอยเสริมถึงความมุ่งมั่นที่อยากให้คนใช้สินค้าปลอดภัย

“บางคนบอกว่าสินค้าออร์แกนิกราคาแพง สำหรับเรามันคุ้มค่านะ ราคาที่จ่ายไปตอนนี้ แลกกับการไม่ต้องไปเสียค่าหมอในอนาคต แล้วเราก็มีความสุข เอ็นจอยไปกับช่วงเวลาที่ได้ใช้มันด้วย” ปุ้มจบบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม

Evergreen never blue แห่งนี้จึงกลายเป็นคาเฟ่น้ำผัก ที่เสิร์ฟกาแฟ อบขนมปัง ขายผลิตภัณฑ์ดีต่อกาย ดีต่อใจ ที่เราอยากชวนนักอ่านไปลองชิมเครื่องดื่มฝีมือสองนักปั่นดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องลบภาพน้ำผักที่เคยลิ้มไปในพริบตา แถมยังตกหลุมรักผักผลไม้ในทันที พร้อมได้สินค้าน่าใช้และสุขภาพดีติดไม้ติดมือกลับมาด้วยอย่างไม่ต้องทำนาย

Evergreen never blue

ที่ตั้ง : 19, 10 ถนนสุขุมวิท ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

เปิดบริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 095 504 3304

Facebook : Evergreen never blue

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ธนกร บินซายัน

ดีไซน์เนอร์ สไตลิสต์ ช่างเย็บผ้าประจำ ช่างภาพบางเวลา เจ้าของแบรนด์ ZAYAN

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ชายหาดสีขาวทอดตัวยาวเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ทิวสนเรียงราย แคมป์ช้างตัวเล็กใหญ่ ร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศอะโลฮ่า และมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหาดปะการัง หรือ Memories Beach จังหวัดพังงา จึงกลายเป็นหาดประจำของนักเซิร์ฟบอร์ดมือใหม่และมือเก๋าที่แวะเวียนไปมาบ่อย ๆ

ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนตั้งใจมาปักไว้ บ้างปักหมุดชั่วคราว บ้างก็ปักหลักอยู่ยาว แพร-เพียงแพร โชติฐ์สถาพรป์ ก็เป็นอีกคนที่หลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเก็บกระเป๋าโยกย้ายมาอยู่เขาหลักเมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมก่อตั้ง Seapiens Camp Khaolak แคมป์ธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ ที่สอนเล่นเซิร์ฟ ผจญภัยและทำความรู้จักกับท้องทะเลอย่างเป็นมิตรที่หาดปะการัง

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

“ชื่อของที่นี่มาจากคำว่า Sapiens เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ แล้วเราก็อยากให้ที่นี่เป็นสถานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทะเลและมนุษย์ไว้ด้วยกัน ก็เลยเอาคำว่า Sea ไปใส่ไว้แทน กลายเป็น Seapiens” แพรเฉลยที่มาแสนน่ารักของชื่อแคมป์ให้เราฟัง 

“ที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นเขาหลักยังมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เรากับ Co-founder มาที่นี่ครั้งแรก เจอเด็กคนหนึ่งกำลังเซิร์ฟอยู่ น้องเล่นเก่งมาก เล่นทั้งวันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจเข้าไปทักทายน้อง พอได้คุยกันรู้สึกเลยว่าน้องแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่เราเคยเจอ ดูมั่นใจ แววตาเขามีความสุขมาก ๆ ตอนนั้นน้องน่าจะอายุแค่ 7 – 8 ขวบ แต่น้องบอกกับเราว่า น้องอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ เราสองคนก็เลยคิดว่าอยากให้เด็กคนอื่นมีโอกาสลองมาเล่น เราอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในเด็กคนนี้ ไปอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่นด้วย” เธอย้อนความถึงจุดเริ่มต้น 

“โปรแกรมแรกของ Seapiens Camp Khaolak เลยเริ่มต้นมาจากสอนเซิร์ฟบอร์ดให้เจ้าตัวน้อยก่อน เพราะเราสองคนถนัดกันอยู่แล้ว จากนั้นเราคิดต่อว่า เขาหลักเป็นทะเลที่มีทรัพยากรสมบูรณ์มาก มีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว ก็เลยเกิดเป็นโปรแกรมอื่นตามมาด้วย ในคอนเซ็ปต์ Edutainment เรารู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาหาเราถึงพังงา จะทำยังไงให้มันไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องสนุกและได้เรียนรู้ ได้ Entertainment ได้ Education ไปพร้อม ๆ กัน ทุก ๆ โปรแกรมเลยเป็นความรู้ 40 เปอร์เซ็นต์ สอดแทรกอยู่บนพื้นฐานการเล่นอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนุกเป็นตัวนำเด็ก ๆ ไป” เธอเล่าแนวคิด

ทำไมความสนุกถึงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ได้ เด็กที่โตในยุคเรียนเป็นเรียน ห้ามเล่น! อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“สำหรับเรา เด็กก็คือเด็ก สิ่งแรกที่เด็กคิด เด็กอยากทำ ก็คือการเล่น เพราะฉะนั้น..เล่นเลย! จากนั้นค่อยเอาความรู้เข้าไปใส่ในการเล่นของเขา เขาจะได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืน ในทุกกิจกรรมเราจะมีสื่อการสอน ทั้งสื่อภาพ สื่อวิดีโอ ไปจนถึงเกมที่ให้เขาได้ลงมือด้วยตัวเองจริง ๆ” แพรเล่าวิธีการคิดกิจกรรมชนะใจเด็ก ๆ 

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

PRIVATE SURFING

โปรแกรมแรกที่ครองใจเด็ก ๆ มานักต่อนัก ทั้งเจ้าตัวน้อยจอมซนที่ชอบทะเล วิ่งไปลุยทรายตั้งแต่แรกเห็น จนถึงเจ้าตัวน้อยที่ยังกลัวเลอะ ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบทราย ให้เปลี่ยนใจไปหลงรักเขาหลัก คลื่นทะเล และหาดทราย

“เราให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกับเซิร์ฟคัลเจอร์ก่อน เล่าประวัติความเป็นมา เปิดการ์ตูนสนุก ๆ เล่าให้เขาฟัง มีเกมที่เราคิดขึ้นเอง สอนให้เขาได้เรียนรู้ถึงการเกิดคลื่น ให้เขาเข้าใจว่าคลื่นมันเกิดจากอะไร ก่อนที่จะไปเล่นเซิร์ฟ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน โดยที่เราไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียดเนื้อหาให้เขา

“ซึ่งความปลอดภัยเป็นอย่างแรกที่เราคิด เพราะถ้าเด็กเล่นแล้วเจ็บขึ้นมา จะเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเด็ก เขาจะไม่เล่นแล้ว ไม่เอาแล้ว ความปลอดภัยที่แคมป์เลยมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างโปรแกรมเซิร์ฟ เด็กจะต้องใส่ทั้งหมวกกันน็อก ทั้งชูชีพ แล้วก็มีคุณครูที่ดูแลน้องเฉพาะคนเลย จริง ๆ คุณครูที่แคมป์ทุกคนเป็น Surfer ทั้งหมด เราเล่นเซิร์ฟอยู่แล้ว เราอยู่กับทะเลทุกวัน เราบอกกันตลอดว่าจะต้องดูแลน้องทุกคนเหมือนเป็นน้องสาวกับน้องชายของเราเอง เวลาที่น้องเล่นเซิร์ฟ เราผลักส่งเขาไป เราจะต้องไปรับเขาเหมือนไปรับน้องเรา ต้องไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด” เธอย้ำอย่างหนักแน่น

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

เรียนรู้กันกันจนเหนื่อย และแล้วก็ถึงเวลา… แคมป์ไฟ! อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเจ้าตัวแสบทั้งหลาย ที่เด็ก ๆ ติดใจไม่แพ้การ์ตูนหรือท้องทะเล คือการจุดไฟ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ แม้จะเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่อร่อยสำหรับเด็ก ๆ แต่ Seapiens Camp Khaolak ก็ยังไม่พลาดที่จะสอดแทรกความรู้ลงไปตามคอนเซ็ปต์ Edutainment

“เล่นเซิร์ฟเสร็จ ก็จะมีแคมป์ไฟ จุดไฟตรงกลางวงให้เด็ก ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่กัน คุณครูที่คอยมาช่วยจุดไฟก็จะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องจุดไฟแบบนี้ ทำไมต้องวางหินแบบนี้ เด็ก ๆ ก็สนใจ เข้ามาดูเราใกล้ ๆ ช่วยเราหยิบจับฟืน เขาจะได้ความรู้เรื่องการเกิดไฟ รวมถึงทิศทางลม และทรายที่อยู่บริเวณนั้นด้วย” เธอเล่า ก่อนพาไปสู่กิจกรรมน่าสนุกถัดไป

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

SHAPER HOUSE

“หนูอยากทำอันนี้ (เซิร์ฟบอร์ด) กลับบ้านด้วย” เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นมา ลอยเข้าหูของคุณครูผู้รับฟังเสียงเจ้าตัวน้อยพอดี โปรแกรม Shaper House อันน่าสนุกจึงเกิดขึ้นในห้องเรียนกลางหาดทรายแห่งนี้ 

“Shaper เป็นชื่อเรียกอาชีพคนทำเซิร์ฟบอร์ดในต่างประเทศ ทำเงินได้มหาศาลเลย แต่ในประเทศไทย อาชีพนี้ยังไม่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ เราอยากเอาอาชีพนี้มาเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ เห็นว่า ในโลกนี้มีอาชีพอะไรอีกเยอะมาก อยากให้น้องได้สนุกกับการดีไซน์เซิร์ฟบอร์ดของตัวเอง ผ่านกระบวนการเคลือบเซิร์ฟบอร์ด ได้หยิบจับอุปกรณ์ที่ใช้จริงในโรงงาน ให้น้องได้เป็นคนแรกที่สัมผัสว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจ

ในคลาสเรียนนี้ เด็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการดูการ์ตูนแสนสนุก เรียนรู้วิธีการทำเซิร์ฟบอร์ดด้วยเปลือกหอย ตามฉบับ Shaper มือโปรในอดีต ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตัวภายในห้อง Shaper Room ที่ทำมาเพื่อ Shaper ตัวน้อยโดยเฉพาะ เพื่อหาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ยุคปัจจุบันใช้กัน จากนั้นมีวิดีโอสอนทำเซิร์ฟบอร์ดทีละขั้นตอน เพื่อตอบข้อสงสัยในใจเด็ก ๆ จากนั้นปล่อยให้วัยซนดีไซน์ ระบายสี และลงมือขัดเซิร์ฟบอร์ดอันจิ๋วด้วยตัวเองจนเสร็จ พร้อมพกเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

MEET MARINE LIFE

ไปสำรวจสัตว์ทะเลกัน! 

เมื่อได้ยินคำนี้ ขอยอมรับตามตรงว่าแม้ร่างกายและวัยจะไม่เด็กแล้ว ก็ยังแอบตื่นเต้นตามเสียงเรียกของคุณครูไม่ได้ แล้วเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายและหัวใจยังเด็ก จะตื่นเต้นแค่ไหนกันนะ 

“เด็ก ๆ ชอบมาก!” คุณครูแพรขวัญใจเด็ก ๆ ยืนยันกับเรา 

“เราจะจับมือพาเขาไปสำรวจทะเล ให้เขาได้คว้าแว่นขยายและกล้องส่องทางไกล สวมชุดกันฝนหลากสีออกเดินทางไปกับเรา คุณครูจะคอยเล่าให้ฟังว่า ระบบนิเวศบริเวณนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเจอใครกันบ้าง จะเจอพี่ทากทะเลหรือเปล่านะ จะเจอพี่ปลิงทะเลไหม แล้วทำไมพี่ปูเสฉวนถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ มื้อกลางวันของพี่ปักเป้าเขาเป็นอะไร

“เราอัปเดตลิสต์สัตว์ทะเลที่เด็ก ๆ เจอกันในเพจ Seapiens Camp ด้วยนะ เพราะบางครั้งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่เราเพิ่งเคยเจอ บางครั้งเป็นสิ่งที่เจอประจำ เราสอนเขาได้ว่าทำไมพี่คนนี้ถึงมาให้เจอบ่อย ๆ ทำไมพี่คนนี้ไม่ค่อยมา” 

เด็ก ๆ จะได้ทบทวนความรู้ระหว่างทาง ด้วยเกมแปะสติกเกอร์ ให้เจ้าหนูเสนอว่าสัตว์ทะเลชนิดไหน อาศัยอยู่ตรงไหนของทะเลกันนะ ใต้โขดหินหรือเปล่า ในหาดทรายหรือเปล่า พี่คนไหนที่เจอเขาว่ายอยู่เยอะ ๆ ช่วยกันแปะสติกเกอร์รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงบนภาพการ์ตูน ก่อนคุณครูใจดีจะชวนเด็ก ๆ สวมชุดปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่สนใจ แล้วนำมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเรียนรู้เรื่องกายภาพจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วง ว่าการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลมาเรียนรู้ พี่ ๆ สัตว์ทะเลจะกลับบ้านถูกไหม แพรก็แอบกระซิบช่วยให้หมดห่วงว่า “สัตว์และปะการังทุกตัวที่เราเก็บไปเข้าห้องแล็บ เราจะพาเขากลับมาปล่อยที่เดิมทุกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และธรรมชาติด้วย” 

จบทริปด้วยการจูงมือเจ้าหนูกลับมาวาดรูป ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำความรู้จักพี่ ๆ สัตว์ทะเลตัวไหนบ้าง

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

OCEAN AND ART

“โปรแกรมนี้เราเริ่มต้นจากการที่อยากให้เด็ก ๆ เก็บขยะทะเล ถ้าเราบอกเขาว่า เด็ก ๆ ไปเก็บขยะกัน เขาคงไม่อยากไป เลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้เขาอยากลุกออกไปเก็บขยะกับเรา โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนบังคับ เริ่มต้นจากเราชวนเขาดูสื่อการเรียนรู้ก่อน ชวนให้เขาคิดกับเราว่าทำไมน้ำทะเลถึงมีสีฟ้านะ สื่อที่เราเตรียมมาก็จะช่วยตอบข้อสงสัยของเขา ว่ามันเป็นการสะท้อนของแสงนะ ออกมาเป็นโปรแกรมศิลปะ ชวนให้เขาได้มาสร้างเมืองริมทะเลตามจินตนาการ ได้สร้างหาดทราย น้ำทะเลของตัวเอง” แพรบรรยายถึงความสนุกที่มาของกิจกรรมน่าสนุกอย่าง Ocean and Art

พอเด็ก ๆ ทำทรายและทะเลเสร็จแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง!

“เด็ก ๆ ไปเก็บขยะมาสร้างบ้านกัน” น้ำเสียงน่าสนุกของคุณครูเกริ่นขึ้น ก่อนเจ้าตัวน้อยจะรีบลุกอย่างตื่นเต้นในทันที เพื่อไปเก็บขยะมาสร้างเป็นเมืองในจินตนาการของตัวเอง “โปรแกรมนี้สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จมาก น้องบางคนเก็บขยะมาสร้างโมเดลบ้านเสร็จแล้ว ยังถือถุงมาบอกเราอีกว่าหนูอยากไปเก็บขยะต่อ เรายังสอนเขาต่อเรื่องของขยะได้อีก ชวนเขาคิดไปถึงของเล่นที่บ้าน ถ้าหนูเอาไปทิ้ง จะต้องใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย หนึ่งร้อยปีเลยนะรู้ไหม สุดท้ายเขาก็จะเข้าใจเรื่องการทิ้งขยะมากขึ้น เล่นแบบระมัดระวัง คุ้มค่าที่สุด” เธอเล่าถึงเรื่องราวเรียกรอยยิ้ม

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp 

“การที่เขาได้มาเข้าแคมป์ เขาจะต้องปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ เป็นฝ่ายที่คอยทำความเข้าใจกับธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการไปเต็ม ๆ เลย เดินไปสำรวจหินจะต้องทำยังไง เพราะหินก็เป็นหิน เป็นพื้นเรียบให้เขาไม่ได้ เขาก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง เดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้ล้ม” เธออธิบายถึงวิธีคิด นอกจากปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เจ้าตัวน้อยยังต้องคอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนและคุณครู เรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมเดินทางด้วย

แล้วมีน้อง ๆ คนไหนที่งอแงบ้างไหมนะ – เราสงสัย

“เยอะเลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณครูเจอมาบ่อย ก็จะคิดกันเสมอว่านี่คือการพาน้อง ๆ ไปเล่น ต้องไม่ทิ้งน้องนะ เราก็จะมีวิธีการคุยกับน้อง ถ้าหนูไม่ไปกับพี่แพร หนูจะเสียดายนะ เพราะพี่แพรจะพาเราไปดูบ้านปูเสฉวน ทำให้เขารู้สึกว่าเราก็เล่นกับเขาได้นะ เราเป็นเพื่อนเขาได้ พอได้พาเขาไปดูปูเสฉวน เด็ก ๆ ก็จะเห็นว่าปูมันอยู่ในเปลือกหอย เราก็สอนเขาได้ ถ้าเขาไปทะเล แล้วเก็บเปลือกหอยกลับบ้าน พี่ปูเสฉวนก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ เราเชื่อว่าทุกอย่างกลายเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กได้หมด เพียงแต่ว่าเราต้องใส่เรื่องราวเข้าไป ที่นี่ทุกอย่างจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวน่าสนุก พี่คนนี้เขาเกิดมาแบบนี้ มีเพื่อนเป็นพี่คนนี้นะ ทำเรื่องธรรมดาให้มันน่าสนุก เด็ก ๆ เขาก็จะตื่นตาตื่นใจ” แพรเผยเคล็ดลับมัดใจเจ้าหนู

แพรยังกระซิบให้เราฟังด้วยว่า การมาเปิดแคมป์ธรรมชาติให้เจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้ ทั้งการเล่นเซิร์ฟ การจุดไฟ การดูคลื่น ไม่ทิ้งขยะในทะเล รวมถึงทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากชนิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เป็นเพียงการสอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ในฐานะผู้สอนก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งเหมือนกัน, เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเหรอคะ – เราถามกลับ

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

“เราได้เรียนรู้ว่า เด็กทุกคนต่างกัน เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก โลกนี้มีอะไรที่เขาจะต้องเจออีกเยอะ ต้องค้นหาตัวตน เด็กบางคนได้เรียนรู้ เจอความเป็นตัวเองจากกิจกรรมนี้ บางคนเจอจากอีกกิจกรรมหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนจะได้สนุก แล้วก็เจอตัวตนของตัวเองจากที่นี่” เธอตอบ 

“มีหลายครอบครัวกลับมาที่ Seapiens Camp ปีละสองสามครั้ง มาอยู่อาทิตย์ สองอาทิตย์ บางครอบครัวมาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อน ไปเล่นเซิร์ฟด้วยกันทั้งคุณครู พ่อแม่ลูก ไปกินข้าว ปิ้งบาร์บีคิวที่หาดด้วยกันก็มี พ่อแม่บางคนไม่คิดว่าลูกตัวเองจะทำได้ บางคนไม่คิดว่าลูกจะยอมเดินบนทราย พอมาที่นี่ลูกเขากลับกล้าเดินลุยทรายกับพี่ ๆ ไปสำรวจสัตว์ทะเล เราดีใจมาก มีความสุขมาก ที่เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ปลดล็อกความกลัวของตัวเอง แล้วยอมวิ่งลงไปเล่นกับเรา

“บางคนยังพูดไม่ชัดเลย บอกเราว่า ‘อยากไปเรียนเจิฟ ไปเรียนเจิฟ’ ที่สำคัญเราดีใจที่เด็กบางคนมาแคมป์เราแล้วเขามีเป้าหมายใหม่ในชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง บางคนบอกว่าอยากเป็นนักเซิร์ฟทีมชาติ บางคนบอกว่าอยากจับสัตว์ทะเลทุกวัน มันเกิดการพัฒนาต่อ เขาอาจจะโตไปเป็นสัตวแพทย์ เรียนประมง เราไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ความฝันจะเปลี่ยนไหม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาเข้าใจการมีเป้าหมาย และเติบโตไปอย่างมีเป้าหมายแล้ว” แพรเสริม 

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าทะเลเป็นบ้านของเขา ให้เขาสนุก สบายใจ อยากกลับมาที่นี่อีก คิดว่าการที่เขามาแคมป์กับเรา ต้องมีสักเรื่องที่โดนใจเขา พอเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน เมื่อเขาเติบโตขึ้น เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในวันนี้ ในอีก 2 หรือ 3 ปีนี้ แต่ว่าในอีก 10 ปี 20 ปี ที่เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เหมือนเรา เขาจะไม่มีทางทำลายบ้านของเขาแน่ ๆ” 

เธอทิ้งท้ายถึงภาพอนาคตที่อยากเห็น

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp Khaolak

ที่ตั้ง : หาดปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (แผนที่)

สอบถามวัน-เวลาจัดกิจกรรมและโปรแกรมห้องเรียนธรรมชาติได้ที่ 

โทรศัพท์ : 08 0991 2516

เว็บไซต์ : www.seapienscamp.comFacebook : Seapiens Camp Khaolak

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load