ถ้าพูดถึงชลบุรี นอกจากบางแสน หนองมน และพัทยา คิดถึงที่ไหนกันอีกบ้าง

ศรีราชา เมืองเล็ก ๆ ที่หลายคนมองว่าเป็นทางผ่าน กลับมีคาเฟ่เพื่อสุขภาพที่เป็นร้านชำ ร้านกาแฟ สถานที่อ่านหนังสือ และพักสูดอากาศของเราในบางคราว, เราขอแนะนำให้รู้จัก ‘Evergreen never blue‘ คาเฟ่น้ำผักชื่อเท่ ของ บอย-ณัฐชาติ ศิริประภาพรชัย และ ปุ้มวิทิตา กิจนิตย์ชีว์ สองอดีตนักเรียนสถาปัตย์ หลังจากเรียนจบ บอยย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ศรีราชา ทำงานด้านออกแบบ ส่วนปุ้มทำงานเป็น Project Management อยู่กรุงเทพฯ จนวันหนึ่งทั้งคู่รู้สึกอยากเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง เขาและเธอจึงมาตั้งหมุดหมายของชีวิตไว้ที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ด้วยกัน 

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ถนนสายหลักของชลบุรี แม้บรรยากาศริมถนนจะจอแจ และอากาศร้อนชวนเสียเหงื่อไปบ้าง แต่ที่นี่กลับซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ บรรยากาศร่มรื่น เพียงก้าวเท้ามาก็ลืมความอบอ้าวโดยรอบไปชั่วครู่ 

“ด้วยความที่เราทั้งคู่เรียนจบสถาปัตย์ เมเจอร์แลนด์สเคป มีความผูกพันกับต้นไม้ การออกแบบ และชอบผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกอยู่แล้ว และตัวเราเองก็ชอบดื่มน้ำผักผลไม้ด้วย” ปุ้มเกริ่นถึงความชอบที่เป็นจุดเริ่มต้นของเขาทั้งคู่

Evergreen never blue จึงรวบรวมส่วนผสมทุกอย่างที่ทั้งสองคนชอบไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นคาเฟ่น้ำผักสีขาวดีไซน์โปร่ง รับกับแสงและเงาของต้นไม้ไว้ได้อย่างลงตัว แถมยังอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกน่าใช้

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี
Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

เสิร์ฟผักผลไม้สดให้อร่อย

ขอสารภาพว่าเราเป็นอีกคนที่ยังคงกลัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘น้ำผัก น้ำผลไม้’ 

แต่ความกลัวนี้ก็หายไป เมื่อได้เห็นและลองกินน้ำผักผลไม้หน้าตาน่ารักฝีมือทั้งคู่ 

Oasis Green เมนูสีเขียวที่มาจากผักโขม เคล วอเตอร์เครส กล้วยน้ำว้า สับปะรด น้ำมะพร้าว เสาวรส มินต์ มะเขือเทศ และเมล็ดเจีย แม้การฟังปุ้มไล่เรียงส่วนผสมทั้งหมดในแก้วที่อยู่ตรงหน้า ทำให้หวั่นใจถึงรสชาติอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลองแล้ว รับรองว่าจะลืมชื่อพืชเหล่านั้นลงชั่วครู่ แล้วเพลิดเพลินกับสิ่งที่ปุ้มบรรจงคัดสรร เพราะรสชาติลงตัวแบบหาที่สุดไม่ได้ รสหวานอมเปรี้ยว ดื่มง่าย มีเมล็ดเจียพอได้เคี้ยวสนุก ช่วยให้อยู่ท้อง แถมมีสรรพคุณช่วยล้างลำไส้ 

“จริง ๆ แนวความคิดมันมาจากการกินผักให้ครบห้าสี พอเรามีห้าสีเป็นตัวตั้งต้นแล้ว ก็มาคิดต่อว่าแต่ละสีต้องมีคาแรกเตอร์ยังไง พอลองทำไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้ว่าผักชนิดไหน ผลไม้ชนิดไหนปั่นด้วยกันแล้วอร่อย สีออกมาสวย จนสุดท้ายเอามาให้คนรอบตัวลองชิม อันนู้นกินยากไป อันนี้อร่อย เราก็ปรับไปเรื่อย ๆ” ปุ้มเล่าที่มาของเมนูน้ำผัก 5 สี 

เพราะบอยและปุ้มอยากให้คนที่มาได้ดื่มของอร่อย สีสวยน่ากิน แถมยังได้สุขภาพที่ดีกลับไปด้วย 

“ช่วงแรก ๆ ปั่นออกมาได้สีต่างกัน แต่รสชาติเหมือนกันเลยก็มี สุดท้ายเราเลยต้องค่อย ๆ ใส่คาแรกเตอร์เข้าไปให้แต่ละเมนู อันนี้อยากเพิ่มรสหวาน อันนี้อยากเพิ่มรสหวานอมเปรี้ยว ส่วนอันนี้มีเมล็ดเจียช่วยให้อยู่ท้อง” 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

จนกลายมาเป็นเมนูตั้งต้นทั้ง 5 สี ที่ชื่อ หน้าตา และส่วนผสมแปลกหู ชวนลิ้มลอง

นอกจาก Oasis Green ที่ทำให้เราสดชื่น ยังมี Pink Power อีกแก้วที่น่าลองไม่แพ้กัน เพราะสีชมพูอมม่วงจากบีทรูท กลิ่นและรสจากใบโหระพา มะเขือเทศ มีสับปะรดและเสาวรสช่วยเติมรสเปรี้ยว แม้ชื่อวัตถุดิบจะคุ้นหู แต่การมารวมตัวกันทั้งหมดในแก้วเดียว ก็ทำให้อดจินตนาการถึงรสชาติไม่ได้ ถ้าครั้งหน้ามาเยือนอีก จะยกมือขอสักแก้ว!

เมนูสุขภาพยกไม่หมด มาต่อกันที่ Hello Lavender เมนูบำรุงสมองจากกะหล่ำม่วง มีสับปะรดช่วยเพิ่มความเปรี้ยว และเติมความหวานลงตัวด้วยกล้วยและอินทผลัม ส่วน Sexy Mellow Yellow แก้วนี้น่ารัก! น้ำปั่นสีเหลืองสดจากมะม่วงน้ำดอกไม้ มีเมล็ดเจียเป็นเท็กซ์เจอร์อยู่ด้านล่าง เติมความหวานจากธรรมชาติด้วยอินทผลัมและนมสด กินง่ายได้รสหวานจากธรรมชาติ ทั้งยังอยู่ท้องช่วยคุมน้ำหนัก ตบท้ายด้วยเมนูสีส้ม ชื่อแสบซ่าก๋ากั่นอย่าง Sriracha Peppy Sweety ที่มีวัตถุดิบอย่างพริกหวาน มะเขือเทศ สับปะรด เสาวรส และน้ำมะพร้าว นอกจากอร่อยแล้วยังช่วยต้านหวัดได้

ที่สำคัญ ปุ้มและบอยตั้งใจใช้ความหวานจากธรรมชาติของวัตถุดิบในการแต่งแต้มรสชาติในแต่ละแก้ว โดยไม่พึ่งตัวช่วยจากน้ำตาลหรือไซรัป แถมยังคิดคำนวณและตักตวงปริมาณวัตถุดิบต่อแก้ว ให้เท่ากับปริมาณครึ่งหนึ่งของผักผลไม้ที่ร่างกายมนุษย์ต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ประโยชน์และไฟเบอร์จากผักโดยคนกินอย่างเราไม่รู้ตัว 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

รสชาติที่เสิร์ฟโดยธรรมชาติ

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือผักสด ปุ้มและบอยก็ลงมือเลือกเองจากไร่ เพราะตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัยเท่านั้น ทั้งสองคนรู้ดีว่าวัตถุดิบที่เลือกมาถ้ามีสารเคมี ไม่ใช่แค่ไม่ดีต่อสุขภาพลูกค้า แต่ยังไม่ดีต่อทั้งคู่ ที่ต้องเป็นคนล้าง เตรียม และชิมเองทุกวัน ดังนั้น มั่นใจได้ว่าผักและผลไม้ที่ปั่นอยู่ในแก้ว ผ่านการคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันแน่นอน 

“ถ้าเป็นผักใบเขียว จะเลือกใช้ของพี่ ๆ เกษตรกรในพื้นที่ศรีราชา เขาปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี เราจะได้ไม่ต้องเก็บไว้นาน ถ้าใช้หมด ก็ค่อยให้พี่ ๆ เขาเก็บ แล้วเอามาส่งให้เราได้บ่อย ๆ” ปุ้มเล่าถึงผักผลไม้ที่ตั้งใจคัดพิเศษ

ส่วนผลไม้อย่างส้ม มะพร้าว มะม่วง ก็สั่งตรงมาจากไร่ที่รู้ใจที่พวกเขาเคยสานสัมพันธ์กันตามงานแฟร์

“พอเราได้คุยกับพี่ ๆ ที่ปลูกผลผลิตเอง มันดีมากเลย เราไม่ได้แค่รู้ว่าผลไม้พวกนี้ปลูกจากที่ไหน แต่เรายังรับรู้ว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปยังไง เขาปลูกยังไง ดูแลยังไง แล้วเขาเก็บแล้วส่งให้เรายังไง” บอยอธิบายเสริม 

ผักและผลไม้แปรผันไปตามปัจจัยทางธรรมชาตินับสิบ ทั้งดิน ฟ้า อากาศ ดังนั้น ผลผลิตในแต่ละรอบก็จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันบ้างทั้งสีและรสชาติ โดยเจ้าของร้านอย่างปุ้มและบอยรับบทเป็นลูกค้าคนแรกของร้านในแต่ละวัน ทดลองชิมผักผลไม้ที่ส่งตรงมาใหม่ หากวันไหนน้ำผักแก้วโปรดที่พวกเขาทำมีสีและรสชาติเปลี่ยนไป ทั้งสองก็จะค่อย ๆ อธิบายถึงเสน่ห์จากธรรมชาติ ที่แม้จะเป็นความยากของนักปั่น (ผัก) ในบางคราว ให้กับลูกค้าฟังอย่างจริงใจ 

Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี
Evergreen never blue คาเฟ่น้ำผัก-ผลไม้และร้านชำออร์แกนิกที่อยากให้คนชลบุรี กินดี อยู่ดี

เมล็ดในเมล็ดนอก

หากวันไหนคุณต้องการคาเฟอีนไว้พยุงหนังตาให้ยังเต่งตึง ก็แวะมา Evergreen never blue ได้นะ  เพราะบอยตั้งใจเสิร์ฟกาแฟทุกแก้วไม่แพ้น้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ เขาคัดเลือกตั้งแต่แหล่งปลูก เมล็ดกาแฟ และโรงคั่ว

เมล็ดกาแฟในร้าน Evergreen never blue เลือกใช้เป็นเมล็ดกาแฟที่ปลูกในประเทศไทยทั้งหมด โดยเลือกใช้กาแฟ House Blend จากดอยตุง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะหลงรักในคอนเซ็ปต์และวิธีการปลูก ที่ปลูกต้นกาแฟแซมไปกับร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ทำให้ไม่ต้องทำลายป่าเพื่อทำการเกษตร ถ้าลูกค้าคนไหนถามหาเมล็ดนอก ปุ้มและบอยก็ภูมิใจนำเสนอ ‘เมล็ดนอกเชียงใหม่’ สำหรับการดริป ที่บรรจงคัดสรรเมล็ดกาแฟจากแต่ละจังหวัดมาให้เลือกชิม มีทั้งเมล็ดกาแฟจากจังหวัดตาก จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยตามช่วงเวลา เพราะเขาและเธอตั้งใจที่จะนำเสนอจริง ๆ ว่าเมล็ดไทยก็ให้รสชาติยอดเยี่ยม แถมชื่นใจไม่แพ้เมล็ดนอกเลยนะ 

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

Waste แล้วไปไหน

นอกจากกลิ่นกาแฟที่อบอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นหอมอีกอย่างที่ลอยมาแตะจมูกเราอ่อน ๆ ชวนให้จมูกพอได้ขยับฟุดฟิดตามหาต้นต่อ เรียกเสียงน้ำย่อยเบา ๆ ก็คือกลิ่นขนมปังอบใหม่ฝีมือปุ้มที่เพิ่งออกมาจากเตา

“ขนมปังบางส่วนเราทำเอง เริ่มจากไปเรียนทำ Sourdough ก่อน แต่คนรอบตัวบอกว่ามันเปรี้ยว กินยาก พอรู้จักการเลี้ยงยีสต์จากข้าวหมาก ก็เลยทำขนมปังจากยีสต์ข้าวหมาก เพราะน่าจะพรีเซนต์ความเป็นประเทศได้ดี แล้วประเทศเราก็ปลูกข้าวเองด้วย พอไปเรียนมา เราก็ควบคุมสมดุลรสเปรี้ยวได้ดีกว่า Sourdough คนน่าจะเข้าถึงได้มากขึ้น”

ข้อดีของการทำขนมปังจากยีสต์ข้าวหมาก คือ ท้องไม่อืด แถมเนื้อหนุบหนับ หอมกลิ่นเฉพาะตัว ปุ้มเล่าถึงข้อดีจากยีสต์ข้าวให้เราฟังอย่างนั้น ที่สำคัญทั้งสองตั้งใจผลิตในปริมาณไม่มาก พอดีกับจำนวนลูกค้าในแต่ละช่วง เพราะอยากเหลือ Waste ให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ บางส่วนที่ขายไม่หมด ก็เอามาอบกรอบทำขนมปัง Crouton ไว้กินคู่กับสลัด 

“ส่วนผักและผลไม้เป็นสิ่งที่ Waste ที่สุดแล้ว เรารับรู้ถึงความตั้งใจของเกษตรกรทุกคน เราจึงเลือกใช้วัตถุดิบให้หมดทุกส่วน และพยายามเหลือทิ้งน้อยที่สุด ส่วนที่เหลือจริง ๆ ก็จะเอามาทำเป็นปุ๋ย หมักทำน้ำยาล้างจาน ส่วนกากกาแฟกับปุ๋ยก็เอาไปปรับหน้าดินหลังร้าน จนตอนนี้ดินสุขภาพดี พร้อมปลูกต้นไม้แล้ว” บอยเล่าความตั้งใจ

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

ร้านของชำ (นาญ)

ภายในร้าน Evergreen never blue นอกจากโซนเคาน์เตอร์กาแฟและน้ำผักผลไม้ ขนมอบ ชุดโต๊ะเก้าอี้ ที่จัดเรียงกระจายตัวอย่างพอดีทั่วร้าน พอให้แต่ละโต๊ะมีความสงบส่วนตัว หากให้มองจากสายตา เราว่าทั้งหมดที่พูดมาอาจเป็นเพียง 2 ใน 5 ของร้านเท่านั้น ส่วนอีก 3 ส่วนที่เหลือ ปุ้มและบอยยกให้เป็นพื้นที่ของผลิตภัณฑ์ดีต่อกาย ดีต่อใจอีกสารพัดอย่าง แม้ตั้งใจมาซื้อแค่เครื่องดื่ม แต่รับรองว่าต้องได้อะไรติดไม้ ติดมือ และติดใจกลับไปแน่ ๆ

Malapinn น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ไม้กวาดลวดลายน่ารักจาก บ้านบูรณ์,Krafted กระเป๋ารีไซเคิลจากวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน รวมไปถึงบรรดาสบู่และยาสระผมออร์แกนิกที่อ่อนโยนต่อผิว อ่อนโยนต่อโลก

นอกจากนี้ Evergreen never blue ยังเป็นพื้นที่กระจายรายได้ให้กับเพื่อน พี่ น้องร่วมจังหวัด เอาสินค้าออร์แกนิกคุณภาพดีมาวางขาย ทั้งเกลือตัวผู้จากสวนศิลป์หนองมน ผลิตภัณฑ์จากนาเกลือผืนสุดท้ายในชลบุรี Scent & Health แผ่นแปะหน้ากากอนามัย และแผ่นแปะนอนหลับกลิ่นดี ผักอินทรีย์สดใหม่จากบ้านสวนผักรักสุขภาพ พัทยา ไปจนถึงซอสพริกศรีราชา ตราเกาะลอย

แม้ผลิตภัณฑ์ที่มีให้เลือกหลากหลาย จะส่งผลให้ที่นี่ดูคล้ายร้านของชำ แต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่ร้านของชำธรรมดา เพราะสินค้าภายในร้านผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน แม้จะมีหลากหลายชนิด หลายยี่ห้อ หลายแหล่งที่มาให้จับจ่าย แต่ปุ้มและบอยก็ลองใช้กันเกือบหมดก่อนเอามาขาย ฉะนั้น มั่นใจได้เลยว่า ดีจริง!

ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว
ร้านชำและคาเฟ่น้ำผักผลไม้ย่านศรีราชา จังหวัดชลบุรี ที่เสิร์ฟสุขภาพ ความอร่อย และความยั่งยืนในแก้วเดียว

“มีของที่เราซื้อมาใช้เองก่อนแล้วมันดี เลยอยากเอามาขาย บางส่วนก็เป็นคนที่รู้จักกัน เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทำของดี เราก็อยากช่วย อีกส่วนเราไปเจอตามงานออร์แกนิกแฟร์ ปิ๊งกันผ่านทางสายตา ความตั้งใจของเขาส่งมาที่เราหมดเลย” ปุ้มเล่าพร้อมตาเป็นประกาย ชวนให้เราอดยิ้มตามไม่ได้ เพราะสิ่งที่เธอพูดสะท้อนความจริงใจออกมาหมดจด

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิด อย่างน้ำยาถูพื้นและน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์ เทียบกันแล้วจะราคาสูงกว่าผลิตภัณณ์ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ปุ้มและบอยบอกกับเราว่า แม้ราคาจะสูงกว่าแต่เข้มข้นกว่ามาก  เอามาเจือจางกับน้ำสะอาด เมื่อเทียบดูแล้วกลับใช้ได้นานกว่า ปลอดภัย และอ่อนโยน คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

“เราเลือกสินค้าที่ราคาจับต้องได้ ไม่แพงเกินไป เพราะอยากให้ทุกคนลองซื้อไปใช้ ถ้ามันดี ใช้แล้วชอบ ที่นี่จะได้เป็นจุดเริ่มต้นให้เขากล้าซื้อสินค้าออร์แกนิกมากขึ้น” บอยเสริมถึงความมุ่งมั่นที่อยากให้คนใช้สินค้าปลอดภัย

“บางคนบอกว่าสินค้าออร์แกนิกราคาแพง สำหรับเรามันคุ้มค่านะ ราคาที่จ่ายไปตอนนี้ แลกกับการไม่ต้องไปเสียค่าหมอในอนาคต แล้วเราก็มีความสุข เอ็นจอยไปกับช่วงเวลาที่ได้ใช้มันด้วย” ปุ้มจบบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม

Evergreen never blue แห่งนี้จึงกลายเป็นคาเฟ่น้ำผัก ที่เสิร์ฟกาแฟ อบขนมปัง ขายผลิตภัณฑ์ดีต่อกาย ดีต่อใจ ที่เราอยากชวนนักอ่านไปลองชิมเครื่องดื่มฝีมือสองนักปั่นดูสักครั้ง รับรองว่าจะต้องลบภาพน้ำผักที่เคยลิ้มไปในพริบตา แถมยังตกหลุมรักผักผลไม้ในทันที พร้อมได้สินค้าน่าใช้และสุขภาพดีติดไม้ติดมือกลับมาด้วยอย่างไม่ต้องทำนาย

Evergreen never blue

ที่ตั้ง : 19, 10 ถนนสุขุมวิท ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

เปิดบริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 095 504 3304

Facebook : Evergreen never blue

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ธนกร บินซายัน

ดีไซน์เนอร์ สไตลิสต์ ช่างเย็บผ้าประจำ ช่างภาพบางเวลา เจ้าของแบรนด์ ZAYAN

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

23 พฤศจิกายน 2565
2 K

“การทำยางกับการทำกาแฟ มันมีบางอย่างคล้ายกัน”

เป็นหนึ่งในประโยคบทสนทนาของ เติ้ล-รังสิมันตุ์ ร่วมชาติ เจ้าของร้านกาแฟ The Rubberer หรือทายาทรุ่นสามธุรกิจทำยางในจังหวัดระยองที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น

คาเฟ่ยางพาราแฝงตัวอยู่ในระยอง ไม่ได้ขายยางพาราและไม่ได้ขายกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่นำสองสิ่งนี้มารวมกันเป็นหนึ่ง ยางกับกาแฟเชื่อมโยงกันอย่างไร การทำสองสิ่งนี้คล้ายกันตรงไหน ที่สำคัญ ระยองมีสวนยางด้วยเหรอ เพราะจังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนและผลไม้นานาชนิด รวมไปถึงทะเลสวย ๆ แต่กลับแทบไม่มีภาพจำของสวนยางเลย

เช้าตรู่วันศุกร์ เรารีบออกเดินทางปักหมุดไปยังตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เพื่อไขข้อข้องใจ แต่ไม่นานความสงสัยก็หายไป เมื่อล้อรถหยุดหมุนจอดอยู่หน้าร้าน พร้อมเสียงของพี่คนขับตะโกนมาว่า “ถึงแล้ว” ความสงสัยได้แปรเปลี่ยนมาเป็นความประทับใจแรกต่อร้านกาแฟขนาดใหญ่ ลานกว้าง โล่ง โปร่ง สบาย 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ด้วยการออกแบบอิงจากโรงยาง ทั้งรูปทรงและวัสดุจากอิฐก้อนใหญ่ รวมทั้งหลังคายาวยื่นพิเศษซึ่งผสมความชอบญี่ปุ่นเล็กน้อยของเติ้ล จึงทำให้ The Rubberer มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์สมชื่อ

เพียงแค่ข้างนอกยังคล้ายโรงยาง แล้วภายในร้านกาแฟพร้อมเสิร์ฟความอร่อยนี้จะมีอะไรเกี่ยวกับยางอีก ไม่รีรอ รีบจ้ำอ้าวเข้าไปดูกัน

ต้นยาง

เติ้ลเป็นคนระยองตั้งแต่เกิด มีธุรกิจติดตัวตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกับยางตั้งแต่จำความได้ เพราะทำมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยคุณตาเป็นเกษตรกร มีทั้งสวนผลไม้และสวนยาง ขายส่งมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน จนถึงคราคุณตาได้ถ่ายทอดมอบประสบการณ์ต่อให้คุณพ่อรวมถึงตัวเติ้ลเอง จึงทำให้เขารู้จักกระบวนการและวิธีกรีดยางเป็นอย่างดี 

“ตอนเด็กคุณพ่อชอบพาไปดูว่าทำอะไรยังไง วิธีการกรีดยาง การดูหน้ายาง”

ความสนุก ความสุขของเขาไม่ใช่การทำสวนยาง ทว่าเป็นการได้เข้าไปวิ่งเล่น และใช้เวลาอยู่กับคุณพ่อในสวน เวลาผ่านไป เด็กน้อยซุกซนวิ่งเล่นในสวนคนนั้น ก็ได้รับบทมาช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจครอบครัวและดูแลลูกน้อง ให้ทุกอย่างเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม โดยธุรกิจของเขาทำตั้งแต่ปลูกยาง กรีดยาง มาทำเป็นยางแผ่น และนำจำหน่ายทั้งรูปแบบของยางแผ่นและน้ำยางสด แต่ไม่ได้นำไปแปรรูปเป็นหมอนหรืออะไร ส่วนถ้าถามถึงนักทำยางมือทองล่ะก็ คุณพ่อยังคงดำรงตำแหน่งเช่นเคย

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่สร้างใหม่จึงออกแบบทรงคล้ายโรงยาง และเลือกใช้วัสดุเป็นอิฐสีเทา ส่วนข้างบนหลังคามีช่องใสเล็ก ๆ ให้แสงส่องลงมา อิงจากโรงยางที่ต้องใช้ความร้อนอบยาง เดิมที่นี่เคยเป็นพื้นที่ของสวนมะพร้าว โรงโม่มัน และโรงยางจริง ๆ มาก่อน การออกแบบคาเฟ่จึงไม่เพียงเน้นความสวยงามหรือความเสมือนจริง แต่อบอวลด้วยเรื่องราวความผูกพันของเติ้ลกับยางร่วมกันไปทั้งร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

โรงยางเดิมซึ่งเอาไว้ใช้อบยาง ทำยางแผ่น อยู่บนพื้นที่โซนด้านหลังร้าน แต่ตอนนี้ได้ทุบทิ้งไปแล้ว โรงยางใหม่สร้างใกล้ ๆ บริเวณโรงยางเดิมแทน 

ส่วนสวนยางจะเขยิบออกไปไกลหน่อย อยู่คนละที่กับโรงยาง ซึ่งสวนของเขาก็ติดกับสวนเพื่อนบ้านละแวกนี้ที่ปลูกยางเหมือนกัน เป็นอีกการการันตีว่าระยองมีคนปลูกยางมากพอสมควร เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางมากมายเลยทีเดียว

“ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงระยองก็นึกถึงผลไม้ บางคนจะไม่รู้ว่าเรามียางพาราเหมือนกัน แต่ที่ระยองเขาก็ปลูกกันมานานแล้วครับ ตั้งแต่เด็กผมก็จำได้ว่าเป็นสวนยางแบบนี้เลย”

ลูกพี่ลูกน้องหรือญาติ ๆ ของเติ้ลในวัยนั้น หลายคนก็ทำอาชีพขายส่งน้ำยางเช่นเดียวกัน เวลาเลิกเรียนตอนเย็นก็มักมีผู้คนแวะเวียนมาเล่นกับเติ้ลในสวนอยู่บ่อยครั้ง 

“แต่ถ้าเทียบสมัยก่อน ตอนนู้นสวนยางมันก็เยอะกว่านะ มีช่วงหนึ่งยางราคาขึ้นกิโลเป็นร้อย เกษตรกรที่ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว ก็เปลี่ยนมาทำสวนยางพาราเพราะราคาดีมาก” เขาพูดไปขำไป แต่ตอนนี้ด้วยพิษเศรษฐกิจทำให้ทุกอย่างกลับกัน เกษตรกรที่เคยทำสวนยาง ก็โค่นยางไปปลูกผลไม้ที่ราคาดีกว่า อย่างทุเรียน

แต่ในความโชคร้ายยังแอบมีสิ่งโชคดีเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ คือความพิเศษของยางที่ไม่อาจหาได้จากการปลูกผลไม้ชนิดไหน

“ยางเขามีอายุนาน 20 – 30 ปี”

นั่นแปลว่าการปลูกยางไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะ “ถ้าไม่มีคนกรีดยางก็ไม่เป็นอะไร มันไม่เสียหาย แต่ถ้าเรามีคนกรีด เราก็ได้รายได้จากตรงนั้น” เติ้ลชี้ให้เห็นถึงข้อดีต้นยาง

แต่ก็ต้องเน้นความชำนาญด้วยเช่นกัน “ถ้าเรากรีดยางดี กรีดไม่เข้าแก่นต้น ก็จะทำให้ต้นยางให้น้ำยางเราไปได้นานเลย การกรีดยาง ดูแลหน้ายาง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางออกมาได้นาน”

และความพิเศษอีกอย่าง ถ้าน้ำยางหมดต้นโดยเกิดจากการกรีดยางไม่ดี กรีดแล้วเข้าแก่นยาง ทำให้หน้ายางเสียหาย หรือต้นที่หมดอายุ ไปต่อไม่ไหว เขาสามารถตัดต้นยางนำไปขายได้ต่อแล้วก็ปลูกใหม่ มีความยืดหยุ่น แถมไม่ต้องฉีดยาเยอะแบบผลไม้ให้มากมาย นี่เป็นข้อดีเอกอุของการปลูกยาง

ต้นตอ

เห็นได้ชัดว่าเติ้ลเติบโตและผูกพันกับสวนยางมาตั้งแต่เล็ก จนถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มสนใจอยากหาอะไรใหม่ ๆ ทำเพิ่มเติมจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ มีความสุขพร้อมสร้างรายได้ไปด้วยกัน

‘การกิน’ เป็นคำตอบของเติ้ล ผู้หลงใหลการได้ลิ้มรสอะไรอร่อย ๆ เอ็นจอยอาหารและเครื่องดื่ม ประจวบเหมาะเป็นช่วงที่ได้ชิมกาแฟรสชาติใหม่แบบที่เขาไม่เคยทานมาก่อน ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมกาแฟบางตัวถึงมีหลายรสชาติ มีรสต่างกัน ไม่ได้มีเพียงรสเข้ม ๆ ขม ๆ อย่างที่เขาคุ้นเคย

“เฮ้ย! เหมือนเรากินอะไรก็ไม่รู้ มันแปลกดี มีเปรี้ยว มีหอม” 

จากความแปลกกลายเป็นความสนใจ ทำให้หันมาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และเริ่มอยากเปิดคาเฟ่เพื่อส่งต่อกาแฟรสชาติในแบบที่ชอบ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

หลังจากได้ไปลองชิมกาแฟร้านต่าง ๆ อยู่พักใหญ่ เติ้ลก็ได้ไปเจอเมล็ดกาแฟไทยที่ชอบมาจากโรงคั่ว Cozy Factory ที่ทางโรงคั่วได้ไปพัฒนา และดูแลเกษตรกรสวนแม่บู่หย่า จังหวัดเชียงราย เขาเลยมีโอกาสได้ลองศึกษา เรียนรู้ และทำงานร่วมกับโรงคั่ว Cozy Factory ให้ช่วยออกแบบกาแฟเฉพาะของร้าน เป็นกาแฟไทย มีคาแรกเตอร์เอกลักษณ์ ไม่หวือหวามาก แต่มีอาฟเตอร์เทสดี หวาน ทานง่ายในทุกวัน

“กาแฟไทยอร่อยครับ สู้ต่างชาติได้เลย”

และหนึ่งในความสนุกของการทำกาแฟ คือการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพราะคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัวไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น กาแฟบางตัวกลิ่นฟลอรัล บางตัวเป็นฟรุตตี้

แล้วระยองปลูกกาแฟได้ไหม – เราถาม

“ผมว่าน่าจะปลูกโรบัสต้าได้ แต่อาราบิก้า สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความสูงของระยอง ไม่เหมาะสมครับ” เขาตอบตามตรง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ต้นน้ำ-ปลายทาง

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“แต่สุดท้ายเราก็ย้อนกลับมาอะไรที่เกี่ยวกับยางอยู่ดี” เขาพูดแซวตัวเอง

เติ้ลตั้งใจนำเรื่องราวยางมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก เพื่อแสดงให้เห็นตัวตนเขาและครอบครัว ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความทรงจำดี ๆ ที่มีร่วมกับยาง ผ่านบรรยากาศร้าน สิ่งของ หรือแม้แต่ผ่านกาแฟที่เขาทำ

“เราคิดว่าการทำยางกับการทำกาแฟมีบางอย่างคล้ายกัน ความตั้งใจในการทำ ความประณีต ความใส่ใจ

“เรากรีดยางก็ต้องเป็นคนมีฝีมือกรีด หน้ายางถึงจะสวย ไม่ลึกเข้าไปในเนื้อยาง กาแฟก็เหมือนกัน เราต้องหาสารกาแฟจากต้นน้ำ มันมีความใส่ใจในกระบวนการทำครับ”

หากจิบกาแฟเสร็จ เดินออกมาหลังร้านสักนิด จะเจอมุมให้นั่งพินิจกับความทรงจำก้อนใหญ่ของเติ้ล เพราะสิ่งนั้นคือเครื่องรีดยางสมัยโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณตา ซึ่งยังคงระบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุน มีให้เลือก 2 ลาย และยังใช้งานได้ในปัจจุบัน เครื่องนี้ยังหมุนได้จริง แต่ตอนนี้ล็อกเอาไว้ให้คงอยู่ในสถานะเก็บความทรงจำ

“ยังใช้ได้ แต่อย่าใช้เลย” เติ้ลหัวเราะ

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

“เหมือนเครื่องบดปลาหมึกยักษ์!” เสียงของพี่ที่มากับเราพูดขึ้นมา

 “มีคนบอกแบบนี้เสมอครับ” เขาตอบกลับอย่างชอบใจ

เจ้าเครื่องบดปลาหมึกยักษ์หรือเครื่องรีดยางนี้ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มมาก น้อยคนที่เคยเห็นและเคยได้ลองใช้ เพราะตอนเติ้ลเกิดมาก็เหลือเพียงเครื่องดั้งเดิมที่ถูกเก็บไว้ และมาใช้เครื่องรีดยางที่มีมอเตอร์แทนในการทำงานแล้ว

“กระบวนการทำยางแผ่น เรานำน้ำยางสดมากรองแล้วใส่ในแบบ ใส่น้ำกรด รอเขาเซ็ตตัว แล้วเอาออกมาจากแบบ นำมาอัดให้แบนยาว แล้วนำไปเข้าเครื่องรีดยางเรียบและลายต่อ ออกมาเป็นแผ่นยางพารา ตากแดดแล้วก็นำมาเก็บเข้าโรงอบยางต่อ”

หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองแหงนมองข้างบน จะพบแผ่นยางพาราแขวนเรียงรายตากแดดอยู่บนราวเหล็ก รอการเก็บในตอนเย็น เพราะหากฝนตกอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หน้าฝนจึงไม่ค่อยเห็นแผ่นยางพาราตากอยู่หลังร้าน

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

คนส่วนใหญ่ที่แวะเวียนมาคาเฟ่แห่งนี้เป็นคนต่างที่ต่างถิ่นและไม่ค่อยคุ้นเคยกับยาง มุมนี้จึงกลายเป็นมุมโปรดของใครหลายคน กลายเป็นพื้นที่ของการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

“ลูกค้าบางคนที่พาคุณพ่อคุณแม่มา เขาก็ประหลาดใจกับโซนนี้ ได้มาเห็นของโบราณ และทำความรู้จักยางพารา”

เติ้ลรู้สึกอิ่มเอมกับภาพบรรยากาศของผู้คนที่ได้มาลองชิมกาแฟฝีมือตน และมีความสุขร่วมไปกับความทรงจำของเขาที่มีต่อยาง ซึ่งอนาคตเติ้ลเผยว่าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาได้เปิดร้านกาแฟทำตามฝัน แต่ไม่ทิ้งธุรกิจยางอย่างแน่นอน 

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน
The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

อย่างอร่อย

สุดท้าย ถ้ามา The Rubberer อย่าลืมสั่งกาแฟเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไปลองชิม เมนูที่เติ้ลตั้งใจทำและคัดสรรมาแล้วว่าดีแน่นอน

‘กาแฟดำ Black’ และ ‘กาแฟนม White’ คาแรกเตอร์เมล็ดกาแฟชัดเจน และผ่านการคิดค้นอัตราส่วน ปริมาณนม ปริมาณกาแฟด้วยความประณีต ใส่ใจอย่างเต็มเปี่ยมในทุกขั้นตอนว่าเหมาะสมกับเมล็ดกาแฟสวนแม่บู่หย่ามากที่สุด

The Rubberer คาเฟ่โรงยางพาราในระยอง เสิร์ฟความทรงจำพร้อมกาแฟฝีมือลูกหลานชาวสวน

ขอแนะนำเมนู ‘BlackPink’ กาแฟลิ้นจี่สีชมพูสดใส ทานแล้วได้ความสดชื่นตามมาในทันที แถมด้วยเมนู ‘Larisa’ ซึ่งไม่ได้หมายถึงลิซ่าอย่างใด แต่เป็นชื่อลูกของเติ้ล วัยกำลังซนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำส้มยูซุเป็นชีวิตจิตใจ คุณพ่อเติ้ลจึงนำความชอบของลูกมาเป็นแรงบันดาลใจ และกลายเป็นกาแฟส้มยูซุแก้วนี้

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

หรือถ้าใครอยากได้กาแฟในรูปแบบเมล็ด ที่นี่ก็มีขายโดยตัวยอดนิยม คือ House Blend มีแบบคั่วกลางและคั่วอ่อน

คั่วกลางเป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process, Honey Process และ Natural Process ให้รสชาติออกโทนดาร์กช็อกคาราเมล กลมกล่อม เปรี้ยวน้อย เป็นรสชาติที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เหมาะสำหรับนำไปทำเมนูกาแฟเย็น

  ส่วนคั่วอ่อน เป็นการเบลนด์ระหว่าง Washed Process และ Natural Process รสชาติออกโทนฟรุตตี้ สดชื่น เปรี้ยว ผลไม้อบอวล และมีอาฟเตอร์เทสหอมหวาน เหมาะสำหรับทำเมนูกาแฟร้อน ใครชื่นชอบรสผลไม้ต้องไม่พลาด

เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน
เยือนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟ ผ่านบรรยากาศร้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำจากยางพาราและของโบราณในวันวาน

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ถึงเวลาต้องแยกย้ายกัน ระหว่างทางนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เราเริ่มอยากทานกาแฟฝีมือบาริสต้าคนนี้ที่ The Rubberer อีกรอบแล้ว

The Rubberer

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์, เวลา 07.00 – 16.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์, เวลา 08.30 – 16.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4964 8008Facebook : The Rubberer

Writer

ณัฐกฤตา เจริญสุข

อดีตนักเรียนวิชาออกแบบ ผู้ชื่นชอบการสาดสีสันลงบนงานศิลปะ สาดจินตนาการลงบนงานเขียน อยากส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ผ่านทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

Photographer

ชาคริสต์ เจือจ้อย

ช่างภาพอิสระและนักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ ชอบสั่งกระเพราหมูสับเผ็ดน้อยหวานๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load