1 Mar 2018
6 PAGES
4 K

วีกเอนด์นี้มีความสนุกอัดแน่นเช่นเคย ขอชวนคุณไปนั่งแถวหน้าตาต่อตากับนักแสดงละครเวที ตัดกางเกงกับมาสเตอร์เทเลอร์ตำรับโตเกียว ร่วมวงสนทนากับบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ แถมท้ายด้วยการเดินตลาดเก่า รับลมหนาวสุดท้ายก่อนใบไม้ผลิในชิบูย่า ฯลฯ เพราะสุดสัปดาห์นี้มีดีกว่านั่งแกร่วอยู่บ้านเฉยๆ นะ

 

1. ล่าของเก่าจากนักสะสม 3 สัญชาติ

From Rag to Display Chapter 3: Wear the Music  

 

 

รองเท้าไนกี้ปีเก่าที่เย็บด้วยผ้าร่มเงาวับ ยีนส์วินเทจในราคาเอื้อมถึง (ถ้าคุณโชคดีที่คุ้ยเจอ) หนังสือรวบรวมลีวายส์ตั้งแต่โคตรเง่า เล่มออริจินัลจากมือคอลเลกเตอร์ญี่ปุ่น (ที่ถึงมีขายในอีเบย์ก็ราคาแรงจนทำให้นิ้วคลิกซื้อไม่ลง) ไปจนถึงเสื้อฮาวายที่เหล่าพ่อค้างัดของส่วนตัวกันมาประชันขาย คุณจะได้เห็นทุกอย่างที่งานนี้ เพราะนี่คืองานรวบรวมของวินเทจจากความร่วมมือของคนรักของเก่า 3 สัญชาติคือไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น กว่า 150 ร้าน งานนี้ยังไม่ร่วมทำบุญผ่านกิจกรรม Wear the Music คัดเสื้อจากกระสอบ เลือกลายที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์อย่างแสตมป์ อภิวัชร์, สิงโต นำโชค ฯลฯ ออกแบบไว้ และสกรีนลงไปบนเสื้อก่อนบริจาคให้น้องๆ และที่ห้ามพลาดคือ ไปประมูลของวินเทจจากญี่ปุ่น (ที่แค่เห็นก็เป็นบุญตาแล้ว) กำเงินไว้ให้ดี สุดสัปดาห์นี้ จะมีใครให้คุณได้มากกว่านี้อีกล่ะครับ?

From Rag to Display Chapter 3: Wear the Music  

วันที่ 3 – 4 มีนาคม 2561 เวลา 15.00 – 23.00 น. (บัตรราคา 150 บาท)
อู่ต่อเรือกรุงเทพฯ BTS สะพานตากสิน
Facebook l From Rags To Display

 

2. ไปนั่งเก้าอี้แถวหน้าชมการแสดงสุดเจ็บแสบ

Talk to me and I slap you

Talk to me and I slap you

เธอ เก้าอี้ของเธอ ไมโครโฟน 1 ตัว และเก้าอี้เปล่าสำหรับคุณ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงคุยนั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้าของเธอ ลองคุยกับเธอสิ แต่ระวัง! เธออาจจะตบหน้าคุณโดยไม่รู้ตัว

การแสดง Interactive Performance จากความร่วมมือของ Chan Sze-Wei ชาวสิงค์โปร์ และ Gabriela Serani ชาวชิลี เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ถ้าขณะที่กำลังทำการแสดงอยู่แล้วมีคนดูมาคุยด้วย จะทำอย่างไร?” พวกเธอจะพาคนดูไปตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง ความไม่เท่าเทียมทางเพศ เรื่องน่าขันของความเหงา ผ่านความสัมพันธ์ของนักแสดงและคนดูบนเวที แต่เตือนแล้วนะว่า เธออาจจะตบไปที่หน้าของคุณโดยไม่รู้ตัว!

ลองฝ่ากำแพงระหว่างนักแสดงและผู้ชม ไปลิ้มรสความแสบสันของละครร่วมสมัยกันดูมั้ย

Talk to me and I slap you

วันที่ 2 – 4 มีนาคม 2561 เวลา 20.00 – 21.00 น.
Democrazy Theatre Studio ถนนพระราม 4 สาทร กรุงเทพฯ
สำรองที่หนังล่วงหน้าในราคา 450 บาท จำหน่ายบัตรหน้างานในราคา 500 บาท
Facebook l Talk to me and I slap you, an interactive performance

3. บริหารกระเพาะกับอาหารจากพ่อครัวที่มีรสมือเด็ดดวงไม่แพ้สไตล์

Mad Face Food Week 2018

Mad Face Food Week 2018

มิชลินสตาร์หลบไปก่อน เมื่อนักจัดงานผู้รักของเก่าอย่าง Made by Legacy จับมือกับ BK Magazine ผลลัพธิ์คืองานอาหารที่สไตลิชที่สุดในกรุงเทพฯ (ถ้าไม่เชื่อลองไปส่อง IG | @madfesefoodweek เป็นการเรียกน้ำย่อยดู แล้วคุณจะรู้ว่าเราพูดถึงอะไร) นี่คือการออกร้านของอาหารแบบคอมฟอร์ดฟู้ด ตั้งแต่ฮอตด็อกฝรั่ง ที่ฟังเหมือนง่าย แต่พ่อครัวยัดเนื้อลงไส้กรอกเอง โฮมเมดเบอร์เกอร์ ไปจนถึงอาหารไทยอย่างผัดเผ็ดปลาดุกที่ตำเครื่องแกงจากสูตรคุณย่า และหมูก้อนชุบไข่ทอดหอมกรุ่นจากร้าน The Attic Diary Café ที่ปกติต้องจองข้ามวัน แต่งานนี้ได้กินทันที

Mad Face Food Week 2018

วันที่ 2 – 4 มีนาคม 2561 เวลา 15.00 – 23.00 น.
Sermsuk Warehouse (Pepsi Pier, BTS Taksin)
www.madfacefoodweek.com

4. ตัดกางเกงกับโทรุ อิการาชิ มาสเตอร์เทเลอร์ตำรับโตเกียว

The Decorum Bespoke Trunk Show

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว The Somchai เพิ่งจัดมาสเตอร์เทเลอร์จากฟลอเรนซ์มาวัดตัวสุภาพบุรุษกรุงเทพไปหมาดๆ หากยังไม่หนำใจ (ทำไงได้ วงเงินยังเหลือเฟือ) สัปดาห์นี้ The Decorum Bkk ขอนำมาสเตอร์เทเลอร์บินตรงจากโตเกียว เพื่อมาวัดและตัดกางเกง (ย้ำ กางเกงเท่านั้น) ให้หนุ่มไทยโดยเฉพาะ ในหมู่คนรักงานตัดสูทหรือเทเลอร์นั้นรู้กันดีครับว่ากางเกงที่เพอร์เฟกต์นั้นตัดยากมาก แต่งานนี้ โทรุ อิการาชิ จะให้คุณเลือกผ้า ให้คำปรึกษาว่ากางเกงแบบไหนจึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ จากนั้น ใช้มือจับกระดูกท่อนขา (ย้ำ จับกระดูก) เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างของสรีระ และวัดทุกมิลลิเมตรด้วยมือของเขาเอง อาจรอนานหน่อยกว่าจะได้กางเกงมาใส่ แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับการลงทุน ตราบใดที่ห่วงยางรอบเอวไปเปลี่ยนไป นี่คือกางเกงที่จะทำให้คุณดูดีทุกครั้งที่ใส่ และทนทานไปชั่วชีวิตเลย

The Decorum Bespoke Trunk Show

วันที่ 4 – 5 มีนาคม 2561 เวลา 12.00 – 19.00 น.
The Decorum ซ.อารีย์สัมพันธ์ 5
Facebook l   The Decorum

5. สุขสงบกับเสียงคอรัสสุดละเมียดในคืนวันศุกร์นี้

Art Music Fest X

คอเพลงคลาสสิกในเมืองไทยย่อมเคยได้ยินเทศกาลดนตรี  Art Music Fest X ‘ชวนฟังเพลง บรรเลงที่จุฬาฯ ครั้งที่ 10’ ขับร้องโดยวงขับร้องประสานเสียงแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพิเศษสุด ครั้งนี้อำนวยเพลงโดย Assoc. Prof. Dr. T. J. Harper ผู้อำนวยการโครงการ International Conductors Exchange Program ของ American Choral Directors Association แน่นอนว่าคอรัสเต็มวงแบบนี้หาฟังไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองไทย ใครอยากเปลี่ยนจังหวะชีวิตจากแสงสีของเพลงอีดีเอ็ม มาเป็นเสียงสวรรค์ในความสงบนิ่ง นี่คืองานที่เหมาะกับคุณ

Art Music Fest X

วันที่ 2 มีนาคม 2561 เวลา 19.00 น.
จัตุรัสดนตรี ชั้น 6 อาคารจามจุรี 9 จุฬาฯ (ไม่เสียค่าเข้าชม)
สำรองที่นั่งและดูรายละเอียดเพิ่มที่ Facebook l  CU Symphony Orchestra

 

6. แต่งตัวเป็นครูไหวใจร้ายแล้วไปล้อมวงสนทนาเรื่องปกหนังสือผ้าปัก

ผีเสื้อกับผ้าปัก

ผีเสื้อกับผ้าปัก

ครูมกุฎ อรฤดี บรรณาธิการแห่งสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และ ครูอ๋าย-นพเก้า เนตรบุตร ศิลปินนักปักผ้า ชวนไปร่วมวงสนทนา เล่าความเป็นมาและเป็นไปของปกหนังสือ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิเศษ ในวาระหนังสืออายุครบรอบ 50 ปี อาสาสมัครใจรักกว่า 250 คนที่บางคนไม่เคยจับเข็มมาก่อน ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ปักปกผ้ารูปครูไหวกว่า 500 เล่ม ทุกเล่มปักมือสดๆ ด้วยลวดลายไม่ซ้ำกัน

งานนี้จะได้คุยกันเรื่องแนวคิดเบื้องหลัง ชมตัวอย่างหนังสือปกผ้าครั้งแรก และครูไหวแอบกระซิบมาว่า ถ้าใครแต่งกายคล้ายครูไหวหรือครูมกุฎมาร่วมงาน รับเข็มกลัดปักมือรูปผีเสื้อไปเลย (เราไปแอบดูมาแล้ว สวยมาก) ของมีแค่ 10 ชิ้นเท่านั้น รีบเกล้าผมแต่งชุดวินเทจไปคุยกันนะ

 

พูดคุยเรื่องปกผ้าปัก ‘ผีเสื้อกับผ้าปัก’

วันที่ 4 มีนาคม 2561 เวลา 14.00 – 16.00 น.
ห้องประชุมใหญ่ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ
Facebook l ผีเสื้อกับผ้าปัก

7. ดูการเต้นแบทเทิลระดับโลก ระหว่างนักเต้นแห่งโลกตะวันตกและโลกตะวันออก

Pichet Klunchun and Myself BY Jérôme Bel

Pichet Klunchun and Myself เป็นการแสดงของ Jérôme Bel นักออกแบบท่าเต้นระดับโลกชาวฝรั่งเศส และ พิเชษฐ กลั่นชื่น นักเต้นชาวไทยที่จับเอาการร่ายรำมาแสดงอย่างร่วมสมัย พวกเขาพาโชว์นี้ไปแสดงมาแล้วทั่วโลก และสุดสัปดาห์นี้ พวกเขาจะเปิดการแสดงนี้ฟรีๆ ที่โรงละครช้างของพิเชษฐ กลั่นชื่น โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นผู้สนับสนุน

ความต่างที่ทำให้เขาทั้งสองคนมาเจอกัน เพื่อแบ่งปันในสิ่งที่พวกเขาทำ เรื่องราวชีวิตและสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ผ่านการสนทนาอย่างออกรสและดวลลวดลายศิลปะการเต้นอย่างถึงเครื่อง ทำให้พวกเขาและพวกเราผู้ชมเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น งานดีและฟรีแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เตือนก่อนเลยว่ารีบจองที่นั่งด้วยล่ะ

Pichet Klunchun and Myself BY Jérôme Bel

วันที่ 3 – 4 มีนาคม 2561 เวลา  19.30 – 21.30 น.
รงละครช้าง ประชาอุทิศ 59 ราษบูรณะ กรุงเทพฯ
Facebook l Pichet Klunchun and Myself BY Jerome Bel

8. นอนอ่าน ‘รถหนังสือเร่ของคนพเนจร’

รถหนังสือเร่ของคนพเนจร

จะดีแค่ไหนถ้าเรากลับไปอยู่ในยุคที่ทุกคนยังอ่านหนังสือเล่มกันอยู่ พูดคุยกันเรื่องที่อยู่ในหนังสือ ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนมีความฝันที่จะเป็นนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ มีพ่อค้าแม่ขายมาเร่เสนอหนังสือถึงประตูบ้าน

ใน รถหนังสือเร่ของคนพเนจร เล่าถึงของรถหนังสือเร่นามว่า พาร์นาซัส ที่บรรจุหนังสือน่าตื่นตาตื่นใจ ดำเนินเรื่องผ่านการผจญภัยของสองหนุ่มสาวรุ่นใหญ่ ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศการอ่านและการเลือกสรรหนังสือของคุณตลอดกาล

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในวันที่ เฮเลน แม็คกิลล์ หญิงสาวตัวอ้วนกลมวัย 39 ตัดสินใจใช้เงินเก็บทั้งหมดในชีวิตซื้อกิจการรถหนังสือเร่ต่อจากโรเจอร์ มิฟฟลิน ที่เดิมทีคุณโรเจอร์ตั้งใจมาเสนอขายแก่แอนดรูว์ แม็คกิลล์ เพียงเพราะกลัวว่านักเขียนใหญ่ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ จะซื้อกิจการรถหนังสือเร่แล้วทิ้งสวนนาไร่และตัวเธอออกไปผจญภัยโดยลำพัง

การผจญภัยแสนอบอุ่นที่มีหนังสือเป็นสื่อกลางพาเราไปสังเกตชีวิตผู้คนที่อยู่ระหว่างทางและลีลาเหลือร้ายที่เจ้าของร้านหนังสือเร่ใช้ปิดการขาย ทั้งชาวสาว ชาวไร่ ที่ในอดีตกัดฟันซื้อคัมภีร์วิถีแห่งมีความสุขจากบาทหลวงในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยเปิดอ่านสักที ต่างกลับมารักหนังสือและมีชีวิตใหม่ เมื่อฟังคุณโรเจอร์และเฮเลนเสนอขายหนังสือร้อยวิธีดูแลสวนและวิธีการอบขนมแสนสนุก ไปจนถึงลูกเล็กเด็กแดงในหมู่บ้านห่างไกลได้มีหนังสือนิทานเรื่องเหนือจินตนาการ สอนศีลธรรมและการเข้าใจโลก

ฟังคุณโรเจอร์เล่าหนังสือในรายนามที่ทั้งคุ้นและไม่คุ้นหูแล้ว กระเป๋าเงินมันสั่นสะเทือนทุกที

“มิสเตอร์มิฟฟลินคะ มีหนังสือเล่มล่าสุดของคุณมูราคามิ หรือเปล่าน้า” เราคิดถามในใจ จินตนาการระหว่างบรรทัดไปว่าถ้าการทะลุมิติมีจริง เราจะไม่พลาดที่จะถามถึงสิ่งนี้

Parnassus on Wheels รถหนังสือเร่ของคนพเนจร

โดย คริสโตเฟอร์ มอร์ลีย์ แปลโดย ไอริสา ชั้นศิริ
สำนักพิมพ์ Bookmoby Press

9. ลิ้มรสอาหารดีต่อเราและโลกที่โรงคั่วกาแฟใหม่ของอาข่า อ่ามา

อาข่า อ่ามา

สุดสัปดาห์นี้ใครได้ไปเชียงใหม่ เราอยากชวนออกไปไกลเมืองอีกนิดนิด เพื่อร่วม ‘เทศกาลอาหารพืชพันธุ์แท้’ ที่จัดใน Akha Ama Living Factory บ้านใหม่ของแบรนด์กาแฟเพื่อสังคมอาข่า อ่ามา ณ แม่ริม งานนี้มีการหอบหิ้ววัตถุดิบสดใหม่ที่เป็นมิตรต่อโลกมาให้พ่อครัวแม่ครัวปรุงเป็นจานอร่อย เพื่อเฉลิมฉลองและขอบคุณเกษตรกรที่ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แบบยั่งยืนจนมาอยู่ในจานของเรา ใครสนใจขอให้นำอุปกรณ์การกินไปเอง (ก็บอกแล้วว่ารักโลก) รับรองว่าได้กินอาหารดีและได้รับพลังงานดีจากงานนี้แน่นอน

 

Good seeds Good food Festival #3

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2560 เวลา 17.00 – 20.00 น.
Akha Ama Living Factory
Facebook l Good seeds Good food Festival #3

10. พัฒนาความยั่งยืนผ่านการทำสบู่จากน้ำมันใช้แล้ว

Soap Making

นอกจาก The Commons จะเป็นสถานที่สุดเพอร์เฟกต์สำหรับจิบกาแฟดำยามเช้าแล้ว เสาร์นี้ ลองมาเรียนรู้วิธีเปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วให้กลายเป็นสบู่เหลวที่นี่ นอกจากอิ่มท้อง และได้สบู่เหลวติดมือกลับบ้านคนละขวด ยังอิ่มใจที่จะได้ช่วยพัฒนาธรรมชาติอย่างยั่งยืนผ่านการรีไซเคิลของเหลือใช้อีกด้วย

Soap Making by Recycling Cooking Oil

วันที่ 3 มีนาคม 2561
The Commons ซ.ทองหล่อ 17
 Facebook l  The COMMONS

 

 

(ของแถม)  เดินตลาดเก่า เคล้าลมหนาวสุดท้ายก่อนใบไม้ผลิในโตเกียว

Raw Tokyo

แถมให้อีกนิดสำหรับคนไทยที่อยู่ในโตเกียวช่วงสุดสัปดาห์นี้ หากคุณรักของเก่า หนังสือมือสอง แผ่นเสียงหายาก สินค้าทำมือ งานศิลปะ และกาแฟรสดี ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือฟาร์เมอร์มาร์เก็ตในย่านชิบูย่าที่จัดขึ้นเฉพาะเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเท่านั้น หลังจากข้ามห้าแยกชิบูย่าจนหนำใจ ลองมาส่องวิถีสโลว์ไลฟ์ของชาวโตเกียวดูบ้างก็ผ่อนคลายไม่ใช่น้อย คงชิคและชิลล์พอๆ กับร้านในย่านนากะเมกุโระ หรือไดกันยาม่า และท่าทางจะสบายกระเป๋ากว่าเดินช้อปในย่านกินซ่าเป็นไหนๆ

Raw Tokyo vol.19 ‘Prints & Plants’

วันที่ 3 – 4 มีนาคม 2561  เวลา 11.00 – 17.00 น.
 Facebook l  Raw Tokyo

 

CONTRIBUTOR

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน