5 Apr 2019
4 PAGES
1 K

ครบรอบ 10 วันของการเดินเรือท่องเที่ยวยุโรปของผู้โดยสาร แขกทุกคนจะต้องขึ้นและลงท่าเรือที่ประเทศอิตาลี เมืองนี้ชื่อ ชีวีตาเวกเกีย (Civitavecchia) เมืองท่าเล็กๆ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2 และยังเป็นเมืองที่เก่าแก่มาก ห่างจากโรมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งทางรถ และเป็นเมืองท่าหลักสำหรับธุรกิจการส่งออกทุกประเภทจากกรุงโรมและเมืองใกล้เคียง รวมไปถึงธุรกิจเรือสำราญเกือบทุกบริษัทจะต้องมาจอดเพื่อรับผู้โดยสารจากสารทิศทั่วโลก และเมื่อล่องครบ 10 วัน หรือที่เรียกว่า 10 Days Cruise ก็จะส่งผู้โดยสารล็อตเก่าและรับล็อตใหม่กว่าอีก 3,000 – 4,000 ชีวิต ล่อง 10 วัน 8 ประเทศในยุโรป ทำซ้ำๆ กันแบบนี้ไปเรื่อยๆ และสัญญาในการร้องเพลงบนเรือช่วงล่องยุโรปของฉันนั้นยังเหลืออีก 3 เดือนเต็ม

ล่องเรือสำราญ

และที่เมืองท่านี้แหละที่กำลังจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น นั่นก็คือแม่และพี่สาวของฉันทั้งสองคนจะมาหาฉันที่นี่จากกรุงโรมเพื่อมาเจอกันแค่ 2 ชั่วโมง! อีกแค่อาทิตย์เดียวฉันก็จะได้เจอพวกเขาแล้ว นี่ถือว่าเป็นการรียูเนี่ยนกันแบบครบๆ ในรอบนานแสนนานของวงเดอะซิสเลยก็ว่าได้!

ล่องเรือสำราญ

ในส่วนของการนำซ้อมการอพยพผู้โดยสารก่อนออกจากท่าเรือชีวีตาเวกเกียนั้นถือว่ายากและวุ่นวายกว่าตอนเรือออกจากท่าที่ไมแอมีที่อเมริกาอยู่มาก เพราะผู้โดยสารเยอะขึ้น แถมส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปที่บางคนแทบไม่พูดภาษาอังกฤษเลย ฉันอยากจะรื้อฟื้นภาษาฝรั่งเศสที่ร่ำเรียนมาช่วง ม.ปลาย จากสายศิลป์ฝรั่งเศสใจจะขาด แต่มันดันหายลึกลับไปจากสมองเสียนี่

ฉันในฐานะหัวหน้าจึงต้องสรรหาวิธีต่างๆ เพื่อให้ผู้โดยสารที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเข้าใจการอพยพของเรา บางทีฉันก็ใช้ภาษาร่างกาย (Body Language) จนเป็นเรื่องขำขันให้ผู้โดยสารหัวเราะชอบใจเสมอไป แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ส่วนเรื่องการแสดง ถึงแม้ว่าชาวยุโรปจะเยอะ แต่แขกทุกคนก็ยังชอบและสนุกสนานกับการแสดงทุกค่ำคืนของฉันและริคอยู่เสมอ แม้ 2 วันแรกจะเอนเตอเตอร์เทนกันยากเย็น เดาใจยากว่าชอบเพลงอะไร เพราะชาวยุโรปโดยพื้นฐานแล้วจะใช้เวลานิดหน่อยในการแสดงออก ซึ่งตรงนี้จะต่างกับชาวอเมริกันมาก เพราะชาวอเมริกันแสดงออกชัดเจนออกหน้าออกตากันทันทีตั้งแต่โน้ตแรกที่ร้องก็ว่าได้

ล่องเรือสำราญ

ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้มายุโรป เก็บแต้มที่ใหม่ๆ ได้เกือบ 7 ประเทศ และเมืองเล็กใหญ่อีกหลายเมืองที่ฉันยังไม่เคยไป แม้เคยมายุโรปกับเรือ The World เมื่อ 2 ปีก่อนแต่ตอนนั้นได้ล่องไปที่ที่ไม่ซ้ำกับคราวนี้เลย ฉันตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเรื่องกิน! ฉันถึงขนาดทำเพจเกี่ยวกับการกินว่าไปเมืองไหนต้องไปกินอะไรและกินที่ไหนเลยทีเดียว

ล่องเรือสำราญ

ประเทศแรก ฝรั่งเศส เรือไปจอดที่เมืองเล็กๆ ชื่อว่า วิลล์ฟรองช์-ซูร์-แมร์ (Villefranche-sur-Mer) ซึ่งอยู่แถบตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในเมืองริมทะเลที่เรียกกันว่า French Rivera เมืองวิลล์ฟรองช์-ซูร์-แมร์ (ชื่อยาวจริงๆ) เป็นเมืองที่น่ารัก เล็กมากๆ และสงบมากๆ เมืองอยู่ติดกับเมืองใหญ่ 2 แห่ง ซ้ายคือประเทศโมนาโก ขวาคือเมืองนีซอันโด่งดัง เรือของเราจะวนมาที่เมืองนี้ถึง 8 ครั้งระหว่างที่ฉันยังมีคอนแทรคอยู่ ฉันจึงค่อยๆ ละเมียดละไมในการเดินเล่นมากๆ เพราะถือว่ามีเวลาเยอะ

ล่องเรือสำราญ ล่องเรือสำราญ

ฉันรักทุกอย่างที่เป็นเมืองนี้ โดยเฉพาะของกินที่มีคุณภาพ ราคาถูก ฉันเคยได้ฟัวกราส์หรือตับห่านกระปุกใหญ่ที่ซื้อมาจากตลาดในราคา 10 ยูโรเท่านั้น และเบเกอรี่ขนมฝรั่งเศสแสนอร่อยที่ฉันอ่านชื่อมันไม่ออกในราคา 2 ยูโรจากร้านในตรอกบ้านเล็กๆ เมืองนี้เป็นเมืองติดทะเล จึงมีร้านอาหารริมทะเลเยอะมาก ซึ่งแพงมากๆ แต่เราก็เลือกทานแบบถูกๆ ได้ด้วยการไปซื้อร้านชาวบ้านหรือตลาดสดอันนี้นิดอันนี้หน่อย แล้วเอามากินปิกนิกริมทะเล มันสุดคำบรรยายเสียจริง และฉันกับริควางแผนจะไปเมืองนีซกันในอนาคตตอนใกล้จะหมดสัญญา เพราะนั่งรถไฟไปแค่ 7 สถานีเท่านั้น…

ล่องเรือสำราญ

เรือ Reflection ลำมหึมานี้จะพาผู้โดยสารไปหลายเมืองในอิตาลี ท่าที่สำคัญก็จะมีลาสปีเซีย (La Spezia) เมืองท่าที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 5 เป็นอีกหนึ่งท่ายอดนิยมของเรือสำราญหลายเจ้าที่จะมาจอดเทียบกันเรียงราย เพราะเป็นเมืองที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยว One-day Trip ยังหลายเมืองใกล้ๆ กัน ที่สำคัญ ทุกเมืองสวยมากและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เช่น ปิซา (Pisa) หรือหอเอนเมืองปิซาอันโด่งดัง อีกที่ที่ห้ามพลาดเลยคือชิงก์ แทร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านริมทะเล 5 หมู่บ้าน ที่สร้างบ้านตามโขดหินริมผา

ล่องเรือสำราญ

ใครจะไปก็สามารถเดินทางให้ครบทั้งห้าเมืองได้โดยนั่งรถไฟแล้วลงเดินชมเมืองทีละป้าย หรือไม่ก็นั่งเรือเฟอร์รี่ที่จะพานักท่องเที่ยวไปครบทั้งห้าเมือง ฉันขอออกตัวเลยว่าฉันไม่เคยเห็นอะไรที่สวยขนาดนี้ในชีวิต ภูมิทิศน์โดยรอบ บ้านเมืองร้านรวงที่สร้างสลับเบียดเสียดแน่นแฟ้นหลากสีสันของชิงก์ แทร์เร ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข็ม สวยงามอย่างกับภาพวาดยังไงยังงั้น เมือง 5 เมืองชื่อยาวและอ่านยากนี้ประกอบไปด้วยมอนเตรอสโซ อัล มาเร (Monterosso al Mare) เวร์นัซซา Vernazza) คอร์นีเลีย (Corniglia) มานาโรลา (Manarola) และ รีโอมัจโจเร (Riomaggiore) ทุกครั้งที่เรือไปจอดที่ลาสปีเซียฉันมักจะขอไปเที่ยวหมู่บ้านชิงก์ แทร์เร เสมอ มันเป็นความรู้สึกเหมือนได้ไปชาร์จแบตให้กลับมาร้องเพลงอย่างเต็มที่ในตอนกลางคืน

เกือบลืม! ฉันขอแอบบอกว่าถ้าเดินเข้าไปในเมืองเก่าของลาสปีเซีย มีร้านพิซซ่าทำมือที่อร่อยที่สุดในโลก เปิดบริการมาแล้วร้อยกว่าปีเชียว! เมืองอื่นๆ ของอิตาลีที่ฉันได้ไปอีกก็คือ ลีวอร์โน (Livorno) ซิซิลี (Sicily) เมสซีนา (Messina) ฟลอเรนซ์ (Florence) นาโปลี (Napoli) ไฮไลต์ของเมืองนาโปลี นอกจากจะเป็นเมืองที่พิซซ่าเตาถ่านหน้าซอสมะเขือเทศมาริอาน่าถือกำเนิดแล้ว ฉันยังมีโอกาสไปเที่ยวเมืองลับแลสำคัญของโลกที่มีมาตั้งแต่ 20 ปีก่อนคริสตศักาล เมืองปอมเปอีมีความรุ่งเรืองอย่างมาก มีวัดวาอารามที่โด่งดังเช่นวัด Apollo ทั้งอาณาจักรมีความร่ำรวยและเฟื่องฟู แต่แล้ววันหนึ่งหายนะก็เกิดขึ้นเมื่อภูเขาไฟที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเกิดระเบิด เมืองถูกลาวาถล่มล้างเมือง คร่าฝังคนเป็นๆ นับพัน วันที่ 5 เดือนกุมภาพันธ์ คริสต์ศักราช 62 เมืองทั้งเมืองสูญหายไปเพราะถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านหนาลึกนับแต่นั้น จนเพิ่งถูกค้นพบอีกครั้งในทศวรรศที่ 15

ล่องเรือสำราญ ล่องเรือสำราญ

ฉันเดินชมเมืองปอมเปอีอย่างหดหู่ ถึงแม้จะเห็นซากสถาปัตยกรรมที่ยังคงสวยงาม มีคุณค่า และทรงพลัง แต่มันเศร้าใจเมื่อนึกถึงผู้คน เด็ก ผู้ใหญ่ ที่ตายอย่างไม่ทันตั้งตัวในเวลาที่ไม่คาดฝัน ฉันยืนมองโลงศพแก้วที่เป็นสุสานเก็บร่างมนุษย์ผู้ถูกฝังทั้งเป็นจากเถ้าถ่านภูเขาไฟร้อนระอุจนร่างแข็งเป็นหิน ศพยังคงสภาพอยู่ในท่าทางการหนีตายที่แตกต่างกันออกไป น่าเศร้ามากๆ…

ล่องเรือสำราญ

บาร์เซโลน่า สเปน เป็นอีกเมืองที่ติดตราตรึงใจฉันมาก นอกจากจะเป็นเมืองที่ฉันกับริคมาฮันนีมูนกันเมื่อหลายปีก่อนแล้ว คราวนี้ที่นี่ยังเป็นเมืองที่เรือลำนี้จะจอดค้าง 1 คืนเพื่อพักเครื่องยนต์อีกด้วย! ผู้โดยสารและลูกเรือ (ตำแหน่งที่ไม่ได้ทำงานกะกลางคืน) สามารถเที่ยว ปาร์ตี้ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องวิ่งแจ้นกลับมาขึ้นเรือที่ต้องออกจากท่าทุก 5 โมงเย็นเหมืองเมืองท่าอื่นๆ

เวลาเรือวนมาบาร์เซโลน่าทีไรสายปาร์ตี้อย่างฉันและริค รวมถึงพรรคพวกนักร้อง นักดนตรี มักกลับเรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นประจำ เพราะบาร์เซโลน่าเป็นเมืองที่มีสีสัน วัฒนธรรมและอารยธรรมน่าหลงใหล โดยเฉพาะศิลปะ เพราะเป็นเมืองที่ศิลปินสร้างงานศิลปะผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานอย่างเกาดี้ ผู้สร้างตึกรูปร่างแปลกตาอยู่ทั่วเมืองไปหมด การเดินเล่นในเมืองจึงสนุกสนาน อาหารอร่อย ถ้าฉันมาบาร์เซโลน่า 3 เดือนเต็มคงจะกินทาปาสครบทั่วทั้งเมือง

ล่องเรือสำราญ

ล่องเรือสำราญ

และสิ่งที่ฉัน ริค และเพื่อนๆ นักดนตรีทำกันเสมอ คือออกไปแจมเล่นดนตรีกับนักดนตรีท้องถิ่นตามบาร์ดนตรีสดต่างๆ มีวีรกรรมมากมายเกิดขึ้น ตั้งแต่เพื่อนมือแซ็กโซโฟนของฉันลืมแซ็กโซโฟนไว้บนรถแท็กซี่ขากลับเรือ ตามกันทั้งคืนก็ไม่เจอ เสร็จโจรกันไป…

ล่องเรือสำราญ

อีกเรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นที่ฉันและเพื่อนมือคีย์บอร์ดเห็นคนเร่ขายเบียร์กระป๋องตามถนนทิ้งเบียร์เป็นแพ็กๆ ลงถังขยะ เพราะหนีตำรวจที่กำลังตามมาไล่กวาดจับหาบเร่ขายของแบบผิดกฎหมาย เขาทิ้งเบียร์ 12 กระป๋องต่อหน้าต่อตาฉันที่ยืนอยู่ข้างถังขยะพอดี เพื่อนมือคีย์บอร์ดชาวอังกฤษตาลุกวาว ส่งสัญญานให้ฉันช่วยขนเบียร์จากถังขยะที เราดีใจกันมาก พลางหยิบยื่นเบียร์ฟรีให้เพื่อนๆ คนละกระป๋อง ไม่นานก็มีเสียงคนตะโกนแว่วให้หลังว่า เบียร์ของฉัน! ใคนเอาเบียร์ของฉันไป! ฉันมองขวับ คนเร่ขายเบียร์นั่นเอง! เขาคงเอาเบียร์ไปแอบตำรวจแล้วหนีไปซ่อนตัวก่อน พอตำรวจไปก็แวะกลับมาเอา แต่มันสายไปแล้ว! พวกคนหาบเร่ 4 คนวิ่งถือไม้ตรงปรี่เข้ามา ฉันเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตะโกนเรียกแท็กซี่ 2 คันสลับกับตะโกนว่า ตำรวจมา! ตำรวจมา! ให้คนหาบเร่ระแวงและเลิกวิ่งตาม ฉันเร่งให้ทุกคนรีบขึ้นรถสุดกำลัง ปากยังตะโกนโดยใช้พลังเสียงที่ฉันฝึกมายาวนาน (ใช้ช่วยชีวิตได้ก็คราวนี้!) แล้วเราทั้งหมดก็กลับถึงเรือปลอดภัย พลางหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งที่หนีรอดจากเหตุการณ์นี้มาได้

ใจหนึ่งก็สงสารคนขายเบียร์ที่ขาดรายได้ไป และฉันก็ควรละอายแก่ใจที่มีส่วนร่วมขโมยเบียร์จากถังขยะในครั้งนี้ มันไม่ดีเลยจริงๆ แต่ประสบการณ์ก็เป็นความทรงจำเอาไว้เตือนให้ฉันใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ไม่ใช่แค่สนุกเป็นครั้งคราวไป ถ้าคนหาบเร่มีอาวุธ มีพรรคพวกมากกว่านี้ และตามมาทำร้ายเพื่อนและฉันทันขึ้นมาก็จะเสียการงานกัน เรือไม่ต้องพูดถึง… คงไล่เราออกทันที

เรือไปจอดที่สเปนอีกหลายท่า แต่ละที่สวยงามเหลือเกิน ทั้งมาลากา (Málaga) คาร์ตาจีนา (Cartagena) ไอบิซ่า (Ibiza) นี่เป็นเพียงหนึ่งในสองรูตของ Cruise ยุโรป อีกเส้นทางหนึ่งคืออิตาลีและกรีซ ซึ่งไฮไลต์สำคัญของกรีซคือเมืองในฝันของหลายคน นั่นคือซานโตรินี่ (Santorini) นั่นเอง ซึ่งฉันจะได้ไปครั้งแรกก็คราวนี้…

เรือเดินทะเลอยู่ 1 วันเต็ม เช้าตรู่วันนี้ก็วนกลับมาจนเทียบท่าหลักที่ชีวีตาเวกเกีย ฉันตื่นนอนแต่เช้า แต่งตัวรอเพื่อจะออกไปจากเรือให้เร็วที่สุด วันนี้ฉันมีนัดสำคัญ สำคัญต่อใจของฉันมาก เมื่อกัปตันประกาศว่า เรือเคลียร์ผู้โดยสารออกแล้ว ลูกเรือสามารถออกจากเรือได้ ฉันและริคซึ่งยืนอออยู่ตรงประตูทางออกก็รีบพุ่งตัวออกไปเป็นกลุ่มแรก ฉันยืนใจจดใจจ่ออยู่ข้างถนน สายตามองหาคนที่รู้จักด้วยความร้อนใจ รถแวนคันหนึ่งชะลอมาจอดฝั่งตรงข้าม ฉันเห็นแม่และพี่สาวของฉันทั้งสองคนวิ่งข้ามถนนตรงปรี่เข้ามา ฉันกอดพวกเขาไว้แน่น น้ำตาไหลด้วยความดีใจที่ได้เจอครอบครัว ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็หนีไม่พ้นความรักจากพวกเขา ฉันอยู่ไกลข้ามน้ำข้ามทะเล พวกเขาก็ทำทุกวิธีทางที่จะมาเจอให้ได้ แม่และพี่ๆ บินมาจากกรุงเวียนนา ออสเตรีย ที่พี่เปียโนพี่สาวคนกลางฉันย้ายมาอยู่ได้เกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อเขารู้ว่าเรือฉันมาอิตาลีก็รีบเช่ารถขับกันมา 2 ชั่วโมงจากโรมเพื่อมาเจอฉันแค่ 3 ชั่วโมง เพราะฉันต้องรีบกลับขึ้นเรือไปเตรียมตัวรับผู้โดยสารกลุ่มใหม่ แต่แม่และพี่ๆ ก็ยอมมา มันเป็น 3 ชั่วโมงที่แสนวิเศษ คุ้มค่า และเป็นกำลังใจให้ฉันร้องเพลงอีก 3 เดือนบนเรือต่อไปได้ทีเดียว

ล่องเรือสำราญ

CONTRIBUTOR

รสริน พลับทอง สติกนีย์

ร้องเพลงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนได้ออกอัลบั้มพร้อมพี่สาวอีก 2 คนชื่อวง The Sis ปัจจุบันร้องเพลงกับสามีชาวอเมริกัน ในชื่อ 'Rick & Zoe' Duo ทั้งบนบกและมหาสมุทร เดินทางร้องเพลงบนเรือมาแล้วกว่า 50 ประเทศ ขณะนี้ยังคงร้องเพลงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา