25 ธันวาคม 2564
1.11 K

กลิ่นหอมของกลูไวน์และเกาลัดที่โชยมาแตะจมูก เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงอย่างครึกครื้นที่กระทบใบหู แสงไฟระยิบระยับตามถนนหนทางที่เดินทอดน่องผ่าน เป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาวและเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังมาเยือน 

คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส

ในยุโรป ตลาดคริสต์มาสนับว่าช่วยสร้างสีสัน เพิ่มจังหวะชีวิตในบรรยากาศหนาวเหน็บให้ตื่นเต้นและอบอุ่นขึ้นทันตา และมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นชีพจรทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงฤดูหนาวได้ไม่น้อย อย่างประเทศอังกฤษ การจัดตลาดคริสต์มาสกระจายตามเมืองต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังช่วยสร้างงานชั่วคราวและเพิ่มยอดขายแก่ร้านค้าท้องถิ่น

เช่น เมืองเบอร์มิงแฮม ในแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมตลาดคริสต์มาสเฉลี่ยราว 5.5 ล้านคน โดยมูลค่าการใช้จ่ายของผู้เข้าชมสูงถึง 500 ล้านปอนด์ ในปี 2017 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปี 2015 และนับวันตลาดคริสต์มาสก็ยิ่งเพิ่มบทบาทและเสน่ห์ในตัวมันเอง ลองนึกดูเล่น ๆ ว่า อากาศหนาว ๆ หิมะโปรยปรายแบบที่บ้านเราไม่มี ท่ามกลางงานเทศกาลที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และอาหารรสชาติไม่คุ้นเคยแต่ควรค่าแก่การลิ้มลอง คงสนุกไม่เบาเลยทีเดียว

คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส
คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส

ตลาดคริสต์มาสในเมืองใหญ่มักถูกกล่าวขานและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก แต่ตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็ก ๆ กลับเตะตาเราไม่แพ้กัน อย่างตลาดคริสต์มาสในเมือง Rothenburg ob der Tauber ของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เต็มไปด้วยร้านรวงที่ตกแต่งอย่างมีสีสัน วางตัวเรียงรายอยู่ตามถนนแคบ ๆ ที่คดเคี้ยว ทำให้เราสนุกกับการได้เดินลัดเลาะดูงานฝีมือท้องถิ่น และแวะชิมอาหารท้องถิ่นตามซุ้มต่าง ๆ แน่นอนว่าเราไม่พลาด Glühwein หรือไวน์ร้อน เครื่องดื่มยอดนิยมของเทศกาลคริสต์มาส

คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส
คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส

ขณะเดียวกัน เมือง Rothenburg ob der Tauber แห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านคริสต์มาสต์ Käthe Wohlfahrt สถานที่ช้อปปิ้งของตกแต่งหรือของขวัญคริสต์มาสที่เดินเข้าไปแล้วเหมือนดินแดนเทพนิยาย แทบไม่อยากเดินออกมาเลยทีเดียว ที่นี่มีของธีมคริสต์มาสให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมปังขิง แคนดี้หลากสีสัน ตุ๊กตาไม้งานฝีมือ ต้นคริสต์มาสจำลอง กล่องดนตรีคริสต์มาส ตลอดจนของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่จะมาเติมเต็มช่วงเวลาที่รอคอยให้สมบูรณ์ตามแบบฉบับของแต่ละบ้าน

คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส

ตลาดคริสต์มาสอีกแห่งที่สร้างความประทับใจให้เราไม่น้อย คือตลาดคริสต์มาสในเมือง Innsbruck ของประเทศออสเตรีย เพราะไม่เพียงแต่ที่ตั้งของตลาดมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์และแม่น้ำอินน์ไหลผ่าน ทำให้เราเพลิดเพลินและดื่มด่ำกับธรรมชาติโอบล้อม ตลาดคริสต์มาสแห่งนี้ยังให้บรรยากาศแบบหมู่บ้าน Tyrolean หรือสไตล์บ้านในแบบออสเตรียตะวันตกอีกด้วย

คุณแม่พาลูกเที่ยวตลาดคริสต์มาสในเมืองเล็กๆ เยอรมนี ออสเตรีย และสวนสนุกในฝรั่งเศส

แถมพ่วงท้ายมาด้วยกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวที่หลากหลาย เช่น การแสดงหุ่นกระบอก เล่านิทาน และม้าหมุน อีกทั้งยังมีต้นคริสต์มาสคริสตัล Swarovski สูง 14 เมตรโดดเด่นเป็นประกายอยู่เหนือบริเวณจัตุรัสของตลาดแห่งนี้ 

ไม่ใช่แค่ตลาดคริสต์มาส บริเวณตามสวนสาธารณะหรือสถานที่หลายแห่งในยุโรปก็จัดกิจกรรมให้เข้าธีมคริสต์มาสไม่แพ้กัน และ Grand Parc de Noël เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พลาดไม่ได้สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมให้แก่เด็ก ๆ ในช่วงเทศกาล

ยกครอบครัวไปเดินชมร้านรวงท้องถิ่น ชิมอาหารและจิบไวน์ร้อน ๆ ท่ามกลางลมหนาวในเทศกาลคริสต์มาส
ยกครอบครัวไปเดินชมร้านรวงท้องถิ่น ชิมอาหารและจิบไวน์ร้อน ๆ ท่ามกลางลมหนาวในเทศกาลคริสต์มาส

ปาร์กแห่งนี้อยู่ใน Andilly เขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ด้วยพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร ทำให้มีการจัดสรรพื้นที่เป็นมุมกิจกรรมได้หลากหลายและครอบคลุม ทั้งส่วนที่เป็นผืนป่าผจญภัย สวนสัตว์ ร้านขายของ ร้านขนมอบ ร้านอาหารท้องถิ่น ลานแสดงโชว์ ลานสเก็ต และพื้นที่เล่นสำหรับเด็กตามธีมคริสต์มาส ที่เราชอบมากคือ การขี่กวางก้านไม้ ตอนที่เห็นเด็ก ๆ เล่น ทำให้อดนึกถึงม้าก้านกล้วยของบ้านเราไม่ได้เลย 

ยกครอบครัวไปเดินชมร้านรวงท้องถิ่น ชิมอาหารและจิบไวน์ร้อน ๆ ท่ามกลางลมหนาวในเทศกาลคริสต์มาส

 ปีที่แล้วการจัดตลาดคริสต์มาสและกิจกรรมช่วงฤดูหนาวในยุโรปโดนระงับไปหลายแห่ง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ปีนี้ผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งรอความมีชีวิตชีวาของเทศกาลคริสต์มาสที่จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งหลายประเทศในยุโรปก็มีประกาศให้จัดได้ภายใต้มาตรการที่รัดกุม 

“หวังว่าฤดูหนาวที่จะมาถึง เราจะได้เดินเล่นตลาดคริสต์มาส พร้อมยืนจิบกลูไวน์ร้อน ๆ คลายหนาวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา”

ยกครอบครัวไปเดินชมร้านรวงท้องถิ่น ชิมอาหารและจิบไวน์ร้อน ๆ ท่ามกลางลมหนาวในเทศกาลคริสต์มาส

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชนิตา สุวรรณะ

คุณแม่น้องสวิส และภรรยานักการทูตดินแดนแห่ง Cheese & Chocolate อดีตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารชั้นนำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาว่าง (อันน้อยนิด) จากการเลี้ยงลูกในต่างแดนไปกับงานเขียน ศิลปะ และการลงทุน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2565
1.73 K

The Cloud x Vespa

บรึ้น ๆ ! เสียงขบวนเวสป้าบึ่งเข้ามายังนครขอนแก่นเพื่อร่วมทริป Walk with The Cloud : บึ่งแก่นนคร ชมศิลปะและวัฒนธรรมในแดนอีสาน บ้างมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากขอนแก่นบ้านเฮานี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าไร้แดดเหมาะกับการขี่รถตากลมสุด ๆ จากจุดรวมตัว เราจะบึ่งไปที่โฮงสินไซเป็นที่แรก

เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ในการขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวกับเพื่อนหน้าใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จัก

เชื่อว่าทั้งคนในและคนนอกก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอสตาร์ทรถไปเบิ่งกันแน่จ้า

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ที่นี่โฮงสินไซ

จอดสกู๊ตเตอร์ที่ ‘โฮงสินไซ’ บ้านสวนกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โอบล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่และมวลแมกไม้นานาพันธุ์ สองมือยังไม่ทันล้วงกระเป๋า พวกเราก็พบกับ ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้ก่อตั้งโฮงสินไซ ที่ชวนน้อง ๆ เด็กพิเศษ มาเป็นวิทยากรพิเศษนำชมเรื่องราวของ สินไซ ด้วยกัน ที่นั่นมีเสียงจิ้งโกร่งต้อนรับพวกเราอย่างเนืองแน่น

เจ้าบ้านชวนเรานั่งล้อมวงสบาย ๆ บริเวณหน้าบ้าน แถมแจกจ่ายน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจดับกระหายให้คนละแก้ว (เติมได้ไม่อั้น) พร้อมขนมและผลไม้ตามฤดูกาล ก่อนจะเกริ่นแนะนำตัวและเล่าถึงวรรณคดีแบบกระชับ

สินไซ เป็นวรรณคดีของอุษาคเนย์ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ สังข์ศิลป์ชัย ท้องเรื่องไม่ได้ต่างจากวรรณคดีไทยส่วนใหญ่มากนัก แน่นอนว่า ‘สินไซ’ คือตัวเอกที่ต้องผ่านหลายเหตุการณ์ ต้องข้ามผ่าน 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย จนสุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง โดยท้าวกุดสะราดสละราชสมบัติให้สินไซปกครองต่ออย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

อาจารย์ทรงวิทย์บอกว่า โฮงสินไซนี้มีที่มาจาก โฮง หมายถึง โรง ที่บรรจุเรื่องราวของวรรณคดีเรื่อง สินไซ เอาไว้ นอกจากฟังประวัติความเป็นมาและความตั้งใจของสถานที่แห่งนี้แล้ว พวกเรายังได้เดินดูของสะสมในตู้กระจกที่เก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้ประมาณ 140 – 150 รายการ ทั้งหมดเกี่ยวกับ สินไซ ในด้านต่าง ๆ ทั้งแง่รัฐศาสตร์-การเมือง งานวิจัยภาษาไทย-ลาว อีกทั้งยังมีผนังห้องประดับภาพเขียนสีน้ำเล่าเรื่อง สินไซ ซึ่งอาจารย์เป็นผู้วาด และมีมุมการต่อยอด-ประยุกต์ให้ร่วมสมัย เป็นหนังตะลุง เสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ร่ม และของที่ระลึกต่าง ๆ

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์คนสำคัญของลาวกล่าวไว้ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีวัฒนธรรมจึงเกิดงานศิลป์หลายอย่าง วรรณคดีก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ให้เห็นว่า วรรณคดีแต่ละยุคสมัย ผู้คนมีความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม พิธี ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

โฮงสินไซเซอร์ไพรส์เราด้วยเสียงแคนกับหมอแคนรุ่นใหม่ ที่ผูกโยงกับ สินไซ และวัฒนธรรมอีสาน

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

“หมอลำจะไม่มีวันตาย เพราะปรับตัวง่าย พร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่คิดว่าดีกว่า” เป็นคำกล่าวของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งหมอลำไม่ตายฉันใด หมอแคนก็ไม่ตายฉันนั้น เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน

ถ้าหมอลำ-หมอแคน ไม่ตายแล้ว สินไซ และวัฒนธรรมอีสานก็จะไม่มีวันหายไป เพราะเชื่อมโยงกับหมอลำอย่างขาดกันไม่ได้ ยิ่งมีหมอแคนใหม่ ๆ เกิดขึ้น ยิ่งทำให้วัฒนธรรมอีสานแข็งแรงมากขึ้นด้วย

นั่นแปลว่าพวกเราจะมีโอกาสบิดเวสป้ากลับมาม่วนที่นี่อีกแน่นอน!

โมเดิร์นในมอ

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

บึ่งมาต่อกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์, สมคิด เพ็ญภาคกุล, เฉลิมชัย ห่อนาค และ สถาพร เกตกินทะ ที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทแวดล้อมของมอดินแดง พัฒนาภาพลักษณ์ของอาคารในสมัยนั้นให้มีสไตล์โมเดิร์น ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ของการพัฒนา แสดงออกถึงความก้าวหน้าและทันสมัย

เจ้าถิ่นที่พาพวกเราทัวร์มอและชมสถาปัตยกรรม คือ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ศึกษาเกี่ยวกับตึกทั้งหมดร่วมกับอาจารย์หลายท่านในคณะ รวมถึงเปิดวิชาเลือกให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมในคณะร่วมเก็บข้อมูลทำโมเดลออกมาเพื่ออนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้ เกิดเป็นนิทรรศการ ‘อาคารสมัยใหม่ Modern Architecture’ กระซิบเลยว่า อาจารย์นพดลเล่าเรื่องสนุกมาก เพราะท่านเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่

อ้อ ลืมบอกว่าพวกเราเติมพลังให้เต็มพุงกันเรียบร้อยที่ร้านไก่ย่างปรีชา แถมจัดไอติมกะทิหวานมันคนละถ้วยสองถ้วย ไม่นานพวกเราก็ประจำที่ จับเวสป้าคู่ใจออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านสะพานขาวด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ

แดดร่มลมตก เรามาเริ่มกันที่ ‘ตึกกลม’ อาคารเรียนรวมของนักศึกษาปี 1 ที่เราเปิดประตูห้องไปทดลองนั่งเรียนเป็นนักศึกษา ก่อนเดินสำรวจโครงสร้างภายนอก พบว่าอาคารรุ่นคุณลุงสวยไม่แพ้อาคารฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว

ส่วนภาพรวมการออกแบบ อาจารย์นพดลเล่าว่า มันบ่งบอกถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก รองลงมาคือการใช้งานในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และตอบโจทย์ความงามภายนอกอาคาร จังหวะการออกแบบเปลือกอาคารเมื่อแสงแดดกระทบ ก็จะเกิดเฉดเงาที่แสดงถึงความงามของอาคารนั่นเอง

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ขยับออกมาอีกนิด มองเห็น ‘ตึกหลอด’ น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยรูปทรงหลอดทดลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปหน่อยเป็น ‘ตึก SC01 ภาควิชาเคมี’ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีต สะท้อนให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ช่างฝีมือฉาบคอนกรีตผิวหยาบทิ้งไว้ ถ้าถอยหลังออกมาจะเห็นการเล่นเส้นเล็ก-ใหญ่บนตัวอาคาร เป็นกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ Le Corbusier ส่วนโถงโล่งใต้อาคารไม่มีเสาคานตรงกลาง แต่ดันอยู่ด้านข้าง ห่างกันถี่ ๆ เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นโครงสร้างตาข่ายที่ตั้งใจออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ห้องแล็บบนอาคาร

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ถัดจากตึกภาควิชาเคมีเพียงไม่กี่ก้าว มีอาคารทรงหลังคาคอนกรีตหล่อโค้งทรงเรขาคณิตครึ่งวงกลม หรือ ‘ห้องปฏิบัติการกลางเป่าแก้ว’ ออกแบบโครงสร้าง Hyperbolic Paraboloid ซึ่งไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นการออกแบบที่คิดค้นโดยสถาปนิกเมื่อ 50 ปีก่อน ที่สำคัญคือโชว์ประสิทธิภาพของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

คณะเกษตรศาสตร์ เป็นคณะเก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ‘ตึก AG 01’ เป็นตึกเรียนรวมตึกแรกของคณะ ออกแบบเพื่อเมืองร้อน สะท้อนความเป็นระบบอุตสาหกรรมเมื่อยุค 50 ปีก่อน แผงสีเขียวที่เด่นชัดนั้น ทำหน้าที่กันฝนและเป็นราวกันตกให้นักศึกษา ซึ่งสถาปนิกออกแบบได้ตรงตามโจทย์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นทรอปิคัล

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีตึกที่โดดเด่น 2 หลัง หนึ่ง คือ ‘ตึกโครงเหล็ก CB’ เป็นอาคารเรียนรวมและห้องซ้อมเชียร์ มองจากด้านนอกเป็นห้องสโลปบรรยายพร้อมอัฒจันทร์ โครงสร้างท่อเหล็กสีส้มทำหน้าที่ซัพพอร์ตโครงสร้างด้านใน ตัวอาคารไม่มีคานตรงกลาง แต่คานที่รับน้ำหนักเป็นหลักอยู่ริมนอกแทน และโครงเหล็กสีส้มจี๊ดถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคโพสต์โมเดิร์นที่นำเหล็กมาใช้ในงานออกแบบเยอะขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น ลดความน่าเบื่อ

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย
บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

สอง คือ ‘ตึกของภาควิชาวิศวกรรมโยธา’ ที่นักศึกษามายืนดูโครงสร้างและเรียนกันจริง ๆ โดดเด่นตรงมีเสาซัพพอร์ตอยู่ริมสองข้าง การหิ้วโครงสร้างที่มีแรงกระทำในแนวดิ่งและแรงกระทำกลับคืนขึ้นไป คล้ายโครงสร้างการหิ้วของสะพาน เดินโฉบด้านในอีกนิด ไปดูบันไดแบบ Freestanding Structure ที่มีจุดบรรจบเพียง 2 จุด บริเวณชานพักไม่มีเสาเลยสักต้น! เป็นความเก๋าของนักออกแบบที่ผสานหลักวิศวกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ใหม่อีหลี – ม่วนอีหลี – มักอีหลี

น้ำมันลดไปไม่มาก ก็มาจบทริปกันที่ ‘ใหม่อีหลี’ แกลเลอรี่งานศิลปะข้างบึงแก่นนคร สถานที่ที่เราได้พักดื่มชา-กาแฟในคาเฟ่ และเดินชมงานศิลปะตั้งแต่หน้าประตูแกลเลอรี่ จนถึงด้านในที่ชวนเราไปสัมผัสวัฒนธรรมภาคอีสานผ่านงานศิลปะที่ คุณเอริค บุนนาค บูทซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่ขึ้นมา ถัดจากแกลเลอรี่ใหม่เอี่ยมของเชียงใหม่

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการ ‘A Minor History | ประวัติศาสตร์กระจ้อยร่อย’ โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้ได้ชมด้วย พวกเรานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ ตัวหนังสือวิ่งขึ้นเป็นแนวตั้งคำต่อคำ เป็นการฉายโปรเจกเตอร์แบบสลับด้านให้มาฉายบนผ้าขาว จะอ่านออกได้ด้านเดียว ซึ่งคือด้านที่มีเก้าอี้ให้รับชม

นิทรรศการนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการเล่าเรื่องของคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ฉีกกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ที่มักเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า พวกเราทั้ง 20 คนถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเอ่ยคำร่ำลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานตามเดิม ขอนแก่นสำหรับใครบางคนในคาราวานเวสป้าวันนี้เป็นเมืองที่เขาเคยไม่รู้จัก แต่หากมีรถคู่ใจสักคัน เพื่อนรู้ใจสักคน รับรองว่าจะท่องเที่ยวเมืองนี้ได้สนุกเหมือนกับทริปนี้แน่ ๆ

ขอนแก่นและอีกหลายสถานที่กำลังรอให้คุณมาค้นพบเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งไปเลาะโลด!

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load