13 มกราคม 2564
10 PAGES
1 K

“ผมไม่ได้ชอบดำน้ำนะ ผมสนใจว่ามันจะเจออะไรมากกว่า”

เอิบเปรม วัชรางกูร คือนักโบราณคดีใต้น้ำมือหนึ่งของไทย ผู้ที่มีความดื้อเป็นคติประจำใจ และมีผู้กำกับภาพยนตร์เป็นครูดำน้ำคนแรก

ตลอดทั้งชีวิตของเขาอุทิศให้กับการทำงานบนเส้นทางการขุดค้นทางโบราณคดีทั่วประเทศ นับตั้งแต่ยอดดอยไปจนถึงพื้นมหาสมุทร และยังเป็นผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำคนแรกของไทย ผู้ที่วางรากฐาน เริ่มนับก้าวที่หนึ่งและก้าวต่อๆ ไป ให้งานโบราณคดีใต้น้ำไทยไปสู่การยอมรับระดับโลก

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ

ขอย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ทำไมคุณถึงเลือกเรียนโบราณคดี

ตอนสอบผมเลือกอักษรฯ จุฬาฯ อันดับหนึ่ง ธรรมศาสตร์อันดับสอง ศิลปากรอันดับสาม ผมไม่รู้จักโบราณคดีไง ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีคณะนี้อยู่ในโลกด้วย รู้จักแต่คณะอักษรฯ เพราะว่าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เยอะ เราก็เลือกแต่ประวัติศาสตร์อย่างเดียว อักษรฯ ตอนนั้นคะแนนสูงมาก อันดับหนึ่งของประเทศเขาเลือกกัน ผมก็เลือกตามเทรนด์ สมัยนั้นระบบแนะแนวห่วยมาก แต่สุดท้ายคะแนนก็ตกลงมาไปที่คณะโบราณคดี

ทั้งตระกูลวัชรางกูร ไม่มีใครรู้จักเลยว่าไอ้นี่มันจะไปทำอะไร พอถึงขั้นเลือกเอก ก็มีเอกประวัติศาสตร์ให้เลือก แต่ว่าไปเจออาจารย์ที่ปรึกษาที่ชำนาญ เขาก็แนะนำ เราเลยเรียนโบราณคดีดีกว่า สนุกกว่า ซึ่งมันก็เป็นทิศทางเดียวกัน คือเป็นการวิจัยเกี่ยวกับอดีต แต่โบราณคดีมันกว้างกว่า เพราะว่าประวัติศาสตร์มันเริ่มต้นตั้งแต่มีตัวอักษร แต่โบราณคดีมันครอบคลุมตั้งแต่มีมนุษย์ยันมีตัวอักษรด้วย เรียนตั้งแต่ไพรเมต (Primate) เลยว่ามนุษย์วิวัฒนาการมาจากสัตว์ยังไง

แล้วเข้าสู่วงการโบราณคดีใต้น้ำได้อย่างไร

พอเริ่มเรียนโบราณคดี ประมาณปลาย พ.ศ. 2517 มีชาวประมงงมเจอสังคโลกที่เกาะคราม ดังขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ จริงๆ แล้วประมงไทยเนี่ยลากอวนหน้าดินผิดกฎหมายทั้งนั้น ก็ครูดดิน ครูดสังคโลกติดอวนขึ้นมา เขาเจอกันมานานแล้ว แต่ก็เอาไปใส่ข้าวให้หมากินมั่ง ถ้วยชามอะไรก็ไม่รู้ พอมีพ่อค้าของเก่าไปเห็นใต้ถุนบ้านก็ขอซื้อ ใบสมบูรณ์หน่อยก็ใบเป็นหมื่นบาท ตอนนั้นเงินเดือนข้าราชการพันเจ็ดร้อยบาทเอง

พวกเด็กโบราณคดีก็ไต่ผาเข้าถ้ำมาหมดแล้ว งานนี้ต้องลงไปเก็บข้อมูลก้นทะเล ก็เฮกันไปด้วยความตื่นเต้น ไม่รู้เลยว่าดำน้ำอะไรกันยังไง ตอนนั้นพอกรมศิลปากรได้ข่าวเรื่องประมงพบสังคโลกก็ไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพเรือให้ส่งมนุษย์กบไปงมขึ้นมา นักโบราณคดีคอยอยู่บนเรือ ทำทะเบียน แยกประเภทตามกระบวนการ นั่นเป็นงานส่วนหนึ่ง แต่เด็กคณะโบราณคดีก็คิดว่าทำยังไงดีถึงจะได้ดำ เพราะกรมศิลปากรไม่คิดหรอกว่าจะดำน้ำเอง ใช้ทหารเรืองมอย่างเดียว

ตอนนั้นเราทำอย่างไรคะ

ก็คิดว่าทำยังไงวะถึงจะได้ดำ ตอนนั้นผมอยู่ปีหนึ่ง พอดีมีรุ่นพี่ พี่หน่อย (อภิชาต โพธิไพโรจน์) ที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับท่านมุ้ย (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล) ท่านมุ้ยนี่ก็เป็นคนทำหนังที่พิสดารไม่เหมือนคนอื่น คือจะมีทีมรีเสิร์ช ก็เอาเด็กโบราณคดีไปทำ รุ่นพี่คนนี้ก็บอกว่า เฮ้ย มึงไปหาท่านมุ้ยสิ มีเครื่องดำน้ำอยู่เยอะแยะเลย ท่านมุ้ยทำหนังใต้น้ำนานแล้วตอนนั้น หนังเรื่องแรกของท่านเกี่ยวกับใต้น้ำคือ มันมากับความมืด แล้วท่านมุ้ยก็อ่านหนังสือพิมพ์เรื่องการค้นพบเครื่องสังคโลกเหมือนกัน แกก็กำลังออกแบบโปรเจกต์หนังของแกอยู่ ผมก็ไปหาท่านมุ้ย เดินเข้าไปถามเลยว่า

“ท่านครับ ผมมาขอยืมถังดำน้ำ”

ไม่รู้เรื่องหรอก นึกว่าคาบไป แล้วโดดลงไปที่ก้นทะเลได้เลย

ท่านมุ้ยก็บอก “เดี๋ยวๆ จะทำอะไรนะ”

ผมก็บอก “เขาเจอสังคโลก ผมจะลงไปดูกัน”

ท่านนอนอยู่ ก็ลุกขึ้นนั่งเลย “เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ อะไรนะ” (หัวเราะ)

คือท่านมุ้ยดำน้ำเก่งแล้ว ท่านก็อธิบายให้ฟังว่า การดำน้ำไม่ใช่คาบสายอากาศลงไปแล้วก็ดำได้เลย อันตรายมาก เริ่มต้นตั้งแต่สามเมตรก็ปวดหูแล้ว รู้มั้ยทำไมปวดหู ท่านก็สอนๆๆ แล้วก็พาไปฝึกดำน้ำที่สระบ้านเพื่อนท่าน นั่นก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้น

ท่านมุ้ยสอนอยู่สองหรือสามเดือนตามบุญตามกรรม คือท่านมุ้ยเองก็ไม่มีใบประกาศนียบัตรครูฝึกสอนนะ ท่านรู้อะไรก็เอามาสอน ตอนนั้นใน พ.ศ. 2517 ยังไม่มีใครมีอนุญาตหรอก มีคนอเมริกันอยู่สองคนที่พัทยา คนไทยมีคนหนึ่ง ท่านมุ้ยเลยเรียกว่าตามยถากรรม จนมหาลัยวิทยาลัยศิลปากรเห็นว่าเรื่องนี้เป็นโปรเจกต์สำคัญ เลยตั้งหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำขึ้นมา

เรียนทั้งวิชาการ ทฤษฎี ปฏิบัติ แล้วก็วิชาการโบราณคดีใต้น้ำ อาจารย์เองก็สอนได้แต่ของที่งมขึ้นมาบนบก และเชิญอาจารย์ทางธรณีวิทยามาสอนเรื่องธรณีวิทยาใต้น้ำ ว่าลักษณะภูมิประเทศใต้น้ำมันเกิดขึ้นได้ยังไง การทับถมแตกต่างจากบนบกยังไง จบหลักสูตรมีประกาศนียบัตรที่คณะโบราณคดีออกให้ เสร็จแล้วในหลักสูตรก็มีส่งไปเรียนดำน้ำเต็มหลักสูตรกับทหารหน่วยซีลของกองทัพเรือ ไปอยู่ที่สัตหีบสองเดือน วิ่ง ว่ายน้ำ วิ่ง ว่ายน้ำ อยู่สองเดือน ตอนนั้นน่ะกินน้ำทะเลจืดเลย แปรงฟันกับน้ำทะเลได้ (หัวเราะ)

ระหว่างที่เรียนกองทัพเรือก็ทำงานกับกรมศิลปากรไปด้วย พอผมมีประสบการณ์พอ เขาก็ให้ลงไปทำงานกับเขา อันนั้นก็ถือว่าเป็นไดฟ์แรกในฐานะที่เป็นนักวิชาการโบราณคดีใต้น้ำ

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

ไดฟ์แรกของชีวิตในฐานะนักโบราณคดีใต้น้ำเป็นอย่างไรบ้างคะ

โง่มาก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ดำกับท่านมุ้ยเหมือนดำเที่ยวมากกว่า ดำสังเกตการณ์ แล้วก็จดบันทึก เป็นการจดบันทึกแบบขึ้นมาจด ไม่ใช่จดในน้ำ แต่ว่าพอฝึกกับกองทัพเรือ การจดบันทึกก็จดใต้น้ำ มีกระดาษกันน้ำ ใช้ดินสอจดบันทึกว่าพบเห็นอะไร ระยะเท่าไหร่ ซ้ายขวา หน้าหลัง อะไรอยู่ตรงไหนในผังรวม

ครั้งแรกที่ลงไปที่ไซต์ ครูฝึกมอบหมายงานให้ผมไปวาดภาพกงเรือ เป็นซี่โครงของเรือสำเภาที่เจอ เขาขุดค้นเสร็จแล้ว เอาสังคโลกขึ้นมาแล้ว ทีนี้จะบันทึกว่าไอ้กงเนี่ยมันอยู่ห่างกันกับอันโน้นเท่าไหร่ เพื่อมาคำนวณระวางเรือ เขาก็สั่งว่าเดี๋ยวเราไปบันทึกที่ตัวนี้นะ C17 ผมก็เอาสเลทลงไป เท่เลย มีคลิปหนีบเรียบร้อย ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปีสามแล้ว วิชาวาดเขียนผมได้ A ของนักเรียนโบราณคดี

พอผมรับงานนั้นไปตอนนั้นคิดว่าหมูมาก แต่พอกลับขึ้นมาสิ่งที่อยู่บนกระดาษผมมีอยู่แค่นี้ (เส้นโค้ง 1 เส้น) ทั้งโง่ ทั้งเซ่อ ทั้งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย คืออ่อนประสบการณ์ พี่นครครูฝึกที่ดูแลผมก็บอกว่า “นี่อะไรอะ” ผมไม่รู้ มองไม่ออก

พอเวลาเราลงไปใต้น้ำลึกขนาสี่สิบเมตร น้ำมันบีบทำให้สมองเราไม่ทำงาน ถ้าไม่จดไว้ว่าต้องทำอะไร จะลงไปโง่อยู่สักอึดใจหนึ่งว่าลงมาทำอะไร ต้องมีสเลทติดตัว ต้องบรีฟก่อนบนเรือ ใคร ทำอะไร เมื่อไหร่ ลงกี่โมง ขึ้นกี่โมง จดไปให้หมด เพราะพอโดดลงน้ำตูม ไอ้ที่อยู่ในกระดานน่ะไม่มีเหลืออยู่ในหัวเลย

พอเรียนจบก็มาทำงานที่กรมศิลปากรเลยไหมคะ

พอเรียนจบก็ไปทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวกรมศิลป์อยู่บ้านเชียง ประมาณสิบเดือน พอกรมศิลปากรเปิดสอบก็สอบติด พอกรมฯ แจกจ่ายพวกที่สอบติดไปอยู่ที่ต่างๆ ของประเทศ เขาให้ผมไปลงที่สุโขทัย

ที่ตลกก็คือ กรมศิลปากรไม่ได้วางคนให้ตรงกับงานเท่าไหร่ มันอยู่ในระบบราชการ คะแนนสูงสุดอยู่ใกล้สุดหรืออะไรทำนองนี้ สมัยเรียนโบราณคดีผมเลือกโฟกัสก่อนประวัติศาสตร์ เพราะผมสนใจเรื่องวิวัฒนาการมนุษย์ การใช้เครื่องมือรุ่นแรก เขาจะให้เรียนวิชาโทมานุษยวิทยา ส่วนพวกที่โฟกัสไปที่ยุคประวัติศาสตร์ เขาจะให้เรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ แล้วผมก็มีเรียนวิชาพิเศษคือโบราณคดีใต้น้ำ แต่พอจบมาเขาให้ไปทำงานที่สุโขทัย (หัวเราะ) อันนี้คือความบ้าบอของระบบราชการ

อยู่สุโขทัยผมทำงานเรื่องเครื่องถ้วยสังคโลกเยอะ อยู่สุโขทัยสิบสองปี ตอนนั้นได้เรียนอะไรเพิ่มเติม ตั้งสมมติฐาน ตั้งหัวข้อวิจัยเรื่องการตั้งเมือง การตั้งชุมชนโบราณ การเกิดและขยายตัวของเมือง เพราะสุโขทัยมีชุมชนที่เริ่มเป็นเมืองเยอะ ช่วงนั้นก็ทำงานอยู่ในบริบทนั้น

เป็น 12 ปีที่ได้ดำน้ำไหมคะ

ก็ได้ดำน้ำอยู่เหมือนกัน เพราะว่าในเมืองไทยมีนักโบราณคดีดำน้ำได้อยู่แค่สี่คน อีกสองคนก็ร่อแร่แบบถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ไปแล้ว ร่างกายไม่พร้อม เพราะสรีระคนไม่เหมือนกัน อย่างเพื่อนคนหนึ่ง พีรพน พิสณุพงศ์ เกษียณในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ถ้าเผื่อเอาดีทางดำน้ำก็คงไม่ได้เป็นรองปลัดกระทรวง เขาดำน้ำได้แต่มีปัญหาเรื่องไซนัส ถ้าให้ดำบ่อยๆ จะอักเสบ ซึ่งเขาก็เลือกว่าไม่เอาดีกว่า

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

การจะเป็นนักโบราณคดีใต้น้ำที่ดีได้ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างคะ

ต้องมีคุณสมบัติของนักโบราณคดีก่อน ถ้าคนภายนอกมองเข้ามาที่งานโบราณคดี ก็มักจะมองว่าเป็นการค้นหาสิ่งลึกลับ ได้มาจากฮอลลีวูดกันเยอะ คือมันมีส่วนจริงนั่นแหละ แต่ว่ามันเอาห้าเปอร์เซ็นต์ไปขยายเป็นร้อยไง

จริงๆ แล้วงานโบราณคดีคืองานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ก็คือ อันที่หนึ่ง เราต้องตั้งคำถาม แล้วเราก็พยายามหาคำตอบด้วยวิธีเก็บข้อมูล เอามาวิเคราะห์แยกแยะ สรุปออกมาเป็นความรู้ ทุกสาขาวิชาในโลกนี้ แม้แต่จิตรกรรมก็เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์นะครับ

ทีนี้คำถามที่เกิดในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในสาขานี้ มันเป็นคำถามที่ถามถึงเหตุการณ์ในอดีต ก็เลยเริ่มลึกลับ แต่การเก็บข้อมูลมันคือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ศิลาจารึกหลักที่ 1 เป็นของจริงหรือของปลอม อันนี้เป็นคำถาม นักโบราณคดีก็หาคำตอบ ซึ่งมันมีคนที่ทำได้อยู่หลายสาขาวิชา ประวัติศาตร์ศิลปะ หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์เคมีประยุกต์

มีพี่อยู่คนหนึ่งแกจบวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ก็เอาการสึกกร่อนของผิวหินที่เป็นตัวอักษรกับที่เป็นผิวจริงเอามาเทียบกันว่ามันสึกกร่อนสอดคล้องกันหรือไม่ แล้วก็มีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องจารึก ศึกษาว่าคำนี้ที่เจอที่นี่ครั้งนี้ แล้วเอาทั้งหมดมาเรียงกัน คำเดียวกันตัวอักษรเหมือนกัน การวิวัฒนาการของตัวอักษร การขมวดหัวเหมือนกัน หลักที่พบทีหลังมันต้องอยู่ร่วมสมัยกันกับหลักที่พบก่อน นี่คือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอบสมมติฐาน นักโบราณคดีใต้น้ำต้องมีคุณสมบัติอันนี้เป็นอันดับแรก คือถ้าขาดคุณสมบัติแบบนี้แล้วไม่ต้องพูดถึงใต้น้ำ บนบกคุณก็ไปไม่รอด

งานใต้น้ำเนี่ย ความแตกต่างของมันคือการเก็บข้อมูล เพราะว่าข้อมูลอยู่ในน้ำ ดังนั้น คุณสมบัติอีกอันที่สำคัญก็คือ คุณต้องมีร่างกายพร้อมที่จะลงไปเก็บข้อมูล เก่งกล้าสามารถบนบกยังไงก็ตาม แต่เคลียร์ไซนัสไม่ได้ก็จบ สรีระคุณไม่สามารถทำงานนี้ได้ ก็นั่งคอยอยู่บนเรือไปสิ เดี๋ยวเอาขึ้นมาส่งแล้วมึงวิเคราะห์ต่อ

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

ประเทศไทยยังเหลือจุดที่ต้องสำรวจเยอะไหมคะ

ยังมีเยอะครับ ยังเหลือที่ไม่โดนแตะต้องอยู่เยอะ อาจจะโดนอวนครูดไปบ้าง ส่วนใหญ่เจอโดยบังเอิญโดยพวกตกปลา พวกนี้เขาจะมีเครื่องหาฝูงปลาเขาเรียก Sounder ที่เป็นจอเอาจุ่มไปในน้ำ ตรงไหนที่มีปลาเยอะๆ มันขึ้นมายิบๆ เขาก็จะทิ้งสมอ ทีนี้เขาจะมาร์กละติจูด ลองจิจูด เขาเรียกมาร์กดาว ซึ่งถ้ามันซ้ำกันมากๆ แสดงว่าข้างล่างน่าจะมีอะไรสักอย่าง เราก็จะได้ข้อมูลมาจากพวกตกปลา แจ้งบ้างไม่แจ้งบ้าง บางทีเขาก็เก็บเป็นความลับ เพราะเขาใช้เป็นหมายในการทำมาหากินไง

เรามีรากฐานมาจากกองทัพเรือนี่แหละ กองทัพเรือเขามีความสัมพันธ์อันดีกับประมงดีๆ เขาจะติดต่อจิตอาสาที่ทำงานกับกองทัพเรือ พวกนายกสมาคมประมง เถ้าแก่สะพานปลา พวกโบราณคดีใต้น้ำก็ใช้สายเดียวกันกับกองทัพเรือในการสืบหาข่าว บางทีไม่ได้อยากหาข่าว หิ้วเหล้าไปหัวสะพานไปคุยกับเขา คุยไปคุยมาก็ได้ข่าวก็มี บางทีเขาก็ไม่ไว้ใจไอ้นี่ใครวะ ถ้าให้ข่าวไปแล้วจะให้คุณให้โทษกับเข้าได้ แต่พอสนิทกันแล้ว คุ้นเคยกันแล้ว ก็ง่ายขึ้น ร้อยละเก้าสิบเก้าของข้อมูลที่โบราณคดีใต้น้ำได้มาจากแบบนี้ทั้งนั้น นอกเหนือจากนั้นก็ฟลุก

เราศึกษาจากวัตถุที่คนงมขึ้นมาส่งให้ข้างบนได้ไหมคะ

ตอนนี้นึกออกคำเดียวคือบริบท มันต้องประกอบรวมกัน โบราณคดีใต้น้ำไม่ใช่แค่เอาเครื่องถ้วยที่พบมาแล้วก็ศึกษาว่ามันคืออะไร อาจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์ สรุปมาว่ามีอยู่สี่ประเด็นที่นักโบราณคดีใต้น้ำศึกษา ประกอบไปด้วย สินค้ามาจากไหน เวลาเราเจอเครื่องถ้วยสังคโลกสุโขทัย มันมาจากสุโขทัยจริงรึเปล่า เพราะเหตุใด มันจะมีเงื่อนไขในการทำงานคือ มันจริงหรือเปล่า มั่วหรือเปล่า ข้อมูลมาจากไหน

ถ้าไปเจอนักโบราณคดีคนไหนที่พูดเป๊ะ ฟันธงเลยว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นนะ ให้เชื่อไว้ก่อนแล้วว่าไอ้นั่นมั่ว ไม่ใช่ตัวจริง เพราะเขาเกิดทันเหรอ เกิดทันยังไม่รู้เลย เมื่อวานนี้มีคนติด COVID-19 กี่คนรู้ไหม คุณเกิดทันแท้ๆ (หัวเราะ)

อันนี้เป็นความเชื่อมโยงของหลักฐานข้อมูล สินค้ามีที่มาจากไหนไปไหน อันนี้คือต้นทาง นี่คือปลายทาง แน่นอนมันไปไม่ถึงเพราะมันจมก่อน แต่ว่าสินค้าชนิดเดียวกันมันเคยไปไหน

อีกอย่างหนึ่งคือเส้นทาง ไอ้นี่ขายให้ไอ้นี่ เสร็จแล้วขายให้ไอ้นี่ นี่คือเส้นทาง แล้วมันไม่ใช่มีแค่นี้ ไปเปิดเว็บเรื่องเส้นทางการเดินเรือทั่วโลกดู มันเป็นอย่างนี้

ทีนี้ ขายเมื่อไหร่ แล้วพอเวลาเปลี่ยนไป มันเปลี่ยนไหม นี่คือสิ่งที่เราศึกษากัน

แล้วเวลาเราเก็บข้อมูล เจ้าของเรือจะเป็นตัวบอกว่าเรือแล่นจากไหนไปไหนครับ เพราะว่าการค้าสินค้าในภูมิภาคแถบนี้มีเรือสำเภาจีน เรือกำปั่นของยุโรป แล้วก็เรือใบของกลุ่มอาหรับ ที่วิ่งกันว่อนเมื่อตั้งแต่พันปีมาจนถึงปัจจุบัน แล้วไม่ใช่ว่าเป็นเรืออาหรับถึงจะไปอาหรับ การค้าระหว่างจีนกับอินเดียในยุคต้นของทวารวดี ประมาณพันสองร้อยถึงพันห้าร้อยปีที่ผ่านมา คนจีนใช้เรืออาหรับ คนที่นั่งอยู่หัวเรือเป็นคนจีน คนถือท้ายเนี่ยอาหรับ คือมันเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาประกอบกัน ถ้าจะให้เล่าเรื่องอะไรเรื่องหนึ่ง ก็จะมาจากจิ๊กซอว์พวกนี้ ต้องเก็บหลักฐานให้ครบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กระบวนการทางโบราณคดีไม่ว่าจะบนบกหรือในน้ำ เรามีหลักการว่าเก็บทุกอย่างที่พบ แต่เราจะเก็บแค่ไหน เรามีวิธีที่ท่องกันอยู่ในคณะโบราณคดีคือ 

หนึ่ง สิ่งที่เห็นปั๊บ รู้เลยว่าไม่ต้องเก็บ 

สอง สิ่งที่ต้องเก็บ ให้เก็บมา

สาม สิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเก็บหรือไม่เก็บดี ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว เป็นกลุ่มที่ยุ่งยาก คาถาสำหรับข้อนี้คือให้เก็บ อันนี้เป็นหลักการเก็บข้อมูล ผมว่าใช้ได้กับทุกสาขาวิชานะ

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA
เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

การลงไปเก็บข้อมูลใต้น้ำแต่ละที มีเวลาจำกัดใช่ไหมคะ

อันนี้เป็นเรื่องฟิสิกส์เลย ถ้าน้ำตื้นก็อยู่ได้นาน ถ้าน้ำลึกปฏิกิริยาแรงบีบก็ยิ่งเยอะ เราก็ต้องหาวิธีแก้ไขให้ทำงานได้ ต้องมีถังอากาศหายใจ พอมันลึกลงไปมากเข้าๆ แก๊สมีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงไปตามความลึก

นักโบราณคดีใต้น้ำต้องเรียนฟิสิกส์ใต้น้ำก่อน แล้วก็เรียนสรีระศาสตร์ใต้น้ำด้วย ผมนี่เรียนกับแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ จะมีสามชั่วโมงหรือหกชั่วโมง ที่ต้องเรียนว่าแก๊สมีผลกระทบอะไรกับร่างกาย ถ้าดำน้ำท่องเที่ยวเขาจะมีลิมิตว่า ถ้าคุณเรียนมาแค่นี้ คุณอย่าดำลึกเกินเท่านี้ แต่โจทย์ของเรากับโจทย์ดำน้ำท่องเที่ยวไม่เหมือนกัน ของเรามันเลือกไม่ได้ว่าจะลงไปลึกเท่าไหร่ เพราะว่าเรือมันจมไม่ซ้ำกัน เราก็ต้องหาวิธีแก้ไข

อย่างไนโตรเจน พอมันเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อในเส้นเลือดในส่วนต่างๆ ของร่างกายจะมีเอฟเฟกต์เหมือนกับแอลกอฮอล์ มันเมา ดำนานๆ เข้าก็คอแข็งขึ้น (หัวเราะ) คือรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วก็ฝืนได้ มือใหม่ก็อาจจะเคว้งไปเลย อย่างตอนที่วาดได้แค่เส้นอันนี้มา นั่นเป็นการดำน้ำลึกสี่สิบเมตรครั้งแรกในชีวิต แล้วก็ได้รับมอบหมายงานซะด้วย ก็ได้ออกมาแค่นี้ นั่นคือเอฟเฟกต์ของไนโตรเจน

ที่สี่สิบเมตร ออกซิเจนยังไม่มีผลอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณลงไปที่เจ็ดสิบเมตร แปดสิบเมตร ร้อยเมตร ออกซิเจนจะเป็นพิษ วิธีป้องกันแก้ไขคืออย่าไปหายใจสิ เอาแก๊สอื่นใส่แทน เพราะพอลงไปลึกมากๆ ออกซิเจนมันเข้มข้นขึ้น ดังนั้นพวกที่ดำลึกจัดๆ อย่างพวกทำบ่อน้ำมัน ออกซิเจนที่ใช้ตรงพื้นแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเอามาใช้หายใจบนโลกไม่เกินสิบนาทีตาย มันเป็นอีกขั้นหนึ่งของการดำน้ำที่เรียกว่า Technical Diving

เป็นงานเสี่ยงอันตรายมากเลยนะคะ

มันทำให้ถึงตายได้ แต่เราก็หลีกเลี่ยงได้ ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราก็ไม่เอา เพราะเราไม่ใช่คนบ้า (หัวเราะ)

ทุกคนที่ทำงานอยู่ เราได้เงินเดือนเพิ่มอีกคนละหนึ่งหมื่นบาทเป็นขวัญกำลังใจ คือคุณเสี่ยงแล้วคุณก็ได้เงินเดือนมากกว่าคนอื่นหน่อย ประกันก็ไม่รับ ในสมัยที่ผมหัดดำน้ำ ประกันไม่รับแม้แต่กรณีเดียว ผมมีประกัน AIA กับไทยประกันชีวิต ทั้งสองฉบับมีหมายเหตุแนบท้ายว่า ถ้าหากมีส่วนร่วมในการดำน้ำถือว่าเป็นโมฆะ แต่ว่าใบรับประกันของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้ก็มีเงื่อนไขอยู่ว่าจะต้องผ่านการฝึกอบรม จะต้องมี Dive Leader เขาถึงจะรับประกัน ซึ่งถ้ามีอย่างนั้นแล้วไม่รู้จะประกันทำไมเหมือนกัน

มีอันตรายจากด้านอื่นอีกไหมคะ

เวลาเรียนดำน้ำต้องเรียนเรื่องนี้ด้วยเหมือนกันคือ อันตรายจากสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ แต่ละชนิดพิษมากน้อยแค่ไหน วิธีสังเกตคือ อะไรที่มีสีสวยๆ มีพิษทั้งนั้น ส่วนใหญ่เขาจะอยู่ของเขา ไม่มายุ่งกับเรา ที่ฮอลลีวูดหลอกให้คนกลัวทั้งโลกว่าฉลามดุ เจอกันมันก็ต่างคนต่างไป เจอเยอะครับ มีทั้งดุไม่ดุ ที่ออสเตรเลียมีดุจริง ที่อ่าวไทยนี่เจอกันปั๊บส่วนใหญ่ก็ต่างคนต่างไป ไม่มีใครอยากยุ่ง

เหตุการณ์เสี่ยงตายมีจากน้ำขึ้นน้ำลง ทำให้เกิดกระแสน้ำไหล ขาดำลงไปน้ำไหลขึ้น พอขาขึ้นน้ำไหลลง มันทำให้จุดขึ้นเราผิดที่ ผมเคยขึ้นผิดที่อยู่ทีหนึ่ง ปกติเราจะตั้งเชือกดักไว้ทั้งหัวทั้งท้ายไซต์ ผิดยังไงก็ไม่หนีจากนี้ พอดีรอบนั้นเชือกถูกเพรียงตัดขาด ผมขึ้นมาถึงกลางน้ำ กำเชือก อ้าวเฮ้ย! แล้วไงต่อ แต่เราจำเป็นต้องขึ้นเพราะแก๊สสะสมในตัวเรามันเยอะแล้ว ก็ขึ้นดิ่วไปเลย 

แต่ทีนี้ในกระบวนการความปลอดภัย เราคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ซึ่งเราก็มี Surface Tender มีกล้องส่องทางไกลคอยจับตาดูฟองอากาศอยู่บนเรือ คราวนั้นพอผมตัดสินใจว่าทำไรไม่ได้ จะขึ้นแล้ว น้ำก็พัดผมออกห่างจากเรือไปสองกิโลมั้ง ผมมองไปไม่เห็นเรือ แต่บนเรือพอฟองอากาศเริ่มหายไปแล้ว กล้องก็เริ่มจับตามแล้ว แล้วก็ดูทิศทางว่ากระแสน้ำไปทางไหน บนเรือเขาก็ตัดเชือกสมอเลยนะ ถ้ามัวถอนอยู่ก็ไม่ทัน เอาแกลลอนน้ำมันเครื่องผูกกับเชือกสมอแล้วเอาขวานฟันเลย เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บ ก็เอาเรือไปรับทัน

นักโบราณคดีรุ่นหลังมีชีวิตที่ปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็เรื่องเยอะขึ้น เมื่อก่อนคนเดียวทำทุกๆ อย่าง ตอนนี้เริ่มแยกออกไปเป็น Specialist ใครทำงานด้านไหนก็ไปด้านนั้น จำนวนคนมากขึ้น ตอนนี้กองโบราณคดีใต้น้ำมีนักโบราณคดีสี่คน นี่ดีขึ้นนะ สมัยผมมีคนเดียว ณ ตอนนี้ ทั้งประเทศมีอยู่สี่คน รวมผู้อำนวยการกองด้วย (หัวเราะ) แล้วในกองก็มี Technician อีกรวมแล้วสิบสี่คน

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

มีเหตุการณ์เสี่ยงตายที่ยังจำได้อีกไหมคะ

เมื่อก่อนใช้กล้องฟิล์ม ลงไปทีหนึ่งถ่ายได้สามสิบหกรูปก็ต้องถ่ายให้หมด เพราะว่าไม่หมดก็ถอดฟิล์มไม่ได้ เสียดายหางฟิล์ม ผมมีอยู่ทีหนึ่ง ดำที่ปากคลองวาฬประจวบ อากาศก็จะหมด ตารางอะไรต่ออะไรที่ทำบันทึกไป ทำตามนั้นหมดทุกอย่าง แต่พอถึงเวลาขึ้นมันเหลือฟิล์มอยู่สามรูป ขึ้นไปก็ต้องถอดทิ้ง เสียดาย ก็ถ่ายจนหมด พอหมดก็ขึ้นมาได้ครึ่งทาง น้ำ สามสิบเมตร ขึ้นไปได้สิบเมตรอากาศหมด เพราะมันผิดตารางงาน โห อีกตั้งยี่สิบเมตร เราก็ต้องหายใจสลับกับอากาศของบัดดี้

พอผมทำท่าปาดคอขออากาศ บัดดี้ผมทำงี้ (เงยหน้า) บัดดี้ก็จะหมดเหมือนกัน พอขึ้นมาที่ผิวน้ำมันบอกว่า “โอ้โห หัวหน้าปาดคอ ผมก็มองผิวน้ำเลยว่าอีกตั้งยี่สิบเมตร” แต่พอขึ้นมาถึงประมาณสิบเมตรถึงผิวน้ำ อากาศที่เราสะพายอยู่มันก็จะขยายตัวขึ้นมา มากพอที่จะไปถึงแทงก์สำรองได้

จำได้ไหมคะว่า 3 รูปสุดท้ายที่ถ่ายคือรูปอะไร

คือรูปอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ เป็นรูปแห่งชีวิต (หัวเราะ)

แล้วถ้าเป็นเรื่องหลอนๆ

เรื่องเล่าจากคนนู้นคนนี้ก็เยอะนะครับ แต่ผมไม่เคยเจอ เคยตกใจไปทีหนึ่งสมัยเรียนดำน้ำ ผมยาวถึงกลางหลัง รวบแล้วมันหลุดออก ช็อกนะ ช็อกแบบหายใจไม่ออกเลย แล้วที่ไซต์นั้นมันมีเรื่องอยู่ว่าพวกงมสังคโลกขาย เขาเคยเจอว่ามีคนเจอใส่ชุดดำแต่ไม่ใส่หน้ากาก ดำน้ำผ่านไปแถวๆ นั้น เรื่องมันก็ช่วยเสริมทำให้เราช็อก แต่ก็ยังคุมสติได้ว่า อ๋อ ผมกูเอง

ถ้าให้เลือกการดำน้ำครั้งที่ประทับใจที่สุดในชีวิตการเป็นนักโบราณคดีใต้น้ำ

ตอนที่ผมอยู่สุโขทัย แล้วเขายืมตัวมาช่วยขุดค้นเรือรางเกวียนที่บางเสร่ ถ้าเรายืนที่ท่าเรือบางเสร่ เราจะเห็นเกาะเล็กๆ อยู่ในสายตา ไม่มีต้นไม้ มีแต่ประภาคาร ตรงนั้นมีเรือต้นอยุธยาจมอยู่ลำหนึ่ง ขุดค้นที่นั่นอยู่เกือบปี

ไดฟ์ที่ประทับใจที่สุดก็คือ หัวหน้าตอนนั้นที่ขอตัวผมไปช่วย เขาก็เป็นบัดดี้ดำลงไปคู่กัน แล้วก็เอามือโบกๆ ทรายออก สายตาแกเยี่ยมมาก แกเจอพลอยเม็ดหนึ่งเป็นพลอยสีเขียว เม็ดเล็กแค่นี้ปนอยู่ในทรายแต่แกเห็นกำไลทองคำประดับพลอยขาวเขียว ผมก็สงสัยว่าแกเห็นได้ไงวะ แกก็โบกต่อ คือจะเอาเม็ดที่สองเม็ดที่สาม คิดว่ามันน่าจะมีอีกในที่เดียวกัน ปรากฏว่ากำไลทั้งวงที่จมทรายอยู่ก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละนิดๆ เป็นทองคำทั้งวงประดับพลอยเขียวขาวแดง

มันเป็นความทรงจำของเรานะ ยังจำช็อตนั้นได้อยู่ตลอดเวลา พอขึ้นมาบนบกหัวหน้าก็บอกว่า จริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะเจออะไร แค่ดูว่ามันจะมีอีกสักเม็ดสองเม็ดมั้ย พอวันต่อมาเจออีกวงหนึ่ง ทั้งหมดเป็นคู่อยู่ด้วยกัน ตอนนี้ของโชว์อยู่ที่พิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวีที่จันทบุรี

งานไหนยากที่สุดในชีวิตคะ

เรือพนมสุรินทร์เนี่ย ตั้งแต่เป็นนักโบราณคดีมาไม่เคยเจอไซต์ไหนที่โหดเหี้ยมหิน ใช้เวลานาน มองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

หนึ่งคือเป็นอินทรียวัตถุ มันพร้อมที่จะเสื่อมสลาย ถ้าเราไม่มั่นใจว่าจะรักษามันไว้ได้ ตามหลักการก็คืออย่าไปยุ่งกับมัน อย่าให้โดนแสง โดนอากาศ โดนลม โดนเปลี่ยนอุณหภูมิ อยู่ในตำราหน้าแรกของทุกสถาบัน เราต้องควบคุมสิ่งแวดล้อมให้ได้ก่อนที่จะไปแตะต้อง นี่คือหัวใจของการทำงานกับอินทรียวัตถุ

สองก็คือ ถ้ามันแห้งไปเลยก็แบบหนึ่ง เปียกไปเลยโบราณคดีใต้น้ำจะทำงานง่าย แต่อันนี้อยู่ในโคลน เราว่ายก็ไม่ได้ เดินก็ไม่ได้ จะให้ดีก็ต้องเหาะ (หัวเราะ)

ผมทำงานขุดค้นอยู่กับแหล่งมาสามสิบเจ็ด สามสิบแปดปี อยู่บนยอดเขาไม่ได้กินน้ำเป็นวันเลย ขุดดินขุดหินนอนตรงนั้น ยังไม่ยากเท่าอันนี้เลย ผมพูดอยู่บ่อยๆ ว่าทำงานตั้งแต่บนยอดเขาถึงก้นทะเล ไม่เคยเจองานที่ไหนที่พูดได้เลยว่ายากที่สุดในชีวิตเท่าที่นี่

การเป็นเรือไม้ก็ยากระดับหนึ่งแล้ว นักวิทยาศาสตร์ที่ดูแลเรื่องเรือไม้ที่เดนมาร์ก สวีเดน อิตาลี ออสเตรเลีย เราถามเขาไปว่าเอาไงดี ทุกคนยกมือเลยว่าลำนี้ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา อย่างเรือไวกิ้งที่รอสกิลด์ (Roskilde) เดนมาร์ก ผมไปฝึกงานอยู่เดือนหนึ่ง ทุกชิ้นถอดได้ แต่พนมสุรินทร์ไม่ได้ใช้ตะปู มันเจาะรูแล้วเย็บเหมือนผูกเชือกรองเท้า เป็นเทคนิคการต่อเรือของอาหรับแบบแรกสุดเลยที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้ ด้ายแต่ละรอยมัดก็ต้องรักษาไว้เหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นเทคนิคเฉพาะที่เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีสมัยโบราณ เดินก็ไม่ได้ จะถอดออกมาเป็นชิ้นก็ไม่ได้

มีพวกวิศวกรเสนอเทคนิคว่า ทำกั้นเป็นสระเหมือนทำสระว่ายน้ำหุ้มไว้เลย แล้วกระบวนการทรีตให้อยู่ในนั้น แต่คุณต้องเทพื้นปูน เทผนัง แล้วถ้าคุณไม่ยกตัวเรือ จะเทพื้นยังไง ผมเสนอไปว่าให้ตัดเป็นท่อนๆ ทุกคนตั้งแต่อธิบดีลงมาก็ยังอ้ำๆ อึ้งๆ จะยกขึ้นมาทั้งลำก็ได้เหมือนกัน แต่โห ใช้เงินกี่ร้อยล้าน ยกด้วยอะไร ปั้นจั่นขนาดที่ใช้ยกห้าหกร้อยตันก็มี แต่ตัวปั้นจั่นจะตั้งที่ไหน

แล้วกระบวนการหลังขุดค้นที่ต้องเก็บเอามาทำพิพิธภัณฑ์ ผมประเมินไว้สามสิบปีอย่างต่ำนับจากนี้ ซึ่งผมสาบานกับกรมศิลปากรเอาไว้ว่าผมจะอยู่ดูวันพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ นั่งรถเข็นไปก็ต้องเอาจนได้ ถึงตอนนั้นอาจจะเป็นออนไลน์แล้วก็ได้

ดูเหมือนว่างานนี้เป็นงานที่ต้องทำไปตลอดชีวิตนะคะ

คนส่วนใหญ่พอเข้ามาทำแล้วเหมือนผีสาป ถูกสาป พอเริ่มมาแล้วมันก็ไม่ได้มองข้างนอกอีก สมัยผม อธิบดีบอกว่าพี่ไปสอบเอาตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญมั้ย ก็ไม่ไป ผมอยู่กองโบราณคดีใต้น้ำทั้งหมดยี่สิบสี่ปี นั่งเก้าอี้ตัวเดียว เบื่องานบนบก งานบริหารของกรมศิลปากร ถ้าอยู่ในระดับบริหารคืองานรบกับชาวบ้านทั้งนั้น ไม่ชาวบ้านก็พระ อยู่ในทะเลไม่ต้องคุยกับคนเลย เป็นคนเดียวหรอกมั้งที่อธิบดีให้ไปเอาตำแหน่งสูงก็ไม่ไป

ถ้าไป ตอนนี้งานโบราณคดีใต้น้ำของไทยก็อาจจะไม่ได้มาถึงขนาดนี้

ก็เป็นไปได้นะครับ เพราะว่างานมันต้องการคนที่ดื้อ ดื้อกว่าปกติ น้องๆ ที่ทำงานอยู่ทุกวันเนี้ยดูท่าทางดื้อดีพอสมควร (หัวเราะ)

ลักษณะทั่วไปเป็นพื้นฐานของนักวิชาการมันก็คือความอยากรู้อยากเห็น ความกระตือรือร้นในการค้นหาข้อมูล การมีปฏิสัมพันธ์ แต่สิ่งที่รักษาคนกลุ่มหนึ่งให้อยู่ในแนวคิดเดียวกันได้ยาวๆ น่าจะเป็นเรื่องอีโก้ คือความตั้งใจ ความเชื่อมั่นในตัวเอง อยากจะเรียกรวมๆ ว่าดื้อ บางทีก็เป็นผลเสียนะ เวลาเราดื้อเราเชื่อว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น เราเชื่อว่ามันจะต้องสำเร็จ ทำให้เราปิดกั้นสิ่งกระทบภายนอก แต่ว่ามันก็ทำให้เรารักษาแรงบันดาลใจไว้ได้ ไม่สำเร็จก็ยังจะทำอยู่ บ้าอยู่แบบนั้น เรียกว่าดื้อละกัน

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA
เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

นอกจากงานในประเทศ ได้ทำงานร่วมกับต่างประเทศบ้างไหมคะ

เราเป็นศูนย์ของสปาฟ่า (SEAMEO Project for Archaeology and Fine Arts : SPAFA) องค์กรกลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ พ.ศ. 2521 เป็นข้อตกลงที่ว่าจะทำงานร่วมกันด้านโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ในส่วนโบราณคดีก็แบ่งงานกันไปในแต่ละประเทศ อย่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหิน การขุดค้นต่างๆ ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ ทุกประเทศสมาชิกก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมที่นั่นทุกปี อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพเรื่องการอนุรักษ์โบราณสถานที่เป็นหิน สิงคโปร์จะทำเรื่องแล็บกับกระบวนการในการอนุรักษ์

ประเทศไทยเราเป็นเจ้าภาพในเรื่องโบราณคดีใต้น้ำ นักโบราณคดีใต้น้ำจากแต่ละประเทศสมาชิกจะมารวมที่เรา วิทยากรที่มาอบรมก็จะมาจากประเทศต่างๆ จากยุโรปและอเมริกา เราได้เป็นเจ้าภาพเพราะเราพร้อมในแง่ของไซต์ ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก มีเครื่องมืออุปกรณ์พร้อม เรามีองค์กร มีอุปกรณ์ มีบุคลากร มีงบประมาณ บุคลากรสี่คนนี่คือเยอะสุดแล้ว ที่อื่นมีคนเดียวหรือไม่มีเลย

ประเทศไหนเชี่ยวชาญเรื่องโบราณคดีใต้น้ำมากที่สุดคะ

ที่สุดเลยเนี่ยไม่มีนะ ตอนนี้มันเป็นพันธมิตร ประเทศที่เชี่ยวชาญงานโบราณคดีใต้น้ำเด่นๆ จะมีสักสิบประเทศ มีอเมริกา ที่ทำงานต่อเนื่องชัดเจนก็คือเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน อาร์เจนตินาเป็นภาควิชาในมหาลัย ของไทยเราก็มีองค์กรที่เรียกว่า Department of Underwater Archeology

ส่วน UNESCO เขาก็จะทำศูนย์ฝึกโบราณคดีใต้น้ำในที่ต่างๆ เขาตั้งใจว่าจะเซ็ตอัปให้เหมือนมรดกโลก ประเทศต่างๆ ก็อยากจะได้เป็น Category 2 Training Center ซึ่ง UNESCO ก็บอกว่ากำลังจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ฝึกของเอเชียแปซิฟิกครับ

ได้ร่วมทำหลักสูตรโบราณคดีใต้น้ำกับ UNESCO ด้วยใช่ไหมคะ

ในช่วงที่เริ่มต้นที่เราประกาศตัวว่าจะเข้าเป็นผู้นำอาเซียน โบราณคดีใต้น้ำเราพร้อมสมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้ ในเวลาเดียวกันยูเนสโกกรุงเทพฯ ก็จะเปิดอบรมเสริมสร้างความเข้มแข็งในองค์กร อันนี้เป็นเอเชียแปซิฟิก

เขาก็มาคุยกับผมทำอะไรได้บ้าง เราก็ทำอาเซียน เราทำสปาฟ่า เขาก็ดูความพร้อมต่างๆ ก็โอเค เอาโปรเจกต์ Asia Pacific Capacity Building มาทำที่เมืองไทย

ประเทศสมาชิกนี่พิสดารมาก มีนักโบราณคดีใต้น้ำของคีร์กีซสถาน ทั้งประเทศไม่มีทะเลเลยมีแต่ทะเลสาบ มีเคนย่ามาคนหนึ่ง ลังกา เมียนมามาอยู่แล้ว ลาวก็มา เวียดนาม ผมเป็นผู้อำนวยการ คนที่เทรนมาจากออสเตรเลีย อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาย่อยก็เป็นวิทยากร สนุกดี เพื่อนเยอะ

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA
เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

หลังเกษียณ ปัจจุบันนี้พี่เอิบมาทำงานอะไรให้พระราชนิเวศน์มฤคทายวันคะ

พระราชนิเวศน์ฯ ปัจจุบันนี้ รัชกาลที่ 10 พระราชทานให้เป็นสมบัติของตำรวจตระเวนชายแดน แล้วเขาก็ตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพื่อดูแล สืบสานต่อยอดสิ่งที่เป็นมรดกของรัชกาลที่ 6 เป้าหมายหนึ่งคือทำให้พระราชนิเวศน์ฯ มีสภาพเหมือนในสมัยรัชกาลที่ 6 มูลนิธิเขาอยากให้เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2567 เพราะเป็นปีที่ครบร้อยปี ตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ เยือนที่นี่ครั้งแรกสุดเมื่อ พ.ศ. 2467

แน่นอนล่ะ มันจะเหมือนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก แต่เราก็ต้องศึกษาว่าของเดิมเป็นยังไง ต้องเอางานโบราณคดีมาใช้ บางเรื่องที่มองเห็นอยู่ก็ศึกษาว่าเป็นยังไง เสียหายตรงไหน เราจะซ่อมด้วยวิธีไหนบ้าง ส่วนเรื่องที่มองไม่เห็น อย่างเช่นสีเดิมมันเป็นสีอะไร ก็ต้องขูดให้ลึกลงไปในเนื้อ

อย่างถนนเดิมที่รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ พระองค์ลงรถไฟที่สถานีห้วยทรายเหนือ แล้วก็เสด็จโดยรถพระที่นั่งเข้ามาที่นี่ ถนนเป็นยังไง ไม่ใช่ถนนลาดยางนี้แน่ๆ ถนนเส้นนั้นอยู่ตรงไหน ก็ใช้นักโบราณคดีขุด

งานนี้ถือว่ายากไหมคะ

อะไรที่เก่าไปเลยเป็นพันปีหรือสมัยอยุธยาสี่ร้อยปี ระยะความแตกต่างจะเห็นชัดว่าอันไหนเก่า อันไหนปัจจุบัน แต่ที่นี่มันอายุเก้าสิบเจ็ดปี เก่ากับใหม่อยู่เรียงกัน ต้องใช้ความละเอียดมากถึงจะแยกออก มันผ่านการบูรณะมาสามถึงสี่รอบ บูรณะรุ่นแรกตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาใช้งานพื้นที่ เขาบูรณะแบบให้ใช้งานได้ ถนนที่เป็นตะปุ่มตะป่ำก็เอาลูกรังทับ สมัยถัดมาก็ลาดยาง ทีนี้เราจะไปหาถนนสมัยรัชกาลที่ 6 ที่เป็นถนนโรยหิน เราก็ต้องขุดโดยใช้วิธีการทางโบราณคดี พูดว่าง่ายก็ง่าย เพราะความซับซ้อนน้อย ความยากคือมันใกล้กับปัจจุบันมาก

งานของที่นี่คือการเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อให้นักอนุรักษ์ แล้วบางทีก็ทำงานอนุรักษ์ไปด้วยเหมือนกัน เพราะขุดเปิด ตากแดดตากฝนมันก็พัง ต้องซ่อมด้วย ไม่ได้ดำน้ำเลย แต่ใช้ความรู้เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง เรื่องน้ำเค็มที่มันเข้ามามีผลกระทบกับฐานรากอาคาร

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

คิดถึงการดำน้ำไหมคะ

คิดถึงดำน้ำเหมือนกัน ตั้งแต่เกษียณก็ไม่ได้ดำน้ำเลย ถ้าจะให้ไปดำอีกก็ต้องซ้อม ภาษานักดำน้ำทั่วไปเขาเรียกเคาะสนิม ต้องเรียกความชำนาญความคุ้นเคยกลับมาก่อน

คือผมไม่ได้ชอบดำน้ำนะ ผมสนใจว่ามันจะเจออะไรมากกว่า ตอนนี้ที่คิดถึงโบราณคดีใต้น้ำนี่คิดถึงว่าตอนนี้เขากำลังขุดอยู่ที่เกาะมันนอก ระยอง ขุดเรือกลไฟที่จมเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2464 แปลว่าปีหน้าครบร้อยปี เจออะไรต่ออะไรเยอะแยะเลย มีนักโบราณคดีใต้น้ำสมัครเล่นเขาไปค้นคว้าจนเจอว่าเรือลำนี้ชื่อ ฟรานซิส กานิเย่ แล่นมาจากไซ่ง่อน มันสนุกตรงนี้ ไม่ใช่สนุกตรงที่เอาหัวมุดน้ำ

เหมือนงานนักสืบ เหมือนเวลาเด็กๆ เราอ่าน Sherlock Holmes เขาตีความเรื่องนี้จากอะไรเล็กๆ นิดๆ พอเราเจออะไรแล้วมันจะโยงไปถึงอะไร เฮ้ย อันนี้มันเกี่ยวมั้ย อันนี้ไม่เกี่ยว อันนี้เรื่องเดียวกัน อันนี้มาต่อกันได้ อ้าวเฮ้ย มันแหว่งไปหน่อย อันนี้คือสิ่งที่ผมเรียกว่าเป็นเสน่ห์ได้

แล้วพอพูดอะไรไปคนเชื่อหมดเลย ทั้งที่แหม กว่าเราจะ… (หัวเราะ)

ก็คงเข้าใจแล้วว่าเราไม่ได้มั่ว เขาถึงได้เชื่อ

เอิบเปรม วัชรางกูร นักโบราณคดีใต้น้ำ ผู้บุกเบิกโบราณคดีใต้น้ำไทยให้สมบูรณ์ที่สุดใน SEA

Writer

แก้วขวัญ เรืองเดชา

โปรดิวเซอร์สารคดีโทรทัศน์ นักเขียน และนักออกแบบนิทรรศการ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่วัยกำลังก๋ากั่น