26 พฤศจิกายน 2561
17.99 K

พูดก็พูด เชียงใหม่นี่เป็นเสมือนเมืองหลวงแห่งการย้อมผ้า

ผ้ามัดย้อม ผ้าคราม ผ้าม่อฮ่อม หรือวิธีการย้อมผ้าในหลากหลายรูปแบบสุดแล้วแต่จะสรรหามาได้ เป็นเหมือนสิ่งที่คนเชียงใหม่พิถีพิถัน และให้ความสำคัญไม่ต่างจากร้านชานมไข่มุกและเครื่องดื่มเย็นที่เปิดกันอย่างดาษดื่นในช่วงปีถึงสองปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ผ้าย้อมเริ่มจางความนิยมลงไปคือ สินค้าเหล่านั้นยังไม่มีความพิเศษหรือโดดเด่นที่จะดึงดูดใจลูกค้าได้

แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับแบรนด์ผ้าย้อมที่แตกต่างออกไป เพราะย้อมด้วยเทคนิค Eco-printing หรือการย้อมผ้าโดยใช้สีธรรมชาติจากพรรณไม้นานาชนิด 

จากการลองผิด ลองถูก ทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาวิธีการผลิต ร่วม 1 ปี บัดนี้ ‘Rissara’ คือแบรนด์เสื้อผ้าที่ใช้เทคนิคย้อมสีธรรมชาติด้วยการนึ่ง อีกทั้งยังได้รับความนิยมจนทั้งหน้าร้านออนไลน์ การออกบูทในงานกิจกรรมต่างๆ รวมถึงมีออเดอร์สั่งผลิตอีกจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ Rissara มีหน้าร้านที่โครงการลานเสี่ยว ซอยวัดอุโมงค์ แต่เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้ง ส้ม-นริศรา ธีระพันธ์ศิลปิน และ ตั้ม-พลกฤษณ์ อุทัยกรณ์ ผู้ก่อตั้งทั้งสอง จึงตัดสินใจขยับขยายหน้าร้านไปยังโครงการบ้านข้างวัดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มต้นการขนย้ายไปยังหน้าร้านใหม่ ฉันรบกวนเวลาส้มและตั้มชั่วครู่หลังจากการนึ่งผ้าชุดใหม่เสร็จสิ้น เพื่อทบทวนเรื่องราวของการเรียนรู้ศาสตร์ Eco-printing และประสบการณ์ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้

ที่ทั้งสองบอกฉันว่า การทำแบรนด์ Rissara ในวันนี้ยังมีเรื่องให้เรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ

Rissara Rissara

โลกใบใหม่แห่งการย้อมผ้า

ช่วง 2 – 3 ปีก่อนหน้านี้ ส้มทำงานอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมญี่ปุ่น โดยดูแลจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นในหลายๆ ด้าน รวมไปถึงงานผ้า ส่วนตั้มเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์อิสระ

จุดเริ่มต้นของ Rissara มาจากความฝันของส้มที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เมื่อผนวกกับความชอบส่วนตัวเรื่องงานผ้า เป็นแรงผลักดันให้ส้มเริ่มต้นศึกษาและทดลองศาสตร์การย้อมผ้าด้วยสีจากพืชธรรมชาติ หรือ Eco-printing ทั้งกว้านซื้อหนังสือเกี่ยวกับ Eco-printing และหาข้อมูลอย่างจริงจังและเข้มข้นจากอินเทอร์เน็ต

“ส้มเห็นภาพผ้าที่เกิดการย้อมแบบนี้จากอินเทอร์เน็ต โดยยังไม่รู้ว่าการย้อมลักษณะนี้เรียกว่าอะไร แต่ด้วยความสนใจมากๆ เราพยายามศึกษาลงไปลึกๆ จนรู้ว่าคำเรียกจริงๆ ของวิธีการนี้หลากหลายมาก บางคนจะเรียกว่า Leaf Print, Botanical Print หรือ Botanical Dying แต่เรารู้แน่ๆ ว่าสีที่ใช้คือสีธรรมชาติ และยิ่งข้อมูลในอินเทอร์เน็ตไม่เหมือนกันเลยสักแหล่ง วิธีการทำก็ไม่ได้มีสูตรหรือลำดับขั้นตอนก่อนหลังเป๊ะๆ สำคัญคือการทดลอง ซึ่งไม่ว่าใครทดลองแบบไหน หรือได้ผลลัพธ์อย่างไร เขาก็จะแบ่งปันวิธีกัน” ส้มเล่าถึงจุดเริ่มต้นความสนใจเรื่อง Eco-printing ก่อนจะตัดสินใจลงทุน ลงมือ และลงแรงในการทดลองโดยไม่รีรอ

ส้มบอกว่าสิ่งที่น่าสนใจใน Eco-printing คือเทคนิคที่จะพัฒนาและต่อยอดไปได้อีกเยอะ ซึ่งเธอพบว่ายังไม่ค่อยมีใครกล้าทำ Eco-printing อย่างจริงจัง เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักของตลาด จึงเป็นเรื่องท้าทายที่เธออยากลองทำให้สำเร็จ

Rissara

ระหว่างที่ส้มและตั้มมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ช่วงสั้นๆ พวกเขาพบว่าสินค้าจากผ้าย้อมด้วยวิธีการต่างๆ นั้นไม่แตกต่างหรือโดดเด่นแปลกใหม่ในตลาด จุดประกายให้ทั้งคู่เริ่มต้นแบรนด์ผ้าย้อมด้วยเทคนิคพิเศษนี้ที่เชียงใหม่ ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ไม่ใช่คนพื้นที่

“ช่วงที่มาเที่ยวเชียงใหม่ 5 วัน พวกเราก็ตัดสินใจว่าจะเช่าบ้านเพื่อทำ Eco-printing กันที่นี่เลย เพราะทั้งสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงาน และเป็นพื้นที่ที่พร้อมไปวัตถุดิบธรรมชาติ” ตั้มเล่า

ลองผิดลองถูก

หลังจากเลือกลงหลักปักฐานแบรนด์ที่เชียงใหม่ ทั้งส้มและตั้มเริ่มตั้งต้นด้วยการหาวัตถุดิบ อุปกรณ์ และเริ่มทดลองทำ ซึ่งทั้งคู่ต่างบอกกันและกันว่าจะไม่ทำงานอยู่บนพื้นฐานความกดดันหรือความเครียดใดๆ เพราะนี่คือการทดลองใหม่ในทุกครั้ง ตั้งแต่เริ่มหยิบดอกไม้นานาชนิดจัดวางลงผ้า ต่อด้วยการนำผ้าไปนึ่งในอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม จนได้ผลงานที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะออกมาในรูปแบบใด

Rissara

สิ่งที่ทำให้คนทั้งคู่หลงใหลในการย้อมผ้า Eco-printing นี้คือ ความสนุก

โดยตั้มเล่าว่า เขาสนุกที่ได้เห็นว่าใบไม้บางประเภทที่เราเห็นว่าเป็นสีเขียว ย้อมผ้าออกมาแล้วไม่เป็นสีเขียว และสนุกที่วิธีการนี้ทำให้เขาลุ้นเดาทุกครั้งว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบไหน

“การย้อมผ้า Eco-printing ทำให้เราต้องลองใช้ดอกไม้ ใบไม้หลายๆ ประเภท จนกระทั่งทุกวันนี้เราก็ยังคงทดลองอยู่ แม้ว่าที่ผ่านมาเราจะอ่านหนังสือหรือหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เยอะมาก แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่เท่าการทดลองทำจริงๆ เพียงครั้งเดียว” ส้มเล่าเสริมจากตั้ม

Rissara Rissara

ส้มบอกว่า ข้อมูลที่เธอค้นหาจากแหล่งข้อมูลของต่างประเทศมีสูตรในการผลิตและวิธีการทำที่ไม่เหมือนกัน ด้วยความแตกต่างทางภูมิศาสตร์จึงทำให้ขั้นตอน ลักษณะ หรือประสบการณ์ทดลองของแหล่งข้อมูลมีเทคนิคที่แตกต่างออกไป ซึ่งวิธีการที่ส้มใช้คือนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาปรับให้เข้ากับสภาพภูมิศาสตร์ของไทย

“เราเคยทำตามสูตรที่เหมือนเราหาข้อมูลมาทุกอย่างเลย แต่พอทำแล้วมันไม่ได้ผลเหมือนเขาเลย (หัวเราะ) มันก็เลยลองผสมมั่วๆ เอา เราค่อยๆ หาจังหวะที่มันจะเกิดผล เราจะมีเซนส์นิดหนึ่งว่าแบบนี้แหละ อันนี้ที่มันใช่”

ผลิตภัณฑ์ทำมือ

ขั้นตอนในการผลิตผลงานของ Rissara หนึ่งชิ้นจะใช้เวลาราว 2 – 3 วัน โดยเริ่มต้นจากการทำความสะอาดผ้าให้สะอาดหมดจดพร้อมกับการเตรียมผ้า (mordant) เพื่อให้สีธรรมชาติปรากฏบนผ้าอย่างคงทนมากขึ้น ก่อนจะเข้าสู่การออกแบบลายผ้าโดยการวางใบไม้หรือดอกไม้เพื่อพิมพ์ลาย ส่วนใหญ่เป็นพืชและสมุนไพรที่นำมาย้อมสีธรรมชาติได้ เช่น ยูคาลิปตัส เพกา สะเดา เปลือกหัวหอม ใบละหุ่ง เป็นต้น

ขั้นตอนต่อไปคือการม้วนผ้า เพื่อให้ผ้ากับใบไม้แนบติดกัน จึงจะนำไปต้มหรือนึ่งตามกรรมวิธี โดยใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง เวลาอาจคาดเคลื่อนได้ตามพรรณไม้ที่ใช้ ต่อมาคือการทิ้งผ้าให้เซ็ตตัวไว้ข้ามคืน ก่อนจะนำผ้ามาคลี่และซักออกในวันต่อมา จึงเป็นอันเสร็จพิธี

สีย้อมธรรมชาติผลิตภัณฑ์ของ Rissara อาจจางลงได้จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส้มจึงแนะนำวิธีการดูแลรักษาว่า ควรซักด้วยมือและตากแห้งในที่ร่ม ซึ่งเป็นวิธีถนอมสีย้อมธรรมชาติให้อยู่บนผลิตภัณฑ์ได้นานที่สุด

อุปสรรคในการสร้างหรือผลิตผลงานของ Rissara มีอยู่ 2 ข้อสำคัญ

ข้อแรกคือ การควบคุมวัตถุดิบที่ควบคุมได้ยาก เนื่องจากวัสดุธรรมชาติทั้งหลายมีผลต่อสีที่ย้อมออกมา ทั้งความสด ความแก่ของพืชที่ใช้ ดินที่ปลูก เนื้อผ้า สภาพอากาศ หรือผ้าที่ใช้ในการย้อม ล้วนส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ที่ออกมาทั้งหมด มีหลายครั้งที่ส้มพยายามแก้ปัญหาโดยการจดสูตรอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกันทุกครั้ง

ส้มบอกฉันอีกว่า ใบไม้แต่ละประเภทต้องการระยะเวลาคายสี จึงทำให้อุณหภูมิที่ใช้ในการนึ่งไม่เหมือนกัน หากใช้เวลามากเกินไปจะส่งผลให้เม็ดสีในใบไม้เปลี่ยนเป็นโทนที่ไม่ตรงกับความต้องการ หรือเกิดขอบน้ำมันจากใบ้ไม้ทิ้งลายเลอะบนผ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก ส้มจึงตัดสินใจไม่จดสูตรเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเสน่ห์ของ Eco-printing คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลายผ้าที่ได้และลวดลายที่ไม่อาจคาดเดา

Rissara

ข้อสอง การย้อมผ้าแบบ Eco-printing ทำให้ได้ผ้าที่มีชิ้นเดียวในโลก ตามธรรมชาติเลือกสรร จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำเสนอสินค้าตอบความต้องการของตลาดจำนวนมาก

“การขายมีความเสี่ยงเพราะว่าเป็นงานแฮนด์เมด แฮนด์คราฟต์ มีชิ้นเดียว อันเดียว บางคนอยากได้ลายนี้แต่ไซส์นี้ ก็จะมีปัญหาแล้วว่าเราทำงานมาแต่ละชิ้นมันคือไม่เหมือนกันเลย ลูกค้าไม่สามารถเลือกได้ว่าอยากได้อันนี้หรืออยากได้อันไหน” ส้มยิ้ม

Rissara

หากแต่อุปสรรคทั้งหมดกลับไม่ใช่สิ่งสำคัญเลย เมื่อส้มและตั้มเริ่มนำงานออกขายจริงในตลาดนัดตามพื้นที่ต่างๆ รอบเมืองเชียงใหม่ เช่นการนำสินค้าออกสู่สาธารณะครั้งแรก ในตลาดเช้าที่โครงการบ้างข้างวัด โดยมีสินค้าเพียง 10 ชิ้นเท่านั้น แต่ก็มีลูกค้าสนใจเข้ามาพูดคุยและถามถึงวิธีการผลิตผ้าอยู่บ้าง และเมื่อได้รับเสียงตอบรับที่ดี จึงเริ่มนำสินค้าปรากฏตัวตามงานอีเวนต์ต่างๆ มากขึ้น จนในที่สุดเริ่มมีรายการสั่งซื้อจากทั้งฮ่องกงและไต้หวันในเวลาต่อมา

สำหรับทั้งสองแล้ว ต่อให้ไม่มีใครซื้อสินค้าของเขา การได้มีโอกาสการทดลองทำและบอกเล่าถึงวิธีการแก่คนที่สนใจเหมือนๆ กัน ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว

Rissara Rissara

นี่คือสิ่งสำคัญ

“ใครคือกลุ่มเป้าหมายของ Rissara” ฉันถาม

“คนที่เข้าใจและหลงรักในงานธรรมชาติ งานคราฟต์ สินค้า Eco ทั้งหลาย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนไทยหรือต่างประเทศ” ส้มตอบ

เนื่องจาก Rissara คือหน้าใหม่ในวงการงานคราฟต์ของไทย นอกจากคำแนะนำจากลูกค้าที่ส้มและตั้มนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์จากการทำงานในมหานคร ทั้งการติดต่อสื่อสารหรือเจรจาข้อมูลธุรกิจ การทำบัญชี แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ถูกนำมาปรับใช้กับการทำแบรนด์ Rissara

ฉันถามทั้งสองต่อว่า อะไรคือบทเรียนที่ได้จากการทำแบรนด์นี้ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

“ถ้าเอาดิบๆ เลย ก่อนหน้านี้ส้มไม่ได้มองอะไรนอกจากความสวยงาม หรือความน่าทึ่งของสีที่มาจากดอกไม้ ใบไม้ พอเราได้มาทำจริงๆ มีคนที่รู้จักที่อยู่เชียงใหม่อยู่แล้วมาพูดว่าจริงๆ ตัวเขาเองซึ่งเขาเป็นคนเชียงใหม่ เขายังไม่เคยคิดว่าทรัพยากรในบ้านเขามันให้คุณค่าหรือให้ประโยชน์ได้ขนาดนี้เลย” ส้มตอบคำถามของฉัน ซึ่งตั้มเสริมขึ้นมาว่า “การทำ Rissara ทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัว เพราะถ้าเราปล่อยใบทิ้งไว้กับต้น ใบไม้ก็จะแห้งแล้วร่วงหล่น”

Rissara

“สมัยที่ยังทำงานประจำ เราจะรู้สึกขี้เกียจอยู่นิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะคิดถึงเรื่องร้าน เป็นเรื่องแบรนด์ของเราอยู่ตลอดเวลา พรุ่งนี้เราจะทำอะไร ปีหน้าเราจะทำอะไร ตอนนี้ตลาดของเราโอเคมั้ย แล้วเราจะพัฒนายังไงต่อไปได้บ้าง เราหายใจเข้าหายใจออกมันเป็นเรื่องนี้ พี่ตั้มเองก็อยากจะมาทำงานอยู่ทุกวัน โดยเขาจะดูแลเรื่องหน้าบ้าน ติดต่อกับลูกค้าเป็นหลัก” ส้มตอบเมื่อฉันถามว่าแบรนด์ Rissara สำคัญหรือมีความหมายกับทั้งคู่อย่างไร

“Rissara จริงๆ มันเป็นชื่อส้ม เราทำกันสองคน มันก็คือชีวิตของเราทั้งคู่นั่นแหละ ถ้าจะพูดมันก็เหมือนลูกที่เราต้องเลี้ยง เลี้ยงให้โตไปด้วยกัน เลี้ยงให้ดี เลี้ยงให้เป็นคนดี มีประสิทธิภาพ” ตั้มตอบปิดท้าย

ก้าวต่อไปของ Rissara ในขวบปีที่ 2 คือการขยายไลน์สินค้าออกไปให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งพร้อมเปิดตัวในปีหน้า พร้อมกับทดลองผลิตลวดลายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

บทพิสูจน์ของส้มและตั้มในวันนี้ถือว่าแจ่มชัดในด้านของการเป็นผู้ริเริ่มแนวทางการย้อมผ้ารูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมและเป็นที่ถูกพูดถึงในความแปลกใหม่เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการใช้สอยวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างชาญฉลาด ทั้งการนำพืชบางชนิดที่หลายคนอาจไม่เห็นค่ามาแปรรูปเป็นดาวเด่นของผลิตภัณฑ์และการเรียนรู้ รวมถึงทดลองใหม่ในทุกวัน

ที่ไม่มีใครอาจรู้ได้เลยว่า ผลการทดลองที่ธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบนั้นจะสวยงามเพียงใด

Rissara

ภาพ: สโรชา อินอิ่ม

The Rule

 

  1. ทำงานออกมาให้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  2. รักงานที่ทำและเต็มที่กับมัน แล้วงานจะออกมาดี
  3. กฎของการทำงานคือ ไม่มีกฎ

 

 

 

Rissara – Design by Nature

087-5167768
[email protected]
facebook : Rissara

Writer & Photographer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

21 มิถุนายน 2565
1.32 K

ว่ากันว่าถ้าเราได้รักใครสักคน เราจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้คนคนนั้นอย่างสุดหัวใจ มันอาจออกมาในรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก เพื่อนสนิท พี่น้อง ญาติมิตร หรือที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ที่ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ และแม่อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ

เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เราได้ฟังจาก ทิพย์-ทิพย์สุนันทา กระจ่าง และ สิษฐ์-ชนาสิษฐ์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์ คู่รักพ่อแม่ที่ร่วมกันพัฒนา ปลุกปั้น และถักทอแบรนด์ชุดเครื่องนอนหายใจผ่านได้ แถมยังหลับสบายอย่าง OXY Baby ขึ้น เพื่อให้ลูกของตนและแก้วตาดวงใจของแม่ ๆ ทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรงสดใส 

ทั้งหมดเริ่มจากทิพย์และสิษฐ์ตั้งใจมีลูกในวัยที่มากแล้ว ทั้งคู่ต้องพยายามอย่างหนักอยู่หลายปี ในวันที่ทิพย์ได้เป็นแม่ เธอจึงเป็นแม่ฟูลไทม์เพื่ออุทิศทั้งชีวิตให้ลูก ช่วงแรกก็ดูเหมือนจะสดใสไร้รอยต่อ แต่รู้ตัวอีกทีทิพย์ก็ได้เรียนรู้ว่า การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างสดใสสมวัยนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องให้ความสำคัญไม่น้อย

หนึ่งในนั้นคือ ‘การนอน’ ที่หากเด็กน้อยนอนไม่เต็มอิ่มและไม่ถูกวิธี นอกจากจะมีผลเสียต่อพัฒนาการแล้ว อาจทำให้ลูกน้อยจากอกแม่ไปตลอดกาล 

“การนอนเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นที่ดี ถ้าเขานอนดี ตื่นมาปุ๊บก็จะนั่งยิ้ม หัวเราะคิกคัก พออารมณ์ดี จะใส่อะไรเขาก็รับได้หมด ชื่อว่า OXY Baby ก็มาจากออกซิเจนที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่นขึ้น มันเป็นความตั้งใจของเราที่อยากให้น้องนอนหลับสบาย หายใจได้เต็มปอด จะได้มีพลังสำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาการต่าง ๆ”

ทั้งที่ทิพย์เริ่มต้นเปิดเพจแบรนด์อย่างทุลักทุเล เพราะไม่เคยเป็นเจ้าของกิจการมาก่อน แต่อาศัยประสบการณ์ที่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างลึกซึ้ง และการช่วยเหลือของสามีทั้งการช่วยเลี้ยงลูก การให้คำปรึกษา และช่วยจัดการธุรกิจ กลับกลายเป็นว่าอัตราการซื้อซ้ำของ OXY Baby ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ 

แรงฮึดของคนเป็นแม่

ปัจจุบันลูกของทิพย์อายุได้ 3 ขวบกว่า ช่วงที่ทิพย์เพิ่งเป็นแม่คนหมาด ๆ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพิ่งอายุได้ไม่กี่วัน เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นในวันที่เธอเลือกใช้เบาะนอนยางพาราให้ลูกน้อย แล้วสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ไม่น่าวางใจ

“ที่นอนยางพาราขึ้นชื่อเรื่องหลับสบายอยู่แล้ว แต่ เฮ้ย ทำไมลูกเหงื่อออกเยอะล่ะ แล้วที่นอนก็มีกลิ่นยางพาราออกมาด้วย เราเลยเริ่มศึกษาเกี่ยวกับที่นอนมากขึ้น จนได้รู้ว่าที่นอนยางพาราเนื้อแน่นและหายใจผ่านไม่ได้ ถ้าเขาเผลอนอนคว่ำก็อาจจะหายใจไม่ออกจนเสียชีวิต หรือที่เรียกว่าโรคใหลตายในเด็ก เราเลยลองหาที่นอนในตลาดที่โฆษณาว่าเป็นที่นอนหายใจผ่านได้ จากที่ลูกนอนหลับได้ยาว 3 – 4 ชั่วโมงต่อคืน กลายเป็นว่าน้องไม่ยอมนอน เอาแต่ร้องไห้และพลิกตัวไปมาทั้งคืน”

เมื่อผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องความสบายกลับไม่ปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องความปลอดภัยกลับสร้างความไม่สบายทั้งกายและใจให้ลูกและแม่ หัวอกคนเป็นแม่จึงไม่หยุดแค่นั้น เธอใช้เวลาหลังลูกหลับศึกษาหาข้อมูล จนเจอวัสดุที่ถักทอด้วยโครงสร้างพิเศษ เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่หาได้ยากในไทย 

เทคโนโลยีที่ว่าคือการนำ Tencel™ หรือเส้นใยเปลือกไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 ซึ่งเป็นวัสดุท็อปของตลาด มาถักทอเป็นโครงสร้างแบบ 3D Air Mesh ซึ่งมีความสม่ำเสมอ เฟิร์มแต่ยืดหยุ่นกระจายน้ำหนักได้ดี และอากาศไหลผ่านได้ นอกจากงานวิจัยที่เธอศึกษามาแล้ว เพื่อนนักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่ยุโรปของเธอก็คอนเฟิร์มมาว่าวัสดุนี้เวิร์กจริง ๆ 

“ใจเราไม่ได้คิดจะทำธุรกิจนะ แต่มันเป็นแรงฮึดที่อยากปกป้องลูก อยากให้ลูกนอนแล้วหลับสบาย เพราะเราเป็นแม่ที่อุตส่าห์ตั้งใจซื้อของดีมา แต่มันกลับใช้ไม่ดี ก็เหมือนเราทำร้ายลูกตัวเอง เราจึงรู้สึกโกรธและผิดหวัง และเชื่อว่าต้องมีเด็กที่เหมือนลูกเราสิที่เขานอนที่นอนแข็งมาก ๆ ไม่ได้”

สินค้าล็อตแรกที่เธอทำออกมาจึงไม่ได้ทำออกมาเพื่อขาย แต่ทำเพื่อใช้เองและแจกจ่ายให้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีลูกน้อยได้ทดลองใช้ ฟีดแบ็กที่ทิพย์ได้รับไม่ใช่เพียงคำชมว่าเด็ก ๆ นอนหลับสบาย แต่เป็นคำยุให้เธอต้องทำสินค้าออกมาขายเดี๋ยวนี้!

จากวันที่ตัดสินใจทำ OXY Baby จนวันนี้ ยอดขายของชุดเครื่องนอนหลับสบายหายใจได้ของทิพย์เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว ชนิดที่อัตราการซื้อซ้ำของแบรนด์ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปัจจุบันสินค้าของ OXY Baby ไม่ได้มีเพียงเบาะนอนหายใจได้เท่านั้น แต่ยังมีหมอนหัวทุย เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เบาะนอนแบบพกพา ชุดเครื่องนอนและผ้านวมแสนน่ารัก 

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

นวัตกรรมเพื่อความสบายของลูก และความสะดวกของแม่ยุคใหม่

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ OXY Baby ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาดชนิดที่ผลิตไม่ทันขาย คือการบรรจงบรรจุนวัตกรรมที่ออกแบบมาอย่างดีลงไปในสินค้า เรียกว่าเป็นนวัตกรรมที่ไม่ใช่เพื่อความสบายของลูกน้อยเท่านั้น แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยให้แม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุข 

สุขแรกคือนวัตกรรม Tencel™ 3D Air Mesh เป็นโครงสร้างที่ดีต่อลูกน้อยในทุกมิติ เพราะผ่านการออกแบบและทดสอบมาแล้วว่าเด็กหายใจผ่านได้จริง กระจายน้ำหนักและคืนตัวได้ดี ทั้งยังไม่ทำให้ความร้อนสะสมด้วย เด็ก ๆ จึงไม่ร้องไห้งอแงเพราะร้อน ลักษณะหัวแบนจากการนอนที่นอนแข็งทื่อก็หมดไป แถมแม่ ๆ ยังไม่ต้องกังวลว่าภาวะใหลตายจะคืบคลานเข้ามาใกล้ เพราะแม้จะคว่ำหน้านอนขนาดไหน ลูกน้อยก็ยังหายใจผ่านได้เสมอ

สุขที่สอง เบาะนอนคู่ใจของเด็ก ๆ จะอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 10 ปี โดยไม่คืนรูปและไม่แข็งเป๊กอย่างที่นอนยางพารา หรือที่นอนเมมโมรีโฟมในท้องตลาด ซึ่งยางจะเสื่อมสภาพจนแข็งตัวเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งยังต่างจากที่นอนใยฝ้ายที่คนรุ่นปู่ย่านิยมใช้ เพราะยิ่งซักทำความสะอาด นุ่นก็จะกระจุกตัวและกระจัดกระจายจนต้องทิ้งในท้ายที่สุด

สุขที่สาม ความที่ทิพย์เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเองตลอดเวลา เรียกว่าทิพย์อยู่ไหน ลูกอยู่นั่น เธอจึงนำอินไซต์ของความเป็นแม่มาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมเครื่องนอนชิ้นเล็ก อย่างหมอนหัวทุย หมอนข้าง หรือชุดเครื่องนอนต่าง ๆ สามารถโยนเข้าเครื่องซักผ้าแล้วตากแห้งภายใน 2 ชั่วโมง โดยโครงสร้างภายในยังคงรูปสวยงาม ส่วนเบาะนอนชิ้นใหญ่ก็ทำความสะอาดได้ง่ายเพียงฉีดให้น้ำไหลผ่านเท่านั้น

“อย่างหมอนกันกรดไหลย้อนทั่วไปมักจะยัดนุ่นหรือเส้นใยอื่น ๆ ลงไปโดยไม่มีโครงสร้าง พอซักแล้วมันก็จะยุบใช่ไหม ​​แทนที่จะเอียง 25 – 30 องศาเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนตามที่คุณหมอแนะนำ ก็กลายเป็นหมอนที่เอียงเพียง 10 องศาเท่านั้น แต่หมอนที่เราออกแบบผ่านการทดสอบมาแล้วว่าซัก 50 ครั้งก็ไม่ยุบ แถมยังแห้งเร็วมากด้วย ซึ่งมันตอบโจทย์แม่ยุคใหม่มาก” ทิพย์ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ก่อนอธิบายให้เราฟังว่าทำไมนวัตกรรมต้องมาคู่กับ OXY Baby

“เราใส่ใจกับนวัตกรรมขนาดนี้ เพราะเชื่อว่านวัตกรรมนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเราขายสิ่งนี้แล้วอีก 20 ปีเราจะไม่เปลี่ยนนะ ถ้ามีอะไรที่ดีกว่าเราก็จะพัฒนาต่อไป เราจะไม่ยึดติดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอด”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

ดีไซน์ที่แก้ปัญหาได้ แถมยังดีต่อใจ

นอกจากนวัตกรรมจะเป็นหัวใจสำคัญของ OXY Baby แล้ว ดีไซน์ที่ดียังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เธอใส่ใจ ไม่ใช่เพื่อลูกเท่านั้น แต่เพื่อให้แม่ ๆ ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีต่อใจ

“สินค้าที่มีนวัตกรรมมันดีต่อกายแน่ ๆ แหละ แต่ดีไซน์ที่ดีมันดีต่อใจด้วย” เธอหัวเราะ “เราเองมีความฝันและรอคอยการเป็นแม่มานาน แต่พอได้เป็นแม่จริง ๆ เราพบว่าภาวะหลังคลอดมันหนักและเหนื่อยมาก เราก็อยากจะเลี้ยงลูกในสถานที่ที่เราออกแบบว่า นี่แหละคือที่ที่เราจะอยู่กับลูกทั้งวันอย่างผ่อนคลาย”

ดีไซน์ที่ดีที่ว่าถักทอผ่านชุดเครื่องนอนและผ้านวมบางนุ่มสีพาสเทลอุ่นหัวใจกับลวดลาย Fairy Tale จากนิทาน 6 เรื่อง อิงจากแนวคิดการเลี้ยงลูกด้วยนิทานของ คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ว่า แม่ควรจะฝึกให้ลูกฟังนิทานตั้งแต่อยู่ในท้อง 

“เวลาลูกตื่นเขาก็จะชอบมองโน่นมองนี่ แม่ก็จะได้มีเรื่องมาพูดกับลูกให้เขาได้ยินเสียงเรา ให้เขารู้ว่าแม่อยู่ตรงนี้กับเขาตลอดเวลานะ”

แม้ดีไซน์จะสำคัญ แต่จุดร่วมที่ทิพย์ไม่เคยละเลยคือนวัตกรรมที่ดีต่อชีวิต เช่นเดียวกับเครื่องนอนคู่ใจเด็ก ๆ ผ้านวมผืนบางเหล่านี้ก็ถักทอด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ต้องการให้ลูกนอนหลับอย่างสบายเช่นกัน

“เราเลือกใช้ผ้าใยไผ่ผสมคอตตอนที่นิ่ม ระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญผ้าใยไผ่ยังป้องกันแบคทีเรียได้โดยธรรมชาติ ส่วนไส้ในก็ใส่นวมพิเศษจากเยื่อไม้ เรียกว่า Sorona ที่บางเบาแต่อบอุ่น จนแม่ ๆ หลายคนงงว่ามันจะกันหนาวได้ไหม แต่มันกันหนาวได้จริง”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

โอบอุ้มแก้วตาดวงใจ ด้วยอินไซต์จากคอมมูนิตี้แม่

ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าของการทำแบรนด์ ทิพย์แตกไลน์สินค้าออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยใช้อินไซต์ความเป็นแม่ของตัวเอง และเก็บฟีดแบ็กของแม่ ๆ มาพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนการสรรหาของขวัญให้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ถ้าเพื่อนอยากได้อะไรและเธอให้ได้ เธอก็จะหามาให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้ลายผ้านวมเพิ่ม เธอก็ทำให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนตามขนาดเตียง เธอก็ขยายขนาดเบาะไปเรื่อย ๆ จนมีมากถึง 7 ไซส์ในปัจจุบัน 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนที่พกพาได้ เธอก็ออกแบบที่นอนพกพารูปหมีน่ารักพับเก็บได้มาตอบโจทย์ทุกคน 

หรือถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เธอก็พร้อมตอบสนองความต้องการนั้นด้วย เพราะเคยผ่านประสบการณ์แม่ที่ให้นมเองและอุ้มลูกเองมาก่อน

“กระเพาะหูรูดของเด็กเล็กยังปิดได้ไม่สนิท เวลากินนมแล้วให้เขานอนเลย ก็อาจจะเกิดกรดไหลย้อน เป็นเหตุผลที่คนสมัยก่อนให้แม่อุ้มลูกหลังกินนม เพื่อให้ลูกเรอแล้วค่อยปล่อยนอน การมีที่นอนป้องกันกรดไหลย้อนซึ่งออกแบบมาให้ลาดเอียง 25 องศา จะช่วยให้แม่ไม่ต้องอุ้มลูกนานถึง 30 นาที อุ้มแค่ 10 – 15 นาที พอเรอแล้วก็ปล่อยเขานอนได้” นอกจากจะดีต่อร่างกายเด็ก ๆ แล้ว รูปทรงที่โอบรัดของที่นอนป้องกันกรดไหลย้อน ยังช่วยให้ลูกน้อยเหมือนอยู่ในอ้อมอกของแม่จนนอนหลับปุ๋ย

“พอลูกนอนสบาย แม่ก็สบาย บางทีพ่อแม่ก็จะปล่อยให้เด็ก ๆ นอนนานไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วการที่น้องนอนหลับดี ตื่นมาร่าเริงสดใส เราก็ควรจะฉวยโอกาสดี ๆ นั้นทำ Tummy Time วันละ 2 – 3 ครั้งให้เขา ซึ่งมันก็คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทั้งคอ หน้าอก ข้อมือ ให้แข็งแรง ด้วยโครงสร้างเบาะทุกแบบของเราที่กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่นุ่มไป ไม่แข็งไป จะทำให้การทำ Tummy Time สนุกมากและไม่อันตรายด้วย” เธออธิบาย

“ตอนแรกที่เริ่มทำแบรนด์เรากังวลนะ เพราะเราไม่เคยทำงานสายนี้มาก่อนเลย แต่ลูกค้าน่ารักมาก พอเขาใช้ดีก็ส่งรีวิวมาโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ เราก็ถามฟีดแบ็กจากเขาเสมอ ตั้งแต่ที่ยังเปิดเพจเอง ตอบลูกค้าเอง เพราะลูกค้าจะเป็นคนบอกว่าเขาต้องการอะไร แต่สิ่งสำคัญคือเราจะไม่ออกสินค้าที่เกินวัยของลูก เพราะเราต้องการเข้าใจปัญหาของแม่จริง ๆ เพื่อทำของที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

“ซึ่งตอนนี้เราได้เรียนรู้ว่า ความปลอดภัยไม่ใช่โจทย์เดียวที่เราต้องแก้ มันเป็นเรื่องความสบาย ความสะดวก และการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กด้วย”

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

OXY Baby ที่เติบโตไปพร้อมกับทุกลมหายใจของลูกน้อย

นอกจากยอดขายที่เติบโตเกินคาดจากการบอกต่อของลูกค้าจนผลิตแทบไม่ทัน และรางวัล BEST BABY BEDDING PRODUCTS จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021 ที่แบรนด์ได้รับ จะเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จแล้ว อีกหนึ่งสิ่งล้ำค่าสำหรับคนเป็นแม่และเจ้าของแบรนด์อย่างทิพย์ คือฟีดแบ็กและคำชมที่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และลูกค้าทุกคนมอบให้เธอ

“เขาจะบอกว่าลูกเขาชอบ น้องนอนนานขึ้น แม่มีความสุขมาก ทุกคนในครอบครัวก็บอกว่าชอบมาก มันทำให้หัวใจเราพองโต แล้วพอมันพองได้วันละหลายครั้ง มันก็เติมเต็มและทำให้เรามีความสุขขึ้น เพราะแต่เดิมเราทำงานสายบัญชีมาตลอด OXY Baby จึงเหมือนเป็นแพสชันที่เราเพิ่งมารู้จักตัวเองตอนเป็นแม่คนว่าเราชอบอะไร 

“มันสอดคล้องกับการเป็นแม่ฟูลไทม์ของเราด้วยว่า เราก็ยังอยากให้ลูกรู้ว่าแม่ทำงานนะ แม่มีคุณค่าในตัวเอง แม่สร้างสรรค์อะไรเองได้ และแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งนี้เพื่อเขาและเด็กคนอื่น ๆ ก็มาจากเขานะ เราว่าเขาจะต้องรู้ว่าแม่รักเขามากแน่ ๆ”

OXY Baby ที่เกิดจากความรักความใส่ใจที่แม่มีต่อลูกจึงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ แต่ทิพย์กับสิษฐ์ตั้งใจให้นวัตกรรมและดีไซน์จากคนเป็นแม่เพื่อคนเป็นแม่นี้ เติบโตไปพร้อม ๆ กับลมหายใจในทุกช่วงชีวิตของเด็กทุกคน

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

Lessons Learned

  • เสียงลูกค้าสำคัญต่อการพัฒนาแบรนด์
  • นวัตกรรมช่วยให้สินค้าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขึ้นในทุกมิติ เราจึงต้องหมั่นอัปเดตนวัตกรรมที่ดีอยู่เสมอเพื่อตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ 
  • เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักไม่ได้สต็อกสินค้าไว้มาก แต่ถ้าเริ่มเห็นว่าความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นก็ควรตัดสินใจเพิ่มสต็อกเลย อย่างตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่า OXY Baby จะได้รับความนิยมขนาดนี้ เลยปล่อยให้พ่อแม่รอนาน ซึ่งเราเสียใจมากที่เด็ก ๆ ไม่ได้ใช้

OXY Baby 

Facebook : OXY Baby หมอนและที่นอนเด็ก หายใจผ่านได้ นุ่มสบาย สะอาด ปลอดภัย

Website : oxybabythailand.com

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load