สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เราเชื่อขึ้นมาว่า ผ้าไทยก็เป็นของโมเดิร์นได้

เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ’ คอลเลกชันที่นำผ้าไทยสวยๆ มาออกแบบเป็นสากลจนขับความสวยให้โดดเด่นขึ้นอีก

ยิ่งดูไปๆ เราก็ยิ่งสงสัยว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร และมีวิธีคิดอะไรในการก่อร่างสร้างคอลเลกชันนี้ขึ้นมา เราตามรอยผ้าไปจนเจอเจ้าของแบรนด์ Nadyn Jadyn นั่นคือ อ้อ-ณัฏฐิญาณ์ สุขสถาน สาวเปรี้ยวไฟแรงผู้ทำงานในบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมควบคู่ไปกับการบินเดี่ยวทำแบรนด์แฟชั่น เธอยิ้มรับเราท่ามกลางสวนของบ้านเพื่อนที่เธอเป็นคนจัดให้ ข้างกายมีสุนัขบีเกิลใจดีแต่ขี้อายตัวหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

เมื่อได้นั่งลงคุยกัน อ้อรีบดักคอบอกเราว่า วิธีการคิดของเธอกลับด้านกับผู้อื่น นั่นคือเธอจะตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยสัญชาตญาณก่อน แล้วค่อยมานั่งทำความเข้าใจทีหลังถึงสาเหตุการตัดสินใจ บทสนทนาในวันนี้จึงเป็นการร่วมถอดรหัสความคิดไปพร้อมกับเธอ ว่าเพราะเหตุอันใดธุรกิจเธอถึงได้ดำเนินมาในทิศทางนี้

ชื่อแบรนด์ Nadyn Jadyn อาจฟังดูไฮโซ แต่แท้จริงมาจากคำว่า นา ดิน และ Jardin ที่แปลว่า สวน ในภาษาฝรั่งเศส แค่ชื่อก็มีความย้อนแย้งในตัวเองแล้ว

ระหว่างการสนทนาเราก็ได้พบว่า ธุรกิจของเธอช่างเต็มไปด้วยคู่ตรงข้าม ดูเผินๆ แล้วต่างกันสุดขั้ว แต่กลับอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว เราจึงขอหยิบยกบางคู่ที่เราว่าน่าสนใจมาเล่าต่อให้ฟัง

เผื่อจะช่วยให้เข้าใจว่าธุรกิจที่เกิดจากความขัดแย้งอย่างลงตัว เป็นไปได้อย่างไร

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ภูมิสถาปัตยกรรม-การออกแบบแฟชั่น

อ้อเป็นทั้งภูมิสถาปนิกและนักออกแบบแฟชั่น ถึงจะดูเป็นสองเรื่องที่ต่างกันมาก แต่อ้อมองว่างานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมกับงานออกแบบแฟชั่นมีจุดเหมือนกันอยู่ตรงที่ ‘ทำให้คนที่อยู่ข้างในมีความสุข’ ไม่ว่าจะเป็นอยู่ท่ามกลางการวางผังและการทำสวนสวยๆ หรืออยู่ในเสื้อผ้าที่ใส่สบายและช่วยให้มั่นใจก็ตาม หากอยากทำให้คนมีความสุข ทำไมจะทำสองอย่างนี้ไปพร้อมกันไม่ได้

เหตุผล 2 ข้อที่ทำให้อ้อเปิดธุรกิจของตัวเอง แม้ทำงานบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมอย่างเดียวก็หนักอยู่แล้ว หนึ่ง เป็นเพราะว่าเธออยากทำอะไรที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ควบคุมได้เองทั้งหมด ส่วนสองคือ แฟชั่นสร้างจุดสนใจได้ดีกว่า ความโดดเด่นจะช่วยให้คนหันมาสนใจประเด็นที่เธออยากสื่อสารได้มากขึ้น

“เราอยากใช้แฟชั่นที่โดดเด่น เป็นตัวดึงความสนใจคนมาหาธรรมชาติที่เงียบ”

เมื่อเรามองเห็นสายตาที่เธอมองเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดของตัวเอง และสายตาที่เธอมองไปยังสวนรอบบ้านที่เธอจัดเอง ก็พอเข้าใจถึงความรักในงานทั้งสองของผู้หญิงคนนี้

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ธรรมชาติไทย-กระแสสากล

เป้าหมายของเธอคือการทำสิ่งที่มีค่าต่อธรรมชาติใช่ไหม

เธอพยักหน้าตอบ ก่อนเล่าว่า ครอบครัวปลูกฝังให้เธอเป็นคนใส่ใจธรรมชาติมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หนึ่งในสาเหตุที่เธอเลือกเรียนและทำงานด้านภูมิสถาปัตยกรรม ก็เพราะความชอบในธรรมชาตินี่เอง

“พอมาทำแบรนด์แฟชั่น เราคิดว่าทำไมคนที่รักธรรมชาติจะแต่งตัวจัดไม่ได้ เราจะเห็นแต่คนรักธรรมชาติแต่งม่อฮ่อม ใส่เสื้อผ้าที่ตัดง่ายๆ สีเรียบๆ เลยอยากจะลองหาวิธีให้คนแต่งเวอร์ๆ แฟชั่นวีก โดยที่ยังรักธรรมชาติได้”

ความรักธรรมชาติของอ้ออยู่ในการใส่ใจที่มาของผ้าให้ลึกไปถึงกระบวนการผลิต ความสำคัญคือผู้ซื้อควรรู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นผลิตที่ไหน โดยใคร ประจวบเหมาะกับการติดต่อเข้ามาของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผ้าไทยจำนวนหนึ่งรอให้นำไปใช้งาน

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ผ้าเหล่านี้มาจากปรมาจารย์ในภาคอีสาน จากนครพนม สกลนคร มุกดาหาร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ถึงสุรินทร์ รวมทั้งหมด 20 บ้าน คัดเลือกภายใต้เงื่อนไขว่าผ้าทั้งหมดจะต้องทอมือและย้อมโดยสีธรรมชาติ 100% เพื่อโปรโมตเรื่องสิ่งแวดล้อม และเสนอภาพใหม่ให้คนในวงการแฟชั่นได้เห็นว่าผ้าไทยไม่จำเป็นต้องเชย

“พอได้ผ้าไทยมาก็ตรงกับที่เราต้องการเลย เพราะผ้าไทยมันรักธรรมชาติ ต่อให้ทิ้งสีย้อมผ้าลงน้ำก็ได้เลย ทุกขั้นตอนกระบวนการก็สะอาดหมด แต่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านขายผ้าไม่ได้เพราะต้นทุนมันแพง เราเลยอยากเป็นอีกแรงหนึ่งที่ผลักดันทางอ้อมด้วยการหาตลาดและออกแบบให้” อ้ออธิบาย

ข้อดีของผ้าที่ตั้งใจผลิตด้วยมือและธรรมชาติ คือจะได้สินค้าคุณภาพ ที่ไม่ค่อยยับ ดูแลง่าย คงทนสภาพนาน แถมยังดูสวยไม่เหมือนใคร ทำให้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยๆ สอดคล้องกับเรื่องความใส่ใจธรรมชาติไปอีกต่อหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Geometric-Organic

แรงบันดาลใจที่แบรนด์ Nadyn Jadyn ได้จากความรู้ด้านสถาปัตยกรรมของอ้อ คือความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเรขาคณิต (Geometric) และความเป็นธรรมชาติ (Organic)

ในงานภูมิสถาปัตยกรรมของเธอ อาคารที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสร้างภาพขัดแย้งกัน เพราะอาคารเป็นรูปทรงเรขาคณิต มีเหลี่ยมมุมและเส้นตรงเส้นโค้งชัดเจน ตัดกับเหล่าแมกไม้สีเขียวชอุ่มที่งอกเงยอย่างเป็นอิสระ ไม่มีรูปทรงชัดเจนแน่นอน

“ฟอร์มของอาคารที่ตัดกับฟอร์มของใบไม้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน สิ่งที่เรียบจะทำให้เราเห็นธรรมชาติเด่นขึ้น และธรรมชาติก็จะทำให้เราเห็นความเรียบเด่นขึ้นเหมือนกัน”

เธออธิบายการนำคู่ตรงข้ามนี้มาใช้กับการออกแบบเสื้อผ้า

“โจทย์ของผ้าไทยทุกอันที่มา คือลุคมันดูหนัก ใส่แล้วจะดูเชยได้ง่าย เราเลยเอามาจับกับฟอร์มที่มินิมอลเพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้น แล้วก็ให้รายละเอียดอยู่ที่เนื้อผ้าแทน รวมถึงจับคู่กับสิ่งที่เบา เช่นฝ้าย ให้มันตัดทอนกัน เกิดความแตกต่าง”

รูปทรงเสื้อผ้าเรียบๆ เค้าโครงไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดสอดแซมไว้ให้ไม่น่าเบื่อ แม้จะมีรูปทรง แต่ก็เป็นอิสระด้วย นี่เองคือคู่ตรงข้ามที่ก่อให้เกิดความงดงามในคอลเลกชันกลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ความเร็ว-ความช้า

แฟชั่นเป็นของมาไวไปเร็ว รู้ตัวอีกทีก็เปลี่ยนคอลเลกชันใหม่แล้ว ในขณะที่ผ้าทอมือไทยเป็นของช้ามากๆ กว่าจะได้ออกมาสักผืนหนึ่งบางทีต้องใช้เวลาเป็นเดือน หากนับรวมช่วงเวลารอวัตถุดิบเติบโตด้วยก็คงร่วมปี

อ้อมองคู่ตรงข้ามนี้ว่าจะช่วยเหลือกันมากกว่าขัดแย้ง เธออยากให้ผ้าไทยช่วยดึงความเร็วของแฟชั่นให้ช้าลง

“แฟชั่นของโลกสมัยก่อนมันไม่ใช่อย่างนี้ เดี๋ยวนี้มันเร็วเพราะคนอยากให้มันเร็ว พอเราขี้เบื่อ วงการเสื้อผ้าก็มาตอบโจทย์ตรงนี้ เลยทำให้เกิดปัญหาขยะจำนวนมากที่ไม่มีใครรับผิดชอบ เราเลยอยากจะค่อยๆ ปลูกฝังความช้าในชีวิตให้ผู้คนทีละนิด”

แนวคิดนี้ของเธอสะท้อนออกมาในวิธีการตั้งชื่อคอลเลกชันที่ออกมาช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยทั่วไปตามงานแฟชั่นวีกจะเรียกว่าคอลเลกชันนี้เป็นของปี 2019 แต่เธอกลับมองว่ายังต้องเรียกว่า 2018 เพราะผ้าไทยเป็นผ้าที่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติมาก สีที่ใช้ย้อมจะเป็นเฉดไหน ต้องขึ้นอยู่กับน้ำ ดิน และแดด ในปีนั้นๆ ดังนั้น ผ้าผืนนั้นจึงเป็นผลผลิตของปีนั้นๆ ไม่ใช่ของปีถัดไป

นอกจากนั้น เธอยังทำวิดีโอเล่าเรื่องที่มาของผ้าแต่ละผืน เพื่อนำเสนอความสวยงามอันเชื่องช้าของธรรมชาติและชุมชน เป็นลิงก์ QR Code ผูกติดกับเสื้อผ้าแต่ละตัว ด้วยความหวังว่าคนที่ได้ดูจะเข้าใจว่าความช้าดีงามอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=t6gULzoyHEo

ส่วนทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ก็ช่วยแก้ปัญหาโดยเน้นปัญหาเดียว คือเวลานักออกแบบจะเลือกซื้อผ้า เฉดสีของผ้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผ้าไทยกลับมีเฉดสีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบสำหรับย้อมในรอบนั้นๆ กระทรวงฯ จึงทำแอพ Color ID labelling คือนำผ้าไทยมาลงทะเบียนเป็นเฉดสีที่ชัดเจนแน่นอน รวมถึงบอกที่มาที่ไปของสีด้วยว่าใช้วัตถุดิบอะไรทำ อ้อหวังว่าแอพนี้จะช่วยให้นักออกแบบเลือกใช้ผ้าไทยได้ง่ายขึ้น เพื่อพาความช้ากลับมาสู่แฟชั่นอีกครั้ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ตัวเอง-ผู้อื่น

ดูเผินๆ แล้ว อาจเหมือนว่า Nadyn Jadyn เป็นแบรนด์ของคนคนเดียว เพราะอ้อทำทุกอย่างตั้งแต่เลือกผ้า ออกแบบ ประสานงาน จนถึงออกกองถ่ายภาพ แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น อ้อมองว่ามีคนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

“ที่จริงแล้ว เรามีชื่อเต็มว่า Nadyn Jadyn Artisans คือตั้งใจรวมศิลปินหลายคนไว้ด้วยกัน เราอยากให้แบรนด์เรามีเวทีให้ศิลปินคนอื่นด้วย ผลิตภัณฑ์ของเราหลายชิ้นก็ร่วมมือกับศิลปินคนอื่นๆ อย่างเช่นผ้าทอพวกนี้ กลุ่มทอผ้าต่างๆ ก็นับว่าเป็นศิลปินคนอื่นเหมือนกัน”

อ้ออธิบายเพิ่มเติมว่า ผ้าแต่ละผืน เธออาจขอหรือกำหนดลวดลายไปได้บางส่วน แต่สุดท้ายแล้วงานที่ออกมาก็คือผลงานการสร้างสรรค์ออกแบบของคุณลุง คุณป้า ศิลปินที่เป็นผู้ผลิตผ้าออกมา

ต่อจากนี้ อ้อวางแผนว่าอยากร่วมงานกับศิลปินในประเภทอื่นๆ ต่อไปมากกว่านี้อีก อาจจะเป็นช่างเป่าแก้ว ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ หรือของแต่งบ้าน เธอยังเปิดรับความเป็นไปได้อยู่ ขอแค่ที่สำคัญคือให้แบรนด์ของเธอสร้างสิ่งดีๆ ให้เพื่อนพ้องในวงการ ผู้ใส่ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จะมากหรือจะน้อยก็ดีทั้งนั้น

แม้จะดูเหมือนเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง แต่หลังจากการสนทนากึ่งถอดรหัสของเราจบลง ก็พบว่าหากในความย้อนแย้งนั้นมีเหตุผลอยู่ ก็อาจกลายเป็นความกลมกลืนได้

ธุรกิจไม่ได้ต้องมีแก่นเดียวเสมอไป การรู้ใจตัวเองอย่างชัดเจนต่างหากที่สำคัญ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ขอบคุณสถานที่ Caramel Studio

Her Rules

1 เวลาทำอะไรต้องคอยนึกถึงสิ่งอื่นๆ อยู่ตลอด ทั้งนึกถึงผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างจากสิ่งที่เราทำ

2 อย่าติดอยู่แค่ในกรอบของสาขาวิชาที่ตัวเองถนัด ให้ลองทำ ลองเข้าใจ ศาสตร์อื่นๆ ด้วยว่ามีคุณค่า มีสเน่ห์ อย่างไร

3 การเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นง่ายขึ้น และบางทีก็เป็นตัวช่วยหาความคิดใหม่ๆ ด้วย

 

Website : www.nadynjadyn.com

Facebook : nadyn jadyn

instagram : @_nadyn_jadyn_

หากอยากลองจับสินค้าจริง ติดต่อเข้าไปที่ LINE @nadyn_jadyn ได้เลย

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

Merry Christmas! สุขสันต์วันคริสต์มาสล่วงหน้า

ใครกันเล่าจะไม่ชอบคริสต์มาส เทศกาลส่งท้ายปีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก หากย้อนกลับไปตอนเป็นเด็ก หลายคนอาจจะเคยไปเดินตามห้างสรรพสินค้ากับครอบครัว ภายในห้างจะตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยของตกแต่งชิ้นน้อยใหญ่หลากสีสัน ทั้งถุงมือ ถุงเท้า ลุงซานตาคลอส ลูกกวาด กวางเรนเดียร์ สายรุ้ง กล่องของขวัญ และอีกมากมาย

แต่เคยสงสัยไหมว่า ของตกแต่งที่สร้างความสุข และความสุนทรีในช่วงเทศกาลนี้มาจากไหน ใช่คุณลุงซานต้าหรือเปล่า ที่เป็นผู้เนรมิตสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดขึ้นมา 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เปล่าเลยครับ ความจริงแล้วต้นคริสต์มาสสุดอลังการที่เราเห็นกันในหลายศูนย์การค้าชั้นนำ มีจุดเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ของชำร่วยประดับรถ’ เมื่อ 35 ปีที่แล้วต่างหาก

ต้นคริสต์มาสและลุงซานตาคลอสมากมายเรียงรายอยู่ด้านหน้าอาคาร 4 ชั้นของโกดังของ Bangkok Christmas บริษัทส่งออกและขายของตกแต่งคริสต์มาสแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อเดินเข้ามาภายในถึงกลับต้องอุทานใจว่า ว้าว! นี่มันคนละโลกกันเลย 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เรามีโอกาสมาพูดคุยกับ แม่วิไลวัลย์ วัชสิริเสรี ผู้ก่อตั้งดินแดนแห่งนี้ และ แนน-ศรีวิตตา วัชสิริเสรี ทายาทรุ่นสองที่มุ่งมั่นให้ธุรกิจครอบครัว จากที่เคยเป็นเพียงร้านขายของตกแต่งหน้าเทศกาล มาเป็น One-stop Service โดยเพิ่มบริการรับออกแบบและตกแต่งเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าทุกอย่างตามต้องการ

เรื่องราวต่อไปนี้คือการทำธุรกิจเพื่อส่งมอบความสุข ในช่วงเวลารื่นรมย์ที่สุดของปี

จากพาหุรัด สู่บางกอกคริสมัส

ปี 1987 คือจุดกำเนิดของ Bangkok Christmas Decoration

“โรงงานนี้เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 นะคะ 30 กว่าปีแล้วค่ะ” แม่วิไลวัลย์เล่า

จุดเริ่มต้นมาจากแม่วิไลวัลย์ผู้เคยทำของชำร่วยสำหรับตกแต่งรถหรืองานแต่งเพื่อนำส่งตลาดพาหุรัด ในเวลาต่อมา เพื่อนชาวไต้หวันที่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องจักรและการทำโรงงาน เสนอให้พัฒนาเป็นโรงงานทำของตกแต่งคริสต์มาส ประกอบกับด้วยความที่ว่า ณ เวลานั้น เมืองไทยยังไม่มีธุรกิจประเภทนี้ คุณแม่และคุณพ่อจึงตัดสินใจเริ่มต้นกิจการ โดยเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจต่าง ๆ มาจากเพื่อนชาวไต้หวันคนนั้น

ในช่วงแรกพวกเขาเน้นทำธุรกิจส่งออกเป็นหลัก เป็นธุรกิจแบบ B2B ส่งออกตั้งแต่ของตกแต่งต้นคริสต์มาส เครื่องประดับต่าง ๆ สู่ห้างร้านในต่างประเทศ เช่น Kmart และ Walmart ที่สหรัฐอเมริกา เพราะตลาดคริสต์มาสในเมืองไทยตอนนั้นยังไม่บูมเท่าไหร่

“ส่ง Kmart นี่ทำกันทั้งวันทั้งคืนเลย ตอนเรายังเด็ก ๆ ขายดีมาก” แนนเล่าความหลังวัยเด็กด้วยรอยยิ้ม

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

ทว่าภายหลังจากที่โรงงานเปิดได้ไม่กี่ปี ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มเปิดประเทศ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ธุรกิจการทำของตกแต่งคริสต์มาสเพื่อส่งออกก็ผุดขึ้นมามากมายในเมืองจีน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่และมีค่าแรงถูก ยากที่จะสู้ หลายโรงงานจึงต้องปิดตัวลง

บางกอกคริสมัสต้องปรับโมเดลธุรกิจใหม่ จากที่เน้นส่งออกเป็นหลักในช่วงแรก ผันมาตีตลาดในเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งโชคดีที่ช่วงเวลาเดียวกัน มีการเกิดขึ้นของธุรกิจการค้าขายสินค้าและบริการอย่างทันสมัย (Modern Trade) ในบ้านเรา

ธุรกิจอย่างห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพิ่งเริ่มเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย บางกอกคริสมัสส่งสินค้าไปตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ 

ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าในประเทศ ทำให้ในเวลาต่อมา แม่วิไลวัลย์ได้มีการขยับขยายไปเปิดโรงงานแห่งที่สอง ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

จุดเปลี่ยน

“พอเขาจบธรรมศาสตร์ ก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ตอนหลังแม่บอกว่า พอแล้ว ให้กลับมา ไม่ต้องเรียนแล้ว จบโทก็พอแล้ว” คุุณแม่วิไลวัลย์พูดด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกสาว

แนนเรียนจบปริญญาตรีบัญชีและบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ (BBA) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) ที่มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน ประเทศอังกฤษ กระทั่งช่วงปี 2004 – 2005 ก็กลับเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจของคุณแม่ และมองเห็นถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

กล่าวคือ ช่วงเวลานั้นบางกอกคริสมัสเพิ่มบริการรับจัดตกแต่งดิสเพลย์ตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรม เนื่องจากคนไทยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเทศกาลคริสต์มาส เราจึงเริ่มเห็นต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ตามสถานที่โอ่อ่าเหล่านั้น 

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

“คนไทยเริ่มเห็นความสำคัญของเทศกาลคริสต์มาสมากขึ้น แม้ไม่ใช่ชาวคริสต์ แต่ก็พร้อมที่จะเฉลิมฉลองทุกซีซั่น โดยเฉพาะคริสต์มาสซึ่งพอดีเป็นช่วงท้ายปี คนก็อยากเฉลิมฉลอง”

นับว่าเป็นความโชคดีที่โมเดิร์นเทรดเข้ามาในช่วงนั้น นอกจากจะนำสินค้าไปวางขาย ยังได้ให้บริการตกแต่งสถานที่แบบ One-stop Service ซึ่งส่งเสริมวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ในสังคมบ้านเรา

“ปกติสมัยก่อนไม่มีใครตั้งต้นคริสต์มาสในบ้านหรอก” แนนเล่า “เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นเทรนด์ คนก็อยากจะซื้อมาตั้งให้มีบรรยากาศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ก็มีหมดค่ะ”

สินค้าเกือบทั้งหมดของบางกอกคริสมัสเป็นงานคราฟต์คุณภาพ ทางโรงงานนำไอเดียหรือรูปแบบของสินค้าตกแต่งที่ต้องการ ให้กลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนต่าง ๆ ในภาคเหนือและภาคกลางเป็นผู้ผลิต เพื่อให้ได้งานฝีมือที่มีคุณภาพ และยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน

เกือบทั้งหมดจึงได้ชื่อว่า Made in Thailand มีบางส่วนที่นำเข้ามาเพราะอยากให้สินค้าหลากหลาย ทั้งรูปแบบที่เรียบง่าย ไปจนถึงลวดลายสุดอลังการ

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ

เอกลักษณ์คือแตกต่าง

ธุรกิจผลิตของตกแต่งคริสต์มาสที่คล้ายคลึงกันก็มีอยู่บ้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บางกอกคริสมัสจึงต้องมีการดึงเอาความแตกต่างและเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา เพื่อสู้กับการผลิตในแถบอี้อู (Yiwu) เจ้อเจียง (Zhejiang) ที่เป็นเมืองทำของตกแต่งคริสต์มาสโดยเฉพาะในประเทศจีน

เมื่อวางตัวเป็น One-stop Service จึงมั่นใจได้เลยว่า หากมาที่บางกอกคริสมัส ทุกคนจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เพราะสินค้าทั้งหมดทำจากวัสดุคุณภาพสูง ยกตัวอย่างเช่น ของตกแต่งต้นคริสต์มาสทำจาก PVC ที่ป้องกันการติดไฟแบบฉับพลัน คงทน เก็บไว้ใช้ซ้ำในปีต่อไปได้ ไม่ต้องทิ้งพลาสติกทุุกปี รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างสีสันและสัมผัสของกระดาษ หรือสินค้าบางชนิดที่บริษัทอื่นไม่ทำ แต่ที่นี่ทำ

ถึงแม้ว่าในหนึ่งปีจะมีเทศกาลคริสต์มาสเพียงหนึ่งครั้ง แต่ความต้องการของลูกค้าต่างประเทศก็ยังคงมีอยู่พอสมควร เพราะเอกลักษณ์ที่แตกต่าง งานคราฟต์แบบไม่เหมือนที่อื่น คุณภาพของวัสดุที่ใช้ หรือแม้แต่ไอเดียใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ตอบสนองความต้องการแทบจะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสินค้าส่งออกเมืองนอกปิดการขายตั้งแต่ต้นปี แล้วใช้ช่วงเวลาระหว่างปีผลิตและขนส่ง

“เราแตกต่างในเรื่องของคุณภาพ เน้น Niche Market มากกว่า เราไม่ได้เน้น Volume เยอะเป็นหลักร้อยล้านอยู่แล้ว เราทำเพื่อให้พนักงานมีงานทำ ให้ธุรกิจอยู่รอด 

“เราจะไม่ลดคุณภาพ นั่นไม่ใช่แนวเรา เพราะเน้นตลาด Niche ที่คนมองหาสินค้าที่คุณภาพสูงมากกว่า ต่อให้ลดคุณภาพ ราคาก็สู้เขาไม่ได้ แล้วก็จะพากันสู่แนวล่างทั้งตลาด ซึ่งเราไม่ใช่แนวนั้น เราควรรักษาคุณภาพไว้และทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ”

นอกจากความแตกต่างแล้ว ดีไซน์ที่หลากหลายของสินค้ายังเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากที่อื่นในเมืองไทยหรือเมืองจีน ซึ่งมัดใจลูกค้าทั้งไทยและเทศให้กลับมาซื้อใหม่ในทุก ๆ ปี ได้อีกด้วย

Bangkok Christmas ธุรกิจขายของคริสต์มาสที่มอบความสุขให้ผู้คนมากว่า 3 ทศวรรษ
โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

สู้และยืนหยัด

ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปีที่บริษัท Bangkok Christmas Decoration ดำเนินกิจการสร้างความสุขให้กับผู้คนทุกสิ้นปี ธุรกิจผ่านวิกฤตมากมาย ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง (Asian Financial Crisis) วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Mortgage Crisis) วิกฤตน้ำท่วม พ.ศ. 2554 แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าวิกฤตโควิด-19

“ช่วงวิกฤตนั้นเราไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าส่งออกไม่เยอะ ที่สำคัญเรามีการจ่ายมัดจำก่อน มี Fixed Term ที่กระทบหนักสุดก็โควิดนี่แหละ หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมา” 

ภายหลังจากวิกฤตโควิด-19 ผู้คนในสังคม รวมถึงธุรกิจน้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบ บางกอกคริสมัสก็เช่นเดียวกัน จากที่เน้นตีตลาดในประเทศ ไปจนถึงบริการรับจัดตกแต่งตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมต่าง ๆ พอเจอมรสุมของโรคระบาดใหญ่เข้าปกคลุม ธุรกิจที่เป็นลูกค้าหลักก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้ ผู้คนก็ไม่มีอารมณ์จะออกมาเดินจับจ่ายใช้สอย หลายกลุ่มเริ่มหันไปช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น 

บางกอกคริสมัสต้องปรับเปลี่ยนมาจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ผสมผสานไปด้วยเช่นกัน

กระทั่งใน 2022 เมื่อสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะเกือบเป็นปกติ ลูกค้าเริ่มกลับมาซื้อสินค้า มีการจัดงานตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรมมากขึ้น แนนบอกกับเราว่า มีโปรเจกต์จัดตกแต่งใหญ่ ๆ มากกว่า 20 โปรเจกต์ 

แต่การทำธุรกิจมาพร้อมอุปสรรค บางกอกคริสมัสยังคงเผชิญปัญหาคู่แข่งที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นคู่แข่งที่มีการรับพรีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามาขาย การตัดราคาสินค้าของโรงงานผลิต ซึ่งทำให้ราคาการขายของตลาดโดยรวมควบคุมยาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและยืนหยัดในคุณภาพ ประกอบกับการขายที่เน้นเฉพาะกลุ่ม ธุรกิจจึงยังคงยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ต้นคริสต์มาสที่เติบโต

แล้วความสำเร็จของ Bangkok Christmas Decoration คืออะไร – เราถาม

จากของชำร่วยแขวนรถ ทำด้วยมือส่งตลาดพาหุรัด สำหรับแม่วิไลวัลย์ ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร กระทั่งเปลี่ยนผ่านมาสู่การทำธุรกิจของตกแต่งคริสต์มาสรายใหญ่แห่งแรกในเมืองไทย

ส่วนแนนมองอีกมุม

“ถ้าถาม Organizer หรือคนจัดงานคริสต์มาส เขาจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น เพราะเราพัฒนามาจนมีชื่อเสียงในด้านการจัด Display เขาก็บอกต่อกันมา ดาราที่มาซื้อ เราก็ไม่เคยชวนหรือจ้างเขามาเลย เกิดจากการบอกต่อทั้งหมด 

“ในแง่นั้น เรามองว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังอยากทำให้ดีกว่านี้ อาจจะมีการต่อยอดทำอะไรที่กว้างขึ้น จริง ๆ ก็คิดอยากจะทำคาเฟ่คริสต์มาสนะคะ”

ฟังแล้วก็อยากเห็นคาเฟ่คริสต์มาสเกิดขึ้นจริง ๆ ในเมืองไทย

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

ธุรกิจแห่งการสร้างความสุข

ท้ายที่สุดแล้วสำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ บทเรียนจากการเรียนรู้ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่แนนอยากส่งต่อคือ

“เราต้องหาตัวเราให้เจอว่าถนัดแนวไหน เราจะสร้างความแตกต่างของเราให้แตกต่างจากคนอื่นได้อย่างไร คนทำธุรกิจ อย่าทำอะไรตามคนอื่น พยายามหาจุดของตัวเองให้ได้ ถ้าทำตามคนอื่น เราก็ต้องตามเขาไปเรื่อย ๆ”

สำคัญที่สุดคือคุณภาพของสินค้า ความสุขที่อยากส่งต่อ และคุณค่าในทางธุรกิจที่ไม่ใช่เพียงเงินตรา

ความสุขของแนนคือการได้เห็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปตกแต่งแล้วมีความสุข เขาชมว่าสวย หรือเวลาเดินผ่านไป มองไปเห็นแล้วก็มีความสุข แนนเองก็มีความสุขไปด้วย เพราะเธอบอกว่าสินค้าของบางกอกคริสมัสเป็นสินค้าที่สร้างความสุขในตัวอยู่แล้ว จะมีอะไรที่สุขไปกว่าการได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สร้างความสุข แล้วตัวเองก็มีความสุขไปด้วย

และนี่คือ Bangkok Christmas Decoration

คริสต์มาสปี 2022 นี้ ทุกคนมีของตกแต่งต้นคริสต์มาสกันหรือยังครับ

โรงงานขายของตกแต่งคริสต์มาส Bangkok Christmas เทศกาลส่งท้ายปีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้คนมานานกว่า 3 ทศวรรษ

Lessons Learned

  • การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าทำตามคนอื่น หาจุดยืนของตัวเองแล้วลงมือทำ
  • ความสุขและความสำเร็จอยู่ที่มุมมองของปัจเจกบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวใด ๆ
  • คุณค่าที่มากกว่าเงินตรา เป็นได้ทั้งการทำสินค้าคุณภาพ ความพอใจของลูกค้า และประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าจะได้รับ

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load