สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เราเชื่อขึ้นมาว่า ผ้าไทยก็เป็นของโมเดิร์นได้

เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ’ คอลเลกชันที่นำผ้าไทยสวยๆ มาออกแบบเป็นสากลจนขับความสวยให้โดดเด่นขึ้นอีก

ยิ่งดูไปๆ เราก็ยิ่งสงสัยว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร และมีวิธีคิดอะไรในการก่อร่างสร้างคอลเลกชันนี้ขึ้นมา เราตามรอยผ้าไปจนเจอเจ้าของแบรนด์ Nadyn Jadyn นั่นคือ อ้อ-ณัฏฐิญาณ์ สุขสถาน สาวเปรี้ยวไฟแรงผู้ทำงานในบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมควบคู่ไปกับการบินเดี่ยวทำแบรนด์แฟชั่น เธอยิ้มรับเราท่ามกลางสวนของบ้านเพื่อนที่เธอเป็นคนจัดให้ ข้างกายมีสุนัขบีเกิลใจดีแต่ขี้อายตัวหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

เมื่อได้นั่งลงคุยกัน อ้อรีบดักคอบอกเราว่า วิธีการคิดของเธอกลับด้านกับผู้อื่น นั่นคือเธอจะตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยสัญชาตญาณก่อน แล้วค่อยมานั่งทำความเข้าใจทีหลังถึงสาเหตุการตัดสินใจ บทสนทนาในวันนี้จึงเป็นการร่วมถอดรหัสความคิดไปพร้อมกับเธอ ว่าเพราะเหตุอันใดธุรกิจเธอถึงได้ดำเนินมาในทิศทางนี้

ชื่อแบรนด์ Nadyn Jadyn อาจฟังดูไฮโซ แต่แท้จริงมาจากคำว่า นา ดิน และ Jardin ที่แปลว่า สวน ในภาษาฝรั่งเศส แค่ชื่อก็มีความย้อนแย้งในตัวเองแล้ว

ระหว่างการสนทนาเราก็ได้พบว่า ธุรกิจของเธอช่างเต็มไปด้วยคู่ตรงข้าม ดูเผินๆ แล้วต่างกันสุดขั้ว แต่กลับอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว เราจึงขอหยิบยกบางคู่ที่เราว่าน่าสนใจมาเล่าต่อให้ฟัง

เผื่อจะช่วยให้เข้าใจว่าธุรกิจที่เกิดจากความขัดแย้งอย่างลงตัว เป็นไปได้อย่างไร

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ภูมิสถาปัตยกรรม-การออกแบบแฟชั่น

อ้อเป็นทั้งภูมิสถาปนิกและนักออกแบบแฟชั่น ถึงจะดูเป็นสองเรื่องที่ต่างกันมาก แต่อ้อมองว่างานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมกับงานออกแบบแฟชั่นมีจุดเหมือนกันอยู่ตรงที่ ‘ทำให้คนที่อยู่ข้างในมีความสุข’ ไม่ว่าจะเป็นอยู่ท่ามกลางการวางผังและการทำสวนสวยๆ หรืออยู่ในเสื้อผ้าที่ใส่สบายและช่วยให้มั่นใจก็ตาม หากอยากทำให้คนมีความสุข ทำไมจะทำสองอย่างนี้ไปพร้อมกันไม่ได้

เหตุผล 2 ข้อที่ทำให้อ้อเปิดธุรกิจของตัวเอง แม้ทำงานบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมอย่างเดียวก็หนักอยู่แล้ว หนึ่ง เป็นเพราะว่าเธออยากทำอะไรที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ควบคุมได้เองทั้งหมด ส่วนสองคือ แฟชั่นสร้างจุดสนใจได้ดีกว่า ความโดดเด่นจะช่วยให้คนหันมาสนใจประเด็นที่เธออยากสื่อสารได้มากขึ้น

“เราอยากใช้แฟชั่นที่โดดเด่น เป็นตัวดึงความสนใจคนมาหาธรรมชาติที่เงียบ”

เมื่อเรามองเห็นสายตาที่เธอมองเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดของตัวเอง และสายตาที่เธอมองไปยังสวนรอบบ้านที่เธอจัดเอง ก็พอเข้าใจถึงความรักในงานทั้งสองของผู้หญิงคนนี้

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ธรรมชาติไทย-กระแสสากล

เป้าหมายของเธอคือการทำสิ่งที่มีค่าต่อธรรมชาติใช่ไหม

เธอพยักหน้าตอบ ก่อนเล่าว่า ครอบครัวปลูกฝังให้เธอเป็นคนใส่ใจธรรมชาติมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หนึ่งในสาเหตุที่เธอเลือกเรียนและทำงานด้านภูมิสถาปัตยกรรม ก็เพราะความชอบในธรรมชาตินี่เอง

“พอมาทำแบรนด์แฟชั่น เราคิดว่าทำไมคนที่รักธรรมชาติจะแต่งตัวจัดไม่ได้ เราจะเห็นแต่คนรักธรรมชาติแต่งม่อฮ่อม ใส่เสื้อผ้าที่ตัดง่ายๆ สีเรียบๆ เลยอยากจะลองหาวิธีให้คนแต่งเวอร์ๆ แฟชั่นวีก โดยที่ยังรักธรรมชาติได้”

ความรักธรรมชาติของอ้ออยู่ในการใส่ใจที่มาของผ้าให้ลึกไปถึงกระบวนการผลิต ความสำคัญคือผู้ซื้อควรรู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นผลิตที่ไหน โดยใคร ประจวบเหมาะกับการติดต่อเข้ามาของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผ้าไทยจำนวนหนึ่งรอให้นำไปใช้งาน

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ผ้าเหล่านี้มาจากปรมาจารย์ในภาคอีสาน จากนครพนม สกลนคร มุกดาหาร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ถึงสุรินทร์ รวมทั้งหมด 20 บ้าน คัดเลือกภายใต้เงื่อนไขว่าผ้าทั้งหมดจะต้องทอมือและย้อมโดยสีธรรมชาติ 100% เพื่อโปรโมตเรื่องสิ่งแวดล้อม และเสนอภาพใหม่ให้คนในวงการแฟชั่นได้เห็นว่าผ้าไทยไม่จำเป็นต้องเชย

“พอได้ผ้าไทยมาก็ตรงกับที่เราต้องการเลย เพราะผ้าไทยมันรักธรรมชาติ ต่อให้ทิ้งสีย้อมผ้าลงน้ำก็ได้เลย ทุกขั้นตอนกระบวนการก็สะอาดหมด แต่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านขายผ้าไม่ได้เพราะต้นทุนมันแพง เราเลยอยากเป็นอีกแรงหนึ่งที่ผลักดันทางอ้อมด้วยการหาตลาดและออกแบบให้” อ้ออธิบาย

ข้อดีของผ้าที่ตั้งใจผลิตด้วยมือและธรรมชาติ คือจะได้สินค้าคุณภาพ ที่ไม่ค่อยยับ ดูแลง่าย คงทนสภาพนาน แถมยังดูสวยไม่เหมือนใคร ทำให้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยๆ สอดคล้องกับเรื่องความใส่ใจธรรมชาติไปอีกต่อหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Geometric-Organic

แรงบันดาลใจที่แบรนด์ Nadyn Jadyn ได้จากความรู้ด้านสถาปัตยกรรมของอ้อ คือความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเรขาคณิต (Geometric) และความเป็นธรรมชาติ (Organic)

ในงานภูมิสถาปัตยกรรมของเธอ อาคารที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสร้างภาพขัดแย้งกัน เพราะอาคารเป็นรูปทรงเรขาคณิต มีเหลี่ยมมุมและเส้นตรงเส้นโค้งชัดเจน ตัดกับเหล่าแมกไม้สีเขียวชอุ่มที่งอกเงยอย่างเป็นอิสระ ไม่มีรูปทรงชัดเจนแน่นอน

“ฟอร์มของอาคารที่ตัดกับฟอร์มของใบไม้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน สิ่งที่เรียบจะทำให้เราเห็นธรรมชาติเด่นขึ้น และธรรมชาติก็จะทำให้เราเห็นความเรียบเด่นขึ้นเหมือนกัน”

เธออธิบายการนำคู่ตรงข้ามนี้มาใช้กับการออกแบบเสื้อผ้า

“โจทย์ของผ้าไทยทุกอันที่มา คือลุคมันดูหนัก ใส่แล้วจะดูเชยได้ง่าย เราเลยเอามาจับกับฟอร์มที่มินิมอลเพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้น แล้วก็ให้รายละเอียดอยู่ที่เนื้อผ้าแทน รวมถึงจับคู่กับสิ่งที่เบา เช่นฝ้าย ให้มันตัดทอนกัน เกิดความแตกต่าง”

รูปทรงเสื้อผ้าเรียบๆ เค้าโครงไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดสอดแซมไว้ให้ไม่น่าเบื่อ แม้จะมีรูปทรง แต่ก็เป็นอิสระด้วย นี่เองคือคู่ตรงข้ามที่ก่อให้เกิดความงดงามในคอลเลกชันกลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ความเร็ว-ความช้า

แฟชั่นเป็นของมาไวไปเร็ว รู้ตัวอีกทีก็เปลี่ยนคอลเลกชันใหม่แล้ว ในขณะที่ผ้าทอมือไทยเป็นของช้ามากๆ กว่าจะได้ออกมาสักผืนหนึ่งบางทีต้องใช้เวลาเป็นเดือน หากนับรวมช่วงเวลารอวัตถุดิบเติบโตด้วยก็คงร่วมปี

อ้อมองคู่ตรงข้ามนี้ว่าจะช่วยเหลือกันมากกว่าขัดแย้ง เธออยากให้ผ้าไทยช่วยดึงความเร็วของแฟชั่นให้ช้าลง

“แฟชั่นของโลกสมัยก่อนมันไม่ใช่อย่างนี้ เดี๋ยวนี้มันเร็วเพราะคนอยากให้มันเร็ว พอเราขี้เบื่อ วงการเสื้อผ้าก็มาตอบโจทย์ตรงนี้ เลยทำให้เกิดปัญหาขยะจำนวนมากที่ไม่มีใครรับผิดชอบ เราเลยอยากจะค่อยๆ ปลูกฝังความช้าในชีวิตให้ผู้คนทีละนิด”

แนวคิดนี้ของเธอสะท้อนออกมาในวิธีการตั้งชื่อคอลเลกชันที่ออกมาช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยทั่วไปตามงานแฟชั่นวีกจะเรียกว่าคอลเลกชันนี้เป็นของปี 2019 แต่เธอกลับมองว่ายังต้องเรียกว่า 2018 เพราะผ้าไทยเป็นผ้าที่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติมาก สีที่ใช้ย้อมจะเป็นเฉดไหน ต้องขึ้นอยู่กับน้ำ ดิน และแดด ในปีนั้นๆ ดังนั้น ผ้าผืนนั้นจึงเป็นผลผลิตของปีนั้นๆ ไม่ใช่ของปีถัดไป

นอกจากนั้น เธอยังทำวิดีโอเล่าเรื่องที่มาของผ้าแต่ละผืน เพื่อนำเสนอความสวยงามอันเชื่องช้าของธรรมชาติและชุมชน เป็นลิงก์ QR Code ผูกติดกับเสื้อผ้าแต่ละตัว ด้วยความหวังว่าคนที่ได้ดูจะเข้าใจว่าความช้าดีงามอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=t6gULzoyHEo

ส่วนทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ก็ช่วยแก้ปัญหาโดยเน้นปัญหาเดียว คือเวลานักออกแบบจะเลือกซื้อผ้า เฉดสีของผ้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผ้าไทยกลับมีเฉดสีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบสำหรับย้อมในรอบนั้นๆ กระทรวงฯ จึงทำแอพ Color ID labelling คือนำผ้าไทยมาลงทะเบียนเป็นเฉดสีที่ชัดเจนแน่นอน รวมถึงบอกที่มาที่ไปของสีด้วยว่าใช้วัตถุดิบอะไรทำ อ้อหวังว่าแอพนี้จะช่วยให้นักออกแบบเลือกใช้ผ้าไทยได้ง่ายขึ้น เพื่อพาความช้ากลับมาสู่แฟชั่นอีกครั้ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ตัวเอง-ผู้อื่น

ดูเผินๆ แล้ว อาจเหมือนว่า Nadyn Jadyn เป็นแบรนด์ของคนคนเดียว เพราะอ้อทำทุกอย่างตั้งแต่เลือกผ้า ออกแบบ ประสานงาน จนถึงออกกองถ่ายภาพ แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น อ้อมองว่ามีคนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

“ที่จริงแล้ว เรามีชื่อเต็มว่า Nadyn Jadyn Artisans คือตั้งใจรวมศิลปินหลายคนไว้ด้วยกัน เราอยากให้แบรนด์เรามีเวทีให้ศิลปินคนอื่นด้วย ผลิตภัณฑ์ของเราหลายชิ้นก็ร่วมมือกับศิลปินคนอื่นๆ อย่างเช่นผ้าทอพวกนี้ กลุ่มทอผ้าต่างๆ ก็นับว่าเป็นศิลปินคนอื่นเหมือนกัน”

อ้ออธิบายเพิ่มเติมว่า ผ้าแต่ละผืน เธออาจขอหรือกำหนดลวดลายไปได้บางส่วน แต่สุดท้ายแล้วงานที่ออกมาก็คือผลงานการสร้างสรรค์ออกแบบของคุณลุง คุณป้า ศิลปินที่เป็นผู้ผลิตผ้าออกมา

ต่อจากนี้ อ้อวางแผนว่าอยากร่วมงานกับศิลปินในประเภทอื่นๆ ต่อไปมากกว่านี้อีก อาจจะเป็นช่างเป่าแก้ว ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ หรือของแต่งบ้าน เธอยังเปิดรับความเป็นไปได้อยู่ ขอแค่ที่สำคัญคือให้แบรนด์ของเธอสร้างสิ่งดีๆ ให้เพื่อนพ้องในวงการ ผู้ใส่ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จะมากหรือจะน้อยก็ดีทั้งนั้น

แม้จะดูเหมือนเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง แต่หลังจากการสนทนากึ่งถอดรหัสของเราจบลง ก็พบว่าหากในความย้อนแย้งนั้นมีเหตุผลอยู่ ก็อาจกลายเป็นความกลมกลืนได้

ธุรกิจไม่ได้ต้องมีแก่นเดียวเสมอไป การรู้ใจตัวเองอย่างชัดเจนต่างหากที่สำคัญ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ขอบคุณสถานที่ Caramel Studio

Her Rules

1 เวลาทำอะไรต้องคอยนึกถึงสิ่งอื่นๆ อยู่ตลอด ทั้งนึกถึงผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างจากสิ่งที่เราทำ

2 อย่าติดอยู่แค่ในกรอบของสาขาวิชาที่ตัวเองถนัด ให้ลองทำ ลองเข้าใจ ศาสตร์อื่นๆ ด้วยว่ามีคุณค่า มีสเน่ห์ อย่างไร

3 การเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นง่ายขึ้น และบางทีก็เป็นตัวช่วยหาความคิดใหม่ๆ ด้วย

 

Website : www.nadynjadyn.com

Facebook : nadyn jadyn

instagram : @_nadyn_jadyn_

หากอยากลองจับสินค้าจริง ติดต่อเข้าไปที่ LINE @nadyn_jadyn ได้เลย

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เหิร-ต่อลาภ ลาภเจริญสุข ศิลปินหนุ่มเจ้าของแกลเลอรี่ Seescape แห่งเชียงใหม่ นัดพบเราที่บ้านหลังสวยของเขาซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองนัก เมื่อก้าวเข้ารั้วบ้าน เราก็สะดุดตากับกรอบหน้าต่างโลหะสวยแปลกหลากรูปทรง ตั้งแต่วงกลมจนถึงก้อนเมฆแสนละมุน ซึ่งติดอยู่บนประตูและกำแพง

นี่คือ ‘ทวิภพ’ แบรนด์หน้าต่างทำมือที่ชื่อสื่อถึงการเป็นตัวกลางระหว่างภายในที่อยู่อาศัยและธรรมชาติภายนอก (ชาวทวิภพมักเรียกสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นว่า ‘ช่องเปิด’ แทน ‘หน้าต่าง’ เพื่อให้รู้ว่างานพวกเขามีความอิสระกว่าหน้าต่างทั่วไป) ทวิภพเป็นทั้งธุรกิจใหม่เอี่ยมอายุราวครึ่งปีของต่อลาภกับเพื่อนหุ้นส่วนอีก 3 คนคือ ฬุริยา สิงเห, ธารวิมล ขันสุธรรม และ ตฤณ พูลทรัพย์ รวมถึงเป็นสิ่งที่ต่อลาภพูดเต็มปากว่าคืองานศิลปะชิ้นใหม่

อะไรทำให้ศิลปินลงมือออกแบบกรอบหน้าต่าง อะไรทำให้ทวิภพกลายเป็นธุรกิจแทนการทำเป็นคอลเลกชันจัดแสดงในแกลเลอรี่

ต่อลาภและเพื่อนนั่งลงบนโซฟา ย้อนเล่าเรื่องธุรกิจที่เกาะเกี่ยวแนบแน่นกับคำว่าศิลปะให้เราฟัง

เหิร-ต่อลาภ ลาภเจริญสุข, Seescape

หน้าต่างที่อยากเห็นแต่ไม่เคยเห็น

ต่อลาภ: ผมเริ่มเข้าไปอยู่ในวงการก่อสร้างและการออกแบบพื้นที่ การตกแต่งภายใน ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ซึ่งทวิภพก็เริ่มจากความบ้าของผมที่ชอบออกแบบสิ่งร่วมสมัย ดูพิเศษจากความธรรมดานิดหนึ่ง แล้วจุดที่จะมาติดขัดเสมอคือเรื่องช่องเปิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่าง ประตู มันหาสิ่งที่เข้ากับความคิดของเราไม่ได้ เวลาผมทำงานประเภทนั้น  ถ้าไม่ดัดเองก็ไปจ้างคนทำรูปทรงแปลกๆ บ้าง  แล้วก็เลยเห็นช่องว่างตรงนี้ว่า ถ้าเราทำมันขึ้นมาโดยที่ทุกคนเอาไปใช้ได้กึ่งสำเร็จรูปเลย ก็น่าจะสะดวกสบาย

หน้าต่างที่เพิ่มสุนทรีย์และเชื่อมต่อคนกับธรรมชาติ

ต่อลาภ: อีกเหตุผลที่ผมทำทวิภพคือ งานสถาปัตยกรรมมันเพิ่มความพิเศษโดยการเปลี่ยนแค่สิ่งเล็กๆ เอง สมมติว่าเรามีกำแพงสีขาวหนึ่งอัน การมีช่องเปิดที่เปลี่ยนไปจากความคุ้นชินแค่อันเดียวจะทำให้กำแพงเปลี่ยนไปทั้งอัน เปลี่ยนแปลงไปทั้งตึกเลย ผมก็มองว่า ถ้าจะเป็นจุดเริ่มต้นสร้างความพิเศษในการอยู่อาศัย แบบที่เห็นความสำคัญของการอยู่อาศัย และเห็นความสำคัญของสุนทรียศาสตร์ ซึ่งผมเชื่อว่าการอยู่อาศัยต้องคำนวณเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่อยู่ในกล่องแล้วผ่อนไป 30 ปี เราก็มาเปลี่ยนที่สิ่งเล็กๆ นี้ก่อนก็ได้ เพราะยังไปเปลี่ยนทั้งอาคารไม่ได้ แรงยังไม่พอ และหน้าต่างนี้อาจเป็นตัวเปลี่ยนที่คนไม่ต้องใช้เงินเยอะมาก แค่ซื้อหน้าต่างของเราไปติดนิดหนึ่งก็เปลี่ยนมุมมองของคอนโดหรือที่อยู่ของเขาเองได้ ไม่ได้ยุ่งยากจนต้องจ้างดีไซเนอร์หรือเสียหลายแสน คุณทำเองได้ จ้างช่างมา 500 บาทก็ติดได้แล้ว

นอกจากนี้ แนวคิดของช่องเปิดคือการใช้ชีวิตอยู่ในที่อยู่อาศัยต้องอาศัยอยู่ภายใน โดยมีภายนอกที่มีสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ซึ่งช่องเปิดก็ทำหน้าที่เป็นตรงกลางระหว่างการเชื่อมต่อของชีวิตเรากับธรรมชาติ คือ แสง ลม ผู้คน ยุง หมา ทวิภพเป็นตรงกลางนั้น ที่เราตั้งชื่อแบรนด์ว่าเป็นทวิภพ ก็คือช่องเปิดนี้เป็นภพระหว่างภายในกับภายนอก

มองโลกด้วยสายตาใหม่ผ่าน ‘ทวิภพ’ แบรนด์หน้าต่างของ เหิร ต่อลาภ
มองโลกด้วยสายตาใหม่ผ่าน ‘ทวิภพ’ แบรนด์หน้าต่างของ เหิร ต่อลาภ

หน้าต่างที่เป็นงานศิลปะทำมือ

ต่อลาภ: ผมคิดว่าหน้าต่างของผมเป็นศิลปะ แต่จะทำยังไงให้ศิลปะเข้าไปอยู่ในการใช้ชีวิต ผมก็เลยเปลี่ยนมุมมองการอยู่อาศัยของทุกคนด้วยการเปลี่ยนหน้าตาช่องเปิดให้เปลี่ยนไป มันเข้าถึงผู้คนและคนมีความเข้าใจกับมันได้ง่ายกว่างานศิลปะชิ้นอื่นของผม ผมกำลังสนใจว่าศิลปะร่วมสมัยจะไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราเลยได้หรือเปล่า อันนี้มันฝังเข้าไปในอาคารที่คุณอยู่เลย ผมว่าประเด็นของหน้าที่ศิลปะที่ไปอยู่ตรงนั้นน่าสนใจ

ตอนนี้เรามีหน้าต่างประมาณ 6 แบบ บางรูปทรงได้มาจากการ์ตูน ดราก้อนบอล บ้าง บางอันได้มาจากประตูเรือบ้าง หนังอวกาศสมัยเด็กบ้าง ผมผสมผสานหมดเลย แต่ผสมด้วยแนวคิดที่ว่าหน้าต่างไม่หวือหวาจนอยู่ในอาคารปกติไม่ได้ แต่ก็พิเศษเพียงพอที่ทำให้มุมมองของการมองโลกเปลี่ยนได้ ยังไงก็ตาม ผมไม่อยากให้หน้าต่างหลากหลายมาก เพราะเราลองเอามาทำเอง เชื่อไหมว่านี่เป็นหน้าต่างแฮนด์เมด คือดัดด้วยมือ ซึ่งพอมาทำเองโดยโรงงานมีคนทำอยู่ 2 คนมันไม่รอดหรอกถ้ามีหลายแบบ แล้วคนทั่วไปส่วนใหญ่จะอยากให้ธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรม แต่วิธีการทำงานของผมไม่เคยไปสู่อุตสาหกรรมเลย เพราะผมเชื่อว่าความพิเศษน่าจะอยู่ที่ใครเป็นคนทำ ไม่รู้ผมเชื่อผิดหรือเปล่านะ ถ้าเชื่อถูกอาจจะรวยแล้วก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าถ้าเราให้คนที่สร้างสิ่งหนึ่งใกล้ชิดกับคนที่ใช้สิ่งหนึ่งมากที่สุด เขาจะเห็นคุณค่าของการปฏิสัมพันธ์นั้น

เหิร-ต่อลาภ ลาภเจริญสุข, Seescape

หน้าต่างเพื่อคนเห็นคุณค่างานศิลปะ

ฬุริยา: สำหรับเรื่องกลุ่มลูกค้า เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้จริง เริ่มต้นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ทวิภพไม่ใช่สินค้าเชิงอุตสาหกรรม แต่มันคือชิ้นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในที่อาศัยได้ คราวนี้ก็ต้องมาคิดว่า คนที่จะใช้มันต้องเป็นกลุ่มลูกค้าประมาณไหน เขาต้องชื่นชมศิลปะในระดับหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายก็น่าจะเป็นคนอายุประมาณ 20 ปลายๆ ถึง 40 ต้นๆ ที่กำลังมองหาบ้าน กำลังจะสร้างบ้าน หรือสร้างมาแล้ว และมีรสนิยมในเชิงศิลปะในระดับหนึ่ง รวมถึงก็ต้องรู้จักพี่เหิรด้วย เพราะเขาจะรู้ว่าพี่เหิรมีสไตล์ในการทำงานแบบนี้ งานที่ออกมาจะเป็นแบบนี้ ถ้าเขาซื้อหน้าต่างบานนี้ก็เหมือนเขาซื้องานศิลปะของพี่เหิรกลายๆ

แต่ความยากของการทำแบรนด์นี้ก็คือ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราเล็งไว้ เพราะว่าถ้าเกิดจะไป ตัวเราต้องวิ่งเร็วกว่านี้ ต้องเน้นการขายหน่อย ซึ่งมันก็ก้ำกึ่ง ถ้าเราเน้นขายขนาดนั้นก็ดูเป็นแมสไป เราไม่อยากดูแมส ก็เลยค่อยๆ ไป ก็ดูว่ามีโอกาสได้ไปร่วมงานๆ นี้เพื่อที่จะเปิดตัวแบรนด์ไหม แต่ก็ดูภาพลักษณ์ของงานด้วยว่าเป็นงานเฟอร์นิเจอร์แบบอุตสาหกรรมหรือเป็นงานทำมือ

ต่อลาภ: ส่วนเรื่องราคาก็ตั้งให้เหมาะสมกับคนที่ซื้อไปได้ โดยที่ไม่ได้ถูกไปและแพงไป ส่วนอะไรคือถูกไปหรือแพงไป อันนี้เป็นประเด็นสำคัญมากเลย ถ้าเราอยู่ในเชียงใหม่ งานห้าหมื่นหรือแสนนึงอาจแพงไป แต่ถ้าเราย้ายไปสิงคโปร์ งานชิ้นเดียวอาจเป็นแค่งานตกแต่ง ราคาศิลปะเลยกำหนดไม่ได้ว่าแพงไปหรือถูกไปแบบตายตัวขนาดนั้น ซึ่งเรากำหนดราคาของทวิภพโดยคิดว่า ถ้าเป็นเรา เราซื้อเก้าอี้ได้ในราคาตัวละสามพันกว่า งั้นก็ซื้อหน้าต่างนี้ไหววะ

มองโลกด้วยสายตาใหม่ผ่าน ‘ทวิภพ’ แบรนด์หน้าต่างของ เหิร ต่อลาภ
ทวิภพ

หน้าต่างที่ยังคงพัฒนา  

ต่อลาภ: ช่องเปิดที่ดีสำหรับผม ถ้าในเชิงการใช้งานคือต้องเปิดดี อยู่ในตำแหน่งที่โอเค มองแล้วไม่ต้องก้ม แล้วก็อยู่ในจังหวะที่เรายืนผ่อนคลายดูข้างนอก อยู่ในทิศทางที่ดี เปิดดี กันน้ำได้บ้าง ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังไม่ 100% เราก็ต้องค่อยๆ ศึกษาและปรับเปลี่ยนกันไป

หน้าต่างในความหมายใหม่

ต่อลาภ: ส่วนใหญ่ผลตอบรับที่กลับมาจะมองว่าหน้าต่างเป็นรูปทรงนี้ได้ด้วยหรอ หรือใส่ตรงนี้ได้ด้วยหรอ เขาคิดว่ามันมีแค่ทรงกลมกับสี่เหลี่ยมเฉยๆ พอเห็นมันเป็นอย่างอื่นได้เขาก็มีคำถาม ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการที่สุด ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้ อย่ายอมจำนนว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เราเห็นงานออกแบบดีมากเลย ดูเป็นแนวอวกาศมากเลย แต่หน้าต่างเป็นแบบธรรมดา บางทีมันก็ไม่เข้ากัน ซึ่งเราคิดว่ามันต้องเข้ากันหมด คิดว่าต้องคิดให้เสร็จทั้งกระบวนการ และเราอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานออกแบบทำได้ครบวงจรจริงๆ

มองโลกด้วยสายตาใหม่ผ่าน ‘ทวิภพ’ แบรนด์หน้าต่างของ เหิร ต่อลาภ
ทวิภพ

หน้าต่างที่เป็นการทดลองเพื่อก้าวต่อไป

ต่อลาภ: ที่จริงผมกำลังวางโปรเจกต์อีกอันซึ่งใหญ่กว่าหน้าต่าง เป็นอาคารที่ทวิภพจะเป็นส่วนประกอบ แต่ผมเริ่มทำได้แค่หน้าต่างก่อน เพราะแบรนด์นี้เป็นจุดเริ่มที่ทำง่ายกว่า ใช้งบในการทดลองน้อยกว่า เป็นขั้นตอนตามกำลัง ผมไม่ได้เป็นลักษณะที่คิดโปรเจกต์ปุ๊บ เอาไปเสนอ ได้เงินก้อนใหญ่มา แล้วทำเลย ผมทำแบบนั้นไม่เป็นแล้วก็ไม่ใช่สไตล์ผมด้วย ผมอยากทดลองไปอย่างช้าๆ เชื่อในความช้า เหมือนแกลเลอรี่ Seescape กว่าคนจะยอมรับว่ามันเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยและมีชีวิตขนาดนี้ มันก็ใช้เวลาเป็นเก้าปีสิบปี ผมเชื่อในความหนืดเหนียวแบบจะทำวะ ไม่ยอมเลิกมากกว่า ผมจะชื่นชมคนแบบนั้นมากกว่า

สำหรับเรื่องอนาคตของแบรนด์ ผมมองว่าถ้าสิ่งที่เชื่อและทำไปอยู่ในความคิดของคนได้เยอะที่สุด ผมจะแฮปปี้ ส่วนเรื่องยอดขายอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญขนาดนั้น คือถ้าขายได้ดีก็ เย่! จะได้ไปสร้างอีกโปรเจกต์เร็วขึ้นหน่อย ที่จริงการทำทวิภพขึ้นมาก็คือความสำเร็จแล้ว แล้วผมว่ามันไม่มีทางล้มเหลวในเชิงตัวเงิน เพราะเราไม่ได้คิดในเชิงว่าลงทุนทีหลายล้าน เราได้ทำในสิ่งที่มันค่อยๆ ไป ถ้าจะมีสิ่งที่ดูเป็นความล้มเหลวก็คือเรื่องเวลาที่ลงไป แต่ถ้าเรามองเวลานั้นเหมือนการได้ทดลองความเชื่อบางอย่าง นั่นก็เป็นกำไรมากกว่า แต่ขายดีก็ดีนะ ถ้าโปรโมตได้ก็มาช่วยซื้อหน่อย (หัวเราะ)

ทวิภพ
Facebook l Tawipob window design
 

The Rules

  1. ตั้งคำถามกับเทรนด์ต่างๆ  แล้วสร้างสรรค์เทรนด์ของตัวเองขึ้นมาและส่งกลับไปสู่สังคม
  2. เอาความเป็นท้องถิ่นที่อยู่รอบตัวมาใช้
  3. ถ้าคิดอะไรไม่ออกให้ลงมือทำ เดี๋ยวงานจะตอบเราเอง แต่สำหรับงานออกแบบ ต้องรักษาสมดุลเรื่องนี้ให้ดีกว่างานศิลปะ เนื่องจากเราไม่ได้ทำงานคนเดียว จึงต้องคิดให้ชัดเจนในหัวมากกว่า 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ก่อนลงมือ อย่าแก้ไปเรื่อยๆ หลายรอบเหมือนเวลาทำงานศิลปะ

Writer

Avatar

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load