สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เราเชื่อขึ้นมาว่า ผ้าไทยก็เป็นของโมเดิร์นได้

เสื้อผ้าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ’ คอลเลกชันที่นำผ้าไทยสวยๆ มาออกแบบเป็นสากลจนขับความสวยให้โดดเด่นขึ้นอีก

ยิ่งดูไปๆ เราก็ยิ่งสงสัยว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร และมีวิธีคิดอะไรในการก่อร่างสร้างคอลเลกชันนี้ขึ้นมา เราตามรอยผ้าไปจนเจอเจ้าของแบรนด์ Nadyn Jadyn นั่นคือ อ้อ-ณัฏฐิญาณ์ สุขสถาน สาวเปรี้ยวไฟแรงผู้ทำงานในบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมควบคู่ไปกับการบินเดี่ยวทำแบรนด์แฟชั่น เธอยิ้มรับเราท่ามกลางสวนของบ้านเพื่อนที่เธอเป็นคนจัดให้ ข้างกายมีสุนัขบีเกิลใจดีแต่ขี้อายตัวหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

เมื่อได้นั่งลงคุยกัน อ้อรีบดักคอบอกเราว่า วิธีการคิดของเธอกลับด้านกับผู้อื่น นั่นคือเธอจะตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยสัญชาตญาณก่อน แล้วค่อยมานั่งทำความเข้าใจทีหลังถึงสาเหตุการตัดสินใจ บทสนทนาในวันนี้จึงเป็นการร่วมถอดรหัสความคิดไปพร้อมกับเธอ ว่าเพราะเหตุอันใดธุรกิจเธอถึงได้ดำเนินมาในทิศทางนี้

ชื่อแบรนด์ Nadyn Jadyn อาจฟังดูไฮโซ แต่แท้จริงมาจากคำว่า นา ดิน และ Jardin ที่แปลว่า สวน ในภาษาฝรั่งเศส แค่ชื่อก็มีความย้อนแย้งในตัวเองแล้ว

ระหว่างการสนทนาเราก็ได้พบว่า ธุรกิจของเธอช่างเต็มไปด้วยคู่ตรงข้าม ดูเผินๆ แล้วต่างกันสุดขั้ว แต่กลับอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว เราจึงขอหยิบยกบางคู่ที่เราว่าน่าสนใจมาเล่าต่อให้ฟัง

เผื่อจะช่วยให้เข้าใจว่าธุรกิจที่เกิดจากความขัดแย้งอย่างลงตัว เป็นไปได้อย่างไร

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ภูมิสถาปัตยกรรม-การออกแบบแฟชั่น

อ้อเป็นทั้งภูมิสถาปนิกและนักออกแบบแฟชั่น ถึงจะดูเป็นสองเรื่องที่ต่างกันมาก แต่อ้อมองว่างานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมกับงานออกแบบแฟชั่นมีจุดเหมือนกันอยู่ตรงที่ ‘ทำให้คนที่อยู่ข้างในมีความสุข’ ไม่ว่าจะเป็นอยู่ท่ามกลางการวางผังและการทำสวนสวยๆ หรืออยู่ในเสื้อผ้าที่ใส่สบายและช่วยให้มั่นใจก็ตาม หากอยากทำให้คนมีความสุข ทำไมจะทำสองอย่างนี้ไปพร้อมกันไม่ได้

เหตุผล 2 ข้อที่ทำให้อ้อเปิดธุรกิจของตัวเอง แม้ทำงานบริษัทภูมิสถาปัตยกรรมอย่างเดียวก็หนักอยู่แล้ว หนึ่ง เป็นเพราะว่าเธออยากทำอะไรที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ควบคุมได้เองทั้งหมด ส่วนสองคือ แฟชั่นสร้างจุดสนใจได้ดีกว่า ความโดดเด่นจะช่วยให้คนหันมาสนใจประเด็นที่เธออยากสื่อสารได้มากขึ้น

“เราอยากใช้แฟชั่นที่โดดเด่น เป็นตัวดึงความสนใจคนมาหาธรรมชาติที่เงียบ”

เมื่อเรามองเห็นสายตาที่เธอมองเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดของตัวเอง และสายตาที่เธอมองไปยังสวนรอบบ้านที่เธอจัดเอง ก็พอเข้าใจถึงความรักในงานทั้งสองของผู้หญิงคนนี้

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ธรรมชาติไทย-กระแสสากล

เป้าหมายของเธอคือการทำสิ่งที่มีค่าต่อธรรมชาติใช่ไหม

เธอพยักหน้าตอบ ก่อนเล่าว่า ครอบครัวปลูกฝังให้เธอเป็นคนใส่ใจธรรมชาติมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว หนึ่งในสาเหตุที่เธอเลือกเรียนและทำงานด้านภูมิสถาปัตยกรรม ก็เพราะความชอบในธรรมชาตินี่เอง

“พอมาทำแบรนด์แฟชั่น เราคิดว่าทำไมคนที่รักธรรมชาติจะแต่งตัวจัดไม่ได้ เราจะเห็นแต่คนรักธรรมชาติแต่งม่อฮ่อม ใส่เสื้อผ้าที่ตัดง่ายๆ สีเรียบๆ เลยอยากจะลองหาวิธีให้คนแต่งเวอร์ๆ แฟชั่นวีก โดยที่ยังรักธรรมชาติได้”

ความรักธรรมชาติของอ้ออยู่ในการใส่ใจที่มาของผ้าให้ลึกไปถึงกระบวนการผลิต ความสำคัญคือผู้ซื้อควรรู้ว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นผลิตที่ไหน โดยใคร ประจวบเหมาะกับการติดต่อเข้ามาของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผ้าไทยจำนวนหนึ่งรอให้นำไปใช้งาน

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ผ้าเหล่านี้มาจากปรมาจารย์ในภาคอีสาน จากนครพนม สกลนคร มุกดาหาร ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ถึงสุรินทร์ รวมทั้งหมด 20 บ้าน คัดเลือกภายใต้เงื่อนไขว่าผ้าทั้งหมดจะต้องทอมือและย้อมโดยสีธรรมชาติ 100% เพื่อโปรโมตเรื่องสิ่งแวดล้อม และเสนอภาพใหม่ให้คนในวงการแฟชั่นได้เห็นว่าผ้าไทยไม่จำเป็นต้องเชย

“พอได้ผ้าไทยมาก็ตรงกับที่เราต้องการเลย เพราะผ้าไทยมันรักธรรมชาติ ต่อให้ทิ้งสีย้อมผ้าลงน้ำก็ได้เลย ทุกขั้นตอนกระบวนการก็สะอาดหมด แต่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านขายผ้าไม่ได้เพราะต้นทุนมันแพง เราเลยอยากเป็นอีกแรงหนึ่งที่ผลักดันทางอ้อมด้วยการหาตลาดและออกแบบให้” อ้ออธิบาย

ข้อดีของผ้าที่ตั้งใจผลิตด้วยมือและธรรมชาติ คือจะได้สินค้าคุณภาพ ที่ไม่ค่อยยับ ดูแลง่าย คงทนสภาพนาน แถมยังดูสวยไม่เหมือนใคร ทำให้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยๆ สอดคล้องกับเรื่องความใส่ใจธรรมชาติไปอีกต่อหนึ่ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Geometric-Organic

แรงบันดาลใจที่แบรนด์ Nadyn Jadyn ได้จากความรู้ด้านสถาปัตยกรรมของอ้อ คือความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นเรขาคณิต (Geometric) และความเป็นธรรมชาติ (Organic)

ในงานภูมิสถาปัตยกรรมของเธอ อาคารที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสร้างภาพขัดแย้งกัน เพราะอาคารเป็นรูปทรงเรขาคณิต มีเหลี่ยมมุมและเส้นตรงเส้นโค้งชัดเจน ตัดกับเหล่าแมกไม้สีเขียวชอุ่มที่งอกเงยอย่างเป็นอิสระ ไม่มีรูปทรงชัดเจนแน่นอน

“ฟอร์มของอาคารที่ตัดกับฟอร์มของใบไม้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน สิ่งที่เรียบจะทำให้เราเห็นธรรมชาติเด่นขึ้น และธรรมชาติก็จะทำให้เราเห็นความเรียบเด่นขึ้นเหมือนกัน”

เธออธิบายการนำคู่ตรงข้ามนี้มาใช้กับการออกแบบเสื้อผ้า

“โจทย์ของผ้าไทยทุกอันที่มา คือลุคมันดูหนัก ใส่แล้วจะดูเชยได้ง่าย เราเลยเอามาจับกับฟอร์มที่มินิมอลเพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้น แล้วก็ให้รายละเอียดอยู่ที่เนื้อผ้าแทน รวมถึงจับคู่กับสิ่งที่เบา เช่นฝ้าย ให้มันตัดทอนกัน เกิดความแตกต่าง”

รูปทรงเสื้อผ้าเรียบๆ เค้าโครงไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดสอดแซมไว้ให้ไม่น่าเบื่อ แม้จะมีรูปทรง แต่ก็เป็นอิสระด้วย นี่เองคือคู่ตรงข้ามที่ก่อให้เกิดความงดงามในคอลเลกชันกลีบใบ เฮือไฟ สายน้ำ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ความเร็ว-ความช้า

แฟชั่นเป็นของมาไวไปเร็ว รู้ตัวอีกทีก็เปลี่ยนคอลเลกชันใหม่แล้ว ในขณะที่ผ้าทอมือไทยเป็นของช้ามากๆ กว่าจะได้ออกมาสักผืนหนึ่งบางทีต้องใช้เวลาเป็นเดือน หากนับรวมช่วงเวลารอวัตถุดิบเติบโตด้วยก็คงร่วมปี

อ้อมองคู่ตรงข้ามนี้ว่าจะช่วยเหลือกันมากกว่าขัดแย้ง เธออยากให้ผ้าไทยช่วยดึงความเร็วของแฟชั่นให้ช้าลง

“แฟชั่นของโลกสมัยก่อนมันไม่ใช่อย่างนี้ เดี๋ยวนี้มันเร็วเพราะคนอยากให้มันเร็ว พอเราขี้เบื่อ วงการเสื้อผ้าก็มาตอบโจทย์ตรงนี้ เลยทำให้เกิดปัญหาขยะจำนวนมากที่ไม่มีใครรับผิดชอบ เราเลยอยากจะค่อยๆ ปลูกฝังความช้าในชีวิตให้ผู้คนทีละนิด”

แนวคิดนี้ของเธอสะท้อนออกมาในวิธีการตั้งชื่อคอลเลกชันที่ออกมาช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยทั่วไปตามงานแฟชั่นวีกจะเรียกว่าคอลเลกชันนี้เป็นของปี 2019 แต่เธอกลับมองว่ายังต้องเรียกว่า 2018 เพราะผ้าไทยเป็นผ้าที่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติมาก สีที่ใช้ย้อมจะเป็นเฉดไหน ต้องขึ้นอยู่กับน้ำ ดิน และแดด ในปีนั้นๆ ดังนั้น ผ้าผืนนั้นจึงเป็นผลผลิตของปีนั้นๆ ไม่ใช่ของปีถัดไป

นอกจากนั้น เธอยังทำวิดีโอเล่าเรื่องที่มาของผ้าแต่ละผืน เพื่อนำเสนอความสวยงามอันเชื่องช้าของธรรมชาติและชุมชน เป็นลิงก์ QR Code ผูกติดกับเสื้อผ้าแต่ละตัว ด้วยความหวังว่าคนที่ได้ดูจะเข้าใจว่าความช้าดีงามอย่างไร

https://www.youtube.com/watch?v=t6gULzoyHEo

ส่วนทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ก็ช่วยแก้ปัญหาโดยเน้นปัญหาเดียว คือเวลานักออกแบบจะเลือกซื้อผ้า เฉดสีของผ้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผ้าไทยกลับมีเฉดสีไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบสำหรับย้อมในรอบนั้นๆ กระทรวงฯ จึงทำแอพ Color ID labelling คือนำผ้าไทยมาลงทะเบียนเป็นเฉดสีที่ชัดเจนแน่นอน รวมถึงบอกที่มาที่ไปของสีด้วยว่าใช้วัตถุดิบอะไรทำ อ้อหวังว่าแอพนี้จะช่วยให้นักออกแบบเลือกใช้ผ้าไทยได้ง่ายขึ้น เพื่อพาความช้ากลับมาสู่แฟชั่นอีกครั้ง

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ตัวเอง-ผู้อื่น

ดูเผินๆ แล้ว อาจเหมือนว่า Nadyn Jadyn เป็นแบรนด์ของคนคนเดียว เพราะอ้อทำทุกอย่างตั้งแต่เลือกผ้า ออกแบบ ประสานงาน จนถึงออกกองถ่ายภาพ แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น อ้อมองว่ามีคนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์

“ที่จริงแล้ว เรามีชื่อเต็มว่า Nadyn Jadyn Artisans คือตั้งใจรวมศิลปินหลายคนไว้ด้วยกัน เราอยากให้แบรนด์เรามีเวทีให้ศิลปินคนอื่นด้วย ผลิตภัณฑ์ของเราหลายชิ้นก็ร่วมมือกับศิลปินคนอื่นๆ อย่างเช่นผ้าทอพวกนี้ กลุ่มทอผ้าต่างๆ ก็นับว่าเป็นศิลปินคนอื่นเหมือนกัน”

อ้ออธิบายเพิ่มเติมว่า ผ้าแต่ละผืน เธออาจขอหรือกำหนดลวดลายไปได้บางส่วน แต่สุดท้ายแล้วงานที่ออกมาก็คือผลงานการสร้างสรรค์ออกแบบของคุณลุง คุณป้า ศิลปินที่เป็นผู้ผลิตผ้าออกมา

ต่อจากนี้ อ้อวางแผนว่าอยากร่วมงานกับศิลปินในประเภทอื่นๆ ต่อไปมากกว่านี้อีก อาจจะเป็นช่างเป่าแก้ว ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ หรือของแต่งบ้าน เธอยังเปิดรับความเป็นไปได้อยู่ ขอแค่ที่สำคัญคือให้แบรนด์ของเธอสร้างสิ่งดีๆ ให้เพื่อนพ้องในวงการ ผู้ใส่ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จะมากหรือจะน้อยก็ดีทั้งนั้น

แม้จะดูเหมือนเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง แต่หลังจากการสนทนากึ่งถอดรหัสของเราจบลง ก็พบว่าหากในความย้อนแย้งนั้นมีเหตุผลอยู่ ก็อาจกลายเป็นความกลมกลืนได้

ธุรกิจไม่ได้ต้องมีแก่นเดียวเสมอไป การรู้ใจตัวเองอย่างชัดเจนต่างหากที่สำคัญ

Nadyn Jadyn, ผ้าไทย

ขอบคุณสถานที่ Caramel Studio

Her Rules

1 เวลาทำอะไรต้องคอยนึกถึงสิ่งอื่นๆ อยู่ตลอด ทั้งนึกถึงผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าจะได้รับผลกระทบอะไรบ้างจากสิ่งที่เราทำ

2 อย่าติดอยู่แค่ในกรอบของสาขาวิชาที่ตัวเองถนัด ให้ลองทำ ลองเข้าใจ ศาสตร์อื่นๆ ด้วยว่ามีคุณค่า มีสเน่ห์ อย่างไร

3 การเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นง่ายขึ้น และบางทีก็เป็นตัวช่วยหาความคิดใหม่ๆ ด้วย

 

Website : www.nadynjadyn.com

Facebook : nadyn jadyn

instagram : @_nadyn_jadyn_

หากอยากลองจับสินค้าจริง ติดต่อเข้าไปที่ LINE @nadyn_jadyn ได้เลย

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สำหรับ ‘โรงเรียนปิติศึกษา’ (Pitisuksa School Chiang Rai Montessori) Montessori แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ‘ต้นไม้ สายลม แสงแดด ดิน หญ้า’ ไม่ใช่ของตกแต่งที่ทำให้สถานศึกษาดูดี แต่ทั้งหมดคือสื่อการเรียนการสอนและเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการชิ้นสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อการเติบโตตามธรรมชาติของเด็ก

ว่าแต่การศึกษา Montessori (มอนเตสซอรี่) ที่เราพูดถึงคืออะไร

Montessori คือหลักสูตรอายุกว่า 120 ปี มีต้นกำเนิดจากแพทย์หญิงชาวอิตาลี มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) โดยเน้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ เติบโตตามธรรมชาติและความต้องการของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งในหลายประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่การศึกษาทางเลือก แต่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ทั่วไป

แล้ว Montessori ที่เน้นการเล่นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ได้ผลจริงหรือ

การพัฒนาการศึกษาที่เป็น ‘ทางเลือก’ ในสังคมไทยต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง

เหล่าผู้บริหารสร้างความเชื่อมั่นและทำให้โรงเรียนเติบโตได้อย่างไร

The Cloud ขอเดินตาม ณัฐฬส วังวิญญู, นุก-ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ กรรมการ และ ครูอ้อย-ปิยะนุช ชัชวรัตน์ ผู้อำนวยการ ไปหาคำตอบทั้งหมดใต้เงาไม้ ในอาคารที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเสียงภาษาอังกฤษดังเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหน

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

2542

Welcome to Pitisuksa School

25 ปีก่อน เชียงรายเป็นจังหวัดที่โรคเอดส์และวัณโรคระบาดหนัก นักวิจัยจากต่างประเทศ ทั้ง CDC สหรัฐอเมริกา RIT ของญี่ปุ่น และอังกฤษ เข้ามาทำวิจัยในพื้นที่พร้อมครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองต้องการหาสถานศึกษาให้ลูก แต่ในยุคนั้นยังไม่มีโรงเรียนนานาชาติ พวกเขาจึงรวมตัวกันก่อตั้ง ‘มูลนิธิปิติศึกษา’ ขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีนักเรียน 12 คน คละวัยกันทั้งหมด

ปรากฏว่าสิ่งที่ริเริ่มได้ผลตอบรับดี จากตำบลป่างิ้ว ทางตอนใต้ของเชียงราย พวกเขาจึงย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2545 เปลี่ยนสวนลิ้นจี่ เงินบริจาคจากเจ้าของที่ดิน และการระดมทุนจากผู้ปกครองมาเป็นอาคารและปัจจัยในการพัฒนาลูกหลาน

เรามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบและคิดว่า บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ พื้นที่วิ่งเล่นแยะ

แต่พวกเขาทั้งหมดหันมาบอกเราพร้อมกันว่า ยังไม่เพียงพอ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ช่วงนี้โรงเรียนกำลังเติบโต มีนักเรียน 240 คน ที่ดินเดิมกลับกลายเป็นคับแคบอีกครั้ง พวกเขาจึงวางแผนเพื่อไปยังสถานที่ที่กว้างพอให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดย Master Plan แห่งใหม่ออกแบบโดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ป่า’ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติสำคัญต่อการเรียนรู้ มีสระน้ำเพื่อศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเสมือนลำเหมืองในภาคเหนือ มีทุ่งนาสำหรับทำกิจกรรม เรียนรู้เรื่องป่า เวิร์กชอปงานฝีมือ และสร้างความสุนทรีให้ตัวเด็กเอง

ครูอ้อยเล่าว่า เธอตั้งใจลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกคนที่สองซึ่งเป็นออทิสติก สามีของเธอเป็นกรรมการโรงเรียนยุคก่อนจึงชวนมาทำงานที่นี่ พร้อมให้ลูกมาเรียน จากที่จบเศรษฐศาสตร์จึงเรียนครูเพิ่มในสาขา Montessori สำหรับเด็กพิเศษ และเรียนต่อทางการบริหารการศึกษาเพื่อมาเป็นผู้จัดการโรงเรียน

โครงสร้างดั้งเดิมเป็นรูปแบบมูลนิธิ แต่มีข้อจำกัดเยอะ เมื่อไม่แสวงหาผลกำไรจึงระดมทุนพัฒนาต่อได้ยาก ไม่เกิดการบริหารอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองจึงไม่เกิด โรงเรียนก็ขยับขยายไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนวาระของผู้รับอนุญาต ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ ทางกรรมการจึงพิจารณาโครงสร้างใหม่ให้เลี้ยงต้นเองได้ เพื่อพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

“คุณณัฐฬส ชวน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร มา เขาจึงบอกว่าเราต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทไตรสิกขา คุณณัฐฬสเป็นผู้รับใบอนุญาต 

“ครูอ้อยทำหน้าที่ School Director ควบ School Manager ถ้าโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีตำแหน่งหลัง เพราะไม่ต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ในเอกชนต้องมี บริหารเงินอย่างไร พัฒนาบุคลากรอย่างไร เก็บค่าเทอมมาเท่าไหร่ต้องบริหารให้พอ ประเด็นคือต้องไม่ขาดทุน พอได้โครงแบบนี้เราก็ต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงและยังคงอยู่ คุณนุกก็เริ่มรีโนเวตสถานที่อีกทาง”

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นปิติศึกษาก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม แม้จะมีคำถามจากสังคมถึงความไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการเรียนการสอน แต่ศักยภาพของเด็กที่จบไปกลับแสดงผลลัพธ์ของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“หลายคนถามว่าสถานศึกษาแบบนี้เหมาะสมกับสังคมเราอย่างไร ผมถามต่อว่า จริง ๆ แล้วสังคมต้องการสถานศึกษาแบบไหน ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์หรือเปล่า ตอนนี้เราทำในสิ่งที่เชื่อว่าการศึกษาควรจะเป็น เส้นทางการศึกษาที่แท้จริงไม่ได้มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ แต่คือการพัฒนาความเป็นมุนษย์ให้สมบูรณ์ในแบบของพวกเขาเอง” 

นุกทิ้งท้ายก่อนเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่โรงเรียนตั้งใจมอบให้เด็ก เพื่อให้เด็กไปมอบกับสังคม

Montessori

โรงเรียนที่ไม่ควรเป็นทางเลือก

“เรานิยามตัวเองว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ด้วยกันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง โดยให้ความอิสระ (Independent) เป็นเรื่องใหญ่ สังคมบอกว่าคุณฉลาด คุณเก่ง จริง ๆ ไม่ใช่ เรามีคุณค่าในตัวเอง

“สังคมบางส่วนยังคงความเชื่อเรื่องการท่องจำและวัดผลด้วยการสอบไม่ต่างจากโรงงานผลิตคน แต่ Montessori เชื่อว่าศักภาพของมนุษย์ไปได้ไกลและหลากหลายกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถนัดสิ่งเดียวกัน”

ณัฐฬสยืนยันว่า เด็กต้องมีอิสระทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดี พวกเขาคือผู้สร้างความหมายและคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในสังคมจะมีความคิดนี้ การสร้างทัศนคติดังกล่าวตั้งแต่เด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ปิติศึกษาใช้หลักสูตรบูรณาการไทย-มอนเตสซอรี่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจัดตามโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งหลักสูตรเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เตรียมอนุบาล (อายุ 2 – 3 ปี) อนุบาล (อายุ 3 – 6 ปี) ประถมต้น (อายุ 6 – 9 ปี) ประถมปลาย (อายุ 9 – 12 ปี) และมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 12 – 15 ปี) 

ทั้งหมดเป็นการแบ่งแบบคละ ไม่มีการแบ่งเกรด ไม่มีการตีตราว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แม้อายุจะต่างกันแต่ก็เป็นการเรียนรู้ตามช่วงวัย ให้น้องเรียนรู้จากพี่ และพี่พัฒนาความเป็นผู้นำจากน้อง โดย 1 ห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน พร้อมครูไทย 1 คน และครูต่างชาติ 1 คน

ปรัชญาการสื่อสารแบบ Montessori ไม่เน้นท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานกับสื่อ ซึ่งลักษณะคล้ายของเล่น มีการแบ่งพื้นที่ในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ทักษะชีวิต ประสาทสัมผัส ภาษา คณิตศาสตร์ และ Cultural Science เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พืช หรือสัตว์ โดยการจัดห้องเรียนเป็นอิสระของครูผู้ดูแล

“Help me to do it myself เด็กอนุบาลของเราช่วยเหลือตัวเองได้ 

“เด็กประถมศึกษาเรียน Cosmic Education แปลว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกัน เรียนรู้จาก 5 เรื่อง คือ การกำเนิดจักรวาล การกำเนิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การกำเนิดตัวอักษร และตัวเลข จากนั้นจึงกระจายออกเป็นวิชาต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนผ่านการกระทำ ไม่ใช่กระดาน

“สำหรับเด็กโตต้องเตรียมเขาให้เป็นผู้ใหญ่ Help me to become an independent adult ไม่ได้เรียนแค่ 8 กลุ่มสาระ แต่มีเรื่อง Humanity ทักษะชีวิต การทำงาน การพัฒนาตนเอง มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักแบ่งปันและดูแลคนอื่น เป็น Golbal Citizen ที่ดี ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น และเคารพสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการอธิบาย

เป้าหมายของการศึกษา คือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

จุดหมายปลายทางของปิติศึกษาคือ สันติภาพ เริ่มจากเด็กที่จบไปแล้วปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ดูแลตนเองและผู้อื่นได้ เข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมโลก 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Parenting Classroom

ห้องเรียนดูแลผู้ปกครอง

“ความท้าทายที่เจอคือการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เขาต้องเข้าใจในแบบเรา เพราะรูปแบบการเรียนค่อนข้างแตกต่างและละเอียดอ่อน ผู้ปกครองต่างชาติจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า” 

ครูอ้อยเล่าถึงเรื่องที่เคยเป็นประเด็นน่ากังวล แต่ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าต้องจัดการกับความไม่เข้าใจอย่างไร

“เรามี Parenting Classroom ให้ความรู้พ่อแม่ว่า ถ้าคุณเลือกส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษา คุณควรรู้อะไร เรายังต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องทำมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบนี้ที่บ้าน ทั้งในแง่การสื่อสาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และเวลา

“สมมติพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าของเวลา กลับบ้านไปลูกเปิดโทรทัศน์ดู ให้คนอื่นเลี้ยง อยู่โรงเรียนล้างจานเอง แต่กลับบ้านมีคนล้างให้ แม้เราจะสอน แต่ที่บ้านสปอยล์เหมือนเดิม สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการเอาพ่อแม่มาเรียนด้วย การทำโรงเรียนคือการทำการเรียนรู้ให้พ่อแม่ไปพร้อมกัน โตไปพร้อมกับเด็ก ไม่ใช่พ่อแม่อยู่ที่เดิมจะกลายเป็นอุปสรรค” ณัฐฬสอธิบาย

“ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก กล้ามเนื้อมัดเล็กกับมัดใหญ่เป็นตัวทำให้เซลล์สมองถูกประดิษฐ์ในช่วง 0 – 6 ปี ถ้าเกิดให้ดูแต่จอ เซลล์สมองจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าเกิดเขาได้จับหรือปีนต้นไม้จะยิ่งผลิตเยอะ” นุกเสริมในฐานะคุณพ่อที่ส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษาเช่นกัน

แผนของพวกเขาคือการจัดเวิร์กชอปผู้ปกครอง นั่งคุยและให้ผู้ใหญ่ซึบซับสิ่งเดียวกับที่ลูกจะได้

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“ผู้ปกครองสำคัญมาก เพราะเป็นเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เราต้องอยู่ได้ด้วยค่าเทอม จำนวนของเด็กจึงสำคัญ ค่าเทอมเราโปร่งใส เก็บเท่าไหร่ ขออนุญาตเขตเท่านั้น ไม่มีเพิ่มเติมยกเว้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดก็แจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น”

การบริหารความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ห้ามละเลย ครูอ้อยรับหน้าที่พาทัวร์โรงเรียน ประเมินความพร้อมเด็ก และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังทุกอย่าง ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจะต้องได้พบผู้อำนวยการ พร้อมข้อมูลที่ครบทุกรายละเอียด

We are your supporters

ส่งเสริมในทุกทาง

01 หลักสูตรสู่ความสุข

ความสุขเกิดได้ใน 3 มิติ อย่างแรกคือ ตัวตนของเด็ก พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม มีแรงจูงใจในการเรียนด้วยตัวเอง เป็นตัวเอง พึ่งตนเอง เป็นอิสระ เชื่อมั่น และดูแลคนอื่นได้

ด้านสังคม พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือสังคม เรียนรู้วิธีการบอกความต้องการของตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์

มิติด้านการศึกษา หลายคนอาจมองว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเป็นนามธรรม ทดสอบไม่ได้ด้วยกระดาษข้อสอบ นั่นก็เพราะทางโรงเรียนไม่เน้นการแข่งขัน ไม่มีการสอบ ไม่มีการบ้าน เด็กได้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการ โดยมีครูเป็นผู้จัดหาความรู้ให้เพียงพอต่อการส่งเด็กไปรู้จักโลกกว้าง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“แต่หากต้องการดูคะแนน เราเห็นคะแนน O-net ด้วยความที่เรียนเป็นอังกฤษ เรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว หากดูคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาล้วนสูงกว่าระดับภาคและระดับชาติ คะแนนที่เกาะกลุ่มสะท้อนภาพรวมแต่ละวิชา วิธีการเรียนการสอนไม่ได้มีท่องจำ ไม่ได้มีสอบ แต่เราก็พัฒนาให้ผู้ปกครองเห็นเสมอ” ครูอ้อยอธิบาย

02 ครูเป็นตัวของตัวเอง

ปิติศึกษามองว่า ครูคือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก ไม่ใช่ผู้สอน เพราะหากสอนนักเรียนในห้องที่มีอายุต่างกันย่อมมีเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูจึงเป็นผู้ประเมินและดูแลเด็กตามที่ธรรมชาติของเขาต้องการ

ครูในโรงเรียนมาจากหลายประเทศ ทั้งเปรู รัสเซีย อังกฤษ อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทุกคนได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ถือเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายในห้องมีทั้งครูไทยและครูต่างชาติ ทำงานกันเป็นทีม

หากเกิดปัญหาให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและนึกถึงความสัมพันธ์เป็นหลัก ครูไม่ต้องทำงานเอกสารและเสนอกรรมการโรงเรียนได้ว่ามีสิ่งที่ไหนต้องการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

03 อาหารดีและอิ่มท้อง

ปิติศึกษาจัดอาหารโดยคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ เลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารพิษมากที่สุด โดยติดต่อไปยังหมู่บ้านที่ปลูกโดยตรง ไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด ส่วนอาหารว่าง 2 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

นักเรียนไม่ต้องมีเงินติดตัว เพราะไม่ขายขนม ไม่มีของหวาน แม้กระทั่งเด็กที่เอานมมาดื่มจะขอความร่วมมือผู้ปกครองงดนมรสหวาน นมรสช็อกโกแลต หรือนมเปรี้ยว ให้เด็กดื่มนมรสธรรมชาติ

04 ให้ทุกวันเป็นรันเวย์

วันจันทร์เป็นวันเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เสื้อสีขาว กระเปงสีส้มสำหรับผู้หญิง และกางเกงสีเดียวกันสำหรับผู้ชาย ที่เหลือแต่งอะไรมาเรียนก็ได้ที่เสริมความมั่นใจให้กับพวกเขา

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

05 อาคารที่สร้างจากความใส่ใจ

อาคารหลังใหม่ได้รับการออกแบบโดยนุก ซึ่งเป็นสถาปนิก อาคารหลังนี้ประหยัดพลังงานแบบ Passive คือลดการใช้งานมากกว่าการหาพลังงานสะอาดมาทดแทน หน้าต่างรับลมจากทิศทางที่เหมาะสม ไฟไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา หลังคาเป็นแบบสองชั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศ

ห้องเรียนปกติเปิดประตูออกไปเรียนด้านนอกได้ แต่เนื่องจากอาคารหลังนี้มี 2 ชั้น และห้องเรียนอยู่ชั้นบน ทำให้มีการเติมชั้นลอยให้เด็กเล่นเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย

โซน Practical Life ช่วยจำลองการใช้ชีวิตจริง มีครัวให้เด็กเตรียมของว่างให้เพื่อน ๆ นอกจากนี้ห้องเรียนของ Montessori ยังออกแบบให้มี Wet Area หรือพื้นที่เปียก มีที่ให้เด็กซักล้าง และทำความสะอาด 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

06 สิ่งแวดล้อมที่ดีในทุกแง่มุม

ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความสะอาด ความปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมภายนอกมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่ให้เด็กสัมผัส สำรวจ และค้นหา 

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนมาว่า เข้ามาแล้วไม่รู้สึกกดดัน เพราะมีต้นไม้เยอะ ด้านหลังเป็นสวนให้เด็กเลี้ยงกระต่ายและปลากันเอง

07 กิจกรรมหลากหลาย

การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ปิติศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เสมอ พร้อมเปิดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น Farming ให้เด็กลองทำการเกษตร Product Exchange เรียนรู้การผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย Self-Expression การแสดงออกในลักษณะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ หรือการแสดงละคร

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Lessons Learned

  • แม้โรงเรียนจะต้องทำกำไรในฐานะธุรกิจ แต่อย่ามองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ให้มองเป็นเรื่องการบริหารการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างเด็กที่เคารพตนเองและผู้อื่น ให้นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม
  • อย่ายึดติดและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเวลาที่ความเดิม ๆ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา
  • ทำโรงเรียน ต้องมองให้กว้าง ดูแลทั้งเด็ก ผู้ปกครอง ครู และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกันหมด
  • อย่าวัดผลความสำเร็จด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะมนุษย์มีศักยภาพที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์มาประเมินผล
  • จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและรักษาความเชื่อใจผ่านการกระทำอย่างสม่ำเสมอ แม้หลายครั้งคนอื่นจะมองว่าแปลกแยกก็ตาม
  • อย่าละทิ้งความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียด แม้ธุรกิจจะเติบโตแล้ว

 

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load