เสียงเครื่องบดกาแฟ ตัดสลับกับจังหวะการอัดบรรจุผงที่บดแล้วใส่ลงในเครื่องมือหน้าตาคุ้น พร้อมเสียงน้ำร้อนไหลผ่าน บรรเลงสอดรับกับเพลงของ Frank Sinatra จากอัลบั้มฮิตตลอดกาล ปลุกเราให้ตื่นจากความเหนื่อยล้า แล้วเผลอนึกชื่นชมใครก็ตามที่คิดค้นกาแฟให้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

The Cloud มีนัดกับ อ๋า-ศุภชัย ศรีวิตตาภรณ์ ประธานกรรมการ และ นุ่น-ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จาก ‘Bluekoff’ แบรนด์กาแฟเจ้าใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านกาแฟนับพันรายในประเทศ เพื่อคุยเบื้องหลังธุรกิจ ที่เริ่มต้นจากสายตาคนหนุ่มผู้มองไกลและเห็นอนาคตว่า คนไทยกว่าค่อนประเทศจะหันมาดื่มกาแฟในชีวิตประจำวัน จะหลงใหลและรักกาแฟ จะมีความฝันเปิดร้านทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ ไปจนถึงความตั้งใจศึกษาจริงจังในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และการผลักดันกาแฟไทยไปสู่ระดับโลก

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

มาถึงวันนี้ Bluekoff คือผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟอย่างครบวงจร

ตั้งแต่ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟดิบและกาแฟคั่วคุณภาพดี เป็นโรงเรียนสอนวิธีการชงกาแฟ จำหน่ายเครื่องชงกาแฟ เครื่องบด เครื่องปั่น อุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ รวมถึงวัตถุดิบสำหรับร้านกาแฟทั้งหมด พร้อมให้คำปรึกษาทุกเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจร้านกาแฟ สวรรค์ที่แท้จริงของคนรุ่นใหม่หรือใครก็ตามที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟ

แต่ช้าก่อน ในฐานะที่คร่ำวอดในวงการกาแฟไทย เห็นการเกิด ตั้งอยู่ และดับไปของร้านกาแฟมาตลอด 18 ปี เราไม่ลืมที่ชวนอ๋าและนุ่นพูดคุยถอดรหัสความสำเร็จของการทำร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนด้วย

สั่งเมนูโปรดของคุณให้พร้อม แล้วล้อมวงรับฟังพร้อมกัน

01

ความรู้เท่าเมื่อถึงการณ์

จุดเริ่มต้นของ Bluekoff เริ่มจากการเป็นแบรนด์ที่ผลิตและจำหน่ายเมล็ดกาแฟคุณภาพดี

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

หลังจากทดลองวิ่งขายเมล็ดกาแฟคั่วตามคำชักชวนของเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์กาแฟสมัยเรียนมหาวิทยาลัย อ๋าตัดสินใจเรียนต่อด้านบริหารพร้อมตั้งปณิธานว่า ถ้าเรียนจบแล้วทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟไม่สำเร็จ เขาจะกลับไปดูแลปั๊มน้ำมันและธุรกิจอื่นๆ ของครอบครัวที่ต่างจังหวัดตามความตั้งใจของพ่อ

“ระหว่างเรียน เราจะยกกาแฟขึ้นมาเป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาในทุกๆ วิชาเรียน พร้อมกับศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ทำรีเสิร์จตามร้านกาแฟจึงทำให้ได้รู้จักคนเยอะขึ้น และเราตั้งใจเลือกเรียนต่อภาคค่ำเพราะอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากครูและเพื่อนนักเรียนในชั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ แล้วใช้เวลาช่วงกลางวันวิ่งขายเมล็ดกาแฟอย่างที่เคย” อ๋าเล่าย้อนไปที่จุดเริ่มต้นของ Bluekoff ในช่วงปี 2000 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับการเข้ามาของอินเทอร์เน็ต และถือกำเนิดเว็บไซต์ Bluekoff

ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันกับการมาของเว็บไซต์ ‘ร้อยตะวัน’ ที่ถือว่าเป็นเว็บไซต์พันทิปของวงการกาแฟในบ้านเรา ถ้าสงสัยอะไรเกี่ยวกับกาแฟจะมีคนแย่งกันตอบหรือถกเถียงกันเต็มไปหมด

“ประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟช่วงแรกๆ ของผม ก็มาจากเว็บไซต์ร้อยตะวันนี่แหละ” อ๋าตอบ พร้อมเสียงเห็นด้วยของคนในวงสนทนาที่รุ่นราวคราวเดียวกัน

02

Shades of Blue

การปรับตัวของธุรกิจตามศักยภาพและความเป็นไปได้ที่มี

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

อ๋าเล่าว่า ช่วงที่ทำเว็บไซต์ ความสงสัยส่วนตัวทำให้เขาลงมือศึกษาคีย์เวิร์ดและประโยชน์ในการใช้กูเกิลทำการตลาด จนในที่สุด อ๋าใช้เพียงอาทิตย์เดียวก็สามารถทำให้เว็บของ Bluekoff ขึ้นอันดับหนึ่งในการค้นหา และอยู่อย่างนั้นมาตลอด 10 ปี นั่นคือ ถ้าใครค้นหาเกี่ยวกับกาแฟหรือเรียนทำกาแฟ เป็นต้องพบชื่อของ Bluekoff อยู่ในลำดับต้นๆ ของการค้นหา

“ช่วงแรกเราได้เมล็ดกาแฟคั่วมาจากอาของเพื่อนสนิทที่เริ่มต้นหลงใหลกาแฟมาด้วยกันตั้งแต่ต้น ซึ่งอาทำธุรกิจโรงคั่วกาแฟส่งร้านกาแฟเจ้าใหญ่ในสมัยนั้น ระหว่างที่วิ่งเสนอขายเมล็ดกาแฟตามร้านต่างๆ เราเห็นลูกค้าชงไม่เป็นก็ถือโอกาสแนะนำ เขาก็ถามกลับมาว่าทำไมไม่เปิดคลาสสอนด้วยล่ะ จึงเกิดเป็นชั่วโมงการสอนทำกาแฟจริงจัง โดยวิ่งสอนนอกสถานที่จนเกินกำลัง เพราะนอกจากจะมีสอนทุกวันแล้วยังต้องเดินทางไปมาไม่น้อย จึงตัดสินใจเปิดสอนในบ้านจริงจังขึ้น” อ๋าบอกว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเริ่มต้นทำธุรกิจจริงจังขึ้นมา

“หลังจากสอนชงกาแฟ ไปๆ มาๆ ลูกค้าก็ถามว่า ทำไมไม่ขายเครื่องชงกาแฟ เราจึงเริ่มติดต่อกับคุณเลิศยุทธ์ ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่มากในเวลานั้น ขายดีมากนะ ช่วงแรกเรายังไม่นำเข้าเครื่องเองแต่เป็นการซื้อจากเพื่อนๆ ในวงการ ช่วยกันขาย จนที่นี่กลายเป็นที่ปล่อยของของเพื่อนๆ เคยขายเดือนหนึ่งได้ 40 – 50 เครื่อง ขายทุกวันส่งเครื่องทุกวัน มีตั้งแต่เครื่องขนาดเล็กไปถึงขนาดกลาง” อ๋าเล่า

“สมัยนั้นร้านกาแฟเปิดทุกหัวมุมถนนจริงๆ ทุกร้านใช้เครื่องเล็กๆ จิ๋วๆ ต่อมาผู้บริโภคเริ่มมีความรู้ การแข่งขันก็สูงขึ้น ถ้าไม่เก่งจริงก็จะไม่รอด ปัจจุบันลูกค้าส่วนมากจึงหันมาสนใจความรู้เรื่องการชงกาแฟที่ถูกต้อง รวมถึงเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ราคาแพงกันมากขึ้น” นุ่นเสริม

“ความใหญ่โต หรูหรา ของเครื่องชงกาแฟมีความสำคัญหรือส่งผลกับรสชาติแค่ไหน” เราถามอย่างคอกาแฟที่ชอบไปร้านกาแฟเพื่อคุยงานมากกว่าซึมซับรสชาติและบรรยากาศ

“เมื่อเปิดประตูร้านกาแฟเข้าไป ตาคนกินกาแฟเขาจะมองอะไรก่อน” นุ่นตั้งคำถามกลับ

“ดูเครื่องชงกาแฟก่อน” คุณอ๋าและทุกคนในวงสนทนาตอบ

‘ดูบาริสต้าก่อน’ เราตอบในใจ

03

เติบโต…จึงได้รู้ความจริง

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของธุรกิจเมื่อพบว่าต้นทางแท้จริงแล้วแสนสำคัญ

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา แบรนด์เมล็ดกาแฟเจ้าใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านกาแฟนับพันรายของประเทศไทย

หลังจากทำแบรนด์เมล็ดกาแฟคั่วได้ระยะหนึ่ง Bluekoff ก็เริ่มขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ จึงจำเป็นต้องศึกษาเรื่องการคั่วเมล็ดกาแฟอย่างจริงจัง

“ช่วงแรกเราได้เมล็ดจากลุงรภ (ปรารภ กาแฟอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ) มาคั่วเอง เราชอบมากอร่อยมาก ผลจากการรับซื้อเมล็ดกาแฟโดยตรงจากชาวบ้าน ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วคุณภาพของกาแฟที่ดีต้องเริ่มต้นทาง” อ๋าจึงขึ้นดอยไปคุยกับเกษตรกรโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างที่คิด จึงตัดสินใจคุยกับครอบครัว และปรึกษา คุณวิชา พรหมยงค์ เจ้าของกาแฟดอยช้าง ก่อนจะลงทุนทำโรงงานแปรรูปบนดอยช้าง

“การตัดสินใจในวันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ไม่เพียงใส่ความตั้งใจลงไป ช่วงฤดูกาลผมจะขึ้นไปอยู่บนดอยดูแลควบคุมการแปรรูปเมล็ดกาแฟเองทุกอย่าง พร้อมๆ กับส่งกาแฟเข้าประกวดทุกปี ได้คะแนนเกิน 90 คะแนนทุกปี กลายเป็นกาแฟที่ดีที่สุดในประเทศ กว่า 10 ปีที่ผมทำโรงงานบนดอยช้างจนเกิดเป็นเครือข่ายเกษตรกรกว่า 600 ครัวเรือนช่วยเหลือกันไม่ใช่แค่เรื่องการปลูกกาแฟแล้ว แต่รวมไปถึงคุณภาพชีวิต” อ๋าเล่าถึงผลจากการตัดสินใจทำโรงงานแปรรูปซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งที่สำคัญของ Bluekoff

“ผมอาจจะคิดกลับกับคนอื่นที่เขาทำการตลาดก่อน ผมเชื่อว่าการจะทำอะไรพื้นฐานหรือรากฐานของสิ่งนั้นต้องแน่นหนาเสียก่อน ในวันที่คุณรู้แล้วว่าคุณภาพของกาแฟเริ่มจากวัตถุดิบที่สืบย้อนไปถึงกระบวนต้นน้ำที่ดี คุณก็ลงมือทำมันเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด แน่นอนคู่แข่งเราเยอะมาก ลูกค้ามีตัวเลือกมากมายในตลาด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือลูกค้าจะเปลี่ยนไปชั่วคราวแล้วเขาก็กลับมา เป็นสาเหตุให้ฐานลูกค้าของ Bluekoff เป็นจุดแข็งสำคัญของแบรนด์”

จากที่คิดจะทำเป็นธุรกิจเล็กๆ ในวันที่เริ่มขยับขยายมีโรงงานคั่วที่ลพบุรี อ๋าชวนพี่ชายมาช่วยดูแลบริหารโรงคั่ว จากเครื่องคั่วตัวเล็กๆ ในวันแรก ปัจจุบัน ที่โรงงานมีเครื่องคั่วทั้งหมด 7 ตัว ในขนาดที่หลากหลายแตกต่างกันไป

อ๋าเล่ากระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟดิบคุณภาพดีของ Bluekoff ให้เห็นภาพตาม ดังนี้

กระบวนการคือ เมล็ดเริ่มต้นที่ดอยช้าง และแปรรูปที่โรงงานบนนั้นเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา 4 – 5 เดือนต่อปี จากเชอร์รี่ สีเปลือกออก หมัก ขัดเมือกล้าง อบแล้วตากต่อให้แห้ง ก่อนจะส่งกาแฟกะลาทั้งหมดไปที่ลพบุรี เพื่อสีกะลา ขัด แยกขนาด แยกน้ำหนัก คัดความสวยงาม แล้วจึงคั่ว นอกจากจะจำหน่ายในนามแบรนด์ Bluekoff แล้ว ที่นี่ยังรับผลิตและคั่วให้หลายแบรนด์ใหญ่ๆ อีกด้วย โดยบางส่วนจะนำส่งออกไปต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย ซึ่งอ๋าเสริมว่าการส่งออกยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเพราะเมล็ดกาแฟเท่าที่มีก็ไม่พอใช้ในประเทศแล้ว

04

กาแฟไทยในเวทีโลก

ความเป็นไปได้ของเมล็ดกาแฟไทยในเวทีระดับโลก

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

จากที่เคยรับปากสมาคมว่าจะทำให้กาแฟไทยได้รับการยอมรับในต่างแดนให้ได้

ปีนี้ Bluekoff วางแผนและตั้งใจจะชวนเพื่อนพ้องกาแฟไทยไปร่วมออกงาน SCAJ 2018 งานกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจะมีขึ้นช่วงเดือนกันยายน

“เป็นเวลา 3 – 4 ปีแล้วนะที่เราอยากผลักดันให้กาแฟไทยเป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับ เราเห็นแนวโน้มที่ดีและได้รับความสนใจจากคนในวงการกาแฟมากมาย ไม่ว่าจะจากคะแนนของการประกวดเมล็ดกาแฟที่อยู่ระดับสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศในโลก รวมถึงคำชมเรื่องรสชาติที่หวาน บาลานซ์ดีเหมาะแก่การชงเอสเพรสโซ

“ตอนที่รู้สึกว่าต้องทำกาแฟ Specialty จริงจัง คือตอนที่ได้ชิมกาแฟของ Pete Licata (World Barista Champion 2013) ยังจำได้อยู่เลยว่ารสชาติเหมือนกินน้ำเบอร์รี่ผสมลูกพรุนเข้มข้นที่อร่อยมาก และกาแฟที่เขาส่งให้ชิมคือกาแฟที่มาจากเราเองนี่แหละนะ แต่ปรับเครื่องบด ปรับอุณหภูมิ เลยตัดสินใจว่าต้องทำ Specialty ให้เยอะขึ้น เราต้องไปไกลขึ้น เพราะกาแฟไทยมันก็ได้รสชาติแค่นี้ มีความเป็นบ๊วย ความเป็นช็อคโกแลต ขณะที่เอธิโอเปียจะมีรสของดอกไม้หรือสมุนไพรอีกแบบหนึ่ง เราก็เริ่มศึกษาลงลึกให้มากขึ้น” อ๋าเล่าถึงจุดเปลี่ยนของการพัฒนากาแฟไทยที่มาจากความต้องการของตลาด

ตลอดเวลาที่คุยกับอ๋าและนุ่น ทั้งสองคนมักจะพูดถึงความรู้จริงและการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกันของคนในวงการกาแฟไทยอยู่เสมอ คล้ายกับหัวใจของการทำแบรนด์ Bluekoff ที่อ๋าบอกว่าสำหรับเขาแล้วไม่มีความลับเรื่องกาแฟ

“ผมไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังองค์ความรู้ที่มี เพราะอยากให้ตลาดกาแฟไทยเราพัฒนาไปไกลกว่านี้ เพราะฉะนั้น ใครเดินมาถามเรื่องกาแฟผมจะตอบหมด ที่ผมเห็นเรื่องนี้สำคัญที่สุดเพราะเราเติบโตมาถึงวันนี้ได้เพราะความรู้จากผู้ใหญ่สองท่านที่มีพระคุณกับผม คือลุงรภ ปรารภ กาแฟอินทนนท์ และพี่เก๋ ร้อยตะวัน ซึ่งเป็นเพื่อนต่างวัยที่ให้ทั้งความรู้และมิตรภาพที่ดีเสมอมา ยังจำได้สมัยที่ขึ้นดอยไปดูกาแฟด้วยกัน ไปไหนไปกันตลอด” อ๋าเล่า

05

Coffee Experience, Coffee Passion

สิ่งที่จะได้เห็นจาก Bluekoff ในลำดับถัดไป

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

อ๋าเล่าว่า รสชาติที่ดีของกาแฟจะประกอบด้วยปัจจัย 3 – 4 อย่าง ได้แก่ เมล็ดกาแฟ เครื่องบด เครื่องชง และคนชงที่ต้องมีความเข้าใจจริง

แม้จะผิดจากความเข้าใจของผู้เขียนซึ่งให้คะแนนรสชาติแก้วกาแฟตรงหน้าตามความตั้งใจจริงของบาริสต้าสไตล์ญี่ปุ่น แต่นั่นก็ทำให้ความเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มด่ำรสชาติกาแฟเปลี่ยนไป พร้อมกับตั้งใจฟังเสียงของเครื่องบดและเครื่องชงกาแฟมากขึ้น 3 ระดับ

“สำหรับผมเครื่องบดสำคัญกว่าเครื่องชง เครื่องบดจะเป็นตัวจ่ายของเจ๋งให้เครื่องชงสกัด ผงที่ละเอียดพอดี ถ้าหยาบเกินไปน้ำไหลเร็วกาแฟก็จืด เครื่องบดจึงสำคัญ” อ๋าอธิบาย

หลายคนคงสงสัยว่าทำไม Bluekoff จึงไม่เลือกทำร้านกาแฟ ขยาย และขายสาขาให้มากๆ ทั้งๆ ที่มีศักยภาพและองค์ความรู้ทุกอย่างพร้อมสรรพ

“เหตุผลคือ หนึ่ง เราควบคุมคุณภาพไม่ได้ ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และสอง เรามีลูกค้าที่ซื้อเมล็ดจากเราหลายพันรายในประเทศ การเปิดร้านสาขานั่นหมายถึงเรากำลังเป็นคู่แข่งกับเขา เราไม่อยากเป็นแบบนั้น เราขอยืนหยัดเป็นเบื้องหลังอย่างนี้ต่อไปมากกว่า” นุ่นเล่าสิ่งที่เธอและ Bluekoff เชื่อ เพราะต่อให้ใครจะว่าอย่างไร จุดสำคัญอยู่ที่การชัดเจนในจุดประสงค์ของธุรกิจที่รู้ตัวดีว่าทำสิ่งนี้เพื่ออะไร

นอกจากกาแฟแล้ว Bluekoff ยังสนใจเรื่องการพัฒนาโกโก้พันธุ์ไทยแท้ 100%

ซึ่งประสบการณ์จากกาแฟบอกเราว่าสายพันธุ์มีความสำคัญในการทำตลาด

“ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจสักอย่าง ไม่ใช่แค่เห็นความเป็นไปได้แล้วลงมือทำเลย แต่เราจะศึกษาอย่างลึกซึ้งว่าถ้าจะเชี่ยวชาญเรื่องนี้จะต้องรู้เรื่องอะไร ต้องทำอะไรบ้าง การจะเปิดหรือขยายธุรกิจอะไรก็ตาม พี่อ๋าจะคอยบอกให้รอบคอบ ทำพื้นฐานให้แข็งแรงก่อน” นุ่นเล่า

“เราตั้งเป้าว่าอยากพัฒนาโกโก้ไทยให้เป็นที่ยอมรับเหมือนที่เราทำกับกาแฟไทย เพราะเห็นว่าตลาดมีและเราทำได้ เรามั่นใจในโกโก้ของเราว่าเกิดจากการดูแลมาอย่างดีและตั้งใจ” อ๋าให้ความมั่นใจ

เป็นที่มาของร้านกาดโกโก้ (Kad Kokoa) ย่านสาทร คาเฟ่ช็อกโกแลตเจ้าแรกๆ ในประเทศ ที่เน้นทำช็อกโกแลตแบบ Bean to Bar จากเมล็ดโกโก้ไทยแท้ 100% ดูแลตั้งแต่เป็นเมล็ดโกโก้จนกลายร่างเป็นขนม เครื่องดื่ม และช็อกโกแลตแท่งแสนอร่อย

นอกจากนี้ ความสนใจเรื่องกาแฟและโกโก้แล้ว Bluekoff ยังมีขนมและเบเกอรี่ที่ผสม Cascara หรือเปลือกผลกาแฟก่อนแปรรูปเป็นเมล็ด โดยหลักๆ Bluekoff จะนำ Cascara ไปทำปุ๋ยซึ่งมีคุณภาพดีมากๆ แต่เลือกหยิบนำส่วนที่ดีมาต่อยอดทำส่วนผสมแป้งขนม ซึ่งให้รสสัมผัสคล้ายธัญพืช เพิ่มรสชาติและคุณประโยชน์

06

จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า

คำแนะนำสำหรับการทำธุรกิจร้านกาแฟ

อ๋า ศุภชัย, Bluekoff, เมล็ดกาแฟ, แบรนด์, ร้านกาแฟ, นุ่น ณัฏฐ์รดา

เป็นความจริงที่โหดร้าย กว่า 50% ของร้านกาแฟเปิดใหม่ มีอายุแสนสั้น

“จากประสบการณ์ที่อยู่กับกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทางมีคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านกาแฟที่อยากทำร้านให้อยู่ยั่งยืนอย่างไร” เราถาม

ไม่ยากเกินเข้าใจเมื่อความต้องการกินกาแฟเพิ่มขึ้นในคนทุกเพศทุกวัย ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ร้านกาแฟเล็กๆ เริ่มล้มหาย ขณะที่ร้านกาแฟดีๆ มีเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด

แต่ร้านในฝันจะรอดหรือไม่ อ๋าแนะนำว่า องค์ประกอบหลักคือ ต้องมองตลาดให้ออก

“สำคัญสุดคือทำเลที่ตั้ง ท่องจำไว้ขึ้นใจ ทำเลเป็นยังไง ลูกค้ามาหาสะดวกมั้ย มีคนเดินผ่านกี่คนต่อวัน ที่จอดรถมีมั้ย จากทำเลนั้นกลุ่มลูกค้าเป็นใคร มีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ ซึ่งมันจะโยงกลับมาที่ราคาขายของเรา กลับไปที่ต้นทุนการทำร้าน มีข้อยกเว้นอยู่บ้างที่บางร้านอยู่ลึก ทำเลร้านไม่ได้แต่รูปแบบร้านเท่ แต่คนส่วนใหญ่ตกม้าตายที่ทำเล ต้องมองให้ขาด

“เมื่อได้ทำเลแล้ว ต่อมาคือรูปแบบร้านสำคัญมากในยุคนี้ ยิ่งชัดเจนเท่าไหร่ยิ่งดี เป็นที่นัดพบได้ ลูกค้าอยากมานั่งกินทุกวัน ต่อมาคือเครื่องชง เครื่องบด และอุปกรณ์พร้อม

“ข้อต่อมาสำคัญ และเจ้าของร้านหลายคนมักจะมองข้าม นั่นคือ คุณภาพเครื่องดื่ม ก่อนเปิดร้านอย่างน้อย 1 เดือนคุณต้องซ้อมทุกวัน มีลูกค้าไม่น้อยที่ถามผมว่า ‘น้องมีเครื่องเลยไหม เดี๋ยวพี่ยกไปวันนี้เปิดพรุ่งนี้เลย’ ผมเจอแบบนี้เยอะมากและก็ห้ามเขาไม่ได้ และกาแฟแก้วแรกที่ส่งให้ลูกค้าก็เป็นแก้วที่สำคัญมาก มันจะตัดสินกันภายในแก้วนั้นเลยว่าลูกค้าจะกลับมาที่ร้านอีกมั้ย หลายคนก็คิดว่าเป็นเพราะเมล็ดกาแฟไม่อร่อยหรือเปล่า จนกระทั้งเขามาลงเรียนวิธีการใช้เครื่อง

“ปัจจัยสุดท้ายคือเรื่องการบริการ ยอดขายวันแรกอาจจะหลอกเรา ของจริงคือ 1 สัปดาห์หลังจากเปิดร้านที่จะส่งสัญญาณ” คำแนะนำจากอ๋าทำให้เห็นว่าภายใต้ภาพร้านกาแฟสวยงาม ที่คนแห่แหนกันไปเช็กอินก่อนใคร มีรายละเอียดมากมายให้คิดถึง ใครที่คิดจะทำธุรกิจร้านกาแฟลองนำไปปรับใช้รับรองไม่เสียหาย

หรือถ้าอยากได้คำปรึกษาดีๆ ในการทำธุรกิจกาแฟ สามารถเดินเข้ามาคุยกับ Bluekoff ได้เลย ทั้งอ๋าและนุ่นให้ความมั่นใจว่าเปิดรับเต็มที่วงการกาแฟจะได้เติบโตและพัฒนาได้ไปอีกขั้น

Bluekoff.com

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
931

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load