ที่มาของ The Entrepreneur ตอนนี้เริ่มต้นจากเราสนใจ ‘ของเล่นดูแลต้นไม้ (คิวท์ๆ)’ ของ Uncle Ree’s Farm

คุยไปคุยมาเรากลับประทับใจองค์รวมของฟาร์มลุงรีย์ทั้งหมด ร้อนถึงโครงสร้างเนื้อหาคอลัมน์นี้ แต่โปรดจงมั่นใจในเรดาร์ความเป็นผู้ประกอบการและแผนธุรกิจ ฟาร์มลุงรีย์วันนี้ สนุกและมีเรื่องเล่ามากกว่าเดิม

เปลี่ยนภาพลุงรีย์ชายเลี้ยงไส้เดือนฮิปสเตอร์ ให้เป็นแค่ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ เจ้าของฟาร์มลุงรีย์ผู้ตั้งใจ ทดลองและสนุกกับการต่อยอดและพัฒนาฟาร์มอยู่ทุกวัน กลายเป็นเกษตรกรแบบเต็มเวลาและเป็นที่ปรึกษาพิเศษบริษัทออกแบบผ้าแบบชั่วคราว

แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปี โจทย์ของการเริ่มทำฟาร์มลุงรีย์ Uncle Ree’s Farm ก็ยังคงไม่เปลี่ยน ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของฟาร์มลุงรีย์คือ “ขยะกรุงเทพมันเยอะจังนะ”

“แล้วเราจะแปลงขยะให้กลายเป็นต้นทุนการเกษตรได้ไหม?”

เมื่อไม่ได้เป็นเกษตรกรตั้งแต่กำเนิด แล้วอะไรทำให้เขาต้องศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการทำฟาร์มขนาดนี้ เราถาม

“ความรู้สึกของการปลูกต้นไม้แล้วต้นไม้ไม่ตาย แต่กลับงอกงามและเติบโต ยิ่งทำให้เราอยากปลูก อยากรู้ อยากศึกษา”

ปัจจุบันฟาร์มลุงรีย์เป็นทั้งฟาร์มและฮับ (hub) ของเพื่อนๆ บ้างเป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม บ้างเป็นเชฟและคนรักในการทำอาหาร บ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ แต่สนใจการทำเกษตร ฮับที่นี่เป็นทั้งพื้นที่ช่วยกันวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นจุดจำหน่าย

‘พ.ศ. 2504 ลุงชื่อรีย์ตีกลองประชุม ชาวบ้านก็มาชุมนุม มาประชุมที่ฟาร์มลุงรีย์’

ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

เกษตรศาตร์-สาระ-สน-เท่

หลายคนจำเขาได้จาก ฮิปสเตอร์หนุ่มเลี้ยงไส้เดือนกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

“ความตั้งใจของผมคือ ‘เกษตรต้องเท่’ เพราะถ้าวัยรุ่นเข้ามาสนใจเราก็จะเห็นอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเลย แล้ววัยรุ่นสมัยนี้เก่งๆ ทั้งนั้น ผมอาจจะใช้เวลาถึง 5 ปี กว่าที่ผมจะได้บอกว่าทำไม ผมเมื่อ 5 ปีที่แล้วถึงต้องทำอย่างนั้น มันต้องเท่ก่อน มันต้องเข้าถึงคนจำนวนมากก่อน จนถึงวันนี้ที่ผมมีผลิตภัณฑ์จริง ทำฟาร์มได้จริง และอยู่ได้”

ในช่วงแรก ลุงรีย์เริ่มจัดการเศษผัก ข้าวที่หุงเสร็จ กากถั่วเหลือง เปลือกไข่ จนเริ่มค้นพบแนวทาง และไส้เดือนเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการเศษผักทิ้งเหลือ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนไส้เดือน เรียนรู้และต่อยอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เปิดวิชาเรียน เปิดให้เยี่ยมชมฟาร์มฟรี สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ จัดการขยะได้ปริมาณมากขึ้นและหลากหลายประเภทมากขึ้น

ลุงรีย์เริ่มต้นฟาร์มของเขาจากพื้นที่ขนาด 1 ช่องจอดรถให้กลายเป็นพื้นที่ขนาด 1 งานในช่วงเวลา 5 ปี และจากการเลี้ยงไส้เดือน วันนี้ที่นี่มีหมู เห็ด เป็ด และไก่

เป้าหมายของฟาร์มลุงรีย์ไม่ใช่การเปิดฟาร์มใหม่ที่ใหญ่ขึ้นแต่เป็นการกระจายแนวคิดการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้าเกษตร หรือโครงการในอนาคตที่ลุงรีย์แอบเล่าให้เราฟังอย่าง Farm to Fitness ให้การทำฟาร์มที่ได้ทั้งเหงื่อได้ทั้งแรงสามารถสร้างรายได้เป็นผลผลิต

“แต่ตอนนี้กำลังสนใจเรื่อง smart farming เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึง แต่ความเข้าใจในเรื่องนี้ยังมีไม่มากนัก เราจึงอยากลงมือศึกษาและพิสูจน์ดูว่าเทคโนโลยีจะมาอยู่ร่วมการทำเกษตรอย่างไร”

เทคโนโลยี-สาระ-สน-เท่

“สิ่งแรกหากคุณจะทำ smart farming คุณต้องเริ่มจากการทำเกษตรแนวตั้ง

“สิ่งต่อมา คุณต้องรู้จักการรวมพื้นที่ สิ่งที่ใช้ความชื้น แสง อุณภูมิใกล้เคียงกัน จับมาไว้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่นเกษตรหลังเลิกงานที่ผมทำ การทำต้นอ่อนทานตะวัน เห็ด ไส้เดือน การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง นำละอองน้ำที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้งมาเพาะเห็ด เอาก้อนเห็ดเก่ามาเลี้ยงไส้เดือน หรือเอาก้อนเห็ดเก่าและมูลไส้เดือนมาเพาะต้นอ่อนทานตะวัน วนเวียนอยู่อย่างนี้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างการจัดการรวมพื้นที่

“สิ่งที่สาม คุณต้องรู้จักฤดูกาล รู้จักจังหวะของการทำเกษตร เพื่อผ่อนสิ่งนี้มาเพิ่มสิ่งนั้นเพื่อที่จะไม่กลายเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว”

มาถึงตรงนี้ ลุงรีย์บอกเราว่าเขาไม่สามารถเล่าทุกอย่างให้เราฟังโดยไม่พาเราเดินชมได้

แล้วเราจะรออะไรล่ะ

ถ้าคุณเห็นเสื้อผ้าและหน้าผมของผู้เขียน คุณจะเข้าใจว่าเราพร้อมมากแค่ไหน

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ฟาร์มรัก ฟาร์มรักเจ้าขา จู่ๆ ก็มาไม่ทันตั้งตัว

ฟาร์มอะไร ทำไมสนุกจัง

ทุกพื้นที่ในฟาร์มแห่งนี้เป็นพื้นที่ทดลองให้ลุงรีย์พบนวัตกรรมใหม่ๆ เขาย้ำกับเราหลายครั้งทุกการผสมผสานไม่ได้เกิดจากตัวเขา แต่เป็นเพราะการรู้ทฤษฎี ผสมผสานความสงสัยแล้วลองปรับใช้เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม

ลุงรีย์เดินนำเราไปที่ Aquaponics ขนาดย่อมของเขา ตัวอย่างแรกของการรวมพื้นที่ปลูกพืชกับบ่อเลี้ยงปลาไว้ด้วยกัน

กลางบ่อ มีภาชนะปลูกพืชด้วยดินเผาลอยน้ำตั้งเรียงในระดับความสูงต่างกัน เกิดเป็นน้ำตกขนาดย่อมให้น้ำที่ไหลเวียนมีออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา

ในน้ำ มีขี้กุ้งและขี้ปลาที่ลุงรีย์จะใช้จุลินทรีย์จัดการให้เหลือชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ซึมเข้าสะสมในเม็ดบอลเซรามิกหรือเม็ดดินเผาลอยน้ำกลายเป็นสารอาหารให้พืชและเป็นที่ให้รากพืชเกาะ

นอกบ่อ มีแหนแดงที่ใครอาจมองว่าเป็นวัชพืชน้ำนิ่ง แต่จริงๆ เป็นอาหารอันโอชะของปลาสลิดในบ่อ และเมื่อปลาสลิดกินแหนมันก็จะไม่รังแกปลาตัวเล็กหรือกุ้งที่อยู่ร่วมบ่อเดียวกัน

“หลายครั้งที่การเลี้ยงปลาในบ่อนี้ไม่ได้เลี้ยงตั้งแต่เป็นตัวเล็กๆ เพื่อหวังจะกินเมื่อตัวโตใหญ่ แต่เป็นปลาที่รอพักน้ำจากบ่อของเพื่อนๆ ที่ทำฟาร์มปลา โดยที่ผมไม่ได้คิดค่าเช่าบ่อจากเพื่อนเพราะขี้ปลาที่เกิดขึ้นมีส่วนในการสร้างธาตุอาหารให้พืชที่ปลูกด้วย เรียกว่าเป็นการทำเกษตรแบบรู้จังหวะมากกว่าหวังผลทางตัวเงินเพียงอย่างเดียว”

เห็นแล้วก็คิดเหมือนกับลุงรีย์ว่าถ้าเปลี่ยนจากบ่อปลาคราฟต์มาเป็นบ่อ Aquaponics แบบนี้ก็คงสนุกดี

ฟาร์มที่มีจุลินทรีย์ดับกลิ่น

อยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ทำไมฟาร์มที่นี่ไม่มีกลิ่น และเหมือนลุงรีย์จะอ่านใจได้ เขาจึงชี้ชวนให้เราดูน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่เขาภูมิใจนำเสนอ

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงหรือจุลินทรีย์ที่ชอบแดด เป็นสิ่งที่ช่วยระงับกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลโดยจุลินทรีย์จะช่วยย่อยให้โมเลกุลเล็กลง นอกจากชอบแดดมากๆ แล้ว จุลินทรีย์ชนิดนี้ยังเติบโตอย่างไม่จำกัด เพียงแค่กินไข่ขาวได้สารโปรตีน กินเปลือกไข่ได้แคลเซียมแล้วเติมน้ำส้มสายชูลงไปได้แคลเซียมคาร์บอร์เนต กินหอมแดงได้ซัลเฟอร์ นอกจากจะใช้ในการเกษตรแล้ว ยังสามารถดับกลิ่นส้วมได้ดีด้วย

“ผมเรียนเซรามิกมา ผมจึงท่องตารางธาตุและสูตรเคมีได้แม่นยำ” ลุงรีย์รีบตอบเมื่อเราทำหน้าสงสัย ว่าทำไมเกษตรกรอย่างเขาไม่เพียงพูดชื่อสูตรสารการทำจุลินทรีย์คล่องปาก ยังรู้จักประโยชน์จากสารเคมีเหล่านี้เป็นอย่างดี

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm

คนนี้มาแรงสัญชาตญาณบอก

ก่อนจะพาเดินไปดูที่เลี้ยงไส้เดือน ลุงรีย์แนะนำเราให้รู้จักกับไส้เดือน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไส้เดือนพันธุ์แอฟริกัน กินเก่ง หนีเก่ง เพราะนอกจากจะกินเศษผัก กินมูลสัตว์ กินปุ๋ยคอก ยังสามารถกินเปลือกกล้วยทั้งหวีหมดภายใน 1 สัปดาห์ ไส้เดือนพันธุ์ Blue Worms เป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นตัวหอมดอกไม้ มูลที่ได้จะละเอียดมากมีมูลค่าสูงถึงขีดละ 600 บาท และสุดท้ายไส้เดือนพันธุ์ลายเสือ จะมีหางเป็นลายเสือ มูลของมันเหมาะกับการเป็นอาหารสัตว์น้ำ

ระหว่างที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ แอบมองการชอนไชของไส้เดือนตัวเรียวยาวอยู่นั้น ลุงรีย์ก็ชี้ชวนให้ดูบ่อปุ๋ยคอกอาหารอันโอชะของเหล่ากองทัพไส้เดือน ที่ไม่ส่งกลิ่นหอมลาเวนเดอร์ให้หงุดหงิดใจแม้เพียงนิดเดียว เพราะได้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยดับกลิ่น ก่อนเล่าถึงภาชนะการเลี้ยงไส้เดือนแบบวางตั้งเป็นแนวกำแพง ที่ควบคุมการให้น้ำและค่าความชื้นสัมพัทธ์ด้วยระบบสั่งการเซนเซอร์ที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ พร้อมเล่าจำนวนปุ๋ยจากไส้เดือนที่ผลิตได้ครึ่งตันในพื้นที่จำกัด อย่างพื้นที่ด้านหนึ่งของกำแพงบ้าน

อีกด้านหนึ่งของบริเวณเลี้ยงไส้เดือน เป็นห้องว่างขนาดหอพักที่ลุงรีย์ใช้เป็นห้องเลี้ยงกุ้งก้ามแดง

จากมูลไส้เดือนที่เต็มไปด้วยสารอาหารชั้นดีสำหรับต้นไม้แล้ว เมื่อนำมาอัดเม็ดให้มีหนักเพื่อที่ใส่น้ำแล้วจมลงไปเป็นอาหารกุ้ง เป็นมูลไส้เดือนอัดเม็ด ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าต่อยอดผลิตภัณฑ์ แล้วเปิดตลาดใหม่ ขายไส้เดือนตัวเล็กเป็นอาหารกุ้งโดยเฉพาะให้กุ้งตั้งท้องออกไข่ได้ดี ขณะที่สารอาหารจากมูลไส้เดือนช่วยให้กุ้งลอกครอบได้ดี

“ที่สำคัญเลย 80% ของวงการไส้เดือน เขาเลี้ยงไส้เดือนเพื่อส่งเป็นอาหารเลี้ยงกุ้ง แต่เรามองเห็นว่ามูลจากกุ้งจะช่วยทำให้น้ำในบ่อเป็นสีเขียวเพราะเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนให้กุ้งไม่กัดกัน”

Uncle Ree's Farm

เห็ดในสิ่งเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เห็ด

มาถึงห้องว่างไฮไลต์ของฟาร์มลุงรีย์อย่างห้องเพาะเห็ด

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เรารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในแกลเลอรี่จัดแสดงงานศิลปะรูปเห็ดมากกว่าที่จะรู้สึกว่ากำลังอยู่ในเรือนเพาะชำเห็ดทั่วไป ลุงรีย์เรียกเจ้าเห็ดสีขาวโพลนดอกใหญ่นี้ว่าเห็ดหิมาลัย แค่ชื่อก็เผลอกลืนน้ำลายอย่างไรรู้ตัวแล้ว เห็ดหิมาลัยนี้เกี่ยวกับไส้เดือนอย่างไรเราจะเล่าให้ฟัง

หลังจากที่ลุงรีย์ทำน้ำหมักมูลไส้เดือน เขาเอากากมูลไส้เดือนที่เหลือมาใส่ผิวหน้าก้อนเห็ด เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์เราก็จะได้เห็ดหิมาลัยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในเชฟ รสชาติออกนมๆ ถ้านำไปต้มจะให้รสสัมผัสเหมือนเนื้อไก่ แต่ถ้านำไปย่างจะให้รสสัมผัสที่เหมือนปลาหมึก

“ห้องเห็ดเป็นตัวอย่างของการทำ smart farming หรือใช้เทคโนโลยีกับเกษตรมากที่สุดเลย ผมจะตั้งค่าระดับความชื้น มีเซนเซอร์ที่จะปล่อยหมอกความชื้น มีเซนเซอร์ระดับความสูงดอกเห็ดที่จะทำให้ไฟ LED ทั้งหมดจะติดเพื่อคุมรูปทรงของเห็ดในแบบที่ต้องการไม่ว่าจะแบบอวบอ้วนหรือแบบสูงยาว เชฟบอกผมได้เลย

“จุดที่ยากคือ การเปิดไฟเพื่อควบคุมรูปทรงนี้จะต้องเปิดไฟให้แสงวันละ 10 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที ดังนั้นเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยทุ่นแรงงานส่วนนี้ได้มาก แล้วยังเป็น reality marketing เพราะผมสามารถส่งรูปรายงานการเติบโตของเห็ดให้แก่เชฟได้ตลอดเวลาด้วย เป็นการเชื่อมเกษตร คนทำครัว และเทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกัน ที่สำคัญ เราทำฟาร์มเห็ดแบบไม่นึ่งก้อนเห็ด ซึ่งเกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องจุลินทรีย์ เอาจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาระงับการเน่า เอามูลไส้เดือนมาระงับการขึ้นรา ควบคุมด้วยชีวภาพจริงๆ”

จำนวนผลผลิตของฟาร์มลุงรีย์เพียงพอต่อความต้องการของตลาดไหม เราถาม

“อยู่ที่ว่าตลาดนั้นคือใคร ถ้าเป็นเชฟที่อยากได้วัตถุดิบชั้นดีส่วนนี้เพียงพออยู่แล้ว แต่ถ้าตลาดคือคนหมู่มาก ส่วนนี้เราก็ต้องสร้างกันเพิ่ม ฟาร์มของเราเป็นเพียงโมเดลต้นแบบที่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสามารถทำและต่อยอดได้จริง ก่อนหน้านี้มีปัญหาว่าเกษตรกรไม่รู้ว่าจะเลี้ยงไส้เดือนแล้วไปขายใคร คำตอบก็คือไม่ต้องขายใครน่ะดีที่สุด แต่ต้องรู้จักและเข้าใจสิ่งนั้นมากพอที่จะต่อยอดด้วยตัวเอง อย่างการทำเห็ดถ้าไม่เป็นมูลไส้เดือน เห็ดหิมาลัยไม่มีทางออกดอกใหญ่ขนาดนี้ได้

“ใครจะเรียกผมว่าเป็นคนเลี้ยงไส้เดือนเหมือนเดิมก็ได้ เพราะผมก็แค่เป็นคนเลี้ยงไส้เดือนที่รู้ว่าจะเอามูลไส้เดือนไปต่อยอดทำอะไรได้อีกบ้าง และผมก็จะไม่หยุดแค่นี้”

เห็นลุงรีย์เล่นสนุกอย่างนี้ รายได้หลักจากฟาร์มลุงรีย์มาจาก หนึ่ง รายได้จากการเรียนการสอนทำเกษตรในแบบลุงรีย์

สอง ผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนเพื่อการทำฟาร์ม เช่น ดินและปุ๋ย

สาม เป็นที่ปรึกษาแก่ฟาร์มหรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่และตั้งใจพัฒนาให้เกิดฟาร์มแบบบูรณาการ

และสี่ ผลิตภัณฑ์กินได้จากฟาร์มลุงรีย์และเพื่อนลุง เช่น ปลาสลิด ไข่ไก่ ผักสลัด ส่งตรงถึงบ้านในชื่อ Uncle Drive

“แม้เราจะเป็นฟาร์มเล็กๆ แต่เราใช้วิธีชวนเพื่อนๆ ลุงมาร่วมกัน เป็นการชวนปลูกและชวนกิน เรามีลุงในเครือข่าย 10 – 20 คน แต่ละคนเป็นหัวหน้าในแต่ละส่วน บ้านทุกคนคือสต็อกสินค้า รถทุกคนคือรถส่งของ”

Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm

Garden Accessories

เดิมทีที่เราอยากคุยกับลุงรีย์ก็เพราะเรื่องอุปกรณ์ทำสวนน่ารักๆ สินค้าใหม่ของฟาร์มลุงรีย์นี่แหละ เพียงแต่เมื่อพูดคุยเรื่องราวการเติบโตที่ผ่านมาตลอด 5 ปี ที่เปลี่ยนภาพจำจากหนุ่มติสท์เลี้ยงไส้เดือนเก๋ๆ เป็นลุงรีย์ที่เอาจริงเอาจังกับไส้เดือน รักการทดลองและสร้างสรรค์กฎเกณฑ์การทำเกษตรใหม่ๆ จากทฤษฎีที่มีผสมผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ในพื้นฐานความเป็นไปได้จนออกมาเป็นฟาร์มที่เชื่อมโยงออกไปและโยงทุกอย่างกลับเข้ามาด้วยไส้เดือน โจทย์แรกโจทย์กับวันที่เริ่ม

“ผมรู้สึกและอยากสื่อสารว่าเป็นเกษตรกรแต่ก็อย่าหารายได้ทางเดียว และส่งที่ผมทำได้มีไม่กี่อย่าง ดินปลูกกับดินปั้น”

จากพื้นฐานนักเรียนออกแบบเซรามิกและเครื่องเคลือบดินเผา ลุงรีย์นำสองสิ่งที่เขารักมาเจอกัน ด้วยประโยชน์ของเซรามิกในการดูดซับสารอาหารจากมูลไส้เดือนและเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ เริ่มจาก Walnut เซรามิกในรูปทรงลูกวอลนัตที่เราใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนอัดเม็ดลงไปแล้วนำไปแขวนในตำแหน่งเหนือต้นไม้ที่ปลูก เมื่อรดน้ำแร่ธาตุในปุ๋ยจะค่อยๆ ละลายให้อาหารต้นไม้อย่างช้าๆ เพิ่มมูลค่าให้ปุ๋ยและเปลี่ยนทัศนคติที่คนเคยมีต่อมูลไส้เดือนไปในคราวเดียวกัน

ชุดใบไม้น่ารักหลากหลายขนาดที่เห็นตรงหน้ามีชื่อเรียก Oak Leaf ทำมาจากดินพื้นบ้านที่เผาในหลากหลายอุณหภูมิ วิธีการใช้คือนำน้ำหมักมูลไส้เดือนผสมน้ำแล้วแช่ใบไม้เซรามิกไว้ 15 นาที ใช้วางบนหน้าดินกระถางต้นไม้ให้ทั้งสารอาหาร รักษาความชุ่มชื้นที่หน้าดิน และให้ความสวยงาม

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ทำนะ ย่อมชนะอธรรม

คำแนะนำจากลุงรีย์สำหรับทุกคนไม่ว่าคุณจะทำเกษตรหรือไม่ก็ตาม

“ไม่มีอะไรชัดเจนตั้งแต่แรก คุณต้องลงมือทำก่อน และในตอนที่คุณคิดว่าสิ่งนี้น่าจะใช่ อยากให้ค่อยๆ คิดให้ดี ว่าคุณทุ่มเทกับสิ่งนั้นไปมากเท่าไหร่ หรือถ้าคุณอยากสโลว์ไลฟ์ หรือใช้ชีวิตในสไตล์แบบนี้ คุณต้องรู้จักคุมความเร็วของมันให้ได้ในจังหวะที่คุณอยากและจำเป็นต้องเร็วหรือช้า

“จริงๆ ของเล่นดูแลต้นไม้ที่ผมทำมันพูดแทนผมเยอะมากนะ อยากน้อยก็ช่วยบอกตัวตนของผมออกไปว่าศิลปะและเรื่องงานออกแบบเซรามิกยังอยู่ในตัวผมเสมอไม่ได้หายไปไหน”

ก่อนที่ลุงรีย์ทิ้งท้ายเรื่องมุมมองความรักชอบในออร์แกนิกและการตัดสินคนอื่นเพียงเพราะไม้บรรทัดมาตรฐานที่มาจากตัวเรา

“อย่าไปยึดติดมาก ถ้าจะอยู่ร่วมกับคนอื่น เขาจะทำออแกนิกส์ 100% หรือไม่ เราก็ต้องเข้าใจเขา เกษตรกรบางคนยังใช้เคมีไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเปลี่ยน แต่เขาอาจจะยังมีพันธะหรือภาระที่เขาจำเป็น อย่าตัดสินคนอื่นโดยมองเพียงผิวเผิน เขาอาจจะมีความคิดที่ดีมากแต่วันนี้เขายังต้องทำแบบนี้”

Rules

  1. ในหนึ่งวันต้องมีทั้งงานที่ปวดตัวและปวดหัว
  2. ลองขยายโต๊ะทำงานให้ใหญ่ขึ้น ทำงานที่ไหนก็ได้
  3. ไอเดียมันมักจะมาไม่รู้เวลาเสมอ ถ้าคิดออกให้รีบจดมันซะ

ฟาร์มลุงรีย์เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำฟาร์มสไตล์ลุงรีย์ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-12:00 น. ที่อยู่ 19/29 เพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ Line ID: uncleree หรือโทร 061-414-5242

Facebook: Uncleree Farm

Instagram: @Uncleree Farm

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ มีคำถามอยู่ 2 ข้อที่เราอยากให้คุณผู้อ่านลองตอบ

1. คุณเคยนั่งทำงานจนปวดไหล่-ปวดหลังสุด ๆ ไหม

2. คุณเคยพยายามซื้อสินค้าต่าง ๆ หรือเก้าอี้ดี ๆ เพราะหวังว่ามันจะช่วยแก้ปัญหา แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังปวดหลังเหมือนเดิมไหม

เราคนหนึ่งแล้วแหละ ที่ขอตอบ ‘ใช่’ กับทั้ง 2 ข้อ

ยิ่งในยุคโควิด-19 การนั่งทำงานนับสิบชั่วโมง และลงเอยด้วยการเป็นออฟฟิศซินโดรมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลย

มิหนำซ้ำ พอลงทุนซื้อของตามที่เห็นในโฆษณาอยู่ทุกวี่วันเพื่อมาช่วยแก้ปัญหานี้ แต่หลายครั้งก็ ‘เสียเงินฟรี’

สาเหตุมีอยู่ข้อหนึ่ง เพราะว่าสิ่งที่คุณซื้ออาจเป็นสิ่งที่คุณชอบที่สุด แต่ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุด

เหมือนกับเวลาเราไปหาหมอ หมออาจจ่ายยาที่บรรเทาตามอาการ แต่อาจจะไม่ใช่การแก้ต้นตอของปัญหา ทำให้ลงเอยด้วยสิ่งที่เราเรียกกันว่า ‘เลี้ยงไข้’

วันนี้เเราจึงมีนัดหมายพิเศษกับ สยาม ธนาภรณ์ Certified Office Ergonomist ผู้ก่อตั้งร้าน Gaoii ที่ตั้งใจจะแก้ปัญหานี้ด้วยการให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล จนลูกค้ากว่า 80% ที่เข้ามาที่ร้าน ต้องซื้อเก้าอี้ติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

เรื่องราวต่อไปนี้คือเรื่องราวของชายคนนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เจ้าของร้านเก้าอี้เพื่อสุขภาพ แต่ยังเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยและนักกีฬายูโดทีมชาติไทย ผู้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์มาแล้ว!

เกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญ เขาทำได้อย่างไร เอาล่ะ ขอเชิญทุกท่านลองอ่าน

Gaoii ร้านเก้าอี้ทำงานของอดีตนักยูโดทีมชาติ ที่มุ่งส่งต่อวิธีแก้ปัญหาสุขภาพแบบหายขาด

กำเนิดเก้าอี้

ย้อนเวลากลับไป 15 ปีที่แล้ว สยามคือนักกีฬายูโดทีมชาติไทยผู้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2550 รุ่นเอ็กซ์ตร้า ไลท์เวต 60 กิโลกรัมชาย และในอีกมุม เขาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

เมื่อเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติที่คว้าเหรียญทอง แน่นอนว่าการฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนักหน่วงมาเป็นเวลายาวนานคือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง 

สำหรับนักศึกษา การนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานับสิบชั่วโมงต่อวันเพื่อทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ ก็ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงได้เช่นกัน และนี่คือจุดที่สยามเริ่มรู้จักกับคำว่า ‘เก้าอี้เพื่อสุขภาพ’

อย่างไรก็ตาม เก้าอี้เพื่อสุขภาพมือหนึ่งในสมัยนั้นราคาไม่ใช่น้อย เก้าอี้ดี ๆ หลายตัวราคาอยู่ที่หลายหมื่นจนถึงหลักแสน ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกสำหรับเขาในวัยนั้น เขาจึงต้องไปหาซื้อจากโกดังเฟอร์นิเจอร์มือสองแทน

“ตอนนั้นยูโดก็ต้องเล่น เช้าก็ต้องตื่นมาวิ่ง เย็นก็ต้องซ้อม เรียนก็ยังไม่จบ เราเริ่มไม่ไหว ถ้ามาทางกีฬา เราเห็นรุ่นพี่และเพื่อน ๆ นักกีฬา ท้ายที่สุดลงเอยด้วยการเป็นโค้ช”

เมื่อเห็นอนาคตเป็นเช่นนี้ สยามจึงตัดสินใจตั้งใจทำเล่มจบ เพื่อผันตัวไปในสายอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ธุรกิจแทน โดยเรียนต่อปริญญาโทในสาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม

หลังจากทำงานเป็นอาจารย์พิเศษเกือบ 8 ปี เพื่อที่จะก้าวต่อไปในเส้นทางอาชีพนี้ เขาจึงตัดสินใจไปเรียนภาษาอังกฤษต่อที่ University of Washington สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้โอกาสนั้นหาลู่ทางต่อปริญญาเอก ทว่าเส้นทางกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด

Gaoii ร้านเก้าอี้ทำงานของอดีตนักยูโดทีมชาติ ที่มุ่งส่งต่อวิธีแก้ปัญหาสุขภาพแบบหายขาด

“ตอนนั้นได้รู้ว่าการเรียนปริญญาเอกที่นั่นไม่สวยหรูเหมือนที่คิดไว้ เพราะต้องหา Advisor ให้ได้เอง ถ้า Advisor ย้ายมหาวิทยาลัย เราก็ต้องย้ายตาม ขั้นต่ำ 6 ปีถึงจะเรียนจบ ไหนจะค่าใช้จ่ายอีก

“แต่ว่าตอนนั้นก็พอจะดูเก้าอี้เป็นอยู่ระดับหนึ่ง และทางมหาวิทยาลัยจะมีวันที่เปิดโกดังเก้าอี้ให้นักศึกษาเข้ามาดู เพื่อขายให้ในราคานักศึกษา ซึ่งถูกกว่าที่เมืองไทยมาก มันมีช่องว่างในการทำธุรกิจ เลยตัดสินใจเรียนภาษาอยู่ 2 ปีแล้วกลับประเทศไทยเลย”

เมื่อกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว สยามเลยตัดสินใจใช้บ้านตัวเองเปิดเป็นโชว์รูมเก้าอี้ โดยอาศัยช่องว่างทางธุรกิจ 2 อย่าง ณ ขณะนั้น

หนึ่ง คือการที่เขาลงมือคัดเลือกเก้าอี้มือสองสภาพดีจากสหรัฐอเมริกา เพื่อนำเข้ามาขายในประเทศไทย ทำให้ตั้งราคาได้ถูก ในขณะที่คุณภาพยังดีอยู่

สอง คือการที่ร้านเก้าอี้ส่วนใหญ่มักขายอยู่แค่แบรนด์เดียว ลูกค้าจึงไม่ได้มีตัวเลือกเปรียบเทียบมากนัก

สยามตัดสินใจแก้ปัญหานี้ด้วยการนำเข้าเก้าอี้เพื่อสุขภาพหลากหลายแบรนด์ชั้นนำของโลกที่มีงานวิจัยรองรับเข้ามา เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสลองนั่ง และเปรียบเทียบแต่ละแบรนด์เพื่อเลือกเก้าอี้ที่นั่งแล้วรู้สึกเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดหรือสบายที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นโมเดลเดียวกับที่เขาได้มีโอกาสเจอระหว่างเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

และนี่จึงเป็นจุดที่ทำให้เขาเริ่มธุรกิจเก้าอี้เล็ก ๆ ขึ้นมา

Gaoii ร้านเก้าอี้ทำงานของอดีตนักยูโดทีมชาติ ที่มุ่งส่งต่อวิธีแก้ปัญหาสุขภาพแบบหายขาด

ก่อร่างสร้างเก้าอี้

เมื่อตัดสินใจทำธุรกิจเกี่ยวกับเก้าอี้สุขภาพระดับท็อปอย่างจริงจังแล้ว การที่มีแต่เก้าอี้มือสองอยู่ในร้านเพียงอย่างเดียว ก็มอบตัวเลือกให้ลูกค้าได้ไม่มากนัก

เป้าหมายของสยามคือการคว้าเก้าอี้ 3 แบรนด์ท็อปมาให้ได้ นั่นก็คือ Herman Miller, Steelcase, และ Humanscale

โดย ณ ปัจจุบัน สยามได้นำเข้าเก้าอี้โดยตรงจากทางแบรนด์ Humanscale สำหรับ Steelcase เขาไปนำเสนอไอเดียและพิสูจน์ว่าเขาขายเก้าอี้ได้ เพื่อขอเป็นพาร์ตเนอร์กับ Modernform ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายเพียงรายเดียวภายในประเทศไทย ในขณะที่ Herman Miller ทางร้านจำหน่ายเป็นเก้าอี้มือสองสภาพดี

เมื่อลูกค้าเข้ามามากขึ้น สยามจึงตัดสินใจออกจากอาชีพอาจารย์ เพื่อมาดูแลหน้าร้านและให้คำแนะนำในการเลือกและปรับเก้าอี้กับลูกค้าแต่ละคนด้วยตัวเอง โดยอาศัยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับเก้าอี้เพื่อสุขภาพมานานหลายปี

จนกระทั่งวันหนึ่ง จุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีลูกค้าชาวต่างชาติคนหนึ่งเข้ามาดูเก้าอี้และถามสยามว่า “คุณมาปรับเก้าอี้แบบนี้ คุณเป็น Ergonomist เหรอ”

“ตอนนั้นเราไม่รู้จักคำว่า Ergonomist รู้จักแต่คำว่า Ergonomic ตอนแรกก็คิดว่าฟังผิดหรือเปล่า แต่ด้วยความสงสัย พอกลับถึงบ้านเลยลองเสิร์ชดู และค้นพบว่าจริง ๆ การจะแนะนำเรื่องเก้าอี้เพื่อสุขภาพได้ ต้องไปเรียนมาก่อน และต้องสอบใบอนุญาต”

เขาจึงตัดสินใจใช้โอกาสนั้นในการลงเรียนเป็น Ergonomist กับ Humanscale ทันที 

Gaoii ร้านเก้าอี้ทำงานของอดีตนักยูโดทีมชาติ ที่มุ่งส่งต่อวิธีแก้ปัญหาสุขภาพแบบหายขาด

“การเรียนเรื่องปรับระยะเก้าอี้ไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่เราไม่ได้เรียนแค่เรื่องนั้น เพราะเวลาเจอลูกค้า จะมีเรื่องโรคต่าง ๆ ที่เราต้องรู้ว่าเขามีปัญหาพวกนี้มาก่อนหรือเปล่า เป็นโรคที่เกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรมทั้งหมด”

การเรียนเพื่อเป็น Ergonomist ไม่ใช่แค่เรียนให้จบหลักสูตร แต่ผู้เรียนต้องทำข้อสอบให้ได้คะแนนเกิน 80% จึงจะถือว่าสอบผ่าน ดังนั้น สยามเลยตัดสินใจขออนุญาตอาจารย์หมอที่รู้จัก เพื่อตามเข้าไปในโรงพยาบาลและเรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องจากคนไข้จริง

“ตอนเราเปิดอ่านตำรา เราก็ได้แค่ท่องจำ แต่พอไปดูเคสจริงที่โรงพยาบาลเท่านั้นแหละ รู้เลยว่าพวกนี้แค่มานั่งอ่านไม่มีทางเข้าใจ เพราะเราต้องรู้ว่าการที่คนเขานิ้วชานั้นนิ้วไหน สาเหตุของแต่ละนิ้วที่ชาจะต่างกันในแต่ละโรค การที่คนเขาปวดหลัง มีอาการร้าวลงขาร่วมด้วยไหม ฯลฯ”

แม้ต้องใช้เวลาอยู่หลายเดือนกว่าจะเข้าใจและคว้าใบอนุญาตนี้มา แต่ใบอนุญาตนี้ก็เปรียบเสมือนใบเบิกทางสำหรับเขา

เบิกทางอย่างไร คิดค่าปรึกษา คิดราคาเก้าอี้ให้แพงขึ้น สำหรับบางธุรกิจอาจจะใช่ แต่นั่นไม่ใช่กับร้าน Gaoii ของสยาม

สยามใช้ใบเบิกทางนี้ในการเพิ่มคุณภาพในการให้บริการกับลูกค้า โดยใช้เวลากับลูกค้าเป็นรายบุคคล รายละมากกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ารายนั้น ๆ ได้เก้าอี้ที่ดีที่สุด

ซึ่ง ‘เก้าอี้ที่ดีที่สุด’ ในที่นี้ ไม่ใช่เก้าอี้ราคาแพงที่สุด ไม่ใช่เก้าอี้ที่สยามได้กำไรมากที่สุด แต่ต้องเป็นเก้าอี้ที่เหมาะสมกับลูกค้าคนนั้น ๆ มากที่สุด เป็นเก้าอี้ที่ ‘จบ’ ปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าได้ 

นอกจากการเลือกเก้าอี้แล้ว สยามยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปรับเก้าอี้แต่ละตัวให้เข้ากับสรีระของผู้นั่งมากที่สุด รวมไปถึงวิธีการนั่งทำงานอย่างถูกต้อง โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับลูกค้าแต่อย่างใด

ก้าวปัจจุบันของเก้าอี้

เล่ามาถึงจุดนี้ หลายคนอาจจะนึกภาพร้านเก้าอี้ที่ลูกค้าเดินเข้ามา เจอพนักงานเข้ามาขายของ ซื้อเก้าอี้แล้วกลับไป 

แต่ร้าน Gaoii ไม่ใช่ร้านเก้าอี้ทั่ว ๆ ไปแบบนั้น เอาล่ะ เรามาดูภาพขั้นตอนการให้บริการของร้านนี้ให้เห็นภาพกันเลยดีกว่า

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

1. การให้บริการของร้าน Gaoii นั้นเริ่มต้นแม้เราจะยังไม่ได้ย่างก้าวเข้ามาภายในร้าน เพราะก่อนจะถึงนัดหมาย ทางร้านจะให้คุณส่งรูปภาพโต๊ะ เก้าอี้ และท่านั่งทำงานของเรา เพื่อที่จะได้วิเคราะห์สาเหตุของความเจ็บปวดที่คอยรังควานได้อย่างตรงจุดที่สุด

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้
Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

2. เมื่อมาถึงร้านแล้ว จะมีการซักประวัติ พร้อมวิเคราะห์ท่านั่งทำงานจากรูปถ่ายอย่างละเอียด โดยหากสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพที่ต้องการการรักษาด้วย ทางร้านก็จะแนะนำให้เราไปพบแพทย์ ก่อนที่จะมาค้นหาเก้าอี้ที่ใช่กันต่อไป

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

3. หลังจากซักประวัติเสร็จเรียบร้อยและไม่ติดปัญหาด้านสุขภาพอะไรที่น่ากังวล ขั้นตอนต่อไปคือการค้นหาเก้าอี้อย่างละเอียดว่ามีเก้าอี้รุ่นใดบ้างเข้ากับสรีระของเราได้ เพราะเก้าอี้ชื่อดังหลายๆ รุ่น อาจไม่ใช่รุ่นที่เหมาะที่สุดสำหรับเราก็เป็นได้

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้
Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

4. แม้ว่าจะได้เก้าอี้รุ่นงาม แต่หากเราใช้ไม่ถูกวิธี เก้าอี้ตัวนั้นก็มิอาจช่วยเราได้ ดังนั้นร้านแห่งนี้จะมีการ Fitting และวัดค่าของเก้าอี้ตัวนั้นทุกส่วน เพื่อหาค่าที่ใช่สำหรับเราอย่างเฉพาะเจาะจง โดยจะมีสติ้กเกอร์เล็กๆ คอยแปะไว้ให้ด้วย ทำให้เราสามารถปรับเก้าอี้กลับมายังค่าเดิมได้

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

5. เมื่อได้เก้าอี้ที่ใช่ และการตั้งค่าที่เหมาะสมแล้ว ท้ายที่สุดสิ่งที่เราจะได้กลับไปนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เก้าอี้ตัวหนึ่ง แต่มาพร้อมด้วยคำแนะนำในการปรับส่วนอื่นๆ ในพื้นที่ทำงานของเราด้วยสิ่งที่เรามีอยู่ ให้ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ หรือแม้กระทั่งจอมอนิเตอร์ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อของเพิ่มขึ้นหากไม่มีความจำเป็น

เก้าอี้ก้าวต่อไป

“จริง ๆ แล้วที่อยากได้มากที่สุดในอนาคตคือแบรนด์ Herman Miller อยากให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ 3 แบรนด์มาอยู่ในโชว์รูมเลย” สยามเล่าถึงความฝันที่เขากำลังพยายามหาลู่ทาง เพื่อให้ร้าน Gaoii มีเก้าอี้มือหนึ่งจากแบรนด์ระดับโลกอย่างครบถ้วน 

ตอนนี้ ร้าน Gaoii มีเก้าอี้มือหนึ่งจาก Steelcase, Humanscale, ITOKI ขาดแต่เพียง Herman Miller ที่มีเก้าอี้มือสอง (แต่สภาพยังดีมาก ๆ) แทน

ตัวเลือกเหล่านี้ทำให้ลูกค้ากว่า 80% ที่เดินเข้าร้าน Gaoii ตัดสินใจซื้อกับที่นี่ และยังเอาไปบอกต่อ จนหลายครั้งคิวการปรึกษาที่ร้านเต็มยาวทั้งอาทิตย์เลยทีเดียว

นอกจากนี้เขายังมีแผนที่จะขยายร้าน Gaoii ในอนาคต โดยใช้พื้นที่ชั้นสองเปิดขายเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งบอกเลยว่าถ้าเปิดเมื่อไหร่ เราจะขอเป็นคนแรกที่เข้าไปลองอย่างแน่นอน

Gaoii ร้านเก้าอี้สุขภาพของอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ ไม่ขายเก้าอี้ทำงานแพงที่สุดหรือได้กำไรมากที่สุด แต่จบปัญหาจากการนั่งทำงานเฉพาะบุคคลได้

Lessons Learned:

  • สำหรับการทำธุรกิจ การได้ลงมือทำและลองผิดลองถูกเองนั้นสำคัญมาก เพราะถ้าไม่ลงมือทำเอง เราอาจจะเป็นได้แค่ร้านธรรมดาทั่ว ๆ ไป ไม่ได้มีโอกาสมาฟังปัญหาจากลูกค้าและเข้าใจเขาจริง ๆ
  • การทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ จะต้องขายความจริงและซื่อสัตย์กับลูกค้า เพราะถ้าเขาใช้บริการเราแล้วยังมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่ เราก็เป็นเหมือนส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสุขภาพไม่ดีขึ้น
  • ถ้าทำธุรกิจอย่างจริงใจและมีคุณภาพที่ดี จึงจะสามารถซื้อใจลูกค้าและทำให้ลูกค้าบอกต่อได้

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load