ที่มาของ The Entrepreneur ตอนนี้เริ่มต้นจากเราสนใจ ‘ของเล่นดูแลต้นไม้ (คิวท์ๆ)’ ของ Uncle Ree’s Farm

คุยไปคุยมาเรากลับประทับใจองค์รวมของฟาร์มลุงรีย์ทั้งหมด ร้อนถึงโครงสร้างเนื้อหาคอลัมน์นี้ แต่โปรดจงมั่นใจในเรดาร์ความเป็นผู้ประกอบการและแผนธุรกิจ ฟาร์มลุงรีย์วันนี้ สนุกและมีเรื่องเล่ามากกว่าเดิม

เปลี่ยนภาพลุงรีย์ชายเลี้ยงไส้เดือนฮิปสเตอร์ ให้เป็นแค่ลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ เจ้าของฟาร์มลุงรีย์ผู้ตั้งใจ ทดลองและสนุกกับการต่อยอดและพัฒนาฟาร์มอยู่ทุกวัน กลายเป็นเกษตรกรแบบเต็มเวลาและเป็นที่ปรึกษาพิเศษบริษัทออกแบบผ้าแบบชั่วคราว

แม้เวลาจะผ่านไปถึง 5 ปี โจทย์ของการเริ่มทำฟาร์มลุงรีย์ Uncle Ree’s Farm ก็ยังคงไม่เปลี่ยน ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของฟาร์มลุงรีย์คือ “ขยะกรุงเทพมันเยอะจังนะ”

“แล้วเราจะแปลงขยะให้กลายเป็นต้นทุนการเกษตรได้ไหม?”

เมื่อไม่ได้เป็นเกษตรกรตั้งแต่กำเนิด แล้วอะไรทำให้เขาต้องศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการทำฟาร์มขนาดนี้ เราถาม

“ความรู้สึกของการปลูกต้นไม้แล้วต้นไม้ไม่ตาย แต่กลับงอกงามและเติบโต ยิ่งทำให้เราอยากปลูก อยากรู้ อยากศึกษา”

ปัจจุบันฟาร์มลุงรีย์เป็นทั้งฟาร์มและฮับ (hub) ของเพื่อนๆ บ้างเป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม บ้างเป็นเชฟและคนรักในการทำอาหาร บ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ แต่สนใจการทำเกษตร ฮับที่นี่เป็นทั้งพื้นที่ช่วยกันวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นจุดจำหน่าย

‘พ.ศ. 2504 ลุงชื่อรีย์ตีกลองประชุม ชาวบ้านก็มาชุมนุม มาประชุมที่ฟาร์มลุงรีย์’

ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

เกษตรศาตร์-สาระ-สน-เท่

หลายคนจำเขาได้จาก ฮิปสเตอร์หนุ่มเลี้ยงไส้เดือนกับชีวิตสโลว์ไลฟ์

“ความตั้งใจของผมคือ ‘เกษตรต้องเท่’ เพราะถ้าวัยรุ่นเข้ามาสนใจเราก็จะเห็นอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายเลย แล้ววัยรุ่นสมัยนี้เก่งๆ ทั้งนั้น ผมอาจจะใช้เวลาถึง 5 ปี กว่าที่ผมจะได้บอกว่าทำไม ผมเมื่อ 5 ปีที่แล้วถึงต้องทำอย่างนั้น มันต้องเท่ก่อน มันต้องเข้าถึงคนจำนวนมากก่อน จนถึงวันนี้ที่ผมมีผลิตภัณฑ์จริง ทำฟาร์มได้จริง และอยู่ได้”

ในช่วงแรก ลุงรีย์เริ่มจัดการเศษผัก ข้าวที่หุงเสร็จ กากถั่วเหลือง เปลือกไข่ จนเริ่มค้นพบแนวทาง และไส้เดือนเป็นหนึ่งในเครื่องมือจัดการเศษผักทิ้งเหลือ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจำนวนไส้เดือน เรียนรู้และต่อยอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เปิดวิชาเรียน เปิดให้เยี่ยมชมฟาร์มฟรี สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ จัดการขยะได้ปริมาณมากขึ้นและหลากหลายประเภทมากขึ้น

ลุงรีย์เริ่มต้นฟาร์มของเขาจากพื้นที่ขนาด 1 ช่องจอดรถให้กลายเป็นพื้นที่ขนาด 1 งานในช่วงเวลา 5 ปี และจากการเลี้ยงไส้เดือน วันนี้ที่นี่มีหมู เห็ด เป็ด และไก่

เป้าหมายของฟาร์มลุงรีย์ไม่ใช่การเปิดฟาร์มใหม่ที่ใหญ่ขึ้นแต่เป็นการกระจายแนวคิดการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้าเกษตร หรือโครงการในอนาคตที่ลุงรีย์แอบเล่าให้เราฟังอย่าง Farm to Fitness ให้การทำฟาร์มที่ได้ทั้งเหงื่อได้ทั้งแรงสามารถสร้างรายได้เป็นผลผลิต

“แต่ตอนนี้กำลังสนใจเรื่อง smart farming เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึง แต่ความเข้าใจในเรื่องนี้ยังมีไม่มากนัก เราจึงอยากลงมือศึกษาและพิสูจน์ดูว่าเทคโนโลยีจะมาอยู่ร่วมการทำเกษตรอย่างไร”

เทคโนโลยี-สาระ-สน-เท่

“สิ่งแรกหากคุณจะทำ smart farming คุณต้องเริ่มจากการทำเกษตรแนวตั้ง

“สิ่งต่อมา คุณต้องรู้จักการรวมพื้นที่ สิ่งที่ใช้ความชื้น แสง อุณภูมิใกล้เคียงกัน จับมาไว้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่นเกษตรหลังเลิกงานที่ผมทำ การทำต้นอ่อนทานตะวัน เห็ด ไส้เดือน การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง นำละอองน้ำที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้งมาเพาะเห็ด เอาก้อนเห็ดเก่ามาเลี้ยงไส้เดือน หรือเอาก้อนเห็ดเก่าและมูลไส้เดือนมาเพาะต้นอ่อนทานตะวัน วนเวียนอยู่อย่างนี้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างการจัดการรวมพื้นที่

“สิ่งที่สาม คุณต้องรู้จักฤดูกาล รู้จักจังหวะของการทำเกษตร เพื่อผ่อนสิ่งนี้มาเพิ่มสิ่งนั้นเพื่อที่จะไม่กลายเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว”

มาถึงตรงนี้ ลุงรีย์บอกเราว่าเขาไม่สามารถเล่าทุกอย่างให้เราฟังโดยไม่พาเราเดินชมได้

แล้วเราจะรออะไรล่ะ

ถ้าคุณเห็นเสื้อผ้าและหน้าผมของผู้เขียน คุณจะเข้าใจว่าเราพร้อมมากแค่ไหน

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ฟาร์มรัก ฟาร์มรักเจ้าขา จู่ๆ ก็มาไม่ทันตั้งตัว

ฟาร์มอะไร ทำไมสนุกจัง

ทุกพื้นที่ในฟาร์มแห่งนี้เป็นพื้นที่ทดลองให้ลุงรีย์พบนวัตกรรมใหม่ๆ เขาย้ำกับเราหลายครั้งทุกการผสมผสานไม่ได้เกิดจากตัวเขา แต่เป็นเพราะการรู้ทฤษฎี ผสมผสานความสงสัยแล้วลองปรับใช้เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม

ลุงรีย์เดินนำเราไปที่ Aquaponics ขนาดย่อมของเขา ตัวอย่างแรกของการรวมพื้นที่ปลูกพืชกับบ่อเลี้ยงปลาไว้ด้วยกัน

กลางบ่อ มีภาชนะปลูกพืชด้วยดินเผาลอยน้ำตั้งเรียงในระดับความสูงต่างกัน เกิดเป็นน้ำตกขนาดย่อมให้น้ำที่ไหลเวียนมีออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา

ในน้ำ มีขี้กุ้งและขี้ปลาที่ลุงรีย์จะใช้จุลินทรีย์จัดการให้เหลือชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ซึมเข้าสะสมในเม็ดบอลเซรามิกหรือเม็ดดินเผาลอยน้ำกลายเป็นสารอาหารให้พืชและเป็นที่ให้รากพืชเกาะ

นอกบ่อ มีแหนแดงที่ใครอาจมองว่าเป็นวัชพืชน้ำนิ่ง แต่จริงๆ เป็นอาหารอันโอชะของปลาสลิดในบ่อ และเมื่อปลาสลิดกินแหนมันก็จะไม่รังแกปลาตัวเล็กหรือกุ้งที่อยู่ร่วมบ่อเดียวกัน

“หลายครั้งที่การเลี้ยงปลาในบ่อนี้ไม่ได้เลี้ยงตั้งแต่เป็นตัวเล็กๆ เพื่อหวังจะกินเมื่อตัวโตใหญ่ แต่เป็นปลาที่รอพักน้ำจากบ่อของเพื่อนๆ ที่ทำฟาร์มปลา โดยที่ผมไม่ได้คิดค่าเช่าบ่อจากเพื่อนเพราะขี้ปลาที่เกิดขึ้นมีส่วนในการสร้างธาตุอาหารให้พืชที่ปลูกด้วย เรียกว่าเป็นการทำเกษตรแบบรู้จังหวะมากกว่าหวังผลทางตัวเงินเพียงอย่างเดียว”

เห็นแล้วก็คิดเหมือนกับลุงรีย์ว่าถ้าเปลี่ยนจากบ่อปลาคราฟต์มาเป็นบ่อ Aquaponics แบบนี้ก็คงสนุกดี

ฟาร์มที่มีจุลินทรีย์ดับกลิ่น

อยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ ทำไมฟาร์มที่นี่ไม่มีกลิ่น และเหมือนลุงรีย์จะอ่านใจได้ เขาจึงชี้ชวนให้เราดูน้ำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่เขาภูมิใจนำเสนอ

จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงหรือจุลินทรีย์ที่ชอบแดด เป็นสิ่งที่ช่วยระงับกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลโดยจุลินทรีย์จะช่วยย่อยให้โมเลกุลเล็กลง นอกจากชอบแดดมากๆ แล้ว จุลินทรีย์ชนิดนี้ยังเติบโตอย่างไม่จำกัด เพียงแค่กินไข่ขาวได้สารโปรตีน กินเปลือกไข่ได้แคลเซียมแล้วเติมน้ำส้มสายชูลงไปได้แคลเซียมคาร์บอร์เนต กินหอมแดงได้ซัลเฟอร์ นอกจากจะใช้ในการเกษตรแล้ว ยังสามารถดับกลิ่นส้วมได้ดีด้วย

“ผมเรียนเซรามิกมา ผมจึงท่องตารางธาตุและสูตรเคมีได้แม่นยำ” ลุงรีย์รีบตอบเมื่อเราทำหน้าสงสัย ว่าทำไมเกษตรกรอย่างเขาไม่เพียงพูดชื่อสูตรสารการทำจุลินทรีย์คล่องปาก ยังรู้จักประโยชน์จากสารเคมีเหล่านี้เป็นอย่างดี

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่ Uncle Ree's Farm

คนนี้มาแรงสัญชาตญาณบอก

ก่อนจะพาเดินไปดูที่เลี้ยงไส้เดือน ลุงรีย์แนะนำเราให้รู้จักกับไส้เดือน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไส้เดือนพันธุ์แอฟริกัน กินเก่ง หนีเก่ง เพราะนอกจากจะกินเศษผัก กินมูลสัตว์ กินปุ๋ยคอก ยังสามารถกินเปลือกกล้วยทั้งหวีหมดภายใน 1 สัปดาห์ ไส้เดือนพันธุ์ Blue Worms เป็นสายพันธุ์ที่มีกลิ่นตัวหอมดอกไม้ มูลที่ได้จะละเอียดมากมีมูลค่าสูงถึงขีดละ 600 บาท และสุดท้ายไส้เดือนพันธุ์ลายเสือ จะมีหางเป็นลายเสือ มูลของมันเหมาะกับการเป็นอาหารสัตว์น้ำ

ระหว่างที่กำลังกล้าๆ กลัวๆ แอบมองการชอนไชของไส้เดือนตัวเรียวยาวอยู่นั้น ลุงรีย์ก็ชี้ชวนให้ดูบ่อปุ๋ยคอกอาหารอันโอชะของเหล่ากองทัพไส้เดือน ที่ไม่ส่งกลิ่นหอมลาเวนเดอร์ให้หงุดหงิดใจแม้เพียงนิดเดียว เพราะได้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงช่วยดับกลิ่น ก่อนเล่าถึงภาชนะการเลี้ยงไส้เดือนแบบวางตั้งเป็นแนวกำแพง ที่ควบคุมการให้น้ำและค่าความชื้นสัมพัทธ์ด้วยระบบสั่งการเซนเซอร์ที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ พร้อมเล่าจำนวนปุ๋ยจากไส้เดือนที่ผลิตได้ครึ่งตันในพื้นที่จำกัด อย่างพื้นที่ด้านหนึ่งของกำแพงบ้าน

อีกด้านหนึ่งของบริเวณเลี้ยงไส้เดือน เป็นห้องว่างขนาดหอพักที่ลุงรีย์ใช้เป็นห้องเลี้ยงกุ้งก้ามแดง

จากมูลไส้เดือนที่เต็มไปด้วยสารอาหารชั้นดีสำหรับต้นไม้แล้ว เมื่อนำมาอัดเม็ดให้มีหนักเพื่อที่ใส่น้ำแล้วจมลงไปเป็นอาหารกุ้ง เป็นมูลไส้เดือนอัดเม็ด ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าต่อยอดผลิตภัณฑ์ แล้วเปิดตลาดใหม่ ขายไส้เดือนตัวเล็กเป็นอาหารกุ้งโดยเฉพาะให้กุ้งตั้งท้องออกไข่ได้ดี ขณะที่สารอาหารจากมูลไส้เดือนช่วยให้กุ้งลอกครอบได้ดี

“ที่สำคัญเลย 80% ของวงการไส้เดือน เขาเลี้ยงไส้เดือนเพื่อส่งเป็นอาหารเลี้ยงกุ้ง แต่เรามองเห็นว่ามูลจากกุ้งจะช่วยทำให้น้ำในบ่อเป็นสีเขียวเพราะเต็มไปด้วยแพลงก์ตอนให้กุ้งไม่กัดกัน”

Uncle Ree's Farm

เห็ดในสิ่งเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เห็ด

มาถึงห้องว่างไฮไลต์ของฟาร์มลุงรีย์อย่างห้องเพาะเห็ด

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เรารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในแกลเลอรี่จัดแสดงงานศิลปะรูปเห็ดมากกว่าที่จะรู้สึกว่ากำลังอยู่ในเรือนเพาะชำเห็ดทั่วไป ลุงรีย์เรียกเจ้าเห็ดสีขาวโพลนดอกใหญ่นี้ว่าเห็ดหิมาลัย แค่ชื่อก็เผลอกลืนน้ำลายอย่างไรรู้ตัวแล้ว เห็ดหิมาลัยนี้เกี่ยวกับไส้เดือนอย่างไรเราจะเล่าให้ฟัง

หลังจากที่ลุงรีย์ทำน้ำหมักมูลไส้เดือน เขาเอากากมูลไส้เดือนที่เหลือมาใส่ผิวหน้าก้อนเห็ด เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์เราก็จะได้เห็ดหิมาลัยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในเชฟ รสชาติออกนมๆ ถ้านำไปต้มจะให้รสสัมผัสเหมือนเนื้อไก่ แต่ถ้านำไปย่างจะให้รสสัมผัสที่เหมือนปลาหมึก

“ห้องเห็ดเป็นตัวอย่างของการทำ smart farming หรือใช้เทคโนโลยีกับเกษตรมากที่สุดเลย ผมจะตั้งค่าระดับความชื้น มีเซนเซอร์ที่จะปล่อยหมอกความชื้น มีเซนเซอร์ระดับความสูงดอกเห็ดที่จะทำให้ไฟ LED ทั้งหมดจะติดเพื่อคุมรูปทรงของเห็ดในแบบที่ต้องการไม่ว่าจะแบบอวบอ้วนหรือแบบสูงยาว เชฟบอกผมได้เลย

“จุดที่ยากคือ การเปิดไฟเพื่อควบคุมรูปทรงนี้จะต้องเปิดไฟให้แสงวันละ 10 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที ดังนั้นเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยทุ่นแรงงานส่วนนี้ได้มาก แล้วยังเป็น reality marketing เพราะผมสามารถส่งรูปรายงานการเติบโตของเห็ดให้แก่เชฟได้ตลอดเวลาด้วย เป็นการเชื่อมเกษตร คนทำครัว และเทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกัน ที่สำคัญ เราทำฟาร์มเห็ดแบบไม่นึ่งก้อนเห็ด ซึ่งเกษตรกรต้องมีความรู้เรื่องจุลินทรีย์ เอาจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมาระงับการเน่า เอามูลไส้เดือนมาระงับการขึ้นรา ควบคุมด้วยชีวภาพจริงๆ”

จำนวนผลผลิตของฟาร์มลุงรีย์เพียงพอต่อความต้องการของตลาดไหม เราถาม

“อยู่ที่ว่าตลาดนั้นคือใคร ถ้าเป็นเชฟที่อยากได้วัตถุดิบชั้นดีส่วนนี้เพียงพออยู่แล้ว แต่ถ้าตลาดคือคนหมู่มาก ส่วนนี้เราก็ต้องสร้างกันเพิ่ม ฟาร์มของเราเป็นเพียงโมเดลต้นแบบที่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าสามารถทำและต่อยอดได้จริง ก่อนหน้านี้มีปัญหาว่าเกษตรกรไม่รู้ว่าจะเลี้ยงไส้เดือนแล้วไปขายใคร คำตอบก็คือไม่ต้องขายใครน่ะดีที่สุด แต่ต้องรู้จักและเข้าใจสิ่งนั้นมากพอที่จะต่อยอดด้วยตัวเอง อย่างการทำเห็ดถ้าไม่เป็นมูลไส้เดือน เห็ดหิมาลัยไม่มีทางออกดอกใหญ่ขนาดนี้ได้

“ใครจะเรียกผมว่าเป็นคนเลี้ยงไส้เดือนเหมือนเดิมก็ได้ เพราะผมก็แค่เป็นคนเลี้ยงไส้เดือนที่รู้ว่าจะเอามูลไส้เดือนไปต่อยอดทำอะไรได้อีกบ้าง และผมก็จะไม่หยุดแค่นี้”

เห็นลุงรีย์เล่นสนุกอย่างนี้ รายได้หลักจากฟาร์มลุงรีย์มาจาก หนึ่ง รายได้จากการเรียนการสอนทำเกษตรในแบบลุงรีย์

สอง ผลิตภัณฑ์จากไส้เดือนเพื่อการทำฟาร์ม เช่น ดินและปุ๋ย

สาม เป็นที่ปรึกษาแก่ฟาร์มหรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่และตั้งใจพัฒนาให้เกิดฟาร์มแบบบูรณาการ

และสี่ ผลิตภัณฑ์กินได้จากฟาร์มลุงรีย์และเพื่อนลุง เช่น ปลาสลิด ไข่ไก่ ผักสลัด ส่งตรงถึงบ้านในชื่อ Uncle Drive

“แม้เราจะเป็นฟาร์มเล็กๆ แต่เราใช้วิธีชวนเพื่อนๆ ลุงมาร่วมกัน เป็นการชวนปลูกและชวนกิน เรามีลุงในเครือข่าย 10 – 20 คน แต่ละคนเป็นหัวหน้าในแต่ละส่วน บ้านทุกคนคือสต็อกสินค้า รถทุกคนคือรถส่งของ”

Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm Uncle Ree's Farm

Garden Accessories

เดิมทีที่เราอยากคุยกับลุงรีย์ก็เพราะเรื่องอุปกรณ์ทำสวนน่ารักๆ สินค้าใหม่ของฟาร์มลุงรีย์นี่แหละ เพียงแต่เมื่อพูดคุยเรื่องราวการเติบโตที่ผ่านมาตลอด 5 ปี ที่เปลี่ยนภาพจำจากหนุ่มติสท์เลี้ยงไส้เดือนเก๋ๆ เป็นลุงรีย์ที่เอาจริงเอาจังกับไส้เดือน รักการทดลองและสร้างสรรค์กฎเกณฑ์การทำเกษตรใหม่ๆ จากทฤษฎีที่มีผสมผสานเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ในพื้นฐานความเป็นไปได้จนออกมาเป็นฟาร์มที่เชื่อมโยงออกไปและโยงทุกอย่างกลับเข้ามาด้วยไส้เดือน โจทย์แรกโจทย์กับวันที่เริ่ม

“ผมรู้สึกและอยากสื่อสารว่าเป็นเกษตรกรแต่ก็อย่าหารายได้ทางเดียว และส่งที่ผมทำได้มีไม่กี่อย่าง ดินปลูกกับดินปั้น”

จากพื้นฐานนักเรียนออกแบบเซรามิกและเครื่องเคลือบดินเผา ลุงรีย์นำสองสิ่งที่เขารักมาเจอกัน ด้วยประโยชน์ของเซรามิกในการดูดซับสารอาหารจากมูลไส้เดือนและเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ เริ่มจาก Walnut เซรามิกในรูปทรงลูกวอลนัตที่เราใส่ปุ๋ยมูลไส้เดือนอัดเม็ดลงไปแล้วนำไปแขวนในตำแหน่งเหนือต้นไม้ที่ปลูก เมื่อรดน้ำแร่ธาตุในปุ๋ยจะค่อยๆ ละลายให้อาหารต้นไม้อย่างช้าๆ เพิ่มมูลค่าให้ปุ๋ยและเปลี่ยนทัศนคติที่คนเคยมีต่อมูลไส้เดือนไปในคราวเดียวกัน

ชุดใบไม้น่ารักหลากหลายขนาดที่เห็นตรงหน้ามีชื่อเรียก Oak Leaf ทำมาจากดินพื้นบ้านที่เผาในหลากหลายอุณหภูมิ วิธีการใช้คือนำน้ำหมักมูลไส้เดือนผสมน้ำแล้วแช่ใบไม้เซรามิกไว้ 15 นาที ใช้วางบนหน้าดินกระถางต้นไม้ให้ทั้งสารอาหาร รักษาความชุ่มชื้นที่หน้าดิน และให้ความสวยงาม

Uncle Ree's Farm ฟาร์มลุงรีย์ กับการลากเส้นต่อจุดของแบรนด์ที่เปลี่ยนการทำฟาร์มให้เป็นเรื่องเท่

ทำนะ ย่อมชนะอธรรม

คำแนะนำจากลุงรีย์สำหรับทุกคนไม่ว่าคุณจะทำเกษตรหรือไม่ก็ตาม

“ไม่มีอะไรชัดเจนตั้งแต่แรก คุณต้องลงมือทำก่อน และในตอนที่คุณคิดว่าสิ่งนี้น่าจะใช่ อยากให้ค่อยๆ คิดให้ดี ว่าคุณทุ่มเทกับสิ่งนั้นไปมากเท่าไหร่ หรือถ้าคุณอยากสโลว์ไลฟ์ หรือใช้ชีวิตในสไตล์แบบนี้ คุณต้องรู้จักคุมความเร็วของมันให้ได้ในจังหวะที่คุณอยากและจำเป็นต้องเร็วหรือช้า

“จริงๆ ของเล่นดูแลต้นไม้ที่ผมทำมันพูดแทนผมเยอะมากนะ อยากน้อยก็ช่วยบอกตัวตนของผมออกไปว่าศิลปะและเรื่องงานออกแบบเซรามิกยังอยู่ในตัวผมเสมอไม่ได้หายไปไหน”

ก่อนที่ลุงรีย์ทิ้งท้ายเรื่องมุมมองความรักชอบในออร์แกนิกและการตัดสินคนอื่นเพียงเพราะไม้บรรทัดมาตรฐานที่มาจากตัวเรา

“อย่าไปยึดติดมาก ถ้าจะอยู่ร่วมกับคนอื่น เขาจะทำออแกนิกส์ 100% หรือไม่ เราก็ต้องเข้าใจเขา เกษตรกรบางคนยังใช้เคมีไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากเปลี่ยน แต่เขาอาจจะยังมีพันธะหรือภาระที่เขาจำเป็น อย่าตัดสินคนอื่นโดยมองเพียงผิวเผิน เขาอาจจะมีความคิดที่ดีมากแต่วันนี้เขายังต้องทำแบบนี้”

Rules

  1. ในหนึ่งวันต้องมีทั้งงานที่ปวดตัวและปวดหัว
  2. ลองขยายโต๊ะทำงานให้ใหญ่ขึ้น ทำงานที่ไหนก็ได้
  3. ไอเดียมันมักจะมาไม่รู้เวลาเสมอ ถ้าคิดออกให้รีบจดมันซะ

ฟาร์มลุงรีย์เปิดให้เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้การทำฟาร์มสไตล์ลุงรีย์ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-12:00 น. ที่อยู่ 19/29 เพชรเกษม 46 แยก 11 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ Line ID: uncleree หรือโทร 061-414-5242

Facebook: Uncleree Farm

Instagram: @Uncleree Farm

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

จากช่างภาพและเจ้าของโปรดักชันเฮาส์ผู้มีพื้นฐานมาจากฝั่งงานโฆษณา ต้องมาดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ชื่อดังอย่างแบรนด์ Saiyart Collection ดุสิต เสมาเงิน ต้องเรียนรู้และค้นหาแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในงานศิลปะกับชีวิตของผู้คนอย่างไรบ้าง

งานทุกชิ้นของ Saiyart Collection ไม่ใช่การนำไม้เก่ามารีไซเคิลเท่านั้น แต่ใส่ศิลปะลงไป มีเรื่องราว มีคอนเซปต์ ของงานแต่ละชิ้น ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้งานของ Saiyart Collection มีจุดเด่นแตกต่างจากงานเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ

“ทำไมคนเราต้องมีเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีๆ สักชิ้น” เราถาม

“ผมเชื่อว่าบางอย่างคนเราก็ต้องการเปลี่ยนแปลงตลอด และก็มีบางอย่างที่คุณอยากให้อยู่คงทนคลาสสิกเป็นมรดกต่อไป และโต๊ะไม้ของไสยาสน์ก็ไม่ได้อยู่ทนแค่ยุคคุณ แต่จะอยู่คู่ไปถึงลูกหลาน ที่แปลกคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ด้วยตัวงานเราไม่ใช่ของที่จะใช้ไป 3 – 4 ปีแล้วสึกหรอ เขาซื้อเพราะเขาต้องการเสพงานศิลปะ บางคนยังพูดติดตลกว่าอยากสร้างบ้านใหม่เพื่อซื้องานของไสยาสน์เพิ่ม”

ถ้าใครที่รักงานไม้และเข้ามาดูกระบวนการทำงานทั้งหมด จะเห็นว่าแต่ละชิ้นไม่ธรรมดา มันเต็มไปด้วยความใส่ใจ การใช้เวลาและฝีมือ ที่มาที่ไปของวัสดุและเรื่องราวที่อยู่ในนั้น

Saiyart Collection, ดุสิต เสมาเงิน

เหตุผลที่เราไม่คุยกับดุสิตในคอลัมน์ทายาทรุ่นสอง เพราะเราพบว่าแก่นแท้ของการตั้งใจรักษาคุณค่าของแบรนด์ Saiyart Collection นี้ไปไกลกว่าการรับสืบทอดกิจการ ในวันที่ไม่มีเสาหลักเขาดึงศักยภาพทีมงานและความเชื่อความศรัทธาให้แบรนด์นี้ไม่ได้ฟื้นคืนชีวิตแค่ไม้เก่า แต่คืนชีวิตและเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งไว้อย่างครบถ้วน ทำให้เรามองเฟอร์นิเจอร์ไม้โต๊ะใหญ่เบื้องหน้าเรานี้ต่างไปจากเดิม

“ผมรู้ตัวว่าไม่เก่งมากเรื่องธุรกิจ แต่ผมก็รู้ตัวอีกเหมือนกันว่าถ้ารักจะเป็นศิลปินหรือทำงานศิลปะก็ต้องทำให้อยู่รอด สิ่งที่ทำได้คือพยายามตามให้ทันโลก ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้มันหมุนเร็วมาก ผมคงไม่สามารถก้าวนำหน้ามันได้ แต่อย่างน้อยก็ขอก้าวไปกับมัน ไม่หยุดหรือฝืนกับกระแส เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและหากทำได้ให้อธิบายเรื่องราวให้คนเข้าใจ ให้คนรู้ว่าเราสามารถทำอะไรกับไม้ได้บ้างจากเครื่องมือและและทักษะพื้นฐาน

“ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มองว่าตัวเองจะชอบงานไม้ ตอนที่ผมแต่งคอนโดตัวเองผมก็ซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ดูทันสมัย จนกระทั้งวันหนึ่งผมพบว่างานโมเดิร์นมันไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว มันอยู่กับเราแค่ปี สองปี เราก็เบื่อก็ต้องเปลี่ยน แต่โต๊ะบางตัวของคุณพ่อที่อยู่บ้าน มันตั้งอยู่ตรงนี้ที่เดิมมา 7 – 8 ปีแล้ว มันไม่โดดเด่นจากเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในบ้าน แต่ขณะเดียวกันผมไม่เคยรู้สึกว่ามันน่าเบื่อหรือแปลกแยกเลย”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

The Beginning

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Saiyart Collection มาจากอาจารย์ไสยาสน์ เสมาเงิน ศิลปินศิลปาธรกิตติคุณ สาขาออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2551 ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ผสมผสานการออกแบบและแนวคิดที่ร่วมสมัย จนทำให้ Saiyart Collection เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้สัญชาติไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เริ่มจากอาจารย์ไสยาสน์ทำงานเป็นพนักงานธนาคารในส่วนงานสำรวจสถานที่เพื่อก่อสร้างธนาคารสาขา แล้วย้ายไปทำงานเป็นหัวหน้าคนงานของบริษัทรับติดตั้งเฟอร์นิเจอร์จากอิตาลีที่ประเทศซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน จึงได้เรียนรู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานในปัจจุบันแม้ว่าจะไม่ใช่งานไม้ แต่ก็เป็นงานถอดประกอบเหล็กและอะลูมิเนียม

ก่อนจะกลับมาทำร้านรับซื้อของเก่ามาซ่อมชื่อร้านร้อยแปดพันเก้าที่ตลาดนัดสวนจตุจักร มีที่มาจากการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และพื้นที่ชนบท ทำให้อาจารย์ไสยาสน์พบเจอล้อเกวียน รางข้าวหมู อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทำจากไม้ ถูกทิ้งอยู่ตามใต้ถุนบ้าน ด้วยความเสียดายคุณภาพและรูปทรงของไม้เก่าจึงตัดสินใจซื้อไม้เก่าเหล่านี้กลับมาที่ร้าน แล้วลองสร้างงานขึ้นมา เป็นการสร้างงานครั้งแรกของไสยาสน์ด้วยวิธีการประกอบล้อเกวียนเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ศาลาบ้าน เรียกว่างาน Folk Art หรือแนวคันทรี่ ความสำเร็จของงานชิ้นนั้นวัดได้จากการมีงานลักษณะนี้วางขายอยู่ในทุกที่ แต่เป็นงานที่นำแนวคิดนี้ไปเลียนแบบ

ในความตึงเครียดจากการเลียนแบบครั้งนั้น อาจารย์ไสยาสน์แปลงเปลี่ยนเป็นพลังในการพัฒนางาน จนกลายเป็นแบรนด์ Saiyart Collection ที่บอกเล่าตัวตนในแนวทางที่ร่วมสมัยมากขึ้นและเข้ากันดีกับวัสดุที่ยังมีเรื่องราวอย่างไม้ อย่างงานโต๊ะที่เป็นลายเซ็นของ Saiyart Collection ทำมาจากไม้จากเรือเอี้ยมจุ๊นเก่าที่เคยเป็นพาหนะลำเลียงขนส่งสำคัญก่อนถูกทิ้งร้างเพราะกาลเวลา นอกจากความแข็งแรงและความสวยงามของไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เต่ง ยังเต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งานและเรื่องราวของชีวิตที่ผูกพันกับเรือ เช่นรูที่เกิดจากแผ่นไม้เจาะเชื่อมกับกระดูกงู จนเกิดเป็นลวดลายเฉพาะ

Saiyart Collection ,ไสยาสน์ เสมาเงิน

เดิมลูกค้าจะชินกับการเห็นโต๊ะที่เป็นไม้เรียบๆ ก็จะมีความรู้สึกว่าทำไมงานของไสยาสน์มีตำหนิ แต่เมื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปลูกค้าก็เข้าใจและเห็นคุณค่าสิ่งนี้

“มีเรื่องตลกคือบางครั้งที่โต๊ะออกมาเรียบร้อยสวยงามมากไป ลูกค้าบอกกับเราว่า ‘ขอโทษนะครับอาจารย์ ช่วยเจาะให้มันเป็นรูปและอุดรูให้มีลายหน่อยได้ไหมครับ’ กลายเป็นแบบนั้นเลย”

ดุสิตเล่าว่า สมัยก่อนวงการเฟอร์นิเจอร์ไม้จะนิยมทายูนิเทนให้เกิดความเงา ซึ่งสำหรับ Saiyart Collection เชื่อเรื่อง finishing หรือพื้นผิวสัมผัสในงานที่เสร็จแล้วก็ต้องให้ความรู้สึกว่านี่คือไม้ มีความนุ่มและพื้นผิวที่แสดงธรรมชาติที่สุด

ตลอดเวลาเราได้ยินดุสิตพูดถึงความเป็นไสยาสน์อยู่เสมอ แล้วความเป็นไสยาสน์เป็นอย่างไร เราถาม

Life is Calling

“ความเป็นไสยาสน์ของ Saiyart Collection ลำดับแรกคือการต่อชีวิตไม้

“เราเชื่อว่าชีวิตของไม้อยู่คู่กับชีวิตของผู้คน เริ่มตั้งแต่เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน ให้ร่มเงาเมื่อยามมีชีวิต เป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องมือเครื่องใช้ ที่พักและยานพาหนะ โต๊ะตัวนี้อาจจะเคยเป็นเรือที่วิ่งมาแล้วกว่า 30 ปี เราอาจไม่รู้ว่าเรือลำนี้ผ่านการบรรทุกและลำเลียงสิ่งใดมาบ้าง แต่อย่างน้อยมีคนที่อยู่อาศัยกับเรือลำนี้มาช่วงชีวิตหนึ่งก่อนจะกลายเป็นโต๊ะตัวหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราว”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

Saiyart Artist Carpenter

ความเป็นไสยาสน์ลำดับที่สองคือ ความประณีตที่สืบทอดภูมิปัญญาช่างไม้ไทยผสมกับการพัฒนางานในแบบของไสยาสน์เอง

“ไม่ใช่แค่ตัวคุณพ่อ แต่เป็นสิ่งที่เราอยากให้ช่างไม้ทุกคนก้าวข้ามจากช่างไม้มาเป็นศิลปินสร้างสรรค์ เพราะภูมิปัญญาของช่างไม้ไทยมีมากกว่าการทำแค่วงกบประตู”

ด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้ขององจารย์ไสยาสน์ผสมผสานเข้ากับเทคนิคและภูมิปัญญาของช่างไม้โบราณทำให้ Saiyart Collection แตกต่างจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่น การเข้าไม้หรือการเชื่อมต่อชิ้นไม้อย่างพอดีและแน่นหนา การเพาะไม้หรือการต่อขนาดความกว้างของไม้ให้ได้ขนาดที่ต้องการ แต่ปัจจุบันอาจจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักของไม้เราจริงใช้วิธีเจาะขันเพื่ออัดไม้เข้าหากัน

“สำหรับผมแล้วไม้เป็นสิ่งมีชีวิต คำว่ามีชีวิตหมายถึงมีการยืดหดขยายตัวอยู่ตลอดตามอุณหภูมิรอบตัว และข้อดีของไม้เก่าคือไม้ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วขณะที่ไม้ใหม่ๆ จะมียางอยู่ในตัว มีความชื้น”

All You Need is Art

ลำดับที่สามคือ การสร้างศิลปะรับใช้สังคม

“คุณพ่อเป็นคนที่มีทั้งภูมิปัญญาเดิมและลองผิดลองถูก นอกจากเรื่องการต่อชีวิตไม้ คุณพ่อเป็นคนชอบงานศิลปะมาก เวลาเดินทางท่านจะชอบดูงานประติมากรรมต่างประเทศมาก และยังรู้สึกอิจฉาทุกครั้งที่เห็นงานศิลปะมากมายในที่ต่างๆ สิ่งหนึ่งที่ท่านเชื่อเสมอคือ ศิลปะควรจะอยู่คู่กับคน เพราะนอกจากจะจรรโลงใจยังสะท้อนสังคมได้อีกรูปแบบหนึ่ง”

เดิมทีอาจารย์ไสยาสน์อยากทำงานศิลปะล้วนๆ เลย แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นศิลปินก็ต้องอยู่รอดให้ได้และต้องทำให้เข้าถึงคนให้ได้ หากคนเราเสพศิลปะด้วยการมองและคิดเองเพียงอย่างเดียวซึ่งคนจะเข้าถึงยาก วิธีการทำให้งานศิลปะเข้าถึงคนของอาจารย์ไสยาสน์ก็คือการทำงานศิลปะให้มีฟังก์ชัน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีศิลปะผสมผสานเข้าไป แทนที่จะเป็นประติมากรรมเฉยๆ ก็สามารถใช้งานได้ โดยให้ความสำคัญกับพื้นฐานการออกแบบ

“สิ่งหนึ่งที่นักออกแบบมักจะลืมคือเรื่องพื้นฐานของการใช้งานที่ควรจะเป็น ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ มุมองศาพนักพิง เป็นตัวเลขพื้นฐานที่นักออกแบบรุ่นใหม่มักจะมองข้ามโดยมุ่งสนใจแต่หน้าตาและความสวยงาม”

รวมไปถึงงานประติมากกรรมขนาดเล็กอย่าง table top ที่มีที่มาจากความที่ประติมากรรมทั่วไปมีขนาดใหญ่มาก ลูกค้าที่จะเข้าถึงได้จำกัดอยู่เพียงบ้านหรือองค์กรขนาดใหญ่ อาจารย์ไสยาสน์จึงเริ่มทำงานชิ้นขนาดเล็กลงมา

“คุณพ่อเก่งเรื่องจัดวางองค์ประกอบมาก วิธีการคือขึ้นกับวัตถุดิบที่มี บ้างเป็นลูกเปตอง เครื่องมือช่าง ท่านจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาสเกตช์ในหัวก่อนทำขึ้นมา จัดแสดงและจำหน่ายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปัจจุบันทีมงานยอมรับว่าจะยังไม่ผลงานทำใหม่ๆ ขึ้นมาจนกว่าจะไปให้ถึงแก่นแท้ของความเป็นไสยาสน์ เสมาเงิน”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

Bound to Be

ความไสยาสน์ลำดับที่สี่คือ ความผูกพันระหว่างผลงานและศิลปินช่างไม้ผู้สร้าง

ช่วงที่อาจารย์ไสยาสน์เสียชีวิต ดุสิตบอกเราว่าเขาไม่มั่นใจเลยว่าพวกเขาทีมงานทุกคนจะก้าวต่อไปได้ไหม

“พวกเราไม่ต้องการได้รับคำชมเพียงแค่งานดีงานสวย แต่แค่บอกว่า ‘นี่แหละ งานไสยาสน์’ และเราก็ได้รับคำนั้นมาจริงๆ จึงมั่นใจว่าความเป็นไสยาสน์ที่คุณพ่อหล่อหลอมพวกเรานั้นอยู่ในตัวทีมงานทุกคนจริงๆ เราเรียกคอนเซปต์ของงานช่วงหลังที่พวกเราก้าวข้ามความเสียใจนี้ว่า ผลิใบ แสดงถึงเรากำลังจะเดินต่อ เช่นเดียวกับในอนาคตที่เราต้องคิดต่อไปว่าเราจะไปในทิศทางไหน”

งานของ Saiyart Collection มีสองรูปแบบ หนึ่งคือ งานที่มาจากความต้องการของลูกค้า และสองคือ งานที่ช่างจะทำกันอยู่ตลอดเมื่อมีเวลา โดยดุสิตเป็นคนคิดคอนเซปต์รวมและคิดภาพคร่าวๆ ก่อนตกผลึกร่วมกันกับช่างโด่งผู้ทำงานใกล้ชิดอาจารย์ไสยาสน์และเข้าใจความเป็นไสยาสน์ไม่น้อยกว่าใคร โดยร่างบนกระดาษจะเปิดโอกาสให้ช่างที่รับผิดชอบมีส่วนร่วมในการคิด และพัฒนาแบบอยู่เรื่อยๆ ในกระบวนการผลิตจนออกมาเป็นงานที่สมบูรณ์

ดุสิตยังบอกอีกว่า เหตุผลที่ทำให้งานแต่ละชิ้นของ Saiyart Collection มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าในตัวเองเป็นเพราะงานเหล่านี้ไม่ใช่งานอุตสาหกรรม ช่างทุกคนของไสยาสน์ฯ (ยกเว้นช่างสี) จะได้รับการมอบหมายงานเป็นชิ้นงานไม่ใช่งานเป็นชิ้นส่วน เช่น คนนี้ทำเก้าอี้แตงโม ก็ต้องทำทั้งตัว ไม่ใช่คนนั้นทำส่วนขา คนนั้นทำประกอบ เพราะฉะนั้นช่างทุกคนจะใส่ใจและใส่ตัวตนลงไปในงานตัวเอง ทุกคนรู้สึกว่างานนี้เป็นงานของฉัน งานที่ออกมาจึงมีความผูกพันกับตัวผู้สร้าง โดย Saiyart Collection จะออกแสดงงานปีละหนึ่งครั้งที่งานสถาปนิก เหล่าทีมช่างก็จะคอยถามว่าเก้าอี้ตัวนี้ของผมเป็นยังไงบ้าง มีคนสนใจไหม ซื้อไปหรือยัง

Saiyart Collection
Saiyart Collection

We Just Want the World Dance, Forget About the Price Tag

ดุสิตเล่าว่า สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าต้องยอมรับคือราคาที่สูง ส่วนหนึ่งเพราะไม้จริงที่ทั้งทำงานยากจำเป็นต้องใช้เวลากว่าปกติ แต่ถึงแม้ราคาสูงแต่มั่นใจได้เลยว่างานของ Saiyart Collection ไม่ใช้งานราคาแพง

ราคาแพงคือราคาของสิ่งที่ลูกค้าได้รับไม่คุ้มค่ากับที่ต้องจ่าย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนหรือวัสดุที่จำกัดการทำงาน ดุสิตมองเป็นความท้าทายและโจทย์ที่ต้องแก้ไขต่อไป

“วัสดุนับวันจะหายากขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ปฏิเสธว่ามีบ้างที่เราจำเป็นต้องใช้ไม้ใหม่ในการทำงาน แต่ยังคงพยายามใช้ไม้เก่าให้มากที่สุด จากที่เคยหาไม้เก่าขนาดยาวมากก็ต้องคิดหาวิธีต่อไม้ หรือขึ้นโครงสร้างไม้ก่อนด้วยไม้ใหม่ผสมกับการแปะไม้เก่าซึ่งใช้เวลามากกว่าเดิมหลายเท่า เราเรียกงานลักษณะนี้ว่า new bound เล่นคำกับคำว่า new born เกิดใหม่ กับ bond ให้ความหมายเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์ประสานกัน

“เรื่องบุคลากรก็เป็นเรื่องสำคัญมากนะ คนไทยไม่อยากทำงานใช้แรงเราจึงมักจะเห็นแรงงานต่างด้าวทำงานเหล่านี้ แต่สำหรับที่นี่เราไม่มีแรงงานต่างด้าวเพราะที่นี่ไม่ใช่งานใช้แรง แต่เป็นงานใช้ทักษะ”

ดุสิตเล่าเพิ่มเติมว่า มีกราฟิกดีไซเนอร์จากนิวยอร์กมาขอฝึกงานไม้กับ Saiyart Collection หลายเดือนแล้ว ออกแบบสร้างทำโต๊ะขึ้นมาหนึ่งตัว นอกจากเขาเรียนรู้จาก Saiyart Collection ดุสิตและทีมช่างเองก็ได้เรียนรู้จากนักศึกษาฝึกงานด้วย ทั้งยังรู้สึกดีที่ยังมีคนรุ่นใหม่สนใจงานไม้อยู่

ถ้าไม้ไม่เป็นงานศิลปะกับเฟอร์นิเจอร์ มีวิธีคืนชีวิตให้ไม้อย่างไรได้อีกบ้าง

“ใช้งานให้คุ้มค่า ทุกวันนี้คนเราใช้ทรัพยากรต่างๆ ฟุ่มเฟือยเกินไป เราไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมัน จริงๆ มันสะท้อนถึงตั้งแต่การเริ่มต้นตัดสินใจซื้อหรือเลือกเสพสิ่งใดเข้ามาในชีวิตแล้ว ในยุคนี้ที่มีข้อมูลให้เลือกมากมาย คนก็ต้องการอะไรที่สะดวกได้มาง่าย ย่อยมาแล้ว ในทางตรงกันข้ามคือของเหล่านี้ก็หมดคุณค่าเร็วเช่นกัน เมื่อหมดคุณค่ามันก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ใช้มันไม่คุ้มค่าทำให้มันเป็นขยะ

“ไม่ใช่แค่สิ่งของหรอก แม้กระทั้งความคิดกับทุกเรื่องรอบตัวในยุคนี้เลย หากเป็นของที่คนทำตั้งใจทำมากๆ สิ่งนั้นก็จะมีคุณค่าในตัวเองจนเป็นที่ต้องการ”

เราทิ้งท้ายคำถามสุดท้ายกับดุสิตถึงการนำพาแบรนด์ Saiyart Collection นี้ว่าจะไปถึงจุดไหน

“สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่ของผมตอนนี้คือจะต้องไม่ทำให้เสียชื่อไสยาสน์ รักษาคุณภาพ การออกแบบ พัฒนาแบรนด์และสินค้าต้องไม่อยู่กับที่ ที่สำคัญ เราอยากเป็นแหล่งความรู้ ส่งเสริมอาชีพช่างไม้ ใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นเรื่องงานไม้ เรายินดีต้อนรับเสมอ เพราะผมอยากให้มันไม่จบอยู่ในยุคของผม”

Saiyart Collection
ภาพ:  Saiyart Collection

Save

Save

Save

Rules

  1. ทำในสิ่งที่ชอบ
  2. จริงจังและทำสิ่งนั้นให้ดีมากพอจนทำให้คนอื่นชอบในสิ่งที่คุณทำ
  3. ก้าวให้ทันโลก อย่ายึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ หรือความสำเร็จเก่าๆ
Facebook | Saiyart Collection

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load