“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.”

เราพยายามอ่านประโยคที่กำแพงประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจ พร้อมนึกหาเหตุผลที่ทำให้อยากหยิบลิปสติกสีเบอร์กันดีแดงฉ่ำขึ้นมาทันที แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จนกระทั้ง ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-founder and Executive Creative Director แห่ง SOUR Bangkok (บริษัท เซาเออร์ บางกอก) เจ้าของสถานที่เดินเข้ามาเฉลยความหมายที่ซ่อนในระหว่างบรรทัด

SOUR Bangkok เป็นบริษัทเอเจนซี่โฆษณาน้องใหม่ที่ประกาศจุดยืนในตลาดชัดเจนกว่าใครว่า เป็นเอเจนซี่ที่สนใจและทำเนื้อหาประเด็นเรื่องผู้หญิงโดยเฉพาะ

และไม่ว่าสัดส่วนการครองตลาดที่มีตัวเลขอัตราส่วนประชากรโลกชายและหญิง 1:7 จะมีนัยสำคัญมาเกี่ยวหรือไม่ เรากำลังจะเข้าสู่สังคมสาวโสดจนต้องสนใจตลาดผู้หญิงล้วนหรือเปล่า ความสนุกของเกมวงการโฆษณาที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อสร้างสรรค์และการเป็นเอเจนซี่น้องใหม่ที่มุ่งเน้นไปตลาดผู้หญิงเป็นอย่างไร

เอเจนซี่เพื่อนหญิงพลังหญิงนี้จะเล่าให้คุณฟัง

คำเตือน โปรดระวังจะหลงเสน่ห์

SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Sweet and SOUR

“ผู้หญิงจะสวยด้วยเก่งด้วยไม่ได้หรอ” ดมิสาฐ์บอกเรา เมื่อเราถามถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของผู้หญิง

“เราอยู่วงการโฆษณา สัมผัสมาตลอดว่าคนวงการโฆษณามักจะตีความไปที่ Core Idea อย่างความสวยต้องมาจากข้างใน นักแสดงหญิงต้องไม่แต่งหน้า เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความหมายของพลังหญิงที่แท้จริง พลังหญิงน่าจะรวมรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เราอยากผลักดันประเด็นความคิดนี้สู่การรับรู้ในสังคมว่าผู้หญิงยุคนี้ทั้งสวยและเก่งได้” ดมิสาฐ์เล่าถึงความตั้งใจเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเอเจนซี่ที่สนใจประเด็นเรื่องผู้หญิง

พอพูดถึง content ผู้หญิง ทุกคนมักจะกระโดดไปนึกถึงเครื่องสำอางอยู่เสมอ

“ทุกคนจะเข้าใจว่า content ของผู้หญิงคือเรื่องความสวยความงาม จะว่าไปเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิดของตลาด ซึ่งลูกค้าหลายรายที่เราพบก็ยังคิดแบบนั้น เขามักจะถามเสมอว่าเรารับแต่สินค้าเครื่องสำอางใช่ไหม แต่สำหรับเราคำว่าผู้หญิงมีมุมและมิติต่างๆ ในชีวิตอีกเยอะมากที่เราไม่เคยเล่น เรื่องไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ ศิลปะและอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่รอบตัวผู้หญิง เรื่อง knowledge และ how to ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ในวันที่ออฟฟิศเราได้เครื่องต้มกาแฟเป็นของขวัญวันเปิดบริษัท ทีมงานเรามีแต่ผู้หญิงและทุกคนไม่มีใครใช้เครื่องต้มกาแฟนี้เป็นเลย (หัวเราะ) อย่างแรกที่น้องในทีมทำก็คือ เปิด YouTube พิมพ์ชื่อเครื่องและรุ่นก็เจอขั้นตอนการต้ม 1 2 3 4 จะเห็นว่ามีเนื้อหาทำนองนี้อยู่มากมายนะ และวันหนึ่งผู้หญิงบางคนอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรเกี่ยวกับ IT รถยนต์ งานศิลปะ”

ก่อนที่เราจะถามถึงที่มาของชื่อว่าทำไมต้องเปรี้ยวจี๊ดมะนาวจริงด้วย “เราชอบคำว่า sour ก่อนหน้านี้เราเคยดูมิวสิกวิดีโอของญี่ปุ่น จำชื่อวงและเพลงไม่ได้ แต่จำความรู้สึกได้ว่าเท่มาก ในวันที่ทำบริษัทของตัวเองเราก็นึกถึงคำที่เป็นรสชาติของผู้หญิงซึ่งมีหลายรสชาติ แค่รสหวานกับเผ็ดคงไม่พอ ต้องเติมรสเปรี้ยวลงไปด้วย รสชาติก็จะกลมกล่อมขึ้น”

So tell me what you want, what you really really want

คนที่ทำงานเอเจนซี่โฆษณามามากกว่า 10 ปีกับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

“เราทำงานอยู่เอเจนซี่มาสิบกว่าปี และพบทุกที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้นในวันที่เริ่มต้นจริงๆ เราก็คิดว่าเราควรจะหยุดบ่น เราควรจะ stop complaining แล้วมา start doing นั่นคือ เมื่อไม่ชอบหลักการของที่นี่แล้วย้ายไปที่นั่นแบบแต่ก่อนมันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาแล้ว ในเมื่อเราไม่เชื่อในที่นั่นเราก็ทำในทางที่เราเชื่อไปเลยสิ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำเอเจนซี่ของตัวเอง ตอนแรกตั้งใจจะทำเล็กๆ เริ่มจากมองหาจุดขายว่าในตลาดยังไม่มีอะไร ซึ่งพอดีกับช่วงหลังเราได้ทำงานและแคมเปญเกี่ยวกับผู้หญิง เราก็เริ่มรู้สึกอิน จึงตัดสินใจวาง positioning ของแบรนด์ให้เป็นเอเจนซี่ที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง

“พอมีเพื่อนๆ ในวงการเริ่มรู้ว่าเราคิดทำอะไรก็เริ่มมีคนติดต่อมาขอร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งเราตัดสินใจร่วมงานกับ CJ Worx เหตุผลข้อแรกก็คือ CJ Worx เป็น Independent Agency อย่างแท้จริง เราอยู่กับ network มาตลอดชีวิตก็พบว่ามีข้อดีข้อเสียที่ทำให้เราอยากลองดูว่าถ้าการทำงานแบบใหม่นี้ไม่ขึ้นตรงกับ network หรือ KPI และเป็น Independent Agency ก็น่าจะอิสระมากกว่า เหตุผลขอที่สองคือ เราเองโตมาจากงานครีเอทีฟล้วนๆ อะไรที่เราไม่ถนัด CJ Worx ช่วยสนับสนุนเต็มที่ทั้งเรื่ององค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อ สนับสนุนให้เราลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องการ setup ระบบบริษัทด้วย”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

By women, for women

“ข้อดีของการกำหนด positioning ชัดเจน คือคนที่เข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือน้องในทีม เขาจะพอรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร เขาอยากได้อะไร เขามีความเห็นในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราแทบจะไม่ต้องใช้เวลาอธิบายความตั้งใจ และไม่น่าเชื่อว่าตลาดนี้กว้างกว่าที่เคยคิดมาก

“ตอนเริ่มต้นทำบริษัทมีแค่ 2 – 3 คนที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ส่วนใหญ่จะทักถามว่าตีกรอบ positioning ไปที่ผู้หญิงจะแคบไปไหม ผู้หญิงในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า โลกปัจจุบันมีความหลากหลายทางเพศทำไมเราคิดถึงแค่ผู้หญิง ซึ่งในความจริงเราไม่ได้มองว่าผู้หญิงหมายความถึงเพศหญิงอย่างเดียวนะ แต่มีมุมมองหรือมิติที่มากมายกว่านั้น ทั้งในแง่เพศสภาพ จิตใจ อายุ ซึ่งหมายรวมถึงพฤติกรรมของเขา เช่น สินค้าที่เป็นแบรนด์รถยนต์ทุกคนก็จะคิดถึงผู้ชาย แต่แทบไม่เคยมีใครรู้เลยว่าจากข้อมูลสถิติมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาผู้หญิงออกรถเยอะกว่าผู้ชายเสียอีก เพราะฉะนั้น ผู้หญิงเป็นเจ้าของรถเยอะและปัญหาคือผู้หญิงดูแลรถไม่เป็น เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพฤติกรรมก็เป็นตัวกำหนดแบรนด์นะ ไม่ได้หมายความว่าคำว่า ผู้หญิง เท่ากับผู้หญิง แต่มีเรื่องของพฤติกรรมที่สามารถนำมาทำแคมเปญก็ได้”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

STRONG!

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายมากเพราะว่ามี Independent Agency เปิดใหม่เยอะมาก และเอเจนซี่แต่ละที่ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป บางเจ้า one-stop service เป็นทั้งครีเอทีฟเป็นทั้งโปรดักชัน บางเจ้าก็มีเครือข่ายสนับสนุนจากเอเจนซี่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ท้าทายคือลูกค้าก็จะมีตัวเลือกมากมาย และในกรณีที่ลูกค้ายังไม่เชื่อเรื่องตลาดผู้หญิงมากนัก เขาก็มอบโจทย์ให้ลองเสนอแผนงานเรื่องความเป็นผู้หญิงที่เชื่อมกับสินค้า จะเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ค่อนข้างเปิดโอกาสให้พวกเรา”

ดมิสาฐ์เล่าให้เราฟังว่าอีกหนึ่งความท้าทายของเอเจนซี่ยุคใหม่นี้ก็คือการดึงคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ให้ทำงานอยู่กับองค์กรได้ตลอด “คิดว่าในหลายๆ บริษัทน่าจะเจอเหมือนกันหมดนะ เด็กรุ่นใหม่มักจะอยากจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะคิดว่ามีอิสระด้านเวลาและรายได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทใหม่ๆ จะสามารถรั้งคนเก่งให้ทำงานอยู่กับเขาไปได้ตลอด แต่จากการทำงานกับน้องๆ ในทีมของเรา เราพบว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขาอยากอยู่กับเรา ก็คือการมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกคนที่มาทำงานกับเราต่างรู้ตัวเองว่าอยากได้งานที่ดี มีความมุ่งมั่นในแบบเดียวกัน เฉลิมฉลองด้วยกันเวลาที่ลูกค้าซื้อไอเดียแบบที่เราอยากทำ เราจึงคิดว่าความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยู่กับเรา”

นอกจากจะเป็นเอเจนซี่ที่มีโจทย์ชัดเจนเรื่องแคมเปญสำหรับผู้หญิงแล้ว ในด้านการทำงานกับทีมที่มีแต่ผู้หญิง เราสงสัยว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกับเอเจนซี่ทั่วไปบ้างหรือไม่

“เรื่องการทำงานคงไม่เปลี่ยนไปจากเอเจนซี่แบบเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แตกต่างชัดเจนคงเป็นเรื่องการมีอยู่ของกระจกเงากลางออฟฟิศ (หัวเราะ) จริงๆ เราทำงานกับผู้หญิงมาบ้างอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ชัดเจนเมื่อเทียบการทำงานระหว่างชายและหญิงคือเรื่องความละเอียด ทั้งการคิดที่รอบด้านและรายละเอียดเล็กๆ ที่บางทีเราลืมไป ถ้าใครอยู่ในสายงานนี้แล้วเคยทำงานกับคนตัดหนังหรือคนทำสีในหนังที่เป็นผู้หญิงจะเห็นว่างานละเอียดกว่านะ”

SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Give me a SOUR, hit me baby one more time

แม้ SOUR Bangkok จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็มีผลงานเปรี้ยวแซ่บสมชื่อให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ เราจึงขอให้ดมิสาฐ์เล่ากระบวนการคิดงานที่แปลกและสร้างสรรค์ที่สุดตั้งแต่เคยทำมา หนึ่งในนั้นก็คืองานไวรัล ใครซื้อเต่าให้

จากวันที่ได้รับฟังเรื่องราวของแบรนด์เครื่องหนัง Viera by Ragazze ดมิสาฐ์รู้สึกถึงความพิเศษในเรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องหนังซึ่งลูกค้าของแบรนด์มักมองหาแต่สิ่งเนี้ยบๆ ไม่ค่อยรู้ว่าเครื่องหนังต้องใช้ให้เกิดร่องรอยแล้วจะยิ่งสวย ทาง SOUR Bangkok จึงเสนอคอนเซปต์ Craft by Life ร่องรอยความสวยงามที่แตกต่างจากการใช้งานที่แตกต่างกัน ผลก็คือลูกค้าชอบมาก โดยตอนแรกทีมงานตั้งใจจะทำหนังสั้นเล่าร้อยเรียงเรื่องราว แต่ในขณะที่กำลังพรีเซนต์เพื่อเตรียมถ่ายทำจริงอยู่นั้นลูกค้าก็บรีฟเพิ่มเติมว่า “ขอหนังที่ดูไม่รู้เรื่องได้ไหม อันนี้มันรู้เรื่องเกินไป”

“ฟังแล้วท้าทายมากเลย (หัวเราะ) เพราะเราทำการสื่อสารซึ่งก็ต้องให้คนรู้เรื่อง สุดท้ายจึงกลายมาเป็น Fashion Film ที่อยู่ตรงกลางระหว่างการเล่าเรื่องแบบไม่รู้เรื่องและนำเสนอสินค้า ซึ่งก็ทำให้คนดูเข้าใจว่าคอนเซปต์คืออะไร และพอดีกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าเปลี่ยนโลโก้เป็นรูปเต่า ในวินาทีสุดท้ายมากๆ ลูกค้าถามว่า ‘ใส่เต่าลงไปในหนังด้วยได้ไหม’ เราก็คิดว่าไหนๆ หนังก็มาทางนี้แล้ว ก็ให้ผู้หญิงสักคนในเรื่องเลี้ยงเต่าเลยแล้วกัน จึงเกิดเป็นเรื่องราวชีวิตหลายๆ คู่ในนั้นหนังสั้นเรื่องนี้ สุดท้ายหนังไม่ได้เฉลยนะว่าใครซื้อเต่าให้ใคร เลยเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ มันไม่รู้เรื่องแต่มันโอเค เป็นงานที่แปลกสุดที่เคยทำเพราะลูกค้าบรีฟได้เซอร์เรียลมากๆ”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok

Wonder Women x Women

และแม้จะเป็นเอเจนซี่ที่น้องใหม่ เมื่อถามถึงบทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจนี้ ดมิสาฐ์ก็ชวนเรามองเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างตั้งใจ

“มีแบรนด์เกิดใหม่ทุกวัน พอใครมีไอเดียอะไรก็ลุกขึ้นมาทำแบรนด์ จากบทเรียนที่ผ่านมาเราพบว่าการสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งให้โดดเด่นออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และถ้าสังเกตพฤติกรรมการรับสื่อปัจจุบันจะเห็นว่าในแต่ละวันคนเรารับเนื้อหาสุดทางมาก บางวันก็รุนแรงสุดๆ เศร้าหมองจากคดีฆ่าหั่นศพ และบางวันก็ชวนกันไปฮิตขนมหวานน้ำแข็งไส มันหลากหลายมากและสุดทางจนทำให้คนเราด้านชา เราจึงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกงานที่ทำเราตั้งใจให้มีไอเดียที่แข็งแรงเป็นหลักเพื่อให้งานนั้นๆ ทำงานกับความรู้สึกของคน ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องยากและท้าทายเราและตลาดไม่น้อย” ได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ไฟในการทำงานของเราลุกโชนขึ้นไม่น้อย ก่อนจะฝากคำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจจากความรัก

“ ‘ความรักกับการทำธุรกิจ’ สำหรับเราแล้วคนละเรื่องกันนะ รักอย่างเดียวบางทีก็ไปไม่รอด มันต้องมีทักษะด้านอื่นๆ ด้วย อย่างเราโตมาจากสายงานครีเอทีฟที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องบริหาร วันหนึ่งต้องมา run ธุรกิจทั้งหมด เป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งลูกน้อง ต้องโน้มน้าวคน แม้กระทั่งทำออฟฟิศก็ต้องคุยกับช่าง รายละเอียดที่ต้องติดต่อประสานคนมันเยอะมากๆ ดังนั้นความรักอย่างเดียวจึงไม่พอ ปกติเราก็แค่คิดงาน พรีเซนต์งานลูกค้า ขายผ่าน ก็คือจบแล้ว แต่มันยังมีงานหลังบ้านอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการบริหารและเรื่องแหล่งเงินทุนซึ่งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย เรื่องความรักในสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าต้องรู้จักหาคนที่จะดำเนินธุรกิจไปรอดได้ และโชคดีที่เราโตมากับพ่อและแม่ที่ทำกิจการเราก็เลยพอเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการอยู่บ้าง”

บทความนี้เรียบเรียงไปพร้อมๆ กับลองยาทาเล็บสีพีชสลับกากเพชรสีเขียวเทอควอยซ์

“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.” เรากลับขึ้นไปมองประโยคในบรรทัดแรกอีกครั้งก่อนขยิบตาข้างขวา แล้วแกล้งเปิดฝาแยมสตรอว์เบอร์รี่ Super Manly Man ที่ SOUR Bangkok ฝากมาให้ลองชิมไม่ออก

ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา
 ภาพ: SOUR Bangkok

The Rules

  1. ใช้ความเป็นผู้หญิงให้เป็นประโยชน์: ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจได้มาด้วยการบังคับ เราได้สิ่งที่เราต้องการมาด้วยการอ้อน
  2. ใช้ความอิจฉาจุดประกายเรา: อยู่ในวงการครีเอทีฟมันต้องมี passion เช่น CJ Worx ได้กรังด์ปรีซ์ เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องทำงานให้ดียิ่งขึ้นไป จุดประกายให้เราอยากคิดงานดีๆ ออกมาทุกวัน
  3. คิดถึงคนอื่นเสมอ: พี่ต่อ (ธนญชัย ศรศรีวิชัย) สอนเสมอว่าทำงานให้คิดถึงคนอื่น คิดถึงลูกค้าด้วยว่าเขาจะขายของได้ไหม อย่าคิดถึงแต่ทำงานเอารางวัลเพียงอย่างเดียว

 

SOUR Bangkok

Website: www.sourbangkok.com
Facebook: SOUR Bangkok

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

Home Sweet Home

วลีสุดคลาสสิกที่เชื่อว่าทุกคนรู้จักและรู้ซึ้งถึงความหมายเป็นอย่างดี เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราออกไปข้างนอกไม่ได้และต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น 

ด้วยเหตุนี้เอง หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับของใช้ในบ้าน เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่บ้านให้ดียิ่งกว่าที่เคยเป็น สมกับที่ต้องใช้เวลาแทบจะ 24 ชัั่วโมงในพื้นที่ของตัวเอง จนเกิดเทรนด์มากมายอย่างกระแสนิยมเทียนหอม หรือการเช่าเก้าอี้ทำงานสุขภาพราคาแพงมาใช้ที่บ้าน 

วันนี้เรามีนัดสนทนากับ แนน-พนัชกร บุญยิ่งสถิตย์ Managing Director ของ Haus64 แบรนด์เครื่องนอนและผ้าขนหนูที่ถือคติว่า อยากทำของคุณภาพดีให้คนซื้อไปใช้แล้วมีความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน ทั้งผ้าเช็ดตัวหนานุ่มแบบโรงแรม 5 ดาว และผ้าปูที่นอนทอละเอียดถึง 800 เส้นด้าย ที่สลับจับคู่สีได้ตามชอบ จนกลายมาเป็นแบรนด์เครื่องใช้ในบ้านที่น่าจับตามอง พัฒนาสินค้าจากปัญหาการใช้จริงของลูกค้า และจริงใจเกินร้อยด้วยนโยบายคืนเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ 

ตลอดบทสนทนา แนนพูดเสมอว่าสินค้าทุกชิ้นคือของที่เธอใช้เองในชีวิต เพราะเชื่อว่าความรัก และความตั้งใจในการผลิตสินค้าดี ๆ ออกมาขาย คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

Haus64 แบรนด์เครื่องนอนและผ้าขนหนูที่จริงใจกับลูกค้า และมีนโยบายคืนเงินให้ 100%

เอาปัญหามาทำให้เป็นเรื่องง่าย

Haus64 ตั้งเป้าผลิตสินค้าชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนูพรีเมียมในราคาจับต้องได้ นอกจากคุณภาพสินค้าที่ดีแล้ว ยังนำปัญหาที่คนใช้งานจริง ๆ ต้องเจอมาพัฒนาสินค้าให้ต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในท้องตลาด ฟังก์ชันชุดเครื่องนอนของแบรนด์เกือบทั้งหมดมาจากการสังเกตการใช้งานและฟีดแบ็กของลูกค้าทั้งสิ้น อย่างการใส่ตัวแป๊กตรงมุมปลอกผ้านวม หรือทำป้ายผ้าปูที่นอนให้มีสัญลักษณ์ว่าด้านไหนคือด้านไหน ทำให้การปูที่นอนง่ายขึ้นมาก 

เป็นธรรมเนียมของธุรกิจนี้ที่ทันทีเมื่อส่งของเสร็จ ระบบจะส่งข้อความอัตโนมัติไปถามความคิดเห็นของลูกค้า สัปดาห์ถัดไปก็จะส่งไปอีกรอบว่าใช้แล้วชอบไหม มีคำแนะนำว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้างหรือเปล่า

เห็นได้ว่าแบรนด์ให้ความสำคัญและใส่ใจในความคิดเห็นของลูกค้ามากที่สุด

“เนื่องจากเราไม่เคยทำตลาดนี้มาก่อน มันใหม่มากสำหรับเรา และเราอยากรู้จริง ๆ ว่าลูกค้าคิดยังไง เวลาเขาตัดสินใจซื้อก็อยากรู้ว่าเพราะอะไร ใช้ไปแล้วมีฟีดแบ็กยังไงบ้าง เลยได้อินไซต์จากลูกค้ามาเต็ม ๆ อย่างก่อนหน้านี้เราเคยทำผ้าปูที่นอนเป็นยางยืดรอบผืน แบบที่เขาฮิตกัน แต่พอลูกค้าใช้จริงก็ไม่ชอบเพราะหามุมไม่เจอ เลยมาปรับแก้ให้ยางยืดรัดแค่มุมแต่ยาวกว่าปกติ เชือกในไส้นวมจะเป็นแบบไหน มีกี่อันเพื่อให้ใช้ได้ดี เราก็ทดลองจนได้แบบที่พอใจ

“หรือเรื่องความสูงของผ้าปู เราทำสูงกว่าปกติ เพราะเดี๋ยวนี้ลูกค้ามักมีท็อปเปอร์วางบนที่นอนอีกชั้น ทำให้ผ้าปูทั่วไปคลุมได้ไม่หมด แล้วเรามีบริการสั่งตัดได้ ที่นอนไซส์ไม่ปกติ หมอนรูปทรงแปลก ๆ เราก็ทำให้ได้หมด ค่อย ๆ เพิ่มบริการพิเศษมาให้ลูกค้า” 

จุดขายของผ้าปูที่นอนของ Haus64 ที่มิกซ์แอนด์แมตช์สีสันได้ทั้งหมด ก็มาจากการคิดถึงจิตใจลูกค้าเช่นกัน

“เราอยากทำที่นอนให้สวย ออกแบบได้ตามสไตล์ของลูกค้าเอง เวลาไปเลือกซื้อผ้าปูมักขายเป็นชุด มีสีเดียว ซึ่งอาจจะน่าเบื่อ เราเลยตั้งใจให้ลูกค้าเลือกผสมสีในชุดได้เองตามชอบ ทำให้เวลาเราออกแบบลายผ้า เราต้องเอาทุกสีมาเทียบกันจริง ๆ เพื่อดูว่ามันผสมกันได้สวย ต่อให้เป็นคู่ที่ดูไม่เท่ากันก็ต้องออกมาไม่โดดมาก เรารู้สึกว่าการที่ได้เลือกเองเป็นชุด ๆ ชิ้น ๆ มันสนุกกว่า เหมือนได้แต่งห้อง จนมีคนคอมเมนต์ว่า ถ้าอยากจะเปลี่ยนฟีลห้องก็มาใช้แบรนด์นี้ เพราะไม่ต้องซื้อสีเดียวกันทุกชิ้น ไม่ต้องซื้อทั้งชุดใหม่ ซื้อแค่บางตัวก็ได้ สีที่เราคิดมามิกซ์กันได้หมด ลูกค้าซื้อแค่บางสี บางชิ้น แล้วก็เปลี่ยน Total Look ในห้องได้เลย หรือลูกค้าบางคนส่งรูปห้องมาให้เลย ให้เราช่วยเลือกว่าห้องสีนี้ควรใช้ผ้าสีอะไร สนุกมาก แอดมินก็ได้ช่วยลูกค้าคิดไปด้วย” 

ลูกค้าหลักของแบรนด์เป็นคุณแม่ รองลงมาก็เป็นคู่รักที่เพิ่งแต่งงานและต้องซื้อชุดเครื่องนอนใหม่ และคู่สีที่ขายดีที่สุดคือ Moonlight (สีเบจ) กับ Sand Strip (ลายเส้นสีน้ำตาล) และ Blue Dawn (สีฟ้าเทา) กับ Graphite Grid (ลายตางรางสีเทา) ที่ลูกค้าตามหาซื้อจนของหมด 

แนนเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวน่ารัก ๆ อย่างคุณแม่ลูกเล็กกลับมาซื้อเครื่องนอนซ้ำ เพราะปกติลูกนอนแล้วร้อน เหงื่อออกที่หัวเยอะจนไม่สบายตัว แต่พอเป็นผ้าปูของ Haus64 ลูกเหงื่อไม่ออกและหลับสบายขึ้น หรือลูกค้ามารีวิวว่าชอบผ้าปูแบรนด์นี้มาก ๆ เพราะไม่เกี่ยวส้นเท้าที่แตกแห้ง 

“เราเองก็เป็นคนที่มีปัญหาเรื่องนี้บ้างเหมือนกัน แต่ไม่เคยสังเกตเลย มาดูว่าทำไมมันถึงไม่เกี่ยว ก็เป็นเพราะว่าผ้าคอตตอนตามธรรมชาติมันจะเป็นใยสั้น ๆ ต่างจากผ้าใยสังเคราะห์ที่ใยมันจะค่อนข้างยาว สมมติเรามีหนังหรืออะไรคม ๆ ไปเกี่ยวก็ทำให้มันดึงออกมาทั้งเส้น มันก็จะกลายเป็นกระจุกหรือขุย ๆ ที่ผ้า ทำให้มันพัง แต่คอตตอนเป็นใยสั้น คือถ้าโดนเกี่ยวก็จะแค่หลุดออกไปนิดเดียว ไม่ได้กระจุกอยู่บนผ้า เราก็เลยรู้สึกว่าเป็นอีกอินไซต์ที่เราก็ค้นพบ รวมถึงคนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวก็คล้ายกัน ผ้าก็จะไม่พังง่าย ถ้าเป็นผ้าอื่น ขนน้องก็จะฝัง เอาออกยาก คอตตอนจะปัดได้ง่ายหน่อย”

ความจริงใจต่อลูกค้าคือหัวใจ

ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน และหมอน เป็นสินค้าที่ปกติผู้บริโภคต้องได้ลองจับลองลูบจริงก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ทำไมลูกค้าของแบรนด์ Haus64 กลับกล้าซื้อผ่านออนไลน์ แนนตอบอย่างมั่นใจว่า เพราะนโยบายที่จริงใจต่อลูกค้าที่เป็นหัวใจสำคัญคือคำตอบ

“เราบอกชัดเจนตั้งแต่แรกว่า ถ้าซื้อไปแล้วไม่พอใจ เรายินดีคืนเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ถามเหตุผลอะไรเลย ขออย่างเดียวคืออย่าเพิ่งเอาไปซัก ทุกคนก็พอใจเพราะสินค้าที่เค้าได้ตรงปกกับที่เราเคลมไว้ มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเยอะมาก เขาก็จะเห็นตั้งแต่การที่เราส่งของให้เขา มีห่อ มีโน้ตให้ มีดีเทล มี Care Card เขาก็ประทับใจว่าเราใส่ใจจริง ๆ 

“อาจเพราะว่าเราอยากเป็นเหมือนเพื่อนบ้านของลูกค้า วิธีการที่เราพูดในเพจก็จะเป็นการเล่าเรื่อง เหมือนเราเป็นเพื่อนบ้านที่มีอะไรมาเล่าให้ฟัง ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่ สนใจไหม มีอะไรก็คุยกันได้ และเราพร้อมที่จะรับฟีดแบ็กเพื่อไปพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพราะรู้ว่า Input ที่ดีที่สุดก็คือลูกค้านี่แหละ 

“เขาคือคนที่ให้โอกาสเราจริง ๆ แค่เห็นผ่านฟีดแล้วอยากจะสนับสนุน หลายคนบอกว่าเขาสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นแบรนด์ไทย นอกจากนี้ เรามีสุ่มโทรไปถามฟีดแบ็กลูกค้าด้วยนะ มีคนหนึ่งบอกว่าเป็นกำลังใจให้ เห็นมาตั้งแต่จุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ในฐานะคนทำ เราฟังแล้วรู้สึกปลื้มใจ รู้สึกโชคดีที่ได้รับโอกาสพิเศษนี้ เพราะฉะนั้น ทุกฟีดแบ็กเลยเป็นความหวังดีที่อยากให้เราพัฒนา เขาไม่ต้องบอกเราก็ได้ จะไปว่าที่อื่นก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะบอกเรา มันก็เป็นของขวัญสำหรับพวกเราเหมือนกัน”

Haus64 แบรนด์เครื่องนอนและผ้าขนหนูที่จริงใจกับลูกค้า และมีนโยบายคืนเงินให้ 100%

จุดเริ่มต้นของบ้านเลขที่ 64

ก่อน Haus64 เกิดขึ้น แนนเคยเป็นผู้ประกอบการในลักษณะ B2B (Business to Business) ขายส่งชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนูให้โรงแรมต่าง ๆ มาเกือบสิบปี และไม่เคยมีประสบการณ์ในการขายของให้ลูกค้ารายบุคคลหรือ B2C (Business to Consumer) มาก่อน จนช่วงโควิดที่โรงแรมจำนวนมากปิดเพราะล็อกดาวน์ ทำให้ออเดอร์ทั้งหมดตกฮวบกลายเป็นศูนย์ เธอจึงจับพลัดจับผลูมาเริ่มทำแบรนด์ใหม่อย่าง Haus64

ตอนนั้นเอง แนนเพิ่งผลิตผ้าขนหนูรุ่นที่ทำให้โรงแรมห้าดาวริมน้ำแห่งหนึ่งออกมากว่าพันชิ้น เธอตัดสินใจนำสต็อกที่มีมาขายในกลุ่มจุฬาฯ มาร์เก็ตเพลส ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีตั้งแต่ครั้งแรก 

“จำได้ว่าโพสลงกรุ๊ปประมาณ 5 ทุ่มกว่า หลังจากนั้นแค่ 1 – 2 นาทีก็มีคนทักมาซื้อ เราคิดว่าถ้าขายได้ 2 ชุดก็ดีใจแล้ว แต่หลังจากนั้นคนทักเยอะมาก วันนั้นตอบแชตจนถึงดึกดื่น”

จากที่มีแค่ผ้าขนหนูสีขาวอย่างเดียว ลูกค้าก็เริ่มถามถึงสีอื่นเรื่อย ๆ รวมถึงสินค้าอื่น ๆ เธอเลยตั้งใจทำผ้าขนหนูให้มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในหลายสี และต่อยอดมาเป็นผ้าปูที่นอน 800 เส้นที่สเปกสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกเช่นกัน 

“ปกติผ้าคอตตอนเขาจะทำสูงสุดอยู่ที่ 800 เส้น ตั้งแต่ที่เราทำธุรกิจนี้มาเกือบ 10 ปี มีแค่ 1 – 2 โรงแรมเท่านั้นที่ใช้เกรดนี้ ส่วนตัวเราเองก็ชอบแบบจำนวนเส้นเยอะ ๆ แต่พอจะเอามาขายเองก็คิดว่าถ้าเป็น 500 เส้นน่าจะชัวร์กว่า ขายได้และมีตลาดแน่นอน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลองทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง โดยการเอาตัว 800 เส้นมาขาย ผลตอบรับก็ออกมาดีกว่าที่คิดไว้”

ในเวลาที่ตลาดเปลี่ยนไปสนใจผ้าที่ค่อนข้างนุ่มลื่นอย่างผ้าโพลีเอสเตอร์ คอตตอนซิลค์ หรือผ้าเทนเซลกันหมด แต่ Haus64 กลับเลือกทำผ้าปูที่นอนจากผ้าฝ้ายหรือคอตตอน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะแนนเชื่อว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น ด้วยความเป็นคนขี้ร้อนเป็นทุนเดิมของแนน เวลานอนตอนกลางคืน ผ้าปูที่นอนจึงควรมีคุณสมบัตินอนแล้วสบายตัว ไม่อับชื้นจนเหงื่อออก หรือต้องถีบผ้าห่มออกกลางดึก รวมถึงลักษณะพิเศษของผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ คือยิ่งซักจะยิ่งคลายตัวและยิ่งนุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เหมือนผ้าตัวอื่นที่จะค่อนข้างคงรูป แต่ในขณะเดียวกันอายุการใช้งานก็นานมากเช่นกัน 

“แนนเคยคำนวณแล้วถ้าซักอาทิตย์เว้นอาทิตย์ก็อยู่ได้แปดปีเลย ก็คิดว่ามันเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ ประหยัดด้วย แล้วก็ยิ่งใช้แล้วยิ่งนอนสบายมากขึ้นด้วย ดูแลง่ายมาก โยนเข้าเครื่องซักตามปกติเลยเพราะมันทนมาก” 

Haus64 จึงเกิดขึ้นมาด้วยความตั้งใจอยากทำของดี ๆ ให้บ้านคนซื้อสวยอบอุ่นเหมือนกัน ตั้งชื่อแบรนด์ว่า Haus แล้วเลือกบ้านเลขที่มาต่อท้าย โดยปัจจุบันมีผ้าขนหนู 6 สี และชุดเครื่องนอนมากกว่า 10 ดีไซน์ให้เลือกสรร คละลายและสีได้ตามต้องการ

Haus64 แบรนด์เครื่องนอนและผ้าขนหนูที่จริงใจกับลูกค้า และมีนโยบายคืนเงินให้ 100%

ขัดความเชื่อเดิมที่มีมา

จากประสบการณ์ตลอดเกือบสิบปีในตลาด B2B (Business to Business) วงการนี้มีความเชื่อมาตลอดว่าผ้าขนหนูตามบ้านต้องน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติตากแล้วแห้งเร็ว ไม่มีใครซื้อผ้าขนหนูหนา ๆ แบบโรงแรมไปใช้เองในชีวิตประจำวัน แต่เธอกลับมองว่ายังมีตลาดของคนที่ชอบผ้าขนหนูลักษณะนี้อยู่ ซึ่งก็เป็นข้อแตกต่างที่ทำให้สินค้าของ Haus64 ไม่เหมือนใคร

“คนที่ผลิตให้เขาห้ามเราอยู่ 3 รอบ บอกว่าจะทำเหรอ คิดดี ๆ นะ แต่เราตัดสินใจว่าจะทำ ถ้าขายไม่ออกจะยอมรับเอง เรารู้อยู่ว่าไม่ค่อยมีใครทำเท่าไหร่หรอก เพราะยกสเปกโรงแรมมาทั้งยวง ทั้งความหนัก ความหนา ความแน่น ปกติผ้าเช็ดตัวตามบ้าน คนเชื่อว่าต้องเป็นแบบบาง เพราะตากแล้วแห้งเร็ว แต่เราใช้ผ้าของตัวเอง เรารู้ว่าเช็ดตัวปุ๊บแล้วตัวแห้งเลย พอวางขาย คนซื้อไปใช้ก็รู้สึกเหมือนกัน ความเจ๋งคือมันซับน้ำได้เร็วมาก เพราะหนา เส้นใยเยอะ ซับตัวได้แห้งทันที”

แนนอธิบายว่า ปกติแล้วการผลิตผ้าขนหนูให้ออกมานุ่ม เทคนิคทั่วไปคือการคลายเกลียวเส้นใยออก แต่ผ้าจะซับน้ำได้ช้าลงเช่นกัน ทำให้ผ้าขนหนูที่นุ่มมาก ๆ ซับน้ำได้ไม่ค่อยดีนัก ผ้าขนหนูของ Haus64 จึงออกแบบมาให้นุ่มกำลังดี หนาหนักแต่ซับน้ำได้เร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็แห้งไวด้วย 

การสร้างแบรนด์ = ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอด

ในสมัยที่เธอทำสินค้าส่งให้ธุรกิจโรงแรม ความอึดอัดใจในการลดสเปกเพื่อลดต้นทุนการผลิตเป็นสิ่งที่ติดค้างในใจมาเสมอ

“เรารู้ว่าของที่เลือกมาเองดียังไง แต่โรงแรมส่วนมากต้องคำนึงถึงต้นทุนเป็นหลัก ​​สุดท้ายจะทำกี่ร้อยเส้นก็ได้ แต่ราคาต้องสู้กับอีกเจ้าหนึ่งได้ ถ้าไม่เท่าก็ต้องถูกกว่า พอมาทำ B2C เรารู้สึกว่าอยากทำอะไรเต็มที่แค่ไหนก็ทำได้เลย เช่น อยากได้ผ้า 800 เส้นเราก็ทำ หรือปลอกผ้านวมที่ข้างในผูกเชือกยาก เราอยากติดแป๊กสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งในเมืองไทยทำไม่ได้ ต้องไปสั่งจากโรงงานที่ญี่ปุ่น เราก็ทำ อยากทำอะไรก็ใส่ลงไป เลยรู้สึกแฮปปี้กว่ามาก”

การปรับตัวจากการทำออเดอร์ส่งโรงแรมร้อยราย มาเป็นลูกค้านับหมื่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเทคโนโลยีมารองรับทั้งหมด

“​​เดี๋ยวนี้มีระบบมาช่วยเยอะ ก็เลยไม่ยุ่งเท่าที่คิด น้องชายเป็นคนดู ซึ่งเขาทำระบบเก่งอยู่แล้ว อย่างเมื่อก่อนโรงแรมเราก็จะส่งออเดอร์ใหญ่ ๆ ครั้งหนึ่งที่ละ 500 – 1000 ผืน แต่ B2C เราส่งที่ละชิ้นสองชิ้น เพราะฉะนั้นระบบภายในก็จะเป็นคนละระบบ ใช้โปรแกรมขึ้นมาช่วย การรับออเดอร์ลูกค้า มีออกบิล ติดต่อขนส่ง ใช้พวกนี้มาช่วยทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น”

ยิ่งหลงใหล ยิ่งใส่ความน่าสนใจให้สินค้า

แนนบอกเราว่าพื้นฐานที่ทำให้เธออยู่ในวงการนี้มานาน ยิ่งทำให้อินในสิ่งที่ทำ

“อย่างเวลาไปเดินห้าง เห็นผ้าแล้วเราอดไม่ได้ที่จะจับ และอยากดูว่าคนอื่นเขาทำอะไรกันอยู่ เราไปเดินงานแฟร์เกือบทุกปี เพื่อจะไปดูว่ามีอะไรใหม่ ๆ บ้าง มันก็ทำให้อินขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่อินที่สุดน่าจะเป็นความสบายและบ้านสวย ๆ เราชอบนอนบนที่นอนนุ่ม ๆ บรรยากาศดี ๆ พวกผ้าที่โดนตัวเราก็เป็นความรู้สึกหนึ่งที่เราหลงใหล”

ประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิดที่คนต้องหันกลับมาอยู่บ้านมากขึ้นและให้รางวัลตัวเองจากการทำงานเช่นกัน 

แนนยกตัวอย่างน่าสนใจ อย่างลูกค้าวิ่งมาราธอนหนัก ทุกครั้งที่ออกกำลังกายเสร็จก็มีที่นอนดี ๆ เป็นรางวัลให้ตัวเอง หรือบางคนเพิ่งแต่งงาน เลยอยากซื้อผ้าปูที่นอนดี ๆ ให้เจ้าสาวได้นอนอย่างสบายที่สุด ลูกค้าบางคนมีลูกเล็ก ก็พบว่า Haus64 ทำให้เด็กหลับง่าย หลับสนิทยิ่งขึ้น

“จากเมื่อก่อนคนอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับผ้าปูที่นอนหรือการแต่งบ้านบางมุม แต่พอต้องอยู่บ้านนาน ๆ การแต่งบ้านหรือการดูแลบ้านให้สวยขึ้นก็บูมขึ้นมา เทรนด์เปลี่ยนไป ได้เห็นว่าคนหันมาสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น เหมือนทำงานมาหนัก ๆ หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกบ้านมา กลับบ้านก็อยากให้รางวัลตัวเองได้ทุกวันด้วยบ้านที่สวย ที่นอนที่นอนสบาย ผ้าขนหนูที่สัมผัสผิวแล้วนุ่ม จากเมื่อก่อนการไปเที่ยวคือรางวัล ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นชีวิตประจำวันมากกว่า”

เสียงตอบรับเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ บางครั้งคนผลิตก็อาจมองไม่เห็นด้วยตัวเอง คำชมทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ ส่วนคำติก็ช่วยพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นไปอีก

Haus64 แบรนด์เครื่องนอนและผ้าขนหนูที่จริงใจกับลูกค้า และมีนโยบายคืนเงินให้ 100%

ทิศทางในอนาคตของ Haus64

การมีโชว์รูมที่ให้ทุกคนได้ลองมาเห็นสินค้าจริง ยังเป็นเรื่องที่เจ้าของแบรนด์มองว่าจำเป็น แม้การขายออนไลน์ปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว 

“เราไปออกงานบ้านและสวนครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งคนที่มาก็บอกว่าอยากจับผ้ามาตั้งนานแล้ว เราเลยคิดว่ายังจำเป็นอยู่ แต่เนื่องจากเรายังไม่ค่อยอยากเอาเข้าห้าง เพราะเวลาเข้าห้างก็จะต้องมีค่าการตลาด เสียค่า GP ให้ห้างเยอะ เราจะทำราคานี้ให้ลูกค้าไม่ได้ สมมติว่า 800 เส้น ชุด 4 – 5 ชิ้นธรรมดาทั่วไปเขาขายกันเฉียดหมื่น ในขณะที่เราขายแค่ 5,000 – 6,000 บาท การเข้าห้างเลยจะทำให้ลูกค้าต้องจ่ายแพงโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าถามว่าอยากมีโชว์รูมไหม ในอนาคตก็อยากมีนะ ตอนนี้เราก็มีเพื่อนสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ เขามีโชว์รูมให้ไปลองจับ มีเอาไปวางเล็ก ๆ น้อย ๆ น่าจะสักช่วงประมาณปีหน้า อาจจะได้เห็นโชว์รูมของแบรนด์เราเอง”

ส่วนอนาคตของ Haus64 แนนมีแผนที่จะแตกไลน์ผลิตภัณฑ์มาเป็นของใช้ในบ้านเพิ่มเติม รวมถึงการทำ Collaboration กับดีไซเนอร์ไทย เพราะอีกความฝันของเธอ คือการนำพาแบรนด์เติบโตไปไกลถึงต่างประเทศ 

“อาจจะต้องย้อนนิดหนึ่ง วงการสิ่งทอของเมืองไทยเป็นอุตสาหกรรมขาลงมาหลายปีแล้ว ถ้าจะลงทุนเพิ่มหรืออยากเป็นที่รู้จักในตลาดโลกมันก็ยากมากที่เราจะสู้จีนหรืออินเดียไหว เราคิดว่าในแง่ Economy of Scale เขาอาจจะได้เปรียบกว่า แต่ไทยเรามีของดีอย่างผ้าไทยหรือมีดีไซเนอร์เก่งๆ เยอะมาก เราเอาไอเดียเราไปขายก็ได้นี่นา ใช้การดีไซน์ ใช้ความสามารถของคนไทยในการเล่าเรื่องและความเป็นมา วัฒนธรรมของเราผ่านงานผ้าแล้วส่งออกไปตลาดโลก เรามีภูมิปัญญาอยู่ ก็เอามาปรับมาประยุกต์ให้มันใช้ได้และทันสมัย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะขยายไปหลาย ๆ ประเทศ เพราะอยากให้คนรู้จักว่าคนไทยก็ทำงานดีไซน์ได้เหมือนกัน”

แนน-พนัชกร บุญยิ่งสถิตย์ Managing Director ของ Haus64

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่ดีคือธุรกิจที่ปรับตัวตามสถานการณ์ได้ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ตลาดใหม่ ๆ อยู่ตลอด
  • รีบมองหาโอกาสหรือช่องว่างทางการตลาดใหม่ ๆ ให้ออก จะทำให้สินค้าหรือแบรนด์ของเราแตกต่างจากเจ้าอื่นได้อย่างยั่งยืน
  • การนำอินไซต์หรือ Pain Point ของลูกค้ามาพัฒนาต่อ จะทำให้สินค้าแก้ไขปัญหาของกลุ่มเป้าหมายได้จริงและเกิดการซื้อซ้ำ
  • การสื่อสารอย่างจริงใจกับลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะผู้บริโภคสัมผัสได้จริงถึงความเอาใจใส่ของผู้ประกอบการ

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load