“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.”

เราพยายามอ่านประโยคที่กำแพงประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจ พร้อมนึกหาเหตุผลที่ทำให้อยากหยิบลิปสติกสีเบอร์กันดีแดงฉ่ำขึ้นมาทันที แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

จนกระทั้ง ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-founder and Executive Creative Director แห่ง SOUR Bangkok (บริษัท เซาเออร์ บางกอก) เจ้าของสถานที่เดินเข้ามาเฉลยความหมายที่ซ่อนในระหว่างบรรทัด

SOUR Bangkok เป็นบริษัทเอเจนซี่โฆษณาน้องใหม่ที่ประกาศจุดยืนในตลาดชัดเจนกว่าใครว่า เป็นเอเจนซี่ที่สนใจและทำเนื้อหาประเด็นเรื่องผู้หญิงโดยเฉพาะ

และไม่ว่าสัดส่วนการครองตลาดที่มีตัวเลขอัตราส่วนประชากรโลกชายและหญิง 1:7 จะมีนัยสำคัญมาเกี่ยวหรือไม่ เรากำลังจะเข้าสู่สังคมสาวโสดจนต้องสนใจตลาดผู้หญิงล้วนหรือเปล่า ความสนุกของเกมวงการโฆษณาที่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อสร้างสรรค์และการเป็นเอเจนซี่น้องใหม่ที่มุ่งเน้นไปตลาดผู้หญิงเป็นอย่างไร

เอเจนซี่เพื่อนหญิงพลังหญิงนี้จะเล่าให้คุณฟัง

คำเตือน โปรดระวังจะหลงเสน่ห์

SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Sweet and SOUR

“ผู้หญิงจะสวยด้วยเก่งด้วยไม่ได้หรอ” ดมิสาฐ์บอกเรา เมื่อเราถามถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของผู้หญิง

“เราอยู่วงการโฆษณา สัมผัสมาตลอดว่าคนวงการโฆษณามักจะตีความไปที่ Core Idea อย่างความสวยต้องมาจากข้างใน นักแสดงหญิงต้องไม่แต่งหน้า เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความหมายของพลังหญิงที่แท้จริง พลังหญิงน่าจะรวมรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน เราอยากผลักดันประเด็นความคิดนี้สู่การรับรู้ในสังคมว่าผู้หญิงยุคนี้ทั้งสวยและเก่งได้” ดมิสาฐ์เล่าถึงความตั้งใจเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเอเจนซี่ที่สนใจประเด็นเรื่องผู้หญิง

พอพูดถึง content ผู้หญิง ทุกคนมักจะกระโดดไปนึกถึงเครื่องสำอางอยู่เสมอ

“ทุกคนจะเข้าใจว่า content ของผู้หญิงคือเรื่องความสวยความงาม จะว่าไปเหล่านี้เป็นความเข้าใจผิดของตลาด ซึ่งลูกค้าหลายรายที่เราพบก็ยังคิดแบบนั้น เขามักจะถามเสมอว่าเรารับแต่สินค้าเครื่องสำอางใช่ไหม แต่สำหรับเราคำว่าผู้หญิงมีมุมและมิติต่างๆ ในชีวิตอีกเยอะมากที่เราไม่เคยเล่น เรื่องไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ ศิลปะและอื่นๆ อีกมากมายที่อยู่รอบตัวผู้หญิง เรื่อง knowledge และ how to ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ในวันที่ออฟฟิศเราได้เครื่องต้มกาแฟเป็นของขวัญวันเปิดบริษัท ทีมงานเรามีแต่ผู้หญิงและทุกคนไม่มีใครใช้เครื่องต้มกาแฟนี้เป็นเลย (หัวเราะ) อย่างแรกที่น้องในทีมทำก็คือ เปิด YouTube พิมพ์ชื่อเครื่องและรุ่นก็เจอขั้นตอนการต้ม 1 2 3 4 จะเห็นว่ามีเนื้อหาทำนองนี้อยู่มากมายนะ และวันหนึ่งผู้หญิงบางคนอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรเกี่ยวกับ IT รถยนต์ งานศิลปะ”

ก่อนที่เราจะถามถึงที่มาของชื่อว่าทำไมต้องเปรี้ยวจี๊ดมะนาวจริงด้วย “เราชอบคำว่า sour ก่อนหน้านี้เราเคยดูมิวสิกวิดีโอของญี่ปุ่น จำชื่อวงและเพลงไม่ได้ แต่จำความรู้สึกได้ว่าเท่มาก ในวันที่ทำบริษัทของตัวเองเราก็นึกถึงคำที่เป็นรสชาติของผู้หญิงซึ่งมีหลายรสชาติ แค่รสหวานกับเผ็ดคงไม่พอ ต้องเติมรสเปรี้ยวลงไปด้วย รสชาติก็จะกลมกล่อมขึ้น”

So tell me what you want, what you really really want

คนที่ทำงานเอเจนซี่โฆษณามามากกว่า 10 ปีกับการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

“เราทำงานอยู่เอเจนซี่มาสิบกว่าปี และพบทุกที่มีปัญหาแตกต่างกันไป ดังนั้นในวันที่เริ่มต้นจริงๆ เราก็คิดว่าเราควรจะหยุดบ่น เราควรจะ stop complaining แล้วมา start doing นั่นคือ เมื่อไม่ชอบหลักการของที่นี่แล้วย้ายไปที่นั่นแบบแต่ก่อนมันไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาแล้ว ในเมื่อเราไม่เชื่อในที่นั่นเราก็ทำในทางที่เราเชื่อไปเลยสิ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำเอเจนซี่ของตัวเอง ตอนแรกตั้งใจจะทำเล็กๆ เริ่มจากมองหาจุดขายว่าในตลาดยังไม่มีอะไร ซึ่งพอดีกับช่วงหลังเราได้ทำงานและแคมเปญเกี่ยวกับผู้หญิง เราก็เริ่มรู้สึกอิน จึงตัดสินใจวาง positioning ของแบรนด์ให้เป็นเอเจนซี่ที่โฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิง

“พอมีเพื่อนๆ ในวงการเริ่มรู้ว่าเราคิดทำอะไรก็เริ่มมีคนติดต่อมาขอร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งเราตัดสินใจร่วมงานกับ CJ Worx เหตุผลข้อแรกก็คือ CJ Worx เป็น Independent Agency อย่างแท้จริง เราอยู่กับ network มาตลอดชีวิตก็พบว่ามีข้อดีข้อเสียที่ทำให้เราอยากลองดูว่าถ้าการทำงานแบบใหม่นี้ไม่ขึ้นตรงกับ network หรือ KPI และเป็น Independent Agency ก็น่าจะอิสระมากกว่า เหตุผลขอที่สองคือ เราเองโตมาจากงานครีเอทีฟล้วนๆ อะไรที่เราไม่ถนัด CJ Worx ช่วยสนับสนุนเต็มที่ทั้งเรื่ององค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สื่อ สนับสนุนให้เราลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือแม้แต่เรื่องการ setup ระบบบริษัทด้วย”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

By women, for women

“ข้อดีของการกำหนด positioning ชัดเจน คือคนที่เข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พาร์ตเนอร์ หรือน้องในทีม เขาจะพอรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำอย่างไร เขาอยากได้อะไร เขามีความเห็นในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นเราแทบจะไม่ต้องใช้เวลาอธิบายความตั้งใจ และไม่น่าเชื่อว่าตลาดนี้กว้างกว่าที่เคยคิดมาก

“ตอนเริ่มต้นทำบริษัทมีแค่ 2 – 3 คนที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ส่วนใหญ่จะทักถามว่าตีกรอบ positioning ไปที่ผู้หญิงจะแคบไปไหม ผู้หญิงในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า โลกปัจจุบันมีความหลากหลายทางเพศทำไมเราคิดถึงแค่ผู้หญิง ซึ่งในความจริงเราไม่ได้มองว่าผู้หญิงหมายความถึงเพศหญิงอย่างเดียวนะ แต่มีมุมมองหรือมิติที่มากมายกว่านั้น ทั้งในแง่เพศสภาพ จิตใจ อายุ ซึ่งหมายรวมถึงพฤติกรรมของเขา เช่น สินค้าที่เป็นแบรนด์รถยนต์ทุกคนก็จะคิดถึงผู้ชาย แต่แทบไม่เคยมีใครรู้เลยว่าจากข้อมูลสถิติมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาผู้หญิงออกรถเยอะกว่าผู้ชายเสียอีก เพราะฉะนั้น ผู้หญิงเป็นเจ้าของรถเยอะและปัญหาคือผู้หญิงดูแลรถไม่เป็น เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพฤติกรรมก็เป็นตัวกำหนดแบรนด์นะ ไม่ได้หมายความว่าคำว่า ผู้หญิง เท่ากับผู้หญิง แต่มีเรื่องของพฤติกรรมที่สามารถนำมาทำแคมเปญก็ได้”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้

STRONG!

“ปีนี้ถือเป็นปีที่ท้าทายมากเพราะว่ามี Independent Agency เปิดใหม่เยอะมาก และเอเจนซี่แต่ละที่ก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป บางเจ้า one-stop service เป็นทั้งครีเอทีฟเป็นทั้งโปรดักชัน บางเจ้าก็มีเครือข่ายสนับสนุนจากเอเจนซี่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ท้าทายคือลูกค้าก็จะมีตัวเลือกมากมาย และในกรณีที่ลูกค้ายังไม่เชื่อเรื่องตลาดผู้หญิงมากนัก เขาก็มอบโจทย์ให้ลองเสนอแผนงานเรื่องความเป็นผู้หญิงที่เชื่อมกับสินค้า จะเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ค่อนข้างเปิดโอกาสให้พวกเรา”

ดมิสาฐ์เล่าให้เราฟังว่าอีกหนึ่งความท้าทายของเอเจนซี่ยุคใหม่นี้ก็คือการดึงคนรุ่นใหม่ที่เก่งๆ ให้ทำงานอยู่กับองค์กรได้ตลอด “คิดว่าในหลายๆ บริษัทน่าจะเจอเหมือนกันหมดนะ เด็กรุ่นใหม่มักจะอยากจะเป็นฟรีแลนซ์เพราะคิดว่ามีอิสระด้านเวลาและรายได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่บริษัทใหม่ๆ จะสามารถรั้งคนเก่งให้ทำงานอยู่กับเขาไปได้ตลอด แต่จากการทำงานกับน้องๆ ในทีมของเรา เราพบว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขาอยากอยู่กับเรา ก็คือการมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ทุกคนที่มาทำงานกับเราต่างรู้ตัวเองว่าอยากได้งานที่ดี มีความมุ่งมั่นในแบบเดียวกัน เฉลิมฉลองด้วยกันเวลาที่ลูกค้าซื้อไอเดียแบบที่เราอยากทำ เราจึงคิดว่าความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจนี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยู่กับเรา”

นอกจากจะเป็นเอเจนซี่ที่มีโจทย์ชัดเจนเรื่องแคมเปญสำหรับผู้หญิงแล้ว ในด้านการทำงานกับทีมที่มีแต่ผู้หญิง เราสงสัยว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกับเอเจนซี่ทั่วไปบ้างหรือไม่

“เรื่องการทำงานคงไม่เปลี่ยนไปจากเอเจนซี่แบบเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องที่แตกต่างชัดเจนคงเป็นเรื่องการมีอยู่ของกระจกเงากลางออฟฟิศ (หัวเราะ) จริงๆ เราทำงานกับผู้หญิงมาบ้างอยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่ชัดเจนเมื่อเทียบการทำงานระหว่างชายและหญิงคือเรื่องความละเอียด ทั้งการคิดที่รอบด้านและรายละเอียดเล็กๆ ที่บางทีเราลืมไป ถ้าใครอยู่ในสายงานนี้แล้วเคยทำงานกับคนตัดหนังหรือคนทำสีในหนังที่เป็นผู้หญิงจะเห็นว่างานละเอียดกว่านะ”

SOUR Bangkok เอเจนซี่โฆษณาเพื่อนหญิงพลังหญิงที่เปรี้ยวและซ่าที่สุดในขณะนี้
SOUR Bangkok, ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา

Give me a SOUR, hit me baby one more time

แม้ SOUR Bangkok จะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็มีผลงานเปรี้ยวแซ่บสมชื่อให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ เราจึงขอให้ดมิสาฐ์เล่ากระบวนการคิดงานที่แปลกและสร้างสรรค์ที่สุดตั้งแต่เคยทำมา หนึ่งในนั้นก็คืองานไวรัล ใครซื้อเต่าให้

จากวันที่ได้รับฟังเรื่องราวของแบรนด์เครื่องหนัง Viera by Ragazze ดมิสาฐ์รู้สึกถึงความพิเศษในเรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องหนังซึ่งลูกค้าของแบรนด์มักมองหาแต่สิ่งเนี้ยบๆ ไม่ค่อยรู้ว่าเครื่องหนังต้องใช้ให้เกิดร่องรอยแล้วจะยิ่งสวย ทาง SOUR Bangkok จึงเสนอคอนเซปต์ Craft by Life ร่องรอยความสวยงามที่แตกต่างจากการใช้งานที่แตกต่างกัน ผลก็คือลูกค้าชอบมาก โดยตอนแรกทีมงานตั้งใจจะทำหนังสั้นเล่าร้อยเรียงเรื่องราว แต่ในขณะที่กำลังพรีเซนต์เพื่อเตรียมถ่ายทำจริงอยู่นั้นลูกค้าก็บรีฟเพิ่มเติมว่า “ขอหนังที่ดูไม่รู้เรื่องได้ไหม อันนี้มันรู้เรื่องเกินไป”

“ฟังแล้วท้าทายมากเลย (หัวเราะ) เพราะเราทำการสื่อสารซึ่งก็ต้องให้คนรู้เรื่อง สุดท้ายจึงกลายมาเป็น Fashion Film ที่อยู่ตรงกลางระหว่างการเล่าเรื่องแบบไม่รู้เรื่องและนำเสนอสินค้า ซึ่งก็ทำให้คนดูเข้าใจว่าคอนเซปต์คืออะไร และพอดีกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ลูกค้าเปลี่ยนโลโก้เป็นรูปเต่า ในวินาทีสุดท้ายมากๆ ลูกค้าถามว่า ‘ใส่เต่าลงไปในหนังด้วยได้ไหม’ เราก็คิดว่าไหนๆ หนังก็มาทางนี้แล้ว ก็ให้ผู้หญิงสักคนในเรื่องเลี้ยงเต่าเลยแล้วกัน จึงเกิดเป็นเรื่องราวชีวิตหลายๆ คู่ในนั้นหนังสั้นเรื่องนี้ สุดท้ายหนังไม่ได้เฉลยนะว่าใครซื้อเต่าให้ใคร เลยเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ มันไม่รู้เรื่องแต่มันโอเค เป็นงานที่แปลกสุดที่เคยทำเพราะลูกค้าบรีฟได้เซอร์เรียลมากๆ”

SOUR Bangkok
SOUR Bangkok

Wonder Women x Women

และแม้จะเป็นเอเจนซี่ที่น้องใหม่ เมื่อถามถึงบทเรียนสำคัญของการทำธุรกิจนี้ ดมิสาฐ์ก็ชวนเรามองเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างตั้งใจ

“มีแบรนด์เกิดใหม่ทุกวัน พอใครมีไอเดียอะไรก็ลุกขึ้นมาทำแบรนด์ จากบทเรียนที่ผ่านมาเราพบว่าการสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งให้โดดเด่นออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น และถ้าสังเกตพฤติกรรมการรับสื่อปัจจุบันจะเห็นว่าในแต่ละวันคนเรารับเนื้อหาสุดทางมาก บางวันก็รุนแรงสุดๆ เศร้าหมองจากคดีฆ่าหั่นศพ และบางวันก็ชวนกันไปฮิตขนมหวานน้ำแข็งไส มันหลากหลายมากและสุดทางจนทำให้คนเราด้านชา เราจึงเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกงานที่ทำเราตั้งใจให้มีไอเดียที่แข็งแรงเป็นหลักเพื่อให้งานนั้นๆ ทำงานกับความรู้สึกของคน ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องยากและท้าทายเราและตลาดไม่น้อย” ได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ไฟในการทำงานของเราลุกโชนขึ้นไม่น้อย ก่อนจะฝากคำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจจากความรัก

“ ‘ความรักกับการทำธุรกิจ’ สำหรับเราแล้วคนละเรื่องกันนะ รักอย่างเดียวบางทีก็ไปไม่รอด มันต้องมีทักษะด้านอื่นๆ ด้วย อย่างเราโตมาจากสายงานครีเอทีฟที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องบริหาร วันหนึ่งต้องมา run ธุรกิจทั้งหมด เป็นทั้งเจ้านาย เป็นทั้งลูกน้อง ต้องโน้มน้าวคน แม้กระทั่งทำออฟฟิศก็ต้องคุยกับช่าง รายละเอียดที่ต้องติดต่อประสานคนมันเยอะมากๆ ดังนั้นความรักอย่างเดียวจึงไม่พอ ปกติเราก็แค่คิดงาน พรีเซนต์งานลูกค้า ขายผ่าน ก็คือจบแล้ว แต่มันยังมีงานหลังบ้านอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการบริหารและเรื่องแหล่งเงินทุนซึ่งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย เรื่องความรักในสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าต้องรู้จักหาคนที่จะดำเนินธุรกิจไปรอดได้ และโชคดีที่เราโตมากับพ่อและแม่ที่ทำกิจการเราก็เลยพอเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการอยู่บ้าง”

บทความนี้เรียบเรียงไปพร้อมๆ กับลองยาทาเล็บสีพีชสลับกากเพชรสีเขียวเทอควอยซ์

“When life gives you lemons, squeeze them in people’s eyes.” เรากลับขึ้นไปมองประโยคในบรรทัดแรกอีกครั้งก่อนขยิบตาข้างขวา แล้วแกล้งเปิดฝาแยมสตรอว์เบอร์รี่ Super Manly Man ที่ SOUR Bangkok ฝากมาให้ลองชิมไม่ออก

ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา
 ภาพ: SOUR Bangkok

The Rules

  1. ใช้ความเป็นผู้หญิงให้เป็นประโยชน์: ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจได้มาด้วยการบังคับ เราได้สิ่งที่เราต้องการมาด้วยการอ้อน
  2. ใช้ความอิจฉาจุดประกายเรา: อยู่ในวงการครีเอทีฟมันต้องมี passion เช่น CJ Worx ได้กรังด์ปรีซ์ เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องทำงานให้ดียิ่งขึ้นไป จุดประกายให้เราอยากคิดงานดีๆ ออกมาทุกวัน
  3. คิดถึงคนอื่นเสมอ: พี่ต่อ (ธนญชัย ศรศรีวิชัย) สอนเสมอว่าทำงานให้คิดถึงคนอื่น คิดถึงลูกค้าด้วยว่าเขาจะขายของได้ไหม อย่าคิดถึงแต่ทำงานเอารางวัลเพียงอย่างเดียว

 

SOUR Bangkok

Website: www.sourbangkok.com
Facebook: SOUR Bangkok

 

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สำหรับ ‘โรงเรียนปิติศึกษา’ (Pitisuksa School Chiang Rai Montessori) Montessori แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ‘ต้นไม้ สายลม แสงแดด ดิน หญ้า’ ไม่ใช่ของตกแต่งที่ทำให้สถานศึกษาดูดี แต่ทั้งหมดคือสื่อการเรียนการสอนและเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการชิ้นสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อการเติบโตตามธรรมชาติของเด็ก

ว่าแต่การศึกษา Montessori (มอนเตสซอรี่) ที่เราพูดถึงคืออะไร

Montessori คือหลักสูตรอายุกว่า 120 ปี มีต้นกำเนิดจากแพทย์หญิงชาวอิตาลี มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) โดยเน้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ เติบโตตามธรรมชาติและความต้องการของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งในหลายประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่การศึกษาทางเลือก แต่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ทั่วไป

แล้ว Montessori ที่เน้นการเล่นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ได้ผลจริงหรือ

การพัฒนาการศึกษาที่เป็น ‘ทางเลือก’ ในสังคมไทยต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง

เหล่าผู้บริหารสร้างความเชื่อมั่นและทำให้โรงเรียนเติบโตได้อย่างไร

The Cloud ขอเดินตาม ณัฐฬส วังวิญญู, นุก-ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ กรรมการ และ ครูอ้อย-ปิยะนุช ชัชวรัตน์ ผู้อำนวยการ ไปหาคำตอบทั้งหมดใต้เงาไม้ ในอาคารที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเสียงภาษาอังกฤษดังเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหน

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

2542

Welcome to Pitisuksa School

25 ปีก่อน เชียงรายเป็นจังหวัดที่โรคเอดส์และวัณโรคระบาดหนัก นักวิจัยจากต่างประเทศ ทั้ง CDC สหรัฐอเมริกา RIT ของญี่ปุ่น และอังกฤษ เข้ามาทำวิจัยในพื้นที่พร้อมครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองต้องการหาสถานศึกษาให้ลูก แต่ในยุคนั้นยังไม่มีโรงเรียนนานาชาติ พวกเขาจึงรวมตัวกันก่อตั้ง ‘มูลนิธิปิติศึกษา’ ขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีนักเรียน 12 คน คละวัยกันทั้งหมด

ปรากฏว่าสิ่งที่ริเริ่มได้ผลตอบรับดี จากตำบลป่างิ้ว ทางตอนใต้ของเชียงราย พวกเขาจึงย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2545 เปลี่ยนสวนลิ้นจี่ เงินบริจาคจากเจ้าของที่ดิน และการระดมทุนจากผู้ปกครองมาเป็นอาคารและปัจจัยในการพัฒนาลูกหลาน

เรามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบและคิดว่า บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ พื้นที่วิ่งเล่นแยะ

แต่พวกเขาทั้งหมดหันมาบอกเราพร้อมกันว่า ยังไม่เพียงพอ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ช่วงนี้โรงเรียนกำลังเติบโต มีนักเรียน 240 คน ที่ดินเดิมกลับกลายเป็นคับแคบอีกครั้ง พวกเขาจึงวางแผนเพื่อไปยังสถานที่ที่กว้างพอให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดย Master Plan แห่งใหม่ออกแบบโดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ป่า’ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติสำคัญต่อการเรียนรู้ มีสระน้ำเพื่อศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเสมือนลำเหมืองในภาคเหนือ มีทุ่งนาสำหรับทำกิจกรรม เรียนรู้เรื่องป่า เวิร์กชอปงานฝีมือ และสร้างความสุนทรีให้ตัวเด็กเอง

ครูอ้อยเล่าว่า เธอตั้งใจลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกคนที่สองซึ่งเป็นออทิสติก สามีของเธอเป็นกรรมการโรงเรียนยุคก่อนจึงชวนมาทำงานที่นี่ พร้อมให้ลูกมาเรียน จากที่จบเศรษฐศาสตร์จึงเรียนครูเพิ่มในสาขา Montessori สำหรับเด็กพิเศษ และเรียนต่อทางการบริหารการศึกษาเพื่อมาเป็นผู้จัดการโรงเรียน

โครงสร้างดั้งเดิมเป็นรูปแบบมูลนิธิ แต่มีข้อจำกัดเยอะ เมื่อไม่แสวงหาผลกำไรจึงระดมทุนพัฒนาต่อได้ยาก ไม่เกิดการบริหารอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองจึงไม่เกิด โรงเรียนก็ขยับขยายไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนวาระของผู้รับอนุญาต ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ ทางกรรมการจึงพิจารณาโครงสร้างใหม่ให้เลี้ยงต้นเองได้ เพื่อพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

“คุณณัฐฬส ชวน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร มา เขาจึงบอกว่าเราต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทไตรสิกขา คุณณัฐฬสเป็นผู้รับใบอนุญาต 

“ครูอ้อยทำหน้าที่ School Director ควบ School Manager ถ้าโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีตำแหน่งหลัง เพราะไม่ต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ในเอกชนต้องมี บริหารเงินอย่างไร พัฒนาบุคลากรอย่างไร เก็บค่าเทอมมาเท่าไหร่ต้องบริหารให้พอ ประเด็นคือต้องไม่ขาดทุน พอได้โครงแบบนี้เราก็ต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงและยังคงอยู่ คุณนุกก็เริ่มรีโนเวตสถานที่อีกทาง”

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นปิติศึกษาก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม แม้จะมีคำถามจากสังคมถึงความไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการเรียนการสอน แต่ศักยภาพของเด็กที่จบไปกลับแสดงผลลัพธ์ของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“หลายคนถามว่าสถานศึกษาแบบนี้เหมาะสมกับสังคมเราอย่างไร ผมถามต่อว่า จริง ๆ แล้วสังคมต้องการสถานศึกษาแบบไหน ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์หรือเปล่า ตอนนี้เราทำในสิ่งที่เชื่อว่าการศึกษาควรจะเป็น เส้นทางการศึกษาที่แท้จริงไม่ได้มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ แต่คือการพัฒนาความเป็นมุนษย์ให้สมบูรณ์ในแบบของพวกเขาเอง” 

นุกทิ้งท้ายก่อนเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่โรงเรียนตั้งใจมอบให้เด็ก เพื่อให้เด็กไปมอบกับสังคม

Montessori

โรงเรียนที่ไม่ควรเป็นทางเลือก

“เรานิยามตัวเองว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ด้วยกันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง โดยให้ความอิสระ (Independent) เป็นเรื่องใหญ่ สังคมบอกว่าคุณฉลาด คุณเก่ง จริง ๆ ไม่ใช่ เรามีคุณค่าในตัวเอง

“สังคมบางส่วนยังคงความเชื่อเรื่องการท่องจำและวัดผลด้วยการสอบไม่ต่างจากโรงงานผลิตคน แต่ Montessori เชื่อว่าศักภาพของมนุษย์ไปได้ไกลและหลากหลายกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถนัดสิ่งเดียวกัน”

ณัฐฬสยืนยันว่า เด็กต้องมีอิสระทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดี พวกเขาคือผู้สร้างความหมายและคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในสังคมจะมีความคิดนี้ การสร้างทัศนคติดังกล่าวตั้งแต่เด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ปิติศึกษาใช้หลักสูตรบูรณาการไทย-มอนเตสซอรี่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจัดตามโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งหลักสูตรเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เตรียมอนุบาล (อายุ 2 – 3 ปี) อนุบาล (อายุ 3 – 6 ปี) ประถมต้น (อายุ 6 – 9 ปี) ประถมปลาย (อายุ 9 – 12 ปี) และมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 12 – 15 ปี) 

ทั้งหมดเป็นการแบ่งแบบคละ ไม่มีการแบ่งเกรด ไม่มีการตีตราว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แม้อายุจะต่างกันแต่ก็เป็นการเรียนรู้ตามช่วงวัย ให้น้องเรียนรู้จากพี่ และพี่พัฒนาความเป็นผู้นำจากน้อง โดย 1 ห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน พร้อมครูไทย 1 คน และครูต่างชาติ 1 คน

ปรัชญาการสื่อสารแบบ Montessori ไม่เน้นท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานกับสื่อ ซึ่งลักษณะคล้ายของเล่น มีการแบ่งพื้นที่ในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ทักษะชีวิต ประสาทสัมผัส ภาษา คณิตศาสตร์ และ Cultural Science เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พืช หรือสัตว์ โดยการจัดห้องเรียนเป็นอิสระของครูผู้ดูแล

“Help me to do it myself เด็กอนุบาลของเราช่วยเหลือตัวเองได้ 

“เด็กประถมศึกษาเรียน Cosmic Education แปลว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกัน เรียนรู้จาก 5 เรื่อง คือ การกำเนิดจักรวาล การกำเนิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การกำเนิดตัวอักษร และตัวเลข จากนั้นจึงกระจายออกเป็นวิชาต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนผ่านการกระทำ ไม่ใช่กระดาน

“สำหรับเด็กโตต้องเตรียมเขาให้เป็นผู้ใหญ่ Help me to become an independent adult ไม่ได้เรียนแค่ 8 กลุ่มสาระ แต่มีเรื่อง Humanity ทักษะชีวิต การทำงาน การพัฒนาตนเอง มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักแบ่งปันและดูแลคนอื่น เป็น Golbal Citizen ที่ดี ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น และเคารพสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการอธิบาย

เป้าหมายของการศึกษา คือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

จุดหมายปลายทางของปิติศึกษาคือ สันติภาพ เริ่มจากเด็กที่จบไปแล้วปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ดูแลตนเองและผู้อื่นได้ เข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมโลก 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Parenting Classroom

ห้องเรียนดูแลผู้ปกครอง

“ความท้าทายที่เจอคือการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เขาต้องเข้าใจในแบบเรา เพราะรูปแบบการเรียนค่อนข้างแตกต่างและละเอียดอ่อน ผู้ปกครองต่างชาติจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า” 

ครูอ้อยเล่าถึงเรื่องที่เคยเป็นประเด็นน่ากังวล แต่ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าต้องจัดการกับความไม่เข้าใจอย่างไร

“เรามี Parenting Classroom ให้ความรู้พ่อแม่ว่า ถ้าคุณเลือกส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษา คุณควรรู้อะไร เรายังต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องทำมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบนี้ที่บ้าน ทั้งในแง่การสื่อสาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และเวลา

“สมมติพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าของเวลา กลับบ้านไปลูกเปิดโทรทัศน์ดู ให้คนอื่นเลี้ยง อยู่โรงเรียนล้างจานเอง แต่กลับบ้านมีคนล้างให้ แม้เราจะสอน แต่ที่บ้านสปอยล์เหมือนเดิม สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการเอาพ่อแม่มาเรียนด้วย การทำโรงเรียนคือการทำการเรียนรู้ให้พ่อแม่ไปพร้อมกัน โตไปพร้อมกับเด็ก ไม่ใช่พ่อแม่อยู่ที่เดิมจะกลายเป็นอุปสรรค” ณัฐฬสอธิบาย

“ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก กล้ามเนื้อมัดเล็กกับมัดใหญ่เป็นตัวทำให้เซลล์สมองถูกประดิษฐ์ในช่วง 0 – 6 ปี ถ้าเกิดให้ดูแต่จอ เซลล์สมองจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าเกิดเขาได้จับหรือปีนต้นไม้จะยิ่งผลิตเยอะ” นุกเสริมในฐานะคุณพ่อที่ส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษาเช่นกัน

แผนของพวกเขาคือการจัดเวิร์กชอปผู้ปกครอง นั่งคุยและให้ผู้ใหญ่ซึบซับสิ่งเดียวกับที่ลูกจะได้

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“ผู้ปกครองสำคัญมาก เพราะเป็นเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เราต้องอยู่ได้ด้วยค่าเทอม จำนวนของเด็กจึงสำคัญ ค่าเทอมเราโปร่งใส เก็บเท่าไหร่ ขออนุญาตเขตเท่านั้น ไม่มีเพิ่มเติมยกเว้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดก็แจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น”

การบริหารความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ห้ามละเลย ครูอ้อยรับหน้าที่พาทัวร์โรงเรียน ประเมินความพร้อมเด็ก และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังทุกอย่าง ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจะต้องได้พบผู้อำนวยการ พร้อมข้อมูลที่ครบทุกรายละเอียด

We are your supporters

ส่งเสริมในทุกทาง

01 หลักสูตรสู่ความสุข

ความสุขเกิดได้ใน 3 มิติ อย่างแรกคือ ตัวตนของเด็ก พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม มีแรงจูงใจในการเรียนด้วยตัวเอง เป็นตัวเอง พึ่งตนเอง เป็นอิสระ เชื่อมั่น และดูแลคนอื่นได้

ด้านสังคม พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือสังคม เรียนรู้วิธีการบอกความต้องการของตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์

มิติด้านการศึกษา หลายคนอาจมองว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเป็นนามธรรม ทดสอบไม่ได้ด้วยกระดาษข้อสอบ นั่นก็เพราะทางโรงเรียนไม่เน้นการแข่งขัน ไม่มีการสอบ ไม่มีการบ้าน เด็กได้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการ โดยมีครูเป็นผู้จัดหาความรู้ให้เพียงพอต่อการส่งเด็กไปรู้จักโลกกว้าง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“แต่หากต้องการดูคะแนน เราเห็นคะแนน O-net ด้วยความที่เรียนเป็นอังกฤษ เรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว หากดูคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาล้วนสูงกว่าระดับภาคและระดับชาติ คะแนนที่เกาะกลุ่มสะท้อนภาพรวมแต่ละวิชา วิธีการเรียนการสอนไม่ได้มีท่องจำ ไม่ได้มีสอบ แต่เราก็พัฒนาให้ผู้ปกครองเห็นเสมอ” ครูอ้อยอธิบาย

02 ครูเป็นตัวของตัวเอง

ปิติศึกษามองว่า ครูคือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก ไม่ใช่ผู้สอน เพราะหากสอนนักเรียนในห้องที่มีอายุต่างกันย่อมมีเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูจึงเป็นผู้ประเมินและดูแลเด็กตามที่ธรรมชาติของเขาต้องการ

ครูในโรงเรียนมาจากหลายประเทศ ทั้งเปรู รัสเซีย อังกฤษ อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทุกคนได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ถือเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายในห้องมีทั้งครูไทยและครูต่างชาติ ทำงานกันเป็นทีม

หากเกิดปัญหาให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและนึกถึงความสัมพันธ์เป็นหลัก ครูไม่ต้องทำงานเอกสารและเสนอกรรมการโรงเรียนได้ว่ามีสิ่งที่ไหนต้องการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

03 อาหารดีและอิ่มท้อง

ปิติศึกษาจัดอาหารโดยคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ เลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารพิษมากที่สุด โดยติดต่อไปยังหมู่บ้านที่ปลูกโดยตรง ไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด ส่วนอาหารว่าง 2 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

นักเรียนไม่ต้องมีเงินติดตัว เพราะไม่ขายขนม ไม่มีของหวาน แม้กระทั่งเด็กที่เอานมมาดื่มจะขอความร่วมมือผู้ปกครองงดนมรสหวาน นมรสช็อกโกแลต หรือนมเปรี้ยว ให้เด็กดื่มนมรสธรรมชาติ

04 ให้ทุกวันเป็นรันเวย์

วันจันทร์เป็นวันเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เสื้อสีขาว กระเปงสีส้มสำหรับผู้หญิง และกางเกงสีเดียวกันสำหรับผู้ชาย ที่เหลือแต่งอะไรมาเรียนก็ได้ที่เสริมความมั่นใจให้กับพวกเขา

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

05 อาคารที่สร้างจากความใส่ใจ

อาคารหลังใหม่ได้รับการออกแบบโดยนุก ซึ่งเป็นสถาปนิก อาคารหลังนี้ประหยัดพลังงานแบบ Passive คือลดการใช้งานมากกว่าการหาพลังงานสะอาดมาทดแทน หน้าต่างรับลมจากทิศทางที่เหมาะสม ไฟไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา หลังคาเป็นแบบสองชั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศ

ห้องเรียนปกติเปิดประตูออกไปเรียนด้านนอกได้ แต่เนื่องจากอาคารหลังนี้มี 2 ชั้น และห้องเรียนอยู่ชั้นบน ทำให้มีการเติมชั้นลอยให้เด็กเล่นเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย

โซน Practical Life ช่วยจำลองการใช้ชีวิตจริง มีครัวให้เด็กเตรียมของว่างให้เพื่อน ๆ นอกจากนี้ห้องเรียนของ Montessori ยังออกแบบให้มี Wet Area หรือพื้นที่เปียก มีที่ให้เด็กซักล้าง และทำความสะอาด 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

06 สิ่งแวดล้อมที่ดีในทุกแง่มุม

ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความสะอาด ความปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมภายนอกมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่ให้เด็กสัมผัส สำรวจ และค้นหา 

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนมาว่า เข้ามาแล้วไม่รู้สึกกดดัน เพราะมีต้นไม้เยอะ ด้านหลังเป็นสวนให้เด็กเลี้ยงกระต่ายและปลากันเอง

07 กิจกรรมหลากหลาย

การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ปิติศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เสมอ พร้อมเปิดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น Farming ให้เด็กลองทำการเกษตร Product Exchange เรียนรู้การผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย Self-Expression การแสดงออกในลักษณะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ หรือการแสดงละคร

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Lessons Learned

  • แม้โรงเรียนจะต้องทำกำไรในฐานะธุรกิจ แต่อย่ามองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ให้มองเป็นเรื่องการบริหารการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างเด็กที่เคารพตนเองและผู้อื่น ให้นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม
  • อย่ายึดติดและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเวลาที่ความเดิม ๆ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา
  • ทำโรงเรียน ต้องมองให้กว้าง ดูแลทั้งเด็ก ผู้ปกครอง ครู และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกันหมด
  • อย่าวัดผลความสำเร็จด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะมนุษย์มีศักยภาพที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์มาประเมินผล
  • จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและรักษาความเชื่อใจผ่านการกระทำอย่างสม่ำเสมอ แม้หลายครั้งคนอื่นจะมองว่าแปลกแยกก็ตาม
  • อย่าละทิ้งความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียด แม้ธุรกิจจะเติบโตแล้ว

 

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load