ระหว่างที่ใครหลายคนกำลังใช้เวลาช่วงนี้ พักร้อน เที่ยวสงกรานต์ ปิดเทอม หรือวางแผนใช้วันหยุดยาวครั้งต่อไปในดินแดนในฝัน มีคนกลุ่มหน่ึงจมอยู่กับกองเอกสาร

สวัสดี ฤดูกาลปิดงบฯ ที่รัก

หลังจากรอคอยกองเอกสาร รายการรับ-จ่าย และอีกหลากหลายหลักฐานทางกฎหมาย ที่รวมกันแล้วสะท้อนผลประกอบการประจำปีของกิจการทุกแหล่งจนครบถ้วน ก็ถึงเวลาสนุกแล้วสิ

หากไม่มีเรื่องเร่งด่วน โปรดติดต่อดิฉันอีกครั้งหลังเดือนพฤษภาคมที่ส่งงบเสร็จเลยนะคะ

เพราะเป็นนักบัญชีจึงเจ็บปวด

ทันทีที่พบกับ AccRevo ธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มและที่ปรึกษาบัญชีอย่างเข้าใจนักบัญชี เราก็ชวน ก้อง-ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม และ เต้ย-ราชิต ไชยรัตน์ สองผู้ก่อตั้ง มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดและวิธีการที่ใช้เปลี่ยนกิจกรรมดั่งยาขมให้อร่อยและดีเหมือนลูกอมวิตามินซี

AccRevo แตกต่างจากซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปอย่างไร

แทนที่ทำจะออกแบบซอฟต์แวร์บัญชีแล้วจบไป ดร.ก้อง และคุณเต้ย สร้างระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างความมั่นใจและคืนศักดิ์ศรีให้แก่นักบัญชีไทยทั้งพ้อง

มาทำความรู้จัก สตาร์ทอัพหน้าใหม่แต่ฝีมือไม่น้องใหม่ ที่สร้างระบบและโลกใบใหม่ของการทำบัญชี จากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากเห็นชีวิตของนักบัญชีดีขึ้นนี้ ไปด้วยกัน

ลูกคิดและเครื่องคิดเลขไม่ต้องนะคะ หยิบมาแค่อุปกรณ์ gadget น้ำหนักเบาตามมาก็พอ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

หลังจากคลุกคลีอยู่กับวงการสตาร์ทอัพในตำแหน่งทีมจากภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพในประเทศ เมื่อได้รับโจทย์ให้ศึกษาเพื่อแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องระบบการเงิน ปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดของสตาร์ทอัพ ดร.ก้อง จึงชวน คุณเต้ย เพื่อนนักเรียนสมัยประถมที่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและเป็นหนึ่งในกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี ด้านทำบัญชี มาร่วมทีม

ดร. ก้องเล่าความแตกต่างระหว่างธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพให้ฟังว่า เอสเอ็มอีจะเริ่มต้นที่โอกาส นั่นแปลว่าเมื่อรู้ว่าตลาดและกลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร ก็จะหา หรือสร้างสรรค์สินค้าและบริการขึ้นมาตอบความต้องการ ขณะที่สตาร์ทอัพจะเริ่มต้นจากปัญหา แล้วค้นหาแนวทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่แก้ไขได้จริง โดยมีเวลาเป็นต้นทุน

เมื่อเข้าใจวิธีคิดแบบสตาร์ทอัพ คุณเต้ยจึงเริ่มต้นเล่าปัญหาค้างใจระดับโลกแตกของนักบัญชีให้ ดร.ก้อง ฟังบ้างว่า ถ้ามีเครื่องสักเครื่องที่ลงบัญชีตามรายการบนหน้ากระดาษที่เราใส่เข้าไปทันที เขาจะยอมซื้อทันทีแม้จะมีราคาถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้ชีวิตของนักบัญชีสบายขึ้น

ไม่ทันที่ภาพฝันนั้นระเหิดไป ดร.ก้อง ก็หันมาตอบคุณเต้ยทันทีว่า มี!

ผ่านไป 6 เดือน หลังจากทดลองทำ หาคอนเซปต์ที่ชัดเจน เครื่องมือที่ว่าก็เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำ AccRevo ขึ้นมาจริงจัง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด

“รู้มั้ยครับ ช่วงปิดเทอมมีนาคม-พฤษภาคม ลูกนักบัญชีอย่างเราต้องอยู่บ้านไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะเป็นหน้างบ พ่อแม่ต้องทำบัญชีปิดงบ” ดร.ก้อง วิศวกรหนุ่มที่มีพ่อและแม่เป็นนักบัญชี มีบ้านเป็นสำนักบัญชี เล่าความทรงจำที่ฟังดูตลก แต่นักบัญชีอย่างคุณเต้ยก็ยืนยันว่าปัญหานี้ยังมีอยู่

“ตามระบบแล้ว ประเทศไทยเราส่งงบของเดือนธันวาคมภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม ลูกค้าจะส่งเอกสารมาพร้อมๆ กันในเดือนมีนาคม ไม่แปลกที่งานเอกสารจะเยอะ งานหนัก และเกิดความเครียด” คุณเต้ยเล่าบรรยากาศจากสถานการณ์จริง

ไม่ต่างจากทุกอาชีพ ทำงานหนัก ทำงานดึก ค่าแรงต่ำ โอกาสในชีวิตไม่เยอะ และยิ่งนักบัญชีรุ่นใหม่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนั้น ไม่แปลกอะไรที่ความฝันของการเป็นนักบัญชีในเด็กรุ่นใหม่จึงตกลำดับลง

“แล้วเราทำอะไรบ้าง” คุณเต้ยถาม

“เทคโนโลยีช่วยได้” ดร.ก้องตอบ ก่อนจะชวนคิดว่า “ในโลกยุคดิจิทัลที่มีซอฟต์แวร์บัญชีเต็มไปหมด ทำไมยังไม่ตอบโจทย์นักบัญชีและผู้ใช้งานอีก”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

บัญชีเบื้องต้น

สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจงานบัญชีมาก่อน คุณเต้ยเล่าภาพรวมอย่างเข้าใจง่ายให้เราฟังว่า

งานบัญชีก็เหมือนการเขียนไดอารี่ของธุรกิจ คนทำธุรกิจคือคนจดบันทึก

ขณะที่นักบัญชีนำข้อมูลจดบันทึกนั้นมาร้อยเรียงเป็นข้อมูลทางการเงิน แล้วนำไปบันทึกในระบบบัญชี ก่อนแปลข้อมูลทางการเงินออกมาเป็นผลการดำเนินงาน หรือฐานะทางการเงินของกิจการ ให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าจริงๆ บริษัทมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน เติบโตอย่างไร ขณะเดียวกันภาครัฐจะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ประกอบการเสียภาษี ธนาคารใช้ข้อมูลนี้ประกอบการให้สินเชื่อ คู่ค้าหรือ supplier ใช้ข้อมูลชุดนี้ประกอบการทำธุรกิจร่วมกัน

เพราะฉะนั้น งานนักบัญชีคือผู้จัดเรียงข้อมูลธุรกิจที่เกิดขึ้น เป็นสื่อกลางในการสื่อสารธุรกิจ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

“ปัญหาคือ ปัจจุบันเราใช้แรงงานนักบัญชีในกระบวนการใส่ข้อมูลและจัดทำข้อมูล มากเกินไปทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับส่วนของการจัดทำงบ” คุณเต้ยเล่า

แล้วกระบวนการทำงานของนักบัญชีในอุดมคติเป็นแบบไหน เราถาม

งานที่เป็นคุณค่าของนักบัญชีจริงๆ ไม่ใช่การรับไดอารี่ธุรกิจลูกค้ามาเขียนใหม่ อย่างที่นักบัญชีใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับสิ่งนี้ แต่งานจริงๆ ของนักบัญชีคือการวิเคราะห์ว่าข้อมูลที่ได้รับมาสะท้อนธุรกิจเขาหรือไม่ อย่างไร

“นักบัญชีก็เหมือนหมอ ควรจะใช้วิชาชีพในการให้คำปรึกษาลูกค้า ช่วยวางแผนภาษีเบื้องต้นให้ใช้สิทธิภาษีอย่างถูกต้อง วิเคราะห์บอกลูกค้าว่าธุรกิจมีความเสี่ยงยังไง ควรจะต้องดูแลยังไง เช่น ลูกหนี้มากไปแล้วนะ ซึ่งถ้าขายของแล้วลูกหนี้มาก หรือขายของแต่ไม่ได้เงิน ธุรกิจก็ไปไม่ได้ หรือถ้าเราลงทุนกับสินค้าใหม่ตลอดเวลา จนสินค้าเต็ม stock ก็เท่ากับเงินทุนจมลงไป นักบัญชีจริงๆ สามารถเข้ามาช่วยดูแล ให้คำแนะนำ บอกวิธีบริหารธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้ากลับไปดูแลตัวเองได้ เหมือนที่หมอบอกคนไข้ให้รู้จัก ลดของมัน ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของนักบัญชี” คุณเต้ยเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ถูก เร็ว และดี

แม้ AccRevo จะเริ่มต้นจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระหว่างทางคุณเต้ย และ ดร.ก้อง ก็พบว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการแท้จริงแล้วไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทันสมัยที่สุด แต่เป็นงบการเงินที่มีคุณภาพภายใต้ต้นทุนบางอย่างที่เขาสามารถบริหารจัดการได้

AccRevo จึงไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์บัญชี แต่รวมบริการทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ร้อยเรียงเป็นบริการที่มีแนวคิดเบื้องหลังที่น่าสนใจ

ความยากคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลระหว่างทางไม่ผิด ไม่ได้หลอกแก้ตัวเลข

เมื่อการทำบัญชีคือการเก็บทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง งานของนักบัญชีคือพิสูจน์ว่าทุกกิจกรรมเกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ Accrevo ทำคือ ทำอย่างไรให้ทั้งหมดมันเชื่อถือได้ ภายใต้แรงงานที่น้อยลง ทำอย่างไรให้กระบวนการตั้งแต่ กรอกข้อมูลไปจนถึงออกเป็นงบเพื่อนำไปใช้งานต่อนั้นง่ายขึ้น

วิธีการก็คือ ผู้ประกอบการและนักบัญชีต้องทำงานร่วมกัน

เริ่มจาก ผู้ประกอบการอาจจะต้องมีความคิดแบบใหม่ ว่าฉันอยากจะได้งบ และรู้ว่าฉันจะนำงบไปใช้ทำอะไร

หลังจากสแกนเอกสาร จะมีเทคโนโลยีบันทึกข้อมูลเบื้องต้น นักบัญชีจะเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องและติดตามข้อมูลและเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยระบบ Cloud

ทุกๆ ครั้งที่มีการบันทึกระบบจะอัพเดตงบการเงินให้ตลอดเวลาทำให้เจ้าของกิจการสามารถติดตามผลการเติบโตของธุรกิจได้โดยไม่ต้องรอผลในสิ้นเดือนพฤษภาคมอย่างที่เคย เหมือนนักกีฬาที่ตรวจศักยภาพร่างกายได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทำให้นักบัญชีใช้ความรู้ความสามารถให้คำปรึกษาและดูแลธุรกิจลูกค้าเหมือนโค้ช

เปลี่ยนภาพจำจากคนที่ทำงบส่งสรรพากร ให้กลายเป็นโค้ชของธุรกิจ ช่วยผลักดันคุณค่าของวิชาชีพนี้

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Tailor Made for Business

AccRevo จะเข้ามาช่วยออกแบบบริการบัญชี โดยไม่ว่าจะมีนักบัญชีอยู่แล้วหรือไม่ มีแล้วสื่อสารไม่เข้าใจ หรือยังไม่มี AccRevo จะช่วยจับคู่ให้เหมาะสมผ่านระบบคัดกรอง หรือการจัดการระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน

มีฝ่าย Partner Care ที่สื่อสารระหว่างนักบัญชีและระหว่างลูกค้า

นอกจากการให้บริการลูกค้าธุรกิจทั่วไปแล้ว ตอนนี้ AccRevo ยังเชื่อมโยงกับ System Partner ที่ดูแลระบบหลังบ้านของร้านยา หอพัก งานก่อสร้าง งาน e-commerce ซึ่งเหล่านี้ให้บริการในระบบ Cloud อยู่แล้ว AccRevo จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการจัดเรียงข้อมูลลงระบบบัญชีทันทีแบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า API เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างหน้าบ้านและหลังบ้าน

จากเดิมที่ทุกหน่วยกิจการซึ่งมีระบบบันทึกหลังบ้านอยู่แล้ว ต้องจัดทำและพิมพ์เอกสารจำนวนมาก แล้วจัดส่งไปสำนักบัญชี เกิดเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ Accrevo ทำจะช่วยลดขั้นตอนเพื่อให้นักบัญชีแค่เข้ามาตรวจความถูกต้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

งบคนพาล คนพาลพาไปหาผิด

เมื่อการทำบัญชีคือยาขมดีๆ นี่เอง คนไทยไม่น้อยจึงมีความเชื่อผิดๆ นิยมทำบัญชี 2 บัญชี หนึ่ง เพื่อยื่นส่งภาษี และสอง เพื่อยื่นขอสินเชื่อ

สิ่งที่ AccRevo เชื่อและสื่อสารมาตลอดคือ การทำบัญชีเดียวอย่างถูกต้องถูกกว่า

“คนไทยนิยมหลบภาษีโดยไม่รู้ว่าไม่ต้องหลบ ถ้าเขารู้ว่าจริงๆ แล้วแค่ปรับโครงสร้างราคา อัตราภาษีของรัฐบาล ระหว่างบุคคลธรรมดาและบริษัท ยังไงบริษัทก็ถูกกว่า เพราะคนธรรมดาเสียภาษีโดยใช้รายได้ แต่บริษัทเสียโดยใช้กำไร และบริษัทสามารถเอารายจ่ายมาหักได้ทั้งหมด

“แต่ทำไมคนถึงไม่ทำให้เป็นบริษัท หรือเป็นแล้วไม่ทำให้ถูกต้อง นั่นเพราะขาดผู้ช่วย ขาดคนทำบัญชีที่ดี หรือแม้กระทั้งไม่รู้ว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นต้องลงบัญชีอย่างไร สิ่งเหล่านี้ AccRevo จะมาช่วย” ดร.ก้องเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี

ลองจินตนาการว่าถ้าข้อมูลที่เอกชนส่งเข้าภาครัฐเป็นข้อมูลสุขภาพจริงๆ รัฐก็รู้ตัวว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศเป็นอย่างไร ก็คงจะดีไม่น้อย แต่เป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบันทุกคนส่งข้อมูลจริงบ้าง หลอกบ้าง ทำให้ภาครัฐไม่รู้ว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศดีหรือแย่ ทำให้ออกนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาประเทศ

“แม้ฟังดูจะเหมือนเรื่องไก่ไข่อะไรเกิดก่อน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรเริ่มก่อนใคร มันเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มพร้อมกัน เพื่อผลักทุกคนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส

“ในวันที่ทุกคนถามหาความโปร่งใส รัฐต้องโปร่งใสสิ คำถามคือพอรัฐโปร่งใส ตัวเราเองโปร่งใสมั้ย แล้วถ้าเราโปร่งใสแล้ว เงินที่เข้ามาเราต้องรู้ที่มาและที่ไป ถ้าเรารู้ว่าเงินไปที่ไหน เงินก็จะหายไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น กรอบที่จะทำผิดก็จะน้อยลง ความโปร่งใส่ระหว่างรัฐกับเอกชนก็จะมากขึ้น ผมเชื่อเสมอว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เหมือนคนที่ต้องเดินไปด้วยกันอีกไกล เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองอีกฝ่ายเป็นผู้ร้าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ร้ายคอยเลี่ยงภาษี หรือมองอีกฝ่ายเป็นโจรปล้นภาษีแล้วคอยจะหลบ เราจึงไม่มองว่าความโปร่งใสเป็นเรื่องของการจับผิด แต่เป็นเรื่องของการมองว่าคนสองคนจะไว้ใจกันได้ยังไง เราไม่ได้แข่งกันสองคน เราแข่งกันทั้งโลก” ดร.ก้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Artificial Intelligence หรือ AI ทำให้นักบัญชีหายไปจริงมั้ย

การเข้ามาของเทคโนโลยีจะทำให้อาชีพนักบัญชีหายไปจริงมั้ย เราสงสัย

“เป็นคำถามที่เราเจอเป็นประจำ สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ เราเองมีพื้นฐานเป็นนักบัญชี ดังนั้น เราไม่ทำลายวิชาชีพของตัวเองแน่นอน สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือ เราพบว่าสิ่งที่เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนนักบัญชีไม่ได้คือ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ สิ่งที่ AccRevo ใช้เทคโนโลยีคือส่วนที่ช่วยให้การบันทึกบัญชีเป็นระบบระเบียบพร้อมให้นักบัญชีใช้งาน อีกส่วนคือเป็นศูนย์กลางอัพเดตความรู้ข่าวสารภาษีเพื่อสนับสนุนงานนักบัญชี

“เรามองว่านักบัญชีในอนาคตจะเปลี่ยนไปจากคนบันทึกบัญชีเป็นคนทำงบ เป็นนักวิเคราะห์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักออกแบบระบบ เพราะเห็นกระบวนการธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ” คุณเต้ยเล่า

ดร. ก้องเสริมว่า จากประสบการณ์ที่ศึกษาเรื่อง AI มาโดยตรงและอยู่กับเรื่องนี้มาโดยตลอด ในช่วง 6 เดือนแรกที่ทดสอบการใช้เทคโนโลยีมาจับกับเรื่องบัญชี เขาพบว่ามีเรื่องสำคัญที่นักบัญชีไม่รู้ นั่นก็คือสิ่งที่ AI และ Machine Learning กำลังจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อนักบัญชีไทย เพราะนักบัญชีไทยทำงานส่วนที่ AI ทำได้อยู่

“ย้อนกลับไป เมื่อรายงานเศรษฐกิจประเทศบอกว่านักบัญชีขาด มหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็เร่งผลิตนักบัญชีออกมา แต่ผลิตนักบัญชีให้มาทำในสิ่งที่ AI ทำได้ นั่นก็คือการบันทึกบัญชี ก็เลยคุยกับเต้ยว่าจะเป็นตัวกลางที่ทำให้นักบัญชีอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีให้ได้” ดร.ก้อง

งานบัญชีที่ AI ทำไม่ได้

โลกเราตอนนี้ต้องการคนที่เรียกว่า Wisdom Worker หรือคนที่ทำงานโดยใช้ปัญญาและความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นแล้วภายใต้วิกฤตหากมองเป็นโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพนักบัญชีเราให้เก่งขึ้น มองธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น วิเคราะห์ได้แม่นยำมากขึ้น ใช้เวลาไปกับการเจอเคสเยอะขึ้น ก็จะยิ่งเชี่ยวชาญ สร้างคุณค่าและมูลค่าในตัวเอง

เมื่อศักยภาพนักบัญชีไทยเราสูงขึ้น การจะไปไกลในระดับโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“ก่อนหน้านี้ผมทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ ข้อดีของนักบัญชีไทยที่ผมสังเกตเห็นว่าไม่แพ้ใครก็คือเรื่องความละเอียดที่ชัดเจนมาก นั่นทำให้เราสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ดี ถ้าเราเริ่มจะวิเคราะห์เราจะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าคนอื่น และเมื่อเจอเคสเยอะๆ ก็จะทำให้เราตั้งคำถามได้ดี” ดร.ก้องวิเคราะห์ โดยคุณเต้ยเสริมว่านักบัญชีไทยเก่งและมีความคราฟต์ เป็นโอกาสที่ดีที่จะสามารถเข้าไปศึกษา ตีความ และออกแบบกระบวนให้เหมาะสมกับธุรกิจในอนาคตต่อไปได้

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความเข้าใจคนทั้งระบบ ให้หันมาทำบัญชีที่ถูกต้อง แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว ธุรกิจที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ป่วยที่รักษาด้วยการกินยาบรรเทาความเจ็บไปวันๆ กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายก็สายเสียแล้ว

เช่นกันกับการทำธุรกิจ วิธีการทำบัญชี งบการเงินที่ถูกต้องอาจจะยากลำบากในตอนแรก แต่นั่นก็ขึ้นกับคุณว่ากำลังเอาจริงเอาจังกับธุรกิจคุณในระยะยาวจริงหรือเปล่า

“สิ่งที่ AccRevo ทำมันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือสิ่งที่เราตั้งคำถามและตั้งใจทำให้สำเร็จ คำถามที่ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเราได้บ้าง” คุณเต้ยเล่าความตั้งใจ

อาจจะฟังดูไกลเกินไปที่จะบอกว่า AccRevo กิจการอายุไม่ถึงสองปีกิจการนี้จะช่วยให้สังคมดีขึ้นอย่างไร

แต่จากเรื่องราวที่ได้ฟังทั้งหมด ผู้ประกอบการ นักบัญชี และเทคโนโลยี ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มีระบบที่ถูกต้องให้นักธุรกิจทำในสิ่งที่ถูกต้อง นักบัญชีได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ ธุรกิจเติบโตสร้างเม็ดเงินและภาษีให้ประเทศ ผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้น

“ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงธุรกิจประเภทบริการ ประเทศไทยเราไม่เป็นรองใคร หากเราสามารถพัฒนาบริการวิชาชีพอื่นๆ เราก็สามารถแข่งขันได้ไม่ยาก โดยนิสัยคนไทยที่เป็นคนชอบดูแลอยู่แล้ว เราก็แค่ทำให้นักบัญชีมีเวลาดูแลคนมากขึ้น เราก็สามารถเปลี่ยนงานบริการทางบัญชีซึ่งเคยเป็น Pain Point ของประเทศ ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศได้” คุณเต้ยทิ้งท้าย ก่อนที่ ดร. จะฝากคำแนะนำให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจที่มีประโยชน์กับคนและโลกใบนี้แบบนี้บ้าง

“สมัยก่อนเราพูดถึง Work and Balance โลกยุคนี้เราต้องพูดถึง Work-life Integration ทำอย่างไรให้ชีวิตและการทำงานเป็นเรื่องเดียวกันได้ เพราะงั้นสิ่งที่ต้องหาไม่ใช่ตัวตน แต่คุณต้องลึกในทุกๆ เรื่อง เพื่อหาคุณค่าในตัวเอง การทำธุรกิจ เขาเรียก Value Chain นะ ห่วงโซ่คุณค่า รับคุณค่าจากคนอื่นส่งต่อไปให้อีกคนหนึ่ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเรามีคุณค่าอะไรในกลุ่มก้อนที่คุณอยู่ แม้จะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือใครก็ตาม”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

The Rules: ACCREVO

ก้อง – ดร. พณชิต กิตติปัญญางาม

1 ทำทุกสิ่งโดยคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่ตื่น วันนี้ผมโอเคแล้ว

2 สนุกกับเรียนรู้และลงมือทำ

3 อย่าคาดหวังจากคนอื่น ถ้าสิ่งนั้นเราเองก็ทำไม่ได้

 

เต้ย – ราชิต ไชยรัตน์

1 การเป็นตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

2 เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดิมๆ ได้ด้วยกรอบความคิดเดิมๆ

3 อย่ายอมแพ้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ช่วงเวลาการเป็นแม่ คือช่วงเวลาที่ผู้หญิงแข็งแกร่งและอ่อนแอที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมากที่สุด อย่างที่แม่ทุกคนรู้ดี 

แม่บางคนเป็น Working Woman ต้องทำงานไปด้วยขณะตั้งครรภ์ บางคนชอบออกไปเจอผู้คน พบปะสังสรรค์ แต่เมื่อร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง จากชุดเดรสสวย ๆ ที่เคยใส่ประจำ ต้องกลายมาเป็นชุดคลุมท้องที่ไม่ค่อยดีต่อใจนัก แถมหลังคลอดยังต้องให้นมลูกอีกอย่างน้อย 6 เดือน ชุดให้นมลูกก็เช่นกัน ใส่แล้วแทนที่จะทำให้ใจฟูเป็นคุณแม่สวย ๆ ในโมเมนต์นั้น แต่บางทีกลับใจฝ่อแทน

มีคุณแม่คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า เธอเคยขึ้นรถไฟฟ้า อีกแค่ไม่กี่สถานีก็จะลงแล้ว แต่ด้วยอานุภาพของชุดคลุมท้องที่ใส่อยู่ ทำให้ชายคนหนึ่งลุกให้เธอนั่งด้วยความสงสารและเป็นห่วง แต่จริง ๆ แล้วเธอค่อนข้างแข็งแรงดีและเพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

จุ๋ม-ธาธินี ภู่เทพอมรกุล อดีต Product Specialist ของบริษัทยามะเร็งและโรคเลือด และเจ้าของแบรนด์ Mommy Moment ก็เคยเจอปัญหาเดียวกันตอนตั้งครรภ์ เธอเป็นคนทำงาน รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวสวย ๆ และเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจทำชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก ที่สำคัญต้องใส่สบายและใช้งานได้จริง โดยหวังว่าชุดของเธอจะช่วยให้ช่วงเวลาการเป็นแม่นั้นมีความสุขมากขึ้น

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

ธุรกิจ Blue Ocean

Mommy Moment คือแบรนด์ชุดคลุมท้องที่ อาจารย์เกด-ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ แนะนำกองบรรณาธิการมาเมื่อปีกลาย เพื่อนคนหนึ่งของอาจารย์เล่าเรื่องความดีงามของชุดคลุมท้องนี้ให้ฟัง พร้อมบอกว่า ‘ใส่แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่มีความสุข’ 

แต่ชุดคลุมท้องแบบไหนกันที่ทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกแบบนั้นได้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้วตอนจุ๋มตั้งท้องลูกคนแรก เธอเป็นคนชอบแต่งตัว จึงมองหาชุดคลุมท้องสวย ๆ ตามประสาผู้หญิงที่อยากดูดี แต่ตามท้องตลาดนั้นไม่มีชุดที่ถูกใจเอา เลยถอดใจเพราะคิดแบบคุณแม่หลาย ๆ คนว่า ‘ชุดใส่แค่ไม่กี่ครั้ง ไม่สวย แถมแพงอีกต่างหาก’

แต่จนแล้วจนรอด เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ ขนาดหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเธอต้องจำใจซื้อใส่อยู่ดี

เมื่อ 7 ปีก่อน ชุดคลุมท้องที่ว่าหายากแล้ว ชุดให้นมลูกยิ่งยากกว่า เพราะมีคนทำน้อย 

“ตอนลาคลอดแรก ๆ อยู่บ้านก็ไม่เป็นไร ใส่เสื้อนอน ใส่เสื้อยืด แต่พอครบกำหนดต้องกลับไปทำงาน เรากลับมาเป็นผู้หญิงสวยอีกแล้ว เลยไปหาชุดตามงานแม่และเด็ก มันก็มีนะชุดที่สวย ๆ แต่ราคาก็มากกว่าตัวละ 3,000 ถ้าซื้อ 3 ชุดก็หมื่นหนึ่งแล้ว 

“มันเป็นธรรมชาติของแม่ลูกเล็ก ที่จะมีลิสต์ของเยอะแยะที่อยากซื้อให้ลูก แต่พอจะซื้อให้ตัวเองเราคิดหนัก พอไปดูตัวที่ราคาถูกลงมาก็แบบไม่สวย ผ้าไม่ดี ตัดเย็บก็ไม่ดี เราคิดว่ามันต้องมีสิ สักร้านที่ตรงใจเรา ราคาจับต้องได้ที่คนเป็นแม่พร้อมจะจ่าย”

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

จนมีลูกคนที่สอง เธอตัดสินใจว่าจะลาออกจากงาน แต่ด้วยตัวเองเป็น Working Women อยู่แล้ว จึงอยากหาธุรกิจที่ทำและดูแลลูก ๆ ไปด้วยได้ และเพราะอยากตัดชุดให้นมให้ตัวเองใช้อยู่แล้ว จึงเกิดเป็นแบรนด์ชุดคลุมท้องที่จุ๋มทุ่มเทมาก ๆ ทั้งหาข้อมูล ออกแบบแพตเทิร์น เลือกเนื้อผ้าและลายผ้าเองทั้งหมด

“เรารู้ว่ามันขายได้ เพราะเคยเป็น User มาก่อน เรารู้ว่าคนเป็นแม่ต้องการชุดคลุมท้องแบบไหน ชุดให้นมแบบไหน Pain Point ของลูกค้าอยู่ตรงไหน แบรนด์ต้องเป็นชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่น่ารัก ใส่ได้ไม่เบื่อ ราคาจับต้องได้ ไม่แพงจนเกินไปที่คนเป็นแม่จะตัดสินใจซื้อ”

หัวอกคนเป็นแม่

ชุดของแบรนด์ออกแบบจากหัวอกคนเป็นแม่ 

จุ๋มใช้วิธีวาดเบื้องต้นด้วยตัวเอง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับทีมช่างเพื่อทดลองชุดทำตัวอย่าง เธอขอให้ช่างทำแม้กระทั่งซับใน ยอมเพิ่มต้นทุนมากขึ้น เพราะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ ไม่อยากให้คุณแม่ที่สวมใส่หรือลูก ๆ ของพวกเขารู้สึกระคายเคืองหรือไม่สบายตัวขณะใช้งาน 

เมื่อตัดชุดตัวอย่างเสร็จเรียบร้อย จุ๋มจะเป็นคนทดลองด้วยตัวเองทั้งหมด 

“คันไหม รั้งไหม เปิดให้นมยังไง แล้วเราก็จะให้ลูกมากินนมจริง ๆ เขากินนมไหม กินง่ายไหม ไม่สะดวกตรงไหน ก็จะปรับแพตเทิร์นจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวพร้อมส่ง เด็ก ๆ ก็แฮปปี้เพราะกินนมได้สะดวก และดีใจที่คุณแม่ของเขาสวย” เธอหัวเราะ

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

ช่วงหลัง ๆ เริ่มมีลูกค้าร้องขอเข้ามาว่า ต้องการปรับแก้จุดต่าง ๆ ทางร้านก็ยินดีทำให้ เพราะเข้าใจถึงความรู้สึก ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ได้ชอบเนื้อผ้าแบบเดียวกับเราเสมอไป และหลายครั้งไอเดียใหม่ ๆ ก็มาจากการรับฟังคำติชมเหล่านี้ 

หลายครั้งลูกค้ารับชุดไป ลองใส่แล้วไม่เหมาะกับตัวเอง จุ๋มก็ให้เปลี่ยน เธอว่าถ้าจะไม่ยอมให้เปลี่ยนก็ทำได้ เพราะขายชุดไปแล้ว แต่เพราะทำธุรกิจด้วยหัวใจ เธอคงทนไม่ได้แน่หากชุดของแบรนด์ต้องถูกทิ้งในตู้เพราะลูกค้าไม่ชอบ 

กรณีที่ลูกค้าได้รับชุดไปแล้วแต่ขนาดไม่พอดีหรือต้องการเก็บทรงเพิ่ม ก็ส่งกลับมาให้ร้านแก้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ร้านจะส่ง Messenger ไปรับชุดที่บ้านสำหรับคุณแม่ที่ไม่สะดวกเดินทางออกมา เพราะจุ๋มเข้าใจดีว่าคนเป็นแม่ลูกอ่อนไม่มีเวลาออกมาหาร้านแก้ทรงชุด หรือแม้กระทั่งออกมาส่งของด้วยตัวเอง 

“อย่างล่าสุด มีคุณแม่สั่งตัดชุดไปออกงาน แล้วชุดที่ได้ใหญ่กว่าตัวคุณแม่ไปนิดหนึ่ง เขาก็ไม่ว่าอะไร บอกแต่ว่าหลังจบงานจะขอส่งกลับมาให้แก้ ตอนนั้นยังเหลือเวลาอีก 2 วัน เราเลยให้แมสเซนเจอร์วิ่งออกไปรับแล้วแก้ด่วนให้เลย โดยให้คุณแม่มาร์กขนาดที่จะให้แก้ไว้ และส่งชุดที่พอดีมาให้เป็นไกด์ไลน์ด้วย เขาก็เกรงใจ แต่มันเป็นความผิดพลาดของเรา

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ
Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

“ผลลัพธ์คือคุณแม่ถ่ายรูปกลับมาให้ดู ใส่แล้วสวย เราก็ภูมิใจ ลองคิดถึงแม่ลูกเล็กที่นาน ๆ ทีจะไปออกงาน เป็นเรา เราก็อยากสวย ใส่ชุดหลวมก็คงไม่มั่นใจ เราอยากให้เขาใส่ชุดเราแล้วภูมิใจ ให้คนมาชมเขาว่า คุณแม่สวยจังเลยวันนี้ นั่นคือที่สุดแล้ว”

ทุกวันนี้เลยเป็นร้านชุดตามใจคุณแม่ ซึ่งเลือกแบบ เลือกเนื้อผ้า ปรับขนาด ปรับความยาว เพิ่มรายละเอียดอย่างระบายได้ แต่ยังคงแพตเทิร์นหลักตามเอกลักษณ์ของร้านไว้อยู่ 

ชุดคลุมท้องที่ลูกค้าไม่ใช่แค่คนท้อง

เพราะเคยทำงานด้านเซลส์มาก่อน อยู่ในบริษัทต่างชาติมาถึง 13 ปี สิ่งที่ติดตัวจุ๋มจนนำมาบริหารแบรนด์นี้ต่อคือ หัวใจนักบริการ

ด้วยหลักการอาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องใช้พลังใจมหาศาลในการทำให้เกิดขึ้นจริง

“เราทำธุรกิจแบบ เราอยากได้แบบไหน เราทำแบบนั้น เราเคยเป็นคนที่ใช้บริการ เราเคยเป็นคนซื้อของทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ถ้าอยากได้แบบไหน เราจะทำแบบนั้น

“สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้ลูกค้า Feel Good คืออะไร เราจะทำ สิ่งที่แย่ที่สุด เราจะไม่ทำแน่ ๆ เราไม่เคยคิดว่าวันนี้เรื่องของเราจะไปถึง The Cloud หรือจะไปได้ไกลแค่ไหน ลูกค้าจะบอกต่อกันมากเท่าไหร่ ขอแค่เขาชอบชุดเรา รู้สึกดีเวลาใส่ชุดเรา อยากใช้เร็ว เขาได้ใช้เร็ว ชอบแบบที่เราดีไซน์ เขาแฮปปี้เราก็แฮปปี้แล้ว ธุรกิจเราไปได้เพราะลูกค้าจริง ๆ”

Mommy Moment ไม่ค่อยโฆษณา จะจ่ายค่าโฆษณาก็ในช่วงที่การขายซา ๆ หรือมีบ้างก็ตอนออกคอลเลกชันใหม่ แม้จะเป็นสินค้าที่ลูกค้าบางคนซื้อแค่ครั้งเดียว แต่จุ๋มบอกว่า ธุรกิจนี้อยู่ได้เพราะลูกค้าเก่า

“มีลูกค้าคนหนึ่งซื้อทุกครั้งที่เราลงผ้าใหม่ เขาชอบแบบนี้ เขาก็ตัดแต่แบบนี้ แล้วก็จะมีลูกค้าที่เลิกให้นมไปแล้ว แต่ยังกลับมาตัดกับเราอยู่ เขาก็จะให้ตัดแบบไม่ใส่ซิปนม ตัดเป็นชุดเที่ยวทั่วไปนี่แหละ เพราะเขาชอบดีไซน์ร้าน ชอบผ้าที่เราเลือกมา ลูกค้าบางคนตัดซ้ำจนช่างจำชื่อได้ จำได้ว่าดีเทลของคนคนนี้ต้องทำต่างจากคนอื่นยังไง”

ส่วนลูกค้าใหม่จะลองสั่งตัวแรกก่อน แล้วค่อยกลับมาสั่งอีก จนกลายเป็นลูกค้าเก่า

ที่ว้าวไปกว่านั้นคือ ช่วงหลังมานี้ ชื่อเสียงเรื่องดีไซน์สวยของแบรนด์มีมากขึ้นจนไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่ได้เป็นคุณแม่ 

“เขาเห็นพี่สาวใส่ชุดคลุมท้องแล้วสวย เลยตามมาสั่ง บางคนก็ทักมาเลยว่า ไม่ได้ท้องนะคะ แต่ชอบแบบที่ร้านมาก ขอสั่งได้ไหม” จุ๋มหัวเราะ “พอเขาไปใส่แล้วมีคนชมถามว่าชุดแบรนด์อะไร พอตอบว่า Mommy Moment คนถามก็ตกใจ แต่มันก็ตรงกับความตั้งใจของเราแต่แรก เราไม่ได้อยากให้ใส่ชุดร้านเราแล้วรู้สึกเป็นคุณแม่ เราอยากให้ใส่แล้วรู้สึกว่าฉันสวย ฉันอยากใส่ออกไปเที่ยว ออกไปเที่ยวแล้วฉันก็ให้นมลูกได้ด้วยนะ”

วันนี้และอีก 5 ปีข้างหน้า

5 ปีของชีวิตแม่คือการได้เห็นพัฒนาการของลูก เห็นลูกฝึกตั้งไข่ หัดพูดคำแรก ไปโรงเรียนวันแรก เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ที่ต้องการการวางแผนสำหรับเติบโตในขวบปีต่อไป

Mommy Moment เองก็ตั้งใจเติบโตไปใน 3 เรื่อง อย่างแรก การทำหน้าร้าน เพราะประสบการณ์การซื้อเสื้อผ้าต้องอาศัยการสัมผัสและการลอง จุ๋มอยากให้ลูกค้าได้ลองจับผ้า เลือกหลายผ้า เลือกแบบที่จะตัดด้วยตัวเอง ชอบไม่ชอบตรงไหน อยากปรับแก้ตรงไหน จะได้ทำอย่างแม่นยำ

อย่างที่สอง การขยายทีมช่าง ทุกวันนี้แบรนด์มีช่างทั้งหมด 4 คน ทำให้การตัดเย็บครั้งหนึ่งใช้เวลานาน เพราะยึดมั่นในฝีมือและความประณีต ถ้าพัฒนาขยายทีมช่างให้แข็งแรง ก็สามารถรองรับความต้องการลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่เร็วยิ่งขึ้น

อย่างที่สาม การเปิดแบรนด์ใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่คุณแม่ โดยยึดแพตเทิร์นและเนื้อผ้าตามสไตล์ของ Mommy Moment เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลูกค้ากลุ่มนี้รู้สึกเขินอายเวลาใส่เสื้อผ้าของจุ๋มออกไปข้างนอก หรือเวลาที่คนถามว่าซื้อชุดจากไหน และยังแนะนำต่อ ๆ กันได้โดยไม่ต้องกังวล

ช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด

ทุกวันนี้อัตราการตั้งครรภ์ต่ำลงกว่าเก่ามาก แต่ครอบครัวที่คิดจะมีลูกมักวางแผนและเตรียมตัวมากกว่าที่เคย 

สโลแกนแบรนด์ที่ว่า ‘เพราะช่วงเวลาของการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด’ จึงไม่เกินจริงเลยสำหรับจุ๋ม เพราะเป็นช่วงที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะอ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในเวลาเดียวกัน ผู้หญิงบางคนอาจได้สัมผัสช่วงเวลานี้แค่ครั้งเดียวในชีวิต มันคือโอกาสเดียวของพวกเธอ 

ความสุขทุกครั้งที่คุณแม่ได้ดูรูปถ่ายตัวเองในชุดคลุมท้องกับลูกน้อย Mommy Moment จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่คนเป็นแม่มีความสุขที่สุด ด้วยการสร้างชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่จะทำให้แม่ผู้สวมใส่มีความสุขที่สุด 

“เราไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอก เราทำจากว่าตัวเองอยากได้อะไร ตอนท้องเรารู้สึกยังไง เราว่าทุกคนอยากเป็นแม่ที่สวย ทุกคนอยากเป็นแม่ที่แฮปปี้ พอได้ใส่ชุดสวย ๆ สบาย ๆ เราก็มีความสุข แล้วความสุขของเราก็จะส่งผ่านไปยังลูก”

Lessons Learned

  • ทำธุรกิจด้วยหัวใจและความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองเห็นถึงปัญหาของลูกค้าที่ไม่ได้กล่าวออกมา แต่รับรู้ได้ด้วยการสังเกตจากพฤติกรรมและประสบการณ์ตรงจากการเป็นผู้ใช้จริง
  • น้อมรับทุกคำติชมด้วยความเข้าใจ แก้ไขและพัฒนาทีมอยู่สม่ำเสมอ เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้และได้รับไอเดียใหม่ ๆ จากความผิดพลาดของตนเอง

Writers

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load