ระหว่างที่ใครหลายคนกำลังใช้เวลาช่วงนี้ พักร้อน เที่ยวสงกรานต์ ปิดเทอม หรือวางแผนใช้วันหยุดยาวครั้งต่อไปในดินแดนในฝัน มีคนกลุ่มหน่ึงจมอยู่กับกองเอกสาร

สวัสดี ฤดูกาลปิดงบฯ ที่รัก

หลังจากรอคอยกองเอกสาร รายการรับ-จ่าย และอีกหลากหลายหลักฐานทางกฎหมาย ที่รวมกันแล้วสะท้อนผลประกอบการประจำปีของกิจการทุกแหล่งจนครบถ้วน ก็ถึงเวลาสนุกแล้วสิ

หากไม่มีเรื่องเร่งด่วน โปรดติดต่อดิฉันอีกครั้งหลังเดือนพฤษภาคมที่ส่งงบเสร็จเลยนะคะ

เพราะเป็นนักบัญชีจึงเจ็บปวด

ทันทีที่พบกับ AccRevo ธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มและที่ปรึกษาบัญชีอย่างเข้าใจนักบัญชี เราก็ชวน ก้อง-ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม และ เต้ย-ราชิต ไชยรัตน์ สองผู้ก่อตั้ง มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดและวิธีการที่ใช้เปลี่ยนกิจกรรมดั่งยาขมให้อร่อยและดีเหมือนลูกอมวิตามินซี

AccRevo แตกต่างจากซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปอย่างไร

แทนที่ทำจะออกแบบซอฟต์แวร์บัญชีแล้วจบไป ดร.ก้อง และคุณเต้ย สร้างระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างความมั่นใจและคืนศักดิ์ศรีให้แก่นักบัญชีไทยทั้งพ้อง

มาทำความรู้จัก สตาร์ทอัพหน้าใหม่แต่ฝีมือไม่น้องใหม่ ที่สร้างระบบและโลกใบใหม่ของการทำบัญชี จากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากเห็นชีวิตของนักบัญชีดีขึ้นนี้ ไปด้วยกัน

ลูกคิดและเครื่องคิดเลขไม่ต้องนะคะ หยิบมาแค่อุปกรณ์ gadget น้ำหนักเบาตามมาก็พอ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

หลังจากคลุกคลีอยู่กับวงการสตาร์ทอัพในตำแหน่งทีมจากภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพในประเทศ เมื่อได้รับโจทย์ให้ศึกษาเพื่อแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องระบบการเงิน ปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดของสตาร์ทอัพ ดร.ก้อง จึงชวน คุณเต้ย เพื่อนนักเรียนสมัยประถมที่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและเป็นหนึ่งในกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี ด้านทำบัญชี มาร่วมทีม

ดร. ก้องเล่าความแตกต่างระหว่างธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพให้ฟังว่า เอสเอ็มอีจะเริ่มต้นที่โอกาส นั่นแปลว่าเมื่อรู้ว่าตลาดและกลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร ก็จะหา หรือสร้างสรรค์สินค้าและบริการขึ้นมาตอบความต้องการ ขณะที่สตาร์ทอัพจะเริ่มต้นจากปัญหา แล้วค้นหาแนวทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่แก้ไขได้จริง โดยมีเวลาเป็นต้นทุน

เมื่อเข้าใจวิธีคิดแบบสตาร์ทอัพ คุณเต้ยจึงเริ่มต้นเล่าปัญหาค้างใจระดับโลกแตกของนักบัญชีให้ ดร.ก้อง ฟังบ้างว่า ถ้ามีเครื่องสักเครื่องที่ลงบัญชีตามรายการบนหน้ากระดาษที่เราใส่เข้าไปทันที เขาจะยอมซื้อทันทีแม้จะมีราคาถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้ชีวิตของนักบัญชีสบายขึ้น

ไม่ทันที่ภาพฝันนั้นระเหิดไป ดร.ก้อง ก็หันมาตอบคุณเต้ยทันทีว่า มี!

ผ่านไป 6 เดือน หลังจากทดลองทำ หาคอนเซปต์ที่ชัดเจน เครื่องมือที่ว่าก็เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำ AccRevo ขึ้นมาจริงจัง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด

“รู้มั้ยครับ ช่วงปิดเทอมมีนาคม-พฤษภาคม ลูกนักบัญชีอย่างเราต้องอยู่บ้านไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะเป็นหน้างบ พ่อแม่ต้องทำบัญชีปิดงบ” ดร.ก้อง วิศวกรหนุ่มที่มีพ่อและแม่เป็นนักบัญชี มีบ้านเป็นสำนักบัญชี เล่าความทรงจำที่ฟังดูตลก แต่นักบัญชีอย่างคุณเต้ยก็ยืนยันว่าปัญหานี้ยังมีอยู่

“ตามระบบแล้ว ประเทศไทยเราส่งงบของเดือนธันวาคมภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม ลูกค้าจะส่งเอกสารมาพร้อมๆ กันในเดือนมีนาคม ไม่แปลกที่งานเอกสารจะเยอะ งานหนัก และเกิดความเครียด” คุณเต้ยเล่าบรรยากาศจากสถานการณ์จริง

ไม่ต่างจากทุกอาชีพ ทำงานหนัก ทำงานดึก ค่าแรงต่ำ โอกาสในชีวิตไม่เยอะ และยิ่งนักบัญชีรุ่นใหม่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนั้น ไม่แปลกอะไรที่ความฝันของการเป็นนักบัญชีในเด็กรุ่นใหม่จึงตกลำดับลง

“แล้วเราทำอะไรบ้าง” คุณเต้ยถาม

“เทคโนโลยีช่วยได้” ดร.ก้องตอบ ก่อนจะชวนคิดว่า “ในโลกยุคดิจิทัลที่มีซอฟต์แวร์บัญชีเต็มไปหมด ทำไมยังไม่ตอบโจทย์นักบัญชีและผู้ใช้งานอีก”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

บัญชีเบื้องต้น

สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจงานบัญชีมาก่อน คุณเต้ยเล่าภาพรวมอย่างเข้าใจง่ายให้เราฟังว่า

งานบัญชีก็เหมือนการเขียนไดอารี่ของธุรกิจ คนทำธุรกิจคือคนจดบันทึก

ขณะที่นักบัญชีนำข้อมูลจดบันทึกนั้นมาร้อยเรียงเป็นข้อมูลทางการเงิน แล้วนำไปบันทึกในระบบบัญชี ก่อนแปลข้อมูลทางการเงินออกมาเป็นผลการดำเนินงาน หรือฐานะทางการเงินของกิจการ ให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าจริงๆ บริษัทมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน เติบโตอย่างไร ขณะเดียวกันภาครัฐจะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ประกอบการเสียภาษี ธนาคารใช้ข้อมูลนี้ประกอบการให้สินเชื่อ คู่ค้าหรือ supplier ใช้ข้อมูลชุดนี้ประกอบการทำธุรกิจร่วมกัน

เพราะฉะนั้น งานนักบัญชีคือผู้จัดเรียงข้อมูลธุรกิจที่เกิดขึ้น เป็นสื่อกลางในการสื่อสารธุรกิจ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

“ปัญหาคือ ปัจจุบันเราใช้แรงงานนักบัญชีในกระบวนการใส่ข้อมูลและจัดทำข้อมูล มากเกินไปทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับส่วนของการจัดทำงบ” คุณเต้ยเล่า

แล้วกระบวนการทำงานของนักบัญชีในอุดมคติเป็นแบบไหน เราถาม

งานที่เป็นคุณค่าของนักบัญชีจริงๆ ไม่ใช่การรับไดอารี่ธุรกิจลูกค้ามาเขียนใหม่ อย่างที่นักบัญชีใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับสิ่งนี้ แต่งานจริงๆ ของนักบัญชีคือการวิเคราะห์ว่าข้อมูลที่ได้รับมาสะท้อนธุรกิจเขาหรือไม่ อย่างไร

“นักบัญชีก็เหมือนหมอ ควรจะใช้วิชาชีพในการให้คำปรึกษาลูกค้า ช่วยวางแผนภาษีเบื้องต้นให้ใช้สิทธิภาษีอย่างถูกต้อง วิเคราะห์บอกลูกค้าว่าธุรกิจมีความเสี่ยงยังไง ควรจะต้องดูแลยังไง เช่น ลูกหนี้มากไปแล้วนะ ซึ่งถ้าขายของแล้วลูกหนี้มาก หรือขายของแต่ไม่ได้เงิน ธุรกิจก็ไปไม่ได้ หรือถ้าเราลงทุนกับสินค้าใหม่ตลอดเวลา จนสินค้าเต็ม stock ก็เท่ากับเงินทุนจมลงไป นักบัญชีจริงๆ สามารถเข้ามาช่วยดูแล ให้คำแนะนำ บอกวิธีบริหารธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้ากลับไปดูแลตัวเองได้ เหมือนที่หมอบอกคนไข้ให้รู้จัก ลดของมัน ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของนักบัญชี” คุณเต้ยเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ถูก เร็ว และดี

แม้ AccRevo จะเริ่มต้นจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระหว่างทางคุณเต้ย และ ดร.ก้อง ก็พบว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการแท้จริงแล้วไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทันสมัยที่สุด แต่เป็นงบการเงินที่มีคุณภาพภายใต้ต้นทุนบางอย่างที่เขาสามารถบริหารจัดการได้

AccRevo จึงไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์บัญชี แต่รวมบริการทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ร้อยเรียงเป็นบริการที่มีแนวคิดเบื้องหลังที่น่าสนใจ

ความยากคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลระหว่างทางไม่ผิด ไม่ได้หลอกแก้ตัวเลข

เมื่อการทำบัญชีคือการเก็บทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง งานของนักบัญชีคือพิสูจน์ว่าทุกกิจกรรมเกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ Accrevo ทำคือ ทำอย่างไรให้ทั้งหมดมันเชื่อถือได้ ภายใต้แรงงานที่น้อยลง ทำอย่างไรให้กระบวนการตั้งแต่ กรอกข้อมูลไปจนถึงออกเป็นงบเพื่อนำไปใช้งานต่อนั้นง่ายขึ้น

วิธีการก็คือ ผู้ประกอบการและนักบัญชีต้องทำงานร่วมกัน

เริ่มจาก ผู้ประกอบการอาจจะต้องมีความคิดแบบใหม่ ว่าฉันอยากจะได้งบ และรู้ว่าฉันจะนำงบไปใช้ทำอะไร

หลังจากสแกนเอกสาร จะมีเทคโนโลยีบันทึกข้อมูลเบื้องต้น นักบัญชีจะเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องและติดตามข้อมูลและเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยระบบ Cloud

ทุกๆ ครั้งที่มีการบันทึกระบบจะอัพเดตงบการเงินให้ตลอดเวลาทำให้เจ้าของกิจการสามารถติดตามผลการเติบโตของธุรกิจได้โดยไม่ต้องรอผลในสิ้นเดือนพฤษภาคมอย่างที่เคย เหมือนนักกีฬาที่ตรวจศักยภาพร่างกายได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทำให้นักบัญชีใช้ความรู้ความสามารถให้คำปรึกษาและดูแลธุรกิจลูกค้าเหมือนโค้ช

เปลี่ยนภาพจำจากคนที่ทำงบส่งสรรพากร ให้กลายเป็นโค้ชของธุรกิจ ช่วยผลักดันคุณค่าของวิชาชีพนี้

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Tailor Made for Business

AccRevo จะเข้ามาช่วยออกแบบบริการบัญชี โดยไม่ว่าจะมีนักบัญชีอยู่แล้วหรือไม่ มีแล้วสื่อสารไม่เข้าใจ หรือยังไม่มี AccRevo จะช่วยจับคู่ให้เหมาะสมผ่านระบบคัดกรอง หรือการจัดการระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน

มีฝ่าย Partner Care ที่สื่อสารระหว่างนักบัญชีและระหว่างลูกค้า

นอกจากการให้บริการลูกค้าธุรกิจทั่วไปแล้ว ตอนนี้ AccRevo ยังเชื่อมโยงกับ System Partner ที่ดูแลระบบหลังบ้านของร้านยา หอพัก งานก่อสร้าง งาน e-commerce ซึ่งเหล่านี้ให้บริการในระบบ Cloud อยู่แล้ว AccRevo จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการจัดเรียงข้อมูลลงระบบบัญชีทันทีแบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า API เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างหน้าบ้านและหลังบ้าน

จากเดิมที่ทุกหน่วยกิจการซึ่งมีระบบบันทึกหลังบ้านอยู่แล้ว ต้องจัดทำและพิมพ์เอกสารจำนวนมาก แล้วจัดส่งไปสำนักบัญชี เกิดเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ Accrevo ทำจะช่วยลดขั้นตอนเพื่อให้นักบัญชีแค่เข้ามาตรวจความถูกต้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

งบคนพาล คนพาลพาไปหาผิด

เมื่อการทำบัญชีคือยาขมดีๆ นี่เอง คนไทยไม่น้อยจึงมีความเชื่อผิดๆ นิยมทำบัญชี 2 บัญชี หนึ่ง เพื่อยื่นส่งภาษี และสอง เพื่อยื่นขอสินเชื่อ

สิ่งที่ AccRevo เชื่อและสื่อสารมาตลอดคือ การทำบัญชีเดียวอย่างถูกต้องถูกกว่า

“คนไทยนิยมหลบภาษีโดยไม่รู้ว่าไม่ต้องหลบ ถ้าเขารู้ว่าจริงๆ แล้วแค่ปรับโครงสร้างราคา อัตราภาษีของรัฐบาล ระหว่างบุคคลธรรมดาและบริษัท ยังไงบริษัทก็ถูกกว่า เพราะคนธรรมดาเสียภาษีโดยใช้รายได้ แต่บริษัทเสียโดยใช้กำไร และบริษัทสามารถเอารายจ่ายมาหักได้ทั้งหมด

“แต่ทำไมคนถึงไม่ทำให้เป็นบริษัท หรือเป็นแล้วไม่ทำให้ถูกต้อง นั่นเพราะขาดผู้ช่วย ขาดคนทำบัญชีที่ดี หรือแม้กระทั้งไม่รู้ว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นต้องลงบัญชีอย่างไร สิ่งเหล่านี้ AccRevo จะมาช่วย” ดร.ก้องเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี

ลองจินตนาการว่าถ้าข้อมูลที่เอกชนส่งเข้าภาครัฐเป็นข้อมูลสุขภาพจริงๆ รัฐก็รู้ตัวว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศเป็นอย่างไร ก็คงจะดีไม่น้อย แต่เป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบันทุกคนส่งข้อมูลจริงบ้าง หลอกบ้าง ทำให้ภาครัฐไม่รู้ว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศดีหรือแย่ ทำให้ออกนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาประเทศ

“แม้ฟังดูจะเหมือนเรื่องไก่ไข่อะไรเกิดก่อน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรเริ่มก่อนใคร มันเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มพร้อมกัน เพื่อผลักทุกคนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส

“ในวันที่ทุกคนถามหาความโปร่งใส รัฐต้องโปร่งใสสิ คำถามคือพอรัฐโปร่งใส ตัวเราเองโปร่งใสมั้ย แล้วถ้าเราโปร่งใสแล้ว เงินที่เข้ามาเราต้องรู้ที่มาและที่ไป ถ้าเรารู้ว่าเงินไปที่ไหน เงินก็จะหายไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น กรอบที่จะทำผิดก็จะน้อยลง ความโปร่งใส่ระหว่างรัฐกับเอกชนก็จะมากขึ้น ผมเชื่อเสมอว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เหมือนคนที่ต้องเดินไปด้วยกันอีกไกล เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองอีกฝ่ายเป็นผู้ร้าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ร้ายคอยเลี่ยงภาษี หรือมองอีกฝ่ายเป็นโจรปล้นภาษีแล้วคอยจะหลบ เราจึงไม่มองว่าความโปร่งใสเป็นเรื่องของการจับผิด แต่เป็นเรื่องของการมองว่าคนสองคนจะไว้ใจกันได้ยังไง เราไม่ได้แข่งกันสองคน เราแข่งกันทั้งโลก” ดร.ก้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Artificial Intelligence หรือ AI ทำให้นักบัญชีหายไปจริงมั้ย

การเข้ามาของเทคโนโลยีจะทำให้อาชีพนักบัญชีหายไปจริงมั้ย เราสงสัย

“เป็นคำถามที่เราเจอเป็นประจำ สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ เราเองมีพื้นฐานเป็นนักบัญชี ดังนั้น เราไม่ทำลายวิชาชีพของตัวเองแน่นอน สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือ เราพบว่าสิ่งที่เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนนักบัญชีไม่ได้คือ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ สิ่งที่ AccRevo ใช้เทคโนโลยีคือส่วนที่ช่วยให้การบันทึกบัญชีเป็นระบบระเบียบพร้อมให้นักบัญชีใช้งาน อีกส่วนคือเป็นศูนย์กลางอัพเดตความรู้ข่าวสารภาษีเพื่อสนับสนุนงานนักบัญชี

“เรามองว่านักบัญชีในอนาคตจะเปลี่ยนไปจากคนบันทึกบัญชีเป็นคนทำงบ เป็นนักวิเคราะห์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักออกแบบระบบ เพราะเห็นกระบวนการธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ” คุณเต้ยเล่า

ดร. ก้องเสริมว่า จากประสบการณ์ที่ศึกษาเรื่อง AI มาโดยตรงและอยู่กับเรื่องนี้มาโดยตลอด ในช่วง 6 เดือนแรกที่ทดสอบการใช้เทคโนโลยีมาจับกับเรื่องบัญชี เขาพบว่ามีเรื่องสำคัญที่นักบัญชีไม่รู้ นั่นก็คือสิ่งที่ AI และ Machine Learning กำลังจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อนักบัญชีไทย เพราะนักบัญชีไทยทำงานส่วนที่ AI ทำได้อยู่

“ย้อนกลับไป เมื่อรายงานเศรษฐกิจประเทศบอกว่านักบัญชีขาด มหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็เร่งผลิตนักบัญชีออกมา แต่ผลิตนักบัญชีให้มาทำในสิ่งที่ AI ทำได้ นั่นก็คือการบันทึกบัญชี ก็เลยคุยกับเต้ยว่าจะเป็นตัวกลางที่ทำให้นักบัญชีอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีให้ได้” ดร.ก้อง

งานบัญชีที่ AI ทำไม่ได้

โลกเราตอนนี้ต้องการคนที่เรียกว่า Wisdom Worker หรือคนที่ทำงานโดยใช้ปัญญาและความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นแล้วภายใต้วิกฤตหากมองเป็นโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพนักบัญชีเราให้เก่งขึ้น มองธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น วิเคราะห์ได้แม่นยำมากขึ้น ใช้เวลาไปกับการเจอเคสเยอะขึ้น ก็จะยิ่งเชี่ยวชาญ สร้างคุณค่าและมูลค่าในตัวเอง

เมื่อศักยภาพนักบัญชีไทยเราสูงขึ้น การจะไปไกลในระดับโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“ก่อนหน้านี้ผมทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ ข้อดีของนักบัญชีไทยที่ผมสังเกตเห็นว่าไม่แพ้ใครก็คือเรื่องความละเอียดที่ชัดเจนมาก นั่นทำให้เราสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ดี ถ้าเราเริ่มจะวิเคราะห์เราจะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าคนอื่น และเมื่อเจอเคสเยอะๆ ก็จะทำให้เราตั้งคำถามได้ดี” ดร.ก้องวิเคราะห์ โดยคุณเต้ยเสริมว่านักบัญชีไทยเก่งและมีความคราฟต์ เป็นโอกาสที่ดีที่จะสามารถเข้าไปศึกษา ตีความ และออกแบบกระบวนให้เหมาะสมกับธุรกิจในอนาคตต่อไปได้

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความเข้าใจคนทั้งระบบ ให้หันมาทำบัญชีที่ถูกต้อง แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว ธุรกิจที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ป่วยที่รักษาด้วยการกินยาบรรเทาความเจ็บไปวันๆ กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายก็สายเสียแล้ว

เช่นกันกับการทำธุรกิจ วิธีการทำบัญชี งบการเงินที่ถูกต้องอาจจะยากลำบากในตอนแรก แต่นั่นก็ขึ้นกับคุณว่ากำลังเอาจริงเอาจังกับธุรกิจคุณในระยะยาวจริงหรือเปล่า

“สิ่งที่ AccRevo ทำมันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือสิ่งที่เราตั้งคำถามและตั้งใจทำให้สำเร็จ คำถามที่ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเราได้บ้าง” คุณเต้ยเล่าความตั้งใจ

อาจจะฟังดูไกลเกินไปที่จะบอกว่า AccRevo กิจการอายุไม่ถึงสองปีกิจการนี้จะช่วยให้สังคมดีขึ้นอย่างไร

แต่จากเรื่องราวที่ได้ฟังทั้งหมด ผู้ประกอบการ นักบัญชี และเทคโนโลยี ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มีระบบที่ถูกต้องให้นักธุรกิจทำในสิ่งที่ถูกต้อง นักบัญชีได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ ธุรกิจเติบโตสร้างเม็ดเงินและภาษีให้ประเทศ ผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้น

“ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงธุรกิจประเภทบริการ ประเทศไทยเราไม่เป็นรองใคร หากเราสามารถพัฒนาบริการวิชาชีพอื่นๆ เราก็สามารถแข่งขันได้ไม่ยาก โดยนิสัยคนไทยที่เป็นคนชอบดูแลอยู่แล้ว เราก็แค่ทำให้นักบัญชีมีเวลาดูแลคนมากขึ้น เราก็สามารถเปลี่ยนงานบริการทางบัญชีซึ่งเคยเป็น Pain Point ของประเทศ ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศได้” คุณเต้ยทิ้งท้าย ก่อนที่ ดร. จะฝากคำแนะนำให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจที่มีประโยชน์กับคนและโลกใบนี้แบบนี้บ้าง

“สมัยก่อนเราพูดถึง Work and Balance โลกยุคนี้เราต้องพูดถึง Work-life Integration ทำอย่างไรให้ชีวิตและการทำงานเป็นเรื่องเดียวกันได้ เพราะงั้นสิ่งที่ต้องหาไม่ใช่ตัวตน แต่คุณต้องลึกในทุกๆ เรื่อง เพื่อหาคุณค่าในตัวเอง การทำธุรกิจ เขาเรียก Value Chain นะ ห่วงโซ่คุณค่า รับคุณค่าจากคนอื่นส่งต่อไปให้อีกคนหนึ่ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเรามีคุณค่าอะไรในกลุ่มก้อนที่คุณอยู่ แม้จะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือใครก็ตาม”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

The Rules: ACCREVO

ก้อง – ดร. พณชิต กิตติปัญญางาม

1 ทำทุกสิ่งโดยคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่ตื่น วันนี้ผมโอเคแล้ว

2 สนุกกับเรียนรู้และลงมือทำ

3 อย่าคาดหวังจากคนอื่น ถ้าสิ่งนั้นเราเองก็ทำไม่ได้

 

เต้ย – ราชิต ไชยรัตน์

1 การเป็นตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

2 เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดิมๆ ได้ด้วยกรอบความคิดเดิมๆ

3 อย่ายอมแพ้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘NANA Coffee Roasters’ สาขาบางนา ใน 10 โมงเช้าวันอังคาร วันที่ไม่ได้พิเศษอย่างเช้าวันจันทร์หรือเย็นวันศุกร์ นอกจากกลิ่นกาแฟหอมฟุ้ง บรรยากาศร้านขาวโปร่งโล่งสบาย ที่นั่งหลากหลายมุมในร้านยังถูกจับจองเยอะจนน่าประหลาดใจ ทั้งครอบครัวที่มากับเด็ก ๆ กลุ่มไบเกอร์ และผู้คนคอกาแฟที่ดูจะเป็นลูกค้าประจำ

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์สักแบรนด์หนึ่งจะเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้ จากวันที่ยอดขาย 50 แก้ว 200 แก้ว สู่ 1,800 แก้วต่อวัน อะไรคือสิ่งที่ กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของร้านกาแฟผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยดื่มกาแฟสักถ้วยในชีวิต ได้ค้นพบและร่วมสร้างกว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ ‘ไม่เคยต่อรอง’ เรื่องคุณภาพของกาแฟ

กุ้งถามเราว่าชอบดื่มอะไร ชอบดื่มแบบไหน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง หายไปสักพัก กาแฟหอมฟุ้งที่กุ้งเลือกให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ แล้วบทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

แล้วเราจะตามหาเราจนเจอ

เส้นทางธุรกิจของกุ้งย้อนกลับไปได้นับทศวรรษ กว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ในวันที่กุ้งลาออกจากการเป็นวิศวกรเครื่องกลของโรงงานแห่งหนึ่งหลังทำงานมาร่วมสิบปี ด้วยความเบื่อหน่ายในชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ความอยากค้นหาตนเอง และความริเริ่มอยากลองเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ ณ ตอนนั้นความอยากยังไม่สัมพันธ์กับความรู้ทางธุรกิจที่มี

เขาเริ่มจากศูนย์ และธุรกิจแรกของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกาแฟแม้แต่นิด แต่เป็นแฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้โรงเรียนจะไปได้ดี แต่กุ้งรู้สึกว่าชีวิตยังดีขึ้นได้อีก เขาจึงเริ่มเปิดร้านถ่ายรูปโดยร่วมลงทุนกับคนข้างบ้าน ขยายเป็น 9 สาขาในพื้นที่นนทบุรี ควบคู่กับโรงเรียนสอนภาษา

แล้วชีวิตนักธุรกิจไฟแรงของกุ้งก็โดนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าอย่างจัง

“พอเราทำร้านถ่ายรูปไป 9 สาขา ก็เจอการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากฟิล์มเป็นดิจิทัล ทำให้วงการถ่ายรูปอยู่ในยุคตกต่ำ คนไม่ยอมเอาไฟล์มาอัดงาน ยอดขายตก

“ตอนนั้นหนี้เยอะมาก เราต้องซื้อเครื่องถ่ายรูปใหม่ ประมาณ 13 – 14 ปีที่แล้ว ทำให้ผมมีหนี้ 10 กว่าล้าน เหมือนเราอยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้”

จนกระทั่ง กานดา โทจำปา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า กุ้งหญิง แนะนำให้ลองขายกาแฟสด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วง พ.ศ. 2550 – 2551

“ตอนนั้นผมอายุ 42 แล้ว แต่ยังไม่เคยกินกาแฟสักแก้วเลย” เขาหัวเราะ

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ด้วยความเนื้อหอมของกาแฟสดในตอนนั้นบวกกับใจตัวเองที่ชอบความท้าทาย เขาจึงเริ่มเรียนชงกาแฟกับ อ๋า-ศุภชัย ศรีวิตตาภรณ์ แห่ง Bluekoff ครูกาแฟคนแรกของเขา 

ส่วนร้านกาแฟร้านแรกของกุ้ง (ก่อนจะเป็น) NANA Coffee Roasters ก็ดัดแปลงมาจากร้านถ่ายรูปสาขาแจ้งวัฒนะ จากการตัดกระจกครึ่งหนึ่งมาทำเคาน์เตอร์ ให้บาริสต้าอยู่ในห้องแอร์ชงกาแฟ เขาขายได้วันละ 30 แก้ว

ถ้าเป็นกุ้ง NANA แล้วล่ะก็… เขาคงจะไม่หยุดแค่นั้น

“เราสงสัยว่าเราใหม่ไป ทำไม่เก่ง หรือทำเลไม่ดี”

กุ้งเดินสำรวจร้านข้าง ๆ ที่ขายได้วันละร้อยแก้ว และตัดสินใจจะเปิดสาขาสองจากร้านถ่ายรูปสาขาเมืองทอง

“ก็ทำเหมือนเดิม ตัดกระจกครึ่งหนึ่ง ร้านนั้นเพิ่งปิดไปเมื่อปลายปีก่อน ขายได้วันละประมาณ 200 แก้ว”

เขาเพลิดเพลินกับกาแฟคั่วเข้มใส่นมข้นหวานขายอยู่ 3 – 4 ปี จนกระทั่งเริ่มคิดว่ามันไปต่อไม่ได้ จึงลาออกจากธุรกิจทั้งหมดที่ทำอยู่ และไปเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟเต็มตัว

สิ่งที่กุ้งทำทั้งวันและทุกวันตลอด 10 เดือน คือ คั่วและชิมกาแฟ จนสอบเป็น Q Grader หรือนักชิมกาแฟ ได้เป็นคนที่ 7 ของประเทศ ในวันที่กาแฟพิเศษยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย

ทะเลสีขาว

จากธุรกิจกาแฟสดสู่กาแฟพิเศษ NANA Coffee Roasters ก้าวสู่การเป็นร้านกาแฟระดับต้น ๆ ของประเทศด้วยการขายประสบการณ์ในการดื่มและสื่อสารเรื่องราวไปถึงลูกค้า 

นี่คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้มีจุดยืนที่แตกต่าง ท่ามกลางตลาดกาแฟไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราต้องแยกว่าเราอยู่ใน Red Ocean หรือเปล่า ซึ่งผมว่าเราไม่ได้อยู่ใน Red Ocean

“การทำร้านกาแฟต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเขาต้องมาหาคุณให้ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราต้องสร้างอาณาจักรของตัวเอง ผมมองว่าเราอยู่ใน White Ocean เราอยู่ของเรา คนอื่นที่จะเข้ามาแข่งไม่ได้แข่งเรื่องราคา แต่แข่งเรื่องคุณภาพและบริการ”

กุ้งเรียนรู้สิ่งนี้ได้จากทุก ๆ สาขาของ NANA Coffee Roasters ที่เปิดมา

ร้านแรก สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา สอนว่าทำเลไม่ใช่ทุกอย่าง – คุณภาพต่างหากที่จะพาคนมาหาเรา

ร้านที่สอง สาขาอารีย์ สอนว่าทำเลที่ดีคือแต้มต่อของธุรกิจ – ให้คนมาหาเราได้ง่ายขึ้น

บทเรียนทั้งหมดพาเขามาสู่ร้านนี้ สาขาที่สี่ที่บางนา

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

นานา ณ บางนา

ก่อนจะมาเป็นนานาที่บางนา ที่นี่เคยเป็นร้านอาหารมาก่อน 

“เจ้าของที่ดินเป็นลูกค้าผมที่สาขาเลียบทางด่วนฯ เหมือนโชคที่เราจะได้เจอกัน ผมยืนชงกาแฟ เขามาซื้อกาแฟ แล้วเขาก็บอกว่า หนูมีทำเลแถวบางนา พี่สนใจไปเปิดร้านไหม”

ประจวบเหมาะกับที่ปรึกษาทางธุรกิจของกุ้ง (ควบตำแหน่งลูกค้าสาขาเลียบทางด่วนฯ เช่นเดียวกัน) เคยแนะนำทำเลทองที่บางนาและถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ คำแนะนำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขามาหลายปีไม่เคยหายไปไหน 

“พอลูกค้าพูดว่า บางนา กม.1 ผมปิ๊งเลย”

ที่ดินผืนนี้ที่บางนา ณ ตอนนั้นเป็นร้านอาหารชื่อ อบอวน มหาชัย

“เขาบอกว่าที่อยากให้พี่กุ้งมาคือ อยากให้ไปเปิดร้านกาแฟข้างหลัง” เรามองไปรอบ ๆ ร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวขจี ภาพที่เห็นในวันนี้ยังไงก็ไม่ใช่ ‘ร้านกาแฟข้างหลัง’ แน่ ๆ 

“แต่ผมบอกว่าถ้าได้ที่แค่นั้นคงไม่มา ถ้าจะมาต้องขอพื้นที่ทั้งหมด” เขาเป็นคนแบบนั้น ทำอะไรทำจริง

โชคเข้าข้างเขา เพราะตรงกับช่วงโควิด-19 ทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่รุ่งเรืองเท่าที่ควร เจ้าของที่ดินจึงตัดสินใจให้ NANA Coffee Roasters มาเปิดร้านแรกในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ที่ดินริมถนนบางนา กม.1 เลยกลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ให้กุ้งได้ลงมือสร้างภาพฝันของธุรกิจ

“สาขาบางนาเหมือน Showcase ของเรา มันรวมการตกผลึกด้านการทำร้านกาแฟพิเศษ มีหลาย ๆ อย่างที่ซ่อนอยู่แม้กระทั่งถาดที่เสิร์ฟ มีแนวคิดหลายอย่างที่เราใส่เข้ามา มีการบอกเรื่องราว

“พอลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เขาควรจะได้พลังงานบวกกลับไป ได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป อย่างมาที่นี่ แค่เขาเห็นบาร์ เห็นวิธีการทำงาน เห็นวิธีการนำเสนอเรื่อง เห็นอาคาร หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีสักอย่างที่ทำให้เขารู้สึกดี”

บางนาจึงเป็นที่ตั้งของสาขาที่สี่ของ NANA Coffee Roasters ซึ่งผสมผสานเรื่องสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และกาแฟ รวมไปถึงแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน 

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

03 Coffee Ecosystem

ดูเหมือนว่าสิ่งหลักที่กุ้งและทีมทำคือการขายกาแฟ แต่หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เราจะเห็น NANA Coffee Roasters อยู่ในทุก ๆ อณูของวงการกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

เพาะกล้า

สีน้ำมันคุณภาพดีคงถูกเสกสร้างเป็นภาพวาดที่สวยไม่ได้หากไม่มีศิลปิน เหมือนที่กุ้งเชื่อว่าบาริสต้าคือกุญแจสำคัญของกาแฟที่ดี เกิดมาเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกุ้ง คือ ‘ครูกุ้ง’

ตั้งแต่ในยุคที่ Q Grader เริ่มมีการเปิดสอบในเมืองไทย เขาเริ่มสอน ติวเข้ม และส่งสอบ จนกระทั่งนักเรียนในชั้นสอบผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เฉลี่ยทั้งโลกมีคนได้เป็นนักชิมกาแฟเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ทุกวันนี้ทุกคนก็เติบโตในสายธุรกิจกาแฟ เป็น World Judge คั่วกาแฟ จะเห็นว่าคนที่เติบโตได้ดีในวงการกาแฟพิเศษคือ ต้องมีแพสชัน” นี่คือความภูมิใจของครูกาแฟ ผู้อยากเห็นวงการกาแฟไทยก้าวไปข้างหน้า

ผ่านมา 7 – 8 ปีจากวันนั้น มีคนมาเรียนกับครูกุ้งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ต้นน้ำ

“ภาพที่คนมองเรา อาจจะคิดว่าเราขายแต่กาแฟนอก จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราซื้อกาแฟไทยปีหนึ่ง 30 ตัน กาแฟนอกเราซื้อไม่เยอะ ไม่ถึง 10 ตัน” 

กุ้งเชื่อมั่นในคุณภาพกาแฟไทย และอยากส่งต่อเรื่องราวจากต้นน้ำเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงผ่านรสชาติกาแฟที่ดี แต่ผ่านสิ่งที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

“เนื่องจากทีมเราขึ้นไปเก็บกาแฟเอง ตั้งแคมป์ในไร่กาแฟครั้งหนึ่งประมาณ 5 – 10 วัน ได้เห็นว่าข้างบนเหมือนสวรรค์บนดิน สิ่งหนึ่งที่เราทำมาเป็นรูปธรรมเลยคือการจัด Barista Camp ซึ่งจัดมา 6 ปีแล้ว

“มีลำธารไหลผ่าน มีบ้านพัก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เราก็ปั่นไฟใช้ เราเห็นว่าเกษตรกรพยายามทำกาแฟแบบออร์แกนิกจริง ๆ” กุ้งพรรณนาบรรยากาศของไร่กาแฟให้เราเห็นภาพมากขึ้น

“เราจึงอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติเหล่านั้น รวมทั้งอาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาได้เห็นเราในธรรมชาติ ได้เข้าใจธรรมชาติ”

ปลายน้ำ

ในวันที่กล้าเติบโตและต้นน้ำดำเนินไปได้ดี กุ้งและทีมก็ไม่ลืมพัฒนาตนเอง แตกกิ่งก้านสาขา จากในช่วงโควิด-19 ระลอกแรกที่ยังไม่มีทั้งบริการขายออนไลน์และเดลิเวอรี่ 

“จากวันนั้นเราพยายามขายออนไลน์ แล้วเชื่อไหมครับ เราขายได้เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้หน้าร้าน เพราะอะไร เพราะทำไม่เป็น” กุ้งหัวเราะลั่น

แม้จะถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจเต็มตัวกับประสบการณ์กว่าสิบปี กุ้งก็มีวันที่ทำไม่เป็นกับเขาเหมือนกัน

“มันเป็นอีกธุรกิจที่ชื่อเสียงของธุรกิจออฟไลน์ไม่มีผลกับยอดขายออนไลน์เลย มีรุ่นน้องผมคั่วกาแฟแค่ 2 ปี ขายออนไลน์ดีมาก วันที่เราขายได้ 50,000 เขาขายได้ 2 ล้านบาทต่อเดือน

เขาว่าประโยค ‘สนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวกว่าบ้านเราเสมอ’ เป็นเรื่องจริง ทำเราหัวเราะครืน แต่กุ้งไม่เพียงชะโงกหน้ามองสนามหญ้าข้างบ้าน เขาให้ลูกชายก้าวเข้ามาศึกษาและช่วยส่วน Online Marketing จนดันยอดขายเกิน 7 หลักในช่วงเวลา 4 เดือน

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

ปลายน้ำที่ส่งตรงถึงละแวกบ้านคุณ

“เดลิเวอรี่นี่ยิ่งมัน ผมจะเล่าให้ฟัง” แววตาของกุ้งเต็มไปด้วยประกายความสนุก “เป็นที่มาของ Harudot ซึ่งเป็น Second Brand ของเรา”

ในช่วงโควิดตอนแรก กุ้งและกุ้งหญิงพยายามติดต่อเดลิเวอรี่เจ้าดังอย่าง Grab, LINE MAN แต่ด้วยรัศมีทำการที่จำกัด จึงหาช่องทางในการตั้ง Cloud Kitchen ในเมือง ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เสี่ยงเกินจะรับไว้ 

ณ ตอนนั้น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่งแม็คโครติดต่อมาพอดี เป็นช่วงที่ร้านกาแฟมวลชนจะถอนการลงทุน มีทั้งหมดเป็นร้อยสาขา NANA Coffee Roasters เลือกเฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ ชั้นใน 

“ไหน ๆ มันมาถึงตรงนี้แล้ว แทนที่จะทำเป็น Dark Kitchen เพราะถ้าเป็นครัวมืด เราจะได้บาริสต้าคุณภาพต่ำลง บาริสต้าเป็นอาชีพที่สปอตไลต์ต้องส่องเขา คุณต้องยืนอยู่บนสแตนด์ คุณต้องรู้สึกภูมิใจ แล้วคุณต้องเด่น เราถึงจะได้คนดี ๆ เข้ามา”

จากที่ตั้งใจให้เป็นเพียง Cloud Kitchen ของแบรนด์หลัก ก็เกิดเป็นแบรนด์ที่สองชื่อ Harudot ของลูกชายควบคู่ไปด้วย 

Positioning ของสองแบรนด์ต่างกัน ใช้กาแฟคนละตัว ต้นทุนต่างกัน รสชาติไม่เหมือน แต่อร่อยคนละแบบ โดยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุปกรณ์และพนักงาน จนให้พนักงาน Harudot ย้ายไปทำที่ NANA Coffee Roasters ได้เลยโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม เพราะเขาเองก็ต้องเสิร์ฟเมนูสำหรับเดลิเวอรี่ของแบรนด์แรกเช่นกัน

“ปีที่แล้วปีเดียว เราเปิดไป 4 สาขา บ้าพลังมาก ในขณะที่ทุกคนลดสเกล เรากลับสวนกระแส แล้วแนวความคิดนี้ก็ประสบความสำเร็จ ผมขายได้”

ถึงจะมีวันที่กุ้งทำไม่เป็น แต่ดูเหมือนจะไม่มีวันที่เขาทำไม่ได้

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาบทเรียน

“ผมเคยอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปี ได้เห็นว่าร้านราเมงที่นั่นมีปัญหาเยอะมาก มันเป็นธุรกิจครัวเรือน คนส่วนใหญ่ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊ง มีหนี้เป็นสิบล้าน เราเห็นว่าร้านที่อยู่ได้ เขาทุ่มเทขนาดไหน เขาตีเส้นเอง ตัดเส้นเอง ทำน้ำซุปให้อร่อย ทำเองทุกอย่าง กว่าจะได้เงินจากกระเป๋าลูกค้าไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องทำงานจริง ๆ แล้วคุณจะเข้าถึงมัน”

ณ วันที่คุณวางมือจากธุรกิจนี้ ลูกชายต้องเรียนรู้อะไรบ้าง – เราถามเขา เขาหยุดคิดสักครู่ ก่อนตอบว่าเรื่องแรกคือเรื่องของ ‘คน’ 

ทักษะเรื่องคนคือสิ่งแรกที่ต้องมี

“คนเป็น Key Success ถ้าเราคนเดียว คงทำงานใหญ่และเยอะขนาดนี้ไม่ได้ เราต้องไว้ใจคนและให้ความสำคัญกับเขา

“ทำยังไงที่จะสามารถดึงศักยภาพของพนักงานแต่ละคนให้พร้อมทำงาน ต้องดูรอบด้านว่าเขามาทำงานแล้วมีความสุขไหม เขามีเงินใช้ไหม เพราะว่านั่นจะกระทบกับงานตรง ๆ เลย” 

สิ่งที่สำคัญสำหรับกุ้งในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ใช่ความรู้แต่เป็นทัศนคติ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่สอนกันได้ และกุ้งทำสิ่งนี้ได้ดีซะด้วย

“จุดแข็งที่เรามั่นใจคือการเทรนนิ่ง ในเมื่อเราเทรนให้คนอื่นทำงานได้ คนของเราเองก็ต้องทำงานได้ และจะทำทุกสาขาให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน”

ถ้าอยากเป็นบาริสต้าที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เขาบอกกับบาริสต้าทุกคนว่า ในที่สุดทุกคนอยากมีร้านกาแฟ เขาไม่เคยขอให้ใครอยู่ทำงานกันไปนาน ๆ แต่ขอให้ทุกคนที่มาทำงานเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุด

กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ทีมดีที่ขับเคลื่อน NANA Coffee Roasters ไปข้างหน้า แต่รวมไปถึงครอบครัวของทีมที่ต้องเสียสละให้พวกเขาไปทำงานดึกดื่นหรือในวันหยุด กุ้งขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง

เรื่องที่สองคือ ‘องค์ความรู้’ คือการที่เข้าใจเรื่องกาแฟจริง ๆ

“ในวงการแข่งขันกาแฟ คำเดียวที่สำคัญที่สุดคือ Consistency ทำยังไงให้สม่ำเสมอ มันยากเพราะกาแฟเป็นสินค้าเกษตร ทุก ๆ ล็อตไม่เคยเหมือนกัน

“ลูกค้ามากินกาแฟ มันเป็นสิ่งที่สัมผัสปากเขาทุกวัน ถ้าเปลี่ยนไปนิดเดียวเขาจะรู้เลยว่านี่ไม่ใช่ แล้วเราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาไปเจอร้านกาแฟที่ใช่ เขาจะไม่กลับมาอีกเลย”

และเรื่องสุดท้ายที่แม้ไม่ได้ออกจากปาก แต่สัมผัสได้ในทุก ๆ คำที่กุ้งเล่าคือ ‘ใจรัก’

เราถามว่ากาแฟคืออะไรสำหรับเขา เขาตอบว่า “กาแฟไม่เคยเหมือนกันสักวัน มันคือความตื่นเต้น เหมือนบางคนที่เทรดหุ้น ทำไมมานั่งเทรดหุ้นทุกวัน เพราะมันตื่นเต้น ผมว่าเขาเสียมากกว่าได้ แต่มันตื่นเต้น มันทำให้เราตื่นเต้นทุกวัน เวลาได้กาแฟใหม่มาต้องคั่วแล้วชิมคืนนั้น มันทนให้ข้ามคืนไม่ได้” 

กาแฟเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของชายคนนี้ให้ยังคงเป็นเด็ก ซุกซน และมีไฟพัฒนาธุรกิจต่อไป

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ
จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาในดวงใจ

“อยากให้ NANA Coffee Roasters เป็นร้านกาแฟในดวงใจของคนไทยทุกคน ให้เขาชื่นชม ชื่นชอบ อยากให้คนที่เป็นเจ้าของนานาต่อไป ได้ดูแลพนักงานของตัวเองให้ดี”

กุ้งเน้นย้ำความสำคัญเรื่องคนและการดูแล ‘3 ขาหลัก’ 

หนึ่ง คือตัวเองและผู้ลงทุน

สอง คือทีม

และสาม คือลูกค้า

“หาก 3 คนนี้มีความสุข ธุรกิจไหน ๆ ก็อยู่แบบยั่งยืนได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ”

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้และประสบความสำเร็จ เพราะทีมที่แข็งแรงและทีมที่แข็งแรงนั้นสร้างขึ้นมาจากความเห็นอกเห็นใระหว่างคนในทีม
  • องค์ประกอบของทักษะเรื่องคน องค์ความรู้ และใจรัก จะสร้างนักธุรกิจและธุรกิจที่ดี
  • เริ่มต้นด้วยทัศนคติ ‘ทำได้และจะทำ’
  • จงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการ แล้วธุรกิจเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสังคมที่เราร่วมพัฒนา

 

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load