ระหว่างที่ใครหลายคนกำลังใช้เวลาช่วงนี้ พักร้อน เที่ยวสงกรานต์ ปิดเทอม หรือวางแผนใช้วันหยุดยาวครั้งต่อไปในดินแดนในฝัน มีคนกลุ่มหน่ึงจมอยู่กับกองเอกสาร

สวัสดี ฤดูกาลปิดงบฯ ที่รัก

หลังจากรอคอยกองเอกสาร รายการรับ-จ่าย และอีกหลากหลายหลักฐานทางกฎหมาย ที่รวมกันแล้วสะท้อนผลประกอบการประจำปีของกิจการทุกแหล่งจนครบถ้วน ก็ถึงเวลาสนุกแล้วสิ

หากไม่มีเรื่องเร่งด่วน โปรดติดต่อดิฉันอีกครั้งหลังเดือนพฤษภาคมที่ส่งงบเสร็จเลยนะคะ

เพราะเป็นนักบัญชีจึงเจ็บปวด

ทันทีที่พบกับ AccRevo ธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มและที่ปรึกษาบัญชีอย่างเข้าใจนักบัญชี เราก็ชวน ก้อง-ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม และ เต้ย-ราชิต ไชยรัตน์ สองผู้ก่อตั้ง มาร่วมพูดคุยถึงแนวคิดและวิธีการที่ใช้เปลี่ยนกิจกรรมดั่งยาขมให้อร่อยและดีเหมือนลูกอมวิตามินซี

AccRevo แตกต่างจากซอฟต์แวร์บัญชีทั่วไปอย่างไร

แทนที่ทำจะออกแบบซอฟต์แวร์บัญชีแล้วจบไป ดร.ก้อง และคุณเต้ย สร้างระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างความมั่นใจและคืนศักดิ์ศรีให้แก่นักบัญชีไทยทั้งพ้อง

มาทำความรู้จัก สตาร์ทอัพหน้าใหม่แต่ฝีมือไม่น้องใหม่ ที่สร้างระบบและโลกใบใหม่ของการทำบัญชี จากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากเห็นชีวิตของนักบัญชีดีขึ้นนี้ ไปด้วยกัน

ลูกคิดและเครื่องคิดเลขไม่ต้องนะคะ หยิบมาแค่อุปกรณ์ gadget น้ำหนักเบาตามมาก็พอ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ตั้งสติก่อนสตาร์ท

หลังจากคลุกคลีอยู่กับวงการสตาร์ทอัพในตำแหน่งทีมจากภาครัฐที่เข้ามาสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพในประเทศ เมื่อได้รับโจทย์ให้ศึกษาเพื่อแก้ไขข้อกฎหมายเรื่องระบบการเงิน ปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดของสตาร์ทอัพ ดร.ก้อง จึงชวน คุณเต้ย เพื่อนนักเรียนสมัยประถมที่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและเป็นหนึ่งในกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี ด้านทำบัญชี มาร่วมทีม

ดร. ก้องเล่าความแตกต่างระหว่างธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพให้ฟังว่า เอสเอ็มอีจะเริ่มต้นที่โอกาส นั่นแปลว่าเมื่อรู้ว่าตลาดและกลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร ก็จะหา หรือสร้างสรรค์สินค้าและบริการขึ้นมาตอบความต้องการ ขณะที่สตาร์ทอัพจะเริ่มต้นจากปัญหา แล้วค้นหาแนวทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่แก้ไขได้จริง โดยมีเวลาเป็นต้นทุน

เมื่อเข้าใจวิธีคิดแบบสตาร์ทอัพ คุณเต้ยจึงเริ่มต้นเล่าปัญหาค้างใจระดับโลกแตกของนักบัญชีให้ ดร.ก้อง ฟังบ้างว่า ถ้ามีเครื่องสักเครื่องที่ลงบัญชีตามรายการบนหน้ากระดาษที่เราใส่เข้าไปทันที เขาจะยอมซื้อทันทีแม้จะมีราคาถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้ชีวิตของนักบัญชีสบายขึ้น

ไม่ทันที่ภาพฝันนั้นระเหิดไป ดร.ก้อง ก็หันมาตอบคุณเต้ยทันทีว่า มี!

ผ่านไป 6 เดือน หลังจากทดลองทำ หาคอนเซปต์ที่ชัดเจน เครื่องมือที่ว่าก็เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำ AccRevo ขึ้นมาจริงจัง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด

“รู้มั้ยครับ ช่วงปิดเทอมมีนาคม-พฤษภาคม ลูกนักบัญชีอย่างเราต้องอยู่บ้านไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะเป็นหน้างบ พ่อแม่ต้องทำบัญชีปิดงบ” ดร.ก้อง วิศวกรหนุ่มที่มีพ่อและแม่เป็นนักบัญชี มีบ้านเป็นสำนักบัญชี เล่าความทรงจำที่ฟังดูตลก แต่นักบัญชีอย่างคุณเต้ยก็ยืนยันว่าปัญหานี้ยังมีอยู่

“ตามระบบแล้ว ประเทศไทยเราส่งงบของเดือนธันวาคมภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม ลูกค้าจะส่งเอกสารมาพร้อมๆ กันในเดือนมีนาคม ไม่แปลกที่งานเอกสารจะเยอะ งานหนัก และเกิดความเครียด” คุณเต้ยเล่าบรรยากาศจากสถานการณ์จริง

ไม่ต่างจากทุกอาชีพ ทำงานหนัก ทำงานดึก ค่าแรงต่ำ โอกาสในชีวิตไม่เยอะ และยิ่งนักบัญชีรุ่นใหม่ต้องมาเจอสถานการณ์แบบนั้น ไม่แปลกอะไรที่ความฝันของการเป็นนักบัญชีในเด็กรุ่นใหม่จึงตกลำดับลง

“แล้วเราทำอะไรบ้าง” คุณเต้ยถาม

“เทคโนโลยีช่วยได้” ดร.ก้องตอบ ก่อนจะชวนคิดว่า “ในโลกยุคดิจิทัลที่มีซอฟต์แวร์บัญชีเต็มไปหมด ทำไมยังไม่ตอบโจทย์นักบัญชีและผู้ใช้งานอีก”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

บัญชีเบื้องต้น

สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจงานบัญชีมาก่อน คุณเต้ยเล่าภาพรวมอย่างเข้าใจง่ายให้เราฟังว่า

งานบัญชีก็เหมือนการเขียนไดอารี่ของธุรกิจ คนทำธุรกิจคือคนจดบันทึก

ขณะที่นักบัญชีนำข้อมูลจดบันทึกนั้นมาร้อยเรียงเป็นข้อมูลทางการเงิน แล้วนำไปบันทึกในระบบบัญชี ก่อนแปลข้อมูลทางการเงินออกมาเป็นผลการดำเนินงาน หรือฐานะทางการเงินของกิจการ ให้เจ้าของธุรกิจรู้ว่าจริงๆ บริษัทมีความมั่งคั่งมากแค่ไหน เติบโตอย่างไร ขณะเดียวกันภาครัฐจะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ประกอบการเสียภาษี ธนาคารใช้ข้อมูลนี้ประกอบการให้สินเชื่อ คู่ค้าหรือ supplier ใช้ข้อมูลชุดนี้ประกอบการทำธุรกิจร่วมกัน

เพราะฉะนั้น งานนักบัญชีคือผู้จัดเรียงข้อมูลธุรกิจที่เกิดขึ้น เป็นสื่อกลางในการสื่อสารธุรกิจ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

“ปัญหาคือ ปัจจุบันเราใช้แรงงานนักบัญชีในกระบวนการใส่ข้อมูลและจัดทำข้อมูล มากเกินไปทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับส่วนของการจัดทำงบ” คุณเต้ยเล่า

แล้วกระบวนการทำงานของนักบัญชีในอุดมคติเป็นแบบไหน เราถาม

งานที่เป็นคุณค่าของนักบัญชีจริงๆ ไม่ใช่การรับไดอารี่ธุรกิจลูกค้ามาเขียนใหม่ อย่างที่นักบัญชีใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับสิ่งนี้ แต่งานจริงๆ ของนักบัญชีคือการวิเคราะห์ว่าข้อมูลที่ได้รับมาสะท้อนธุรกิจเขาหรือไม่ อย่างไร

“นักบัญชีก็เหมือนหมอ ควรจะใช้วิชาชีพในการให้คำปรึกษาลูกค้า ช่วยวางแผนภาษีเบื้องต้นให้ใช้สิทธิภาษีอย่างถูกต้อง วิเคราะห์บอกลูกค้าว่าธุรกิจมีความเสี่ยงยังไง ควรจะต้องดูแลยังไง เช่น ลูกหนี้มากไปแล้วนะ ซึ่งถ้าขายของแล้วลูกหนี้มาก หรือขายของแต่ไม่ได้เงิน ธุรกิจก็ไปไม่ได้ หรือถ้าเราลงทุนกับสินค้าใหม่ตลอดเวลา จนสินค้าเต็ม stock ก็เท่ากับเงินทุนจมลงไป นักบัญชีจริงๆ สามารถเข้ามาช่วยดูแล ให้คำแนะนำ บอกวิธีบริหารธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้ากลับไปดูแลตัวเองได้ เหมือนที่หมอบอกคนไข้ให้รู้จัก ลดของมัน ออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของนักบัญชี” คุณเต้ยเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

ถูก เร็ว และดี

แม้ AccRevo จะเริ่มต้นจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระหว่างทางคุณเต้ย และ ดร.ก้อง ก็พบว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการแท้จริงแล้วไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทันสมัยที่สุด แต่เป็นงบการเงินที่มีคุณภาพภายใต้ต้นทุนบางอย่างที่เขาสามารถบริหารจัดการได้

AccRevo จึงไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์บัญชี แต่รวมบริการทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ร้อยเรียงเป็นบริการที่มีแนวคิดเบื้องหลังที่น่าสนใจ

ความยากคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลระหว่างทางไม่ผิด ไม่ได้หลอกแก้ตัวเลข

เมื่อการทำบัญชีคือการเก็บทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง งานของนักบัญชีคือพิสูจน์ว่าทุกกิจกรรมเกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ Accrevo ทำคือ ทำอย่างไรให้ทั้งหมดมันเชื่อถือได้ ภายใต้แรงงานที่น้อยลง ทำอย่างไรให้กระบวนการตั้งแต่ กรอกข้อมูลไปจนถึงออกเป็นงบเพื่อนำไปใช้งานต่อนั้นง่ายขึ้น

วิธีการก็คือ ผู้ประกอบการและนักบัญชีต้องทำงานร่วมกัน

เริ่มจาก ผู้ประกอบการอาจจะต้องมีความคิดแบบใหม่ ว่าฉันอยากจะได้งบ และรู้ว่าฉันจะนำงบไปใช้ทำอะไร

หลังจากสแกนเอกสาร จะมีเทคโนโลยีบันทึกข้อมูลเบื้องต้น นักบัญชีจะเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องและติดตามข้อมูลและเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยระบบ Cloud

ทุกๆ ครั้งที่มีการบันทึกระบบจะอัพเดตงบการเงินให้ตลอดเวลาทำให้เจ้าของกิจการสามารถติดตามผลการเติบโตของธุรกิจได้โดยไม่ต้องรอผลในสิ้นเดือนพฤษภาคมอย่างที่เคย เหมือนนักกีฬาที่ตรวจศักยภาพร่างกายได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทำให้นักบัญชีใช้ความรู้ความสามารถให้คำปรึกษาและดูแลธุรกิจลูกค้าเหมือนโค้ช

เปลี่ยนภาพจำจากคนที่ทำงบส่งสรรพากร ให้กลายเป็นโค้ชของธุรกิจ ช่วยผลักดันคุณค่าของวิชาชีพนี้

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Tailor Made for Business

AccRevo จะเข้ามาช่วยออกแบบบริการบัญชี โดยไม่ว่าจะมีนักบัญชีอยู่แล้วหรือไม่ มีแล้วสื่อสารไม่เข้าใจ หรือยังไม่มี AccRevo จะช่วยจับคู่ให้เหมาะสมผ่านระบบคัดกรอง หรือการจัดการระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน

มีฝ่าย Partner Care ที่สื่อสารระหว่างนักบัญชีและระหว่างลูกค้า

นอกจากการให้บริการลูกค้าธุรกิจทั่วไปแล้ว ตอนนี้ AccRevo ยังเชื่อมโยงกับ System Partner ที่ดูแลระบบหลังบ้านของร้านยา หอพัก งานก่อสร้าง งาน e-commerce ซึ่งเหล่านี้ให้บริการในระบบ Cloud อยู่แล้ว AccRevo จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการจัดเรียงข้อมูลลงระบบบัญชีทันทีแบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า API เชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างหน้าบ้านและหลังบ้าน

จากเดิมที่ทุกหน่วยกิจการซึ่งมีระบบบันทึกหลังบ้านอยู่แล้ว ต้องจัดทำและพิมพ์เอกสารจำนวนมาก แล้วจัดส่งไปสำนักบัญชี เกิดเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็น สิ่งที่ Accrevo ทำจะช่วยลดขั้นตอนเพื่อให้นักบัญชีแค่เข้ามาตรวจความถูกต้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

งบคนพาล คนพาลพาไปหาผิด

เมื่อการทำบัญชีคือยาขมดีๆ นี่เอง คนไทยไม่น้อยจึงมีความเชื่อผิดๆ นิยมทำบัญชี 2 บัญชี หนึ่ง เพื่อยื่นส่งภาษี และสอง เพื่อยื่นขอสินเชื่อ

สิ่งที่ AccRevo เชื่อและสื่อสารมาตลอดคือ การทำบัญชีเดียวอย่างถูกต้องถูกกว่า

“คนไทยนิยมหลบภาษีโดยไม่รู้ว่าไม่ต้องหลบ ถ้าเขารู้ว่าจริงๆ แล้วแค่ปรับโครงสร้างราคา อัตราภาษีของรัฐบาล ระหว่างบุคคลธรรมดาและบริษัท ยังไงบริษัทก็ถูกกว่า เพราะคนธรรมดาเสียภาษีโดยใช้รายได้ แต่บริษัทเสียโดยใช้กำไร และบริษัทสามารถเอารายจ่ายมาหักได้ทั้งหมด

“แต่ทำไมคนถึงไม่ทำให้เป็นบริษัท หรือเป็นแล้วไม่ทำให้ถูกต้อง นั่นเพราะขาดผู้ช่วย ขาดคนทำบัญชีที่ดี หรือแม้กระทั้งไม่รู้ว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นต้องลงบัญชีอย่างไร สิ่งเหล่านี้ AccRevo จะมาช่วย” ดร.ก้องเล่า

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี

ลองจินตนาการว่าถ้าข้อมูลที่เอกชนส่งเข้าภาครัฐเป็นข้อมูลสุขภาพจริงๆ รัฐก็รู้ตัวว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศเป็นอย่างไร ก็คงจะดีไม่น้อย แต่เป็นที่รู้กันดีว่าปัจจุบันทุกคนส่งข้อมูลจริงบ้าง หลอกบ้าง ทำให้ภาครัฐไม่รู้ว่าสุขภาพทางการเงินของประเทศดีหรือแย่ ทำให้ออกนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาประเทศ

“แม้ฟังดูจะเหมือนเรื่องไก่ไข่อะไรเกิดก่อน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรเริ่มก่อนใคร มันเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มพร้อมกัน เพื่อผลักทุกคนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส

“ในวันที่ทุกคนถามหาความโปร่งใส รัฐต้องโปร่งใสสิ คำถามคือพอรัฐโปร่งใส ตัวเราเองโปร่งใสมั้ย แล้วถ้าเราโปร่งใสแล้ว เงินที่เข้ามาเราต้องรู้ที่มาและที่ไป ถ้าเรารู้ว่าเงินไปที่ไหน เงินก็จะหายไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น กรอบที่จะทำผิดก็จะน้อยลง ความโปร่งใส่ระหว่างรัฐกับเอกชนก็จะมากขึ้น ผมเชื่อเสมอว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เหมือนคนที่ต้องเดินไปด้วยกันอีกไกล เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองอีกฝ่ายเป็นผู้ร้าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ร้ายคอยเลี่ยงภาษี หรือมองอีกฝ่ายเป็นโจรปล้นภาษีแล้วคอยจะหลบ เราจึงไม่มองว่าความโปร่งใสเป็นเรื่องของการจับผิด แต่เป็นเรื่องของการมองว่าคนสองคนจะไว้ใจกันได้ยังไง เราไม่ได้แข่งกันสองคน เราแข่งกันทั้งโลก” ดร.ก้อง

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

Artificial Intelligence หรือ AI ทำให้นักบัญชีหายไปจริงมั้ย

การเข้ามาของเทคโนโลยีจะทำให้อาชีพนักบัญชีหายไปจริงมั้ย เราสงสัย

“เป็นคำถามที่เราเจอเป็นประจำ สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ เราเองมีพื้นฐานเป็นนักบัญชี ดังนั้น เราไม่ทำลายวิชาชีพของตัวเองแน่นอน สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือ เราพบว่าสิ่งที่เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนนักบัญชีไม่ได้คือ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ สิ่งที่ AccRevo ใช้เทคโนโลยีคือส่วนที่ช่วยให้การบันทึกบัญชีเป็นระบบระเบียบพร้อมให้นักบัญชีใช้งาน อีกส่วนคือเป็นศูนย์กลางอัพเดตความรู้ข่าวสารภาษีเพื่อสนับสนุนงานนักบัญชี

“เรามองว่านักบัญชีในอนาคตจะเปลี่ยนไปจากคนบันทึกบัญชีเป็นคนทำงบ เป็นนักวิเคราะห์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักออกแบบระบบ เพราะเห็นกระบวนการธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ” คุณเต้ยเล่า

ดร. ก้องเสริมว่า จากประสบการณ์ที่ศึกษาเรื่อง AI มาโดยตรงและอยู่กับเรื่องนี้มาโดยตลอด ในช่วง 6 เดือนแรกที่ทดสอบการใช้เทคโนโลยีมาจับกับเรื่องบัญชี เขาพบว่ามีเรื่องสำคัญที่นักบัญชีไม่รู้ นั่นก็คือสิ่งที่ AI และ Machine Learning กำลังจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อนักบัญชีไทย เพราะนักบัญชีไทยทำงานส่วนที่ AI ทำได้อยู่

“ย้อนกลับไป เมื่อรายงานเศรษฐกิจประเทศบอกว่านักบัญชีขาด มหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็เร่งผลิตนักบัญชีออกมา แต่ผลิตนักบัญชีให้มาทำในสิ่งที่ AI ทำได้ นั่นก็คือการบันทึกบัญชี ก็เลยคุยกับเต้ยว่าจะเป็นตัวกลางที่ทำให้นักบัญชีอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีให้ได้” ดร.ก้อง

งานบัญชีที่ AI ทำไม่ได้

โลกเราตอนนี้ต้องการคนที่เรียกว่า Wisdom Worker หรือคนที่ทำงานโดยใช้ปัญญาและความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้นแล้วภายใต้วิกฤตหากมองเป็นโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพนักบัญชีเราให้เก่งขึ้น มองธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น วิเคราะห์ได้แม่นยำมากขึ้น ใช้เวลาไปกับการเจอเคสเยอะขึ้น ก็จะยิ่งเชี่ยวชาญ สร้างคุณค่าและมูลค่าในตัวเอง

เมื่อศักยภาพนักบัญชีไทยเราสูงขึ้น การจะไปไกลในระดับโลกก็ไม่ใช่เรื่องยาก

“ก่อนหน้านี้ผมทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ ข้อดีของนักบัญชีไทยที่ผมสังเกตเห็นว่าไม่แพ้ใครก็คือเรื่องความละเอียดที่ชัดเจนมาก นั่นทำให้เราสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ดี ถ้าเราเริ่มจะวิเคราะห์เราจะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าคนอื่น และเมื่อเจอเคสเยอะๆ ก็จะทำให้เราตั้งคำถามได้ดี” ดร.ก้องวิเคราะห์ โดยคุณเต้ยเสริมว่านักบัญชีไทยเก่งและมีความคราฟต์ เป็นโอกาสที่ดีที่จะสามารถเข้าไปศึกษา ตีความ และออกแบบกระบวนให้เหมาะสมกับธุรกิจในอนาคตต่อไปได้

อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความเข้าใจคนทั้งระบบ ให้หันมาทำบัญชีที่ถูกต้อง แต่เมื่อคิดให้ดีแล้ว ธุรกิจที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ป่วยที่รักษาด้วยการกินยาบรรเทาความเจ็บไปวันๆ กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายก็สายเสียแล้ว

เช่นกันกับการทำธุรกิจ วิธีการทำบัญชี งบการเงินที่ถูกต้องอาจจะยากลำบากในตอนแรก แต่นั่นก็ขึ้นกับคุณว่ากำลังเอาจริงเอาจังกับธุรกิจคุณในระยะยาวจริงหรือเปล่า

“สิ่งที่ AccRevo ทำมันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือสิ่งที่เราตั้งคำถามและตั้งใจทำให้สำเร็จ คำถามที่ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเราได้บ้าง” คุณเต้ยเล่าความตั้งใจ

อาจจะฟังดูไกลเกินไปที่จะบอกว่า AccRevo กิจการอายุไม่ถึงสองปีกิจการนี้จะช่วยให้สังคมดีขึ้นอย่างไร

แต่จากเรื่องราวที่ได้ฟังทั้งหมด ผู้ประกอบการ นักบัญชี และเทคโนโลยี ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มีระบบที่ถูกต้องให้นักธุรกิจทำในสิ่งที่ถูกต้อง นักบัญชีได้ใช้ศักยภาพเต็มที่ ธุรกิจเติบโตสร้างเม็ดเงินและภาษีให้ประเทศ ผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้น

“ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงธุรกิจประเภทบริการ ประเทศไทยเราไม่เป็นรองใคร หากเราสามารถพัฒนาบริการวิชาชีพอื่นๆ เราก็สามารถแข่งขันได้ไม่ยาก โดยนิสัยคนไทยที่เป็นคนชอบดูแลอยู่แล้ว เราก็แค่ทำให้นักบัญชีมีเวลาดูแลคนมากขึ้น เราก็สามารถเปลี่ยนงานบริการทางบัญชีซึ่งเคยเป็น Pain Point ของประเทศ ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศได้” คุณเต้ยทิ้งท้าย ก่อนที่ ดร. จะฝากคำแนะนำให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจที่มีประโยชน์กับคนและโลกใบนี้แบบนี้บ้าง

“สมัยก่อนเราพูดถึง Work and Balance โลกยุคนี้เราต้องพูดถึง Work-life Integration ทำอย่างไรให้ชีวิตและการทำงานเป็นเรื่องเดียวกันได้ เพราะงั้นสิ่งที่ต้องหาไม่ใช่ตัวตน แต่คุณต้องลึกในทุกๆ เรื่อง เพื่อหาคุณค่าในตัวเอง การทำธุรกิจ เขาเรียก Value Chain นะ ห่วงโซ่คุณค่า รับคุณค่าจากคนอื่นส่งต่อไปให้อีกคนหนึ่ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเรามีคุณค่าอะไรในกลุ่มก้อนที่คุณอยู่ แม้จะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือใครก็ตาม”

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ราชิต ไชยรัตน์

The Rules: ACCREVO

ก้อง – ดร. พณชิต กิตติปัญญางาม

1 ทำทุกสิ่งโดยคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่ตื่น วันนี้ผมโอเคแล้ว

2 สนุกกับเรียนรู้และลงมือทำ

3 อย่าคาดหวังจากคนอื่น ถ้าสิ่งนั้นเราเองก็ทำไม่ได้

 

เต้ย – ราชิต ไชยรัตน์

1 การเป็นตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

2 เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเดิมๆ ได้ด้วยกรอบความคิดเดิมๆ

3 อย่ายอมแพ้

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เพราะมีคนใกล้ตัวอยู่ในแวดวงดนตรี ชื่อของ ProPlugin เลยผ่านมาอยู่ในบทสนทนาอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดคือวันก่อนหน้า เขาต้องใช้สายแจ็คทันทีในวันรุ่งขึ้น ติดต่อร้านไปตอนกลางคืนก็สามารถจัดส่งมาให้ได้ทันเวลา

“แนะนำว่า ถ้าอยากได้เสียงที่ดีต้องหาโฟมมารองหน่อย” โจ-ไตรเทพ ศรีกาลรา ผู้ก่อตั้งศูนย์รวมอุปกรณ์ผลิตสื่อและทำดนตรีครบวงจรแห่งนี้ พูดขึ้นขณะเราวางโทรศัพท์ไอโฟนบนโต๊ะเพื่ออัดเสียงสัมภาษณ์ 

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

เขาจัดหาโฟมมาให้รอง พร้อมอธิบายเหตุผลเรื่องเสียงสะท้อนที่ต้องทำอย่างนี้ และปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะว่า “แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องมีไมค์ ซึ่งเรามีขายครับ”

ชายคนนี้เติบโตมาจากการขาย ครอบครัวของเขาทำร้านขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นพื้นฐานความรู้ที่ดีมาก แต่เขาไม่เคยคิดจะสืบทอดธุรกิจ จนกระทั่งวิกฤตต้มยำกุ้งใน พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อม ๆ กับที่ธุรกิจขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ขาลง เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแบรนด์มุ่งพัฒนาบริการหลังการขายให้ดีขึ้น ร้านขายอะไหล่แบบนี้จึงไม่จำเป็นกับลูกค้าอีกต่อไปแล้ว ทำให้การเงินของธุรกิจครอบครัวเขามีปัญหา 

ใครจะคิดว่าอีกกว่า 20 ปีถัดมา ความตั้งใจนั้นจะกลายเป็น ProPlugin ร้านขายอุปกรณ์เสียงที่ไม่มีคนไหนในวงการดนตรีหรือวงการคอนเทนต์ไม่รู้จัก และกำลังวางแผนเพื่อเข้าตลาดทุนในเร็ววันนี้

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

นักการขาย

หลังเรียนจบ โจเริ่มจากการสมัครงานประจำตำแหน่ง ‘พนักงานขาย’ เพราะทางบ้านไม่มีทุนตั้งต้นในการทำธุรกิจให้ เขาเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งจะเป็นเจ้าของกิจการที่เก่งกาจ ต้องขายให้เป็น 

หลังจากนั้นก็ลาออก เอาความรู้ที่ได้มาทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่ขายแพ็กเกจที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บัตรเติมเงิน รองเท้าผู้หญิง เสื้อยืดผู้ชาย ไปจนถึงกระดาษรองนั่งชักโครก เขาใช้วิธีจับเสือมือเปล่าในการเลือกธุรกิจ อะไรที่ใช้เงินทุนไม่มาก เน้นลงแรงและเวลา โดยไม่มีเป้าหมายหรือแบบแผนที่ชัดเจน 

มันไม่ยั่งยืน

เขาได้กำไรเพียงเล็กน้อยจากธุรกิจเหล่านั้น จึงตัดสินใจกลับไปทำงานประจำครั้งที่ 2 ในตำแหน่ง Sales Executive เป็นผู้วางระบบห้องบันทึกเสียงให้สตูดิโอดัง ๆ อย่างแกรมมี่ อาร์เอส และกันตนา ซึ่งห้องเหล่านี้มีมูลค่าหลักสิบล้าน 

จนวันหนึ่ง ได้อ่านคอลัมน์ในนิตยสารดนตรีเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ Home Studio ซึ่งเปิดโลกเขาจากที่เคยทำเฉพาะห้องบันทึกเสียงราคา 8 หลัก 

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

“มันเริ่มเป็นเทรนด์ในตอนนั้น ห้องเสียงแพงเพราะอุปกรณ์แพง แต่พอเทคโนโลยีพัฒนา เราสามารถทำเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้ อุปกรณ์แบบฮาร์ดแวร์เริ่มเปลี่ยนมาเป็นซอฟต์แวร์ เริ่มมีเครื่องมือบันทึกเสียงที่บ้าน ผมเห็นโอกาสและเชื่อในโอกาสนี้ เลยตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจเองอีกครั้ง”

ลูกค้าคนแรกคือ เบล-สุพล พัวศิริรักษ์ 

เดือนแรกขายได้ 12,000 บาท โจใจชื้น ถ้าขายมากขึ้น บวกลบกำไรก็ไม่หนีเงินเดือนประจำนัก

เดือนที่สองขายได้ 2,000 กว่าบาท จนแทบไม่เหลือกำไร

เดือนที่สามขายไม่ได้เลย

โจมีรายชื่อและเบอร์ติดต่อลูกค้าประมาณร้อยคน วิธีการขายของเขาคือโทรหาลูกค้าในลิสต์ทุกเดือน โดยลืมคิดไปว่า อุปกรณ์แบบนี้ไม่ได้ซื้อกันบ่อย ๆ บางชิ้นใช้ไป 3 – 4 ปีถึงเปลี่ยนสักครั้ง 

เขากลับไปทำงานประจำครั้งที่สามพร้อมกับพัฒนา ProPlugin ไปด้วย

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

กลุ่มเป้าหมายใหม่

เมื่อร้อยรายชื่อนั้นไม่ทำให้สินค้าขายได้อีกต่อไป โจต้องหากลุ่มเป้าหมายใหม่ วิธีที่ง่ายที่สุดในตอนนั้นคือการขายบนเว็บไซต์ซึ่งฮิตที่สุดคือ TARAD.com

การตลาดของเขาไม่ซับซ้อน ใช้วิธีโปรโมตตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ เช่น เว็บบอร์ดคนเล่นกีต้าร์ คนทำเพลง มือกลอง ทำให้มีลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ 

กลางวันเป็นพนักงานบริษัท กลางคืนเป็นผู้ประกอบการ

ทำอย่างนั้นอยู่ 1 ปีจนยอดขายแตะหลักล้านใน 3 เดือน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ… ครั้งสุดท้าย

สิ่งแรกที่เขาปรับเปลี่ยนคือ สร้างหน้าร้าน เพราะอุปกรณ์ทำเพลงบางชิ้นต้องลองใช้ ลองฟังก่อน เขาใช้ชั้นลอยของร้านอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ที่บ้านเป็นโชว์รูมแรก ลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้น จนกลายเป็นผู้บุกเบิกเทรนด์ Home Studio ของประเทศไทย

One-stop Solution

จุดเด่นคือความครบวงจร มาที่นี่ที่เดียวได้ของครบ ตัดสินใจได้เลย

เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า สมัยก่อนเวลาจะซื้อไมโครโฟนสักตัว ลูกค้าต้องไปหลายร้านเพื่อลองทุกยี่ห้อ เพราะแต่ละแบรนด์มีตัวแทนจำหน่ายคนละที่ แต่ Pain Point ของลูกค้าคือต้องการเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ของที่ถูกใจที่สุด

ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน
ProPlugin ร้านอุปกรณ์เสียงออนไลน์ของพนง.ประจำ สู่ธุรกิจที่กำลังวางแผนเข้าตลาดทุน

“เราวางตัวว่าเป็นมัลติแบรนด์ มีแบรนด์หลากหลาย เป็นมัลติโปรดักซ์ มีสินค้าที่หลากหลาย ทั้งยังเป็นมัลติแชนแนล มีช่องทางหลากหลายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน 

“เราเริ่มต้นจากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ก่อนจะมายุคที่อุปกรณ์ทำเสียงกลายมาเป็นเหมือนเครื่องดนตรีอีกชนิดหนึ่ง แล้วก็เพิ่มสินค้ามาเรื่อย ๆ ตามการบอกเล่าของลูกค้า จากที่เคยขายแค่อุปกรณ์บันทึกเสียง เริ่มมีอุปกรณ์ดีเจ ดีเจก็ผ่านมาตั้งแต่ยุคที่เล่นตามสถานบันเทิง เครื่องราคาหลักแสน มายุค Bedroom DJ ใช้คอมพิวเตอร์เล่นอยู่กับบ้านได้ ยุคหนึ่งเราเคยตามเทรนด์มาก ๆ จนมี Joystick เล่นเกมขาย เคยขาย Tablet ขาย Flash Drive ด้วย 

“แต่สุดท้าย ธุรกิจที่คู่แข่งเยอะแล้วเราไปเป็นหางเสือ ก็จะไม่สามารถกำหนดทิศทางตลาดได้ เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็ว เราตามไม่ทันจนเจ็บตัว ผมเลยเลือกเป็นหัวหมา เป็นผู้เล่นอันดับต้น ๆ ของแวดวงนั้น แล้วโฟกัสจุดเดียวจนกลายมาเป็น ProPlugin ทุกวันนี้”

แต่แค่นั้นไม่ทำให้ ProPlugin อยู่มาได้ถึง 18 ปี เคล็ดลับของความสำเร็จคือการไม่ละทิ้งเป้าหมายใหญ่ซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจ คือ Amplify Your Dreams โจจึงไม่มองว่าตัวเองเป็นเพียงร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับเสียง แต่เชื่อว่าอุปกรณ์ของเขาจะช่วยสนับสนุนฝันให้คนอื่น ๆ ได้ไม่มากก็น้อย

กลุ่มลูกค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนดนตรี มีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นเป็นงานอดิเรก ดีเจ ไปจนถึงผู้นำวงการอย่างศิลปิน Big Ass, Bodyslam, The TOYS, Getsunova กลุ่มที่สองคือ Content Creator ที่ตอนนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนทำคลิป TikTok บางคนทำคลิปพอดแคสต์ 

สินค้าที่นี่จึงมีหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย และทุกสิ่งที่เลือกทำต้องตอบโจทย์ความเชื่อของเขา

เพื่อนคู่คิด

ก่อนหน้านี้ พนักงานต้องมีประสบการณ์ในด้านดนตรีแบบที่โจเรียกว่า ‘คนดนตรี’ เท่านั้น มาวันนี้กึ่งหนึ่งไม่มีพื้นเพด้านนี้โดยตรง แต่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม สิ่งที่โจผู้มีประสบการณ์ทางด้านการขายมาก่อนให้ความสำคัญคือ ต้องให้ความรู้คู่การขายไปด้วย เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด 

“เราดูแลลูกค้าเหมือนเพื่อน และจะแนะนำของที่เหมาะสำหรับจุดประสงค์ของเขาเท่านั้น ถ้าสินค้าราคาหนึ่งหมื่นเพียงพอแล้ว เราจะไม่แนะนำสินค้าราคาหนึ่งแสน เช่น Content Creator ไม่จำเป็นต้องใช้ไมค์ราคาแพงมาก เราอาจจะเลือกตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในงบประมาณเขาให้ โดยไม่เอาความกรอบ Preference หรือความชอบส่วนตัวของพนักงานมาเป็นกรอบของลูกค้าและกรอบขององค์กร

“เรามองตัวเองเป็นเพื่อนที่แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้เพื่อน ให้ข้อมูลอย่างจริงใจ ในทางกลับกัน ทีมเราก็ได้เรียนรู้จากลูกค้าที่มาซื้อด้วย ใช้อันไหนดีเขาก็มาแบ่งปัน พอได้แลกเปลี่ยนกันทั้งสองฝ่าย มันเลยกลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดย่อม ๆ ขึ้นมา”

พนักงานทุกคนมีเป้าหมายในการทำงานตรงกัน คือสนับสนุนความฝันของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดีเจ Content Creator หรือบางคนเป็นผู้เสพเสียงดนตรีที่ฝันอยากใช้วันหยุดอยู่บ้านฟังเพลงที่เขาชอบ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ProPlugin เลยขยายบริการนอกเหนือจากการขายอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศในวงการนี้ให้เกิดขึ้น

“บริการของเรามีสามขาหลัก ๆ หนึ่ง ProPlugin School เป็นศูนย์กลางการศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ในการสร้างผลงานทางดนตรี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และเสียงคุณภาพ สอนลูกค้าให้ทำเป็นก่อน

“เมื่อเขาทำเป็นแล้วก็ต้องมีอุปกรณ์ มาสู่ขาที่สองที่ศูนย์รวมอุปกรณ์ผลิตสื่อและดนตรีครบวงจร ซึ่งปัจจุบันมี Flagship Store ที่อาคารฟอร์จูนทาวน์

“และสาม ProPlugin Party ทันทีที่เขาพร้อมเป็นมืออาชีพ ถ้ามีคนจ้างเราจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานเลี้ยงบริษัท หรือแม้แต่เทศกาลดนตรีก็เคยจัด เราก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้ของเขาได้

“ผมเชื่อว่าสุดท้ายวิถีนี้จะกลายเป็น Ecosystem ที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุความฝัน From zero to star พร้อมขับเคลื่อนวงการดนตรีต่อไปเรื่อย ๆ”

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ของตัวเองภายใต้ชื่อ ProTone จำหน่ายสายสัญญาณเสียงและกระเป๋าอุปกรณ์ดนตรี และร้าน ProPlugin Hi-Fi ขายเครื่องเสียง เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้าด้วยเช่นกัน

18 ปีที่เปลี่ยนไป

วงการการทำดนตรีเปลี่ยนแปลงตลอด ในทุกปีจะมีอุปกรณ์ใหม่กว่า เทคโนโลยีใหม่กว่า ออกวางจำหน่ายในท้องตลาด

18 ปีของธุรกิจก้าวผ่านอะไรหลาย ๆ อย่าง

จากแต่ก่อน ห้องบันทึกเสียงมีอุปกรณ์เต็มผนัง ปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านั้นพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ที่แทบจะไม่เห็นความแตกต่างของผลลัพธ์ 

เสียงที่เคยเกิดจากเครื่องดนตรีอย่างเดียว ศิลปินก็พัฒนาวิธีการจนที่มาของเสียงอยู่รอบตัวได้ และบางส่วนเป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากอุปกรณ์ล้วน ๆ 

ถ้าวันหนึ่งคนเลิกใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้นมาจริง ๆ ProPlugin ก็จะปรับตัวตามพฤติกรรมใหม่ของลูกค้า

“จุดเด่นของเราคือเทคโนโลยีมาตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ เราจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ต่อไปสินค้าในร้านอาจไม่ใช่แค่ Physical Product อย่างตอนนี้เราเริ่มทำคลาสออนไลน์ อย่าง ProPlugin Party อาจจะไม่ใช่แค่อีเวนต์ออฟไลน์ แต่เป็นออนไลน์ด้วย หรือในอนาคตถ้าทุกสื่อขึ้นไปบน Metaverse เราก็ต้องหาช่องทางเพื่อสนับสนุน Concent Creator ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของเรา”

ProPlugin เคยมีสาขาสูงสุด 13 สาขา แต่วันนี้เหลือเพียงที่เดียว เพราะการมีสาขาเยอะ ไม่ได้แปลว่าทุกสาขามีของครบ และลูกค้าจะได้ประสบการณ์ที่ดีเหมือนกัน 

โจมุ่งเรื่องการขายออนไลน์จนมีสาขามากกว่า 10 แห่งบนมาร์เก็ตเพลสต่างๆ และให้ความสำคัญกับ Flagship แห่งเดียวแห่งนี้ โดยพัฒนาให้เป็น Experience Center เน้นการสร้างประสบการณ์ทางตรง แบบที่เขาบอกว่า “พอมันเกี่ยวกับเสียง อ่านรีวิวให้ตาย ก็ไม่เห็นภาพหรอก” 

การตลาดแบบ Omni-channel จึงสำคัญมากสำหรับธุรกิจนี้ ไม่จำเป็นว่าลูกค้าจะต้องซื้อหน้าร้าน เขาอาจจะแค่มาลองใช้แล้วกลับไปซื้อออนไลน์ หรือซื้อกับตัวแทนจำหน่ายบนออนไลน์ก็ได้เช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็มีคลิปรีวิวสินค้าสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ร้าน ทำ A/B Testing ให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจ

อยากเติบโต ต้องมองการณ์ใหญ่

คุณทำธุรกิจมาก่อนหน้าหลายอย่าง อะไรที่ทำให้สำเร็จ และครั้งอื่นไม่สำเร็จ – เราถามเขา

“เราต้องลองผิดเยอะกว่า ก่อนจะรู้ว่าลองถูกคือยังไง แต่ไปลองผิดในแบบที่เราไม่ต้องเจ็บตัวมาก ค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละขั้นตอน แบบไหนเวิร์ก แบบไหนไม่เวิร์ก จนเจอสิ่งที่ใช่

“สำคัญคือ เมื่อไปลองผิดมาแล้ว ต้องมาสรุปให้ได้ว่า Lessons Learned คืออะไร สิ่งไหนทำให้ไม่สำเร็จ เพื่อจะได้ไม่ต้องผิดพลาดเหมือนเดิม”

เป้าหมายในอนาคตคือการเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเริ่มจากการเข้าตลาด Live Exchange เพื่อหาพาร์ตเนอร์ที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น มีความพร้อมมากขึ้น และเติบโตขึ้นไปสู่ตลาด MAI ใน พ.ศ. 2567

“เราทำให้โมเดลธุรกิจเกิดการวิวัฒนาการ สร้าง Ecosystem ที่ผมบอกในตอนแรก ก่อนจะขยายไปประเทศเพื่อนบ้าน เจาะตลาดไปยังประเทศกลุ่มนี้

“โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็ว Disruption ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าธุรกิจเรายังอยู่ในสเกลเท่านี้ อนาคตจะถูกกลืนแน่นอน การจะสเกลใหญ่ขึ้น เราจำเป็นต้องมีทีมงานมืออาชีพ 

“ก่อนหน้านี้ ProPlugin บริหารแบบธุรกิจครอบครัว มีความเป็น One-man Show และศูนย์กลางอยู่ที่คนคนเดียว ผมอยากให้องค์กรนี้กลายเป็นองค์กรที่ไม่ต้องพึ่งพาใครคนใดคนหนึ่ง แต่ใช้แบรนด์และระบบนำ ปีที่ผ่านมาจึงมีผู้บริหารระดับ C-level เข้ามาพร้อมกันสี่คนเลย คือ COO, CMO, CTO, CFO รวมกับทีมงานมืออาชีพจากหลากหลายอุตสาหกรรม”

โจทิ้งทายไว้ว่า การจะขับเคลื่อนวงการดนตรีไปข้างหน้า ต้องอาศัยพลังของคนเก่ง ๆ จำนวนมากในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน

และนั่นคือวิสัยทัศน์ของเจ้าของธุรกิจที่คิดการณ์ใหญ่คนนี้

Lessons Learned

  • ลองผิดเพื่อให้เจอสิ่งที่ถูก แต่เมื่อผิดแล้วต้องวิเคราะห์หาเหตุผลเพื่อที่จะไม่ผิดซ้ำสอง
  • หา Pain Point ของตลาดที่มีอยู่เดิม ตอบโจทย์นั้น แล้วสร้างจุดเด่นธุรกิจที่ไม่เหมือนคนอื่น
  • ประเมินความสามารถของธุรกิจตัวเอง แล้วเลือกทำในทางที่ตัวเองเชื่อและถนัด เหมือนอย่างที่ ProPlugin เลิกขายสินค้า Gadget อื่น ๆ เพื่อมามุ่งเน้นอุปกรณ์เสียงอย่างเดียว
  • คิดการณ์ใหญ่ แล้วค่อย ๆ วางแผนหาแนวทางไปให้ถึงเป้าหมาย
  • มองธุรกิจเป็นมากกว่าการสร้างกำไร ถามตัวเองว่าอยากเปลี่ยนแปลงหรือขับเคลื่อนอะไรให้สังคม เหมือนที่ ProPlugin อยากสนับสนุนให้คนตามความฝัน แล้วทุกอย่างที่เลือกทำหรือทุกการตัดสินใจจะต้องตอบโจทย์นั้นทั้งหมด
  • ปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งไว้
  • ให้ความสำคัญกับคนในองค์กร เหมือนอย่างที่โจบอกไว้ว่า การไปข้างหน้าต้องอาศัยพลังของคนเก่ง ๆ จำนวนมากในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน

LiVE Platform แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับ SMEs และ Startups เติบโตและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดทุน www.live-platforms.com

Writer

พิมพ์อร นทกุล

อดีตเด็กบัญชี เชื่อในบทสนทนาที่ดี และมีความสุขกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load