ครั้งแรกที่เราเห็นหมวก Madmatter ในงานตลาดนัดสุดฮิต เราก็รู้เลยว่าแบรนด์นี้เป็น ‘แบรนด์ที่มีของ’ เลือกเลยค่ะ มีครบทุกสี มีครบทุกไซส์ พร้อมส่งทุกเมื่อ ไม่สิ! เราหมายถึง มีของที่แปลว่าไม่ธรรมดา

เราเชื่อว่าใครหลายคนคงเคยผ่านตา ลองจับของจริง หรือเคยได้ฟังเรื่องราวของ Madmatter มาบ้างแล้ว ว่าเป็นแบรนด์ที่เปลี่ยนแจ็กเก็ตหรือเสื้อผ้ามือสองญี่ปุ่นให้กลายเป็นหมวกและกระเป๋าสตางค์ดีไซน์สวย คอนเซปต์ดีจนน่าประทับใจ

หลังจากเฝ้ามองการเติบโตของแบรนด์นี้มาระยะหนึ่ง เราติดต่อ Madmatter ในวันที่ Five Patch Cap หมวกที่เป็นลายเซ็นของแบรนด์ได้รับรางวัล DEmark Award 2017 ชวน แท็ป-ปธานิน งามกิจเจริญลาภ และ แจ๊ส-ธนิสรา โพธิ์นทีไท สองหนุ่มสาวผู้ก่อตั้งแบรนด์พูดคุยตั้งแต่ เรื่องโจทย์ของแบรนด์ที่ไม่ใช่เรื่อง Eco อย่างที่หลายคนเข้าใจ เรื่องการสร้างแบรนด์ที่ท้าทายตัวเองด้วยคำว่า Sustainable Design เรื่องความจริงของการตลาดที่มักทำนักเรียนออกแบบปวดใจ เรื่องรางวัลด้านการออกแบบที่เราสงสัยว่าจะส่งผลต่อยอดขายในภายภาคหน้าไหม ไปจนถึงคู่สีใหม่ที่ใช้ความคิดสร้างไสยต่อยอดแบรนด์ให้สนุกกว่าที่เคย

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

จุด…ธูปสามดอก แล้วตั้งนะโมสามจบ

จุด…เริ่มต้นของทั้งคู่มาจากความหลงใหลในเสื้อผ้ามือสองจากญี่ปุ่น แต่เนื่องจากอากาศบ้านเราร้อนเกินกว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นแฟชั่นฤดูหนาวได้ แท็ปและแจ๊สจึงได้แต่เก็บสะสมเสื้อผ้าเหล่านี้ไว้เป็นจำนวนมาก จนวันหนึ่งที่ทั้งคู่เกิดความตั้งใจที่จะโชว์ศักยภาพของผ้ามือสองว่าสามารถแปลงเปลี่ยนเป็นสินค้าอื่นได้หลากหลาย

จึงออกมาเป็นหมวกในแบบ 6 กลีบมาตรฐาน และแบบ 5 กลีบที่ตัดเย็บด้วยเทคนิคการต่อผ้าจากชิ้นส่วนเล็กๆ หรือ patchwork จนเป็นลายเซ็นเฉพาะของแบรนด์ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขนาดชิ้นส่วนผ้าเก่าที่ได้จากการเลาะแจ็กเก็ตผ้าวูลเนื้อหนา แล้วต่อยอดเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้แก่ รองเท้า และกระเป๋าทรงต่างๆ

จนเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี จากแบรนด์ที่เป็น Design Based ค่อยๆ คิดถึงเรื่องการทำธุรกิจมากขึ้น เรียนรู้จากคู่ค้าที่เป็นนักธุรกิจ ปรับและเปลี่ยนโจทย์ตั้งต้นที่อยากทำสินค้าจากผ้ามือสอง 100% กลายเป็นลดทอนสัดส่วนของผ้ามือสองลง และใช้ผ้าค้างสต็อกโรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อจัดการการผลิตให้พอกับความต้องการของคู่ค้า พร้อมกับเริ่มใช้คอนเซปต์ waste to worth สร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่คนไม่เห็นคุณค่า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

ศักดิ์สิทธิ์-able design

แจ๊สเล่าว่า คนทั่วไปมักเข้าใจว่า Madmatter เป็นแบรนด์เพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราพบว่าความเข้าใจนี้ถูกต้องเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น

จากพื้นฐานของนิสิตภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จากคณะสภาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ทั้งคู่รู้และอยู่เทรนด์เรื่อง Eco มาโดยตลอด แต่แทนที่จะติดป้ายรักษ์โลกอย่างแบรนด์ดีไซน์ทั่วไป สิ่งที่แท็ปและแจ๊สทำก็คือ ตั้งโจทย์ที่จะทำของ Eco ให้ดูไม่ Eco อย่างที่เคย

“ทุกครั้งที่เราเดินเข้าร้านขายของ Eco เรามักจะมีคำถามในหัวว่า ‘ทำไมมันต้องหน้าตาแบบนี้’ เราก็เข้าใจว่าของมันรักษ์โลก แต่เราไม่อยากใช้ เราอาจจะมีรสนิยมอีกแบบ เราจึงพยายามทำในสิ่งที่เราอยากใช้ เพราะถ้าคุณตั้งใจจะออกแบบของเพื่อบอกว่ารักโลกแต่หน้าตาไม่ดึงดูดความสนใจ สุดท้ายคนก็ไม่ซื้อและมันก็กลายเป็นขยะอยู่ดี” แจ๊สรีบเล่า ก่อนที่แท็ปจะสรุปสิ่งที่ Madmatter เป็นให้ฟังว่า

“เราเป็น Sustainable Design”

พลังของหนุ่มสาวที่ประกาศเสียงดังฟังชัดถึงเจตนารมณ์นี้ทำให้เราแอบใจชื้น เพราะน้อยครั้งที่จะเจอคนรุ่นใหม่สนใจ ศึกษา และลงลึกในรายละเอียดในทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ไม่ได้สนใจแต่เรื่องการขายที่ต้องมีรายได้ แต่คิดถึงมุมคนผลิต มุมของคุณภาพสินค้า และมุมของผู้บริโภค

ในมุมโรงงานผลิต สิ่งแรกที่แท็ปและแจ๊สเรียนรู้คือเรื่องการทำความเข้าใจโรงงาน

“ด้วยความที่เป็นเสื้อผ้ามือสอง ผ้าที่ได้จากการเลาะจึงมีชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็ก ประกอบกับความเข้าใจเดิมของเราที่คิดว่าทุกโรงงานต้องปรับตัวการผลิตให้ได้ตามที่เราต้องการได้สิ เราเป็นเจ้าของแบรนด์เล็กๆ ที่ไม่ได้สนใจข้อจำกัดว่าเรากำลังไปรบกวนขั้นตอน 1 – 10 ที่มีอยู่แล้ว” แท็ปเล่า

ทั้งคู่จึงเรียนรู้ว่าต้องเข้าใจขั้นตอนที่โรงงานมี แล้วออกแบบกระบวนการของเราให้เหมาะสม ซึ่งการผลิตที่ง่ายไม่ซับซ้อนเป็นอีกหนึ่งวิธีการผลิตอย่างยั่งยืนได้เช่นกัน ขณะที่ในมุมผู้บริโภค แจ๊สมองว่าลูกค้าควรได้รับสิ่งที่มีคุณค่าและสัมผัสสิ่งเหล่านั้นได้ ซึ่งหากสังเกตดีๆ ลูกค้าจะเห็นลายมือขยุกขยิกเล็กๆ ที่ป้ายมุมขวาล่างของกระเป๋า นอกจากจะบอกสัดส่วนของผ้าเก่าที่ใช้ ยังบอกลำดับหมายเลขของกระเป๋าที่ผลิตด้วย

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

เมตตามหานิยม

แม้ทั้งคู่จะผ่านกระบวนการตั้งแต่การเริ่มต้นโจทย์ การหาช่วงว่างในตลาด การศึกษาความต้องการผู้บริโภค และการตลาดเบื้องต้นมาบ้างแล้ว แต่ในโลกความเป็นจริง โจทย์ที่ดีอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ

“เดิมเราคิดว่าลูกค้าของเราได้แก่ชาวต่างชาติและคนไทยที่อยู่ในวงการสร้างสรรค์ เราพบความจริงไม่เป็นอย่างที่เราคิด คนกลุ่มหลังนั้นเล็กมาก ชื่นชอบแบรนด์เราจริงๆ แต่ไม่ซื้อด้วยเหตุผลของราคาที่สูงเกินไป แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อยู่วงการอื่นๆ แต่สนใจในงานออกแบบหรือมีความเชื่อในสิ่งที่เราทำ ต่อมาเราจึงปรับแผนทำตลาดแรกให้แข็งแรง โดยมีลูกค้าจากทั้ง wholesale ของประเทศสิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และอื่นๆ” แจ๊สและแท็ปผลัดกันเล่าบทเรียนการขายอย่างสนุกสนาน

การได้รับรางวัล DEmark Award 2017 ส่งผลต่อยอดขายอย่างไรบ้าง เราถาม

แท็ปบอกว่า ในมุมที่ดีคือเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แต่ด้วยธรรมชาติของสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คนเลือกซื้อเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล รางวัลด้านการออกแบบจึงไม่ได้มีผลต่อยอดขายใดๆ

ไม่เป็นไร ค่ะ ไม่เป็นไร ของซื้อของขาย เราเอาฤกษ์เอาชัยกันใหม่ได้ คอลเลกชันใหม่ของ Madmatter จึงเป็นที่ฮือฮาด้วยคู่สีดีมีมงคล จับคู่ดวงชะตาเสริมบารมีกันให้ครบทั้ง 7 วัน มาในขนาดกระเป๋าที่ผู้หญิงก็ใช้ได้ ผู้ชายก็ใช้ดี

เอาฤกษ์เอาชัยกันตั้งแต่แบบทรงของกระเป๋าที่มีแรงบันดาลใจจากสัดส่วนทองคำ ตามด้วยการจับคู่สีสนุกสนาน เริ่มจาก สีน้ำเงินให้โชคมนตรี มีผู้อุปถัมภ์ เหมาะกับใช้ประชุมงานวันจันทร์ ส่วนวันอังคารจัดสีแดงเข้าใส่เสริมดวงอุปถัมภ์ให้งานลุล่วง วันพุธลองกระเป๋าสีเหลือง วันพฤหัสบดีเป็นคู่สีเขียวตัดน้ำเงินให้โชคทั้งเดช อำนาจ และมนตรี วันศุกร์สดใสใส่สีส้มตัดคู่สีชมพูอ่อนเพิ่มโชคด้านลาภเงินทอง วันเสาร์จะมงคลต้องชมพูคู่สีฟ้า วันอาทิตย์เรียบๆ คูลๆ ด้วยคู่สีน้ำตาลและดำให้โชค

วันกันว่าเรื่องดวงดาวและดวงชะตาสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกันไม่มากก็น้อย ปัญญาชนคนแฟชั่นอย่างเราก็แค่มี Mongkol bag ให้อุ่นใจเท่านั้น ไม่มีอะไรจริงๆ เสียดายถ้ามีสีไหนใช้แล้วความรักเบิกบาน จะขอเหมามาให้หมด

 Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า  Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

โชคลาง-ของขวัญ

“ให้โชคดี โชคดี สุขเกษมเปรมปรีดิ์ ขอให้รวย ขอให้รวย”

ใครบางคนอาจจะโชคดีได้ทำธุรกิจจากสิ่งที่รักและสิ่งนั้นไปได้ดี แท๊ปบอกว่า เมื่อยังเป็นเด็ก เขาคิดแค่ว่าทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่อยากทำ เมื่อโตขึ้นในโลกความจริงสอนให้เขารู้จักความยืดหยุ่น

“ทุกคนมักคิดว่าการทำแบรนด์มันง่าย จริงๆ มันก็ง่ายแหละ แต่ทำให้ยั่งยืนมันยากมากเลยนะ ความท้าทายคือเราจะพยายามทำสิ่งนี้ให้ยั่งยืน” แท็ปนิ่งคิดแล้วจะตอบคำถามสุดท้ายเรื่องบทเรียนที่ได้รับ ก่อนที่แจ๊สจะเสริมทิ้งท้ายไว้ว่า

เราเรียนรู้ว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจเราไม่ควรเริ่มต้นทำในสิ่งที่มาจากความชอบของเราเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อคนอื่นต้องเสียเงินซื้อจากเรา เราจึงควรเริ่มต้นด้วยการคิดถึงคนอื่น”

Madmatter แบรนด์ไทยที่ใช้ความคิดสร้างไสย (ศาสตร์) ปลุกเสกหมวกและกระเป๋าทรงเท่ Madmatter, หมวก, แบรนด์, กระเป๋า

*หมายเหตุ

บทความข้างต้นนี้เต็มไปด้วยความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

โบราณท่านว่า ไม่เชื่อให้ลบหลู่ ใครจะขอท้าพิสูจน์ความโชคด้วยกระเป๋าสักใบสองใบ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังเรื่องความศักดิ์สิทธิ์บ้างนะคะ

 

ภาพ: มณีนุช บุญเรือง และ Madmatter

The Rules

  1. รักษาสมดุลในชีวิต เช่น พยายามนัดเจอเพื่อน 1 วันต่อสัปดาห์
  2. คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง
  3. มีทัศนคติที่ดี

 

www.madmatterstore.com

Facebook : Madmatter

Instagram : madmatterstore

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

21 มิถุนายน 2565
1.23 K

ว่ากันว่าถ้าเราได้รักใครสักคน เราจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้คนคนนั้นอย่างสุดหัวใจ มันอาจออกมาในรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก เพื่อนสนิท พี่น้อง ญาติมิตร หรือที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก ที่ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ และแม่อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ

เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เราได้ฟังจาก ทิพย์-ทิพย์สุนันทา กระจ่าง และ สิษฐ์-ชนาสิษฐ์ เชี่ยวชาญพิพัฒน์ คู่รักพ่อแม่ที่ร่วมกันพัฒนา ปลุกปั้น และถักทอแบรนด์ชุดเครื่องนอนหายใจผ่านได้ แถมยังหลับสบายอย่าง OXY Baby ขึ้น เพื่อให้ลูกของตนและแก้วตาดวงใจของแม่ ๆ ทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรงสดใส 

ทั้งหมดเริ่มจากทิพย์และสิษฐ์ตั้งใจมีลูกในวัยที่มากแล้ว ทั้งคู่ต้องพยายามอย่างหนักอยู่หลายปี ในวันที่ทิพย์ได้เป็นแม่ เธอจึงเป็นแม่ฟูลไทม์เพื่ออุทิศทั้งชีวิตให้ลูก ช่วงแรกก็ดูเหมือนจะสดใสไร้รอยต่อ แต่รู้ตัวอีกทีทิพย์ก็ได้เรียนรู้ว่า การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตอย่างสดใสสมวัยนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องให้ความสำคัญไม่น้อย

หนึ่งในนั้นคือ ‘การนอน’ ที่หากเด็กน้อยนอนไม่เต็มอิ่มและไม่ถูกวิธี นอกจากจะมีผลเสียต่อพัฒนาการแล้ว อาจทำให้ลูกน้อยจากอกแม่ไปตลอดกาล 

“การนอนเป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นที่ดี ถ้าเขานอนดี ตื่นมาปุ๊บก็จะนั่งยิ้ม หัวเราะคิกคัก พออารมณ์ดี จะใส่อะไรเขาก็รับได้หมด ชื่อว่า OXY Baby ก็มาจากออกซิเจนที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่นขึ้น มันเป็นความตั้งใจของเราที่อยากให้น้องนอนหลับสบาย หายใจได้เต็มปอด จะได้มีพลังสำหรับการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาการต่าง ๆ”

ทั้งที่ทิพย์เริ่มต้นเปิดเพจแบรนด์อย่างทุลักทุเล เพราะไม่เคยเป็นเจ้าของกิจการมาก่อน แต่อาศัยประสบการณ์ที่เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อย่างลึกซึ้ง และการช่วยเหลือของสามีทั้งการช่วยเลี้ยงลูก การให้คำปรึกษา และช่วยจัดการธุรกิจ กลับกลายเป็นว่าอัตราการซื้อซ้ำของ OXY Baby ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ 

แรงฮึดของคนเป็นแม่

ปัจจุบันลูกของทิพย์อายุได้ 3 ขวบกว่า ช่วงที่ทิพย์เพิ่งเป็นแม่คนหมาด ๆ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพิ่งอายุได้ไม่กี่วัน เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นในวันที่เธอเลือกใช้เบาะนอนยางพาราให้ลูกน้อย แล้วสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ไม่น่าวางใจ

“ที่นอนยางพาราขึ้นชื่อเรื่องหลับสบายอยู่แล้ว แต่ เฮ้ย ทำไมลูกเหงื่อออกเยอะล่ะ แล้วที่นอนก็มีกลิ่นยางพาราออกมาด้วย เราเลยเริ่มศึกษาเกี่ยวกับที่นอนมากขึ้น จนได้รู้ว่าที่นอนยางพาราเนื้อแน่นและหายใจผ่านไม่ได้ ถ้าเขาเผลอนอนคว่ำก็อาจจะหายใจไม่ออกจนเสียชีวิต หรือที่เรียกว่าโรคใหลตายในเด็ก เราเลยลองหาที่นอนในตลาดที่โฆษณาว่าเป็นที่นอนหายใจผ่านได้ จากที่ลูกนอนหลับได้ยาว 3 – 4 ชั่วโมงต่อคืน กลายเป็นว่าน้องไม่ยอมนอน เอาแต่ร้องไห้และพลิกตัวไปมาทั้งคืน”

เมื่อผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องความสบายกลับไม่ปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องความปลอดภัยกลับสร้างความไม่สบายทั้งกายและใจให้ลูกและแม่ หัวอกคนเป็นแม่จึงไม่หยุดแค่นั้น เธอใช้เวลาหลังลูกหลับศึกษาหาข้อมูล จนเจอวัสดุที่ถักทอด้วยโครงสร้างพิเศษ เป็นเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่หาได้ยากในไทย 

เทคโนโลยีที่ว่าคือการนำ Tencel™ หรือเส้นใยเปลือกไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 ซึ่งเป็นวัสดุท็อปของตลาด มาถักทอเป็นโครงสร้างแบบ 3D Air Mesh ซึ่งมีความสม่ำเสมอ เฟิร์มแต่ยืดหยุ่นกระจายน้ำหนักได้ดี และอากาศไหลผ่านได้ นอกจากงานวิจัยที่เธอศึกษามาแล้ว เพื่อนนักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่ยุโรปของเธอก็คอนเฟิร์มมาว่าวัสดุนี้เวิร์กจริง ๆ 

“ใจเราไม่ได้คิดจะทำธุรกิจนะ แต่มันเป็นแรงฮึดที่อยากปกป้องลูก อยากให้ลูกนอนแล้วหลับสบาย เพราะเราเป็นแม่ที่อุตส่าห์ตั้งใจซื้อของดีมา แต่มันกลับใช้ไม่ดี ก็เหมือนเราทำร้ายลูกตัวเอง เราจึงรู้สึกโกรธและผิดหวัง และเชื่อว่าต้องมีเด็กที่เหมือนลูกเราสิที่เขานอนที่นอนแข็งมาก ๆ ไม่ได้”

สินค้าล็อตแรกที่เธอทำออกมาจึงไม่ได้ทำออกมาเพื่อขาย แต่ทำเพื่อใช้เองและแจกจ่ายให้เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีลูกน้อยได้ทดลองใช้ ฟีดแบ็กที่ทิพย์ได้รับไม่ใช่เพียงคำชมว่าเด็ก ๆ นอนหลับสบาย แต่เป็นคำยุให้เธอต้องทำสินค้าออกมาขายเดี๋ยวนี้!

จากวันที่ตัดสินใจทำ OXY Baby จนวันนี้ ยอดขายของชุดเครื่องนอนหลับสบายหายใจได้ของทิพย์เติบโตขึ้นหลายเท่าตัว ชนิดที่อัตราการซื้อซ้ำของแบรนด์ในเดือนแรกสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปัจจุบันสินค้าของ OXY Baby ไม่ได้มีเพียงเบาะนอนหายใจได้เท่านั้น แต่ยังมีหมอนหัวทุย เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เบาะนอนแบบพกพา ชุดเครื่องนอนและผ้านวมแสนน่ารัก 

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

นวัตกรรมเพื่อความสบายของลูก และความสะดวกของแม่ยุคใหม่

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ OXY Baby ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเกินคาดชนิดที่ผลิตไม่ทันขาย คือการบรรจงบรรจุนวัตกรรมที่ออกแบบมาอย่างดีลงไปในสินค้า เรียกว่าเป็นนวัตกรรมที่ไม่ใช่เพื่อความสบายของลูกน้อยเท่านั้น แต่คือนวัตกรรมที่ช่วยให้แม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีความสุข 

สุขแรกคือนวัตกรรม Tencel™ 3D Air Mesh เป็นโครงสร้างที่ดีต่อลูกน้อยในทุกมิติ เพราะผ่านการออกแบบและทดสอบมาแล้วว่าเด็กหายใจผ่านได้จริง กระจายน้ำหนักและคืนตัวได้ดี ทั้งยังไม่ทำให้ความร้อนสะสมด้วย เด็ก ๆ จึงไม่ร้องไห้งอแงเพราะร้อน ลักษณะหัวแบนจากการนอนที่นอนแข็งทื่อก็หมดไป แถมแม่ ๆ ยังไม่ต้องกังวลว่าภาวะใหลตายจะคืบคลานเข้ามาใกล้ เพราะแม้จะคว่ำหน้านอนขนาดไหน ลูกน้อยก็ยังหายใจผ่านได้เสมอ

สุขที่สอง เบาะนอนคู่ใจของเด็ก ๆ จะอยู่ได้อย่างยาวนานถึง 10 ปี โดยไม่คืนรูปและไม่แข็งเป๊กอย่างที่นอนยางพารา หรือที่นอนเมมโมรีโฟมในท้องตลาด ซึ่งยางจะเสื่อมสภาพจนแข็งตัวเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งยังต่างจากที่นอนใยฝ้ายที่คนรุ่นปู่ย่านิยมใช้ เพราะยิ่งซักทำความสะอาด นุ่นก็จะกระจุกตัวและกระจัดกระจายจนต้องทิ้งในท้ายที่สุด

สุขที่สาม ความที่ทิพย์เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเองตลอดเวลา เรียกว่าทิพย์อยู่ไหน ลูกอยู่นั่น เธอจึงนำอินไซต์ของความเป็นแม่มาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมเครื่องนอนชิ้นเล็ก อย่างหมอนหัวทุย หมอนข้าง หรือชุดเครื่องนอนต่าง ๆ สามารถโยนเข้าเครื่องซักผ้าแล้วตากแห้งภายใน 2 ชั่วโมง โดยโครงสร้างภายในยังคงรูปสวยงาม ส่วนเบาะนอนชิ้นใหญ่ก็ทำความสะอาดได้ง่ายเพียงฉีดให้น้ำไหลผ่านเท่านั้น

“อย่างหมอนกันกรดไหลย้อนทั่วไปมักจะยัดนุ่นหรือเส้นใยอื่น ๆ ลงไปโดยไม่มีโครงสร้าง พอซักแล้วมันก็จะยุบใช่ไหม ​​แทนที่จะเอียง 25 – 30 องศาเพื่อป้องกันกรดไหลย้อนตามที่คุณหมอแนะนำ ก็กลายเป็นหมอนที่เอียงเพียง 10 องศาเท่านั้น แต่หมอนที่เราออกแบบผ่านการทดสอบมาแล้วว่าซัก 50 ครั้งก็ไม่ยุบ แถมยังแห้งเร็วมากด้วย ซึ่งมันตอบโจทย์แม่ยุคใหม่มาก” ทิพย์ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ก่อนอธิบายให้เราฟังว่าทำไมนวัตกรรมต้องมาคู่กับ OXY Baby

“เราใส่ใจกับนวัตกรรมขนาดนี้ เพราะเชื่อว่านวัตกรรมนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ดีกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าเราขายสิ่งนี้แล้วอีก 20 ปีเราจะไม่เปลี่ยนนะ ถ้ามีอะไรที่ดีกว่าเราก็จะพัฒนาต่อไป เราจะไม่ยึดติดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอด”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

ดีไซน์ที่แก้ปัญหาได้ แถมยังดีต่อใจ

นอกจากนวัตกรรมจะเป็นหัวใจสำคัญของ OXY Baby แล้ว ดีไซน์ที่ดียังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เธอใส่ใจ ไม่ใช่เพื่อลูกเท่านั้น แต่เพื่อให้แม่ ๆ ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีต่อใจ

“สินค้าที่มีนวัตกรรมมันดีต่อกายแน่ ๆ แหละ แต่ดีไซน์ที่ดีมันดีต่อใจด้วย” เธอหัวเราะ “เราเองมีความฝันและรอคอยการเป็นแม่มานาน แต่พอได้เป็นแม่จริง ๆ เราพบว่าภาวะหลังคลอดมันหนักและเหนื่อยมาก เราก็อยากจะเลี้ยงลูกในสถานที่ที่เราออกแบบว่า นี่แหละคือที่ที่เราจะอยู่กับลูกทั้งวันอย่างผ่อนคลาย”

ดีไซน์ที่ดีที่ว่าถักทอผ่านชุดเครื่องนอนและผ้านวมบางนุ่มสีพาสเทลอุ่นหัวใจกับลวดลาย Fairy Tale จากนิทาน 6 เรื่อง อิงจากแนวคิดการเลี้ยงลูกด้วยนิทานของ คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ว่า แม่ควรจะฝึกให้ลูกฟังนิทานตั้งแต่อยู่ในท้อง 

“เวลาลูกตื่นเขาก็จะชอบมองโน่นมองนี่ แม่ก็จะได้มีเรื่องมาพูดกับลูกให้เขาได้ยินเสียงเรา ให้เขารู้ว่าแม่อยู่ตรงนี้กับเขาตลอดเวลานะ”

แม้ดีไซน์จะสำคัญ แต่จุดร่วมที่ทิพย์ไม่เคยละเลยคือนวัตกรรมที่ดีต่อชีวิต เช่นเดียวกับเครื่องนอนคู่ใจเด็ก ๆ ผ้านวมผืนบางเหล่านี้ก็ถักทอด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ต้องการให้ลูกนอนหลับอย่างสบายเช่นกัน

“เราเลือกใช้ผ้าใยไผ่ผสมคอตตอนที่นิ่ม ระบายอากาศได้ดี และที่สำคัญผ้าใยไผ่ยังป้องกันแบคทีเรียได้โดยธรรมชาติ ส่วนไส้ในก็ใส่นวมพิเศษจากเยื่อไม้ เรียกว่า Sorona ที่บางเบาแต่อบอุ่น จนแม่ ๆ หลายคนงงว่ามันจะกันหนาวได้ไหม แต่มันกันหนาวได้จริง”

OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก
OXY Baby ชุดเครื่องนอนหลับสบาย ลูกรักหายใจผ่านได้ คราฟต์จากใจของแม่ที่รักลูก

โอบอุ้มแก้วตาดวงใจ ด้วยอินไซต์จากคอมมูนิตี้แม่

ตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าของการทำแบรนด์ ทิพย์แตกไลน์สินค้าออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน โดยใช้อินไซต์ความเป็นแม่ของตัวเอง และเก็บฟีดแบ็กของแม่ ๆ มาพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งเปรียบเสมือนการสรรหาของขวัญให้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ถ้าเพื่อนอยากได้อะไรและเธอให้ได้ เธอก็จะหามาให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้ลายผ้านวมเพิ่ม เธอก็ทำให้ 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนตามขนาดเตียง เธอก็ขยายขนาดเบาะไปเรื่อย ๆ จนมีมากถึง 7 ไซส์ในปัจจุบัน 

ถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนที่พกพาได้ เธอก็ออกแบบที่นอนพกพารูปหมีน่ารักพับเก็บได้มาตอบโจทย์ทุกคน 

หรือถ้าแม่ ๆ อยากได้เบาะนอนป้องกันกรดไหลย้อน เธอก็พร้อมตอบสนองความต้องการนั้นด้วย เพราะเคยผ่านประสบการณ์แม่ที่ให้นมเองและอุ้มลูกเองมาก่อน

“กระเพาะหูรูดของเด็กเล็กยังปิดได้ไม่สนิท เวลากินนมแล้วให้เขานอนเลย ก็อาจจะเกิดกรดไหลย้อน เป็นเหตุผลที่คนสมัยก่อนให้แม่อุ้มลูกหลังกินนม เพื่อให้ลูกเรอแล้วค่อยปล่อยนอน การมีที่นอนป้องกันกรดไหลย้อนซึ่งออกแบบมาให้ลาดเอียง 25 องศา จะช่วยให้แม่ไม่ต้องอุ้มลูกนานถึง 30 นาที อุ้มแค่ 10 – 15 นาที พอเรอแล้วก็ปล่อยเขานอนได้” นอกจากจะดีต่อร่างกายเด็ก ๆ แล้ว รูปทรงที่โอบรัดของที่นอนป้องกันกรดไหลย้อน ยังช่วยให้ลูกน้อยเหมือนอยู่ในอ้อมอกของแม่จนนอนหลับปุ๋ย

“พอลูกนอนสบาย แม่ก็สบาย บางทีพ่อแม่ก็จะปล่อยให้เด็ก ๆ นอนนานไป ทั้งที่จริง ๆ แล้วการที่น้องนอนหลับดี ตื่นมาร่าเริงสดใส เราก็ควรจะฉวยโอกาสดี ๆ นั้นทำ Tummy Time วันละ 2 – 3 ครั้งให้เขา ซึ่งมันก็คือการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทั้งคอ หน้าอก ข้อมือ ให้แข็งแรง ด้วยโครงสร้างเบาะทุกแบบของเราที่กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่นุ่มไป ไม่แข็งไป จะทำให้การทำ Tummy Time สนุกมากและไม่อันตรายด้วย” เธออธิบาย

“ตอนแรกที่เริ่มทำแบรนด์เรากังวลนะ เพราะเราไม่เคยทำงานสายนี้มาก่อนเลย แต่ลูกค้าน่ารักมาก พอเขาใช้ดีก็ส่งรีวิวมาโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ เราก็ถามฟีดแบ็กจากเขาเสมอ ตั้งแต่ที่ยังเปิดเพจเอง ตอบลูกค้าเอง เพราะลูกค้าจะเป็นคนบอกว่าเขาต้องการอะไร แต่สิ่งสำคัญคือเราจะไม่ออกสินค้าที่เกินวัยของลูก เพราะเราต้องการเข้าใจปัญหาของแม่จริง ๆ เพื่อทำของที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

“ซึ่งตอนนี้เราได้เรียนรู้ว่า ความปลอดภัยไม่ใช่โจทย์เดียวที่เราต้องแก้ มันเป็นเรื่องความสบาย ความสะดวก และการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กด้วย”

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

OXY Baby ที่เติบโตไปพร้อมกับทุกลมหายใจของลูกน้อย

นอกจากยอดขายที่เติบโตเกินคาดจากการบอกต่อของลูกค้าจนผลิตแทบไม่ทัน และรางวัล BEST BABY BEDDING PRODUCTS จาก Amarin Baby & Kids Awards 2021 ที่แบรนด์ได้รับ จะเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จแล้ว อีกหนึ่งสิ่งล้ำค่าสำหรับคนเป็นแม่และเจ้าของแบรนด์อย่างทิพย์ คือฟีดแบ็กและคำชมที่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย และลูกค้าทุกคนมอบให้เธอ

“เขาจะบอกว่าลูกเขาชอบ น้องนอนนานขึ้น แม่มีความสุขมาก ทุกคนในครอบครัวก็บอกว่าชอบมาก มันทำให้หัวใจเราพองโต แล้วพอมันพองได้วันละหลายครั้ง มันก็เติมเต็มและทำให้เรามีความสุขขึ้น เพราะแต่เดิมเราทำงานสายบัญชีมาตลอด OXY Baby จึงเหมือนเป็นแพสชันที่เราเพิ่งมารู้จักตัวเองตอนเป็นแม่คนว่าเราชอบอะไร 

“มันสอดคล้องกับการเป็นแม่ฟูลไทม์ของเราด้วยว่า เราก็ยังอยากให้ลูกรู้ว่าแม่ทำงานนะ แม่มีคุณค่าในตัวเอง แม่สร้างสรรค์อะไรเองได้ และแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งนี้เพื่อเขาและเด็กคนอื่น ๆ ก็มาจากเขานะ เราว่าเขาจะต้องรู้ว่าแม่รักเขามากแน่ ๆ”

OXY Baby ที่เกิดจากความรักความใส่ใจที่แม่มีต่อลูกจึงไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ แต่ทิพย์กับสิษฐ์ตั้งใจให้นวัตกรรมและดีไซน์จากคนเป็นแม่เพื่อคนเป็นแม่นี้ เติบโตไปพร้อม ๆ กับลมหายใจในทุกช่วงชีวิตของเด็กทุกคน

ชุดเครื่องนอนที่เด็กหายใจผ่านได้ จากหัวใจของคนเป็นแม่ ใช้นวัตกรรมและดีไซน์แก้ปัญหาให้ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

Lessons Learned

  • เสียงลูกค้าสำคัญต่อการพัฒนาแบรนด์
  • นวัตกรรมช่วยให้สินค้าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขึ้นในทุกมิติ เราจึงต้องหมั่นอัปเดตนวัตกรรมที่ดีอยู่เสมอเพื่อตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้ 
  • เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักไม่ได้สต็อกสินค้าไว้มาก แต่ถ้าเริ่มเห็นว่าความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นก็ควรตัดสินใจเพิ่มสต็อกเลย อย่างตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่า OXY Baby จะได้รับความนิยมขนาดนี้ เลยปล่อยให้พ่อแม่รอนาน ซึ่งเราเสียใจมากที่เด็ก ๆ ไม่ได้ใช้

OXY Baby 

Facebook : OXY Baby หมอนและที่นอนเด็ก หายใจผ่านได้ นุ่มสบาย สะอาด ปลอดภัย

Website : oxybabythailand.com

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load