แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Disney+ Hotstar ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หนึ่งในความฮือฮาของการเปิดตัวครั้งนี้ก็คือ ซีรีส์สัญชาติไทยเรื่อง ‘อิน จัน’ (Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang) โดยความร่วมมือของ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส และ ทรู ออริจินัล ฝีมือการกำกับของ เต็นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ทายาทรุ่นสามของค่ายกันตนา และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด 

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

นี่คือการหยิบผลงานมาสเตอร์พีซของคุณปู่ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก ที่ทำร่วมกับคุณพ่อ จาฤก กัลย์จาฤก ในรูปแบบรายการสารคดีความยาว 26 ตอน เมื่อ 30 ปีก่อน มาตีความใหม่ในรูปแบบซีรีส์ความยาว 13 ตอน

เต็นท์เล่าถึงแฝดสยามผู้โด่งดังระดับโลกด้วยการตั้งคำถามใหม่ มุมมองใหม่ และวิธีการใหม่ๆ

และปรุงออกมาให้พร้อมเผยแพร่ไปทั่วโลก

ทั้งโจทย์การโกอินเตอร์ การทำซีรีส์ภาษาอังกฤษ การใช้นักแสดงซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่นักแสดงอาชีพ การยกทีมไปถ่ายทำต่างประเทศ การทำโปรดักชันให้ออกมาเป็นอเมริกายุคศตวรรษที่ 18 งานซีจีที่ต้องวาดหลายฉากขึ้นมาใหม่ งานโพสต์โปรดักชันอย่าง Color Grading และระบบเสียงที่ต้องดีสมกับที่กันตนาเป็นแล็บระดับโลก ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย

มาดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้คิดและทำงานนี้อย่างไร ตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย

เพื่อให้ได้งานที่ออกมาน่าพึงพอใจ สมกับวาระฉลองครบรอบ 70 ปีกันตนา

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ทำซีรีส์ไทยให้ไปไกลระดับโลก

“กันตนาอยากทำซีรีส์ที่เป็นระดับโลก พอได้คุยกับ ทรู ออริจินัล ซึ่งมีแนวคิดนี้เหมือนกัน เลยเกิดโปรเจกต์นี้ขึ้นเมื่อสามปีก่อน เรามาคิดว่าจะทำอะไรดีที่จะเรียกให้คนทั้งโลกหันมาสนใจได้ ในคลังของเรามีงานอยู่เยอะมาก เพราะสะสมมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ ผมคุยกับพ่อ (จาฤก กัลย์จาฤก) และผู้บริหารคนอื่นแล้วก็คิดถึง อิน จัน ที่คุณปู่เคยทำเป็นสารคดียี่สิบหกตอนไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2534

“ตอนนั้นคุณปู่ คุณพ่อ และทีมงานเดินทางไปศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของอิน จัน ที่อเมริกา ไปตามรอย ไปดูมิวเซียม ไปเจอญาติพี่น้องของเขาซึ่งเป็นรุ่นหลานเหลนแล้ว เราชวนเขาจัดงานรวมญาติครั้งแรกซึ่งมากันเป็นร้อยคน ซึ่งเขาก็จัดต่อเนื่องทุกปีมาถึงตอนนี้ แล้วเราก็ชวนเขามาเมืองไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก

“เราคิดว่าน่าจะเอามาร้อยเรียงใหม่ให้เข้ายุคเข้าสมัยได้ แต่ก็ท้าทายมากเพราะเราอยากทำมาตั้งนานแล้ว แต่ติดเรื่องงบประมาณ และอะไรอีกหลายอย่าง”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ลองเล่าเรื่องแบบใหม่

“พอดูสารคดีจบ เราพบว่าสิ่งที่ขาดไปคือ ชีวิตของ อิน จัน ตอนอยู่ที่อเมริกา แล้วก็เรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง พอเราทำบทก็เริ่มต้นจากเรื่องการที่เขาต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มันจะยากขนาดไหน ซึ่งก็มีเสน่ห์ของมัน ผมคงประวัติไว้เหมือนเดิม แล้วก็เอาตัวละครและเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาปรุงให้สนุกขึ้น

“ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ เขาใช้ชีวิตยังไงให้มีครอบครัวและลูกหลานถึงยี่สิบเอ็ดคน โดยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ขนาดนี้ ต้องคุยกันแบบไหนถึงจะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบนี้ได้ มันเป็นมากกว่าเรื่องของคนสองคน เขาอยู่ด้วยกันสองคนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอมีสังคม ครอบครัว พี่น้อง ลูก นี่คือตัวแปรสำคัญ เขาจะใช้ชีวิตยังไงให้เดินไปข้างหน้า ตรงนี้ไม่มีใครเล่า ผมสนใจเรื่องนี้มากกว่าแค่ประวัติเฉยๆ”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ปรุงบทแบบอินเตอร์

“เราพยายามปรุงรสชาติแบบสากล แต่ก็ไม่ได้มีสูตรอะไรเป็นพิเศษ แค่เนื้อเรื่องแต่ละตอนต้องแน่น ชัดเจนว่าจะเล่าอะไร ความสากลน่าจะอยู่ที่วิธีนำเสนอเรื่องราวต่างๆ วิธีเขียนบทก็ไม่ได้เริ่มจากหนึ่ง ไปสอง สาม สี่ แต่เราเริ่มตรงกลางเรื่อง ไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับ

“แต่ละตอนเราออกแบบให้เริ่มด้วยซีนไฮไลต์ ซึ่งถ่ายแยกนะ แล้วเสริมเข้ามาเป็นเนื้อเรื่อง ให้คนเดาตอนต้นว่าจะเกี่ยวกับอะไร เป็นสิ่งที่ฝรั่งทำกันเป็นปกติแหละ แต่ผมอยากลองเล่าด้วยวิธีนี้ดู

“เรื่องภาษาเราเถียงกันนานมากว่าอยากให้สากล แต่ก็อยากให้คนไทยดู ผมว่ายุคนี้ซีรีส์หรือภาพยนตร์มีภาษาเป็นของตัวเองอยูู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาว่าต้องพูดไทยไหม เราควรทำให้เหมือนจริงที่สุด คือพูดอังกฤษทั้งเรื่อง แต่เวลาที่อินจันคุยกันเองก็พูดภาษาไทย

“เราเขียนบทอยู่ปีกว่า นานตรงแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วต้องเป็นภาษาในยุค ค.ศ. 1800 ต้องหาคนที่รู้เรื่องภาษาเก่ามาช่วย ต้องศึกษาเยอะ ทั้งประวัติศาสตร์ยุคนั้น เหตุการณ์รอบด้าน มันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”

เลือกนักแสดงตามคาแรกเตอร์

“ผมเชื่อเรื่องคาแรกเตอร์ของนักแสดงที่เหมาะสมมากกว่าใช้นักแสดงชื่อดัง ผมอยากได้ฝาแฝดจริงๆ มาเล่น เพราะเขามีสื่อถึงกันได้โดยธรรมชาติ เวลาพูดกันมันมีความไม่เหมือนกัน แต่ก็เหมือนกัน ผมชอบความรู้สึกนั้น เรามีคนมาแคสต์เป็น อิน จัน ประมาณสิบถึงสิบห้าคู่ เราต้องการฝาแฝดที่พูดภาษาอังกฤษได้ หน้าตาพอไปได้ แสดงได้ สุดท้ายก็เลือก บ็อบ (วรุตม์ บราวน์) กับ เบ็น (วราวุฒิ บราวน์) เขาเป็นนายแบบถ่ายลง Looker ตลอด

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

“นางเอกสองคน เราก็แคสติ้งตามระบบโมเดลลิ่งปกติ มารีญา (มารีญา พูลเลิศลาภ) ที่มาช่วยทำให้หนังเราดูอินเตอร์ขึ้น ก็ให้ความร่วมมือในการแคสต์เต็มที่ มาแคสต์จนรอบสุดท้าย เพราะตัวละครซาราห์กับอาดิเลดเป็นพี่น้องกัน ผมไม่สามารถเลือกได้เลยถ้าไม่เห็นเขาแสดงด้วยกัน มารีญากับ เดน่า (เดน่า สโลซาร์) เขาเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็เลยง่าย

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“เรื่องนี้เหมือนรวมนักแสดงฝรั่งในประเทศไทย ทั้งฝรั่งจริง ทั้งลูกครึ่ง ตั้งแต่รุ่นเล็กจนรุ่นโต เราก็แคสต์ตามแคแรกเตอร์เลย มี เจสัน ยัง, ไบรอน บิชอพ, โอซา แวง, อติล่า (อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์) แล้วก็ทีม The Face”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เวิร์กช็อปฝึกหายใจ

“พอทุกคนไม่ใช่นักแสดงอาชีพก็ต้องเวิร์กช็อปกันนานเหมือนกัน เพราะต้องเล่นเป็นญาติกันด้วย ต้องทำให้คุ้นเคยกัน ที่หนักสุดคือบ๊อบกับเบน ในเรื่องผมพยายามสื่อสารไม่ให้เขาเป็นคนประหลาด เหมือนเป็นคนปกติ ดังนั้น การเคลื่อนไหวต้องเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ก็ต้องฝึกตั้งแต่จังหวะการหายใจ การเดิน ตอนแรกท่าเดินไม่ได้เลย ชนกันไปชนกันมา วิ่งยิ่งยาก ต้องนับแล้วตกลงกันว่าจะเดินขาไหนก่อน แต่นานๆ ไปก็ชิน”

สร้างฉากที่ศาลายา

“สถานที่ที่สำคัญที่สุดคือบ้าน เพราะเป็นที่ที่ทั้งคู่ใช้ชีวิต เราต้องมีบ้านสองหลัง เพราะเขาแยกบ้านกัน แต่ด้วยงบประมาณที่มี เราทำบ้านได้หลังเดียวที่ศาลายา เป็นบ้านสไตล์ฝรั่งในยุคนั้น เราทำเป็นบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ แล้วผ่ากลาง หน้าบ้านเป็นหลังหนึ่ง หลังบ้านเป็นหน้าบ้านของอีกหลังหนึ่ง เข้าไปครึ่งหนึ่งเป็นสีหนึ่ง อีกครึ่งเป็นอีกสี

“เขาเป็นชาวนา เราต้องปลูกข้าวโพดกับฝ้ายด้วย ก็เถียงกันว่า ฝ้ายมันไม่ขึ้นในกรุงเทพฯ นะเว้ย แต่อยู่ดีๆ ก็ขึ้นเฉย เราปลูกกันเป็นสิบไร่ สุดลูกหูลูกตา ฉากบ้านที่เห็นในเรื่องทั้งหมดถ่ายที่ไทย

“ผมเปิดกล้องที่เมืองไทยประมาณอาทิตย์หนึ่ง แล้วบินไปถ่ายที่จอร์เจียระหว่างรอสร้างบ้าน รอข้าวโพดโต กลับมาถ่ายที่ไทย แล้วก็บินไปถ่ายจบที่ญี่ปุ่น ไปเอาฉากหิมะที่นั่น เราถ่ายจบก่อนมีโควิด-19 ประมาณครึ่งปี โชคดีมาก”

เปลี่ยนจอร์เจียให้เป็นอเมริกา

“ตอนแรกผมตั้งใจจะไปถ่ายที่อเมริกา มีทีมงานช่วยหาโลเคชันให้แล้ว แต่ตอนที่ทีมงานประมาณสิบคนจะบินไปดู ปรากฏว่าบางคนวีซ่าไม่ผ่าน แล้วถ้าตอนไปถ่ายจริงเกือบสี่สิบคน มีนักแสดงสักคนวีซ่าไม่ผ่าน จะทำยังไง เราก็เลยลองหาประเทศอื่น ก็มาเจอจอร์เจีย เป็นประเทศที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมเยอะมาก

“เราถ่ายจอร์เจียให้เป็นทั้งอเมริกาทั้ง นอร์ทแคโรไลนา นิวยอร์ก เท็กซัส แล้วก็ไร่ ยุคนั้น อิน จัน เดินทางด้วยรถไฟกับรถม้า แต่ใช้รถม้าบ่อยกว่า ซึ่งต้องเป็นแบบเดียวกับที่ถ่ายที่เมืองไทย ที่เมืองไทยเราประกอบขึ้นมาใหม่ เพราะไม่มีให้เช่า ไปที่โน่นก็ต้องถ่ายรูปรถม้าจากเมืองไทยไปสั่งทำ เราเดินทางไปถ่ายทั่วจอร์เจีย ก็ต้องขนรถม้าไปด้วย ม้าไม่มีปัญหามากนัก ตามพื้นที่ยังพอมี แต่ก็เจอปัญหา ม้าบางสายพันธุ์ลากรถไม่ได้ ต้องใช้ม้าลากโดยเฉพาะ เป็นปัญหาที่ต้องเรียนรู้และแก้กันไป

“ข้อดีอย่างหนึ่งในการไปถ่ายที่จอร์เจียคือ มีระบบโมเดลลิ่งที่เชื่อมต่อกับยุโรป เราอยากหาคนที่สูงมากๆ กับตัวจิ๋ว เหมือนในคณะละครสัตว์ P.T. Barnum นักแสดงก็บินมาเล่นให้เราได้เลย

“ทีมจากเมืองไทยเกือบสี่สิบคนไปถ่ายกันประมาณสามสัปดาห์ ส่วนผมอยู่เกือบสองเดือนเพราะต้องไปดูสถานที่ก่อน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

ขนเสื้อผ้าหนัก 600 กิโลกรัมไปจอร์เจีย

“ในเมืองไทยไม่มีเสื้อผ้าของอเมริกายุคนั้นให้ยืม เราต้องตัดขึ้นมาใหม่หมด ภรรยาผม (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ช่วยดูแลให้ ต้องรีเสิร์ชเยอะมาก แล้วก็มีเรื่องความแตกต่างระหว่างฤดูด้วย

“ต่างหูของมารีญาหล่นหายในฉากวิ่งในไร่ มันเป็นต่างหูวินเทจที่เราต้องเอากลับไปถ่ายต่อที่เมืองไทย ไม่งั้นมันจะไม่ต่อเนื่อง ก็ต้องจับมือกันเดินหาเป็นหน้ากระดานทั้งไร่ สุดท้ายคนที่ทำหน้าที่ควบคุมความต่อเนื่องเป็นคนที่หาเจอ

“เรื่องทรงผมเราก็รีเสิร์ชเยอะ ความยากคือ ผมเล่าสามช่วงอายุคือ สามสิบ สี่สิบห้า ห้าสิบห้า ก็ต้องแต่งหน้าและทำผมให้แก่ตามไปด้วย รวมไปถึงบุคลิกและแอคติ้ง พอมีสามช่วง ผมก็แบ่งโทนสีของหนังไว้ด้วย ตอนกลางจะเทาๆ ช่วงสุดท้ายจะมืดหน่อย”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

มีผู้ช่วยผู้กำกับด้านภาษาอังกฤษ

“กำกับภาษาอังกฤษไม่ได้ยากขนาดนั้น เรื่องภาษาผมมีฝรั่งซึ่งทำงานในวงการบันเทิงไทยมานานนั่งข้างๆ ถ้านักแสดงพูดผิดเมื่อไหร่ต้องบอกทันที มันยากตรงต้องใช้ล่ามคุยกับนักแสดงจอร์เจีย กว่าจะคุยกันรู้เรื่องใช้เวลาเยอะมาก

“วิธีการทำงานของคนที่นั่นไม่เหมือนเรา เขาจำกัดชั่วโมงการทำงานต่อวัน แล้วก็มีเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาดด้วย ทำให้เราเจอปัญหาหน้างานตลอด ก็ต้องแก้กันไป

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นนิวยอร์ก

“สตูดิโอโพสต์โปรดักชันของกันตนาทำงานให้ต่างชาติเยอะ แต่เราไม่ค่อยดึงศักยภาพมาใช้ในงานของไทยเท่าที่ควร เพราะไม่มีเรื่องให้ทำด้วย งานนี้ก็เลยชวนทุกฝ่ายมาร่วมมือกันตั้งแต่ต้น ให้ทำงานกันกลมเกลียวเหมือนสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่

“เราสั่งซื้อฟิลเตอร์พิเศษมาตัวหนึ่งจากอเมริกา เพื่อให้ได้ภาพที่มีความนวล ฟุ้งๆ ดูย้อนยุค ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำไม่ได้ในโพสต์โปรดักชัน

“คนวาดซีจีก็เข้าวางแผนตอนถ่ายด้วย ฉากที่ยากสุดคือการวาดหัวลำโพงให้เป็นนิวยอร์ก เป็นการวาดใหม่ทั้งหมด ที่เหลือก็เป็นการเก็บรายละเอียด เช่น เนื้อตรงที่ตัวติดกันของ อิน จัน การเอาเสาไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟออก หลังบ้าน อิน จัน ต้องมีภูเขา ก็ต้องวาดเข้าไปเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“ความพิเศษตอนถ่ายอีกอย่างถือ เราพยายามถ่ายให้รู้สึกว่า อินกับจันเป็นคนละคนกัน ตอนนี้เรากำลังดูคนนี้ เขากำลังสื่อสารกับคนรอบข้างอยู่นะ ไม่อย่างนั้นคนจะรู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครตัวเดียวกัน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เพลงประกอบโดยฮิวโก้

“เพลงเป็นสิ่งแรกๆ ที่เราทำตั้งแต่ยังไม่ได้ถ่าย ผมอยากได้เพลงที่เป็นคันทรี คนแรกที่คิดถึงคือ พี่ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) เขาเป็นตำนานที่ผมอยากร่วมงานด้วย เขาอินกับยุคนั้นอยู่แล้ว ผมเล่าเรื่องให้เขาฟัง เขาก็ทำดนตรีสไตล์เขาเองทั้งหมด ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์เลย มีเสียงขูดไม้ เสียงตะปูด้วย

“แล้วก็แต่งเนื้อเพลงเองทั้งหมด ชื่อเพลง White Horse ประโยคแรกบอกว่า There’s a white horse on every wave. เป็นสำนวนภาษาอังกฤษว่า ปลายคลื่นมีฟองสีขาว ฝรั่งเขามองเป็นม้าขาว เขาพยายามบอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จะมีสิ่งที่เกิดตามมาเสมอ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เขามองว่า อิน จัน ไม่ใช่แค่เรื่องพี่น้อง แต่เป็นคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศ เร่ร่อนไป เป็นคนเอเชียที่ตัวติดกัน เจอความยากตั้งแต่วันแรกถึงวันที่เสียชีวิต เนื้อเพลงออกมาเป็นบทกวีที่ลึกซึ้งมาก

“เราก็เอาเมโลดี้เพลงนี้แตกออกมาเป็นสกอร์สิบกว่ามู้ด ทั้งสนุก ทั้งเศร้า เพื่อใช้ในหนัง”

เลือกแพลตฟอร์ม

“พอทำเสร็จก็เป็นช่วงที่ Disney+ Hotstar เข้ามาพอดี เขาเห็นศักยภาพของเรื่องนี้ แล้วก็มีอารมณ์แบบดิสนีย์ด้วย เราก็เลยฉายที่ Disney+ Hotstar ตอนนี้เริ่มแค่ในเมืองไทยก่อน แต่ก็มีโอกาสจะได้ไปฉายประเทศอื่นด้วย

“ดิสนีย์ดูงานเราแล้วก็ไม่ได้แก้อะไร เพราะไม่ใช่ออริจินัลของดิสนีย์ เขาดูว่าเหมาะสมกับแพลตฟอร์มของเขาไหม ที่คุยกันมากหน่อยคือเรื่องภาษา แพลตฟอร์มเขามีพากย์ไทยอยู่แล้ว ก็ให้นักพากย์อาชีพมาพากย์ ไม่ได้ให้นักแสดงมาพากย์เสียงตัวเอง เพราะมันต้องใช้วิธีพากย์แบบที่นักพากย์ใช้กัน”

โปสเตอร์ที่ตรงกับเรื่อง

“ไอเดียแรกที่ทุกคนคิดถึงคือ ต้องเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ แบบมีสองคนบนเวที มีแสงสาดลงมา แต่ผมว่ามันไม่ตรง เพราะเราเน้นเล่าเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ ดูแล้วต้องรู้สึกถึงสิ่งนี้ ผมปรึกษากับ พี่ติ๋ม (พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์) เขาก็ถ่ายภาพแล้วทำเลย์เอาต์ออกมาแบบนี้”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

สิ่งที่อยากให้ผู้ชมได้รับ

“สิ่งที่ผมอยากให้คนดูได้คือ หลักในการใช้ชีวิตที่ปรับใช้กับตัวเองได้ เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอเมริกา แต่ก็ยังมีปัญหาของตัวเอง เพราะฉะนั้น เราก็อย่าท้อ เขายังอยู่ได้ถึงอายุหกสิบ เราก็ต้องสู้กับปัญหาของเราได้ แล้วก็หวังว่าจะสนุกกับเรื่องราวดราม่าเข้มข้น”

ฟีดแบคจากครอบครัวนักทำหนัง

“คุณพ่อลงมาช่วยตรวจงานด้วยเสมอ ตอนตัดต่อก็บอกว่า ตรงนี้ใช้เทคนิคนี้ ช่วยกระชับตรงนี้หน่อย ผมก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ปกติผมทำงานอื่นให้กันตนาด้วยเยอะมาก ตอนที่ผมไปกำกับ ผมหายตัวไปพักใหญ่ ก็โดนบ่นๆ หน่อย แต่เขาก็เข้าใจว่า เราชอบแบบนี้ แต่พอเห็นงานเขาก็โอเคนะ ไม่ขี้เหร่ เราก็ทำเต็มที่แล้ว เป็นผลงานที่ออกมาได้ดี ในปีที่กันตนาครบรอบเจ็ดสิบปีด้วย”


ภาพ : บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

1

กว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ที่ผมเฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กนั่งฟักไข่อยู่อย่างสงบในรังของเขาเอง

แม้นาน หากนกเป็ดผีเล็กก็คลายความเหนื่อยล้าด้วยการสะบัดหัวขับไล่ความง่วงงุน หรือบ้างก็เหยียดปีกไซร้ขน ไม่มีแม้สักเสี้ยวนาทีที่จะลุกยืนเพื่อปรับเปลี่ยนท่าทาง นั่นหมายเพื่อให้ตนได้กกฟักสร้างความอบอุ่นแก่ไข่ทั้ง 3 ใบได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นผมเองที่ความเหนื่อยล้าจากการรอคอยเริ่มเข้าคุกคาม

แต่ก่อนจะทันได้ละสายตาเช่นที่คิดไว้ นกเป็ดผีเล็กก็ยกคอตั้งตรง คล้ายสัมผัสถึงบางสิ่ง

ผมแนบสายตาเข้ากับช่องมองภาพ ด้วยหวังว่าอาจมีนาทีสำคัญของชีวิตเกิดขึ้น 

ขณะลุ้นแทบกลั้นหายใจ จู่ ๆ นกเป็ดผีเล็กอีกตัวก็โผล่จากใต้น้ำขึ้นมาในตำแหน่งใกล้รัง เพียงเท่านั้น เจ้าตัวที่ฟักไข่มาอย่างยาวนานก็ลุกยืนสะบัดขน สะบัดตัวไล่ความเมื่อยล้า ก่อนจะกระโดดผลุงลงน้ำและดำหายไปทันที ปล่อยให้อีกตัวขึ้นไปบนรังและเป็นผู้ทำหน้าที่ฟักไข่ต่อไป

กว่า 1 สัปดาห์แล้วที่ผมเฝ้ามองการผลัดกันฟักไข่ของนกเป็ดผีเล็กคู่นี้ และเป็น 1 สัปดาห์เต็มกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยไร้วี่แววที่จะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ครั้นเวลาอันมีจำกัดหมดลง ผมจึงจำต้องยุติการเฝ้ารอภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กไว้เพียงเท่านี้ หากยังหวังใจว่าอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า พวกเขาจะยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

2

เมื่อวันที่รอคอยเดินทางมาถึง

ผมรีบลงเรือตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายตามตั้งใจ

ขณะเรือลอยลำในบึงกว้าง หัวใจกลับเร่งร้อนต่างไปจากที่เคยเป็น

พลันมาถึงบังไพรลอยน้ำ ผมกระโจนลงน้ำและเร่งติดตั้งกล้องถ่ายภาพทันที

ครั้นแนบสายตากับช่องมองภาพ บางสิ่งที่ปรากฏในนั้นกลับเปลี่ยนแปลงไป

สาหร่าย จอกแหน ที่นกเป็ดผีเล็กเคยนำมาคลุมไข่ในรังเช่นคราวก่อน ๆ วันนี้มันหายไป

ใจหายกับสิ่งที่เห็น หากก็ยังพยายามคิดต่ออย่างมีความหวัง

นัยหวังดีนั้น ผมเห็นภาพลูกนกเป็ดผีเล็กฟักออกจากไข่ไปหมดแล้ว

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

หากนัยหวังร้ายนั้น ผมเห็นไข่ทั้ง 3 ใบโดนทำลายจากศัตรูทางธรรมชาติ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องทิ้งรังไป

กระนั้น ผมยังคงเฝ้ารอ

เฝ้ารอ ด้วยหวังลึก ๆ ว่า คงจะมีโอกาสได้เห็นภาพชีวิตของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้

การรอคอยผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง นกเป็ดผีเล็ก 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นใกล้ ๆ รังอันว่างเปล่า

จากกำลังขยายของเลนส์ถ่ายภาพ ช่วยให้ผมได้เห็นถึงความผิดปกติบางอย่างบนหลังของนกเป็ดผีเล็กตัวหนึ่ง ดูฟูฟ่องต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ไม่นานนักความสงสัยก็คลี่คลาย เมื่อมีชีวิตเล็ก ๆ โผล่หัวออกมาจากขนอันฟูฟ่องบนหลังของเจ้านกเป็ดผีเล็กตัวนั้น

ผมกดชัตเตอร์บันทึกภาพด้วยมืออันสั่นเทา ด้วยตื่นเต้นที่ได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต 

และจากภาพใบแรกในชีวิตนี้เอง ที่นำผมมารู้จักบึงน้ำอันเป็นแหล่งอาศัยของนกเป็ดผีเล็กครอบครัวนี้อย่างจริงจัง

บึงน้ำที่เป็นบ้านอันอบอุ่นของทั้งนกเป็ดผีเล็กและผองเพื่อนนกน้ำ มีนามว่า ‘บึงละหาน’

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

3

บึงละหาน ที่ผมถือเอาว่าเป็นอาณาจักรของนกน้ำ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 18,000 ไร่ ครอบคลุม 4 ตำบลใหญ่ของอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน และตำบลลุ่มลำชี

ด้วยขนาดพื้นที่อันกว้างขวาง ที่นี่จึงถูกยกให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ก่อนนั้นบึงละหานหาได้มีสภาพเป็นบึงใหญ่เช่นที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ เดิมพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม ซึ่งภายในมีบ่อน้ำขนาดใหญ่กระจายกันอยู่ห่าง ๆ แต่ละบึงแต่ละบ่อเชื่อมร้อยถึงกันด้วยคลองเล็ก ๆ

เมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำจากห้วยลำคันฉูจะไหลล้นเข้าท่วมทับบ่อต่าง ๆ จนกลายเป็นผืนน้ำเดียวกัน แต่มวลน้ำจะคงอยู่ราว 1 – 2 เดือน จากนั้นปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำชี เปิดพื้นที่เดิมให้พืชพันธุ์ต่าง ๆ ได้เจริญเติบโตเพื่อรอการกลับมาของฤดูน้ำหลากในปีถัดไปอีกครั้ง

ละหานเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน…

จนกระทั่งระหว่าง พ.ศ. 2545 – 2547 จังหวัดชัยภูมิมีนโยบายพัฒนาพื้นที่บึงละหาน เริ่มจากการยกคันดินให้เป็นถนนล้อมรอบ พร้อมกับสร้างประตูน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ชุมชนรายรอบได้ใช้ประโยชน์ ทั้งการอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม การพัฒนาในครั้งนั้น ทำให้สภาพพื้นที่เดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ’ ขนาดใหญ่เช่นทุกวันนี้

ด้วยบึงละหานมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความลึกตลอดทั่วทั้งบึงประมาณ 1.5 – 2.5 เมตร พื้นที่ลักษณะนี้จึงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณมากมายที่ต่างพากันเกิดขึ้นตามชายน้ำ ใต้น้ำ หรือตามริมตลิ่งเป็นอย่างยิ่ง ไม้น้ำเหล่านี้กลายมาเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ให้แก่กุ้ง หอย ปู ปลา หรือบรรดานกน้ำนานาชนิด รวมไปถึงผู้คนที่อาศัยอยู่โดยรอบอีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ของบึงละหานดำรงอยู่เช่นนี้มาเนิ่นนาน แต่ใยความสำคัญนัยคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำกลับถูกมองข้ามมาโดยตลอด กระทั่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โครงการขุดลอกขนาดใหญ่จากบางหน่วยงานของรัฐกำลังจะเกิดขึ้นในบึงน้ำแห่งนี้

เมื่อใดก็ตามที่เครื่องจักรเริ่มต้นเดินเครื่องทำงาน เมื่อนั้นพื้นที่อันแสนพิเศษเช่นนี้จะหายไปจากผืนแผ่นดินไทยในทันที

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย

4

ธรรมชาติคล้ายรอเวลาอันเหมาะสม

ราวต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ทีมถ่ายทำสารคดีธรรมชาตินาม อาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ได้เข้ามาสำรวจบึงละหาน ด้วยหมายอยากมาถ่ายทำชีวิตของบรรดานกน้ำที่มีอยู่อย่างมากมาย

เพียงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565 วันแรกของการสำรวจหาพื้นที่ถ่ายทำ เต้ย-ปฤษฎิ์ เก่งสูงเนิน หนึ่งในทีมที่ลงเรือออกสำรวจ ก็ได้ค้นพบ Red-breasted Merganser (นกเป็ดปากยาวอกแดง) และถ่ายภาพได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศไทย

การพบเจ้า Red-breasted Merganser ซึ่งถือเป็นรายงานแรกของประเทศไทย ไม่ได้ทำให้บึงละหานกลายเป็นที่รู้จักของนักดูนกทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น แต่เจ้านกชนิดใหม่ของไทยยังนำนักวิชาการ นักธรรมชาติวิทยา และผู้สนใจอีกมากมาย เข้ามาเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ด้วยตาของพวกเขาเอง

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ผู้คนมากมายกล่าวถึงบึงละหาน คุณค่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายกันออกไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เช่นนี้เอง จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันของผู้สนใจที่หมายจะศึกษาที่นี่อย่างเป็นระบบ จนได้เริ่มต้นพูดคุยและวางแผนการสำรวจกันอย่างจริงจัง

กระทั่งวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ทางจังหวัดชัยภูมิ ด้วยการนำของ ไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด วรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน และชาวบ้าน ได้ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ทีมอาชิแคลน ที่นำโดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ พร้อมด้วยอาสาสมัครนักดูนกจากทั่วประเทศกว่า 60 คน ลงพื้นที่สำรวจนกทั้งทางน้ำและทางบกกันอย่างเข้มข้น

ผลการสำรวจตลอดทั้ง 2 วัน เราพบนกทั้งสิ้น 105 ชนิด ซึ่งถือเป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่ครอบคลุมพื้นที่แทบทุกตารางนิ้วของบึงละหานเลยทีเดียว

และกิจกรรมการสำรวจนกในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้น นับจากนี้เรายังหมายจะสำรวจบึงละหานในทุกมิติ ทั้งพันธุ์พืช ดิน น้ำ และปลา เพื่อให้ชุดข้อมูลจากระบบนิเวศเป็นสิ่งยืนยันว่า พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้มีความสำคัญ ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินแห่งนี้มากมายเพียงใด

บึงละหาน อาณาจักรนกน้ำแห่งชัยภูมิ กับนกที่เพิ่งค้นพบและถ่ายภาพได้เป็นครั้งแรกในไทย
บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

5

กว่า 3 ชั่วโมงที่ได้เฝ้าดูนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวแบกลูกน้อยไว้บนหลังว่ายน้ำหากิน…

การแบกลูก ๆ เอาไว้บนหลังเช่นนี้ เนื่องจากลูกน้อยที่เพิ่งออกจากไข่ยังอ่อนเยาว์เกินกว่าจะปล่อยให้เขาว่ายน้ำกันเอง การให้ลูกอ่อนขึ้นไปซุกอยู่บนหลังของพ่อและแม่จึงเป็นการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาของนักล่าในธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย

ภาพนกเป็ดผีเล็กทั้งสองตัวที่กำลังผลัดกันให้ลูก ๆ ขี่หลัง เพื่อให้อีกตัวเป็นฝ่ายไปหาอาหารมาป้อนลูกน้อยนั้น เกิดขึ้นไม่ไกลจากรังของพวกเขา

รัง… ที่แม้วันนี้ไม่ได้ใช้เป็นที่ฟักไข่อีกแล้ว หากพวกเขาก็ยังคงวนเวียนกลับมาใช้เป็นที่พัก เพื่อให้ลูก ๆ ได้ลงจากหลังไปหัดว่ายน้ำใกล้ ๆ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะดำรงอยู่ต่อไปอีกราว 1 สัปดาห์ ลูกน้อยจึงแข็งแรงพอที่จะว่ายน้ำติดตามพ่อแม่ออกไปหากินด้วยกัน

เมื่อลูกน้อยแข็งแรงมากพอ นั่นก็ถึงเวลาที่เส้นทางของเด็กน้อยจะต้องแยกจากพ่อแม่ เพื่อไปเรียนรู้ให้ชีวิตเติบโตได้ด้วยตีนและปีกของตนต่อไป

ขณะเฝ้ามองครอบครัวนกเป็ดผีเล็ก… นกอีแจว นกอีโก้ง ต่างก็บินผ่านเข้ามาหากินรวมกันอยู่ใกล้ ๆ

ภาพนกน้ำที่เดินท่องไปบนใบบัวสายที่กำลังบานดอกสีชมพูเข้มนั้น งดงามยิ่งนัก

ความงามของสรรพชีวิตในบึงละหานที่วันนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามเหมือนเช่นวันที่ผ่านมาอีกต่อไป

ความสำคัญและคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำบึงละหานที่พวกเราได้รับรู้นั้น ล้วนมาจากการได้เห็นลีลาของชีวิตอันเสรี ทั้งบรรดานกน้ำ พืชพันธุ์ และฝูงปลามากมายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

วันนี้เราต่างก็หวังว่า ผู้เป็นเจ้าของกุญแจเครื่องจักรมากมายที่กำลังจะเข้ามาขุดลอกบึงละหานในอีกไม่ช้า คงจะได้เห็นความสำคัญของพื้นที่ เช่นเดียวกับที่เราและคนส่วนใหญ่เห็นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว

บึงละหาน สวรรค์ของนักดูนกแห่งชัยภูมิ มีนกกว่าร้อยชนิด และ Red-breasted Merganser ที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกในไทย

ขอขอบคุณ

ท่านไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

นายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอจัตุรัส

ทีมอาชิแคลน โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

นายอภิรัฐ ทัดกลาง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยกุ่ม

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวบ้านโนนหัวช้างทุกท่าน

Writer & Photographer

มนตรี คำสิงห์

เมื่อโควิดระบาด ก็หันเหจากงานฟรีแลนซ์ทั้งถ่ายภาพและเขียนบทความ มุ่งหน้ากลับเข้าสวนเข้านาในที่ดินของครอบครัว เพื่อปลุกปั้นที่อยู่ที่กินบนแผ่นดินผืนสุดท้ายนามปางกระโดนแห่งนี้ นอกจากนั้นก็กำลังพยายามปลุกบึงละหานให้เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของบ้านเรา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load