แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Disney+ Hotstar ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หนึ่งในความฮือฮาของการเปิดตัวครั้งนี้ก็คือ ซีรีส์สัญชาติไทยเรื่อง ‘อิน จัน’ (Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang) โดยความร่วมมือของ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส และ ทรู ออริจินัล ฝีมือการกำกับของ เต็นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ทายาทรุ่นสามของค่ายกันตนา และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด 

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

นี่คือการหยิบผลงานมาสเตอร์พีซของคุณปู่ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก ที่ทำร่วมกับคุณพ่อ จาฤก กัลย์จาฤก ในรูปแบบรายการสารคดีความยาว 26 ตอน เมื่อ 30 ปีก่อน มาตีความใหม่ในรูปแบบซีรีส์ความยาว 13 ตอน

เต็นท์เล่าถึงแฝดสยามผู้โด่งดังระดับโลกด้วยการตั้งคำถามใหม่ มุมมองใหม่ และวิธีการใหม่ๆ

และปรุงออกมาให้พร้อมเผยแพร่ไปทั่วโลก

ทั้งโจทย์การโกอินเตอร์ การทำซีรีส์ภาษาอังกฤษ การใช้นักแสดงซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่นักแสดงอาชีพ การยกทีมไปถ่ายทำต่างประเทศ การทำโปรดักชันให้ออกมาเป็นอเมริกายุคศตวรรษที่ 18 งานซีจีที่ต้องวาดหลายฉากขึ้นมาใหม่ งานโพสต์โปรดักชันอย่าง Color Grading และระบบเสียงที่ต้องดีสมกับที่กันตนาเป็นแล็บระดับโลก ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่าย

มาดูกันว่าผู้กำกับหนุ่มคนนี้คิดและทำงานนี้อย่างไร ตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้าย

เพื่อให้ได้งานที่ออกมาน่าพึงพอใจ สมกับวาระฉลองครบรอบ 70 ปีกันตนา

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ทำซีรีส์ไทยให้ไปไกลระดับโลก

“กันตนาอยากทำซีรีส์ที่เป็นระดับโลก พอได้คุยกับ ทรู ออริจินัล ซึ่งมีแนวคิดนี้เหมือนกัน เลยเกิดโปรเจกต์นี้ขึ้นเมื่อสามปีก่อน เรามาคิดว่าจะทำอะไรดีที่จะเรียกให้คนทั้งโลกหันมาสนใจได้ ในคลังของเรามีงานอยู่เยอะมาก เพราะสะสมมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ ผมคุยกับพ่อ (จาฤก กัลย์จาฤก) และผู้บริหารคนอื่นแล้วก็คิดถึง อิน จัน ที่คุณปู่เคยทำเป็นสารคดียี่สิบหกตอนไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2534

“ตอนนั้นคุณปู่ คุณพ่อ และทีมงานเดินทางไปศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของอิน จัน ที่อเมริกา ไปตามรอย ไปดูมิวเซียม ไปเจอญาติพี่น้องของเขาซึ่งเป็นรุ่นหลานเหลนแล้ว เราชวนเขาจัดงานรวมญาติครั้งแรกซึ่งมากันเป็นร้อยคน ซึ่งเขาก็จัดต่อเนื่องทุกปีมาถึงตอนนี้ แล้วเราก็ชวนเขามาเมืองไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก

“เราคิดว่าน่าจะเอามาร้อยเรียงใหม่ให้เข้ายุคเข้าสมัยได้ แต่ก็ท้าทายมากเพราะเราอยากทำมาตั้งนานแล้ว แต่ติดเรื่องงบประมาณ และอะไรอีกหลายอย่าง”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ลองเล่าเรื่องแบบใหม่

“พอดูสารคดีจบ เราพบว่าสิ่งที่ขาดไปคือ ชีวิตของ อิน จัน ตอนอยู่ที่อเมริกา แล้วก็เรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง พอเราทำบทก็เริ่มต้นจากเรื่องการที่เขาต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง มันจะยากขนาดไหน ซึ่งก็มีเสน่ห์ของมัน ผมคงประวัติไว้เหมือนเดิม แล้วก็เอาตัวละครและเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาปรุงให้สนุกขึ้น

“ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือ เขาใช้ชีวิตยังไงให้มีครอบครัวและลูกหลานถึงยี่สิบเอ็ดคน โดยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ขนาดนี้ ต้องคุยกันแบบไหนถึงจะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบนี้ได้ มันเป็นมากกว่าเรื่องของคนสองคน เขาอยู่ด้วยกันสองคนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอมีสังคม ครอบครัว พี่น้อง ลูก นี่คือตัวแปรสำคัญ เขาจะใช้ชีวิตยังไงให้เดินไปข้างหน้า ตรงนี้ไม่มีใครเล่า ผมสนใจเรื่องนี้มากกว่าแค่ประวัติเฉยๆ”

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

ปรุงบทแบบอินเตอร์

“เราพยายามปรุงรสชาติแบบสากล แต่ก็ไม่ได้มีสูตรอะไรเป็นพิเศษ แค่เนื้อเรื่องแต่ละตอนต้องแน่น ชัดเจนว่าจะเล่าอะไร ความสากลน่าจะอยู่ที่วิธีนำเสนอเรื่องราวต่างๆ วิธีเขียนบทก็ไม่ได้เริ่มจากหนึ่ง ไปสอง สาม สี่ แต่เราเริ่มตรงกลางเรื่อง ไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับ

“แต่ละตอนเราออกแบบให้เริ่มด้วยซีนไฮไลต์ ซึ่งถ่ายแยกนะ แล้วเสริมเข้ามาเป็นเนื้อเรื่อง ให้คนเดาตอนต้นว่าจะเกี่ยวกับอะไร เป็นสิ่งที่ฝรั่งทำกันเป็นปกติแหละ แต่ผมอยากลองเล่าด้วยวิธีนี้ดู

“เรื่องภาษาเราเถียงกันนานมากว่าอยากให้สากล แต่ก็อยากให้คนไทยดู ผมว่ายุคนี้ซีรีส์หรือภาพยนตร์มีภาษาเป็นของตัวเองอยูู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาว่าต้องพูดไทยไหม เราควรทำให้เหมือนจริงที่สุด คือพูดอังกฤษทั้งเรื่อง แต่เวลาที่อินจันคุยกันเองก็พูดภาษาไทย

“เราเขียนบทอยู่ปีกว่า นานตรงแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วต้องเป็นภาษาในยุค ค.ศ. 1800 ต้องหาคนที่รู้เรื่องภาษาเก่ามาช่วย ต้องศึกษาเยอะ ทั้งประวัติศาสตร์ยุคนั้น เหตุการณ์รอบด้าน มันมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”

เลือกนักแสดงตามคาแรกเตอร์

“ผมเชื่อเรื่องคาแรกเตอร์ของนักแสดงที่เหมาะสมมากกว่าใช้นักแสดงชื่อดัง ผมอยากได้ฝาแฝดจริงๆ มาเล่น เพราะเขามีสื่อถึงกันได้โดยธรรมชาติ เวลาพูดกันมันมีความไม่เหมือนกัน แต่ก็เหมือนกัน ผมชอบความรู้สึกนั้น เรามีคนมาแคสต์เป็น อิน จัน ประมาณสิบถึงสิบห้าคู่ เราต้องการฝาแฝดที่พูดภาษาอังกฤษได้ หน้าตาพอไปได้ แสดงได้ สุดท้ายก็เลือก บ็อบ (วรุตม์ บราวน์) กับ เบ็น (วราวุฒิ บราวน์) เขาเป็นนายแบบถ่ายลง Looker ตลอด

ทายาทกันตนา รีเมกสารคดี ‘อิน จัน’ ฝีมือคุณปู่ เป็นซีรีส์ไทยโกอินเตอร์ใน Disney+ Hotstar

“นางเอกสองคน เราก็แคสติ้งตามระบบโมเดลลิ่งปกติ มารีญา (มารีญา พูลเลิศลาภ) ที่มาช่วยทำให้หนังเราดูอินเตอร์ขึ้น ก็ให้ความร่วมมือในการแคสต์เต็มที่ มาแคสต์จนรอบสุดท้าย เพราะตัวละครซาราห์กับอาดิเลดเป็นพี่น้องกัน ผมไม่สามารถเลือกได้เลยถ้าไม่เห็นเขาแสดงด้วยกัน มารีญากับ เดน่า (เดน่า สโลซาร์) เขาเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็เลยง่าย

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“เรื่องนี้เหมือนรวมนักแสดงฝรั่งในประเทศไทย ทั้งฝรั่งจริง ทั้งลูกครึ่ง ตั้งแต่รุ่นเล็กจนรุ่นโต เราก็แคสต์ตามแคแรกเตอร์เลย มี เจสัน ยัง, ไบรอน บิชอพ, โอซา แวง, อติล่า (อาร์เธอร์ อภิชาติ กานโยซ์) แล้วก็ทีม The Face”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เวิร์กช็อปฝึกหายใจ

“พอทุกคนไม่ใช่นักแสดงอาชีพก็ต้องเวิร์กช็อปกันนานเหมือนกัน เพราะต้องเล่นเป็นญาติกันด้วย ต้องทำให้คุ้นเคยกัน ที่หนักสุดคือบ๊อบกับเบน ในเรื่องผมพยายามสื่อสารไม่ให้เขาเป็นคนประหลาด เหมือนเป็นคนปกติ ดังนั้น การเคลื่อนไหวต้องเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ก็ต้องฝึกตั้งแต่จังหวะการหายใจ การเดิน ตอนแรกท่าเดินไม่ได้เลย ชนกันไปชนกันมา วิ่งยิ่งยาก ต้องนับแล้วตกลงกันว่าจะเดินขาไหนก่อน แต่นานๆ ไปก็ชิน”

สร้างฉากที่ศาลายา

“สถานที่ที่สำคัญที่สุดคือบ้าน เพราะเป็นที่ที่ทั้งคู่ใช้ชีวิต เราต้องมีบ้านสองหลัง เพราะเขาแยกบ้านกัน แต่ด้วยงบประมาณที่มี เราทำบ้านได้หลังเดียวที่ศาลายา เป็นบ้านสไตล์ฝรั่งในยุคนั้น เราทำเป็นบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ แล้วผ่ากลาง หน้าบ้านเป็นหลังหนึ่ง หลังบ้านเป็นหน้าบ้านของอีกหลังหนึ่ง เข้าไปครึ่งหนึ่งเป็นสีหนึ่ง อีกครึ่งเป็นอีกสี

“เขาเป็นชาวนา เราต้องปลูกข้าวโพดกับฝ้ายด้วย ก็เถียงกันว่า ฝ้ายมันไม่ขึ้นในกรุงเทพฯ นะเว้ย แต่อยู่ดีๆ ก็ขึ้นเฉย เราปลูกกันเป็นสิบไร่ สุดลูกหูลูกตา ฉากบ้านที่เห็นในเรื่องทั้งหมดถ่ายที่ไทย

“ผมเปิดกล้องที่เมืองไทยประมาณอาทิตย์หนึ่ง แล้วบินไปถ่ายที่จอร์เจียระหว่างรอสร้างบ้าน รอข้าวโพดโต กลับมาถ่ายที่ไทย แล้วก็บินไปถ่ายจบที่ญี่ปุ่น ไปเอาฉากหิมะที่นั่น เราถ่ายจบก่อนมีโควิด-19 ประมาณครึ่งปี โชคดีมาก”

เปลี่ยนจอร์เจียให้เป็นอเมริกา

“ตอนแรกผมตั้งใจจะไปถ่ายที่อเมริกา มีทีมงานช่วยหาโลเคชันให้แล้ว แต่ตอนที่ทีมงานประมาณสิบคนจะบินไปดู ปรากฏว่าบางคนวีซ่าไม่ผ่าน แล้วถ้าตอนไปถ่ายจริงเกือบสี่สิบคน มีนักแสดงสักคนวีซ่าไม่ผ่าน จะทำยังไง เราก็เลยลองหาประเทศอื่น ก็มาเจอจอร์เจีย เป็นประเทศที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมเยอะมาก

“เราถ่ายจอร์เจียให้เป็นทั้งอเมริกาทั้ง นอร์ทแคโรไลนา นิวยอร์ก เท็กซัส แล้วก็ไร่ ยุคนั้น อิน จัน เดินทางด้วยรถไฟกับรถม้า แต่ใช้รถม้าบ่อยกว่า ซึ่งต้องเป็นแบบเดียวกับที่ถ่ายที่เมืองไทย ที่เมืองไทยเราประกอบขึ้นมาใหม่ เพราะไม่มีให้เช่า ไปที่โน่นก็ต้องถ่ายรูปรถม้าจากเมืองไทยไปสั่งทำ เราเดินทางไปถ่ายทั่วจอร์เจีย ก็ต้องขนรถม้าไปด้วย ม้าไม่มีปัญหามากนัก ตามพื้นที่ยังพอมี แต่ก็เจอปัญหา ม้าบางสายพันธุ์ลากรถไม่ได้ ต้องใช้ม้าลากโดยเฉพาะ เป็นปัญหาที่ต้องเรียนรู้และแก้กันไป

“ข้อดีอย่างหนึ่งในการไปถ่ายที่จอร์เจียคือ มีระบบโมเดลลิ่งที่เชื่อมต่อกับยุโรป เราอยากหาคนที่สูงมากๆ กับตัวจิ๋ว เหมือนในคณะละครสัตว์ P.T. Barnum นักแสดงก็บินมาเล่นให้เราได้เลย

“ทีมจากเมืองไทยเกือบสี่สิบคนไปถ่ายกันประมาณสามสัปดาห์ ส่วนผมอยู่เกือบสองเดือนเพราะต้องไปดูสถานที่ก่อน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

ขนเสื้อผ้าหนัก 600 กิโลกรัมไปจอร์เจีย

“ในเมืองไทยไม่มีเสื้อผ้าของอเมริกายุคนั้นให้ยืม เราต้องตัดขึ้นมาใหม่หมด ภรรยาผม (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ช่วยดูแลให้ ต้องรีเสิร์ชเยอะมาก แล้วก็มีเรื่องความแตกต่างระหว่างฤดูด้วย

“ต่างหูของมารีญาหล่นหายในฉากวิ่งในไร่ มันเป็นต่างหูวินเทจที่เราต้องเอากลับไปถ่ายต่อที่เมืองไทย ไม่งั้นมันจะไม่ต่อเนื่อง ก็ต้องจับมือกันเดินหาเป็นหน้ากระดานทั้งไร่ สุดท้ายคนที่ทำหน้าที่ควบคุมความต่อเนื่องเป็นคนที่หาเจอ

“เรื่องทรงผมเราก็รีเสิร์ชเยอะ ความยากคือ ผมเล่าสามช่วงอายุคือ สามสิบ สี่สิบห้า ห้าสิบห้า ก็ต้องแต่งหน้าและทำผมให้แก่ตามไปด้วย รวมไปถึงบุคลิกและแอคติ้ง พอมีสามช่วง ผมก็แบ่งโทนสีของหนังไว้ด้วย ตอนกลางจะเทาๆ ช่วงสุดท้ายจะมืดหน่อย”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย
เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ อิน จัน ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

มีผู้ช่วยผู้กำกับด้านภาษาอังกฤษ

“กำกับภาษาอังกฤษไม่ได้ยากขนาดนั้น เรื่องภาษาผมมีฝรั่งซึ่งทำงานในวงการบันเทิงไทยมานานนั่งข้างๆ ถ้านักแสดงพูดผิดเมื่อไหร่ต้องบอกทันที มันยากตรงต้องใช้ล่ามคุยกับนักแสดงจอร์เจีย กว่าจะคุยกันรู้เรื่องใช้เวลาเยอะมาก

“วิธีการทำงานของคนที่นั่นไม่เหมือนเรา เขาจำกัดชั่วโมงการทำงานต่อวัน แล้วก็มีเรื่องการสื่อสารที่ผิดพลาดด้วย ทำให้เราเจอปัญหาหน้างานตลอด ก็ต้องแก้กันไป

เปลี่ยนหัวลำโพงเป็นนิวยอร์ก

“สตูดิโอโพสต์โปรดักชันของกันตนาทำงานให้ต่างชาติเยอะ แต่เราไม่ค่อยดึงศักยภาพมาใช้ในงานของไทยเท่าที่ควร เพราะไม่มีเรื่องให้ทำด้วย งานนี้ก็เลยชวนทุกฝ่ายมาร่วมมือกันตั้งแต่ต้น ให้ทำงานกันกลมเกลียวเหมือนสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่

“เราสั่งซื้อฟิลเตอร์พิเศษมาตัวหนึ่งจากอเมริกา เพื่อให้ได้ภาพที่มีความนวล ฟุ้งๆ ดูย้อนยุค ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำไม่ได้ในโพสต์โปรดักชัน

“คนวาดซีจีก็เข้าวางแผนตอนถ่ายด้วย ฉากที่ยากสุดคือการวาดหัวลำโพงให้เป็นนิวยอร์ก เป็นการวาดใหม่ทั้งหมด ที่เหลือก็เป็นการเก็บรายละเอียด เช่น เนื้อตรงที่ตัวติดกันของ อิน จัน การเอาเสาไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟออก หลังบ้าน อิน จัน ต้องมีภูเขา ก็ต้องวาดเข้าไปเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

“ความพิเศษตอนถ่ายอีกอย่างถือ เราพยายามถ่ายให้รู้สึกว่า อินกับจันเป็นคนละคนกัน ตอนนี้เรากำลังดูคนนี้ เขากำลังสื่อสารกับคนรอบข้างอยู่นะ ไม่อย่างนั้นคนจะรู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครตัวเดียวกัน”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

เพลงประกอบโดยฮิวโก้

“เพลงเป็นสิ่งแรกๆ ที่เราทำตั้งแต่ยังไม่ได้ถ่าย ผมอยากได้เพลงที่เป็นคันทรี คนแรกที่คิดถึงคือ พี่ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) เขาเป็นตำนานที่ผมอยากร่วมงานด้วย เขาอินกับยุคนั้นอยู่แล้ว ผมเล่าเรื่องให้เขาฟัง เขาก็ทำดนตรีสไตล์เขาเองทั้งหมด ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์เลย มีเสียงขูดไม้ เสียงตะปูด้วย

“แล้วก็แต่งเนื้อเพลงเองทั้งหมด ชื่อเพลง White Horse ประโยคแรกบอกว่า There’s a white horse on every wave. เป็นสำนวนภาษาอังกฤษว่า ปลายคลื่นมีฟองสีขาว ฝรั่งเขามองเป็นม้าขาว เขาพยายามบอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จะมีสิ่งที่เกิดตามมาเสมอ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เขามองว่า อิน จัน ไม่ใช่แค่เรื่องพี่น้อง แต่เป็นคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศ เร่ร่อนไป เป็นคนเอเชียที่ตัวติดกัน เจอความยากตั้งแต่วันแรกถึงวันที่เสียชีวิต เนื้อเพลงออกมาเป็นบทกวีที่ลึกซึ้งมาก

“เราก็เอาเมโลดี้เพลงนี้แตกออกมาเป็นสกอร์สิบกว่ามู้ด ทั้งสนุก ทั้งเศร้า เพื่อใช้ในหนัง”

เลือกแพลตฟอร์ม

“พอทำเสร็จก็เป็นช่วงที่ Disney+ Hotstar เข้ามาพอดี เขาเห็นศักยภาพของเรื่องนี้ แล้วก็มีอารมณ์แบบดิสนีย์ด้วย เราก็เลยฉายที่ Disney+ Hotstar ตอนนี้เริ่มแค่ในเมืองไทยก่อน แต่ก็มีโอกาสจะได้ไปฉายประเทศอื่นด้วย

“ดิสนีย์ดูงานเราแล้วก็ไม่ได้แก้อะไร เพราะไม่ใช่ออริจินัลของดิสนีย์ เขาดูว่าเหมาะสมกับแพลตฟอร์มของเขาไหม ที่คุยกันมากหน่อยคือเรื่องภาษา แพลตฟอร์มเขามีพากย์ไทยอยู่แล้ว ก็ให้นักพากย์อาชีพมาพากย์ ไม่ได้ให้นักแสดงมาพากย์เสียงตัวเอง เพราะมันต้องใช้วิธีพากย์แบบที่นักพากย์ใช้กัน”

โปสเตอร์ที่ตรงกับเรื่อง

“ไอเดียแรกที่ทุกคนคิดถึงคือ ต้องเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ แบบมีสองคนบนเวที มีแสงสาดลงมา แต่ผมว่ามันไม่ตรง เพราะเราเน้นเล่าเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ ดูแล้วต้องรู้สึกถึงสิ่งนี้ ผมปรึกษากับ พี่ติ๋ม (พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์) เขาก็ถ่ายภาพแล้วทำเลย์เอาต์ออกมาแบบนี้”

เบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ‘อิน จัน’ ใน Disney+ Hotstar ด้วยคุณภาพระดับโลก เนรมิตอเมริกาศตวรรษที่ 18 ขึ้นมาจากฉากที่ศาลายา และจอร์เจีย

สิ่งที่อยากให้ผู้ชมได้รับ

“สิ่งที่ผมอยากให้คนดูได้คือ หลักในการใช้ชีวิตที่ปรับใช้กับตัวเองได้ เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในอเมริกา แต่ก็ยังมีปัญหาของตัวเอง เพราะฉะนั้น เราก็อย่าท้อ เขายังอยู่ได้ถึงอายุหกสิบ เราก็ต้องสู้กับปัญหาของเราได้ แล้วก็หวังว่าจะสนุกกับเรื่องราวดราม่าเข้มข้น”

ฟีดแบคจากครอบครัวนักทำหนัง

“คุณพ่อลงมาช่วยตรวจงานด้วยเสมอ ตอนตัดต่อก็บอกว่า ตรงนี้ใช้เทคนิคนี้ ช่วยกระชับตรงนี้หน่อย ผมก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ปกติผมทำงานอื่นให้กันตนาด้วยเยอะมาก ตอนที่ผมไปกำกับ ผมหายตัวไปพักใหญ่ ก็โดนบ่นๆ หน่อย แต่เขาก็เข้าใจว่า เราชอบแบบนี้ แต่พอเห็นงานเขาก็โอเคนะ ไม่ขี้เหร่ เราก็ทำเต็มที่แล้ว เป็นผลงานที่ออกมาได้ดี ในปีที่กันตนาครบรอบเจ็ดสิบปีด้วย”


ภาพ : บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

หลังจากอยู่ที่ญี่ปุ่นมาหลายปี อดคิดไม่ได้ว่าสตรอว์เบอร์รี่ควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผลไม้ประจำชาติ แม้จะไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่นแต่กำเนิด แต่เฉิดฉายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมการกินของชาวญี่ปุ่นอย่างลงตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Strawberry Shortcake เค้กยอดนิยมตลอดกาลที่มักเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในหลาย ๆ โอกาส เช่น วันเกิด แม้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่และเค้กจะมาจากตะวันตก แต่เมนูนุ่มละมุนนี้ถือกำเนิดในญี่ปุ่นนะ! 

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่รวมทุกรูปแบบของความอร่อยไว้ให้สำรวจ โรงแรมหรูก็มักจะจัดบุฟเฟต์ขนมหวานที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ และเชื่อมั้ยว่ามียูทูบเบอร์สายปลูกสตรอว์เบอร์รี่ด้วย! 

อะไรจะรักและหลงใหลในสตรอว์เบอร์รี่ขนาดนี้ เมื่อถามคนที่อาศัยอยู่ในอเมริกาคนหนึ่งว่า “สำหรับคุณ สตรอว์เบอร์รี่คืออะไร” ก็ได้คำตอบว่า “ผลไม้ที่รับประทานทั่วไปในชีวิตประจำวัน” แต่เมื่อถามนักศึกษาญี่ปุ่นจะได้รับคำตอบว่า ‘ของขวัญ น่ารัก ความพิเศษ’ และเมื่อถามถึงสตรอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก คนญี่ปุ่นมักจะตอบว่า ‘วันเกิด ปาร์ตี้ หรือ คริสต์มาส’

ในเมื่อเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจและได้ครอบครองพื้นที่พิเศษในหัวใจคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าเกษตรกรผู้มุ่งมั่นและใส่ใจในรายละเอียดยิ่งลุยพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง แม้แต่คนไทยเอง ถ้าพูดถึงสตรอว์เบอร์รี่สุดพรีเมียมรสหวานอร่อย ก็คิดถึงสตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นใช่มั้ยล่ะ

ไปทำความรู้จักกับเจ้าจิ๋วแจ๋วที่กินแล้วแจ่มว้าวกันดีกว่า

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

1. สตรอว์เบอร์รี่ คุณค่าที่ทุกคนคู่ควร

ปลายยุคเอโดะ หรือในช่วงศตวรรษ 1800 ที่สตรอว์เบอร์รี่เพิ่งเข้าญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนญี่ปุ่นพยายามจะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งในตอนแรกไม่สำเร็จ เนื่องจากภูมิอากาศไม่เหมาะสม ฯลฯ แต่ในที่สุดก็สามารถพัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกในปี 1898 ที่สวนในพระราชวังอิมพีเรียล และถูกกำหนดไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด จึงถือเป็นผลไม้ที่ไฮโซอย่างยิ่ง จนในปี 1919 ได้เริ่มให้ทุกคนปลูกกินได้ทั่วประเทศ หลังจากนั้นความหวานและความสดใสของสตรอว์เบอร์รี่ก็ค่อย ๆ เฉิดฉาย  

บริษัท Kagome ทำสำรวจพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของเด็กอายุ 3 – 6 ขวบ ชอบสตรอว์เบอร์รี่มากที่สุดในหมวดผลไม้ สำหรับผลการสำรวจกับชาวญี่ปุ่นถึงผลไม้สุดป๊อป สตรอว์เบอร์รี่ก็ยังคงคว้าอันดับ 1 อยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจมหาชนทุกยุคสมัยจริง ๆ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

2. จาก 1 ถึง 300 ความอร่อยหลากหลายสายพันธุ์

เกริ่นไปแล้วว่าคนญี่ปุ่นมีความผูกพันกับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่พัฒนาสายพันธุ์ญี่ปุ่นสำเร็จเป็นครั้งแรก ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ว่ากันว่าเยอะเกินกว่าครึ่งนึงของสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่มีในโลกเลยทีเดียว 

สตรอว์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ทั่วประเทศ ในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพดีขึ้นออกมาเรื่อย ๆ เพราะรู้ว่านี่คือผลไม้ที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยสร้างแบรนด์และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเกิดการแข่งขันกันพัฒนาสายพันธุ์ 

3. ความพิเศษของ Koi Minori และ Yubeni

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มกลุ้มใจว่าจะเลือกยังไงดี มีตั้ง 300 สายพันธุ์ เราขอเลือกมาแนะนำ 2 ชนิด ได้แก่ Koi Minori และ Yubeni

Koi Minori ชาติกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เป็นผลงานของ Kyushu Okinawa Agricultural Research Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ National Agriculture and Food Research Organization ผู้ทำหน้าที่ค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับผักผลไม้และอาหารของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว น้องถือเป็นดาวเด่นของญี่ปุ่นที่ไปส่องประกายในต่างประเทศ โดดเด่นด้วยผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมที่ชวนให้สดชื่น ที่สำคัญเนื้อไม่ช้ำง่าย ขนส่งไปต่างประเทศก็เก็บไว้ได้นาน เลยนำความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งถึงชาวต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Koi Minori 

Yubeni ความอร่อยที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดคุมาโมโตะในปี 2015 ซึ่งเลข 15 อ่านว่าอิจิโกะ พ้องกับคำว่าสตรอว์เบอร์รี่ในภาษาญี่ปุ่นพอดี เชื่อได้เลยว่าน้อง Yubeni เกิดมาเพื่อเป็นสตรอว์เบอร์รี่แสนอร่อย จุดเด่นอยู่ที่ผลใหญ่ทรงสวยสมส่วน สีแดงสด กลิ่นหอมชัด รสเปรี้ยวหวานผสมผสานกันอย่างลงตัว สมแล้วที่ใช้เวลาค้นคว้าถึง 10 ปี

จะให้ดี ไม่ต้องเลือก ลองชิมทั้งสองพันธุ์นั่นแหละ ทั้งสนุกและอร่อย

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด
Yubeni

4. เฉลยความลับของสตรอว์เบอร์รี่หลากสี

สตรอว์เบอร์รี่ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่เป็นสีแดง แต่จริง ๆ แล้วที่ญี่ปุ่นสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี่สีอื่นได้ด้วย เช่น สีขาวและสีดำ (แดงคล้ำ) สงสัยกันมั้ยว่า สีของสตรอว์เบอร์รี่มาจากอะไร มีผลต่อรสชาติหรือไม่

จริง ๆ แล้วสีแดงของสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลมาจาก Anthocyanin ซึ่งเป็นกลุ่มสารสีที่ทำให้ดอกไม้และพืชผักมีสีออกม่วงหรือแดง ดังนั้น สตรอว์เบอร์รี่สีขาวก็คือสตรอว์เบอร์รี่ที่มีปริมาณ Anthocyanin น้อยมาก ส่วนสีชมพูมีปริมาณ Anthocyanin ขึ้นมาอีกระดับ และเมื่อปริมาณ Anthocyanin สูงมากพอ เราจะได้สตรอว์เบอร์รี่สีดำ (แดงก่ำ) ด้วยนะ การปลูกและดูแลน้อง ๆ สีพิเศษเหล่านี้ละเอียดอ่อนและต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเลยทำให้ปลูกยากกว่าพันธุ์สีแดงทั่วไป 

สีไม่เหมือนกัน แล้วความหวานต่างกันมั้ย ?

คำตอบคือ ไม่ ปริมาณ Anthocyanin ในสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้กำหนดความหวานเลย พันธุ์สีขาวที่แพงไม่ได้แปลว่าหวานกว่าแต่อย่างใด เลือกเอาสีที่ชอบที่ใช่ได้เลย 

แต่อย่าเผลอเลือกสตรอว์เบอร์รี่สีอ่อน ๆ ตอนซื้อสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์สีแดงนะ เพราะถ้าเลือกกินพันธุ์สีแดง ก็ต้องเลือกลูกที่แดงสดเพื่อความหวานอร่อยสูงสุด 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

5. การปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในญี่ปุ่น 99.99 เปอร์เซ็นต์ เกิดขึ้นในเรือนเพาะปลูก

สังเกตมั้ยว่า เวลาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ญี่ปุ่น มักอยู่ในโรงเพาะปลูกที่มีผ้าใบคลุมมิดชิด ไม่ใช่ว่าการปลูกตามไร่ในพื้นที่กลางแจ้งไม่ดี แต่เกษตรกรญี่ปุ่นจริงจังเรื่องคุณภาพมาก จึงให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การให้น้ำ ถ้าปลูกกลางแจ้งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักซึ่งควบคุมยาก 

ส่วนขั้นตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนเตรียมต้นเบบี๋ในกระถางก่อนนำไปปลูกลงดิน (苗作り) นี่คือพาร์ตที่ท้าทายสกิลล์ของเกษตรกรที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมตอนอยู่ในกระถางปลูก วิธีให้น้ำ อุณหภูมิ การย้ายไปปลูกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ครั้ง ดอกไม้จะบานเยอะหรือไม่

เรียกได้ว่าคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้อนอ่อนจิ๋วจนเติบโตเนื้อเต่งสีแดงสวยเลยทีเดียว 

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

6. ที่มาแห่งความอร่อยก็คือ…

ไม่ว่าคุณจะชอบสตรอว์เบอร์รี่แบบหวานนำหรือหวานอมเปรี้ยว ความหวานอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของสตรอว์เบอร์รี่ ก็คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรัก

ความหวานที่ว่านั้นคือความลับของความอร่อยนั่นเอง ในสตรอว์เบอร์รี่มีน้ำตาลถึง 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส ฟรุกโตส และกลูโคส เมื่อได้ความหวานตามธรรมชาติทั้ง 3 ชนิดผสมผสานกัน เลยได้รสหวานอร่อยเกินห้ามใจ

เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รี่ที่ทั้งหวานและนุ่มอร่อย ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของสตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่น เหล่าเกษตรกรเลยพิถีพิถันกับแสงแดดและอุณหภูมิเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะกับสตรอว์เบอร์รี่เท่านั้น ปริมาณแสงแดดนั้นมีความสำคัญมากกับผักผลไม้ที่มีสีแบบที่ค่อย ๆ แดงขึ้นเมื่อสุก

7. สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่นิยมกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ นะ

แม้ตอนนี้การเก็บสตรอว์เบอร์รี่กินจะเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่บางครั้งก็จองคิวยากสุด ๆ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ลูกใหญ่หวานฉ่ำ โดนฉกหมดก่อนเพื่อนตลอด เชื่อมั้ยว่าสมัยก่อนคนญี่ปุ่นชอบสตรอว์เบอร์รี่ลูกเล็กและอมเปรี้ยวมากกว่า ซึ่งเทรนด์การกินสตรอว์เบอร์รี่สด ๆ เพิ่งมาเปลี่ยนในช่วง 20 ปีมานี้ เลยทำให้ตลาดสตรอว์เบอร์รี่เริ่มบูม และเกิดกระแสกินสตรอว์เบอร์รี่จิ้มนมข้น 

สมัยก่อนลูกเล็กเป็นที่นิยม เพราะจะได้วางเรียงบนเค้กหรือขนมหวานต่าง ๆ สวยงาม และรสอมเปรี้ยวเข้ากันได้ดีกับครีมสด เหมาะทำขนมหวาน 

พอคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เกษตรกรถึงพัฒนาแบบที่กินสดอร่อยกว่าเดิม เป็นลูกใหญ่ ๆ หวานฉ่ำเต็มคำ

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

8. แล้วจะเลือกสตรอว์เบอร์รี่ยังไงดีล่ะ

อันดับแรกเลยต้องสีแดงสดเสมอกันทั่วทั้งลูก ถัดมาคือต้องเล็งช่วงด้วย สตรอว์เบอร์รี่ของญี่ปุ่นมีให้กินตั้งแต่พฤศจิกายนถึงพฤษภาคม แต่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดคือผลที่ออกหลังดอกรุ่นสองบาน คือช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 

ช่วงเวลาอาจจะเหลื่อมกันนิดหน่อยแล้วแต่พันธุ์ แต่โดยทั่วไปช่วงนี้จะมีโอกาสพีกสุด ยิ่งระยะจากออกดอกไปสู่ออกผลนานเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะสตรอว์เบอร์รี่จะค่อย ๆ โต ดูดซึมแร่ธาตุ ทำให้รสชาติเข้มข้น ดังนั้น พอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่เริ่มเติบโตและออกดอกในช่วงหน้าหนาวของเดือนธันวาคม ไปออกผลช่วงมกราคมเลยอร่อยเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า สตรอว์เบอร์รี่ญี่ปุ่นในฤดูกาลอื่นก็อร่อยเช่นกันนะ

สุดท้าย วิธีเลือกสตรอว์เบอร์รี่ในซูเปอร์มาร์เกต นอกจากดูสีแดงสด ๆ เราต้องดูความเงาด้วย ถ้าสีแดงสดแต่ดูสีด้าน ๆ มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะฟินเท่าน้องแดงเงา

ฤดูอร่อยของสตรอว์เบอร์รี่ เลือกยังไงและกัดจากฝั่งไหนจะอร่อยที่สุด

9. วิธีกิน!

ส่วนที่หวานที่สุดของสตรอว์เบอร์รี่นั้นอยู่ที่ส่วนปลาย ชาวญี่ปุ่นจึงแนะนำมาว่า ต้องกินจากฝั่งที่ติดใบ ซึ่งอาจเปรี้ยวกว่า จะได้ได้รสหวานแผ่ความอร่อยในตอนจบ ว่ากันว่าถ้าคนเรากินเปรี้ยวก่อนแล้วตามด้วยหวาน จะทำให้รับรสความหวานได้ดีกว่า

10. สตรอว์เบอร์รี่คือผัก!

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ เว็บไซต์กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง เขียนคำจำกัดความของไม้ผล ไว้ว่า ‘ไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นที่ปลูกมากกว่า 2 ปี และมีผลสำหรับบริโภค’ ซึ่งหากยึดตามคำนิยามนี้แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นพืชฤดูเดียว ผลของน้องจึงถูกนับเป็น ‘ผัก’ นั่นเอง

โอ้โห อยู่ ๆ ก็ได้เป็นคนชอบกินผักขึ้นมา แต่ยินดีมาก ถ้าผักจะรสหวานและเนื้อนุ่มอร่อยพรีเมียมขนาดนี้ ไม่ต้องหั่น ไม่ต้องปอกเปลือก ไม่ต้องอบก็อร่อยทันใจ สมแล้วที่ได้เป็นของขวัญที่ดีต่อใจของคนญี่ปุ่น

Japan Fruits Festival ~Seasonal Gift from Japan~ โครงการกรุบกริบที่พาผลไม้พรีเมียมสดใหม่ในแต่ละฤดูกาลจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงเมืองไทย จัดโดยองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นำเสนอผลไม้ญี่ปุ่นคุณภาพสูงตามความมุ่งมั่นตั้งใจสไตล์ชาวญี่ปุ่น คัดของเด็ดจากฟาร์มที่เกษตรกรใส่ใจรายละเอียดในการปลูกอย่างพิถีพิถัน ขนส่งอย่างระมัดระวัง และตั้งใจเลือกมาแต่ของอร่อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ให้คนไทยได้ฟินเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย ทั้งทางซูเปอร์มาร์เก็ตที่คุ้นเคย Big-C, Foodland, Gourmet Market, Lotus’s, Makro, MaxValu, Tops Supermarket และช่องทางออนไลน์ อย่าง CityFresh, Freshliving, Imoji และ Shi-Tori

และตอนนี้มีแคมเปญพิเศษที่น่าจะถูกใจคนรักมันหวาน เพียงร่วมตอบแบบสอบถาม “ส่งต่อความอร่อยของญี่ปุ่น” ตอบแล้วอร่อย! ได้รับแล้วดีใจ! ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไปจนถึง 31 มกราคม 2565 รับเลย ‘มันหวานญี่ปุ่นแท้ ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น 1 กิโลกรัม’ มูลค่า 350 บาท (มีจำนวนจำกัด) คลิกตอบแบบสอบถามได้ที่ app.skanhubrewards.com/survey/jff02

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load