10 มิถุนายน 2024
16

หลังเราไขกุญแจเข้าห้อง เสียงแอ๊ดดดด…ดังขึ้น โหยหวนฟังดูเก่า ราวกับบ้านร้างชวนขนลุก

ข้อความข้างต้น ไม่ใช่การเกริ่นเข้าเรื่องลี้ลับ 

แต่เป็นประโยคเปิดคอนเทนต์ ‘ขายประตู’ ยี่ห้อหนึ่ง บนเพจเฟซบุ๊ก ‘Elements&Decors เพจที่เล่าสาระการออกแบบและตกแต่งภายในได้น่าติดตาม แม้กระทั่งโพสต์โฆษณา เรายังอ่านเพลินจนหน้าสุดท้าย 

อาวุธลับของเพจนี้ คือการหยิบจับเรื่องใกล้ตัวมาเล่าด้วยอารมณ์ขัน ตั้งแต่เรื่องระยะและขนาด (Dimension) ที่เล่าผ่านการ์ตูนผีไทย เรื่องความคงทนของวัสดุประเภทต่าง ๆ ที่เล่าผ่านตัวละครแจ็คกับโรสในภาพยนตร์ ไททานิก ไปจนถึงปัญหาของประตูหน้าต่างที่เล่าผ่านธีม The Ghost Radio 

ผู้อยู่เบื้องหลังสาระเคล้าความสนุกนี้คือคู่รักอารมณ์ดี บ๊วย-อรทัย เกษมชาญ และ ปอ-รัฐกุล ขุนทอง 

“เราพยายามเล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เพจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมทุกวันนี้ไม่มีใครผิดถูก ทุกคนให้ความรู้กันได้ดีมาก แต่เราขอเป็นแค่บทนำก็พอ ฉะนั้น เนื้อหาต้องจูงใจและย่อยง่ายที่สุด” บ๊วยเล่าถึงความตั้งใจ

เมื่อมีโอกาสพูดคุยถึงเบื้องหลัง เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอนเทนต์จึงเต็มไปด้วยเนื้อหาอารมณ์ดี เพราะบทสนทนาครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ 

เพราะอยากเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

ก่อนจะมาทำเพจ บ๊วยเป็นฟรีแลนซ์สถาปนิกออกแบบภายใน ส่วนปอเป็นพนักงานบริษัทที่เคยร่ำเรียนด้านเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์มาก่อน 

นอกจากงานหลักแล้ว พวกเขายังทำเพจเกี่ยวกับต้นไม้ รวมทั้งรับทำคอนเทนต์ให้เพจต่าง ๆ จนเริ่มค้นพบความหลงใหลในการเล่าเรื่องและนึกอยากมีเพจเป็นของตัวเองบ้าง แต่เนื้อหาในนั้นต้องเป็นเรื่องที่พวกเขาเล่าถนัดมือ พร้อมใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้แบบไม่กั๊ก  

และนั่นคือที่มาของ Elements&Decors  

“คำว่า Decors คือการตกแต่ง เราไม่ได้ลงลึกถึงการออกแบบ ดังนั้น คำว่า Decors เข้าถึงง่ายกว่า ใคร ๆ ก็ตกแต่งได้ เข้าใจได้ และเราไม่มีอะไรจะไปสอนดีไซเนอร์ด้วยกัน แต่เรากล้าพูดเรื่องนี้ให้คนทั่วไปฟังได้”  

ปัจจุบันเพจมีผู้ติดตามเกือบ 6 หมื่นคนและเริ่มขยายไปไกลกว่าคนที่สนใจด้านการออกแบบ “ฝั่งการตลาดมีมาเยอะเหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้มาดูแค่งานออกแบบ แต่เขามาดูวิธีคิดของเราด้วย” บ๊วยบอก

เมื่อผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น พอ ๆ กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ในที่สุดทั้งคู่จึงตัดสินใจหันมาทำเพจนี้อย่างเต็มตัว

“เพจเป็นเหมือนพื้นที่ระบายเหมือนกันนะ เป็นที่ที่เราได้ปล่อยของ ได้สนุก และกลับไปเป็นเด็ก ทุกวันนี้เรากับปอยังภูมิใจเวลาทำคอนเทนต์แล้วมีคนเขียนมาบอก ลูกค้าให้ผ่านได้ไง เหมือนเขาแซวขำ ๆ เพราะมันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ลูกค้าจะปล่อยให้เราเป็นตัวเองได้ขนาดนี้”

เด็กคนนั้น ยังอยู่กับฉันคนนี้

เมื่อถามว่า ‘ความเป็นตัวเอง’ ของพวกเขาเป็นแบบไหน บ๊วยให้คำตอบว่า 

“พวกเราชอบตั้งคำถามมาก โดยเฉพาะปอ ขี้สงสัยสุด ๆ และสิ่งเหล่านี้ก็นำไปสู่คอนเทนต์หลายชิ้น ในมุมเด็กสถาปัตยฯ บางทีเราก็ไม่ได้ตั้งคำถามกับเรื่องนั้น ๆ แต่ปอไม่มีกรอบเลย” 

หนึ่งในคอนเทนต์จากความสงสัยของปอ คือ ‘ละครไทย บ้านรวยทำไมต้องหลุยส์’ ที่เกิดจากคำถามว่า ทำไมบ้านคนรวยในละครไทยมักจะเป็นสไตล์หลุยส์สีทองอร่าม พร้อมเสาโรมันตั้งตระหง่านดูโอ่อ่า

“พอไปหาข้อมูล เราพบว่ามันเป็นยุคที่คนไทยรับหลายสิ่งหลายอย่างมาจากตะวันตก สไตล์หลุยส์แสดงถึงความรวยได้จริง ๆ ในสมัยก่อน เพราะไม่ใช่ใครก็มีงานวิจิตรแบบนี้ได้” 

แม้จะเป็นข้อมูลประวัติศาสตร์เนื้อหาจริงจัง แต่โพสต์นี้กลับมีเสียงตอบรับเป็นอย่างดี (พร้อมอีโมจิกดขำนับร้อย) ด้วยวิธีการเล่าที่แอบแซวละครคุณธรรมและละครไทยที่หลายคนคุ้นเคย 

“ส่วนเรื่องที่เราชอบวิธีเล่า คือเรื่องอิฐ” ปอยกตัวอย่างอีกหนึ่งคอนเทนต์ประทับใจ 

“เราเล่าผ่านบ้าน ลูกหมูสามตัว เนื้อหาจริง ๆ แค่อยากบอกว่าอิฐมีกี่ประเภท ซึ่งทุกคนหาอ่านได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราเล่าคือลูกหมูสามตัวใช้อิิฐแบบไหนบ้านถึงโดนหมาป่าทำลายได้ อิฐแบบนี้มีข้อดี-ข้อเสียยังไง ซึ่งนิทานเรื่องนี้อยู่กับเด็กแทบทุกคน ไม่ว่าจะโตมารุ่นไหน ยังไงก็น่าจะรู้จัก”

นอกจากนิทานสุดคลาสสิกแล้ว ปอยังมีคลังความสร้างสรรค์จากเรื่องสนุก ๆ อีกหลายอย่าง เพราะเขาคือนักอ่านและนักดูการ์ตูนตัวยง

“เวลาเราดูการ์ตูนแนวเกิดใหม่ อิเซไค (Isekai) ชอบมากเลย เขาคิดได้ยังไง อย่างเกิดใหม่มาเป็นตู้น้ำ เจ๋งมาก” ปอจะเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “การ์ตูนหลายเรื่องมีมุกตลกที่เล่าได้แบบไม่หยาบคาย มันจะมีมุมที่เรารับได้ เพราะเขาทำให้เด็ก ๆ ดู” และนี่คงเป็นที่มาของมุกตลกในเพจที่ไม่เน้นการเสียดสีหรือสร้างความขัดแย้ง แต่เน้นความเฮฮาเบา ๆ ฉบับเด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี

“บ๊วยได้ยินพ่อแม่ปอแซวตลอดว่าทุกวันนี้โตแล้วยังนั่งดูการ์ตูนอยู่เลย แต่สุดท้ายสิ่งนี้ก็กลายมาเป็นอาชีพ ความเป็นเด็กตรงนี้กลายมาเป็นจุดเด่น” 

“เราเคยพูดเรื่องนี้กับปอว่า ความเป็นเด็กและความสนุกในการอ่านการ์ตูนของเราไม่เมือนเดิม พอโตขึ้น บ๊วยจับผิดการ์ตูน เราใช้ตรรกะความเป็นผู้ใหญ่เข้าไปตัดสิน แต่ปอไม่เป็น ปอบอกว่ายังเหมือนเดิม ซึ่งน่าอิจฉามาก” 

ทั้งคู่จึงเป็นเหมือนส่วนผสมแสนลงตัว ระหว่าง ‘คนตั้งคำถาม’ จากมุมมองของคนทั่วไป (ผสมผสานกับจิตวิญญาณเด็กขี้สงสัย) และ ‘คนตอบคำถาม’ ที่เข้าใจเรื่องการออกแบบและตกแต่งภายในเป็นอย่างดี 

นักสะสมความสร้างสรรค์ 

ความยากอย่างหนึ่งของคนทำงานสร้างสรรค์ คือ ‘วันที่คิดไม่ออก’ บ๊วยและปอจึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ด้วยการเป็นนักสะสมไอเดีย  

“เวลาเราคิดอะไรออก เราจะชอบจดไว้ สมมุติสปอนเซอร์เข้ามา แล้วอันนี้ใช้ได้ เราก็เอาไปขายลูกค้าต่อ หลายคอนเทนต์เราคิดมาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งมีเยอะมาก รอวันใช้อยู่” 

“แล้วเราก็ทำไม่ทันแทน” ปอเสริมขึ้นมา ตามด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ 

“บางทีครึ่งปีกว่าจะได้ทำก็มี อย่างไอเดียคอนเทนต์ธีม พี่แจ็ค The Ghost Radio เกิดจากเราไปต่างจังหวัดแล้วเจอประสบการณ์ผี ๆ มา เราชอบฟัง The Ghost Radio ด้วย ทุกครั้งจะมีรูปแบบคล้ายเดิม เฮ้ย พี่แจ็ค ผมเปิดประตูมาแล้วลมปะทะหน้า แบบนี้หลายครั้ง แต่มีคำตอบในเชิงสถาปัตยกรรมเหมือนกันนะ พื้นที่ทำให้เรารู้สึกแย่และกลัวได้ เราคิดเรื่องนี้ไว้แต่ไม่ได้ทำสักที จนวันหนึ่งจึงคิดให้เข้ากับงานของลูกค้าได้ จนออกมาเป็นคอนเทนต์นี้”

แม้จะเล่าเรื่องสนุก ๆ ในงานโฆษณาจนกลายเป็นไวรัลหลายต่อหลายครั้ง แต่กว่าจะมาถึงจุดที่ลูกค้าวางใจจนเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างอิสระ พวกเขาต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่พักใหญ่

“เราจำได้ว่าตอนลูกค้าเข้ามาช่วงแรก ๆ เราวิชาการเลย ปรับอารมณ์ไม่ทันเหมือนกัน ตอนแรกไม่ใช่แบบนี้ ลูกค้ายังไม่เชื่อเพราะเราเองก็เป็นมือใหม่ เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อจะบอกว่า ชอบที่คุณขายตลก เล่าเรื่องเก๋ เขาเข้ามาเพราะอยากให้เราทำกราฟิก”

“แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มมีคนเข้ามาเพราะอยากเห็นเราเล่าอะไรแบบนี้ อย่าง ไททานิก น่าจะเป็นคอนเทนต์แจ้งเกิดเลย ลูกค้าน่ารักมาก ๆ ที่กล้าให้เล่าด้วยรูปแบบที่ประหลาดมาก ๆ (หัวเราะ)”

คอนเทนต์ ไททานิก ที่ว่า คือการเล่าข้อดี-ข้อเสียของวัสดุประตูรูปแบบต่าง ๆ โดยสมมติว่า ถ้าเรือไททานิกล่ม แจ็คกับโรสต้องเกาะประตูแบบไหนจึงจะลอยคออยู่ในทะเลได้นานที่สุด แล้วปิดท้ายด้วยการขายประตู ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคอนเทนต์โฆษณาที่มีคนอ่านจนจบด้วยความเต็มใจ เพราะแม้ข้อมูลสินค้าจะอยู่ในหน้าท้าย ๆ แต่กลับมีคนเข้ามากดไลก์ กดแชร์ ไปจนถึงคอมเมนต์สอบถามและชื่นชมถึงความสร้างสรรค์อยู่ไม่น้อย 

เล่าในมุมผู้บริโภค

Elements&Decors คือเพจที่มองรวม ๆ แล้วดูเฮฮา แถมจุดเด่นคืองานโฆษณาเล่าสนุก แต่ปอบอกกับเราว่า 

“อันที่ยากคือลูกค้าบอกว่า เอาคอนเทนต์ตลก ๆ” 

ตามด้วยเสียงยืนยันจากบ๊วย “เหมือนเวลาที่ พี่โน้ส อุดม ไปข้างนอก แล้วเขาบอกว่า พี่ ๆ เล่นตลกให้ดูหน่อย บางทีต้องปล่อยให้ไปตามเนื้อเรื่อง ตามสินค้าของเขาว่าเข้ากันหรือเปล่า เราเรียกว่า Magic Moment เวลาคิดงานกันแต่ละอย่าง เราจะเริ่มจากการคุยโครงเรื่องคร่าว ๆ สมมติเสนอเรื่องนี้มาใน 5 วินาทีแรก ถ้าชอบก็เอาเลย แต่ถ้าพูดมาแล้วนั่งนึกกันนานมาก อันนี้แปลว่าไม่ผ่านแล้ว”

“เราถอยตัวเองมาเป็นผู้บริโภค ไม่มีใครชอบการขายของจริงจังขนาดนั้น แล้วงานสายเรา ไม่ใช่ของที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อแล้วจบ แต่เป็นงานเกี่ยวกับบ้านหรือสินค้าราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน ไม่มีทางที่เขาเห็นโพสต์นี้แล้วจะซื้อทันที เราทำในเชิงสร้างการรับรู้แบรนด์ (Awareness) มากกว่า สุดท้ายลูกค้าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เขาต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่แล้ว” 

“อย่างเรื่องประตูมีกี่แบบ ทุกคนหาข้อมูลได้อยู่แล้ว แต่เราอยากเล่าว่าประโยชน์ของประตูบานเลื่อนคืออะไร ทำไมคุณถึงต้องเลื่อน มันดีกว่าแบบอื่นยังไง เหมาะกับคุณไหม เราพยายามหาจุดเชื่อมโยงกับคนอ่าน เลยเป็นที่มาว่าทำไมต้องเล่าเป็นการ์ตูน เพื่อให้ทุกคนเสพง่ายที่สุด” ปอเล่าเสริม

อยากเปลี่ยนสังคมด้วยอารมณ์ขัน

ตอนนี้พวกเขาภูมิใจและสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ แต่นอกจากการให้ความรู้คู่เสียงหัวเราะแล้ว อีกหมุดหมายปลายทางที่บ๊วยและปออยากไปให้ถึง คือการทำให้สังคมดีขึ้น โดยเฉพาะการปรับพื้นที่สาธารณะให้เป็นมิตรกับ ‘ทุกคน’

บ๊วยยกตัวอย่างเรื่องสะพานลอยที่มองเผิน ๆ เป็นเรื่องปกติ แต่แท้จริงแล้วสิ่งก่อสร้างนี้ไม่เป็นมิตรกับคนเดินเท้า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือแม้แต่คนข้ามถนนทั่ว ๆ ไป

“เราว่างานออกแบบไม่ใช่แค่ความสวยงาม สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ออกแบบพฤติกรรมคนไปด้วย น่าจะดีถ้าเราเข้าไปเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้” บ๊วยอธิบาย

ถ้าถามว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยังไง ในมุมของปอ เขาอยากเล่าปัญหาสอดแทรกความขบขันแซวเล่นลงไปด้วย เพราะมองว่าการเล่าในมุมนี้เชื้อชวนให้ผู้คนเปิดใจและเข้าใจปัญหาด้วยทีท่าที่เป็นมิตรมากกว่า เช่นเดียวกับบ๊วยที่มองว่าการทำเพจเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให้ผู้คนเข้าใจเรื่องการออกแบบและตระหนักถึงปัญหารอบตัวมากขึ้น

“เราเคยตั้งคำถามว่า ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนสังคมได้ เลยได้ข้อสรุปว่าต้องเป็นลำโพงก่อน ตัวเราไม่ต้องดังก็ได้ แต่งานดังได้ไหม ถ้าเราทำตรงนี้ได้ ก็น่าจะเปลี่ยนหรือพูดอะไรได้มากขึ้น

“ตอนนี้เราอาจจะทำเพจเพื่อตอบโจทย์ตัวเองก่อน แต่วันที่มีกำลังมากพอ เราอยากจะทำมากกว่านี้ อะ นางสาวไทยอีกแล้ว” บ๊วยกล่าวทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะเช่นเคย พร้อมเล่าถึงก้าวต่อไปว่าพวกเขาอาจขยับขยายไปยังช่องทางอื่น ๆ มากกว่าเพจเฟซบุ๊ก หรือมีคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ไปไกลกว่าเรื่องบ้าน และไม่แน่ว่าอาจจะเห็น Elements&… (อื่นใดที่มากไปกว่า Decors) แต่นั่นคือเรื่องของวันพรุ่งนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

หากความสำเร็จของพวกเขาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแจ่มชัดทั้งในอดีตและปัจจุบัน คงจะเป็นการเล่าเรื่องราวที่มีสาระแบบผู้ใหญ่ แต่ยังคงฝันไกลและมีหัวใจที่สนุกเหมือนเด็ก ๆ อยู่เสมอ

เพจนี้น่าจะสนุกกับงานมาก

นี่คือคอมเมนต์ที่เขียนไว้ใต้โพสต์หนึ่งของเพจ และเราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

Facebook : Elements&Decors

Writer

Avatar

ธัญญารัตน์ โคตรวันทา

มนุษย์ที่กำลังเติบโตในทุกๆ ด้าน ยกเว้นความสูง ชอบเดินเป็นงานอดิเรก หลงรักเสียงเพลงและเป็นแฟนหนังสือมูราคามิ

Photographer

Avatar

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน