28 สิงหาคม 2563
1 K

อียิปต์คือดินแดนแห่งอารยธรรมที่รุ่งเรืองในช่วงต้นของมนุษยชาติ ดินแดนเก่าแก่ในการ์ตูน Tin Tin และหนัง Cleopatra ในขณะเดียวกันปัจจุบันก็มีข่าวของผู้ก่อการร้ายวางระเบิดอยู่บ่อยครั้ง

คนที่ไปอียิปต์ส่วนใหญ่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทัวร์วัฒนธรรม เช่น ไปชมพีระมิดแห่งกิซ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน และสฟิงซ์ (Sphinx) ไปเยือนหุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) ซึ่งเป็นที่รวมสุสานฝังศพฟาโรห์ที่พบแล้ว 64 หลุม รวมทั้งวิหารคาร์นัค วิหารลักซอร์ พิพิธภัณฑ์ลักซอร์ พิพิธภัณฑ์มัมมี่ หรืออะบูซิมเบล (Abu Simbel) วิหารคู่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ทำด้วยอิฐขนาดมหึมาสองก้อนแกะสลักอย่างวิจิตรประณีต ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอียิปต์ ริมฝั่งตะวันตกของทะเลสาบนาสเซอร์ 

นอกจากสิ่งก่อสร้างโบราณต่างๆ นักท่องเที่ยวก็จะนึกถึงอียิปต์ในฐานะที่ที่มีพวกหลอกลวงต้มตุ๋นเอาเงินจากนักท่องเที่ยวเยอะ หรือมาตื๊อขายของให้นักท่องเที่ยว 

ช่วงที่เราไปอียิปต์ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย จึงเป็นการท่องเที่ยวแบบ Backpacking ที่ให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะเราไปคนเดียว สาเหตุที่นักท่องเที่ยวริบหรี่ ก็เพราะเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา 

ช่วงนี้ค่าเงินอียิปต์ร่วงมาก ถ้ามาเที่ยวจะรู้สึกตัวเองร่ำรวยผิดปกติ เช่น ค่าทัวร์ครึ่งวัน 100 บาท ค่าล่องเรือใบ 200 บาท นั่ง Hot Air Balloon ชมเมือง 500 บาท ค่าซิมอินเทอร์เน็ต 1 สัปดาห์ 70 บาท ค่าน้ำดื่มขนาด 600 ml 4 บาท และนี่คือค่าครองชีพในใจกลางกรุงไคโร ซึ่งเป็นเมืองหลวง ถ้าออกต่างจังหวัดจะยิ่งถูกกว่านี้รึเปล่าเนี่ย??!!

ระหว่างนั่งรถจากสนามบินไปโรงแรม เรารู้สึกว่าไคโรดูเจริญกว่าที่คิดไว้ ตึกใหญ่ ดูสวยงาม แสดงถึงความร่ำรวยในอดีต ย่านดาวน์ทาวน์ใกล้ Egyptian Museum ตึกกับร้านค้าหน้าตาแอบคล้ายฝรั่งเศส ประมาณริมระเบียงบ้านมีเหล็กดัดเป็นลายเถาวัลย์ ดูสวย คลาสสิก และดูแพง 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

ได้ลองนั่งรถไฟของอียิปต์ ข้างในรถไฟชั้น First-class เบาะนุ่ม ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย มีที่วางเท้า และที่วางของกว้างขวางเหนือศีรษะ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ห้องน้ำโอเค นั่ง 14 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 500 บาทเอง 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

สถานที่ในอียิปต์ที่เราชอบมากคือ อะบูซิมเบล แรกเริ่มอะบูซิมเบลเกิดจากการแกะสลักภูเขาทั้งลูกในรัชสมัยของฟาโรห์รามเสสเมื่อศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล ต่อมามีการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1960 – 1969 เนื่องจากการสร้างเขื่อนอัสวาน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดถูกน้ำจากทะเลสาบนาสเซอร์ท่วม องค์การยูเนสโกจึงยื่นมือมาช่วย โดยใช้เงินถึง 40 ล้านดอลลาร์ฯ จ้างคณะวิศวกรและคนงานออกแบบตัดวิหารออกเป็น 1,050 ส่วน แต่ละส่วนหนักเป็นสิบๆ ตัน แล้วยกขึ้นไปประกอบกันใหม่ สูงจากระดับเดิมถึง 215 ฟุต โดยสร้างภูเขาเทียมรูปโดม (เป็นโพรงด้านใน) ด้วยคอนกรีตเสริมใยเหล็กให้เมือนเดิมทุกประการ แล้วเอาชิ้นส่วนที่ตัดมาประกอบเข้าทั้งภายนอกและภายใน ไกด์บอกว่า ยูเนสโกใช้เวลาถึง 20 ปีในการเคลื่อนย้ายและประกอบอะบูซิมเบลขึ้นมาใหม่ 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

เราชอบความรู้สึกของการขี่ม้านาน 2 ชั่วโมงในทะเลทรายสะฮารา ที่ราคาถูกกว่าเยอะ ถ้าเทียบกับการขี่เพียงครึ่งชั่วโมง มีตัวเลือกระหว่างม้ากับอูฐ ซึ่งเราเลือกม้าเพราะนั่งสบายกว่า จึงมีแค่เราในทะเลทรายสะฮาราอันกว้างใหญ่และช่างสวยสงบ แดดร้อนมาก แต่ก็มีความสุขมาก ไม่คิดว่าอย่างเราจะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นการรู้จักตัวเองในรูปแบบใหม่ 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

หลังจากออกภาคสนาม ดูวัด พีระมิด วิหาร หลุมศพตามสถานที่ต่างๆ เสร็จ ก็จะเข้าพิพิธภัณฑ์ของแต่ละเมือง ข้อดีอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวเอง คือมีเวลาเข้าพิพิธภัณฑ์ครบทุกเมือง ที่ละหลายชั่วโมง ได้ดูของในพิพิธภัณฑ์ครบทุกชิ้น เพราะจะใช้เวลานานแค่ไหนก็ได้ 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

ณ ตอนนี้ Make friend กับมัมมี่ไปแล้วเรียบร้อย หลังจากได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังนานๆ เราเริ่มคุ้นชินกับมัมมี่ทั้งสภาพที่เป็นศพแห้งๆ ดำๆ ที่ถูกดองน้ำยาไว้ และแบบแต่งองค์ทรงเครื่องอลังการ ของใช้ที่ถูกฝังไปกับมัมมี่ก็มีจัดแสดงไว้หมด ทั้งตุ๊กตาดินเผา ไม้จำลอง เครื่องประดับ กระบุงจักสาน ของใช้ในบ้าน ฯลฯ 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

พิพิธภัณฑ์ในอียิปต์ทุกที่มีการจัดระบบเป็นอย่างดี คำอธิบายของแต่ละชิ้นเป็นภาษาอารบิกและภาษาอังกฤษ ข้อมูลพื้นฐานที่มี เช่น ของนั้นคืออะไร สร้างปีไหน ใครสร้าง ของบางชิ้นจะมีข้อมูลมากกว่านี้อีก เช่น สร้างจากความเชื่ออะไร สัญลักษณ์ต่างๆ มีความหมายอย่างไร ฯลฯ 

เราไปอียิปต์ในช่วงเราะมะฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Month) ของชาวมุสลิม อากาศช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน คนถือศีลอดตั้งแต่ตี 4 ถึงเกือบ 1 ทุ่ม ดังนั้น ช่วงกลางวันคนจึงนอนพักผ่อนกัน ร้านรวง ถนนหนทางจะเงียบมาก แต่หลัง 1 ทุ่มไปแล้วจะเริ่มคึกคักขึ้น และพีกช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ผู้หญิงออกมาเดินช้อปปิ้งคนเดียว มากับเพื่อน หรือมากับลูกกันมากมายช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เพราะอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน และเป็นช่วงที่ไม่ต้องอดอาหาร (Break Fasting) แล้ว รถราจะวิ่งเต็มถนน และบีบแตรกันสนั่นหวั่นไหว

ผู้หญิงอียิปต์ส่วนมากมีผ้าฮิญาบคลุมผม ใส่ชุดยาวสีดำคลุมแขนขาถึงข้อมือข้อเท้า และหลายคนคลุมหน้าหมดเห็นแต่ลูกตา แต่ที่น่าแปลกใจคือ ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงมีลูกค้าแน่นร้าน สาวๆ ดูมีความสุขกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า อาจเอาไว้ใส่เล่นที่บ้านหรืออย่างไรเราก็สงสัยอยู่ อีกอย่างคือเสื้อผ้าที่นี่ราคาถูกกว่าบ้านเรา และส่วนมากนำเข้าจากตุรกี 

เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt
เที่ยวราคาสบายไป Make friend กับมัมมี่ ขี่ม้าท่องทะเลทราย และเดินตลาดอียิปต์ช่วงเราะมะฎอน, เที่ยวอียิปต์, Egypt

ระหว่างที่เดินเล่นในตลาดเก่าของเมืองอัสวัน ถนนยาวเป็นกิโล มีของขายมากมาย ทั้งผัก ผลไม้ เครื่องเทศ ของกินต่างๆ เสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านกาแฟ (ที่ผู้ชายมานั่งสูบชิชา เล่นหมากกระดาน เชียร์กีฬาทางโทรทัศน์) มีร้านอาหารเล็กๆ เช่น ร้านขายเคบับแสนอร่อย รสชาติถึงเครื่องเทศ ฯลฯ คนขายในตลาดก็เป็นมิตรดี แถมได้ฝึกทักษะการเจรจาต่อราคาสินค้าด้วย สนุกมาก เดินได้หลายวันติด ไม่น่าเบื่อเลย 

ตอนนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ถ้าเดินไปที่ไหนในอียิปต์ จะเจอแต่คนขอเงิน ด้วยวิธีการในรูปแบบต่างๆ เช่น เดินมาขอเฉยๆ ตื๊อขายของที่ระลึก ตื๊อขายทัวร์ ให้ความช่วยเหลือนิดๆ หน่อยๆ เช่น ถ่ายรูปให้ หลังจากนั้นก็ขอเงิน ฯลฯ 

เพราะช่วงนี้จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปเยอะ เศรษฐกิจอียิปต์ก็แย่ตามไปด้วย โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวที่เคยคึกคัก ทำรายได้ได้มาก 

คนที่นี่บอกว่า Egyptian Revolution (ซึ่งภายหลังนำไปสู่การแทรกแซงจากผู้ไม่หวังดีและการก่อการร้ายจากกลุ่มชาวต่างชาติ ฯลฯ คือสาเหตุของความตกต่ำของอียิปต์)

ถ้าถามคนที่นี่ และคนที่เคยมาอียิปต์เมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว จะบอกว่า ในยุคก่อนการปฏิวัติ โรงแรมที่อียิปต์มีคนจองเต็ม เรือใบ เรือสำราญ มอเตอร์โบท แล่นกันเต็มแม่น้ำไนล์ ธุรกิจท่องเที่ยวในอียิปต์บูมมาก แต่หลังจากการปฏิวัติ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างที่เห็น ซึ่งคนอียิปต์เองเชื่อว่า การโจมตีหรือการก่อการร้ายต่างๆ มาจากการกระทำของผู้ลี้ภัยชาวลิเบียหรือชาติอื่น ที่ต้องการทำลายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของอียิปต์ คนอียิปต์ด้วยกันเองรักกันดี และอยู่ด้วยกันอย่างสันติมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Coptic Christian มุสลิม หรือคนผิวสีชาวนูเบีย 

หากย้อนไปมองที่จุดกำเนิดของการปฏิวัติในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ หรือเหตุการณ์ที่เรียกว่า Arab Spring หรือ Jasmine Revolution (ปฏิวัติดอกมะลิ) เพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศตูนิเซีย ซึ่งมีดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำชาติ คือการปฏิวัติโดยประชาชน เพื่อขับไล่ผู้นำเผด็จการหรือผู้นำที่อยู่ในอำนาจยาวนาน ซึ่งการปฏิวัตินี้ใช้ Social Media เพื่อแชร์ บอกเล่าเหตุการณ์ รวมทั้ง Live

เหตุการณ์ Arab Spring เริ่มขึ้นที่ตูนิเซีย และลามไปถึงอียิปต์ เยเมน บาห์เรน ลิเบีย และซีเรีย จริงๆ แล้ว ตูนิเซียอาจเป็นแค่ประเทศเดียวในภูมิภาคที่ชีวิตดีขึ้น หลังเหตุการณ์ Arab Spring ในขณะที่ประเทศอื่นล้วนแต่มีชีวิตที่แย่ลง หลังการปฏิวัติ เพราะนำไปสู่กลุ่มต่างๆ ที่พยายามแทรกแซง สร้างสถานการณ์ และกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ที่ฉวยโอกาสเมื่อประเทศกำลังอ่อนแอมากๆ เข้ามาซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลง

สำหรับอียิปต์ คนที่นี่บอกว่า ตั้งแต่การปฏิวัติใน ค.ศ. 2011 จนมาถึงตอนนี้ เศรษฐกิจอียิปต์ยังตกต่ำไม่ฟื้น การท่องเที่ยวทรุดลงมาก แม้จะมีโปรโมชันขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ทัวร์ ถูกแสนถูกยังไง นักท่องเที่ยวก็ยังไม่ค่อยมา เพราะเห็นข่าวจากสื่อต่างชาติแล้วดูน่ากลัว ราวกับเป็น War Zone

ที่เล่ามาทั้งหมดเพื่อจะบอกว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอียิปต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนอียิปต์ตอนนี้ยากจน ต้องตื๊อขอเงินนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ 

ทั้งนี้ สถานการณ์ในอียิปต์ที่เห็นนี้ หวังว่าจะเป็นแค่ ‘ความตกต่ำชั่วคราว’ เพราะอียิปต์มีคนที่มีศักยภาพมากมาย ขยันขันแข็ง และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีมาก เช่น มีถนนหลายเลน ระบบรถไฟที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงทั้งประเทศจากเหนือลงใต้ ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะที่ถูกมากในราคาที่ใครๆ ก็ใช้บริการได้ 

มีโรงแรมและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งล้วนมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาย้อนไปหลายพันปีก่อนคริสตกาล พิพิธภัณฑ์ในแต่ละเมืองมีป้ายอธิบายของที่จัดแสดงแต่ละชิ้นชัดเจน พร้อมคำอธิบายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอารบิก แม้กระทั่งซิมอินเทอร์เน็ตก็ราคาถูกและไว (กว่าของไทย)

แม้พื้นที่ส่วนมากเป็นทะเลทราย แต่อียิปต์ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์ที่ไหลผ่านเป็นแนวยาวทั้งประเทศจากทิศใต้ของประเทศไปทิศเหนือได้สูงสุด อียิปต์โบราณหลายพันปีก่อนคริสตกาลอาจบูชาเทพต่างๆ มากมาย แต่อียิปต์ยุคใหม่คือผู้เอาชนะธรรมชาติสำเร็จ 

หลังการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อ The High Dam อียิปต์ก็เอาชนะธรรมชาติด้วยการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำไนล์ ทั้งการผันน้ำเพื่อการเกษตรได้ทั่วประเทศ เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และมีกระแสไฟฟ้าใช้ทั้งประเทศด้วยอานิสงส์ของน้ำจากเขื่อนยักษ์นี้ แถมเทพต่างๆ ยังช่วยเรียกเงินตราเข้าประเทศให้มาชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในยุคที่การท่องเที่ยวเฟื่องฟูอีกด้วย

กลายเป็นว่า ตอนนี้อียิปต์ติดลิสต์ประเทศในดวงใจของเรา ที่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปอีก

รอวันที่เศรษฐกิจฟื้น อียิปต์ก็จะพร้อมอ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยวมาชมความยิ่งใหญ่ทางอารยธรรมของมนุษย์อีกครั้ง สู้ๆ ค่ะอียิปต์ You can do it!

บทส่งท้าย อียิปต์แกรนด์ทริป

หลังจบทริปอียิปต์ 8 วัน ซึ่งเป็นอีกทริปหนึ่งที่วางแผนการเดินทางเอง ไม่ได้ซื้อทัวร์ ตั้งแต่เมืองหลวงลงมาถึงล่างสุดของประเทศ สิ่งที่ค่อนข้างแปลกใจ เพราะต่างจากภาพที่คิดไว้ตอนแรก คือ 

1. อียิปต์เป็นประเทศที่เที่ยวง่ายมาก เพราะมีระบบคมนาคมเชื่อมต่อกันทั้งประเทศ จองตั๋วรถไฟทางอินเทอร์เน็ต จ่ายบัตรเครดิต และพรินต์ตั๋วก่อนเดินทางได้เลย ค่ารถไฟชั้น 1 นั่ง 10 กว่าชั่วโมง 500 กว่าบาทนี่ แอร์เย็นฉ่ำ นั่งสุดแสนจะสบาย

2. คนอียิปต์ใจดีและมีน้ำใจ ก่อนไปทำใจไว้เยอะว่าคงเจอพวกหลอกเอาเงินนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ปรากฏว่า พอไปจริงๆ เจอแต่คนเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ได้ร้องขอ และไม่ได้เรียกร้องอะไร จนสงสัยว่าเรามาถึงอียิปต์จริงรึเปล่า ที่คนอื่นบอกว่าเจอแต่คนโกง หลอกนักท่องเที่ยวต่างๆ นานาคืออะไร จริงอยู่ที่อาจมีคนเจตนาไม่ดีบ้าง เช่น ซื้อทัวร์ที่ไคโรจะโก่งราคาแพงกว่าซื้อจากเมืองทางใต้เยอะ และโลคอลทัวร์ที่ใช้บริการในบางครั้งยังชอบพาเข้าร้านขายของ ราวกับกรุ๊ปทัวร์จีนที่มีร้านบังคับแวะ และมี 1 ครั้งที่เจอคนขับรถม้าโก่งราคาค่าโดยสาร แต่สิ่งที่เจอนับว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับคนดีๆ มากมายที่ทำนู่นนี่ให้เรา 

* ข้อแนะนำสำหรับผู้วางแผนจะไปเที่ยวอียิปต์ *

ด้วยความคาใจมากว่าทำไมคนที่อียิปต์ถึงมีแต่คนน่ารัก ใจดี และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเราเป็นอย่างดี เราจึงส่งอีเมลไปถามเพื่อนชาวอียิปต์ที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Cairo University ว่า สิ่งที่เราเจอคืออะไร สรุปว่าเราไป ‘ถึง’ อียิปต์มั้ยเนี่ย ทำไมประสบการณ์ที่พบเจอไม่เห็นเหมือนคนอื่นๆ จึงได้คำตอบจากชาวอียิปต์ว่า 

– คนในไคโรจะมีความเป็น Commercial มาก กลโกงนักท่องเที่ยวสารพัดรูปแบบก็มักเกิดขึ้นที่ไคโร และคนไคโรไม่ค่อยแคร์ว่า สิ่งที่ทำจะทำให้เสียชื่อเสียงประเทศ คิดถึงปากท้องตัวเองเป็นหลัก 

– ในขณะที่คนทางใต้ (เป็นเมืองที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในทริปอยู่แถวนั้น โดยแวะไคโรแค่ช่วงสั้นๆ) มีความภูมิใจในตัวเองสูง (แม้ว่าจะยากจน เช่นเดียวกับในไคโรและพื้นที่ส่วนอื่นของประเทศ) โดยถือว่าตัวเองเป็น Pure Egyptian Blood เป็นอียิปต์แท้ๆ ที่ไม่ได้ถูกยึดครอง (Colonize) หรือแปดเปื้อนด้วยเลือดต่างชาติของผู้เข้ามายึดครอง ดังนั้น คนทางใต้ แม้กระทั่งในเมืองท่องเที่ยว เช่น ลักซอร์ อัสวาน อะบูซิมเบล จึงไม่ได้มีพฤติกรรมหลอกลวงนักท่องเที่ยวเหมือนกับที่คนในไคโร (และแหล่งชมพีระมิดดังๆ ไม่ห่างจากไคโรทั้งหลาย) ทำ แม้จะจน แต่ก็แสดงออกอย่างมีศักดิ์ศรีเสมอ

สรุปว่า ผู้ที่สนใจจะไปเที่ยวอียิปต์ ถ้าอยากเจอคนดีๆ ไม่โกง ไม่ตื๊อนักท่องเที่ยว ขอให้แพลนทริปลงไปเมืองทางใต้เป็นหลัก (อัสวาน ลักซอร์ อะบูซิมเบล) หรือเริ่มจากเมืองทางใต้ หรือซื้อทัวร์จากเมืองทางใต้สำหรับเที่ยวในไคโร พีระมิดทั้งหลายก็ได้ นอกจากจะเจอแต่คนดีๆ แล้ว จะได้ราคาถูกกว่าซื้อจากบริษัททัวร์ในไคโรเยอะด้วย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

อรนุช วรรณภิญโญ

เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และชอบขีดๆ เขียนๆ มีความฝันอยากเป็นแบกแพ็กเกอร์ บล็อกเกอร์ และครูแนะแนว เพราะชอบอะไรที่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน เวลาว่างคือการอ่านหนังสือ และท่องเที่ยวไปในประเทศโลกที่สาม

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 กันยายน 2564
1 K

3 SEP 2019

ตอนนี้เป็นเวลา 20.45 น .ของเฮลซิงกิ (Helsinki)                                                                                                                และเป็นเวลา 00.45 น. ของประเทศไทย                                                                                                          

ฉันอยู่บนเครื่องบินและกำลังเดินทางกลับจากประเทศโปแลนด์                                                                                                       

นี่เป็นครั้งแรกของ 2 สาวพี่น้องกับประเทศที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้น้องชายของฉันจะไม่ได้มาด้วย แต่ฉันก็อยากขอบคุณเขาที่อยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ทำให้พวกเราพอจะคลายกังวลได้บ้างระหว่างเดินทางไกลบ้านครั้งนี้

เราใช้เวลาเดินทางมาโปแลนด์ 4 วันกับ 3 คืน เราเที่ยวกันเต็มที่ 2 วัน เพราะอีก 1 วัน ต้องไปร่วมงานประชุมวิชาการที่ IEC เพราะน้องสาวคนเก่งส่งงานวิจัยทางการแพทย์เข้ามา และได้รับเลือกให้มาแสดงในการประชุมครั้งนี้ ฉันภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อย่างมากมาโดยตลอด และเธอเลือกฉันเป็นเพื่อนเดินทาง ทำให้ฉันได้เที่ยวสมใจ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์
เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ดังนั้น หน้าที่การหาที่เที่ยวทั้งหมดจึงตกเป็นของฉัน ฉันตัดสินใจจะให้เวลาและทำความรู้จักกับเมืองเพียงหนึ่งเมืองแทนการวางแผนที่จะไปเที่ยวกันหลายๆ เมือง ฉันก็รู้สึกว่าคิดถูก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองนี้ ให้ความรู้สึกแตกต่างอยู่เสมอ ความคุ้นเคยและความเข้าใจสิ่งที่เมืองนี้เป็นทำให้เราตกหลุมรักเมืองนี้อย่างจริงจัง 

เมืองนี่คือ Krakow เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศโปแลนด์ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

31 AUG 2019

เราปักหมุดบน Google Maps มีสถานที่แนะนำหลากหลาย แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แม้เราจะวางแผนอย่างไร แต่เสน่ห์ของการท่องเที่ยวคือการได้พบเจอสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น และอาหารเช้ามื้อแรกของเราก็ได้รับการแนะนำจาก Trip Advisor ซึ่งอยู่ในระยะทางใกล้พอจะเดินจากที่พักมาถึง ด้วยเวลาที่ต่างจากประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง พวกเราต้องตื่นเช้ามาก และร้านนี้เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ร้าน Charlotte คือที่ปักหมุดแรกของเรา

ระหว่างทางที่เดินเพื่อหาร้านนี้ แทบจะไม่มีคนด้วยซ้ำ เมืองเงียบเหมือนไม่มีใครตื่น ถึงแม้ถนนโล่งจะเหมาะกับการถ่ายรูปแบบไม่ติดผู้คนรอบข้าง แต่แสงก็ยังไม่พร้อมให้เราสวยผ่านเลนส์ขนาดนั้น เรามุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเช้า และต้องแปลกใจที่ตั้งแต่หน้าร้านยันในร้านมีผู้คนเต็มไปหมด พนักงานหน้าร้านยิ้มแย้ม ทักทายและเชื้อเชิญ แล้วเราก็ไม่ผิดหวังกับมื้อเช้าแสนอร่อย บรรยากาศอบอุ่น พนักงานในร้านดูแลอย่างเป็นกันเองและบริการดีมาก

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

สิ่งที่ฉันประทับใจคือ ตระกร้าขนมปังกับแยมกระปุกใหญ่หลากหลายรส มีที่ตักแยมแต่ละกระปุกให้เลือกทาขนมปังอย่างเต็มที่ กระปุกแยมเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโต๊ะนั้น โต๊ะนี้ ไม่ต่างจากเครื่องปรุงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา

หลังจากอิ่มท้อง เราก็ตั้งใจไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆ กันก่อน โดยมีระยะทางเดินทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตรจากร้านอาหารเช้า เรากำลังไปที่ Wawel Royal Castle ระหว่างรอตั๋วเข้าชมปราสาทแถวยาวเป็นหางว่าว เนื่องจากช่องขายตั๋วมีแค่ 1 ช่อง และมีตัวเลือกสถานที่ภายในปราสาทให้เข้าชมเยอะมาก จำนวนสถานที่ก็แปรผันตามราคาค่าตั๋ว 

เที่ยววันสบายๆ แวะปราสาท ดูงานศิลปะ จนหลงรัก Krakow เมืองเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์

ระหว่างที่เรายืนรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก็หาข้อมูลห้องที่เราอยากเข้าชมจากอินเทอร์เน็ต ทำความเข้าใจราคาและห้องต่างๆ จากการพูดคุยของคนที่ยืนอยู่หน้าเรากับคนขายตั๋ว เราเลือกแค่ State Room ห้องเดียว พอถึงคิว ใช้เวลาซื้อตั๋วเร็วมาก แม้จะเลือกแค่ห้องนี้ แต่ก็ดูห้องอื่นๆ ได้ด้วยประมาณ 20 ห้องและเข้าไปดูโบสถ์อันสวยงาม

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

หลังจากเข้าชมปราสาท เราเดินกลับมาที่จัตุรัส Rynek Glowny และเลือกเดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้า นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจในการพิชิตภารกิจหาของฝากก็เพิ่มขึ้น ผู้คนที่เราคิดถึงจนอยากซื้อของกลับไปฝากก็มากขึ้นด้วย เลือกไปก็กดดันไปว่ายังขาดใครอยู่หรือเปล่า ซึ่งบริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของ มี Cloth Hall ตรงกลาง ภายในมีร้านขายของฝากเต็มไปหมด ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบซื้อ แม้ของจะเหมือนกันแต่ราคาไม่เท่ากัน

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

และมื้อเที่ยงที่ค่อนไปทางบ่ายก็มาถึง เราตั้งใจตามหาอาหาร Polish แบบดั้งเดิม จากการเดินเลือกร้านจนเข่าอ่อน ก็มาหยุดที่ร้าน Hawelka สั่งเกี๊ยวสอดไส้และพอร์คชอปที่คล้ายกับหมูชุบแป้งทอด รสชาติดีทีเดียว 

เมื่อท้องอิ่มก็ขอจบทริปวันนี้ กลับที่พักไปยืดแข้งยืดขาให้สบายใจ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

1 SEP 2019

วันนี้เราตั้งใจเปลี่ยนร้านอาหารเช้า มาที่ Cafe Stare Miasto บรรยากาศแปลกตา อบอุ่น อาหารอร่อย แต่ดูเหมือนว่ากาแฟเย็นจะเป็นปัญหาในการสั่งเครื่องดื่มของเราเสียแล้ว นอกจาก Starbucks ก็ไม่มีที่ไหนเข้าใจการดื่มกาแฟเย็นของคนไทยเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะการผจญภัยที่ไกลกว่าเดิมรอเราอยู่ ซึ่งครั้งนี้ไม่อาจเดินไปถึง

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราพึ่งพารถเมล์และรถราง ด้วยการซื้อตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง ราคา 15 PLN (ประมาณ 127 บาท) ที่เครื่องขายตั๋วบนรถ เราจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพราะเหรียญไม่พอ คุณตาที่นั่งบนรถก็ยิ้มเอาใจช่วยด้วยความเอ็นดูว่าจะรอดมั้ย และปลายทางของเราอยู่ที่ภูเขา Manmade เป็นภูเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น สมัยก่อนใช้สำหรับการรบ มีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายใน อากาศวันนี้แดดแรง อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่รู้สึกดีมากที่ได้ใช้เรี่ยวแรงเดินขึ้นภูเขาลูกเล็กๆ ลูกนี้

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

เราเดินทางกันต่อที่ MOCAK Museum of Contemporary Art in Krakow แต่รถเมล์พาเรามาไม่ถึง อาจเป็นเพราะเราเลือกสายรถเมล์ผิด ทำให้ต้องเดินผ่านตึกร้างด้วยความกังวล และคอยเตือนกันว่าอย่าเดินชิดตัวตึกนะ เพราะกลัวว่าจะมีคนกระชากเข้าไป หลังจากผ่านความตื่นเต้นระทึกใจกับตึกร้างไร้ผู้คน ก็ถึงจุดหมายและพบกับความประทับใจอย่างยากจะบรรยาย ความรู้สึกของเราคือ ศิลปะไม่แบ่งแยกภาษา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แนะนำที่นี่มากๆ เลยล่ะ

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์
เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

จบทริปชมนิทรรศการศิลปะ เราก็กลับมาที่ Rynek Growny อีกครั้ง และแวะคาเฟ่ที่พวกเราขอแนะนำมากๆ ชื่อ Café Camelot ถ้ามาช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกดินยิ่งโรแมนติก เพราะเขาจุดเทียนเพื่อสร้างบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่ได้อยู่ในการวางแผนของเรา ซึ่งหลายสถานที่ก็จัดอยู่ในสถานที่แนะนำของเมืองเช่นกัน 

เดินทางไกลบ้านไปชมประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรมฉบับคน Polish ที่ Krakow อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของโปแลนด์

วันที่ 2 SEP 2019 เราอยู่ในงานประชุมวิชาการทั้งวัน

และวันที่ 3 SEP 2019 ก็เป็นวันที่เราเดินทางกลับประเทศไทย 

สำหรับเรา การเดินทางเป็นอะไรที่แสนพิเศษ ทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเราทำในสิ่งที่เราเคยกลัวให้เกิดขึ้นจริงได้ และมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ความตื่นเต้น ประหม่า กังวล หงุดหงิด สบายใจ มีความสุข และคนที่เดินทางไปกับเราก็สำคัญมาก ไม่ว่าเขาคือใคร ขอให้เป็นคนที่เรารักก็พอ 

ความรักมีให้ได้กับทุกสิ่งเสมอ และความรักจะมอบของขวัญตอบแทนเป็นความสงบสุขสู่ใจเรา

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ลลิดา ธีระโกเมน

นักจิตวิทยา รักในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความสุข คือ หนังสือ เทียนหอม ดนตรีและเวลา

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load