EGAT Learning Center หรือ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง แหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตไฟฟ้าและพลังงานซึ่งซ่อนตัวอยู่ในอาคารทรงโมเดิร์นริมแม่น้ำเจ้าพระยา รั้วเดียวกับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือเชิงสะพานพระราม 7 กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากต้องปิดตัวยาวตั้งแต่เดือนเมษายนเพราะโรคระบาดตัวร้าย

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

ก่อนหน้านี้ ทุกคราวที่ขับรถผ่านแล้วเห็นควันพวยพุ่งฟุ้งออกมาจากโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ก็อดคิดสงสัยไปโดยอัตโนมัติไม่ได้ว่านั่นเป็นหมอกร้าย ยิ่งฝุ่น PM 2.5 เวียนมาเยือนชาวกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาปลายปีอีกหน ยิ่งไม่สบายใจ เห็นอะไรส่งควันออกมาได้ ก็คาดโทษหมายหัวไว้ก่อน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ครั้น กฟผ. เจ้าบ้าน ชวนเรามาเยี่ยมเยือนถึงถิ่นบางกรวย พร้อมเปิดบ้านศูนย์การเรียนรู้ต้อนรับ เราก็ดีใจเป็นลิงโลด ด้วยอยากมาเปิดประสบการณ์ใหม่ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะเกรงอันตรายจากโรงไฟฟ้าและเจ้าควันน่าสงสัยที่เห็นอยู่บ่อย ๆ

แต่หลังจากได้สำรวจ EGAT Learning Center ไปอย่างสนุกสนานจนลืมเวลา นอกจากเราพบว่านี่คือศูนย์การเรียนรู้ที่เล่าเรื่องไฟฟ้าและวิทยาศาสตร์ได้เห็นภาพแจ่มชัดที่สุด ผ่านแอนิเมชัน กิจกรรม เกม และนานาเทคโนโลยีน่าสนุกชวนติดตาม ชนิดที่ว่าเด็กอักษรฯ มนุษย์สายศิลป์โดยกำเนิดอย่างเราเข้าใจได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังเปลี่ยนความคิดเราไปโดยสิ้นเชิง ทำให้รู้ว่าโรงไฟฟ้าก็อยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนกลมเกลียว

คอลัมน์ Share Location คราวนี้ เราจึงขอชวนคุณผู้อ่านที่รักแบกเป้แพ็กกระเป๋า ตบเท้าเข้า EGAT Learning Center มาหาคำตอบกันว่าที่นี่มีกิจกรรมอะไรที่น่าพาลูกจูงหลานมาทอดทัศนา เพื่อจุดไฟเติมฝันสร้างแรงบันดาลใจ และเสริมความเข้าใจเรื่องพลังงานให้คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เยาวชนตัวจ้อยจนถึงผู้ใหญ่วัยโต

ไปเที่ยวท่องผ่านตัวอักษร ก่อนจัดแจงวางแพลนมาเยี่ยมเยียนในช่วงหยุดยาวปลายปีนี้กัน!

จากแสงแรกสู่แสงนิรันดร์

EGAT Learning Center มีทั้งหมด 7 โซน 4 ชั้น

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

หลังจากย่างเท้าผ่านจุดคัดกรองชั้นหนึ่งสู่ชั้นสอง แขกทุกท่านต้องเข้าชมแอนิเมชันแสนสนุกเพลินตา ฟังข้อแนะนำการเข้าชมงานและข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยยามมีเหตุฉุกเฉิน ก่อนเริ่มผจญภัยในโรงไฟฟ้า

หลังจากนั้นก็เป็นเวลาแห่งความสนุก!

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

เริ่มต้นที่โซนแรก ‘จุดประกาย’ เจ้าหน้าที่จะแจก RFID แท็กให้คนละชิ้น นำไปสแกนกับจอซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเพื่อลงทะเบียน ระบุชื่อแซ่ ถ่ายภาพใบหน้าเพื่อสร้างร่างอวตารของตัวเอง ต้องใช้การ์ดใบนี้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตลอดงาน ทั้งยังมีจุดให้สแกนเพื่อเล่นเกมเก็บแต้ม มีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการเป็นระยะ ๆ เก็บรักษาไว้ให้ดีล่ะ

ข้อสำคัญคือต้องกรอกอีเมลไว้ในระบบด้วย เพราะแต่ละโซนมีจุดให้สแกนรับข้อมูล เมื่อสำรวจศูนย์การเรียนรู้ครบทุกด่าน สื่อการเรียนรู้ทั้งหมดจะถูกยักย้ายถ่ายโอนไปสู่อีเมลให้กลับไปศึกษาเรียนรู้เองต่อได้ที่บ้าน เรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุด

หลังจากลงทะเบียนเสร็จสรรพ ก็เคลื่อนทัพสู่โซนถัดไป ซอยเท้าขึ้นบันไดเลื่อนไปสู่ชั้น 4 บนสุดของอาคาร

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

อ้อ ตรงโถงบันไดเลื่อนมี 2 มาสคอตสำคัญที่น่าทำความรู้จักก่อนเริ่มทัวร์ชมจุดต่าง ๆ

ตัวแรกคือเจ้า Power ตัวเบิ้ม ยืนยิ้มอยู่ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อน เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่นทุ่มเทในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลองเอามือไปไฮไฟว์กับน้องแล้วแหงนหน้ามาดูปฏิกิริยาที่หน้าน้องสิ

อีกตัวคือเจ้า Happy ภาพแทนของความสุข ตามสโลแกน ‘ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย’ ที่บินลอยละลิ่วมาอยู่ด้านบน ตัวจิ๋วกว่าแต่น่ารักไม่แพ้กัน

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช
EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

เมื่อเดินเข้าสู่โซนที่ 2 ‘จากแสงแรกสู่แสงนิรันดร์’ จะพบกับห้องมืดสนิท ผนังห้องกว้างสีขาวโล่ง 3 ด้านผืนยาวต่อกันกว่า 40 เมตร ตรงข้ามมีเก้าอี้เว้นระยะตามมาตรการ เราจับจองที่นั่งตามอัธยาศัย ไม่นาน แอนิเมชันก็ฉายเงาทอดกายบนผนังผืนยาวฝั่งตรงข้าม

เพาเวอร์กับแฮปปี้พาทวนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปหา ‘แสงแรก’ ยุคอดีตที่มนุษย์คิดค้นพลังงานไฟฟ้าและเริ่มใช้ไฟฟ้าพัฒนาชีวิต สู่วันที่ใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยเกินความต้องการ ชี้ให้เห็นผลเสียด้านต่าง ๆ ก่อนทะลุมิติไปสู่โลกอนาคตที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสมดุลยั่งยืน เป็น ‘แสงนิรันดร์’

แอนิเมชันเล่าเรื่องเข้าใจง่าย กระชับฉับไว สื่อสารให้ได้เห็นความสำคัญของพลังงานไฟฟ้าได้อย่างตรงเป้า

คืนสู่สมดุล

หลังจากเห็นภาพกว้างตั้งแต่จุดเริ่มต้นของไฟฟ้า ถึงอนาคตที่อาจเกิดขึ้นหากใช้พลังงานอย่างขาดสติ โซนที่ 3 คือห้องทดลองและห้องเล่นเกมไซส์เบิ้มที่จะตอบคำถามว่า โลกที่ใช้พลังงานได้อย่างสมดุลนั้นน่าอยู่อย่างไร

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

‘Energy Be Life’ ประติมากรรมต้นยางนาขนาดยักษ์กลางห้องดึงความสนใจเราไปตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่บริเวณ นอกจากรูปทรงเก๋ไก๋ประหลาดตา เจ้าต้นไม้แห่งชีวิตนี้ยังเป็นต้นไม้ผลิตพลังงาน นวัตกรรมที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ก็ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ ผ่านแผ่น Piezoelectricity ที่เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า อย่างในญี่ปุ่น ติดตั้งแผ่นนี้ไว้บนทางเดินเข้าออกรถไฟฟ้า แล้วใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตมาได้เปิด-ปิดประตูกั้นแผงรถไฟฟ้าแทน

ใครไม่เชื่อลองชวนเพื่อนพ้องทุบ ตี กระโดดโยกกายบนเจ้าแผ่นนี้ แล้วสังเกตผลยางนาดูสิ

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช
EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

ฟากหนึ่งของห้องคือวิดีโอเล่าเรื่องโลกอนาคตที่ใช้พลังงานอย่างสมดุล ส่วนอีกฟากคือเกมจับผิดสี สอนทริคง่าย ๆ ในการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงานคุ้มค่า และเกมสร้างเมืองสีเขียว ให้เลือกสิ่งปลูกสร้างแห่งอนาคต โรงไฟฟ้าแห่งอนาคต ออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน แม้ซับซ้อนกว่าเกมแรกนิด แต่ได้เห็นภาพอย่างชัดเจนและตอบคำถามในใจว่า เมืองแบบไหนกันที่เราอยากอาศัยอยู่

ลืมบอกเลยว่าอาคารนี้ออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design มีทางเดินลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น และหมุดบอกระยะสำหรับผู้พิการทางสายตา แต่ละจุดแต่ละโซนมีอักษรเบรลล์ให้ข้อมูลให้ได้สัมผัสเรียนรู้ อย่างในโซนนี้ก็มีประติมากรรมต้นยางให้ได้ลองลูบคลำสัมผัสเรียนรู้เช่นกัน

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

เดินออกมาจะพบกับทิวแถวต้นไม้ที่ปลูกในอาคารด้วยไฟหลากสี พิสูจน์ว่าอาคารนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากภายในขนานแท้ ก่อนออกไปพบกับสวนลอยฟ้าเอาต์ดอร์ ซึ่งกินพื้นที่กว่า 15 เปอร์เซ็นต์ของหลังคา อุดมไปด้วยพืชผักสวนครัวและสมุนไพรไทย นอกจากเป็นเกราะกันความร้อน ยังได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ตัวอาคาร อาณาบริเวณตรงนี้กว้างขวางมากพอให้ออกไปเดินกินลมยามบ่าย ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้สบาย ๆ จากจุดนี้จะเห็นแลนด์มาร์กสำคัญ คือเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ผลิตไปยังบ้านเรือนประชาชนในเขตลาดพร้าวและแจ้งวัฒนะ 

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช
EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

นิทรรศการห้องถัดไปอยู่ไม่ไกล เป็นห้อง ‘สายน้ำแห่งความภูมิใจ’ เมื่อสาวเท้าเข้าสู่โซนที่ 4 จะพบกับผืนผนังสีขาวเต็มไปด้วยภาพเขียนปากกาเมจิกสีดำเต็มทั้งผนัง ร้อยเรียงหลากเรื่องราวเข้าด้วยกัน ก่อนจะเจอกับเจ้าถิ่น น้อง ‘ENGY’ มาสคอตประจำ กฟผ. ที่จะเข้ามาต้อนรับขับสู้ ก่อนเชื้อเชิญให้เราหย่อนกายลงบนจุดมาร์กสีเหลือง จากนั้นแอนิเมชันจึงริ่มบรรเลงเรื่องราว

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

โปรเจกเตอร์ค่อย ๆ สาดเงาสีสันประหนึ่งจิตรกรประจงแต่งแต้มฝาผนัง เริ่มต้นด้วยเรื่องราวงาน CSR ของ กฟผ. ปลูกต้นกล้าป่าเขียว สร้างฝายเก็บความชุ่มชื้น อนุรักษ์สายน้ำและป่าเขา-สายธารของความอุดมสมบูรณ์แห่งความอยู่ดีกินดี โครงการคืนช้างสู่ป่า การผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งเสริมเกษตรชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จนถึงการผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพันธกิจการเป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อสังคมแห่งภูมิปัญญา

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

แอนิเมชันสุดตื่นตาจบลง ม่านเปิดเผยวิวท้องเจ้าพระยาอันอุดมสมบูรณ์ เห็นแล้วสดชื่นคลายอารมณ์ รับเรื่องกันได้เหมาะเจาะ หน้าบานกระจกมีจอ AR 3 ตำแหน่งตั้งเรียงรายกันอยู่ ชวนดูอนาคตอันสดใสเมื่อระบบนิเวศดีขึ้น

ก่อนออกจากห้อง เงยหน้าชมเพดานสักนิด จะพบแสงไฟรูปอินฟิตินี้ แสงแห่งนิรันดร์ สัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนและการเรียนรู้ไม่สิ้นสุดของศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้

โลกที่ยั่งยืน

ไม่รอช้า ขอให้ตัวอักษรพาผู้ท่านยักย้ายเข้าสู่โซนที่ 5 ‘นวัตกรรมเพื่อชีวิต’ ที่สนุกที่สุด

เพราะรวมเอาทั้งเรื่องประวัติศาสตร์การไฟฟ้า เทคโนโลยี จนถึงสารพัดนวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าเพื่อชีวิต มาเล่าได้อย่างออกรสและเห็นภาพแจ่มชัด

EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช
EGAT Learning Center แหล่งเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าแสนสนุกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมช

เริ่มต้นตั้งแต่ ‘ใครทำอะไรในกิจการไฟฟ้าไทย’ ขยายความภารกิจของ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ก่อนใช้ไทม์ไลน์ขนาดยาวนำเสนอเรื่องประวัติการไฟฟ้าของไทยและของโลกควบคู่กัน จากอนาคตอันยั่งยืน ถอยกลับไปสู่การนำไฟฟ้าเข้ามาใช้ในไทยครั้งแรกที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โดย จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) จนถึงจุดเริ่มต้นการผลิตไฟฟ้าครั้งแรกของมนุษยชาติ

ไม่ไกลกันมีอีกหนึ่งไฮไลต์ คือโมเดลกระดาษจำลองพร้อมจอเอกซเรย์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเครื่องแรก อธิบายวิธีการทำงานแบบพื้นฐาน ยังมีวิดีโอเล่าเรื่อง ‘โรงครู’ ขั้นตอนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ของประเทศที่คลายความกังวลใจเราได้ว่า เหล่าพวยควันแพะรับบาปที่พุ่งออกมา แท้จริงเป็นเพียงไอน้ำธรรมดา แบบเดียวกับที่ระเหยขึ้นมาจากกาน้ำร้อนอย่างนั้น ไม่เป็นอันตรายเลยสักนิด

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน
แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ถัดมาคือสื่อการเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงไฟฟ้านานาชนิด ก่อนย้ายมาสู่สเตชันเล่าเรื่องโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ติดกันมีเกมให้ทดลองบังคับหุ่นยนต์ ตอบคำถามความรู้เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าเพื่อทำมิชชัน รวมทั้งเกมวางเสาไฟและสายไฟให้สร้างเมืองในจินตนาการ และกิจกรรมสนุก ๆ อีกเกินจะนับนิ้วไหว

หลังจากได้เรียนรู้อย่างครบถ้วนกระบวนความ จนรู้จักพลังงานไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าในไทย และวิถีการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสมไปแล้ว โซนที่ 6 ‘โลกที่ยั่งยืน’ คือโซนที่จะพาเราไปสำรวจวิถีการใช้ไฟฟ้าอันหลากหลายจากนานาประเทศ

กลางห้องมีลูกโลกจำลองให้เราได้ทดลองหมุนโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส เพื่อเลือกเรียนรู้โมเดลจากประเทศอื่นว่า แต่ละที่มีวิธีการผลิตไฟฟ้าและแนวทางในการใช้พลังงานอย่างไร อย่างเยอรมนี ประชาชนเลือกได้ว่าจะใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแบบไหน โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ราคาย่อมเยาแต่เป็นมิตรน้อยกว่า หรือโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดอื่น ๆ ซึ่งราคาสูงกว่า

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

บริเวณเดียวกันยังมีสื่อจัดแสดงเล่าเรื่องพลังงานทางเลือกผ่านโฮโลแกรม โดยมีเพาเวอร์และแฮปปี้เป็นตัวดำเนินเรื่อง อีกฟากเป็นโซนให้ความรู้เรื่องโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าของเหล่าประเทศในอาเซียน และเกมให้ทดลองบริหารจัดการกระแสไฟฟ้ายามวิกฤต

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ก่อนออกจากห้องจะมีบอร์ดข้อมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าในขณะนี้ และความต้องการไฟฟ้าของคนไทยขณะนี้แบบเรียลไทม์ ส่งตรงจากศูนย์ข้อมูลพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ปิดท้ายด้วยโซนที่ 7 ‘แสงนิรันดร์’ หลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้ามาทั้งหมดแล้ว ที่แห่งนี้เป็นเหมือนสภาวะจำลอง ที่มนุษย์ใช้ไฟฟ้าอย่างสมดุลและอยู่ร่วมกับธรรมชาตินิเวศได้อย่างยั่งยืน กลางห้องมีโต๊ะกลมให้นำการ์ดมาสแกนเพื่อเช็กคะแนนว่าเรามีส่วนร่วมกับนิทรรศการและเล่นเกมได้เจ๋งแจ๋วเพียงไร แล้วจะมีร่างอวตารที่เราสร้างขึ้นไว้ตอนแรกปรากฏกายขึ้นบนจอ

แต่คะแนนไม่ใช่ประเด็น เพราะหากเราได้เข้าใจเรื่องไฟฟ้า และเรียนรู้วิธีใช้มันอย่างประหยัดมัธยัสถ์ พร้อมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกวิธี ก็แปลว่าเราได้บรรลุจุดประสงค์ของงานทั้งหมดแล้ว

บ้านรักษ์พลังงาน

ถ้าหากเยี่ยมชม EGAT Learning Center ครบทั้ง 7 โซน แล้วยังไม่เห็นภาพรูปธรรมและการใช้งานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนจริง ๆ เราขอชวนให้ขยับกายไปยัง ‘บ้านรักษ์พลังงาน’ โมเดลบ้านตัวอย่างไซส์ย่อมที่ใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าทุกกระเบียดนิ้วซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน
แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

เริ่มต้นตั้งแต่วัสดุรักษ์บ้าน ทั้งโครงสร้างผนังที่ใช้อิฐมวลเบาและสีทาภายในประหยัดพลังงาน โครงสร้างเหนือฝ้าที่เสริมฉนวนใยแก้วกันความร้อน และโครงสร้างกระจก วัสดุได้รับฉลากประสิทธิภาพสูง ช่วยให้บ้านหลังนี้ประหยัดพลังงานได้ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นมีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 การันตีว่ามีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานได้กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งได้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ ก็ยิ่งช่วยให้ประหยัดไฟได้ถึง 60 เปอร์เซนต์

ขอหยุดพักตัวเลขร้อยละความประหยัดก่อนที่จะเวียนหัวไปมากกว่านี้ เอาเป็นว่านี่คือบ้านตัวอย่างที่เจ๋งมาก ๆ นอกจากชุดข้อมูลด้านบน บ้านหลังนี้ยังควบคุมไฟฟ้าได้จากมือถือ เช็กค่าไฟ สลับมาใช้ไฟจากพลังงานทางเลือก รวมทั้งควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านออนไลน์ได้ เป็นบ้านในฝันแห่งอนาคตชัด ๆ

ก่อนโบกมือลา EGAT Learning Center เราลัดเลาะเลียบอาคารไปยังอีกฟาก

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน
แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ภาพตึกตั้งตระหง่านสาดเงาร่มมาให้สวนต้นไม้ด้านตะวันออกในช่วงบ่ายคล้อยของวัน ช่างเป็นภาพอันน่าอภิรมย์ สเปซว่างริมน้ำเจ้าพระยาเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ใบดกแผ่ปกคลุมบริเวณ มีสนามหญ้าขนาดย่อม ลานปูนราบเรียบรับกับสเต็ปขั้นบันไดคล้ายอัฒจันทร์โคลอสเซียม ซึ่งเคยใช้จัดงานอีเวนต์สนุก ๆ มากมาย รวมทั้งตลาดร้านค้าและงานดนตรีปลายปี ที่แว่ว ๆ มาว่าปีนี้ก็มีแพลนจะจัดเช่นกัน ช่างเป็นพื้นที่ชวนมาเดินนั่งทอดอารมณ์ แม้ไม่ได้มาเพื่อเรียนรู้เรื่องไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพียงเข้ามาใช้พื้นที่ให้คึกคักคึกครื้น EGAT Learning Center เขาก็ดีใจเหลือประมาณแล้ว

วิถีชุมชนริมน้ำแห่งบางกรวย

ลมหอมเอาไอเย็นจากแม่น้ำเจ้าพระยามาปะทะผิวกายเราอย่างจัง พาเรื่องราวการอนุรักษ์ผืนน้ำและการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้า ระบบนิเวศ และวิถีชุมชนดั้งเดิม จากโซนที่ 4 เข้าสู่ห้วงคำนึกของเราอีกครั้ง

เราปิดท้ายวันด้วยทริปเลียบล่องท่องคลอง สัมผัสชีวิตชุมชนริมแม่น้ำแห่งย่านบางกรวยรอบศูนย์การเรียนรู้ EGAT Learning Center 

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน
แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

เริ่มต้นลงเรือหางยาวจากวัดชลอ วัดเก่าแก่ริมน้ำที่มีมาแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เรือลำเล็กพาเราแล่นผ่านทิวแถวไม้น้ำ ทิวแถวผักบุ้งทอดยอด กอกกและธูปฤาษี จิกน้ำทิ้งกิ่งออกรวงดอกย้อยลงมาเกือบจรดผิวน้ำ สาดร่มเงาให้เราได้คลายร้อนเป็นพัก ๆ ละอองฟองฝอยของน้ำสะอาดในคลองกระเส็นกระสายฟุ้งขึ้นตามจังหวะเรือกระทบคลื่นน้ำ วามวับรับแสงระยิบระยับตา หากเราไม่ได้เยี่ยมชม EGAT Learning Center มาก่อน คงต้องนั่งเก็บความฉงนสนเท่ห์ไว้กับตัวอย่างทรมาน ว่าภาพอันแสนเพลิดเพลินเจริญใจของธรรมชาติและชุมชนรายล้อมโรงไฟฟ้าเช่นนี้ ยังงดงามอยู่ได้อย่างไร

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน
แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ไม่นานก็ถึงวัดสักใหญ่ นมัสการหลวงพ่อสุโขทัยอายุ 600 ปี ก่อนออกมาแวะโฮมสเตย์ ‘เรือนริมน้ำ’ ยิงยาวไล่เรียงสองฝั่งคลองสู่วัดบางอ้อยช้าง แหล่งปลูกอ้อยช้างเพื่อส่งไปบำรุงกำลังทัพช้างสมัยอยุธยา แล้วจึงออกไปชมอู่ ‘จิตตะพรชัย’ อู่ต่อเรือชั้นเซียน แวะโบกมือทักทายแม่ป้าเจ้าบ้านเลียบคลอง แล่นฉิวผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ และเรือขายผลไม้ ของดีจากสวน ก่อนล่องกลับวัดสวนใหญ่ ทักทายนกแก้วโม่งฝูงสุดท้าย เครื่องการันตีว่าย่านนี้ยังอุดมสมบูรณ์

แวะ EGAT Learning Center ศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานไฟฟ้าที่แสนสนุก เข้าใจง่าย แถมเป็นมิตรต่อระบบนิเวศและชุมชน

ระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงที่เราตะลอนทั่วคุ้งน้ำย่านบางกรวย ดื่มด่ำประวัติศาสตร์ 3 ราชธานี พอร์เทรตภาพอันแสนคอนทราสต์ระหว่างโรงไฟฟ้า เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ตั้งห่างออกไปไม่ไกล กับวิถีชุมชนริมน้ำดั้งเดิมที่เราได้สัมผัสมากับตาเนื้อ จนเราเชื่ออย่างสนิทใจว่า แม้โรงไฟฟ้านี้ตั้งอยู่ใกล้ย่านชุมชน ติดแหล่งน้ำลำคลอง แต่ก็สะอาดพอที่จะอยู่กลางเมืองร่วมกับวิถีชุมชนได้ เปลี่ยนใจคนที่เคยตั้งแง่กับโรงไฟฟ้าอย่างเราไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

EGAT Learning Center หรือ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

ที่ตั้ง : 53 หมู่ 2 ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

โทรศัพท์ : 0 2436 8953

Facebook : EGAT Learning Center

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load