ปีสองปีนี้เราทั้งหลายไปบ้านเพื่อนแทบไม่ได้ ด้วยสภาวการณ์โลกโดยรวมส่งผลให้ทุกคนจำต้องตั้งมั่นอยู่ในบ้านตน ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง บ้านไหนมีบุพการีสูงวัยยิ่งระมัดระวังเข้าไปใหญ่ หลายราย Work from Home อย่างหัวหมุน เพราะต้องดูแลบุตรหลานที่เรียนออนไลน์ควบคู่ไปด้วย บ้านกลายเป็นพื้นที่ประหนึ่งฐานทัพให้เราตั้งรับกับทุกกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตวิถีใหม่อันไม่ปกติ จึงค่อนข้างเป็นไปได้ยากและออกจะไม่เหมาะควรที่จะชวนกันไป ‘บ้านเพื่อน’ ซึ่งเป็นชื่อคอลัมน์นี้ที่เจ้าของคอลัมน์เพิ่งเริ่มออกไปไหนต่อไหนบ้างแล้วเมื่อเมืองเปิด ทยอยเยี่ยมเยือนบ้านเพื่อนไปหลายหลังอย่างระมัดระวัง

หนึ่งในนั้นคือบ้านหลังใหม่ของเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักคุ้นเคยกันมานานหลายสิบปี พี่แจะ-ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล พี่สาวเจ้าของธุรกิจแฟชั่นและอาหารเครื่องดื่ม กิจการทั้งหมดของเธอที่ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างมาครบรอบ 20 ปีในปีนี้พอดี ผลิตภัณฑ์หลักโปรดักต์ใหม่ล่าที่พี่แจะนำเสนอลูกค้า คืออาหารไทยเวอร์ชันที่เราว่าน่าสงสัย ตั้งแต่ชื่อร้าน ‘อีกา’ อันมียศห้อยท้ายขยายความว่า Thai Neighborhood Cooking มันคืออะไร รสชาติความอร่อยแบบไทยแนวไหน ต้องชวนขึ้นรถไฟไปหาคำตอบถึงลำปลายมาศ

‘บ้านเพื่อน’ จึงกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนานด้วยเรื่องราวชวนน้ำลายสอ กลิ่นหอมมะเขือพวงคั่ว น้ำปลาเคี่ยว พริกกระเทียม ยี่หร่า กลิ่นเร้าใจของเต้าหู้ยี้สีแดง รวมทั้งกลิ่นซอสไก่งวงที่อยู่ในเมนูแบบกุ๊กช็อปก็มา อาหารไทยโดยพี่แจะและทีมที่ร่วมแรงคิดค้นกระบวนการถอดถ่ายสูตรรสเดิมที่ชอบออกมาจนใช่ ได้นั่งคุยถามพี่แจะมากมายหลายสิ่งอย่าง ได้ย้อนกลับไปเยือนบ้านหลายหลังของพี่เขาตั้งแต่เยาว์วัย ถึงค่อยเข้าใจอาหารไทยในแบบอีกา ที่ความสนุกคือนี่ไม่ใช่แค่การเปิดร้านอาหาร แต่เป็นการสร้างแบรนด์แบบมีแผนในใจเรื่องการเติบโตและขยายกิจการโดยมีอาหารไทยเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ที่สำคัญถูกใจนักเดินทางตรงได้รู้จักรสอร่อยตรึงใจจากหลายสิบชุมชนหลากภูมิภาคทั่วไทย

ลำปลายมาศ 

เมื่อกลางปีที่ผ่านมา พี่แจะและทีมอีกาเริ่มขายของอร่อยห่อมาในใบตองชื่อไพเราะแปลกหู หมี่ผัดลำปลายมาศ เปิดขาย 2 ชั่วโมงผ่านทาง LINE และ IG ผัดขายหมดไปร้อยกว่าห่อในพรึ่บเดียว

พิกัดแรกที่เราจะนั่งรถไฟไปกันจึงเป็นสถานีลำปลายมาศ อำเภอหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มาของผัดหมี่สุดฮอต พี่แจะเล่าว่า “เป็นเด็กต่างจังหวัด โตมาในบ้านยาย-อาม่า แม่ส่งไปอยู่กับอาม่าที่ลำปลายมาศทุกปิดเทอม ไปทางรถไฟตั้งแต่ยังเป็นเบบี๋” จนโตรู้ความวิ่งซน “เกิดที่อุดรฯ แต่แทบไม่รู้จักอุดรฯ เลย ลำปลายมาศนี่วิ่งวุ่นไปทุกแยก ดูงิ้ว กินผัดหมี่ตอนกลางคืน ป้าแม่ค้าอ้วน ๆ นั่งผัดอยู่ตรงห้าแยกหน้าโรงหนังประจำอำเภอ เส้นหมี่สด นึ่ง ผัดเตาถ่าน ใส่ซอสแดงคล้ายซอสเย็นตาโฟ ทำง่าย ๆ เป็นอาหารที่กินทุกวันได้ไม่เบื่อ”

คำว่า Neighborhood ที่อยู่กับคำว่า Thai Cooking บนกระจกร้านอีกาจึงมีรสอร่อยในความคำนึงถึงลำปลายมาศเป็นชุมชนแรก 

“จำเพื่อนบ้านได้ทุกหลัง บ้านอาม่าเป็นเรือนแถวพื้นไม้สองห้อง อยู่บนถนนเส้นหลักในอำเภอใกล้สถานีรถไฟ กลางบ้านมีกระสอบข้าวเป็นสิบ อาม่าขายข้าวหลากชนิด ขายทุกอย่าง มะพร้าว กล้วยทับ ฝาบ้านมีตู้ของชำ ขายยา ทิชชู แปรงสีฟัน” พืชผลที่ขายส่วนใหญ่ปลูกเองในที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน 

“อาม่าเป็นคนแก่แข็งแรง ผอม ตัวเล็ก ๆ ตอนกลางวันก็ใส่หมวกจูงมือเราไปฉางที่เป็นที่ปั่นข้าว ถือตะกร้อไปสอยมะม่วง ชมพู่” ลึกเข้าไปในฉางเป็นสวน มีบ่อเลี้ยงปลา ยกท้องร่องปลูกพืชผัก อย่างกุยช่ายที่อาม่าเก็บกลับบ้าน “ปูเสื่อเด็ดกุยช่ายกัน อาม่าจะเลือกกุยช่ายจนสวย แล้วใช้กระดาษแบบกระดาษปรูฟสีครีมห่อ เอาเชือกฟางสีแดงมัด เขาไม่ได้ขายกุยช่ายแบบโยนใส่ถุง แต่มีทำแพ็กเกจจิ้ง ชมพู่ที่เก็บมาอาม่าก็ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วทำน้ำปลาหวาน พริกป่น หอมแดง ใส่กระทงใบตองทรงเหลี่ยมขาย” อาม่าพี่แจะเป็นคนค้าขายเปี่ยมรายละเอียดประณีต 

ลำปลายมาศนอกจากจะมีรสอร่อยในความทรงจำที่นำกลับมาใช้ในธุรกิจใหม่ล่าแล้ว ยังมีความสัมพันธ์กับกิจการเสื้อผ้าแฟชั่นที่สร้างชื่อเสียงให้พี่แจะมาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 แบรนด์พี่แจะชื่อยาวมาก It’s Happened to be A Closet ผู้คนเรียกอย่างย่อว่า อิทส์แฮพเพ่นด์

“ตอนทำอิทส์แฮพเพ่นด์ก็คิดว่าลำปลายมาศ อาม่า มีผลมาก ดูรูปถ่ายกับพี่น้องเจ็ดคน ทุกคนใส่เสื้อผ้าอเมริกัน ชุดเด็กแนวปกกะลาสี พ่อแม่ทำงานที่อุดรฯ กับทหาร GI ในรูปมีพี่แจะคนเดียวใส่เสื้อกางเกงแบบไม่แมตช์กัน เป็นเศษผ้าที่อาม่าตัดเย็บปักให้ อาม่าทำงานปักตอนกลางคืนเวลาดูละคร มีทีวีเป็นบ้านแรกในลำปลายมาศเพราะอากงไฮเทค อากงเป็นกุ๊ก ทำอาหารจีน เวลาลำปลายมาศมีแขก อากงจะเป็นคนทำกับข้าว” 

แบรนด์เสื้อผ้าอิทส์แฮพเพ่นด์มีบุคลิกเด่นคือเป็นเสื้อผ้าที่มีความคราฟต์สูง ด้วยงานปักฝีมือช่างผู้มีความชำนาญ ลวดลายปักมีทั้งตัวอักษร รูปสัตว์ ผสมผสานกับงานผ้าวินเทจจากดินแดนหลากวัฒนธรรมที่พี่แจะได้เดินทางไปเยือน และการสวมใส่แบบผสมผสานท่อนบนล่างที่ไม่ได้มาแบบเข้าชุด

อุดรธานี 

แม้พี่แจะจะบอกว่าไม่ค่อยรู้จักเมืองอุดรฯ เท่าลำปลายมาศ เพราะถูกส่งไปเข้าโรงเรียนประจำคอนแวนต์ที่กรุงเทพฯ แต่อุดรฯ ก็เป็นพิกัดสำคัญมีอิทธิพลต่ออาหารหลายเมนูที่อีกา เพราะว่าเป็นความอร่อยตำรับแม่พี่แจะ ซึ่งถูกลูกสาวจับตัวมั่นแล้วหาวิธีคั้นกระบวนการปรุงรสมือแม่ออกมาจนได้อย่างน่าทึ่ง

“พ่อไม่เคยกินข้าวนอกบ้านเลย กินข้าวบ้านอาหารฝีมือแม่ทุกวันตั้งแต่แต่งงาน” พ่อพี่แจะมีกิจการที่พักขนาดร้อยห้อง เป็นโรงแรมที่ทำให้ทหาร GI พัก ชื่อคิงส์โฮเต็ล มีห้องเต้นรำ ห้องบาร์เบอร์ GI เหมาทั้งโรงแรม ยุคต่อมาก็มีเซลส์แมนมาพัก “เดี๋ยวนี้ไม่ได้โอ่อ่าแบบสมัยที่พ่อทำช่วงเปิดโรงแรมใหม่ ๆ พ.ศ. 2511 พ่อเป็นมิสเตอร์โรแมนติก เอาดอกไม้มาปักบนโต๊ะ หวีผมทรงเจมส์ ดีนส์ เรียบแปล้ ติดเนี้ยบ ขับ Vespa กระบะ Ford รถตู้ Volkswagen วาดรูปเก่ง ลายมือสวยมาก พ่อเขียนโลโก้ชื่อร้านชื่อโรงแรมเอง ก่อนทำโรงแรมพ่อกับแม่ทำร้านเฟอร์นิเจอร์ ขายเฟอร์นิเจอร์ให้ฝรั่ง พ่อเย็บผ้าม่านได้ ทำหมอนอิง ตัดกระจก” ไม่น่าแปลกใจที่พี่แจะดูลื่นไหลกับการเขียนแบบ ออกแบบตกแต่งร้านคุมงานเอง

“ทางพ่อวาดรูป ทางแม่ชอบค้าขาย พ่อติสต์ ใจร้อน แม่ Humble ไม่เคยว่าใคร เป็นคนถี่ถ้วน บวกเลขเก่งมาก แม่ช่วยพ่อทำโรงแรม” แถมกลับมาบ้านแม่พี่แจะยังทำกับข้าวให้ลูกทุกคนกินทุกมื้อ “ลูกแยะ แม่ก็จะครีเอตอาหารแบบจานเดียว อย่างสลัดไข่หลวงพระบาง ปอเปี๊ยะญวน ให้ลูก ๆ มาตัก ๆ ห่อ ๆ กันไป” อาหารฝีมือแม่ที่พี่แจะชอบยังมีอีกหลายอย่าง ห่อหมก แกงบวน แกงขี้เหล็ก มะระตุ๋น ซึ่งพี่แจะใช้กำลังภายในประลองกับคุณแม่อยู่นาน เพื่อสร้างกระบวนการถ่ายสูตรอาหารรสที่พี่แจะชอบออกมาจนได้

“แม่เบื่อมากตอนเราจับแม่ถอดถ่ายสูตร มันสำคัญ กลเม็ดทุกอย่างต้องมาให้หมด คือแม่ไม่มีการชั่งตวงวัด” พี่แจะจึงต้องพยายามหาสัดส่วนเป๊ะสุดแบบที่แม่ทำแล้วอร่อยโดยการ “คือแม่กำลังทำอยู่ เราก็จะดึงโน่นนี่นั่นมาจากมือแม่ แม่ก็บอกว่าทำกับข้าวกันเขาไม่ทำแบบนี้นะ นี่ก็บอก แม่ รอก่อน เดี๋ยวคอยดู ก็จดละเอียด จะบอกว่าเขาไม่มีสูตรก็ไม่ได้ มันไม่มีคนเคยอดทนบันทึกสิ่งที่เขาทำมากกว่า อย่างแม่ใส่อะไรในอาหาร สมมติกะทิทีละยี่สิบกรัม ก็ดูละเอียดว่าเขาใส่สามครั้ง ก็พบว่า อ้อ มันคือทั้งหมดแม่ใส่สิ่งนี้ไปรวมแล้วหกสิบกรัม

“เราสังเกตว่ามะระที่แม่ตุ๋นทำไม่มันไม่เหี่ยวเลย แม่ไม่รู้ตัวว่าเวลาตุ๋น เขาเติมน้ำให้ปริ่มมะระ เราบันทึกแบบคนทำกับข้าวไม่เป็น อยากรู้ว่าตกลงแม่ใส่อะไรไปเท่าไร ก็จะคว้ามือ หยุดมือเขา เอาของมาชั่งตวงวัด ที่เขาเติมไปเรื่อย ๆ เราก็บวกไปเรื่อย ๆ เป็นการจดสูตรที่ละเอียดมาก จนในที่สุดแม่อึ้ง เพราะสูตรที่เราพยายามถ่ายถอดออกมา เอาไปทำแล้วในที่สุดมันก็เหมือนที่แม่ทำ ส่งให้ลูกน้องลองทำดู บอกว่าสูตรต้องเป็นสูตร ทำตามนี้ที่เขาทำมาแล้วอร่อย ใส่เกินคือไม่อร่อย อย่าเป็นนักเรียนที่ทำตัวเก่งกว่าครู มันจะไม่มีทางอร่อย” พี่แจะมีร้านอาหารอิตาเลียนอยู่แล้วหลายร้าน ก็เลยจับเชฟอิตาเลียนสองคนให้มาลองทำอาหารไทยตามสูตรแม่ที่ถอดมา และตัวพี่แจะเองก็ลงมือทำด้วย ปรากฏว่าได้ผลลัพธ์เป็นเลิศ

“พิสูจน์จากคนทำกับข้าวไม่เป็น ทำออกมาแล้วอร่อยเหมือนแม่ทำ” สูตรของพี่แจะที่ถอดมาจากการปรุงอาหารของแม่ละเอียดมากทำตามง่าย และมีภาพถ่ายประกอบด้วย พี่แจะบอกว่าเป็นวิธีเดียวกับตอนไปเรียนแฟชั่นต่อที่นิวยอร์ก รู้สึกว่า Art History ยากมาก มีชื่อยุคสมัย ชื่อกษัตริย์ ฝรั่งศิลปินโบราณต่าง ๆ “ก็ต้องใช้รูปช่วย ทำสูตรอาหารออกมาเหมือนโพยที่ใช้เวลาจะสอบ” หลังจากจบคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ พี่แจะไปเรียนต่อที่ Pratt Institute 4 ปี กลับมาทำงานเป็นดีไซเนอร์ที่ Fly Now III 13 ปี และเริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง It’s Happened to be A Closet

สยามสแควร์ซอยสาม

20 ปีก่อนพี่แจะค่อนข้างแหวกแนวในการนำเสนอประสบการณ์ประหนึ่งการนั่งกินข้าวในตู้เสื้อผ้าให้กับลูกค้า เปิดตัวการทำธุรกิจอาหารเป็นครั้งแรกด้วยอาหารอิตาเลียน โดยเชฟคู่ใจที่รู้จักกันในนามป๋าวินัย ผู้อยู่คู่ครัวอิตาเลียนของอิทส์แฮพเพ่นด์มากว่า 20 ปี

อีกา ร้านอาหารใหม่ในทรงวาด เสิร์ฟความสนุกและอาหารไทยแบบ It’s Happened
อีกา ร้านอาหารใหม่ในทรงวาด เสิร์ฟความสนุกและอาหารไทยแบบ It’s Happened
ภาพ : It’s Happened to be A Closet 

“ทำเสื้อเป็นหลัก ทำอาหารในยูนิเวิร์สของเสื้อผ้า” ร้านขนาดหนึ่งห้องแถวใจกลางสยามซอยสามอัดแน่นด้วยเสื้อผ้าและบรรยากาศใหม่ ๆ อาหารอิตาเลียนแบบครัวเปิดที่เสิร์ฟให้นั่งตั้งโต๊ะกลางกองเสื้อผ้าที่แน่นแต่จัดเป็นระเบียบ การทุ่มทุนทำระบบดูดควันอย่างดี ไม่มีกลิ่นอาหารปะปนกับเสื้อผ้า เรียกว่า It’s Happened to be A Closet ประสบความสำเร็จอย่างแรงกับสาขาแรกนี้ที่พี่แจะบอกว่า “ไม่มีโมเดล ดีสุด สนุกสุด เสื้ออิทส์แฮพเพ่นด์ไม่มี Season” และไม่มีราวแขวนสองข้างถูกระเบียบแบบร้านเสื้อปกติ แต่พับกองไว้อย่างเป็นระเบียบให้หยิบเลือกดู ราวแขวนมีบ้าง แต่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนร้านเสื้อผ้าแฟชั่นปกติ อีกทั้งไม่มีเทศกาลลดราคา (Sale) 

“คิดทุกอย่างเป็นร้านขายของวินเทจ เสื้อแบบนี้ที่ทำ ๆ ไว้จะกลับมาขายอีกเมื่อไรก็ได้” ในพื้นที่เดียวกันนั้น พี่แจะนำเสนอหลากบริการ อาหาร ห้องนวดแบบสปา มุมทำผม ตัดผม ทำเล็บ ปัจจุบันบรรยากาศแบบสาขาแรกนี้ถูกยกไปอยู่ในบ้านหลังสวยในซอยสุขุมวิท 23 สยามซอยสามเป็นพิกัดสร้างชื่อให้อิทส์แฮพเพ่นด์เป็นที่จดจำ ทั้งในแง่การทำกำไรมหาศาลและสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์

ถนนข้าวสารและห้างใหญ่ใจกลางย่าน CBD 

จากสยามสแควร์ นักผจญภัยผู้ช่ำชองการเดินทางด้วยรถไฟสู่ลำปลายมาศตั้งแต่เด็กก็ออกเดินทางครั้งใหม่ไปปักหลักในชุมชนแถวบางลำพู เช่าบ้านหลังใหญ่แถบถนนข้าวสาร ทางเข้าค่อนข้างลึกลับไปยากและไม่มีที่จอดรถ เรายังจำได้ดีว่าพี่แจะทาตึกเป็นสีดำ และยกทุกบริการและบรรยากาศแบบสยามซอยสามไปไว้ที่นั่น สาขานี้เธอไม่ประสบความสำเร็จนัก

“ที่ข้าวสารนี่รักมาก เจ็บตัวมาก เป็นความนาอีฟในแง่การทำธุรกิจบวกกับความผยอง เวลาคนเราประสบความสำเร็จตอนอายุน้อย ก็จะ… ฉันอยากอินดี้ เราคิดว่าเราเป็นเซ็นเตอร์ ทุกคนจะมาหาเรา ก็เจ็บหนัก อยู่สามปีจนหมดสัญญาเช่า แต่หลายคนรักที่นี่นะ เป็นที่ในความทรงจำ” 

จากโซนเมืองเก่าย่านบางลำพู พี่แจะตัดสินใจพากิจการทั้งหมวดแฟชั่นและอาหารกลับสู่ย่าน CBD (Central Business District) ใจกลางชุมชนเมือง โดยเข้าไปเปิดตัวในห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ ห้างแรกคือสยามพารากอนใน พ.ศ. 2544 ต่อด้วยห้างเอ็มโพเรียมและเซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลลาดพร้าว เดอะมอลล์บางกะปิ และออกนอกเมืองไปเปิดที่เซ็นทรัลเอาต์เล็ต ควบคู่กับการแตกแบรนด์และสร้างกิจการใหม่ ๆ เช่นร้านขายเค้ก จนประสบความสำเร็จเปิดหลายสาขาทั่วเมือง สาขาที่มีขนาดเล็กที่สุดคือในตลาดนัดสวนจตุจักร

ช่วงที่พี่แจะ ‘เข้าห้าง’ เราเริ่มเห็นสิงสาราสัตว์ซึ่งเป็นลวดลายปรากฏบนงานปักบนเสื้อผ้าของอิทส์แฮพเพ่นด์อยู่แล้ว สัตว์เหล่านี้ถูกดึงมาเป็น ‘มาสคอต’ อยู่กับชื่อร้านกิจการใหม่ ๆ ของพี่แจะที่เติบโตเป็นอย่างดีในย่าน CBD ที่พี่เขาก็ยังตั้งชื่อร้านยาวเหยียดเช่นเคย พี่แจะบอกว่าสร้างมาสคอตสัตว์ต่าง ๆ มาเพราะอยากสื่อสารกับทางห้าง เราแอบนึกในใจว่าห้างต่าง ๆ น่าจะมึนขึ้นมากกว่าเดิมไหมนี่ อย่างสาขาในเซ็นทรัลชิดลม ร้านชื่อ It’s Happened to be A Fox Princess & Spider บริการอาหารอิตาเลียนแบบที่พี่แจะเรียกว่า ‘Casual Italian Cafe’ ขนาดจาน ปริมาณอาหารจะกะทัดรัดกว่าอาหารอิตาเลียนปกติของอิทส์แฮพเพ่นด์สาขาสุขุมวิท 23

เราถามพี่แจะว่าสไปเดอร์มาจากไหน แมงมุมคนจะกลัวมั้ย พี่แจะบอกว่าแมงมุมใจดีไม่ต้องกลัว “มาจากหนังสือ แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web โดย E.B. White) ไง” พี่แจะบอกว่าเป็นคนเคารพสัตว์ ในงานออกแบบมีงานปักตัวสัตว์มาโดยตลอด วันที่เรานั่งคุยกันครั้งล่าสุด หน้าร้านขายเค้กขายดิบขายดีที่ท่าเตียน มองไปก็เห็นพี่แจะห้อยสิงสาราสัตว์มากมาย “ตัวแมลงภู่นี่คนร้านขายของเก่าเล่าว่าคนทางเหนือห้อยแมลงภู่เพื่อให้คุ้มครองเรา นี่ตัวหนุมาน มีคนบอกพี่แจะชอบขันอาสา เกิดปีลิง ไฮเปอร์” บนเสื้อยังมีกุ้งลอบสเตอร์ปัก ผ้าปักจากเม็กซิโก เสี้ยวหนึ่งนำมาตัดต่อบนเสื้อยืดฮาร์เลย์ เดวิดสัน พี่แจะเป็นคนชอบจดบันทึกการเดินทาง และบางหน้าใน Journal หลายทริปก็ปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าที่เธอนำเสนอเสมอ ๆ 

ท่าเตียน 

ร้านนี้ก็ชื่อยาว A Pink Rabbit Cake Shop Bob’s Good Coffee การกลับสู่ชุมชนเก่าอีกครั้งของพี่แจะ หลังจากประสบความสำเร็จกับกิจการในห้างกลางเมืองมาพักใหญ่ พี่แจะก็เริ่มมองหาตึกเก่าเปิดร้านอาหารอิตาเลียนและร้านเค้กในท่าเตียน

เช้าวันนี้เรานั่งคุยกันหน้าร้านชื่อยาวกระต่ายสีชมพูและบ๊อบมองไปเห็นวัดโพธิ์ “กระต่ายในนิทานอีสป สีชมพูเพราะขายของหวาน บ๊อบเป็นหมีที่ชงกาแฟเก่ง” ร้านเค้กนี้ขายกาแฟจากเครื่องชงอย่างดีแบบอิตาเลียน ขณะเรานั่งคุยกันอยู่ พี่แจะก็ทักผู้คนในชุมชน เพื่อนบ้านของเธอเป็นระยะ 

“ชุมชนเมืองเก่าบรรยากาศเหมือนแถวบ้านอาม่าที่ลำปลายมาศ” วันนี้เราได้พบพี่แอ้มด้วย หนึ่งในสี่สาวที่เป็นเสาหลัก กำลังสำคัญของทีมพี่แจะ วันนี้พี่แอ้มมาดูแลสาขานี้ ขณะที่พี่ส้มไปประจำการอยู่จตุจักร พี่แจะมีพนักงานราวร้อยกว่าคน 

“พี่แจะทำ Direction เหมือนเป็นโปรดิวเซอร์ พี่แอ้มดูการขาย การตลาด และเทรนนิ่ง พี่ส้มเป็น CFO ดูแลเรื่องการเงิน และมีพี่ไก่คอยประสานดูและทุกสิ่งอย่าง ทุกเช้ามีบรีฟกัน” เราสงสัยว่ากิจการพี่แจะกระจายอยู่ทุกชุมชนในกรุงเทพฯ ดูแลอย่างไรให้ทั่วถึงและคุณภาพเสถียร พี่แจะบอกว่าทีมดี “ลูกน้องมีประสบการณ์ มีวงปีในการทำงานบวกกับการวางแผน ทีมเวิร์กดี ก็ไม่ต้องดูอะไรมาก’’

ทรงวาด 

เมื่อทุกทีมของพี่แจะเสถียรอยู่ตัว ก็ได้เวลาที่หนุมานไฮเปอร์เริ่มพัฒนาแบรนด์ใหม่ คืออาหารไทยในตึกเก่าใจกลางถนนทรงวาด “อาหารไทยเล่นยาก เลยมองง่าย ๆ ว่ามีสองกลุ่ม คือกลุ่มอร่อยและไม่อร่อย จริง ๆ อร่อยมันเป็นนามธรรม อาหาร เสื้อผ้า ก็มีอะไรคล้ายกันตรงสีสวย มีหลายแบบ ความสวยมีหลายอย่าง แต่อาหารบางอย่างมีรสชาติของมัน ไข่พะโล้ต้องรสชาตินี้ ไข่พะโล้อร่อยแปลว่าอร่อย ไม่มีทางบิดไปได้มากกว่านี้ ก็อยากทำอาหารไทยแบบ Humble สบาย ๆ ไม่ซับซ้อน ตรง ๆ ถ้าจะพูดในแง่มาร์เก็ตติ้ง การทำแบรนด์อาหารไทยก็ดูในตลาดว่ามีอะไร และไม่ทำอย่างนั้น ไม่ได้ไปแบ่งเค้กก้อนเก่า ถามตัวเองว่าเราชอบกินอะไร เราต้องการคนหนึ่งส่วนที่ชอบเรื่องเดียวกับเรา อาหารที่มาจาก Memory + Journey”

พี่แจะเป็นนักเดินทางประเภทไปไหนก็สนใจลองลิ้มร้านอร่อยประจำชุมชน “ชอบแกงป่าท่าม่วง ร้านเจ๊นีที่เมืองกาญจน์ กินมาร่วมสามสิบปี แกงป่าสำหรับพี่แจะคือต้องเมืองกาญจน์เท่านั้น คนเมืองกาญจน์ทำแกงป่าเก่ง เพื่อนตั้งแต่เด็กเป็นคนท่าม่วง ไปไหนก็ต้องถามเจ้าถิ่น เคยไปราชบุรี เขาบอกให้ไปกินร้านเด็ดเมนูนี้ ๆ ๆ ๆ แต่เรากลับชอบเมนูอื่นที่ร้านทำ เป็นไข่ตุ๋นมาในหม้ออบ กินแล้วได้แรงบันดาลใจ ร้านในชุมชนส่วนใหญ่มีอาหารที่เป็นความธรรมดาแต่มัน special” หลายร้านเก๋ายังช่วยเติมเต็มเรื่องรสชาติให้อาหารจานโปรดของพี่แจะอร่อยใช่ตรงใจขึ้นด้วย

“เป็นคนมีความถวิลหาเรื่องกะเพรา ดั้นด้นกิน” จนไปเจอร้านหนึ่งที่ราชบุรี พี่แจะบอกว่าเป็นกะเพราใส่ยี่หร่าที่อร่อยสุดจนต้องฝากคนเสิร์ฟไปชมผู้ปรุง “เจ้าของร้านคนทำอาหารเหมือนศิลปิน เวลามีคนมาชมงานก็จะปลื้มใจ เขาเดินออกจากครัวมาทำความรู้จักกับเรา บอกเคล็ดลับมาว่าให้ดีดพริกแกงป่าของเมืองกาญจน์ลงไปหน่อย ใส่เหล้าแม่โขงนิดหนึ่ง” กะเพราที่พี่แจะผัดอร่อยเองที่บ้านจึงอิงสูตรนี้ ใส่แม่โขง 3 เป๊ก “ตอนหลังใช้แสงโสม เพราะแม่โขงเลิกผลิต” 

วัตถุดิบในการทำอาหารไทยของอีกา มาจากหลายชุมชนหลากภูมิภาคทั่วประเทศ “ไม่ได้คิดว่าตะกาย กะปิธรรมดาก็มีจากบางลำพูก็ใช้ เครื่องแกงจากสิชล นครศรีธรรมราช เครื่องแกงป่าท่าม่วง เมืองกาญจน์” ผนวกกับเคล็ดลับจากการพูดคุยของนักเดินทางช่างซักช่างถามอย่างพี่แจะ ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็น ‘มนุษย์เดินทาง Old School’ เราว่าน่าจะหมายถึงการชอบความดั้งเดิมที่อร่อยล้ำอยู่แล้ว

“น้ำพริกกะปิ ไข่พะโล้ มันมีรสถูกต้องของมันอยู่ อาหารไทยมีอร่อยกับไม่อร่อย แค่นั้น เราเป็นโปรดิวเซอร์พาลูกค้าเดินทางไปสู่รสชาตินั้น ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องค้นคว้าว่าชาวบ้านเจ้าถิ่นเขาทำกันอย่างไร แบบที่เขาทำกันมาแล้วมันอร่อย เราก็จะพึ่งพาชาวบ้าน บางทีมีคนรู้จักสอน ชาวกระบี่ คนใต้จริง ๆ เขาก็ช่วยอธิบายจนเข้าใจว่าไตปลาคืออะไร แล้วก็มีอาหารแบบแม่เรา ลุงคนนั้น แม่ลูกน้อง ชอบค้นคว้า หาสูตรมาเทียบกับที่เราได้มา แล้วรีมิกซ์ นำพาลูกค้าไปกินรสของเรา”

“ร้านที่เราชอบ ๆ อยู่ในทุกภูมิภาค กุ่ยหมง สุพรรณ ถนอมโภชนา เชียงใหม่ เจ๊นีเมืองกาญจน์ ครัวแตนอยุธยา ไตปลา ต้องที่เหนือคลอง กระบี่ ข้าวหอม สมุย ลุงต้อ ราชบุรี จุ้งบริการ (เฮียคุง) บ้านแพน เสนา อยุธยา แดงโภชนา สมุทรสงคราม เจ๊แดงบางควาย ชะอำ อาหารป่าครองครุ ขนมจีนประโดก ไตรพร ประชาชื่น ร้านนี้เสียดายปิดไปแล้ว” บางร้านที่พี่แจะชอบมากเลิกกิจการไปก็แยะ แต่โชคดีร้านโปรดที่สุดพี่แจะได้ไปจ่ายสตางค์ขอเรียนวิชามาก่อนคุณครูจะลาโลกไป คือร้านกิมเล้ง สี่แยกคอกวัว ร้านประจำของพี่แจะ

“ไปกินบ่อย ชอบผัดสะตอกุ้งกิมเล้ง ไม่ได้ชอบกินสะตอทุกร้าน ไม่อยากกินแบบโหมพริกแกง ไปกินผัดสะตอที่ไหนก็จะนึกถึงรสที่กิมเล้งตลอด” จนวันหนึ่งพี่แจะไปขอเถ้าแก่ว่า ถ้าหนูอยากเรียน 3 จานที่หนูโปรด เถ้าแก่จะสอนให้ได้ไหม “กว่าแกจะสอนให้ก็นานอยู่ แกถามว่าจะมาเรียนทำไม ของง่าย ๆ ” ในที่สุดพี่แจะก็ได้รู้เคล็ดลับการที่สะตอทำปฏิกิริยากับน้ำมัน Paste กะปิ พริกไทย ผักชีตำ 

“ตอนจบเถ้าแก่บีบมะนาวเสี้ยวหนึ่ง ตบให้รสทุกอย่างกลมกล่อม แบบนี้เป็นความเฉพาะตัว ก็ไปเรียนมา ให้เถ้าแก่สอนสามเมนูที่ชอบ อีกสองอย่างคือต้มส้มปลากระบอกและหมี่กรอบ” พี่แจะตั้งข้อสังเกตว่าร้านโปรดของเธอส่วนใหญ่ “เกินครึ่งชื่อเป็นจีนแต่ทำอาหารไทย มิ่งหลี หน้าพระลาน กุ่ยหมง สุพรรณ ท่งหลี กิมเล้ง”

นอกจากเก็บเกี่ยวเคล็ดลับการปรุงอาหารให้อร่อยจากร้านโปรดในแต่ละชุมชนแล้ว รายละเอียดในกระบวนการสร้างรสชาติพี่แจะก็ใส่ใจ 

“เนื้อย่าง วิธีกินของเราจับคู่กับน้ำตาลกับน้ำปลาเคี่ยว น้ำปลาเคี่ยว คือ Caramelized ของน้ำปลา วางไว้ในจานแล้วเอาเนื้อวาง’’ พี่แจะอธิบายว่ากินคู่กับเนื้อแบบนี้คิดว่าได้รสเนื้อเต็ม ๆ กว่าแจ่ว ซึ่งมีความเผ็ดมากลบแยะ ส่วนมะเขือพวงคั่วไว้ทำน้ำพริกขี้กา คั่วแห้งหน่อย ต้องมีสีดำ เบิร์นเหมือนย่างแต่ใช้กระทะ” 

สำหรับการสร้างแบรนด์อีกา พี่แจะเทียบได้เห็นภาพมากว่า “เหมือนกับแต่งงานแล้วเรารู้ว่าจะมีลูกดก จะมีลูกห้าคนในยุคนี้ ก็ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ Day 1 อีกาต่อไปจะมีสาขาเยอะเกินห้าสาขา รสชาติต้องเสถียร การถอดสูตรเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าให้พลอยเอาสูตรที่ถอดกันมานี้ไปทำแกงไตปลา พลอยจะทำออกมาอร่อยทั้งที่เกิดมาไม่เคยทำแกงไตปลาเลย” พี่แจะมองการทำกับข้าวที่อีกาเป็นวิทยาศาสตร์และบอกว่าตัวเองมีความเป็นเนิร์ด ครัวกลางของอีกาที่ทรงวาดจึงมีคำว่า Lab และมีเพื่อนที่พูดจาภาษาห้องทดลองวิทยาศาสตร์รู้เรื่องด้วยกันมาช่วย

“การเอาน้ำมันโดนพริกแกงให้อุณหภูมิสูงพอ พริกแกงถึงจะส่งกลิ่น มีเพื่อน เรียกเขาว่าโกวัด เข้ามาช่วยทำอีกา โกวัดมีความวิทยาศาสตร์ เป็นอดีตเอ็มดีบริษัทไอทีที่ชอบทำกับข้าว เออร์ลี่ รีไทร์ แล้วไปเรียนกอร์ดอง เบลอ เป็นวิศวกรที่โคตร Systematic โกวัดเหมาะกับห้องแล็บ เวลาปรับสูตรถอดสูตรจะสนุก เขาจะรู้ว่าควรดึงตัวนี้ออก/เข้าในปริมาณเท่าไร อีกาจะประสบความสำเร็จได้จากการสร้างประสบการณ์ในเรื่องการถ่ายสูตร”

สัตว์ในเครืออิทส์แฮพเพ่นด์ที่มาเป็นมาสคอตตัวล่าสุดคืออีกา “รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่สัตว์น่ารัก แต่มันเป็นสัตว์ฉลาด จริงใจ สำหรับชนพื้นเมืองอเมริกาและอินเดีย อีกาเป็นสัญลักษณ์ที่ดี หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดี มีคนทักเรื่องความเชื่อไม่เป็นมงคล แต่เราเป็นคนร่อนตะแกรง ไม่เอาเรื่องไม่ดี อีกานำโชคร้ายไม่อยู่ในหัว วันหนึ่งนั่งคุยประชุมกันอยู่ริมแม่น้ำ (เจ้าพระยา) ว่าจะใช้ชื่อร้านว่าอะไร อีกาดีมั้ย แล้วมีอีกาบินมาโฉบมาเกาะที่โต๊ะ ก็เอาเลย”

ในห้องน้ำที่ร้านเค้กกระต่ายชมพูสาขาท่าเตียน ยังมีภาพโปสเตอร์อัลบั้มเพลง Morning Crow ของ โน้ต (Dudesweet) พงษ์สรวง ชุบ เพื่อนรุ่นน้องที่พี่แจะรักติดอยู่ พี่แจะซื้อรูปนี้มาตอนโน้ตจัดแสดงงาน “โน้ตเขาเป็นนักจัดปาร์ตี้ ก็มักจะกลับบ้านตอนเช้า ก็มีอีกามาทักตลอด คนรอบตัวเรารักอีกาหมด” โน้ตเลยถูกเชิญตัวมาเพนต์อีกานี้อีกครั้งบนผนังที่ทรงวาด ในตึกซึ่งพี่แจะว่าเหมาะกับอีกาสุด “ตึกในทรงวาดสวยโรแมนติก ปูนปั้นผลไม้ มีความอุบะ แต่ตึกเราดูเป็นตึกที่ Humble พอดี ๆ เข้ากับอาหารอีกา”

ชั้นล่างมีครัวกลางของอีกา ร้านเค้ก และด้านข้างติดโรงเรียนเผยอิง พี่แจะเจาะช่องที่เรียกว่าโซน Street Food ไว้สำหรับขายอาหารแบบซื้อกลับบ้าน หมี่ผัดลำปลายมาศ ไก่ทอดหม้อ ชั้นสองเป็นพื้นที่นั่งกินอาหารร้านอีกา “อาหารอีกา Reasonable Price ไม่ซับซ้อน อยากสร้างบรรยากาศแบบมากินอาหารไทย นั่งคุยกับเพื่อนในสิ่งแวดล้อมที่ Good Vibe” 

ปีหน้าอีกาจะเปิดสาขาในอีก 3 ย่านในกรุงเทพฯ ต้องติดตามกันว่าจะมีย่านใดบ้าง

It’s Happened to be Thai Neighborhood Cooking ร้านรวมรสอันเป็นที่รักจากหลากชุมชนลำปลายมาศ-ทรงวาด

อีกา 

ที่ตั้ง : 829 ถนนทรงวาด แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวันเว้นวันพุธ 10.00 – 22.00 น.

ติดต่อจองโต๊ะ/สั่งเดลิเวอรี่ได้ที่ LINE ID : @ega_bangkok Instagram : ega_bangkok

Writer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

บ้านเพื่อน

พลอย จริยะเวช พาไปรู้จักคนสร้างผลงานน่าตื่นเต้นแบบเป็นกันเองเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน

ในฐานะคนทำงานออกแบบแนวคิด เราคิดว่าตัวเองสร้างคอนเซปต์เพื่อสินค้าบริการใดๆ ในแต่ละโปรเจกต์ที่ผ่านมาได้เป๊ะมาก โดยให้ความสำคัญกับการสร้างแกนที่ยั่งยืน ขอสารภาพว่าคิดแบบหลงตนว่า มีใครสร้างคอนเซปต์ได้แน่นกว่าฉันอีกไหมนี่

จนวันหนึ่งเพื่อนรัก อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Martha Stewart แนะนำให้เรารู้จักเพื่อนเก่าของเธอ ซึ่งบังเอิญมาบูรณะปรับเปลี่ยนอาคารเก่าบนถนนทรงวาดให้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ประโยชน์ใหม่ในเวลาเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

เมื่อเราได้พบเพื่อนเก่าของอินครั้งแรก นั่งคุยกันไป 6 ชั่วโมง ครั้งต่อมาอีก 2 ชั่วโมงครึ่ง ทำให้พบว่าที่ตนเคยคิดว่าสร้างคอนเซปต์ได้โคตรแน่นนั้น มีคนแน่นกว่า

02

F.V ย่อมาจาก Fruit และ Vegetable

F.V เป็นพื้นที่ประหลาด เต็มไปด้วยรายละเอียดซ่อนกลซ้อนอยู่หลายชั้นที่ดึงไปโยงแนวคิดหลักคือ ‘ไม่มีใครเอา’ ‘ไม่เป็นที่ต้องการ’

ดูผ่านๆ เอฟวีคือร้านที่มีบรรยากาศแนวร้านน้ำชาแบบดั้งเดิมในย่านเยาวราช ถ้าคุณกำลังมองหากาแฟ ชาต่างชาติ น้ำผลไม้อินเตอร์โคลด์เพรสสกัดเย็น หรือเกล็ดน้ำแข็งไสใส่ความหวานตามความนิยม คุณจะไม่พบเครื่องดื่มของหวานยอดฮิตเหล่านี้ แต่จะได้เจอเครื่องดื่มซึ่งทางเอฟวีตั้งใจคิดขึ้นมาใหม่ เป็นเครื่องดื่มของว่างสัญชาติไทย บ้านๆ พื้นๆ สมคำว่า ‘พื้นบ้าน’ ขนานแท้ก็ว่าได้ ใช้วัตถุดิบที่เก็บจากพื้นดินท้องถิ่นทั่วไทยเท่านั้น แถมยังเป็นพืชที่ขึ้นรกอยู่หลังบ้านชาวบ้านผู้ทำการเกษตร แถบคันนา ร่องสวน และพืชที่เกิดมาเพื่อถูกกำจัด-วัชพืช

วันแรกที่เรานัดกับ โอภาส จันทร์คำ ผู้ออกแบบแนวคิดและสร้างเอฟวี เราได้จิบชาหอมรสดีมากที่ไม่อยากเชื่อว่าทำจากต้นไมยราบ วัชพืชแสนคุ้นเคย พลางนั่งมองไปรอบๆ อย่างเพลิน ดูงานศิลปะหลากแนวบนผนังทั้งของศิลปินต่างชาติและไทย แหงนขึ้นไปยิ่งตื่นเต้นเมื่อเห็นเรือนชาวบ้านแบบอีสานสะท้อนอยู่บนเพดานกรุวัสดุส่องเงา

F.V คาเฟ่

ด้านหน้าร้าน ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยภาพเขียนกลิ่นอายจีนและญี่ปุ่น ผลงานของ อาจารย์ประสงค์ ลือเมือง บริเวณประตูทางเข้ามีรูปปั้นสัมฤทธิ์นูนต่ำท่านพุทธทาสและพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9

วัตถุแต่ละชิ้นที่คนแต่ละคนเลือกมาไว้ในชีวิตย่อมมีความสัมพันธ์กับอัตลักษณ์ของเขา สิ่งที่เราเห็นในเอฟวีย่อมแสดงส่วนหนึ่งของความเป็นโอภาสเช่นกัน

“ผมสนใจเกษตรกรรม ผมชอบธรรมชาติตั้งแต่เด็ก” โอภาสใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนมานาน มุมมองของคนไกลมองกลับมาเมืองไทยน่าสนใจอยู่ “ผมคิดง่ายๆ มองง่ายๆ อย่างเรื่องกล้วย ผมว่ากล้วยไทยอร่อยสุด ข้าวก็อร่อย อยู่ลอนดอน ถ้าคุณไม่มีตังค์ก็ไม่มีกิน ไม่เหมือนเมืองไทย อุดมสมบูรณ์มาก ต่อให้ไม่มีตังค์ก็นอนหลับยิ้มได้ ของกินอร่อย มีคุณภาพ เก็บยอดกระถินริมรั้ว คุณภาพที่ไม่เกี่ยวกับเงินมันแยะไปหมด”

เอฟวี เยาวราช

โอภาสตั้งคำถามว่า “คนที่อยู่ในพื้นที่หลงลืมสิ่งเหล่านี้ไปหรือเปล่า หรือเกิดจากค่านิยม คนเราชอบกินผลไม้ที่มีผิวสวย และคิดว่าถ้ารสไม่หวาน คือไม่ดี” รสธรรมชาติของผลไม้ในท้องถิ่นหลายชนิดเริ่มสูญหายไปเพราะเป็นรสที่คนไม่นิยม

“แตงไทยหายากกว่าเมล่อนญี่ปุ่น ถั่วแระไทยสีเหลือง คิดอยากทานก็หายากขึ้นทุกวัน ชาวสวนเลิกปลูกเพราะไม่ได้ราคา หันมาปลูกถั่วแระเขียวตามตลาดต้องการ เราถูกแทรกแซงด้วยวัฒนธรรมญี่ปุ่นเกินไปหรือเปล่า วันหนึ่งผมควรเอาถั่วแระเหลืองไปบุกญี่ปุ่นไหมครับ” โอภาสหัวเราะ

เขาสนใจพืชผลไทยที่เข้าข่ายใกล้สูญพันธุ์ พืชเดิมๆ ดีๆ ที่เคยมีอยู่ แต่หายไปเพราะคนหันไปหลงรักและเห่อของใหม่อย่างผลไม้ต่างแดนหรือที่เกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม ผลไม้ใหม่ๆ ตามความนิยมใหม่ๆ รสหวานดังใจ กินสะดวก องุ่นไม่มีเมล็ด สตรอว์เบอร์รี่เผือก

เอฟวี เยาวราช

โอภาสไม่สนใจผลไม้ต่างชาติหรือพืชผักพันธุ์ดัดแปลง ไม่สนใจของป่าหายาก แต่ใจเต้นแรงกับพืชผลไทยท้องถิ่นที่ขึ้นเองง่ายๆ ตามธรรมชาติ ตามฤดูกาล รสชาติอาจไม่หวานแหลม หรือหอมฟุ้งจัดจ้านตามความนิยม คนเลิกปลูก รวมทั้งวัชพืชที่งอกงามให้ผู้ต้องกำจัดปวดหัว

ด้วยความสนใจอย่างจริงจังนี้ โอภาสจึงตั้งทีมค้นคว้าวิจัยขึ้นมา มอบหมายให้น้องๆ พนักงานประจำของบริษัท OBK Studio ลงพื้นที่ไปคลุกคลีวงการเกษตร 3 สาว 1 หนุ่ม ใหม่ กิ่ง สิ และวง คือ 4 แรงหลักในทีม

ใหม่เป็นตัวแทนเล่าให้เราฟังว่า โอภาสสนใจเรื่องวิถีความเป็นอยู่ของไทยแบบพื้นบ้าน รวมถึงพืชในท้องถิ่นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงส่งทีมไปพูดคุย ศึกษา แลกเปลี่ยนคำแนะนำกับเกษตรกรรายย่อยในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำพืชผลเหล่านั้นมาต่อยอดและรักษามันไว้

เอฟวี เยาวราช

“เราเสาะหาอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อติดต่อไปขอข้อมูลความรู้ โชคดีได้พบพี่ใหญ่ที่เกษียณแล้วจากกรมวิชาการเกษตร เชี่ยวชาญเรื่องวัชพืช งานหลักที่พี่ใหญ่ทำมาตลอดคืออยู่ในกรม ทำลายวัชพืชที่รบกวนพืชผลของเกษตรกร แต่พี่ใหญ่กลับชอบวัชพืชหลายตัว และเห็นว่ามีประโยชน์ เอามาปลูกไว้ในบ้าน” 

ทีมเอฟวีใช้เวลาศึกษาเรื่องนี้นาน 2 ปี พร้อมกับลงพื้นที่ไปทำความรู้จักกับเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้ปลูกเฉพาะพืชเศรษฐกิจตามตลาดนิยม และใส่ใจผูกมิตรกับเครือข่ายชุมชน ผู้คนที่ปลูกพืชผักอยู่หลังบ้าน

“เราไปเยี่ยมดูหลังบ้านแต่ละหลัง คุณป้าคะ นี่ขายได้นะคะ หนูอยากได้ ขณะเดียวกันเราก็ได้ความรู้จากคุณป้าที่มาแนะนำว่าที่บ้านป้ามีใบนี้ เอาไปทำอะไรได้บ้าง ต้มกินได้นะ เราก็หยิบกลับมาศึกษาทดลอง

“โชคดีได้ไปเจอคุณป้าที่ทำเกษตรกรรมตามแนวทางรัชกาลที่ 9 เดิมป้าเคยใช้ยาฆ่าแมลง ใช้สารเคมี วันหนึ่งสามีคุณป้าตาเกือบบอดเพราะฤทธิ์ยาสะสม คุณป้าเลยหันมาทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางพระราชดำริเกษตรพอเพียงจนปลดหนี้ได้ คุณป้าศรัทธามาก เลยคิดว่าจะช่วยชาวบ้านโดยผันตัวเองเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องนี้ สร้างเครือข่ายในชุมชน

เอฟวี เยาวราช
เอฟวี เยาวราช

“ตอนเราติดต่อไปทีแรก คุณป้าก็อารมณ์กลัวว่าเราจะมาแบบนายทุนกว้านซื้อ ต้องค่อยๆ คุยจนสนิทใจกัน เป็นเพื่อนกัน จนคุณป้าชวนเราไปที่สวนและชวนให้ไปพบเครือข่าย ให้ใหม่พูดออกไมค์สวัสดีทุกคนและแจ้งว่าเราสนใจวัชพืชหรือพืชที่ขึ้นหลังบ้านอะไรบ้าง ไมยราบขอให้เก็บแบบนี้ ทางคุณป้าก็สอนเราด้วย เราเดินไปดูตามบ้านว่าคุณป้าแต่ละคนปลูกอะไร” มะยม ส้มจี๊ด ไมยราบ ต้อยติ่ง คือพืชหลักที่ทีมเอฟวีได้จากเครือข่ายคุณป่าแถบนครปฐมไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

“เราใช้เวลากับการวิจัยในห้องแล็บเยอะ และให้อาจารย์ที่บางมดมาทำเครื่องโอโซนล้างสารเคมีในผัก วัชพืช พืชต่างๆ ที่เก็บมาต้องส่งตรวจก่อน จากนั้นก็ลองคั้นชิมสดๆ ดูว่าตัวไหนเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นเครื่องดื่มต่อ รีเสิร์ชมา 50 กว่าตัว กินได้จริงไม่กี่ตัว ที่เหลือยังดื่มไม่ได้ รสชาติแปลกเกินสำหรับผู้บริโภค ต้องทดลองอีก และยังมีอีกหลายร้อยกว่าสายพันธุ์ที่ต้องค้นคว้า”

ทีมเอฟวีและเหล่าคณาจารย์ใช้ความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์และโภชนาการ ศึกษาว่าพืชแต่ละชนิดมีคุณประโยชน์อย่างไร สามารถผสมกับผลไม้ใดแล้วยิ่งให้ผลดี ช่วยขับรส ตัดรสกัน เติมน้ำผึ้งสัดส่วนเท่าไรจึงได้รสอร่อย ดื่มปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกาย สัดส่วนการดื่มกินควรมากน้อยแค่ไหนเราจึงจะรับวิตามินได้พอดี ดื่มแล้วควรช่วยให้ร่างกายสดชื่นพอเหมาะและปริมาณน้ำตาลไม่แยะไปจนทำร้ายร่างกาย มุ่งสร้างเครื่องดื่มที่ใช้ผักผลไม้ที่ไม่มีใครต้องการ ทั้งที่มันมากคุณค่าทางธรรมชาติ ปลอดภัยไร้สารเคมี ราคาไม่เวอร์ สามารถดื่มได้ในชีวิตประจำวันปกติ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุน

เอฟวี เยาวราช

ฤดูกาลต้นฝนนี้ ที่เอฟวีมีน้ำลองกอง น้ำมังคุด เสิร์ฟมาอย่างสดชื่นเย็นเจี๊ยบ น้ำผลไม้และน้ำวัชพืชแต่ละชนิดถูกแช่ในตู้เย็น ตั้งอุณหภูมิต่างกัน เรายังได้ชิมผลไม้พันธุ์ไทยชื่อไม่คุ้นเพราะไม่ปรากฏโฉมมานานอย่างมะม่วงมันขุนศรี ที่กินอร่อยแบบสด ทางเอฟวีก็จะเสิร์ฟสด น้ำตะขบจากลูกตะขบสุกคาต้นที่เก็บยากเพราะกิ่งก้านอ่อน เวลาสุกต้องแย่งกับนกและกระรอก

ส้มจุกจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ทีมเอฟวีไปเจอคุณลุงผู้ปลูกส้มจุกอินทรีย์มาหลายสิบปี ส้มพันธุ์นี้ปลูกยาก กว่าจะออกลูกยิ่งยากกว่า เพราะคุณลุงไม่ใช้สารเคมีเร่ง เวลาผ่านไป 1 ปีหลังจากที่พบปะพูดคุยกัน คุณลุงถึงโทรมาแจ้งข่าวว่าส้มจุกออกลูกแล้วและเก็บมาให้ชิมได้เพียง 5 กิโล

ทีมงานยังไปเจอเกษตรกรปลูกลางสาดที่อุตรดิตถ์ เดิมลางสาดเป็นพืชท้องถิ่น ต่อมาคนบริโภคน้อยลงเพราะมียาง ลางสาดเริ่มสูญหายไปอย่างน่าเสียดายทั้งที่มันเหมาะกับดินที่อุตรดิตถ์มาก ลางสาดอินทรีย์ขึ้นเองได้โดยไม่ต้องใช้ยา ปลอดสาร แต่คนในพื้นที่หันไปปลูกทุเรียนหลงลับแลแทนเพราะเป็นที่ต้องการของตลาดและได้ราคากว่า ทีมเอฟวีเข้าไปช่วยสนับสนุนการนำลางสาดมาขาย

เอฟวี เยาวราช
F.V เยาวราช

โอภาสเล่าว่า นอกจากวัชพืช ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของการทำนมจากเมล็ดธัญพืชและถั่วพื้นถิ่นไทยใกล้สูญพันธุ์ตระกูลถั่วแระและถั่วมะแฮะ ส่วนกล้วยหักมุก มะละกอ ถูกนำมาใช้ทำขนมไทยที่หายหน้าไปนานอย่างขนมมะละกอสานรังแตน (ใช้มะละกอห่าม)

ทีมครัวที่นี่ถูกส่งไปเรียนกับ อาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ ขนมโสมนัสหรือเมอแรงก์แบบไทยสูตรเอฟวีอร่อยถูกปากจนเราต้องซื้อกลับบ้าน ยังมีสำปันนี ข้าวตู กล้วยกวน ขนมผิง ขนมโสมนัส ตะลิงปลิงแช่อิ่ม มะกรูดเชื่อม ข้าวแต๋นกรอบกินกับแยมมะเฟือง และของว่างอร่อยหลากหลาย ข้าวเกรียบถั่วดำทานคู่กับน้ำพริกผัดแบบโบราณ ยำหัวปลี ยำส้มโอ กระทงทอง เมี่ยงคำ แกล้มชาไมยราบร้อนๆ ไปกันได้ดีมาก

ถ้าอยากชิมผลไม้สดและเครื่องดื่มเย็น น่าลองน้ำส้มโชกุน น้ำขมิ้นอ้อย น้ำฝรั่งบ้าน ฯลฯ ทุกอย่างมีรสชาติสดชื่นตามธรรมชาติ กินแล้วเรารู้สึกถึงความสะอ้านในรสที่ไม่มีหวานเจี๊ยบหรือหวานแหลมเด้งเด่นขึ้นมา นึกถึงผลไม้ที่เคยเก็บกินจากต้นในบ้านปู่ย่าสมัยเด็ก

02

เพื่ออนาคตที่แข็งแรง : Healthy Future

โอภาสสร้างเอฟวีจากแนวคิดหลักคือ การศึกษาหาประโยชน์และหยิบของหมดความนิยม สิ่งที่กำลังสูญพันธุ์ สูญหาย ถูกทอดทิ้ง ที่ส่วนหนึ่งเกิดเพราะค่านิยมเกี่ยวกับรสชาติ วัฒนธรรมการอยู่กิน และยังมีเรื่องราวของเจเนอเรชันมาเกี่ยวข้องด้วย เราคิดว่าโอภาสสนใจเรื่องอนาคตที่แข็งแรง (Healthy Future) ด้วยการหลอมรวมเรื่องราวของธรรมชาติ พืชพันธุ์ ของประจำท้องถิ่นที่ใกล้สูญหาย สิ่งดีมีคุณค่าเคยเกิดขึ้นในวันเก่าก่อนเข้าด้วยกัน

เขาวิเคราะห์ให้เราฟังว่าผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัฒนธรรม What’s Next? ให้ความสนใจแต่สิ่งใหม่ๆ โลกที่มีแต่การอัพเดตวัตถุรุ่นล่าสุดมาเรื่อยๆ ทำให้มีของเก่าตกรุ่นถูกโยนทิ้งกลายเป็นขยะมากมาย วัฒนธรรมที่ทำให้คนไม่สนใจย้อนกลับไปดู เรียนรู้ สิ่งดีมีคุณค่าที่มีอยู่และเคยเกิดขึ้น ทั้งที่สิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานทางวัฒนธรรมที่สร้างความแตกต่างให้แต่ละชุมชนที่รวมกันเป็นชาติ

“แอนะล็อกกลายเป็นดิจิทัล การสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลง โลกแคบลง ทุกอย่างถูกอีดิตทิ้งง่ายมาก ยุคนี้มี 4 เจเนอเรชัน หนึ่ง รุ่นคุณยายผมยังมีชีวิตอยู่อายุใกล้ 100 ปีแล้ว สอง รุ่นคุณแม่ผม สาม รุ่นผม และสี่ รุ่นหลานผม เจเนอเรชันที่ 3 – 4 บางทีไม่สนใจอะไรที่มีคุณค่ามีประโยชน์มากมายในเจเนอเรชันที่ 1 – 2 เลย สนใจของใหม่เท่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้น

“เงินกลายเป็นเป้าหมายสูงสุด ทุกคนโตมาเพื่อสิ่งนี้สิ่งเดียว คนเชื่อมต่อเงินกับความสุข ของหลายอย่างที่มีคุณค่า เกิดความเสื่อมในอัตราสูงและอาจจะตายไปพร้อมกับเจเนอเรชัน 1 – 2 ผมสนใจสิ่งที่จะสูญหายไปนี้ วัฒนธรรมขณะนี้คือ What’s next? และการอัพเกรด โลกต้องการแต่อะไรใหม่ๆ ค่านิยมและกระแสทำให้หลายสิ่งหลายอย่างสูญพันธุ์” โอภาสมองว่าอนาคตที่สุขภาพดีน่าจะเป็นส่วนผสมวัฒนธรรมในอดีตคู่ไปกับธรรมชาติ และนวัตกรรมใหม่ๆ ของอนาคต

03

การสมรสของสองเรือน : The Unwanted Building & The Discarded House

ในเอฟวี ไม่มีใครรู้ว่าเรานั่งอยู่ในบรรยากาศการแต่งงานของชายเยาวราชอายุ 90 กับหญิงอีสานอายุ 60 

กระทั่งการออกแบบจัดวางสถาปัตยกรรมจากถิ่นไทยแดนไกลที่เข้ามาเป็นโครงสร้างหนึ่งในร้านเอฟวี อาคารปูนเก่าแบบดั้งเดิมอายุใกล้ร้อยปี โอภาสก็ยังเกาะยึดคอนเซปต์หลัก ‘ไม่มีใครเอา’ อย่างแน่น แรง และลึกมาก

โอภาสบอกว่าเขาเป็นคนประเภท ‘Jack of all trades’ (ถ้าเต็มๆ คือต้องต่อด้วย ‘Master of None’) 

“ผมสนใจทุกอย่างแต่ไม่เก่งสักอย่าง ถ่ายภาพ จิตรกรรม” เขาจบศิลปกรรม Graphic Communication และการกำกับภาพยนตร์ เคยทำงานที่นิวยอร์ก เคยเป็นช่างภาพให้กับนิตยสารไทยหลายฉบับ มีธุรกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ OUK Studio (Opas in UK) เกี่ยวข้องกับศิลปะ ความคิด ภาพยนตร์ มาเกือบ 30 ปีแล้ว และมีสาขาที่กรุงเทพฯ OBK Studio (Opas in Bangkok) มาประมาณ 8 ปี ดูแลคอนเซปต์แบรนดิ้ง เนื้อหาสื่อต่างๆ สร้างงานภาพลักษณ์องค์กรให้ลูกค้าในไทย

หลังจบปริญญาโท ก่อนเริ่มทำงาน โอภาสได้บวชที่วัดชลประทานฯ 

“เด็กๆ คุณแม่ส่งหนังสือท่านพุทธทาสภิกขุเป็นภาษาอังกฤษให้อ่าน คุณพ่อบอกว่าทุกศาสนาดีหมด ศึกษาให้หมด การบวชตอนอายุ 25 ทำให้ผมเรียนรู้หลายอย่าง เปลี่ยนชีวิต เข้าใจอะไรหลายอย่างหลายเรื่อง คำสอนท่านพุทธทาสสอนผมเรื่องความสมดุล รัชกาลที่ 9 ทรงสอนเรื่องการอยู่อย่างมีความสุข”

F.V เยาวราช

เราคิดว่าความสนใจหลากหลาย ซับซ้อน ลงลึก ของโอภาสถูกดึงมาใช้ได้อย่างกลมกลืน น่าจะเป็นเพราะแนวคิดหลักในการดำเนินชีวิตผนวกกับอาชีพการงานที่ต้องรู้เท่าทันกระแส แนวโน้มความนิยมต่างๆ ในโลก เพื่อประมวลรวม วิเคราะห์ ปรับใช้ให้กับลูกค้าธุรกิจต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและเกิดประสิทธิผลสูงสุด หนึ่งในความสนใจและการทำงานที่หลากหลาย ทำให้โอภาสได้ไปถ่ายหนังสารคดีเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมไทยอีสานและลงพื้นที่ไปมุกดาหาร

“ช่วงทำพล็อตหนังผมได้ออกต่างจังหวัด ศึกษาสถาปัตยกรรมไทย ทำไมมันตายหายไป อย่างบ้านเรือนอีสาน ผมสนใจบ้านชาวบ้าน การคิดองศาจั่วเพื่อให้น้ำไหล ไม่รั่ว มันน่าสนใจ” แต่น่าเสียดายที่เรือนแบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นฝีมือช่างในชุมชนกลับตายหายไปพร้อมคนสร้างซึ่งเป็นคนในรุ่นหนึ่งและรุ่นสอง 

“ผมทำ Road Trip ไปอีสาน จังหวัดมุกดาหาร ริมโขง มีหมู่บ้านอยู่ร้อยกว่าครัวเรือน ไปเจอคุณลุงแสงเพชร เป็นช่างไม้สร้างบ้านในชุมชนมาตั้งแต่อายุ 16 บ้านหลังแรกแกสร้างด้วยขวานเล่มเดียว ตะปูไม่มีเลย พอสร้างได้สัก 30 หลัง ลุงแสงเพชรเริ่มมีสตางค์ซื้อสิ่ว ค้อน เครื่องไสไม้”

ถ้าคุณเปิดประตูเข้าไปในร้านเอฟวี จะเจอเรือนแบบอีสานนี้ตระหง่านอยู่ด้านบน ด้านหน้าบริเวณทางเข้า เรือนนี้เป็นหนึ่งใน 20 หลังแรกที่คุณลุงแสงเพชรสร้าง ไม่มีตะปู ใช้เทคนิคขัดยึดแบบดั้งเดิม ประกอบด้วยเสา 14 ต้น ตอนที่โอภาสไปเจอ เรือนอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากเพราะเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว 8 ปี บ้านถูกปล่อยพังทิ้งร้างอยู่ คุณลุงแสงเพชรถามว่าอยากซื้อไหม เดี๋ยวจะไปถามญาติเจ้าของบ้านให้ เพราะไม่มีใครอยู่แล้ว

F.V เยาวราช
F.V คาเฟ่

“ผมเลยซื้อมา ก็ขอธูปคุณลุงมาจุดเพื่อไหว้บ้าน บอกกล่าวว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ มีการเปลี่ยนมือเจ้าของ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราไม่ได้จะซื้อเพื่อรื้อขายเป็นเศษไม้ แต่เราจะบูรณะและคงให้สวยเหมือนเดิม ให้ปลอดภัยจากสภาพอากาศที่ทำให้บ้านทรุดโทรมลง

“เขาบอกขาย 10,000 บาท ผมจำได้ว่ามีเงินติดตัว 7,000 บาท ก็ไปขอยืมเงินทีมงานมาจนครบ” คุณลุงแสงเพชรช่วยจัดการเรื่องรื้อถอนให้อย่างมีความสุขที่มีคนเห็นค่าเรือนที่แกสร้าง แต่คุณลุงอายุมากแล้ว ไม่สามารถเดินทางมาประกอบใหม่ให้ที่กรุงเทพฯ ได้ คุณลุงแนะนำช่างรุ่นหนุ่มมากฝีมือที่คุ้นเคยกับแกดีมาประกอบให้แทน

“ผมได้เรือนนี้มา ก็คิดว่าเป็นผู้หญิงไทยอีสานจากมุกดาหาร อายุราว 60 ปี ผมเลยทำหนังเรื่องงานแต่งงานของเรือนนี้ ทำไมมาอยู่ในตึกปูนนี้-ที่ผมมองว่าเป็นชาวไทยจีนเยาวราชอายุราว 80 – 90 ปี”

โอภาสนำเรือนอีสานมาตั้งคร่อมช่องโค้งปูน ซุ้มโค้งที่สูงขึ้นไปชั้นสอง ถ้าเราเดินไปด้านในสุดของร้านเอฟวี จะพบบันไดไม้เดินนำพาไปสู่ชั้นบน เจอเรือนไม้มุกดาหาร มีจุดที่สาวอีสานวางตัวคร่อมลงบนส่วนโค้งของปูนพอดี ตรงนี้โอภาสบอกว่านี่เป็นอวัยวะเพศชายของหนุ่มเจ้าของตึก เจ้าบ่าวเยาวราช ส่วนเรือนอีสานของเจ้าสาวผนังพังหมดแล้ว ต้องทำผนังขึ้นมาใหม่ โอภาสตั้งใจให้เป็นผนังแบบขัดแตะลายขุบแบบดั้งเดิม ฝีมือคุณลุงสุดยอดช่างอีกท่านในมุกดาหารเช่นกัน

F.V คาเฟ่

“ผมถามลุงแสงเพชรว่าใครทำผนังขัดแตะลายขุบเก่งสุด ก็ตามไปจนเจอคุณลุงคนนี้ อายุเกือบ 80 แกบอกว่าไม่ได้ทำมา 30 ปีแล้ว ไม่มีใครจ้าง ลุงดูดีใจมาก แต่ผมต้องรอแกอยู่นาน 7 เดือน มันเป็นงานฝีมือ คุณลุงต้องเข้าไปตัดไผ่ที่เหมาะสม แช่ไว้ในแม่น้ำ ตากแดด ก่อนเอามาสาน รมควันกันมอดกันปลวก” ทุกคนที่ขึ้นมาบนเรือนนี้แวบแรกน่าจะรู้สึกชวนฝันเหมือนเราเพราะมันมีแสงเรืองรองนุ่มตาสวยฟุ้งๆ ราวกับแสงธรรมชาติทะลุลอดผนังขัดแตะออกมา

F.V คาเฟ่

“ผมเอาผนังสานมาประกบเป็นแซนด์วิช ใส่ไฟ LED เข้าไปข้างใน ทำให้เหมือนแดดลอดเข้ามาในเรือน” ด้านหนึ่งของผนังปูนที่โอภาสปล่อยไว้แบบเดิมกรุด้วยวัสดุสะท้อนเงา ถ้ามองจากข้างล่างแหงนขึ้นมาจะเห็นเรือนนี้และภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่เกี่ยวกับบรรยากาศวันสงกรานต์ที่มุกดาหาร ผลงานของศิลปินอีสาน ไมตรี ภาระหอม

เรือนมุกดาหารที่ถูกปล่อยทิ้งร้างพังโทรม มาแต่งงานอย่างมีสุขกับหนุ่มใหญ่ไทย-จีนเยาวราชซึ่งไม่มีใครเอาเช่นกัน โอภาสเดินหาพื้นที่สำหรับเอฟวีอยู่นานหลายเดือน 

“ผมต้องการอยู่ในเมืองเก่า ทรงวาดเป็นถนนอายุ 110 ปี รัชกาลที่ 5 ทรงวาดถนนนี้ขึ้น คู่ขนานกับเยาวราช เจริญกรุง ทรงให้ตัดถนนยาว 1.1 กิโลเมตร ในอดีตถนนนี้ขายผลไม้สด แห้ง ยาจีน เมล็ดพืชการเกษตร ส่งออกไปที่ฝั่งโน้นของแม่น้ำ ถนนติดแม่น้ำ ตึกฝั่งแม่น้ำสูง 3 ชั้น ฝั่งนี้ (ที่ตั้งร้านเอฟวี) 2 ชั้น มีปูนปั้นแบบอิตาเลียนให้เห็นตามด้านหน้าตึก ถ้าลองสังเกตดูเป็นรูปผลไม้เต็มไปหมด ผมปักหลักว่าจะเอาตรงนี้ก็เดินมาเจอร้านปิดอยู่ มีป้ายขาย เดินเข้ามาเน่ามาก ถ้าอยู่ชั่วโมงหนึ่งคงเป็นโรคอะไรสักอย่าง มีนกพิราบ หนูตาย เพดานไฟไหม้ น้ำรั่ว”

F.V คาเฟ่
F.V คาเฟ่

แต่ข้าวของงานศิลปะที่จัดวางอยู่ในโครงสร้างการสมรสของสองคู่รัก Unwanted นั้น เป็นของซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้คนโดยเฉพาะคนรักศิลปะและงานออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ เป็นงานมีดีไซน์มาสเตอร์พีซจากหลากหลายยุค 

“มันช่วยให้เห็นความ Unwanted ชัดขึ้นด้วย เป็นของที่ผมมีอยู่แล้ว แทนที่จะเก็บไว้ในโกดัง อยากให้คนสนใจว่าทำไมเอาของ Wanted มาไว้ที่นี่ Unwanted อย่างเดียวอาจจะไปไม่รอด ของที่อยู่ในโกดังของผมมาเป็นสิบๆ ปีมันก็เป็นความรู้ เดี๋ยวจะเขียนความเป็นมาของงานดีไซน์แต่ละชิ้นไว้ให้คนอ่าน ของพวกนี้เป็นของนอกกาย พังได้ หายได้ แชร์ได้ เป็นของที่ได้มาในช่วงชีวิตที่ชอบของแบบนี้”

F.V คาเฟ่

สำหรับชีวิตช่วงนี้ เราว่าโอภาสสนใจงานฝีมือที่ใกล้สูญหายไปเป็นพิเศษ อย่างตี่จู้เอี๊ยะ ศาลจีนแบบเก่า ที่เอฟวีก็เป็นฝีมือช่างที่ทำตี่จู้เอี๊ยะในเยาวราชเจ้าแรกในประเทศไทย ป้ายร้าน F.V ก็เช่นกัน ฝีมือช่างเก่าแก่ในชุมชน ทำจากไม้สัก แกะมือลงทองนานกว่า 3 เดือน

“งานฝีมือที่ทำกันมา 70 – 80 ปี ผมไม่ต่อราคาเลย บอกเขาว่าอยากได้ไม้สัก ช่างแกะอยู่ 3 เดือน คนทำบอกนานๆ ได้แกะไม้ที สมัยนี้ปกติทำแต่ป้ายเรซิ่น” โอภาสจึงมีโครงการจะทำหนังเรื่องงานฝีมือของนายช่างแบบดั้งเดิม เกิดการสานต่อไปอีก

นอกจากเป็นสถานที่บริการเครื่องดื่ม ของว่างแล้ว ทางเอฟวีจะจัดให้มีกิจกรรมเดือนละครั้ง 

“เชิญคนมาพูด ชาวสวน ศิลปิน ว่าจะเชิญ อาจารย์ประสงค์ ลือเมือง มีดนตรี คุณพ่อของน้องพนักงานบริษัทชื่อ คุณบิ๋ม อังศวานนท์ คุณพ่อเขาเล่นเบส สุดยอดมาก ก็จะเชิญมาเล่น กิจกรรมอะไรที่เราคิดว่ามีประโยชน์ เปิดตัวหนังสือ ฯลฯ” และแน่นอนจะมีการฉายหนังเกี่ยวกับบ้านว่าด้วยการแต่งงานของเรือนอีสานและตึกปูนทรงวาดที่โอภาสกำลังจะตัดให้เสร็จ

ภายในร้านยังมีผลิตภัณฑ์คัดสรรของรุ่นน้อง (เจเนอเรชัน 4) ผู้มีฝีมือในการทำเครื่องหนัง กระเป๋าหนัง นวมชกมวย เบาะมอเตอร์ไซค์ เสื้อเชิ้ต มาวางจำหน่ายในร้านด้วย

6 ชั่วโมงที่พูดคุยกันเราเห็นมีทั้งศิลปินหนุ่มวัยรุ่น 20s เจ้าของภาพวาดเท่เร้าใจ และเชฟมาแรงเจ้าของร้านซูชิมีเอกลักษณ์ในย่านตลาดน้อย แวะเวียนมาพบปะพูดคุยเยี่ยมเยือนโอภาสไม่ขาดสาย บางทีนั่งคุยกันอยู่ดีๆ เขาก็โดดผลุงออกไปหาโต๊ะใกล้ๆ ที่มีแขกวัยรุ่นอายุราว 20 ต้นๆ นั่งอยู่ 3 คน ส่งขนมอร่อยที่ทำจากผลไม้กวนให้ชิม และชวนให้แขกเจเนอเรชัน 4 ชมภาพเขียนบนผนัง “นี่ รู้มั้ย ภาพวาดนี่คือฉากอัญเชิญพระแก้วมรกตเข้ากรุงรัตนโกสินทร์…”

เพื่อนรักของเราคือ อินทุกานต์ และ คุณโอ๊ต-อาทิตย์ สิริสันต์ สามีมัณฑนากรมือหนึ่ง ตามมาสมทบในชั่วโมงท้ายๆ ของการสนทนา (แน่นอนว่าเราจะพาไปเที่ยวบ้านที่ทั้งคู่เข้ามาบูรณะตึกถัดไปไม่ไกลจากเอฟวีแน่นอน ให้อินพาไปรู้จักกับทรงวาด ภาค Wanted มุมน่าเดินเล่น ของดีซุกซ่อนในตรอก และคุยเรื่องที่ทั้งคู่ลงมือปรับแปลงตึกเก่าให้เป็นที่พักแรม) เรายังขอให้อินช่วยกล่อมเพื่อนเก่าเผยโฉมด้วย

“ผมว่าร้านนี้มีประโยชน์ เจ้าของไม่มีประโยชน์ ไหนขอเหตุผลที่มันเข้าท่าหน่อยว่าทำไมต้องมีรูปผมลงด้วย ถ้าคุณกูเกิล จะไม่เจอข้อมูลและรูปผม”

ข้อนี้เรายืนยันว่าจริง ภาพที่ปรากฏในบทสัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ คือน้องชายของโอภาส เขามีน้องชาย 2 คน ทำงานด้านการออกแบบ หนึ่งในนั้นเป็นคนออกแบบแก้วเครื่องดื่มที่ใช้ที่ร้าน มันมีหน้าตาแปลก ไม่เคยพบที่ไหน ฐานที่เราจับแก้วมาจากขวดใช้แล้วเหลือทิ้ง เอามาตัดและหลอมรวมเป็นส่วนฐานแก้ว เรากับอินช่วยกันกล่อมโอภาสกันไปเรื่อยๆ

“ผมไม่ชอบ งานที่บริษัทผมก็ไม่เอาลงในเว็บไซต์ ใครเขาอยากให้ผมไปทำงานให้ เขาก็ตามหาตัวผมจนเจอเองแหละ ผมทำงานก็เพื่อให้งานมันสำเร็จ ผมไม่ออกสื่อ ผมใช้หลักการนี้ดำเนินชีวิต”

แต่คอลัมน์บ้านเพื่อน ปกติทุกครั้งต้องมีรูปเจ้าของบ้านที่เราไปคุยนะคะ นี่คือเหตุผลที่เราได้ภาพชายผู้ที่บอกว่าตนเข้าข่ายส่วนต้นของสำนวนที่ว่า Jack of all Trades ขณะยืนตั้งเสาเอกร้านเอฟวีมา สำหรับเรา คำต่อท้ายปกติของสำนวนนี้ ใช้กับโอภาส จันทร์คำไม่ได้ เขาไม่ใช่ Master of None แต่คือ Master of Concept

F.V คาเฟ่

เอฟวี F.V

เลขที่ 827 ถนนทรงวาด เยาวราช

โทร : 0818660533

เปิด-ปิด : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 19.00 น.

IG : @FV_BKK

Writer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load