“ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ”

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการตกเป็นทาสแมวนั้น อาการเป็นอย่างไร

เมื่อได้คนตรงหน้าสารภาพอย่างหมดจดว่าทั้งชีวิตเขายกให้แมว 17 ตัว (ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกเร็ววันนี้)

คอลัมน์ Page Maker เดินทางมาจังหวัดนครปฐม ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวแมวนักเดินทาง edward10516 เอ็ดเวิร์ด แฟนเพจอายุ 3 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 4.6 แสนคน ผู้ตั้งใจสร้างรอยยิ้มและเป็นความสุขในทุกวันให้กับคนรักแมว พูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำคอนเทนต์สนุกๆ ของแมวนักเดินทางที่เพิ่งมารับบทชาวสวนพ่อลูกอ่อนด้วยสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสบการณ์แมวนำพา ทั้งมิตรภาพต่างถิ่น ดราม่าน้ำตาร่วง การใช้ชีวิตอย่าง Complete and Balanced กับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลเจ้านายทั้ง 17 ให้สุขภาพดี แจ่มใส

'edward10516 เอ็ดเวิร์ด' เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

จิ๊บ-อรรถพล เอี่ยมพนากิจ และ ปู-พรวิภา มีเมฆ คู่รักเจ้าของผองเพื่อนสี่ขา รอต้อนรับเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอยู่นั่นแล้ว

ก่อนอื่นใด ขอไล่เรียงชื่อให้ทำความรู้จักสักเล็กน้อย เจ้าเหมียว 15 ตัวเป็นสายพันธุ์บริติชช็อตแฮร์ อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตติชโฟล์ดช็อตแฮร์ เริ่มจากตัวผู้พี่ใหญ่ เอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ ณเดชน์ จอร์จ ตัวเมียมี ญาญ่า เบลล่า ฟองดู ฟองเบียร์ ดอลลาร์ ส่วนอีก 2 ตัว บิ๊กซีและเรนนี่ เป็นแมวไทยที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยชะตาต้องกัน

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

เราพบกันเพราะแมว

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน จิ๊บเป็นคุณพ่อของเจ้าเอ็ดเวิร์ด ส่วนปู เธอเป็นคุณแม่ของ ต๊อด แมวขัดจรวด ทั้งสองอยู่ในกลุ่มทาสแมวมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดและต๊อดก็ทำหน้าที่เป็นแมวสื่อรัก

จุดตั้งต้นของการทำแฟนเพจ เกิดจากจิ๊บผู้มีอาชีพเป็นเซลล์ขายเสื้อกีฬา เมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ก็มักพาเอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ 3 หนุ่ม 3 มุมไปด้วยเสมอ แรกๆ เขาถ่ายภาพเจ้าตัวยุ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นผลตอบรับเกินคาด จากนั้นจึงคิดสร้างแฟนเพจขึ้นมาไว้ดูเอง

“ลงรูปตัวเองไลก์นิดเดียว พอลงรูปแมวนี่ โอ้โห ไลก์เต็มเลย” พ่อแมวเล่าติดตลก

“เริ่มแรก ไปโพสต์ในกลุ่มทาสแมวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางพาแมวไปเที่ยว คนติดตามเขาบอกว่าเราถ่ายรูปสวย ชอบมุมมองที่เอาแมวนั่งแล้วข้างหลังเป็นวิว” 

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ระยะเวลา 3 ปี เอ็ดเวิร์ดมีทาสอย่างเหนียวแน่น จิ๊บและปูเล่าวิธีสร้างคอนเทนต์ให้ฟังว่า การถ่ายภาพแต่ละครั้งได้ผ่านการคิดและวางแผนสถานที่ไว้แล้วทั้งสิ้น รวมถึงแคปชั่นกวนๆ ฮาๆ นั้นด้วย

“อย่างหน้าหนาวก็ต้องมีทะเลหมอก เราสองคนขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็แวะถ่าย ทริปที่พาเอ็ดเวิร์ดไปด้วยไกลสุดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย แม่สาย ภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั่วไทย คือคนน่ะไปหมดแล้ว แต่แมวยังเหลือภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด แล้วก็อีสานตอนบน” 

ไม่เสียชื่อแมวนักเดินทาง นับว่าเป็นความโชคดีของทั้งคู่ที่ทั้งสามตัวไม่มีอาการเมารถ พอออกสตาร์ทก็นอนหลับปุ๋ย แต่ถ้ารถใส่เกียร์จอดปั๊บ ก็ตื่นเตรียมพร้อมทุกตัว แถมยังนั่งนิ่งให้จับท่าทางแชะภาพได้อย่างไม่งอแง

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวที่ทำให้คนยิ้ม

“หลักๆ ในการลงเพจของเราเลยคือเน้นสร้างรอยยิ้ม ทำยังไงก็ได้ให้คนยิ้ม อยากให้เขาเข้ามาดูแล้วไม่เครียด บวกกับความน่ารักของเอ็ดเวิร์ดด้วยที่เป็นแมวหน้าเดียว เราก็เลยพยายามหาคอนเทนต์อะไรก็ได้ที่คนเขาเข้ามาดูแล้วเขายิ้ม บางทีก็หาแคปชั่นให้กับรูปที่มันตลกๆ”

นอกจากแฟนๆ ในเฟซบุ๊ก เอ็ดเวิร์ดยังมียอดผู้ติดตามชีวิตประจำวันใน TikTok กว่า 2.126 แสนคน ส่วนอินสตาแกรม 1.01 แสนคน และในทวิตเตอร์อีกราว 6.74 หมื่นคน

เคล็บลับที่จิ๊บกับปูเผยให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์ให้ปัง มีเพียงความจริงใจ และลงเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ห่างหายให้คิดถึง และพยายามไม่ให้ทุกช่องทางเป็นคอนเทนต์เดียวกัน เพราะผู้ติดตามอาจเป็นคนเดิม

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ผมเคยลองมาแล้ว คอนเทนต์เดียวกัน รูปเดียวกัน ลงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม มันก็จะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บางทีผมสลับลงเพจแคปชั่นนี้ ผ่านไปอีกสองวันเอาของเพจลงอินสตาแกรม บางทีเราหวังกับรูปนี้คิดว่าปังแน่ แต่ว่าก็ไม่ปัง แต่ถ้าถ่ายธรรมดาอยู่ดีๆ มันก็ปัง

“เราสร้างคาแรกเตอร์ให้เขา อย่างเอ็ดเวิร์ดจะเป็นแนวเจ้าชู้ ช่วงมีลูกเขาก็จะอยู่กับลูก คนติดตามเยอะ แต่พอไม่มีลูกก็จะเป็นแคปชั่นอ่อยสาว”

อ่อยไปอ่อยมา ได้เรื่อง! จิ๊บกระซิบว่ามีสาวมาจีบเยอะมาก ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ไทยยันต่างประเทศ ถึงขั้นจะบินมาจากรัสเซียเลยก็มี

แม้ว่าคุณไม่เคยรู้จักแมวตัวส้มนี้มากก่อน ก็อาจเคยผ่านตามีมอันโด่งดังจนเป็นที่รู้จัก คือ ตอนที่ทั้งจิ๊บและปูไปบริจาคของที่แม่ฮ่องสอน แล้วจับเอ็ดเวิร์ดกับต๊อดถ่ายภาพบนรถตำรวจ ซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นและคอมเมนต์สุดฮาจากแฟนๆ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ถล่มทลาย

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ตอนนั้นออกทีวีหลายช่อง ทุกเพจ ทุกสื่อเอาไปลง จนมีคนเอาคลิปต่างประเทศที่แมวสีเดียวกับสองตัวนี้ตีกัน พอทะเลาะเสร็จเขาก็เอารูปนี้ไปใส่ตอนจบว่า สุดท้ายโดนตำรวจจับขึ้นรถ (หัวเราะ) แล้วก็มีเรื่องที่ลูกสีไม่เหมือนพ่อ เป็นพ่อลูกกันจริงหรือเปล่า มีรูปเปิดประตูเข้ามานอนหงาย มาดังอีกตอนที่ไปโคราช เป็นรูปนั่งขอตังค์ เปิดกระเป๋า ซึ่งจัดฉากหมดทุกอย่าง”

แม้หวังเรียกรอยยิ้ม แต่ก็มีเหตุการณ์พาดราม่าจากภาพนั่งเปิดกระเป๋าขอตังค์นั้น ถึงขั้นมีคนคอมเมนต์แรงต่อใจ

“เขาบอกทุเรศ พาแมวมาขอตังค์ ซึ่งถ้าเป็นลูกเพจเขาจะรู้ว่าเราจัดฉาก แต่พอถูกแชร์ออกไปเยอะ คนที่ไม่ได้ติดตามก็จะเข้ามาด่า หาว่าหากินกับแมว เราก็ปล่อยไป เพราะยิ่งตอบโต้ยิ่งบานปลาย นอกจากเป็นคอมเมนต์ที่มันเกินไปจริงๆ เราจะไปตอบด้วยเหตุผล ถ้าเขาไม่ฟังก็เลื่อนผ่าน” ปูย้อนเล่าถึงเรื่องราวที่ย้ำให้พวกเขายึดหลักการทำเพจเรียกเสียงหัวเราะต่อไป 

การเดินทางตลอด 3 ปี แฟนเพจของเอ็ดเวิร์ดเคยติดอันดับ 1 ของแมว ได้รางวัลอินฟลูเอนเซอร์มา 2 รอบ หากเทียบกับสุนัข เอ็ดเวิร์ดเป็นรองก็แต่เพจ ข้าวจ้าว หมากวนตีน นอกจากเอ็ดเวิร์ดแล้วยังมีเพจของพี่น้องแมวสายฮาอีก 2 เพจที่ทั้งคู่ดูแลอยู่ คือ ต๊อด แมวขัดจรวด ที่มีผู้ติดตาม 1.6 แสนคน และ มาริโอ้ เดอะแค๊ท มีผู้ติดตาม 3.9 หมื่นคน

“ต๊อดนี่จะเป็นนักเลง ดุ แคปชั่นกวนๆ ออกห้าวๆ ส่วนมาริโอ้เป็นกินกับนอน หลักๆ เน้นแค่สามเพจ เวลาไปไหนสองตัวนี้จะไปด้วยกันตลอด” ฝั่งพ่อว่า

“แต่ไม่ถูกกัน” ฝั่งแม่รีบเสริมอย่างขำๆ 

“เมื่อก่อนเขาก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ทีนี้ไอ้ต๊อดไปหื่นใส่เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นตัวผู้เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ดเลยแว้งกัด หลังจากนั้นไม่ถูกกันอีกเลย แต่นั่งรถด้วยกันได้ (หัวเราะ) ตัวหนึ่งนั่งข้างหน้า อีกตัวนั่งตรงกลาง ในวงการทาสเขาจะว่าเอ็ดเวิร์ดลูกพ่อ ต๊อดลูกแม่ ทีนี้พอคนเขารู้ว่ามันไม่ถูกกัน เลยกลายเป็นแคปชั่นแขวะกัน ไม่ชอบหน้ากัน เป็นแนวคู่กัดอะไรประมาณนี้ เช่น เอ็ดเวิร์ดมีลูกก็ไม่เลี้ยงเอามาให้ลุงเลี้ยง ซึ่งต๊อดก็จะแนวรักหลานแต่เกลียดพ่อ”

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวเยอะเลี้ยงไม่ยาก

หลายคนอาจกังวลว่าพอมีแมวเยอะๆ จะดูแลยาก เป็นห่วงเรื่องความสะอาด แต่การเลี้ยงระบบปิดมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งคนและแมว เพราะควบคุม-ป้องกันโรคได้ 

สำหรับเอ็ดเวิร์ดและผองเพื่อนนักเดินทาง สองเจ้าของออกตัวว่าเขาเลี้ยงกันแบบบ้านๆ ถ้าพาไปข้างนอก ก่อนกลับก็จะล้างและเช็ดแอลกอฮอล์ทั้ง 4 เท้า ป้องกันเชื้อโรคที่อาจเหยียบติดมา ตัวไหนเดินทางบ่อยก็อาบน้ำเดือนละครั้ง ถ้าตัวไหนอยู่บ้านก็ 2 เดือนครั้ง ซึ่งอาบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ส่วนการกินอยู่ ก็ให้อาหารเม็ดแบบบุฟเฟต์ คือเทไว้ ตัวไหนหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด เสริมเช้าเย็นเป็นอาหารซอง

“ปกติก็เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด แต่อาหารซองก็ช่วยให้เขาไม่เบื่ออาหารเม็ด สารอาหารครบ ถ้าเขาเลือกกิน แสดงว่าเราตามใจเขา อย่างตัวนี้ ผมเคยเลี้ยงแบบตามใจ อันนู้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน อะไรก็กินไม่ค่อยได้ จะอ้วกอย่างเดียว ถ้าเคยเลี้ยงมาแบบเสียนิสัย เราต้องบังคับถึงจะกินได้ ไม่กินก็ต้องตั้งทิ้งไว้ กับอีกอย่างคือป้อนเลย เอาอาหารใส่เข็มฉีดยาแล้วค่อยๆ ฉีดใส่ปาก แรกๆ เขาอาจจะฝืนนิดหนึ่ง แต่พอได้กินเดี๋ยวเขาก็จะกินเป็น”

ข้อสำคัญคือเรื่องขน ถ้าเกิดเปลี่ยนอาหารกะทันหัน จะทำให้ขนร่วงเป็นปกติ 

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส
เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“เราต้องค่อยๆ ผสม เป็นสัดส่วนเก่าต่อใหม่ 25 : 75 จากนั้นก็ 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วเดี๋ยวเขาปรับตัวได้ ขนจะฟูตัวแน่นเหมือนเดิม”

ส่วนการรักษาความสะอาด ปูแนะนำว่าแล้วแต่ความสะดวก สำหรับเธอที่กินนอนด้วยกันตลอดเวลา จึงดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“ดูดฝุ่นทั้งวัน ทรายตกมาสองสามเม็ดก็ต้องดูดแล้ว เราเป็นคนแบบนี้ สังเกตแมวเข้าห้องน้ำปุ๊บเราดูดเลย เพื่อความสะอาดของห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเก็บทีเดียวให้เหนื่อย อย่างห้องน้ำแมวเก็บสองถึงสาม รอบ เช้า กลางวัน เย็น ทำให้ไม่มีกลิ่น นอกจากแมวจะสร้างอาณาเขต แต่ก็มีแค่ตัวเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด เพราะที่เหลือทำหมันหมดแล้ว” เธอเล่าด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมเสียงหัวเราะ

แมวสร้างมิตรภาพ

แน่นอนว่าการทำแฟนเพจ ต้องมีลูกเพจคอยแวะเวียนมาคุยเรื่องแมวๆ ทั้งคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการดูแล ไปจนถึงขอลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่เหล่าเจ้านายเข้าพักได้

“มีทุกแบบเลยครับ เช่น แมวหนูไม่กินต้องทำยังไง แมวอ้วกเป็นสีนี้ ถ่ายมาให้เราดูว่าต้องทำยังไง แมวจะคลอด น้ำแบบนี้ไหลแล้วหนูต้องทำยังไงดี บางทีแค่ส่งรูปมาเราก็ไม่รู้ เลยได้แต่แนะนำว่าให้ไปหาหมอดีที่สุด (หัวเราะ) คือถ้าถามว่าดูแลยังไง กินอาหารอะไรทำไมขนถึงไม่ร่วง อะไรแบบนี้เราตอบได้หมด เพราะเราเลี้ยงอยู่ทุกวัน”

มากไปกว่าการพูดคุยกันผ่านอินบ็อกซ์ เรื่องที่เจ้าตัวเล่าพร้อมรอยยิ้มตาหยีคือ การได้เจอเหล่าทาสทั้งหลายตามไปกระทบไหล่เจ้าเอ็ดเวิร์ดทุกแห่ง บางคนก็เข้ามาทักทาย จนกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง

“วงการแมวนี่คือจากคนไม่รู้จักกันก็ได้รู้จัก ได้คุยกัน อย่างไปภาคเหนือ มีคนเจอเราที่ปายมาเคาะรถเลยนะ ถามว่าใช่เอ็ดเวิร์ด มาริโอ้ ต๊อด หรือเปล่า เขาดีใจ ยังคุยกันจนถึงทุกวันนี้ สามถึงสี่ปีแล้ว

“ตอนไปทุ่งบัวตอง แฟนคลับก็ตามขึ้นไปตั้งแคมป์ทำข้าวเย็นกินด้วยกัน กางเต็นท์นอนข้างๆ เพราะว่าเขาอยากเจอเอ็ดเวิร์ด ไปพิษณุโลกหรือไปแม่ฮ่องสอน แม่ค้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่มาทักว่าใช่เจ้าของเอ็ดเวิร์ดหรือเปล่า ถ้าเสร็จแล้วขอถ่ายรูปได้ไหม ขนาดเราไม่ได้เอาแมวลงไปนะ อยู่ในรถ เขาจำเจ้าของได้ คือไปไหนก็มีแฟนคลับต้อนรับตลอดเลย เราก็ปลื้มนะที่เขาเอ็นดูลูกเราขนาดนี้ บางทีจากแฟนคลับกลายเป็นเพื่อนสนิทเลยก็มี

“เลี้ยงแมวมันได้อะไรมากกว่าที่คิด ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับแมวบ้าง ไม่เกี่ยวกับแมวบ้าง ขนาดตอนไปภาคใต้ คนละศาสนากัน เขาเป็นมุสลิม ขับรถมาจากปัตตานีมาหาเราที่ตรัง ชวนเราไปนอนบ้าน ซึ่งตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่าไม่ได้รู้จักกันเลย เราเกรงใจเขา คือเรากินหมู กินเหล้าเบียร์ แต่เขาก็พยายามบอกว่าถ้าไปปัตตานีไปบ้านหนูนะพี่ แล้วเขาก็พาไปกินข้าว กินโรตี กินอาหารพื้นบ้านของมุสลิม พอเขาขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาหาเราที่บ้าน พาแม่มา แล้วบอกว่าถ้าไปภาคใต้ต้องไปบ้านหนูอีกนะ คือไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงแมวจะสร้างมิตรภาพ พาเพื่อนใหม่เข้ามา”

แมวสอนให้ผมสู้ชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ เอ็ดเวิร์ดผันตัวมาเป็นชาวสวน ตามผู้เป็นพ่อที่ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ กลับมาอยู่บ้านทำสวนอินทผาลัมและกล้วยด่างอย่างจริงจัง

นอกจากกลุ่มคนรักแมว ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเลยได้ขยายฐานแฟนคลับไปยังกลุ่มคนรักต้นไม้

“มีลูกเพจที่มาซื้อกล้วยแล้วขออยากเจอแมวบ้าง ถ้าเราเอาไปส่งก็พาแมวไปด้วย ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเขาดังในกลุ่มกล้วย เวลาลงรูปต้นกล้วยคนก็มาคอมเมนต์ถามหาว่าแมวไปไหน”

การได้ทำงานอยู่บ้านทำให้จิ๊บและปูมีเวลาดูแลลูกๆ ทั้ง 17 ตัวเต็มวัน และมันก็มอบวิชาชีวิตให้พวกเขาเช่นกัน

“มันสอนให้เราท้อไม่ได้ ให้เราต้องสู้ เหมือนอย่างแคปชั่นที่พึ่งลงไป ‘ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ’ เราถือคติคนไม่อิ่มแต่แมวต้องอิ่ม ขายกล้วยได้สามพันห้าร้อยบาท ซื้อของซื้อขนมให้แมวสี่พันถึงห้าพันบาท เป็นแบบนี้ประจำ มันเป็นความสุข เดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายแมวประมาณสามหมื่นบาท” คุณพ่อแมวว่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“คนป่วยไม่สบาย เรายังไม่อยากไปหาหมอเลยนะ แต่แมวเป็นนิดหน่อยคือต้องไปแล้ว เคยป่วยครั้งหนึ่งแปดหมื่นบาท ไม่มีเงิน ก็ต้องมีเอาทองไปขาย” แม่แมวเล่าเรื่องจริงเสริม

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

แมวทำให้ชีวิต Complete and Balanced

ชีวิตหลังมีแมวของทั้งคู่เปลี่ยนไปแทบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยกให้แมวเป็นลำดับแรก

“เรารักเขาเหมือนลูก เลยเลี้ยงเป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงเป็นแมว เท่าไหร่ก็ต้องยอมขอแค่ให้เขารอด จริงๆ แล้วก็ครบทุกรสนะครับ บางทีหายเหนื่อย จับจอบขุดดินมาเปิดประตูเจอแมวอ้อน แมวถูเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

คงไม่ต้องการันตีว่าทั้งคู่เป็นทาสแมวเลเวลไหน เพราะอยู่ในระดับที่ขาดกันไม่ได้ ทั้งยามตื่นยามนอน รายรอบด้วยลูกแมวและข้าวของแมวแทบทุกมุม 

“ในรถนี่ก็มีแต่ของใช้แมว ครึ่งคันเลย ห้องน้ำ ที่ดูดฝุ่น ไม้กวาด สเปรย์ทำความสะอาด เราพักโรงแรมที่ไหน เวลาเช็กเอาต์เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดให้เขาก่อน ดูดฝุ่น ปัดที่นอน เก็บขยะในโรงแรมออกมาทิ้ง คือเราไม่ได้อยากไปพักแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าเรายังต้องการไปนอนอีก เราก็ทำให้เขา

“ชีวิตมีแต่แมว ถ้าแมวไม่ได้ไปด้วยจะคิดถึงมาก ไปไหนเลยต้องเอาไปด้วย บางทีเราไปซื้อของในตลาด อีกคนก็ต้องเฝ้าในรถ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องเอาแมวไปด้วย จากที่เคยอยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย แต่ตอนนี้ถ้าแมวเข้าไม่ได้คือไม่ได้ไป ที่ไหนที่เราอยากจอดถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปลึก แมวไปด้วยไม่ได้ ก็จะเลี้ยวรถกลับเลย เราไม่อยากทิ้งแมวไว้ในรถ แป๊บเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แววตาอ่อนโอนของสองทาสแมวตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เกือบจะเสียลูกไปครั้งแรก 

“ผมเคยพาแมวไปเชียงรายแล้วขับรถไม่ไหวเลยจอดนอนปั๊ม ได้ยินหมาเห่า ตื่นมาหายหมดสามสี่ตัว มันเปิดกระจกออกไปเอง ผมนี่ใจสลายเลย ทำอะไรไม่ถูก รีบลงไปหา ยังดีนะที่อยู่ข้างรถตัวหนึ่ง ใต้ท้องรถตัวหนึ่ง แล้วก็แอบอยู่ที่ล้อ อีกตัวเดินอยู่รอบๆ 

“อีกครั้งเราไปเชียงราย ขากลับพักที่พิษณุโลก เช็กอินได้สองชั่วโมง แม่โทรมาบอกว่าแมวที่บ้านหาย ผมนี่เหยียบรถไปร้องไห้ไป ทั้งบนไข่สองพันใบ กลับมาเจออยู่ในห้องหน้ากระจก วินาทีที่เห็นหน้าเขาน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ไม่ได้หายไปไหน แค่แม่หาไม่เจอ ผมว่าแมวที่ตายไปเพราะป่วยเป็นโรคยังอยู่ในอ้อมอกเรานะ แต่แมวหายไป ไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ยังไง”

และถ้าถามว่ายกทั้งชีวิตให้เจ้าก้อนทั้ง17 ขนาดไหน ไม่มีเอ็ดเวิร์ดจะอยู่ไหวหรือเปล่า เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“อย่างเอ็ดเวิร์ดมีคนมาขอซื้อถามว่า ห้าหมื่นบาทขายไหม ผมก็บอก ห้าล้านบาทยังขายให้ไม่ได้เลย 

“ผมรัก”

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ติดตามความกวนปนน่ารักของ เอ็ดเวิร์ด แมวนักเดินทาง ได้ที่

Facebook : Edward10516 : เอ็ดเวิร์ด

Twitter : @edward10516

Instagram : @edward10516 

TikTok : @edward10516

ใหม่! มองชู บาลานซ์ อาหารแมวมื้อหลักสูตร Complete and Balanced ที่มี Zinc Chelate สังกะสีนวัตกรรมใหม่ ดูดซึมได้มากกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้ดี มองชู รู้ใจเค้า..เข้าใจคุณ

เนื้อปลาดีมีโปรตีน มอบคุณค่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแท้ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโต และพลังงานที่เพียงพอกับพฤติกรรมของน้องๆ

Zinc Chelate (ซิงค์ คีเลต) สังกะสีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แร่ธาติที่มีกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดของโปรตีน ช่วยดูดซึมของลำไส้ สามารถดูดซึมได้ดีกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยบำรุงผิวหนัง ทำให้น้องๆ ขนไม่ร่วง ดูดีขนสวย พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยับยั้งอาการท้องเสียเฉียบพลัน

Prebiotic ช่วยการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ดี สร้างสมดุลร่างกาย

Taurine เสริมสร้างกรดอะมิโน ช่วยบำรุงสมอง สายตา และหัวใจ

ตามไปช้อปได้ที่ 

Shopee : http://bit.ly/MonchouShopee

Lazada : http://bit.ly/MonchouLazada 

#มองชูรู้ใจเค้าเข้าใจคุณ #มองชู #monchou #monchoubalanced #completemeal #zincchelate

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ผมลืมสังเกตไปว่าในชื่อเพจ Sundae Kids มีตัวอักษร ‘s’ ต่อท้าย ซ้ำร้ายยังลืมสังเกตว่าในโลโก้แสนน่ารัก มีเด็กหญิงและเด็กชายอยู่ในนั้น

Sundae Kids

ผมจึงแปลกใจไม่น้อยที่เมื่อนัดพบเจอกันแล้วเจอหนึ่งหนุ่มและหนึ่งสาว ด้วยไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพจที่ปัจจุบันมียอดคนไลก์กว่า 7 แสนนั้นสร้างโดยคนสองคน

โป๊ยเซียน-ปราชญา มหาเปารยะ และ กวิน เทียนวุฒิชัย คือคนทั้งสองที่ว่า

หากเรามองว่างานที่ออกสู่สายตาสาธารณะสะท้อนตัวตนคนทำคนวาด เท่าที่ติดตามเพจคอมิกไม่กี่ช่องจบทำให้ผมเดาล่วงหน้าว่าผู้ที่เป็นเจ้าของ Sundae Kids น่าจะเป็นคนขี้เล่นและมีอารมณ์ขันแบบเด็กๆ ทั้งยังเป็นคนสนใจและใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์

ช่่วงหนึ่งของการพูดคุยโป๊ยเซียนบอกว่า เธอเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ ผมจึงอยากลองวาดภาพชีวิตเธอด้วยตัวอักษรบ้าง  และหวังว่าคนอ่านคงเพลิดเพลินกับความ kid ของเขาและเธอ

Sundae Kids

ช่องที่ 1

“เราเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ”

หากมองชีวิตของโป๊ยเซียนเป็นคอมิก ช่องแรกๆ ที่บอกเล่าชีวิตที่ผ่านมาน่าจะเป็นรูปเธอกำลังนอนอ่านการ์ตูนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และไม่ว่าเธอจะรู้ตัวหรือไม่ เราย่อมเห็นตรงกันว่าสิ่งที่เธออ่านที่ผ่านมามีส่วนหล่อหลอมเธอไม่น้อย

“สำหรับเราการ์ตูนไม่ได้ไร้สาระนะ” เธอเล่าเมื่อชวนเธอย้อนมองสื่อที่เรียกว่าการ์ตูน “จริงๆ เราเป็นคนอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก ต่อให้อ่านหนังสือสอบหรืออะไรก็ตาม เราเป็นคนจำอะไรด้วยภาพ เราจะชอบดูภาพมากกว่าอ่านตัวหนังสือ การ์ตูนเราอ่านมาหมดเลยนะ ตั้งแต่การ์ตูนตาหวาน Slam Dunk ก็อ่าน หรือหลายๆ เรื่องของ ไอ ยาซาว่า หนึ่งในนักเขียนการ์ตูนที่เราชอบ เพราะว่ามันไม่ได้หวานใส เขาจะมีความดาร์ค มันทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้สวยหรูนี่หว่าผ่านการ์ตูน

“เราชอบคิดว่าเขาทำได้ยังไงที่ให้มันสามารถเล่าอารมณ์ได้เยอะมากทั้งที่มันเป็นแค่ภาพ ทุกคนสามารถรับรู้ได้ แล้วอีกอย่างคือ มันได้ความรู้สึก ได้อารมณ์ ได้เห็นบรรยากาศ คือการ์ตูนมันไม่ใช่สำหรับเด็กอย่างเดียว ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เราเชื่อว่าอย่างนั้น” หญิงสาวย้ำหนักแน่นถึงการ์ตูนบนโลก ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปเพียงคอนเทนต์ในเพจของเธอ

ตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นนักวาดเลยไหม” ผมสงสัย

“เรายังไม่ได้มีความฝันจะเป็นคนวาดการ์ตูน แค่ชอบอ่าน ชอบวาดรูป แต่ไม่ได้คิดถึงขนาดว่าวันหนึ่งฉันจะเป็นนักเขียนการ์ตูน เราแค่ชอบวาดรูป รูปไหนสวยก็ลองวาดตาม เราแค่รู้สึกสนุก”

‘แค่รู้สึกสนุก’ ผมได้ยินคำนี้มาบ่อยครั้ง และพบว่ามันคือสิ่งสำคัญของการเริ่มต้นบางอย่าง

เมื่อชีวิตเคลื่อนมาถึงทางแยกหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย เชื้อความชอบการ์ตูนและทักษะในการวาดภาพประกอบในคอมพิวเตอร์ของเธอก็ได้ใช้งาน โดยกวินเป็นผู้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในตัวเธอนั้นน่าสร้างบางสิ่งบางอย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตได้โดยไม่ต้องพาตัวเองเข้าสู่ระบบงานประจำ จึงแนะนำว่าให้สร้างเพจ โดยชายหนุ่มจะทำหน้าที่คล้ายบรรณาธิการ คอยช่วยคิดเนื้อหาและแนะนำเรื่องลายเส้น ส่วนหญิงสาว นอกจากคิดแล้วเธอยังเป็นคนวาดภาพทุกภาพที่เราเห็น

และนั่นคือที่มาของเพจที่ใครหลายคนกดไลก์อยู่แล้ว-บางคนอาจกด See First ด้วยซ้ำ

เพจนั้นชื่อ Sundae Kids

Sundae Kids Sundae Kids

ช่องที่ 2

“มันเกี่ยวกับความรัก”

นับตั้งแต่วันแรกที่มีคนตามหลักหน่วยจนถึงวันนี้ที่มีคนตามหลักแสน เนื้อหาในเพจของเธอเล่าหลายๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ผ่านตาผมบ่อย ผ่านเพื่อนๆ สาวๆ ที่แชร์มาในไทม์ไลน์มักเป็นเรื่องความสัมพันธ์

เธอและเขาสนใจอะไรในสิ่งนั้น ผมก็สงสัย

“ตอนแรกไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ” กวินออกตัวก่อนที่โป๊ยเซียนจะเสริม “ไม่หรอก เหมือนเราอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์ เราเจอทุกวัน ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือกับคนรอบข้าง แม้เราไม่ได้ตั้งใจหรือวางไว้ว่าเราจะเน้นเล่าแต่เรื่องนี้ก็ตาม เราแค่คิดว่าเจอเรื่องราวที่เราชอบเราก็จะเขียน แต่พอวาดออกมามันดันเป็นความสัมพันธ์เยอะ ความจริงก็คิดนะว่าอยากเขียนเรื่องอื่นบ้าง ซึ่งถ้าวันหนึ่งเราเจอเรื่องถูกใจอื่นๆ เราก็อาจจะเขียนแหละ”

Sundae Kids Sundae Kids

เขาและเธอบอกว่าถ้าให้ย้อนวิเคราะห์ อีกสาเหตุหนึ่งที่เรื่องความสัมพันธ์กินพื้นที่ในไทม์ไลน์มากกว่าเรื่องอื่นเป็นเพราะสิ่งที่ทั้งสองเสพ ไม่ว่าจะเป็นหนังที่ดู เพลงที่ฟัง หรือหนังสือที่อ่าน

“ส่วนใหญ่ทั้งหนัง เพลง หนังสือ หลายๆ อย่างที่เราเสพมันพูดถึงความรัก เราคงเสพอะไรแบบนี้เยอะในชีวิตประจำวัน มันเลยมีส่วน เพราะมันมีอัตราส่วนเยอะกว่าในชีวิต”

หากเจาะลึกลงไปในคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์เราจะพบว่ามันถูกแบ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สมหวังและผิดหวัง ซึ่งหากเราเชื่อว่าตัวเลขบ่งบอกความจริงบางอย่างได้ เราจะพบว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคที่คนจำนวนไม่น้อยชื่นชอบความเจ็บปวด เสียใจ ผิดหวัง เมื่อยอดไลก์ของคอนเทนต์เหล่านั้นมันมักพุ่งทะยานอย่างมีนัยสำคัญ

Sundae Kids Sundae Kids

“จริงๆ เราไม่ใช่คนฟูมฟาย ไม่ใช่คนตั้งสเตตัสเวลาผิดหวังอะไรเลย แต่เราก็คิดว่าการที่โพสต์ซึ่งเกี่ยวกับความเศร้ามีคนชอบ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาก็เป็นคนแบบเรา เขาอาจจะไม่ฟูมฟายในเฟซบุ๊กของตัวเอง แต่พอเขาเห็นเมสเสจที่เขาชอบ เขาก็เลยไลก์และแชร์โดยที่เขาไม่ต้องพูดด้วยตัวเอง

“อาจจะเป็นแบบนั้น เพราะเราก็เป็นแบบนั้นโป๊ยเซียนลองวิเคระห์

“แล้วต้องคำนึงถึงความจริงไหมในโลกของการ์ตูน” ผมสงสัย เพราะบางเหตุการณ์ในคอมิกของเธอก็ทำเอาคนสงสัยว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ

“ไม่ เราไม่ได้คาดหวังให้คนอ่านเชื่อ เราอยากให้คนอ่านรู้สึกมากกว่า สำหรับคนที่รู้สึกนะ อย่างตอนที่วิ่งสะดุดหินล้ม ถ้าคนที่ไม่อินเขาก็จะรู้สึกว่า อะไรเนี่ย คนเขาทำอย่างนี้กันด้วยเหรอ ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนที่เขาไม่เข้าใจเขาจะต้องมาเชื่อว่ามันมีอย่างนี้จริงๆ แต่เราชอบที่จะให้คนรู้สึกไปด้วย คนที่อินเขาก็จะคิดว่ามีโมเมนต์แบบนี้ด้วย

Sundae Kids

“บางคนก็อินบ็อกซ์มาบอกว่ามันตรงกับชีวิตเขามากเลยก็มี เราก็รู้สึกว่า จริงๆ แล้วเรื่องที่เราคิดว่ามันไม่มีจริงๆ คนก็เจอกันเยอะเหมือนกัน การที่คนมาไลก์เพจเราอาจจะเป็นเพราะว่าเขาก็เจอเรื่องราวคล้ายๆ กับเรามาเยอะเหมือนกัน”

ช่องที่ 3

“โรแมนติกยุคใหม่”

แม้ด้วยสถานะเขาและเธอจะเป็นคนไทย แต่สิ่งที่เธอทำไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แค่คนไทยอ่าน

ทั้งสองบอกว่าเพจ Sundae Kids ทำเพื่อนำเสนอสู่สายตาคนอีกโลก ซึ่งโลกนั้นในความหมายของเขาและเธอคือโลกออนไลน์ ซึ่งไร้เส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ นักอ่านในต่างประเทศอาจจะเห็นคอมิกของเธอพร้อมๆ (หรือก่อน) เพื่อนเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ กันด้วยซ้ำ

Sundae Kids

“เราคิดว่ามันเป็นเครื่องมือที่มีพลังเยอะมากในปัจจุบัน อย่างเราเขียนการ์ตูนเราก็ไม่ได้เขียนให้เฉพาะคนไทยอ่าน” กวินตอบเมื่อผมชวนคุยถึงเครื่องมือในโลกออนไลน์ “เราว่าโลกเดี๋ยวนี้มันไมได้แบ่งว่าคนไหนอยู่ประเทศไหนแล้ว มันกลายเป็นแค่โลกในอินเทอร์เน็ตกับโลกนอกอินเทอร์เน็ตเท่านั้นแหละ ซึ่งเราทำให้คนในโลกอินเทอร์เน็ตอ่าน โดยไม่จำกัดว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน”

“ทั้งในโลกจริงและในคอมิกของคุณก็มีการสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ คุณมองการสื่อสารแบบนี้ยังไง คิดว่ามันฉาบฉวยไหม” ผมชวนเขาคิด

“เรามองว่าจริงๆ มันก็โรแมนติก” กวินตอบหลังจากนิ่งคิดไม่นาน “การที่เราคุย Skype กันมันก็เป็นโรแมนติกยุคใหม่ คือเราไม่ได้มองว่าการเขียนจดหมายจะโรแมนติกกว่าการคุยสไกป์ แค่มันคนละยุคกัน ถ้าต่อไปมีเครื่องมือสื่อสารที่ดีกว่านี้ คนรุ่นหน้าก็อาจจะมองว่าการคุยสไกป์โรแมนติกจังเลยก็ได้ เหมือนที่เรามองว่าจดหมายโรแมนติก หรือการที่เรากลับไปนึกถึงเวลาที่เราแชท MSN แล้วบอกว่าเราอยากมีเวลาโมเมนต์นั้นจังเลย ที่การรอคนออนไลน์เราก็คิดว่ามันก็โรแมนติก

“คือสุดท้ายมันก็แค่คนยุคต่างกันไม่เข้าใจกันแหละ คนที่เป็นพ่อแม่เราเขาไม่เคยเล่น MSN ไง ก็เลยบอกว่ามันไม่โรแมนติกเหมือนจดหมายหรอก แต่เราถือว่าทุกอย่างมันก็มีเสน่ห์ในยุคของมัน”

ช่องที่ 4

“มันเป็นเหมือนสถานที่ที่เราเติบโต”

ล่าสุด-หลังจากวาดคอมิกไม่กี่ช่องจบลงเพจมา 3 ปี เต็ม-เขาและเธอก็ลุกขึ้นมาเปิดเว็บไซต์ readsundaekids.com เพื่อวาดเรื่องยาวลงในนั้น

Graphic Novel เรื่องแรกที่ออกสู่สายตาแฟนๆ ในโลกออนไลน์ชื่อว่า CLOSE TO YOU

CLOSE TO YOU

“อย่าง CLOSE TO YOU ตอนแรกเราแค่เล่าเรื่องถึงโมเมนต์นั้นของชีวิต มันเป็นจุดต่ำสุดในชีวิตของคนนั้น ตัวละครเอกมันผิดหวัง ซึ่งเราคิดว่าทุกคนมันเคยผิดหวัง ทุกคนก็น่าจะเคยมีจุดต่ำสุดของชีวิตแน่นอน ไม่ว่าเรื่องการงาน ความรัก หรืออะไร มันต้องเคยผ่าน ณ โมเมนต์นั้น

“เราเชื่อว่าคนเขาน่าจะเข้าใจตัวละคร ที่บอกว่าความสุขอาจจะขายไม่ดีเท่าความเจ็บปวด เราว่าบางทีคนเราตีความคำว่าความสุขไม่เหมือนกัน การที่พูดเรื่องความสุขออกมา บางคนอาจจะไม่ได้คิดว่านี่คือความสุขก็ได้ สมมติคนเขียนเรื่องความสุขมาอย่างหนึ่ง เราอ่านเราอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่นี่นา แต่เรื่องความผิดหวังเราว่าทุกคนคล้ายๆ กัน เป็นอะไรที่ใกล้เคียงกัน เรารู้สึกเข้าใจกัน จะอกหักหรือตกงาน มันคือความผิดหวัง” เขาและเธอช่วยกันเล่า

หากนับจากวันแรกจนถึงวันนี้ คงไม่เกินเลยไปถ้าจะบอกว่าพวกเขาและเธอมาไกลกว่าที่คิด จากที่อาศัยแรงเพื่อนๆ ช่วยแชร์กัน ปัจจุบัน แต่ละภาพของพวกเขามีคนเต็มใจแชร์และเชียร์ให้เขาทำต่อไปวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าสามารถเลี้ยงปากท้องด้วยอาชีพนี้ได้แล้ว

“ต้องบอกว่าอาชีพวาดภาพประกอบมันแทบจะไม่มีอยู่จริงในไทย เพราะถ้าไปถามนักวาดภาพประกอบส่วนใหญ่เขาต้องมีอาชีพอื่น แล้วเขาจะได้รายได้หลักจากอาชีพนั้น เพราะฉะนั้น อาชีพนักวาดภาพประกอบก็จะเหมือนเป็นอาชีพเสริม เพราะว่าเมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นค่าสิ่งนี้เท่าไหร่ แต่พอเราทำเพจแล้วมีการติดต่องานเข้ามา อาจจะไม่ได้เงินเยอะอะไรนะ แต่มันทำให้เราอยู่ได้ และเป็นอาชีพหลัก ซึ่งเท่านี้เราก็แฮปปี้แล้ว คือเราสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเราเป็นนักวาดภาพประกอบ” กวินพูดด้วยรอยยิ้ม

CLOSE TO YOU

“จริงๆ เพจมันเป็นเหมือนสถานที่ที่เราเติบโต เป็นที่ทำงานแรกของเรา” โป๊ยเซียนเปรียบเปรย “ถ้าย้อนไปดูตั้งแต่เด็กๆ จะเห็นว่าเราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ พอมาดู CLOSE TO YOU ก็อีกลายเส้นหนึ่งแล้ว อีกอย่างมันก็คือความภูมิใจ ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่ามันจะมาถึงตรงนี้ได้ เราไม่เคยคิดเลยนะว่าทำสิ่งนี้แล้วคนจะมาชื่นชม จะได้เงิน คิดแค่ว่าอยากทำมั้ย อยากทำก็ทำ คือทำ CLOSE TO YOU มันไม่ได้อะไรเลยนะ ไม่ได้เงิน แต่ถามว่าทำทำไม คือคุณค่าของเพจเราก็คือมันเติมเต็มฝัน เติมเต็มความต้องการของเรา แล้วได้ทำทุกอย่างที่เราอยากทำในนามปากกา Sundae Kids เราไม่ได้อยากจำกัดตัวเองด้วยว่ามันจะกลายเป็นอะไรแล้วมันจะสิ้นสุดที่ไหนในวันข้างหน้า”

“แต่ถึงยังไงโตไปก็ยังเป็น kid อยู่” ผมแซวเขาและเธอ

“ใช่ ยังเป็นเด็กอยู่ในร่างผู้หญิงแก่ๆ” ว่าถึงตรงนี้ หญิงสาววัยขึ้นต้นด้วยเลข 2 ตรงหน้าก็หัวเราะแบบเด็กๆ

ภาพ : Sundae Kids

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load