“ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ”

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการตกเป็นทาสแมวนั้น อาการเป็นอย่างไร

เมื่อได้คนตรงหน้าสารภาพอย่างหมดจดว่าทั้งชีวิตเขายกให้แมว 17 ตัว (ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกเร็ววันนี้)

คอลัมน์ Page Maker เดินทางมาจังหวัดนครปฐม ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวแมวนักเดินทาง edward10516 เอ็ดเวิร์ด แฟนเพจอายุ 3 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 4.6 แสนคน ผู้ตั้งใจสร้างรอยยิ้มและเป็นความสุขในทุกวันให้กับคนรักแมว พูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำคอนเทนต์สนุกๆ ของแมวนักเดินทางที่เพิ่งมารับบทชาวสวนพ่อลูกอ่อนด้วยสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสบการณ์แมวนำพา ทั้งมิตรภาพต่างถิ่น ดราม่าน้ำตาร่วง การใช้ชีวิตอย่าง Complete and Balanced กับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลเจ้านายทั้ง 17 ให้สุขภาพดี แจ่มใส

'edward10516 เอ็ดเวิร์ด' เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

จิ๊บ-อรรถพล เอี่ยมพนากิจ และ ปู-พรวิภา มีเมฆ คู่รักเจ้าของผองเพื่อนสี่ขา รอต้อนรับเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอยู่นั่นแล้ว

ก่อนอื่นใด ขอไล่เรียงชื่อให้ทำความรู้จักสักเล็กน้อย เจ้าเหมียว 15 ตัวเป็นสายพันธุ์บริติชช็อตแฮร์ อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตติชโฟล์ดช็อตแฮร์ เริ่มจากตัวผู้พี่ใหญ่ เอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ ณเดชน์ จอร์จ ตัวเมียมี ญาญ่า เบลล่า ฟองดู ฟองเบียร์ ดอลลาร์ ส่วนอีก 2 ตัว บิ๊กซีและเรนนี่ เป็นแมวไทยที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยชะตาต้องกัน

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

เราพบกันเพราะแมว

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน จิ๊บเป็นคุณพ่อของเจ้าเอ็ดเวิร์ด ส่วนปู เธอเป็นคุณแม่ของ ต๊อด แมวขัดจรวด ทั้งสองอยู่ในกลุ่มทาสแมวมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดและต๊อดก็ทำหน้าที่เป็นแมวสื่อรัก

จุดตั้งต้นของการทำแฟนเพจ เกิดจากจิ๊บผู้มีอาชีพเป็นเซลล์ขายเสื้อกีฬา เมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ก็มักพาเอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ 3 หนุ่ม 3 มุมไปด้วยเสมอ แรกๆ เขาถ่ายภาพเจ้าตัวยุ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นผลตอบรับเกินคาด จากนั้นจึงคิดสร้างแฟนเพจขึ้นมาไว้ดูเอง

“ลงรูปตัวเองไลก์นิดเดียว พอลงรูปแมวนี่ โอ้โห ไลก์เต็มเลย” พ่อแมวเล่าติดตลก

“เริ่มแรก ไปโพสต์ในกลุ่มทาสแมวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางพาแมวไปเที่ยว คนติดตามเขาบอกว่าเราถ่ายรูปสวย ชอบมุมมองที่เอาแมวนั่งแล้วข้างหลังเป็นวิว” 

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ระยะเวลา 3 ปี เอ็ดเวิร์ดมีทาสอย่างเหนียวแน่น จิ๊บและปูเล่าวิธีสร้างคอนเทนต์ให้ฟังว่า การถ่ายภาพแต่ละครั้งได้ผ่านการคิดและวางแผนสถานที่ไว้แล้วทั้งสิ้น รวมถึงแคปชั่นกวนๆ ฮาๆ นั้นด้วย

“อย่างหน้าหนาวก็ต้องมีทะเลหมอก เราสองคนขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็แวะถ่าย ทริปที่พาเอ็ดเวิร์ดไปด้วยไกลสุดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย แม่สาย ภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั่วไทย คือคนน่ะไปหมดแล้ว แต่แมวยังเหลือภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด แล้วก็อีสานตอนบน” 

ไม่เสียชื่อแมวนักเดินทาง นับว่าเป็นความโชคดีของทั้งคู่ที่ทั้งสามตัวไม่มีอาการเมารถ พอออกสตาร์ทก็นอนหลับปุ๋ย แต่ถ้ารถใส่เกียร์จอดปั๊บ ก็ตื่นเตรียมพร้อมทุกตัว แถมยังนั่งนิ่งให้จับท่าทางแชะภาพได้อย่างไม่งอแง

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวที่ทำให้คนยิ้ม

“หลักๆ ในการลงเพจของเราเลยคือเน้นสร้างรอยยิ้ม ทำยังไงก็ได้ให้คนยิ้ม อยากให้เขาเข้ามาดูแล้วไม่เครียด บวกกับความน่ารักของเอ็ดเวิร์ดด้วยที่เป็นแมวหน้าเดียว เราก็เลยพยายามหาคอนเทนต์อะไรก็ได้ที่คนเขาเข้ามาดูแล้วเขายิ้ม บางทีก็หาแคปชั่นให้กับรูปที่มันตลกๆ”

นอกจากแฟนๆ ในเฟซบุ๊ก เอ็ดเวิร์ดยังมียอดผู้ติดตามชีวิตประจำวันใน TikTok กว่า 2.126 แสนคน ส่วนอินสตาแกรม 1.01 แสนคน และในทวิตเตอร์อีกราว 6.74 หมื่นคน

เคล็บลับที่จิ๊บกับปูเผยให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์ให้ปัง มีเพียงความจริงใจ และลงเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ห่างหายให้คิดถึง และพยายามไม่ให้ทุกช่องทางเป็นคอนเทนต์เดียวกัน เพราะผู้ติดตามอาจเป็นคนเดิม

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ผมเคยลองมาแล้ว คอนเทนต์เดียวกัน รูปเดียวกัน ลงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม มันก็จะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บางทีผมสลับลงเพจแคปชั่นนี้ ผ่านไปอีกสองวันเอาของเพจลงอินสตาแกรม บางทีเราหวังกับรูปนี้คิดว่าปังแน่ แต่ว่าก็ไม่ปัง แต่ถ้าถ่ายธรรมดาอยู่ดีๆ มันก็ปัง

“เราสร้างคาแรกเตอร์ให้เขา อย่างเอ็ดเวิร์ดจะเป็นแนวเจ้าชู้ ช่วงมีลูกเขาก็จะอยู่กับลูก คนติดตามเยอะ แต่พอไม่มีลูกก็จะเป็นแคปชั่นอ่อยสาว”

อ่อยไปอ่อยมา ได้เรื่อง! จิ๊บกระซิบว่ามีสาวมาจีบเยอะมาก ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ไทยยันต่างประเทศ ถึงขั้นจะบินมาจากรัสเซียเลยก็มี

แม้ว่าคุณไม่เคยรู้จักแมวตัวส้มนี้มากก่อน ก็อาจเคยผ่านตามีมอันโด่งดังจนเป็นที่รู้จัก คือ ตอนที่ทั้งจิ๊บและปูไปบริจาคของที่แม่ฮ่องสอน แล้วจับเอ็ดเวิร์ดกับต๊อดถ่ายภาพบนรถตำรวจ ซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นและคอมเมนต์สุดฮาจากแฟนๆ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ถล่มทลาย

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ตอนนั้นออกทีวีหลายช่อง ทุกเพจ ทุกสื่อเอาไปลง จนมีคนเอาคลิปต่างประเทศที่แมวสีเดียวกับสองตัวนี้ตีกัน พอทะเลาะเสร็จเขาก็เอารูปนี้ไปใส่ตอนจบว่า สุดท้ายโดนตำรวจจับขึ้นรถ (หัวเราะ) แล้วก็มีเรื่องที่ลูกสีไม่เหมือนพ่อ เป็นพ่อลูกกันจริงหรือเปล่า มีรูปเปิดประตูเข้ามานอนหงาย มาดังอีกตอนที่ไปโคราช เป็นรูปนั่งขอตังค์ เปิดกระเป๋า ซึ่งจัดฉากหมดทุกอย่าง”

แม้หวังเรียกรอยยิ้ม แต่ก็มีเหตุการณ์พาดราม่าจากภาพนั่งเปิดกระเป๋าขอตังค์นั้น ถึงขั้นมีคนคอมเมนต์แรงต่อใจ

“เขาบอกทุเรศ พาแมวมาขอตังค์ ซึ่งถ้าเป็นลูกเพจเขาจะรู้ว่าเราจัดฉาก แต่พอถูกแชร์ออกไปเยอะ คนที่ไม่ได้ติดตามก็จะเข้ามาด่า หาว่าหากินกับแมว เราก็ปล่อยไป เพราะยิ่งตอบโต้ยิ่งบานปลาย นอกจากเป็นคอมเมนต์ที่มันเกินไปจริงๆ เราจะไปตอบด้วยเหตุผล ถ้าเขาไม่ฟังก็เลื่อนผ่าน” ปูย้อนเล่าถึงเรื่องราวที่ย้ำให้พวกเขายึดหลักการทำเพจเรียกเสียงหัวเราะต่อไป 

การเดินทางตลอด 3 ปี แฟนเพจของเอ็ดเวิร์ดเคยติดอันดับ 1 ของแมว ได้รางวัลอินฟลูเอนเซอร์มา 2 รอบ หากเทียบกับสุนัข เอ็ดเวิร์ดเป็นรองก็แต่เพจ ข้าวจ้าว หมากวนตีน นอกจากเอ็ดเวิร์ดแล้วยังมีเพจของพี่น้องแมวสายฮาอีก 2 เพจที่ทั้งคู่ดูแลอยู่ คือ ต๊อด แมวขัดจรวด ที่มีผู้ติดตาม 1.6 แสนคน และ มาริโอ้ เดอะแค๊ท มีผู้ติดตาม 3.9 หมื่นคน

“ต๊อดนี่จะเป็นนักเลง ดุ แคปชั่นกวนๆ ออกห้าวๆ ส่วนมาริโอ้เป็นกินกับนอน หลักๆ เน้นแค่สามเพจ เวลาไปไหนสองตัวนี้จะไปด้วยกันตลอด” ฝั่งพ่อว่า

“แต่ไม่ถูกกัน” ฝั่งแม่รีบเสริมอย่างขำๆ 

“เมื่อก่อนเขาก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ทีนี้ไอ้ต๊อดไปหื่นใส่เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นตัวผู้เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ดเลยแว้งกัด หลังจากนั้นไม่ถูกกันอีกเลย แต่นั่งรถด้วยกันได้ (หัวเราะ) ตัวหนึ่งนั่งข้างหน้า อีกตัวนั่งตรงกลาง ในวงการทาสเขาจะว่าเอ็ดเวิร์ดลูกพ่อ ต๊อดลูกแม่ ทีนี้พอคนเขารู้ว่ามันไม่ถูกกัน เลยกลายเป็นแคปชั่นแขวะกัน ไม่ชอบหน้ากัน เป็นแนวคู่กัดอะไรประมาณนี้ เช่น เอ็ดเวิร์ดมีลูกก็ไม่เลี้ยงเอามาให้ลุงเลี้ยง ซึ่งต๊อดก็จะแนวรักหลานแต่เกลียดพ่อ”

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวเยอะเลี้ยงไม่ยาก

หลายคนอาจกังวลว่าพอมีแมวเยอะๆ จะดูแลยาก เป็นห่วงเรื่องความสะอาด แต่การเลี้ยงระบบปิดมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งคนและแมว เพราะควบคุม-ป้องกันโรคได้ 

สำหรับเอ็ดเวิร์ดและผองเพื่อนนักเดินทาง สองเจ้าของออกตัวว่าเขาเลี้ยงกันแบบบ้านๆ ถ้าพาไปข้างนอก ก่อนกลับก็จะล้างและเช็ดแอลกอฮอล์ทั้ง 4 เท้า ป้องกันเชื้อโรคที่อาจเหยียบติดมา ตัวไหนเดินทางบ่อยก็อาบน้ำเดือนละครั้ง ถ้าตัวไหนอยู่บ้านก็ 2 เดือนครั้ง ซึ่งอาบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ส่วนการกินอยู่ ก็ให้อาหารเม็ดแบบบุฟเฟต์ คือเทไว้ ตัวไหนหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด เสริมเช้าเย็นเป็นอาหารซอง

“ปกติก็เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด แต่อาหารซองก็ช่วยให้เขาไม่เบื่ออาหารเม็ด สารอาหารครบ ถ้าเขาเลือกกิน แสดงว่าเราตามใจเขา อย่างตัวนี้ ผมเคยเลี้ยงแบบตามใจ อันนู้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน อะไรก็กินไม่ค่อยได้ จะอ้วกอย่างเดียว ถ้าเคยเลี้ยงมาแบบเสียนิสัย เราต้องบังคับถึงจะกินได้ ไม่กินก็ต้องตั้งทิ้งไว้ กับอีกอย่างคือป้อนเลย เอาอาหารใส่เข็มฉีดยาแล้วค่อยๆ ฉีดใส่ปาก แรกๆ เขาอาจจะฝืนนิดหนึ่ง แต่พอได้กินเดี๋ยวเขาก็จะกินเป็น”

ข้อสำคัญคือเรื่องขน ถ้าเกิดเปลี่ยนอาหารกะทันหัน จะทำให้ขนร่วงเป็นปกติ 

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส
เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“เราต้องค่อยๆ ผสม เป็นสัดส่วนเก่าต่อใหม่ 25 : 75 จากนั้นก็ 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วเดี๋ยวเขาปรับตัวได้ ขนจะฟูตัวแน่นเหมือนเดิม”

ส่วนการรักษาความสะอาด ปูแนะนำว่าแล้วแต่ความสะดวก สำหรับเธอที่กินนอนด้วยกันตลอดเวลา จึงดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“ดูดฝุ่นทั้งวัน ทรายตกมาสองสามเม็ดก็ต้องดูดแล้ว เราเป็นคนแบบนี้ สังเกตแมวเข้าห้องน้ำปุ๊บเราดูดเลย เพื่อความสะอาดของห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเก็บทีเดียวให้เหนื่อย อย่างห้องน้ำแมวเก็บสองถึงสาม รอบ เช้า กลางวัน เย็น ทำให้ไม่มีกลิ่น นอกจากแมวจะสร้างอาณาเขต แต่ก็มีแค่ตัวเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด เพราะที่เหลือทำหมันหมดแล้ว” เธอเล่าด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมเสียงหัวเราะ

แมวสร้างมิตรภาพ

แน่นอนว่าการทำแฟนเพจ ต้องมีลูกเพจคอยแวะเวียนมาคุยเรื่องแมวๆ ทั้งคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการดูแล ไปจนถึงขอลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่เหล่าเจ้านายเข้าพักได้

“มีทุกแบบเลยครับ เช่น แมวหนูไม่กินต้องทำยังไง แมวอ้วกเป็นสีนี้ ถ่ายมาให้เราดูว่าต้องทำยังไง แมวจะคลอด น้ำแบบนี้ไหลแล้วหนูต้องทำยังไงดี บางทีแค่ส่งรูปมาเราก็ไม่รู้ เลยได้แต่แนะนำว่าให้ไปหาหมอดีที่สุด (หัวเราะ) คือถ้าถามว่าดูแลยังไง กินอาหารอะไรทำไมขนถึงไม่ร่วง อะไรแบบนี้เราตอบได้หมด เพราะเราเลี้ยงอยู่ทุกวัน”

มากไปกว่าการพูดคุยกันผ่านอินบ็อกซ์ เรื่องที่เจ้าตัวเล่าพร้อมรอยยิ้มตาหยีคือ การได้เจอเหล่าทาสทั้งหลายตามไปกระทบไหล่เจ้าเอ็ดเวิร์ดทุกแห่ง บางคนก็เข้ามาทักทาย จนกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง

“วงการแมวนี่คือจากคนไม่รู้จักกันก็ได้รู้จัก ได้คุยกัน อย่างไปภาคเหนือ มีคนเจอเราที่ปายมาเคาะรถเลยนะ ถามว่าใช่เอ็ดเวิร์ด มาริโอ้ ต๊อด หรือเปล่า เขาดีใจ ยังคุยกันจนถึงทุกวันนี้ สามถึงสี่ปีแล้ว

“ตอนไปทุ่งบัวตอง แฟนคลับก็ตามขึ้นไปตั้งแคมป์ทำข้าวเย็นกินด้วยกัน กางเต็นท์นอนข้างๆ เพราะว่าเขาอยากเจอเอ็ดเวิร์ด ไปพิษณุโลกหรือไปแม่ฮ่องสอน แม่ค้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่มาทักว่าใช่เจ้าของเอ็ดเวิร์ดหรือเปล่า ถ้าเสร็จแล้วขอถ่ายรูปได้ไหม ขนาดเราไม่ได้เอาแมวลงไปนะ อยู่ในรถ เขาจำเจ้าของได้ คือไปไหนก็มีแฟนคลับต้อนรับตลอดเลย เราก็ปลื้มนะที่เขาเอ็นดูลูกเราขนาดนี้ บางทีจากแฟนคลับกลายเป็นเพื่อนสนิทเลยก็มี

“เลี้ยงแมวมันได้อะไรมากกว่าที่คิด ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับแมวบ้าง ไม่เกี่ยวกับแมวบ้าง ขนาดตอนไปภาคใต้ คนละศาสนากัน เขาเป็นมุสลิม ขับรถมาจากปัตตานีมาหาเราที่ตรัง ชวนเราไปนอนบ้าน ซึ่งตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่าไม่ได้รู้จักกันเลย เราเกรงใจเขา คือเรากินหมู กินเหล้าเบียร์ แต่เขาก็พยายามบอกว่าถ้าไปปัตตานีไปบ้านหนูนะพี่ แล้วเขาก็พาไปกินข้าว กินโรตี กินอาหารพื้นบ้านของมุสลิม พอเขาขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาหาเราที่บ้าน พาแม่มา แล้วบอกว่าถ้าไปภาคใต้ต้องไปบ้านหนูอีกนะ คือไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงแมวจะสร้างมิตรภาพ พาเพื่อนใหม่เข้ามา”

แมวสอนให้ผมสู้ชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ เอ็ดเวิร์ดผันตัวมาเป็นชาวสวน ตามผู้เป็นพ่อที่ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ กลับมาอยู่บ้านทำสวนอินทผาลัมและกล้วยด่างอย่างจริงจัง

นอกจากกลุ่มคนรักแมว ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเลยได้ขยายฐานแฟนคลับไปยังกลุ่มคนรักต้นไม้

“มีลูกเพจที่มาซื้อกล้วยแล้วขออยากเจอแมวบ้าง ถ้าเราเอาไปส่งก็พาแมวไปด้วย ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเขาดังในกลุ่มกล้วย เวลาลงรูปต้นกล้วยคนก็มาคอมเมนต์ถามหาว่าแมวไปไหน”

การได้ทำงานอยู่บ้านทำให้จิ๊บและปูมีเวลาดูแลลูกๆ ทั้ง 17 ตัวเต็มวัน และมันก็มอบวิชาชีวิตให้พวกเขาเช่นกัน

“มันสอนให้เราท้อไม่ได้ ให้เราต้องสู้ เหมือนอย่างแคปชั่นที่พึ่งลงไป ‘ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ’ เราถือคติคนไม่อิ่มแต่แมวต้องอิ่ม ขายกล้วยได้สามพันห้าร้อยบาท ซื้อของซื้อขนมให้แมวสี่พันถึงห้าพันบาท เป็นแบบนี้ประจำ มันเป็นความสุข เดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายแมวประมาณสามหมื่นบาท” คุณพ่อแมวว่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“คนป่วยไม่สบาย เรายังไม่อยากไปหาหมอเลยนะ แต่แมวเป็นนิดหน่อยคือต้องไปแล้ว เคยป่วยครั้งหนึ่งแปดหมื่นบาท ไม่มีเงิน ก็ต้องมีเอาทองไปขาย” แม่แมวเล่าเรื่องจริงเสริม

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

แมวทำให้ชีวิต Complete and Balanced

ชีวิตหลังมีแมวของทั้งคู่เปลี่ยนไปแทบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยกให้แมวเป็นลำดับแรก

“เรารักเขาเหมือนลูก เลยเลี้ยงเป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงเป็นแมว เท่าไหร่ก็ต้องยอมขอแค่ให้เขารอด จริงๆ แล้วก็ครบทุกรสนะครับ บางทีหายเหนื่อย จับจอบขุดดินมาเปิดประตูเจอแมวอ้อน แมวถูเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

คงไม่ต้องการันตีว่าทั้งคู่เป็นทาสแมวเลเวลไหน เพราะอยู่ในระดับที่ขาดกันไม่ได้ ทั้งยามตื่นยามนอน รายรอบด้วยลูกแมวและข้าวของแมวแทบทุกมุม 

“ในรถนี่ก็มีแต่ของใช้แมว ครึ่งคันเลย ห้องน้ำ ที่ดูดฝุ่น ไม้กวาด สเปรย์ทำความสะอาด เราพักโรงแรมที่ไหน เวลาเช็กเอาต์เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดให้เขาก่อน ดูดฝุ่น ปัดที่นอน เก็บขยะในโรงแรมออกมาทิ้ง คือเราไม่ได้อยากไปพักแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าเรายังต้องการไปนอนอีก เราก็ทำให้เขา

“ชีวิตมีแต่แมว ถ้าแมวไม่ได้ไปด้วยจะคิดถึงมาก ไปไหนเลยต้องเอาไปด้วย บางทีเราไปซื้อของในตลาด อีกคนก็ต้องเฝ้าในรถ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องเอาแมวไปด้วย จากที่เคยอยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย แต่ตอนนี้ถ้าแมวเข้าไม่ได้คือไม่ได้ไป ที่ไหนที่เราอยากจอดถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปลึก แมวไปด้วยไม่ได้ ก็จะเลี้ยวรถกลับเลย เราไม่อยากทิ้งแมวไว้ในรถ แป๊บเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แววตาอ่อนโอนของสองทาสแมวตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เกือบจะเสียลูกไปครั้งแรก 

“ผมเคยพาแมวไปเชียงรายแล้วขับรถไม่ไหวเลยจอดนอนปั๊ม ได้ยินหมาเห่า ตื่นมาหายหมดสามสี่ตัว มันเปิดกระจกออกไปเอง ผมนี่ใจสลายเลย ทำอะไรไม่ถูก รีบลงไปหา ยังดีนะที่อยู่ข้างรถตัวหนึ่ง ใต้ท้องรถตัวหนึ่ง แล้วก็แอบอยู่ที่ล้อ อีกตัวเดินอยู่รอบๆ 

“อีกครั้งเราไปเชียงราย ขากลับพักที่พิษณุโลก เช็กอินได้สองชั่วโมง แม่โทรมาบอกว่าแมวที่บ้านหาย ผมนี่เหยียบรถไปร้องไห้ไป ทั้งบนไข่สองพันใบ กลับมาเจออยู่ในห้องหน้ากระจก วินาทีที่เห็นหน้าเขาน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ไม่ได้หายไปไหน แค่แม่หาไม่เจอ ผมว่าแมวที่ตายไปเพราะป่วยเป็นโรคยังอยู่ในอ้อมอกเรานะ แต่แมวหายไป ไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ยังไง”

และถ้าถามว่ายกทั้งชีวิตให้เจ้าก้อนทั้ง17 ขนาดไหน ไม่มีเอ็ดเวิร์ดจะอยู่ไหวหรือเปล่า เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“อย่างเอ็ดเวิร์ดมีคนมาขอซื้อถามว่า ห้าหมื่นบาทขายไหม ผมก็บอก ห้าล้านบาทยังขายให้ไม่ได้เลย 

“ผมรัก”

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ติดตามความกวนปนน่ารักของ เอ็ดเวิร์ด แมวนักเดินทาง ได้ที่

Facebook : Edward10516 : เอ็ดเวิร์ด

Twitter : @edward10516

Instagram : @edward10516 

TikTok : @edward10516

ใหม่! มองชู บาลานซ์ อาหารแมวมื้อหลักสูตร Complete and Balanced ที่มี Zinc Chelate สังกะสีนวัตกรรมใหม่ ดูดซึมได้มากกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้ดี มองชู รู้ใจเค้า..เข้าใจคุณ

เนื้อปลาดีมีโปรตีน มอบคุณค่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแท้ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโต และพลังงานที่เพียงพอกับพฤติกรรมของน้องๆ

Zinc Chelate (ซิงค์ คีเลต) สังกะสีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แร่ธาติที่มีกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดของโปรตีน ช่วยดูดซึมของลำไส้ สามารถดูดซึมได้ดีกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยบำรุงผิวหนัง ทำให้น้องๆ ขนไม่ร่วง ดูดีขนสวย พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยับยั้งอาการท้องเสียเฉียบพลัน

Prebiotic ช่วยการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ดี สร้างสมดุลร่างกาย

Taurine เสริมสร้างกรดอะมิโน ช่วยบำรุงสมอง สายตา และหัวใจ

ตามไปช้อปได้ที่ 

Shopee : http://bit.ly/MonchouShopee

Lazada : http://bit.ly/MonchouLazada 

#มองชูรู้ใจเค้าเข้าใจคุณ #มองชู #monchou #monchoubalanced #completemeal #zincchelate

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“สวัสดีครับคุณผู้ชม คุณผู้ชมอยู่กับ iTAN แทนไร้เทียมทาน และนี่คือรายการ แท่น แทน แท๊น ทางช่อง iTAN TV”

เสียงเจื้อยแจ้วและบุคลิกกระฉับกระเฉงในต้นคลิปของช่องยูทูบ iTAN TV แทบทุกคลิป คงจะเป็นตัวการันตีความเชี่ยวงานในวงการมาอย่างยาวนานของ แทน-กิตติเดช วิมลรัตน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ได้เป็นอย่างดี

หากย้อนกลับไปเมื่อราว ๆ 10 กว่าปีที่แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า แทนไร้เทียมทานเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางสายอาหารที่สำคัญมากคนหนึ่ง และทุกวันนี้ที่เทคโนโลยีเริ่มขยับไปไกลกว่าที่เคยจินตนาการ ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญซึ่งทำให้ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ในวันนั้น กลายมาเป็น ‘iTAN TV’ ในวันนี้

iTAN TV เส้นทางใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ผู้เดินทางบนสายอาหารมากว่า 12 ปี

EP.1
The Beginning of แทนไร้เทียมทาน

ถ้าได้รับชมรายการของแทนในตอนนี้ เราคงไม่อาจจินตนาการได้ว่า เขาเคยเป็นคนกลัวการพูดหน้ากล้อง และไม่ได้อยากทำอาชีพพิธีกรเลย

ย้อนไปเมื่อ 12 ปีก่อน แทนเริ่มเข้าสู่เส้นทางสายพิธีกรในรายการโทรทัศน์ช่อง 5 เพราะโปรดิวเซอร์รายการเล็งเห็นศักยภาพการเล่าเรื่องอาหารที่โดดเด่นของเขา สล็อตเวลาบ่าย 3 โมงวันอังคารของช่อง 5 จึงตกเป็นของแทนไปโดยปริยาย และนั่นเอง คือจุดกำเนิดของแทนไร้เทียมทาน

เมื่อมีต้นทางก็ย่อมมีปลายทาง หลังสิ้นสุดบทบาทหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ การปรับตัวในระลอกแรกก็มาถึง เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Instagram เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทย รวมถึงในชีวิตของชายคนนี้ด้วย

“ถ้าเห็นชื่ออินสตาแกรม จะเห็นว่ามันสั้นมาก ชื่อ itan เพราะเราสมัครเร็วมาก คือถ้าไปดูวันที่เข้าร่วม แทบจะเป็นวันแรก ๆ ที่อินสตาแกรมเปิดตัวเลย เราทำแอคเคานต์อาหารเป็นคนแรก ๆ ของเมืองไทย” แทนพูดด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความภูมิใจ

“ไอจีเราในวันแรกมันคือเราเลย ชอบอะไรก็ลงทุกสิ่งทุกอย่าง จนวันหนึ่งคนถามว่าทำไมไม่กลับมาทำรายการอาหารแล้ว ตอนนั้นก็ลองเริ่มลงรูปอาหารสลับกับรูปไลฟ์สไตล์นี่แหละ เราได้แรงบันดาลใจในการทำแอคเคานต์อาหารมาจากร้านอาหารร้านหนึ่ง ในวันนั้นเราติดตามเขาแล้วอยากช่วยเหลือ เพราะเขาย้ายที่แล้วไม่มีคนตามไปกิน ก็เลยรีวิวร้านเขาลงในไอจี ตอนนั้นมีผู้ติดตาม 600 คนเอง ก็คือเพื่อน ๆ ที่ตามมาจากเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีคนตามไปกิน”

แทนเล่าว่าเขาค้นพบกลไกของเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น จากการที่อินสตาแกรมในยุคแรก ๆ นั้นรับรู้ได้ว่า คนที่เราติดตามอยู่กดถูกใจโพสต์อะไรบ้าง กลายเป็นการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ได้ผลดีเกินคาด

“เรามีผู้ติดตาม 600 คน มีคนกดถูกใจ 60 คน แล้วผู้ติดตามของทั้ง 60 คนนั้นก็เห็นว่าเขามากดถูกใจรูปนี้ ทำให้ร้านมีลูกค้า จากอยู่ที่เดิมเคยขายดี แล้วย้ายร้านไปอยู่ที่ใหม่ พอไม่มีการตลาด คนก็ไม่รู้ว่าย้าย ไอจีเราช่วยบอกว่าร้านเขาย้ายไปอยู่ที่ไหน” แทนขยายความกลไกของโซเชียลมีเดียในยุคนั้นที่ทำให้เขามีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ในการผันตัวมาเป็นอินสตาแกรมเมอร์ด้านอาหารเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ

“วันหนึ่งเริ่มมีคนแปลกหน้าเข้ามาติดตาม เราก็ลบรูปไลฟ์สไตล์ออกหมดเลย เหลือแต่อาหาร เชื่อไหมว่าภายในเดือนเดียว ยอดผู้ติดตามเพิ่มจาก 600 เป็น 1,000 เลยนะ แล้วภายในไม่กี่เดือนขึ้นเป็น 2,000 3,000 4,000 5,000 จนถึงหลักหมื่น”

เรียกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ทางโซเชียลมีเดียของแทนเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกยังคงหมุนไปอย่างไม่รีรอ จากแพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อภาพนิ่ง ก็ถึงเวลาเปิดรับสื่อรูปแบบใหม่อย่างวิดีโอ ซึ่งนับเป็นจุดหยุดชะงักที่ยาวนานของแอคเคานต์ itan

“ตอนนั้นใครลงวิดีโอจะถูก Push เข้าไปอยู่ในหมวด Explore แล้ว Growth Rate ของคนทำวิดีโอมันเพิ่มขึ้นไปหมดเลย ภายในช่วงเวลา 1 ปี แพลตฟอร์มวิดีโอของอินสตาแกรมก้าวกระโดดมาก ของเราหยุดอยู่กับที่เลย ถามว่าทำไมถึงไม่ทำวิดีโอ เพราะเราเป็นคนเดียวที่มีสปอนเซอร์เป็นกล้องถ่ายรูป วันที่ทุกคน Push ไปกับวิดีโอหมด เรานิ่งเลย แล้วนิ่งอย่างนั้น 10 ปีเต็ม ยอดผู้ติดตามเพิ่งทะลุ 100,000 คน เมื่อ 2 ปีที่แล้วเอง”

เมื่อมีการยกเรื่องสปอนเซอร์ขึ้นมา ก็อาจเป็นที่สงสัยของใครหลายคนว่า แทนรับงานสปอนเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารหรือไม่ คำตอบของเขาคือสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า แทนไร้เทียมทานไม่เคยรับเงินจากร้านอาหารแม้แต่บาทเดียว หรือแม้แต่สปอนเซอร์อะไรก็ตามที่เอาเข้าปากได้ เขาปฏิเสธทั้งหมด สปอนเซอร์ที่แทนจะรับ ต้องเป็นสิ่งที่กินไม่ได้เท่านั้น ซึ่งเมื่อเอ่ยถามถึงเหตุผล เขาก็เปิดเผยสิ่งที่คิดออกมาอย่างจริงใจ

“วันแรกที่ทำไอจีอาหารในประเทศไทย เราอยากให้คนติดตาม เลยไปบอกคนดัง ๆ สมัยก่อนให้ช่วย Shout Out ว่าให้ไปตามอันนี้ อะไรอย่างนี้ เราไปบอกทุกคนว่าให้มาช่วยดูร้านอาหาร โดยจะไม่รับจ้างรีวิว คนเลยเต็มใจเข้ามาช่วยโปรโมตให้เยอะ คนติดตามก็กระโดดจากหลักร้อยเป็นหลักพัน หลักหมื่น ในเวลาอันสั้นมาก เพราะฉะนั้น เราพูดไปแล้วว่าทำอันนี้มา เราไม่ได้รับจ้าง” แทนอธิบายที่มาของเหตุผลซึ่งเขายึดถือมานาน “เราไปบอกเขาว่าเราทำเพื่อช่วยคน เราก็ต้องยึดจุดยืนตรงนี้”

เมื่ออุดมการณ์อันแรงกล้าในการสนับสนุนร้านอาหาร ผนวกกับกระแสเรียกร้องให้กลับมารับบทบาทพิธีกรรายการอาหาร อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่เข้ามาในชีวิตของแทน นั่นคือเส้นทาง ‘ยูทูบเบอร์’ จึงมาถึง 

iTAN TV เส้นทางใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ผู้เดินทางบนสายอาหารมากว่า 12 ปี

EP.2
แทนไร้เทียมทาน สู่ iTAN TV และ แท่น แทน แท๊น

“เราทำรายการต่อ ไม่ได้เพื่อให้ตัวเองมีบทบาทหรือว่าเพื่ออะไรนะ หนึ่ง คือยังมีร้านอาหารอีกหลายร้านที่เราต้องซัพพอร์ต ยังมีคนดูอีกหลายคนที่อยากดูเรา ถึงจะน้อยนิด แต่ก็ยังมี” แทนเปิดเผยว่าหลังจากเคยมีบทบาทในช่องยูทูบช่วงหนึ่งและหายไปเกือบพักใหญ่ เขาเลือกกลับมาอีกครั้งใน iTAN TV ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ช่อง iTAN TV ประเดิมคลิปแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2022 ปัจจุบันมีคอนเทนต์ในช่องรวม 13 คลิป และมียอดผู้ติดตามกว่า 6,500 คน โดยคลิปเปิดตัวมียอดวิวถึงหลักแสน เรียกว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาเลยกับก้าวแรกในการทำยูทูบ

หากกดไปดูสักคลิป คงสะดุดหูกับชื่อรายการเด่นประจำช่องอย่าง แท่น แทน แท๊น ซึ่งชื่ออันเป็นเอกลักษณ์นี้ เป็นไอเดียของ เทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์ พี่ชายคนสนิทของเขานั่นเอง

“ชื่อรายการถามว่าทำไมต้อง แท่น แทน แท๊น พี่เทพบอกว่า มันเป็นการบอกทุกคนว่านี่คือเราจริง ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการควบคุม กำกับ ดูแลโดยโปรดิวเซอร์หรือว่าอะไร เราเลือกร้านเอง กำหนดทิศทาง ตัดต่อ กำหนดคอนเซ็ปต์ กำหนดมุมกล้องทุกอย่างเอง แต่ช่วงแรกคงเป็นการปรับตัวระหว่างเรากับทีมงาน อยากให้ทุกคนอดใจรอนิดหนึ่ง แต่อันนี้คือเป็นเราเลย คือเป็น แท่น แทน แท๊น

แทนปิดท้ายประโยคที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่รายการได้อย่างเหมาะเจาะ หลังพักดื่มน้ำกันให้คลายร้อน บทสนทนาก็ดำเนินต่ออย่างลื่นไหล

แท่น แทน แท๊น เป็นรายการวาไรตี้ ถามว่า iTAN TV ที่ทำ แท่น แทน แท๊น ออกมาต่างจากช่องอื่นยังไง คือมันวาไรตี้มาก อย่าง 1 เดือนเราจะมี กินข้าวเล่าเรื่องช่อง 3 ครั้ง แล้วจะสลับ 1 ครั้งเป็นเกมโชว์ อันนี้ก็ไม่รับสปอนเซอร์เหมือนกัน” แทนยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมของเขา 

“เป้าหมายคือ อยากให้ iTAN TV เป็นเหมือนทีวีช่องหนึ่ง มีทั้งอาหารและเกมโชว์ ต่อไปอาจจะมีท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามที่ไม่จำกัดว่าพิธีกรจะต้องเป็นผม แต่ถ้าวันใดพิธีกรเป็นผม มันก็จะอยู่ภายใต้ แท่น แทน แท๊น

iTAN TV เส้นทางใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ผู้เดินทางบนสายอาหารมากว่า 12 ปี
iTAN TV เส้นทางใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ ผู้เดินทางบนสายอาหารมากว่า 12 ปี

EP.3
เจาะลึกเบื้องหลัง iTAN TV

หากนึกถึงภาพสื่อที่ครองใจใครหลาย ๆ คน จนนำไปสู่อาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีนี้ และกำลังเป็นที่นิยมสูงไม่แพ้อาชีพไหน ๆ คงหนีไม่พ้นการเป็นยูทูบเบอร์ ซึ่งโลกที่กระแสส่วนใหญ่เบี่ยงจากหน้าจอโทรทัศน์ไปสู่หน้าจอสมาร์ทโฟน iPad หรือโน้ตบุ๊ก จนทุกอาชีพ ทุกบทบาท ผันตัวเข้าสู่วงการนี้แทบทั้งหมด แน่นอนว่าสายงานด้านอาหารของแทนก็เป็นหนึ่งในผู้ที่พยายามปรับตัวให้ทันกระแสสังคม

“เราเป็นนักการตลาด เรามองว่าสิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดก็คือ Generation Change ของคนปีนี้ ตำรวจ ทหาร พยาบาล หมอ นั่นคืออาชีพในฝันของคนไทย วันนี้ไม่มีใครอยากทำอาชีพเหล่านี้เลย คุณไปถามเด็กประถมนะ โตขึ้นอยากเป็นอะไร เขาจะตอบคำตอบเดียวเลย ยูทูบเบอร์” แทนขยายความประโยคที่เขาพูดก่อนหน้านี้ว่า ‘โลกมันเปลี่ยน’

จากจุดกำเนิดที่อยู่ในโทรทัศน์ เข้าสู่ยุคสมัยของอินสตาแกรม จนกระทั่งได้เดินในเส้นทางยูทูบร่วมกับใครอีกมากมาย คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักกับการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยตนเองในวัย 45 ปี แทนแชร์ประเด็นนี้อย่างจริงจังและไม่ปิดบังว่า

“จำนวนผู้ชมในยูทูบเป็นเด็กนะ ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ เด็กอายุ 21 เวลาฟังคนอายุ 45 เล่าอะไร สิ่งแรกที่รู้สึกคือ มันเหมือนพ่อแม่พูด เพราะฉะนั้น ถ้าคนอายุ 45 เดินเข้าไปหาผู้ชมที่เป็น Majority มันจะเกิดขึ้นช้ามาก ความน่าเชื่อถือมันน้อยเพราะแก่ ดังนั้น สิ่งที่กระทบตามมาคือ ร้านที่เราอยากซัพพอร์ตจะมีคนเห็นน้อย”

เมื่อเล็งเห็นถึงผลกระทบและอุปสรรคของตัวเองในสายงานนี้ เขาจึงเริ่มคิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนช่องให้เข้าถึงฐานผู้ใช้งานหลักของแพลตฟอร์ม อย่างวัยเด็กไปจนถึงวัยรุ่นมากขึ้น

“คอนเซ็ปต์รายการที่ออกมาในช่องใหม่เลยกลายเป็น กินข้าวเล่าเรื่องช่อง ยกชื่อรายการย่อยอีกหนึ่งรายการของ แท่น แทน แท๊น ซึ่งเป็นการเชิญยูทูบเบอร์ที่มีชื่อเสียงมากินข้าวร่วมกัน เพื่อเล่าว่าร้านนี้เป็นอย่างไร และนำไปสู่การเจาะลึกเส้นทางการทำงานสายยูทูบเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ หรือแม้กระทั่งเคล็ดลับความสำเร็จ โดยให้เหตุผลของการทำรายการในลักษณะนี้อย่างกระชับและเข้าใจง่าย คือการที่เด็กเข้ามารับชมรายการของเขามากขึ้น จะนำไปสู่การที่คนจำนวนมากได้เห็นร้านอาหารที่เขาอยากนำเสนอ

“เราบอกไม่ได้ว่าจุดประสงค์ในการทำงานของแต่ละคนคืออะไร แต่จุดประสงค์ของเราชัดเจนแน่นอน คืออยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ต ทั้งร้านอาหารและคนที่หาร้านกินอาหาร ช่วยเหลือธุรกิจวงการอาหารให้มันเกิดผลต่อไปถึงผู้ผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เกษตรกรหรืออะไรก็ตาม เราอาจเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ แต่เราทำให้คนไปกินข้าวเพิ่มขึ้นได้ 1 โต๊ะ ชาวประมงก็ขายปลาเพิ่มขึ้นได้ 1 ตัวแล้ว แค่นั้นเอง”

บทบาทใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ เมื่อโลกเปลี่ยนผ่าน การเดินบนเส้นทางสายอาหารจึงต้องปรับตัว

EP.4
ผลักดันความฝันของคนอื่น

แม้ iTAN TV อาจดูเป็นน้องใหม่ในแวดวงยูทูบ แต่ประสบการณ์ของแทนเรียกได้ว่าไร้เทียมทานสมฉายา เพราะนอกจากงานเบื้องหน้าอย่างการเป็นพิธีกรผู้เปี่ยมประสบการณ์แล้ว งานเบื้องหลังของเขาก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ด้วยการฟอร์มทีมงานมากความสามารถ ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับหมุดหมายใหม่

“อยากให้ยูทูบเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้ฝันของคนรุ่นใหม่เป็นจริง”

แทนเปิดแผนอนาคตว่า สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ คือให้ทุกคนที่ฝันอยากเป็นยูทูบเบอร์เข้ามาพูดคุยกัน เพื่อสนับสนุนให้ใครก็ตามได้ทำในสิ่งที่รักและชื่นชอบ ขอแค่มีความสามารถและมีใจรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากกว่าคนทั่วไป แทนและทีมงานก็พร้อมช่วยคุณคิดหาไอเดียและวางแผนการทำงานร่วมกัน

“ด้วยความที่เราเห็นฝันของเด็ก รวมถึงเป็นสิ่งที่เรากำลังทำแล้วรู้ว่ามันไม่ง่าย เพราะฉะนั้น ถ้าใครสักคนอยากทำแล้วมีคนช่วยซัพพอร์ต ไม่ต้องช่วยโปรดักชันก็ได้ ช่วยคิดช่วยแนะนำอย่างนี้ ก็เป็นหนึ่งจุดเล็ก ๆ ที่เข้าไปต่อฝันของเด็กรุ่นใหม่ให้ไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้น” แทนเล่าความตั้งใจที่อยากช่วยผลักดันคนรุ่นใหม่ด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ราวกับกำลังรอวันจะได้เจอกับกลุ่มคนซึ่งมีแพสชันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ต่างกับเขา

ร้านนี้ดีปะ”

“ร้านนี้อร่อยไหม”

เชื่อว่าประโยคเหล่านี้คงเป็นประโยคที่หลาย ๆ คนต้องเคยเป็นทั้งผู้ถามและผู้ถูกถามบ้างไม่มากก็น้อย ในทุกครั้งที่กำลังจะเปิดใจลองร้านอาหารใหม่ ๆ และบทสรุปของคำถามนั้นอาจไม่ได้จบลงที่ไหน แต่เป็นการหารีวิวผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ

เมื่อคำรีวิวเป็นสิ่งสำคัญที่ใครหลาย ๆ คนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกมื้ออาหารสัก 1 มื้อ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกนักที่ในปัจจุบันจะเห็นนักรีวิวรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน รวมถึงร้านอาหารหลายร้านที่เป็นเป้าหมายให้นักรีวิวจับจ้องเพื่อหยิบยกมาเป็นคอนเทนต์ จนอาจเคยเห็นเหตุการณ์ที่ร้านอาหาร 1 ร้าน ได้เข้าไปอยู่ในเพจรีวิวอาหารกว่า 10 เพจ ซึ่งเมื่อเราลองนำประเด็นนี้มาสนทนากับแทน ก็ได้เห็นถึงมุมมองในฐานะนักรีวิวอาหารรุ่นเก๋าคนหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

“วันนี้ร้านอาหาร 1 ร้าน มีเพจมารีวิวเต็มเลย มันเยอะไปไหมสำหรับผู้บริโภค ถ้าถามในความเห็นเรา ในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละเพจ เขาก็มีกลุ่มแฟนคลับที่ต่างกัน มันอาจจะมีซ้อนกันบ้าง หรืออาจจะมีส่วนที่ตรงกันบ้าง แต่อย่างน้อยมันมีกลุ่มที่ไม่ตรงแน่ ๆ เพราะฉะนั้น ยิ่งมี Food Vlogger เยอะ มีเพจเยอะ มีคนรีวิวเยอะ ก็ยิ่งดีกับธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหาร ร้านจะมีคนเห็นมากขึ้น Supply หรืออะไรก็ตามก็มีคนใช้บริการมากขึ้น เพราะฉะนั้นยิ่งเยอะยิ่งดี

“วันนี้เด็กสมัยใหม่ฝันอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ฝันอยากเป็นบล็อกเกอร์ ฝันอยากเป็นยูทูบเบอร์ นี่เป็นการลองเริ่มอาชีพที่ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คนยุคก่อนบางทีเขาอาจทำสิ่งที่ไม่ชอบไปจนแก่ไปจนตายเลยก็ได้ เพราะไม่มีโอกาสเหมือนเด็กสมัยนี้” แทนเล่ามุมมองผ่านเลนส์ของชายวัย 45 ปี

“อยากให้ทุกคนลองเลย ลองในสิ่งที่ตัวเองชอบ เราอาจได้เจออาชีพที่ชอบจริง ๆ ตั้งแต่ยังเด็กอยู่ก็ได้ ถ้าลองแล้วไม่ชอบ ไม่ Success เราก็อาจจะไม่เหมาะกับการเป็นสิ่งนั้น ก็ค่อยไปทำอย่างอื่นที่มีความสุขกับมัน”

บทบาทใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ เมื่อโลกเปลี่ยนผ่าน การเดินบนเส้นทางสายอาหารจึงต้องปรับตัว

EP.5
จากวันวานสู่อนาคต

ถ้าย้อนกลับไป เราอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะพ่อแม่ซื้อหนังสือพิมพ์ แล้วมีวันหนึ่งเราไม่ซื้อ แต่ดูในมือถือ จนสุดท้ายพ่อแม่ต้องตามมาดูในมือถือ พอเรามีลูก ลูกก็ดูในมือถือตามเรา แต่หนังสือพิมพ์ไม่ตามมาแล้ว เพราะหยุดไปตั้งแต่พ่อแม่แล้ว จากเดิมเราดูในเฟซบุ๊ก ลูกก็จะเล่นเฟซบุ๊กกับเราก่อน จนเขาไปเจอแพลตฟอร์มใหม่กับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น Twitter, TikTok เขาก็จะ Shift ไปดูของเขา พอคนในเจเนอเรชันเขาโตขึ้นมา สิ่งที่เราถืออยู่ก็เลือนรางไปแล้ว”

แทนอธิบายการเปลี่ยนผ่านของสื่อในปัจจุบัน ที่ขยับไปพร้อมกับการถือกำเนิดของคนรุ่นใหม่อย่างชัดแจ้ง

กระนั้นคอนเทนต์ด้านอาหารก็ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่มาได้ โดยรูปแบบไม่ได้ห่างไกลกันมาก โดยเฉพาะในแง่การรีวิว หรือการมีคนไปชิมอาหารแล้วมาอธิบายความดีงามของอาหารจานนั้น ๆ ให้ฟัง ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับสิ่งที่แทนทำมาตลอดระยะเวลาหลายปีในวงการนี้

“รีวิวอาหารก็ไม่ได้เปลี่ยนมา 30 – 40 ปีแล้วนะ มีทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว ถามว่าทำไมถึงต่อเนื่องที่สุด เพราะมันเข้าถึงง่ายกว่าพวกกราฟหรือชาร์ต ฟังมนุษย์คนหนึ่งพูดว่าอร่อยหรือไม่อร่อยยังไงก็เสพง่ายกว่า”

อย่างไรก็ตาม แม้รูปแบบจะใกล้เคียงกับในอดีต แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับเด็กในยุคนี้ คือการเสพง่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นทุกวัน กลายเป็นโจทย์ให้เหล่าผู้สร้างคอนเทนต์ต้องคิดกลยุทธ์การนำเสนอใหม่ ๆ ตลอดเวลา

แทนเดินทางบนเส้นทางสายอาหารมากว่า 10 ปี ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่โลกหมุนเวียนอย่างไม่รีรอมาหลายครั้ง จนกระทั่งในวันนี้ เขาเดินทางมาถึงจุดที่เล็งเห็นถึงบทบาทใหม่ คืออยากเป็นยูทูบเบอร์ในฐานะอาชีพ

“โซเชียลมีเดียสมัยนี้มี Life Circle ไม่เหมือนธุรกิจสมัยก่อน บอกไม่ได้ว่าธุรกิจนี้อยู่ในจุดไหน เพราะมันเกิดจากผู้บริโภคล้วน ๆ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะไม่มี MSN เคยรู้ไหมว่ามันจะประกาศปิด Internet Explorer ไม่รู้หรอกว่ามันคือช่วงไหนของแพลตฟอร์ม แต่ถามว่าวันนี้อะไรคือดาวรุ่ง มันคือ YouTube กับ TikTok”

แม้เครื่องมือจะเปลี่ยน แต่ความสามารถและเป้าหมายในการทำงานเพื่อสนับสนุนร้านอาหารของแทนไม่เคยเปลี่ยนไป รวมถึงเกณฑ์การคัดเลือกร้านอาหารที่ยืนยันว่า ช่องยูทูบของเขานั้น ไม่ใช่ ‘Content is king’ หรือ ‘Consumer is king’ แต่เป็น ‘iTAN is king’

“เราเป็นคนมีจุดยืนชัดตั้งแต่ทำไอจีแล้วว่า ถ้าไม่อร่อย เราจะไม่พูดถึงเลย จะไม่บอกว่าไม่อร่อย เราเลือกเฉพาะร้านที่รู้สึกว่าอร่อยเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น เราจะไม่เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานการวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าลิ้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน” แทนย้ำจุดยืนในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์การรีวิวอาหารมาแล้วอย่างโชกโชน “ร้านที่เราเสนอในยูทูบ หนึ่ง เรารู้สึกว่าอร่อยและเราชอบ สอง เราคิดว่าคนควรจะเห็นเขามากกว่านี้ เพราะเขามีของ ควรได้รับการเผยแพร่แก่สาธารณชน”

การสนทนาดำเนินมาได้พักใหญ่จนเห็นสมควรแก่การปิดท้าย เราจึงขอเอ่ยถามถึงเป้าหมายความสำเร็จที่อยากไปให้ถึง คำตอบที่ได้ไม่เพียงเห็นความมุ่งมั่นที่เหลือล้น แต่ยังเห็นแพสชันที่เขามีต่ออาหารและการซัพพอร์ตร้านอาหาร

“อยากเห็นร้านที่เราไปรีวิว มีคนไปจองคิว ไปต่อคิว จนเกิดปรากฏการณ์แท่น แทน แท๊น กับร้านอาหารในเมืองไทย”

ทิ้งท้ายอีกสักข้อความที่ทำให้เราเห็นถึงอารมณ์ขันของชายวัย 45 ผู้มีความตั้งใจอันแรงกล้าในการเดินต่อบนเส้นทางโซเชียลมีเดีย

“ไม่อยากดูก็ดูเถอะ (หัวเราะ) ให้โอกาสกันหน่อย ให้โอกาสคนรุ่นเก่าได้มาเล่าอาหารในมุมมองที่เขาผ่านประสบการณ์มาหน่อย”

เห็นทีว่าอ่านบทความนี้จบ คงต้องเปิดดูรีวิวร้านอาหารสักร้าน แล้วตามรอยไปฝากท้องในวันนี้แล้วล่ะ

ติดตามช่อง iTAN TV ได้ที่ www.youtube.com/c/iTANTV

บทบาทใหม่ของ ‘แทนไร้เทียมทาน’ เมื่อโลกเปลี่ยนผ่าน การเดินบนเส้นทางสายอาหารจึงต้องปรับตัว

Writer

วิมพ์วิภา ค้ำจุนวงศ์สกุล

เด็กนิเทศผู้หลงรักของหวาน การเล่าเรื่อง และตั้งใจจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกวัน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load