“ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ”

เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าการตกเป็นทาสแมวนั้น อาการเป็นอย่างไร

เมื่อได้คนตรงหน้าสารภาพอย่างหมดจดว่าทั้งชีวิตเขายกให้แมว 17 ตัว (ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกเร็ววันนี้)

คอลัมน์ Page Maker เดินทางมาจังหวัดนครปฐม ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวแมวนักเดินทาง edward10516 เอ็ดเวิร์ด แฟนเพจอายุ 3 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 4.6 แสนคน ผู้ตั้งใจสร้างรอยยิ้มและเป็นความสุขในทุกวันให้กับคนรักแมว พูดคุยกันถึงเบื้องหลังการทำคอนเทนต์สนุกๆ ของแมวนักเดินทางที่เพิ่งมารับบทชาวสวนพ่อลูกอ่อนด้วยสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงประสบการณ์แมวนำพา ทั้งมิตรภาพต่างถิ่น ดราม่าน้ำตาร่วง การใช้ชีวิตอย่าง Complete and Balanced กับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลเจ้านายทั้ง 17 ให้สุขภาพดี แจ่มใส

'edward10516 เอ็ดเวิร์ด' เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

จิ๊บ-อรรถพล เอี่ยมพนากิจ และ ปู-พรวิภา มีเมฆ คู่รักเจ้าของผองเพื่อนสี่ขา รอต้อนรับเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอยู่นั่นแล้ว

ก่อนอื่นใด ขอไล่เรียงชื่อให้ทำความรู้จักสักเล็กน้อย เจ้าเหมียว 15 ตัวเป็นสายพันธุ์บริติชช็อตแฮร์ อเมริกันช็อตแฮร์ สก็อตติชโฟล์ดช็อตแฮร์ เริ่มจากตัวผู้พี่ใหญ่ เอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ ณเดชน์ จอร์จ ตัวเมียมี ญาญ่า เบลล่า ฟองดู ฟองเบียร์ ดอลลาร์ ส่วนอีก 2 ตัว บิ๊กซีและเรนนี่ เป็นแมวไทยที่เขาเก็บมาเลี้ยงด้วยชะตาต้องกัน

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

เราพบกันเพราะแมว

ย้อนกลับไปเมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน จิ๊บเป็นคุณพ่อของเจ้าเอ็ดเวิร์ด ส่วนปู เธอเป็นคุณแม่ของ ต๊อด แมวขัดจรวด ทั้งสองอยู่ในกลุ่มทาสแมวมาเนิ่นนาน จนวันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดและต๊อดก็ทำหน้าที่เป็นแมวสื่อรัก

จุดตั้งต้นของการทำแฟนเพจ เกิดจากจิ๊บผู้มีอาชีพเป็นเซลล์ขายเสื้อกีฬา เมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ก็มักพาเอ็ดเวิร์ด ต๊อด มาริโอ้ 3 หนุ่ม 3 มุมไปด้วยเสมอ แรกๆ เขาถ่ายภาพเจ้าตัวยุ่งตามสถานที่ท่องเที่ยวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นผลตอบรับเกินคาด จากนั้นจึงคิดสร้างแฟนเพจขึ้นมาไว้ดูเอง

“ลงรูปตัวเองไลก์นิดเดียว พอลงรูปแมวนี่ โอ้โห ไลก์เต็มเลย” พ่อแมวเล่าติดตลก

“เริ่มแรก ไปโพสต์ในกลุ่มทาสแมวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินทางพาแมวไปเที่ยว คนติดตามเขาบอกว่าเราถ่ายรูปสวย ชอบมุมมองที่เอาแมวนั่งแล้วข้างหลังเป็นวิว” 

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ระยะเวลา 3 ปี เอ็ดเวิร์ดมีทาสอย่างเหนียวแน่น จิ๊บและปูเล่าวิธีสร้างคอนเทนต์ให้ฟังว่า การถ่ายภาพแต่ละครั้งได้ผ่านการคิดและวางแผนสถานที่ไว้แล้วทั้งสิ้น รวมถึงแคปชั่นกวนๆ ฮาๆ นั้นด้วย

“อย่างหน้าหนาวก็ต้องมีทะเลหมอก เราสองคนขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็แวะถ่าย ทริปที่พาเอ็ดเวิร์ดไปด้วยไกลสุดคือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย แม่สาย ภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ทั่วไทย คือคนน่ะไปหมดแล้ว แต่แมวยังเหลือภาคตะวันออก จันทบุรี ตราด แล้วก็อีสานตอนบน” 

ไม่เสียชื่อแมวนักเดินทาง นับว่าเป็นความโชคดีของทั้งคู่ที่ทั้งสามตัวไม่มีอาการเมารถ พอออกสตาร์ทก็นอนหลับปุ๋ย แต่ถ้ารถใส่เกียร์จอดปั๊บ ก็ตื่นเตรียมพร้อมทุกตัว แถมยังนั่งนิ่งให้จับท่าทางแชะภาพได้อย่างไม่งอแง

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวที่ทำให้คนยิ้ม

“หลักๆ ในการลงเพจของเราเลยคือเน้นสร้างรอยยิ้ม ทำยังไงก็ได้ให้คนยิ้ม อยากให้เขาเข้ามาดูแล้วไม่เครียด บวกกับความน่ารักของเอ็ดเวิร์ดด้วยที่เป็นแมวหน้าเดียว เราก็เลยพยายามหาคอนเทนต์อะไรก็ได้ที่คนเขาเข้ามาดูแล้วเขายิ้ม บางทีก็หาแคปชั่นให้กับรูปที่มันตลกๆ”

นอกจากแฟนๆ ในเฟซบุ๊ก เอ็ดเวิร์ดยังมียอดผู้ติดตามชีวิตประจำวันใน TikTok กว่า 2.126 แสนคน ส่วนอินสตาแกรม 1.01 แสนคน และในทวิตเตอร์อีกราว 6.74 หมื่นคน

เคล็บลับที่จิ๊บกับปูเผยให้ฟังถึงการทำคอนเทนต์ให้ปัง มีเพียงความจริงใจ และลงเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่ห่างหายให้คิดถึง และพยายามไม่ให้ทุกช่องทางเป็นคอนเทนต์เดียวกัน เพราะผู้ติดตามอาจเป็นคนเดิม

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ผมเคยลองมาแล้ว คอนเทนต์เดียวกัน รูปเดียวกัน ลงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม มันก็จะมีทั้งประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ บางทีผมสลับลงเพจแคปชั่นนี้ ผ่านไปอีกสองวันเอาของเพจลงอินสตาแกรม บางทีเราหวังกับรูปนี้คิดว่าปังแน่ แต่ว่าก็ไม่ปัง แต่ถ้าถ่ายธรรมดาอยู่ดีๆ มันก็ปัง

“เราสร้างคาแรกเตอร์ให้เขา อย่างเอ็ดเวิร์ดจะเป็นแนวเจ้าชู้ ช่วงมีลูกเขาก็จะอยู่กับลูก คนติดตามเยอะ แต่พอไม่มีลูกก็จะเป็นแคปชั่นอ่อยสาว”

อ่อยไปอ่อยมา ได้เรื่อง! จิ๊บกระซิบว่ามีสาวมาจีบเยอะมาก ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ไทยยันต่างประเทศ ถึงขั้นจะบินมาจากรัสเซียเลยก็มี

แม้ว่าคุณไม่เคยรู้จักแมวตัวส้มนี้มากก่อน ก็อาจเคยผ่านตามีมอันโด่งดังจนเป็นที่รู้จัก คือ ตอนที่ทั้งจิ๊บและปูไปบริจาคของที่แม่ฮ่องสอน แล้วจับเอ็ดเวิร์ดกับต๊อดถ่ายภาพบนรถตำรวจ ซึ่งมาพร้อมกับแคปชั่นและคอมเมนต์สุดฮาจากแฟนๆ เรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ถล่มทลาย

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“ตอนนั้นออกทีวีหลายช่อง ทุกเพจ ทุกสื่อเอาไปลง จนมีคนเอาคลิปต่างประเทศที่แมวสีเดียวกับสองตัวนี้ตีกัน พอทะเลาะเสร็จเขาก็เอารูปนี้ไปใส่ตอนจบว่า สุดท้ายโดนตำรวจจับขึ้นรถ (หัวเราะ) แล้วก็มีเรื่องที่ลูกสีไม่เหมือนพ่อ เป็นพ่อลูกกันจริงหรือเปล่า มีรูปเปิดประตูเข้ามานอนหงาย มาดังอีกตอนที่ไปโคราช เป็นรูปนั่งขอตังค์ เปิดกระเป๋า ซึ่งจัดฉากหมดทุกอย่าง”

แม้หวังเรียกรอยยิ้ม แต่ก็มีเหตุการณ์พาดราม่าจากภาพนั่งเปิดกระเป๋าขอตังค์นั้น ถึงขั้นมีคนคอมเมนต์แรงต่อใจ

“เขาบอกทุเรศ พาแมวมาขอตังค์ ซึ่งถ้าเป็นลูกเพจเขาจะรู้ว่าเราจัดฉาก แต่พอถูกแชร์ออกไปเยอะ คนที่ไม่ได้ติดตามก็จะเข้ามาด่า หาว่าหากินกับแมว เราก็ปล่อยไป เพราะยิ่งตอบโต้ยิ่งบานปลาย นอกจากเป็นคอมเมนต์ที่มันเกินไปจริงๆ เราจะไปตอบด้วยเหตุผล ถ้าเขาไม่ฟังก็เลื่อนผ่าน” ปูย้อนเล่าถึงเรื่องราวที่ย้ำให้พวกเขายึดหลักการทำเพจเรียกเสียงหัวเราะต่อไป 

การเดินทางตลอด 3 ปี แฟนเพจของเอ็ดเวิร์ดเคยติดอันดับ 1 ของแมว ได้รางวัลอินฟลูเอนเซอร์มา 2 รอบ หากเทียบกับสุนัข เอ็ดเวิร์ดเป็นรองก็แต่เพจ ข้าวจ้าว หมากวนตีน นอกจากเอ็ดเวิร์ดแล้วยังมีเพจของพี่น้องแมวสายฮาอีก 2 เพจที่ทั้งคู่ดูแลอยู่ คือ ต๊อด แมวขัดจรวด ที่มีผู้ติดตาม 1.6 แสนคน และ มาริโอ้ เดอะแค๊ท มีผู้ติดตาม 3.9 หมื่นคน

“ต๊อดนี่จะเป็นนักเลง ดุ แคปชั่นกวนๆ ออกห้าวๆ ส่วนมาริโอ้เป็นกินกับนอน หลักๆ เน้นแค่สามเพจ เวลาไปไหนสองตัวนี้จะไปด้วยกันตลอด” ฝั่งพ่อว่า

“แต่ไม่ถูกกัน” ฝั่งแม่รีบเสริมอย่างขำๆ 

“เมื่อก่อนเขาก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ทีนี้ไอ้ต๊อดไปหื่นใส่เอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นตัวผู้เหมือนกัน เอ็ดเวิร์ดเลยแว้งกัด หลังจากนั้นไม่ถูกกันอีกเลย แต่นั่งรถด้วยกันได้ (หัวเราะ) ตัวหนึ่งนั่งข้างหน้า อีกตัวนั่งตรงกลาง ในวงการทาสเขาจะว่าเอ็ดเวิร์ดลูกพ่อ ต๊อดลูกแม่ ทีนี้พอคนเขารู้ว่ามันไม่ถูกกัน เลยกลายเป็นแคปชั่นแขวะกัน ไม่ชอบหน้ากัน เป็นแนวคู่กัดอะไรประมาณนี้ เช่น เอ็ดเวิร์ดมีลูกก็ไม่เลี้ยงเอามาให้ลุงเลี้ยง ซึ่งต๊อดก็จะแนวรักหลานแต่เกลียดพ่อ”

น่ารัก!

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

แมวเยอะเลี้ยงไม่ยาก

หลายคนอาจกังวลว่าพอมีแมวเยอะๆ จะดูแลยาก เป็นห่วงเรื่องความสะอาด แต่การเลี้ยงระบบปิดมีผลต่อสุขภาพที่ดีของทั้งคนและแมว เพราะควบคุม-ป้องกันโรคได้ 

สำหรับเอ็ดเวิร์ดและผองเพื่อนนักเดินทาง สองเจ้าของออกตัวว่าเขาเลี้ยงกันแบบบ้านๆ ถ้าพาไปข้างนอก ก่อนกลับก็จะล้างและเช็ดแอลกอฮอล์ทั้ง 4 เท้า ป้องกันเชื้อโรคที่อาจเหยียบติดมา ตัวไหนเดินทางบ่อยก็อาบน้ำเดือนละครั้ง ถ้าตัวไหนอยู่บ้านก็ 2 เดือนครั้ง ซึ่งอาบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

ส่วนการกินอยู่ ก็ให้อาหารเม็ดแบบบุฟเฟต์ คือเทไว้ ตัวไหนหิวเมื่อไหร่ก็แวะมากินได้ตลอด เสริมเช้าเย็นเป็นอาหารซอง

“ปกติก็เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด แต่อาหารซองก็ช่วยให้เขาไม่เบื่ออาหารเม็ด สารอาหารครบ ถ้าเขาเลือกกิน แสดงว่าเราตามใจเขา อย่างตัวนี้ ผมเคยเลี้ยงแบบตามใจ อันนู้นก็ไม่กิน อันนี้ก็ไม่กิน อะไรก็กินไม่ค่อยได้ จะอ้วกอย่างเดียว ถ้าเคยเลี้ยงมาแบบเสียนิสัย เราต้องบังคับถึงจะกินได้ ไม่กินก็ต้องตั้งทิ้งไว้ กับอีกอย่างคือป้อนเลย เอาอาหารใส่เข็มฉีดยาแล้วค่อยๆ ฉีดใส่ปาก แรกๆ เขาอาจจะฝืนนิดหนึ่ง แต่พอได้กินเดี๋ยวเขาก็จะกินเป็น”

ข้อสำคัญคือเรื่องขน ถ้าเกิดเปลี่ยนอาหารกะทันหัน จะทำให้ขนร่วงเป็นปกติ 

เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส
เพจเล่าเรื่องแมวนักเดินทางที่ตั้งใจเป็นความสุขทุกวันให้เหล่าทาส

“เราต้องค่อยๆ ผสม เป็นสัดส่วนเก่าต่อใหม่ 25 : 75 จากนั้นก็ 50 : 50 และ 75 : 25 แล้วเดี๋ยวเขาปรับตัวได้ ขนจะฟูตัวแน่นเหมือนเดิม”

ส่วนการรักษาความสะอาด ปูแนะนำว่าแล้วแต่ความสะดวก สำหรับเธอที่กินนอนด้วยกันตลอดเวลา จึงดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“ดูดฝุ่นทั้งวัน ทรายตกมาสองสามเม็ดก็ต้องดูดแล้ว เราเป็นคนแบบนี้ สังเกตแมวเข้าห้องน้ำปุ๊บเราดูดเลย เพื่อความสะอาดของห้องด้วย จะได้ไม่ต้องเก็บทีเดียวให้เหนื่อย อย่างห้องน้ำแมวเก็บสองถึงสาม รอบ เช้า กลางวัน เย็น ทำให้ไม่มีกลิ่น นอกจากแมวจะสร้างอาณาเขต แต่ก็มีแค่ตัวเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด เพราะที่เหลือทำหมันหมดแล้ว” เธอเล่าด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมเสียงหัวเราะ

แมวสร้างมิตรภาพ

แน่นอนว่าการทำแฟนเพจ ต้องมีลูกเพจคอยแวะเวียนมาคุยเรื่องแมวๆ ทั้งคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ปรึกษา ขอคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการดูแล ไปจนถึงขอลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมที่เหล่าเจ้านายเข้าพักได้

“มีทุกแบบเลยครับ เช่น แมวหนูไม่กินต้องทำยังไง แมวอ้วกเป็นสีนี้ ถ่ายมาให้เราดูว่าต้องทำยังไง แมวจะคลอด น้ำแบบนี้ไหลแล้วหนูต้องทำยังไงดี บางทีแค่ส่งรูปมาเราก็ไม่รู้ เลยได้แต่แนะนำว่าให้ไปหาหมอดีที่สุด (หัวเราะ) คือถ้าถามว่าดูแลยังไง กินอาหารอะไรทำไมขนถึงไม่ร่วง อะไรแบบนี้เราตอบได้หมด เพราะเราเลี้ยงอยู่ทุกวัน”

มากไปกว่าการพูดคุยกันผ่านอินบ็อกซ์ เรื่องที่เจ้าตัวเล่าพร้อมรอยยิ้มตาหยีคือ การได้เจอเหล่าทาสทั้งหลายตามไปกระทบไหล่เจ้าเอ็ดเวิร์ดทุกแห่ง บางคนก็เข้ามาทักทาย จนกลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริง

“วงการแมวนี่คือจากคนไม่รู้จักกันก็ได้รู้จัก ได้คุยกัน อย่างไปภาคเหนือ มีคนเจอเราที่ปายมาเคาะรถเลยนะ ถามว่าใช่เอ็ดเวิร์ด มาริโอ้ ต๊อด หรือเปล่า เขาดีใจ ยังคุยกันจนถึงทุกวันนี้ สามถึงสี่ปีแล้ว

“ตอนไปทุ่งบัวตอง แฟนคลับก็ตามขึ้นไปตั้งแคมป์ทำข้าวเย็นกินด้วยกัน กางเต็นท์นอนข้างๆ เพราะว่าเขาอยากเจอเอ็ดเวิร์ด ไปพิษณุโลกหรือไปแม่ฮ่องสอน แม่ค้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่มาทักว่าใช่เจ้าของเอ็ดเวิร์ดหรือเปล่า ถ้าเสร็จแล้วขอถ่ายรูปได้ไหม ขนาดเราไม่ได้เอาแมวลงไปนะ อยู่ในรถ เขาจำเจ้าของได้ คือไปไหนก็มีแฟนคลับต้อนรับตลอดเลย เราก็ปลื้มนะที่เขาเอ็นดูลูกเราขนาดนี้ บางทีจากแฟนคลับกลายเป็นเพื่อนสนิทเลยก็มี

“เลี้ยงแมวมันได้อะไรมากกว่าที่คิด ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันเกี่ยวกับแมวบ้าง ไม่เกี่ยวกับแมวบ้าง ขนาดตอนไปภาคใต้ คนละศาสนากัน เขาเป็นมุสลิม ขับรถมาจากปัตตานีมาหาเราที่ตรัง ชวนเราไปนอนบ้าน ซึ่งตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่าไม่ได้รู้จักกันเลย เราเกรงใจเขา คือเรากินหมู กินเหล้าเบียร์ แต่เขาก็พยายามบอกว่าถ้าไปปัตตานีไปบ้านหนูนะพี่ แล้วเขาก็พาไปกินข้าว กินโรตี กินอาหารพื้นบ้านของมุสลิม พอเขาขึ้นมากรุงเทพฯ ก็มาหาเราที่บ้าน พาแม่มา แล้วบอกว่าถ้าไปภาคใต้ต้องไปบ้านหนูอีกนะ คือไม่น่าเชื่อว่าการเลี้ยงแมวจะสร้างมิตรภาพ พาเพื่อนใหม่เข้ามา”

แมวสอนให้ผมสู้ชีวิต

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ เอ็ดเวิร์ดผันตัวมาเป็นชาวสวน ตามผู้เป็นพ่อที่ยังเดินทางไปไหนไม่ได้ กลับมาอยู่บ้านทำสวนอินทผาลัมและกล้วยด่างอย่างจริงจัง

นอกจากกลุ่มคนรักแมว ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเลยได้ขยายฐานแฟนคลับไปยังกลุ่มคนรักต้นไม้

“มีลูกเพจที่มาซื้อกล้วยแล้วขออยากเจอแมวบ้าง ถ้าเราเอาไปส่งก็พาแมวไปด้วย ตอนนี้เอ็ดเวิร์ดเขาดังในกลุ่มกล้วย เวลาลงรูปต้นกล้วยคนก็มาคอมเมนต์ถามหาว่าแมวไปไหน”

การได้ทำงานอยู่บ้านทำให้จิ๊บและปูมีเวลาดูแลลูกๆ ทั้ง 17 ตัวเต็มวัน และมันก็มอบวิชาชีวิตให้พวกเขาเช่นกัน

“มันสอนให้เราท้อไม่ได้ ให้เราต้องสู้ เหมือนอย่างแคปชั่นที่พึ่งลงไป ‘ถ้าท้ออย่าถอดใจ ให้ถอดทองไปจำนำ’ เราถือคติคนไม่อิ่มแต่แมวต้องอิ่ม ขายกล้วยได้สามพันห้าร้อยบาท ซื้อของซื้อขนมให้แมวสี่พันถึงห้าพันบาท เป็นแบบนี้ประจำ มันเป็นความสุข เดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายแมวประมาณสามหมื่นบาท” คุณพ่อแมวว่าก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ

“คนป่วยไม่สบาย เรายังไม่อยากไปหาหมอเลยนะ แต่แมวเป็นนิดหน่อยคือต้องไปแล้ว เคยป่วยครั้งหนึ่งแปดหมื่นบาท ไม่มีเงิน ก็ต้องมีเอาทองไปขาย” แม่แมวเล่าเรื่องจริงเสริม

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

แมวทำให้ชีวิต Complete and Balanced

ชีวิตหลังมีแมวของทั้งคู่เปลี่ยนไปแทบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยกให้แมวเป็นลำดับแรก

“เรารักเขาเหมือนลูก เลยเลี้ยงเป็นลูก ไม่ได้เลี้ยงเป็นแมว เท่าไหร่ก็ต้องยอมขอแค่ให้เขารอด จริงๆ แล้วก็ครบทุกรสนะครับ บางทีหายเหนื่อย จับจอบขุดดินมาเปิดประตูเจอแมวอ้อน แมวถูเรา เราก็มีความสุขแล้ว”

คงไม่ต้องการันตีว่าทั้งคู่เป็นทาสแมวเลเวลไหน เพราะอยู่ในระดับที่ขาดกันไม่ได้ ทั้งยามตื่นยามนอน รายรอบด้วยลูกแมวและข้าวของแมวแทบทุกมุม 

“ในรถนี่ก็มีแต่ของใช้แมว ครึ่งคันเลย ห้องน้ำ ที่ดูดฝุ่น ไม้กวาด สเปรย์ทำความสะอาด เราพักโรงแรมที่ไหน เวลาเช็กเอาต์เสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดให้เขาก่อน ดูดฝุ่น ปัดที่นอน เก็บขยะในโรงแรมออกมาทิ้ง คือเราไม่ได้อยากไปพักแค่ครั้งเดียว ครั้งหน้าเรายังต้องการไปนอนอีก เราก็ทำให้เขา

“ชีวิตมีแต่แมว ถ้าแมวไม่ได้ไปด้วยจะคิดถึงมาก ไปไหนเลยต้องเอาไปด้วย บางทีเราไปซื้อของในตลาด อีกคนก็ต้องเฝ้าในรถ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็ต้องเอาแมวไปด้วย จากที่เคยอยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย แต่ตอนนี้ถ้าแมวเข้าไม่ได้คือไม่ได้ไป ที่ไหนที่เราอยากจอดถ่ายรูป แต่ถ้าเดินเข้าไปลึก แมวไปด้วยไม่ได้ ก็จะเลี้ยวรถกลับเลย เราไม่อยากทิ้งแมวไว้ในรถ แป๊บเดียวก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

แววตาอ่อนโอนของสองทาสแมวตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์เกือบจะเสียลูกไปครั้งแรก 

“ผมเคยพาแมวไปเชียงรายแล้วขับรถไม่ไหวเลยจอดนอนปั๊ม ได้ยินหมาเห่า ตื่นมาหายหมดสามสี่ตัว มันเปิดกระจกออกไปเอง ผมนี่ใจสลายเลย ทำอะไรไม่ถูก รีบลงไปหา ยังดีนะที่อยู่ข้างรถตัวหนึ่ง ใต้ท้องรถตัวหนึ่ง แล้วก็แอบอยู่ที่ล้อ อีกตัวเดินอยู่รอบๆ 

“อีกครั้งเราไปเชียงราย ขากลับพักที่พิษณุโลก เช็กอินได้สองชั่วโมง แม่โทรมาบอกว่าแมวที่บ้านหาย ผมนี่เหยียบรถไปร้องไห้ไป ทั้งบนไข่สองพันใบ กลับมาเจออยู่ในห้องหน้ากระจก วินาทีที่เห็นหน้าเขาน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ไม่ได้หายไปไหน แค่แม่หาไม่เจอ ผมว่าแมวที่ตายไปเพราะป่วยเป็นโรคยังอยู่ในอ้อมอกเรานะ แต่แมวหายไป ไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่ยังไง”

และถ้าถามว่ายกทั้งชีวิตให้เจ้าก้อนทั้ง17 ขนาดไหน ไม่มีเอ็ดเวิร์ดจะอยู่ไหวหรือเปล่า เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า

“อย่างเอ็ดเวิร์ดมีคนมาขอซื้อถามว่า ห้าหมื่นบาทขายไหม ผมก็บอก ห้าล้านบาทยังขายให้ไม่ได้เลย 

“ผมรัก”

เยี่ยมบ้าน ‘edward10516 เอ็ดเวิร์ด’ แมวนักเดินทางและชาวสวนประจำนครปฐม ผู้ตั้งใจสร้างคอนเทนต์ให้ทาสตกหลุมรักและอมยิ้มทุกครั้งที่กดเข้ามา

ติดตามความกวนปนน่ารักของ เอ็ดเวิร์ด แมวนักเดินทาง ได้ที่

Facebook : Edward10516 : เอ็ดเวิร์ด

Twitter : @edward10516

Instagram : @edward10516 

TikTok : @edward10516

ใหม่! มองชู บาลานซ์ อาหารแมวมื้อหลักสูตร Complete and Balanced ที่มี Zinc Chelate สังกะสีนวัตกรรมใหม่ ดูดซึมได้มากกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นขนได้ดี มองชู รู้ใจเค้า..เข้าใจคุณ

เนื้อปลาดีมีโปรตีน มอบคุณค่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาแท้ ช่วยสร้างกล้ามเนื้อในการเจริญเติบโต และพลังงานที่เพียงพอกับพฤติกรรมของน้องๆ

Zinc Chelate (ซิงค์ คีเลต) สังกะสีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ แร่ธาติที่มีกรดอะมิโนที่เล็กที่สุดของโปรตีน ช่วยดูดซึมของลำไส้ สามารถดูดซึมได้ดีกว่า Zinc ทั่วไป ช่วยบำรุงผิวหนัง ทำให้น้องๆ ขนไม่ร่วง ดูดีขนสวย พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ยับยั้งอาการท้องเสียเฉียบพลัน

Prebiotic ช่วยการย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ขับถ่ายได้ดี สร้างสมดุลร่างกาย

Taurine เสริมสร้างกรดอะมิโน ช่วยบำรุงสมอง สายตา และหัวใจ

ตามไปช้อปได้ที่ 

Shopee : http://bit.ly/MonchouShopee

Lazada : http://bit.ly/MonchouLazada 

#มองชูรู้ใจเค้าเข้าใจคุณ #มองชู #monchou #monchoubalanced #completemeal #zincchelate

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

ยินดีต้อนรับผู้อ่านทุกท่าน สู่บทสัมภาษณ์ที่มีรอยยิ้มตลอดทางและครึกครื้นไปกับฉากทัศน์ที่อรรถรสได้สาแก่ใจ เพราะตั้งแต่ “พี่คะ..ฉากแท่มแท้ม..เขาแท่มแท้มกันจริงไหม” จนไปถึง “มึงฆ่าน้องกูนะ มึงทำเหี้ยแบบนี้ได้ยังไง!”

ทำให้ต้องยอมรับจริง ๆ ว่านี่เป็นบทสัมภาษณ์ที่หลากรสชาติ มากเครื่องเคียง ที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตของผู้เขียน 

เธอคนนี้คือ ครูลูกแก้ว-วริศรา บำรุงเวช ครูสอนการแสดง, Acting Coach, TikToker และอีกหลายบทบาทในโลกที่เธอสามารถเป็นได้ เราชวนเธอมาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ตั้งแต่ขึ้นรถตู้ไปเรียนแอคติ้งที่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 17 แล้วสอบเข้านิเทศฯ การแสดง ฝึกฝนตนเองจนป็นทั้ง ‘ครู’ และ ‘โค้ช’ ของสถาบันสอนการแสดง The Drama Academy 

ไม่เท่านั้น เธอยังเป็น TikToker ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์รูปแบบ Q & A ที่เน้นตอบคำถามเบื้องหลังการแสดง ลึกบ้าง ตื้นบ้าง แต่สำคัญตรงไหนล่ะ ? ถ้าคำว่า ‘ในวงการ’ ก็มีแต่เรื่องที่เรา ๆ อยากรู้ 

เพื่อความบันเทิงในระหว่างอ่านบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ ผู้เขียนต้องรบกวนให้ผู้อ่านกดเปิดเสียงครูลูกแก้วในความคิด ปรับไดนามิกให้สุด พร้อมจินตนาการความเล่นใหญ่รัชดาลัยในระหว่างพูดคุยกันตั้งแต่ต้นจนจบของแอคติ้งโค้ชผู้นี้

บางเรื่องใครฟังก็ขำไม่ออก บางเรื่องใครบอกก็หลุดขำกันทุกคน 

ทางผมพร้อมแล้ว คุณผู้อ่านพร้อมนะครับ 

เทปเดิน..ซีน 1..คัท 1..เทค 1…แอคชั่น !

Krulukkaew แอคติ้งโค้ชที่ใช้ TikTok ตอบทุกข้อสงสัยในวงการ ตั้งแต่วิธีเป็นดารายันเลิฟซีน

เดี๋ยวก่อนนะ คุณจบนิเทศฯ แต่เคยไม่รู้จักคำว่า ‘นิเทศศาสตร์’ มาก่อนเหรอ

ชีวิตเรารู้จักแต่หมอ พยาบาล ครู จนเพื่อนบอกว่า ‘มึงน่าจะเรียนนิเทศฯ นะ’ เพราะสมัยมัธยมเราเป็นเด็กกิจกรรม ด้วยความเด็กต่างจังหวัดก็งงว่า นิเทศฯ มันคืออะไรวะ ก็เลยต่ออินเทอร์เน็ตแล้วค้นหาคำว่า ‘นิเทศศาสตร์’ มันก็ขึ้นมาว่า ‘นิเทศ จุฬาฯ’ พอลองอ่านรายละเอียด เห้ย นี่มันกูชัด ๆ

อะไรที่ทำให้มั่นใจว่า ‘เห้ย นี่มันกูชัด ๆ’

เราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เรียนดีประมาณหนึ่ง เลือกสายวิทย์ตอน ม.ต้น เคยไปออกงานประกวดชื่อ Scient Show เป็นโชว์กลทางวิทยาศาสตร์ เราก็เข้าใจว่าเราชอบวิทย์มาตลอด แต่ที่ไหนได้ เราชอบโชว์ (หัวเราะ) เราชอบตอนที่ได้แสดง ไม่ได้ชอบวิทยาศาสตร์ พอขึ้น ม.ปลาย เราก็เรียนไม่ค่อยไหว ในหัวมีคำถามเยอะมาก เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วนะ 

ไม่ใช่แล้วทำยังไงต่อ

ก็คุยกับพ่อแม่ เขาอยากให้เราเป็นหมอ จริง ๆ เขาก็ไม่ได้ห้ามเรามากนะ ค่อนข้างน่ารัก แต่เพราะเป็นข้าราชการครู บวกกับคนยุคนั้นในต่างจังหวัด เขามองว่าการทำงานในวงการเป็นเรื่องไกลตัว เราจะไปยืนตรงนั้นได้เหรอ ซึ่งตัวเราไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้นเลย คิดสั้น ๆ ว่าชอบ ก็เรียน 

เราค่อนข้างมั่นใจมากว่า ถ้าเราเรียนในสิ่งที่ชอบ มันต้องมีลู่ทางสิวะ ต้อง Survive ได้

คุณรอดจาก ‘เด็กสายวิทย์’ จนมาเจอทางที่ตัวเองรักได้ยังไง

ตอนนั้นบอกแม่ว่า ‘แม่ ไปอ่านนิเทศฯ จุฬามา มันตรงมากเลยนะ’ แม่บอกว่า ‘กระแสนิยมแน่นอน’ เราก็ยังบอกแม่อีกว่า เอาจริง ๆ นะ ที่ผ่านมาหนูเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองและดูแลตัวเองได้ แม่คิดว่าหนูเรียนนิเทศฯ ไปแล้วจะไม่มีงานเหรอ  

แล้วสมัยก่อนมันก็มีวิชาแนะแนว ให้เราทำควิซ ผลสรุปออกมาเป็นนิเทศบ้าง อักษรบ้าง ผลมันออกมาฝั่งแบบคอมมูฯ (Communication) หมดเลย แล้วในยุคนั้นก็มีเว็บเด็กดี เขาจัดอบรมการแสดง เราก็ไปสมัครทำกิจกรรมกับเขา จนพ่อแม่รู้สึกว่าลูกน่าจะชอบจริง ๆ คงไม่ใช่กระแสแล้ว พออายุสิบเจ็ดก็เลยขอเงินแม่มาเรียนแอคติ้งที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นเป็นโรงเรียนของ ครูเล็ก ภัทราวดี นั่งรถตู้จากสุพรรณฯ มาเรียนทุกอาทิตย์ 

เรารู้สึกว่านี่มันคือฉันนน นี่ฉันไปอยู่ที่ไหนมา มันใช่ไปหมด ถูกต้องไปหมดเลย (มือครูลูกแก้วมือเริ่มปัดป่ายในอากาศ) ตอนอยู่ต่างจังหวัดเราไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน อินเทอร์เน็ตยุคนั้นก็ไม่ได้เข้าถึงอะไรมาก 

ยังจำการแสดงครั้งแรกของตัวเองได้ไหม

จำได้ เราเล่นเป็นโสเภณี ! 

สมัยเรียนก็มีเล่นละครนิเทศจุฬาฯ ในหอประชุม ตอนนั้นเล่นอยู่สองเรื่อง คือ วิมานมายา กับ ฟินาเล่ ตอนนั้นเล่นแย่มากเลยนะ กะโหลกกะลามาก แล้วตอน วิมานมายา เราเล่นเป็นโสเภณี ส่วน ฟินาเล่ เรื่องราวมันเกี่ยวกับโรงละคร ได้รับบทเป็นตัวละครหนึ่งที่เป็นตัวประกอบที่อยากได้บทมาก ๆ ก็สนุกดี 

แล้วชีวิตจริงคุณรับบทเป็นอะไร

มันมีสองคำ ต้องแยกก่อนนะ หนึ่ง ครูสอนการแสดง สอง แอคติ้งโค้ช 

Krulukkaew แอคติ้งโค้ชที่ใช้ TikTok ตอบทุกข้อสงสัยในวงการ ตั้งแต่วิธีเป็นดารายันเลิฟซีน

ครูสอนการแสดง กับ แอคติ้งโค้ช ต่างกันยังไง

ครูสอนการแสดงต้องสอนการแสดงตั้งแต่ระดับพื้นฐานไล่ไปถึงระดับแอดวานซ์ ซึ่งอาชีพครูสอนการแสดงจำเป็นมาก ถ้าเกิดนักแสดงข้ามไปเวิร์กชอปโดยที่พื้นฐานไม่แน่น มันเหมือนเอานักกีฬาที่ไม่ผ่านการเทรนไปลงสนาม แบบนั้นไม่เวิร์กแน่ ๆ ส่วนแอคติงโค้ชก็เหมือนโค้ชนักฟุตบอลที่อยู่ริมสนาม ถ้าเขาเล่นไม่ได้ เรามีหน้าที่ทำให้เขาเล่นได้

เรายกตัวอย่าง ครูเงาะ (รสสุคนธ์ กองเกตุ) เขาน่าจะเป็นคนแรก ๆ ที่ถูกพูดในเรื่องแอคติ้งโค้ชของประเทศไทย ซึ่งมันเริ่มมาจากหนังเรื่อง แฟนฉัน (2003) เรื่องนั้นนักแสดงเด็กเยอะใช่ไหม แล้วผู้กำกับดูแลยาก ก็เลยมีอาชีพนี้ขึ้นมาเพื่อดูแลเด็กให้เด็กเล่นให้ได้ เพราะสมัยก่อนเด็กจะท่องบทกันแบบ

ทำ-ไม-เหรอ – (ครูลูกแก้วเลียนเสียงใส ๆ ของเด็ก ไม่มีน้ำหนักแบบอ่านท่อง) 

ฉัน-รัก-เธอ – (ทำท่าตามคำ ชี้ตัวเองและอีกฝ่าย เหมือนท่าเต้นเพลงออกกำลังกายยามเช้าของเด็กเล็ก)

แต่เราช่วยให้พูดให้เป็นธรรมชาติได้ ก็ฉันรักเธออะ หรือถ้าผู้กำกับอยากให้นักแสดงร้องไห้ฟูมฟาย เราก็มีหน้าที่บิลด์อารมณ์ให้เขารู้สึก ต้องใช้จินตนาการทุกวิถีทางให้นักแสดงรู้สึกตามนั้น

Krulukkaew แอคติ้งโค้ชที่ใช้ TikTok ตอบทุกข้อสงสัยในวงการ ตั้งแต่วิธีเป็นดารายันเลิฟซีน

แล้วแอคติ้งโค้ชคนนี้เคยทำใคร ‘ร้องไห้’ มาบ้าง

ปิงปอง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เราไปแค่ฉากร้องไห้เลย เพราะ พี่เติ้ล (กิตติภัค ทองอ่วม) ที่เป็นผู้กำกับเขาเก่งเรื่องคอมเมดี้อยู่แล้ว แต่ฉากนั้นปิงปองต้องร้องไห้ เขาก็ห่วงว่าจะร้องไห้ได้ไหม ก็เลยจ้างเราไปแค่ครึ่งวัน พอปิงปองร้องไห้เสร็จ เราก็สวัสดี รับเงิน กลับบ้าน คือไปแค่นั้นจริง ๆ ไปเพื่อทำให้ปิงปองร้องไห้ (ฉากที่ว่านี้อยู่ใน ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ Season 3 Ep 9 ฉากที่ปิงปองถูกคนรักบอกยุติความสัมพันธ์ในห้องพัก แล้วร้องไห้หนักอย่างสิ้นหวัง เป็นฉากสะเทือนใจที่หลายคนยังจำกันได้ดี)

นอกจากทำนักแสดงร้องไห้ อาชีพแอคติ้งโค้ชต้องทำอะไรอีก

มีสองพาร์ต พาร์ตเวิร์กชอปกับพาร์ตไปหน้าเซ็ต

พาร์ตเวิร์กชอปเราก็จะอ่านบท แล้วประเมินว่าตัวละครที่ให้เราเวิร์กฯ เป็นตัวหลักกี่คน แล้วทักษะอะไรบ้างที่เขาต้องการจากเรื่องนี้ เช่น ซีรีส์วาย ต้องการเคมีคู่ ก็ต้องนัดตัวเอกเพื่อมาเวิร์กชอปปรับเคมีก่อน หรือถ้าทำซีรีส์คอมเมดี้ นักแสดงก็ต้องมาทุกคน เพื่อมาทำพื้นฐานคอมเมดี้ด้วยกัน

ส่วนพาร์ตหน้าเซ็ต ก็ทำงานเหมือนทีมงานคนหนึ่ง เราต้องดูเบรกดาวน์ วันนี้มีถ่ายซีนอะไร อยู่หน้าเซ็ตก็ต่อบทให้นักแสดง บรีฟนักแสดง เสริมเรื่องแอคติ้งว่าในหัวต้องคิดอะไรเพื่อบิลด์อารมณ์ แล้วก็ดูแลนักแสดงหลังจากนั้นด้วย สมมติว่าเขาต้องร้องไห้ ก็ต้องปรับอารมณ์หรือช่วยเหลือเขาตรงนั้น 

การโค้ชครั้งไหนที่ท้าทายคุณที่สุด

เรื่องแรก ๆ ทำหนังผี เพื่อน..ที่ระลึก (2017) กับ เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน (2014) ที่ท้าทายคือ หนังผีจะมี Emotional Extreme สุดโต่งมาก แล้วตอนนั้นเรายังเด็กกว่านี้ มีความกังวลว่าจะใช้วิธีนั้นได้ไหม วิธีนี้ได้ไหม ถ้าลำบากขึ้นมาอีกก็ เรื่อง เคว้ง (2019 ซีรีส์ไทยเรื่องแรกของเน็ตฟลิกซ์ประเทศไทย) เหนื่อยที่โลเคชัน แถมลำบากตรง Multiple Characters คือเราต้องดูแลตัวละครเยอะมาก เราจะทำให้มันต่างกันได้ยังไง แล้วถ้าฉากนั้นต้องดราม่าหลายคน เราจะไปอยู่ตรงไหน อยู่กับใคร บางทีก็ต้องให้คนที่ดูแลตัวเองได้ดูแลกันไปก่อน 

คุณบิลด์นักแสดงยังไง สาธิตให้ดูหน่อย

ลองคิดซิ ถ้าสมมติว่าออกจากประตูนี้ไป แล้วไม่มีเขามันจะเป็นยังไง 

เราพูดแค่นี้ แล้วนักแสดงบางคนก็ดูแลตัวเองได้เลยก็มี หรือบางคนเป็นสายที่ชอบให้คนมาแอทแท็กเยอะ ๆ สมมติว่าในฉากที่ตัวละครต้องรู้สึกผิดที่ทำให้คนตาย อาจจะบิลด์ในเบอร์ที่..

มึงฆ่าน้องกูนะ มึงทำเหี้ยแบบนี้ได้ยังไง! 

แต่เราก็ต้องรู้นะว่าทรงของนักแสดงเขาเป็นประมาณไหน (หัวเราะ) หรือบางคนมาในรูปแบบ ‘นักร้องตาม’ เขาร้องก่อนไม่ได้ แต่ถ้าเห็นอีกคนร้อง เขาจะร้องด้วย เราก็จะร้องไห้ใส่ก่อนเลย สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้ว่าใช้วิธีการไหนกับเด็กคนไหน 

Krulukkaew แอคติ้งโค้ชที่ใช้ TikTok ตอบทุกข้อสงสัยในวงการ ตั้งแต่วิธีเป็นดารายันเลิฟซีน

เคยอินกับบทมาก ๆ จนเกิดผลกระทบกับตัวเองบ้างไหม

สำหรับเราไม่เคย พอสั่งคัตเราก็ปรับตัวได้ปกติ เพราะถูกสอนมาว่าศิลปินคือเจ้าของปากกา เราถือมัน เราก็ต้องวาง ดังนั้น อยู่กับปัจจุบัน คัตปุ๊บก็ไปกินน้ำกินท่าเปลี่ยนร่างกาย เปลี่ยนการโฟกัส เปลี่ยนจินตนาการที่อยู่ในหัว (แล้วเด็กที่คุณเคยโค้ช เจอปัญหาแบบนี้ไหม) มีนะ ประมาณว่ากลับบ้านไปแล้วโทรมาว่า ครู หนูเอาไม่ออก หนูยังคิดวนอยู่ เราก็ตอบให้เขาค่อย ๆ หายใจแล้วอยู่กับลมหายใจปัจจุบัน หนูคือใคร ใช่ตัวละครไหม ถ้าไม่ใช่ ไปทำในสิ่งที่ตัวละครจะไม่มีวันทำ 

เราเคยอ่านเรื่อง วาคีน ฟีนิกซ์ (Joaquin Phoenix) ตอนที่เขาเล่น Joker (2019) เขาบอกว่าเขาจูนเอาต์ได้ เพราะตอนเป็นโจ๊กเกอร์ เขาอยู่กับความฮังเกอร์ ความหิวโหยตลอดเวลา ต้องลดน้ำหนัก ต้องอยู่กับมายด์เซ็ตของโจ๊กเกอร์ แต่พอเขาตัดปุ๊บ ไม่เป็นโจ๊กเกอร์ละ เขาก็บินกลับบ้านที่แอลเอ ก็อ้าว นี่ไงหมาฉัน ไม่ใช่หมาโจ๊กเกอร์ มันการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน 

จากครูสอนการแสดงและแอคติ้งโค้ช อะไรบิวต์ให้มาเปิดช่อง TikTok  

ตอนแรกเลย รุ่นน้องที่รู้จักในคณะทำงานที่ TikTok เขามาอบรมสอนตัดต่อให้เด็กที่นี่ ซึ่งตอนนั้นเราเป็นครูอยู่ ก็เลยโหลด TikTok มาด้วย แล้วทำอะไรโง่ ๆ เล่นไปด้วย ทีนี้ไปเจอพี่คนหนึ่งเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊ก ชื่อ ครูฝน ภักดี เขาสอนบุคลิกภาพ ครูฝนมาคุยกับเราว่าตอนนี้โรงเรียนสี่ชั้นเต็มหมดแล้ว เพราะคนมาจาก TikTok เราก็เลยแบบ จริงเหรอ

จนช่วงโควิด-19 รอบแรก ครูเงาะเขาให้เรามาดูแลโรงเรียนให้ เป็นเหมือนครูใหญ่คอยจัดการคลาส ทำคอร์สออนไลน์อะไรดี ทำยังไงให้โรงเรียนอยู่ได้ ก็เลยรู้สึกว่าเราต้องสร้างตัวตน พวกเราจะพึ่งบารมีแม่ (ครูเงาะ) ไปตลอดได้เหรอ ก็เลยลองทำดู 

ฉากเปิดตัวใน TikTok ของครูลูกแก้วคืออะไร

เป็นคลิป สาเหตุที่ทำให้คุณยิ้มไม่สวย คือหนึ่ง ยิ้มแหย ๆ สอง ปากยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม ก็ต้องแก้ที่จินตนาการหน่อยว่า คุณมีความรู้สึกมีความสุขจริง ๆ เวลาถ่ายรูป เมืองไทยเราติดนิสัยยิ้ม = รอด มันก็จะติดยิ้มกันแบบที่มันไม่ได้สนุก ไม่ได้ออกมาจากข้างใน คนตามคลิปนี้เยอะเลยนะ คือนับแต่นั้นมาก็ทำคลิปเรื่อย ๆ

@krulukkaew

สาเหตุของการยิ้มไม่สวยและวิธีการแก้ไข #krulkacting #tiktokuni

♬ original sound – Warissara Bumrungwac – ครูลูกแก้ว

ตอนแรกไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าจะมีคนติดตามถึงสองแสนคน เพราะมันดู Niche Market มาก แต่พอทำไปเรื่อย ๆ เห้ย มันมีคนอยากรู้เยอะ แถมไม่ต้องใช้เวลาคิดคอนเทนต์ เพราะเราทำคอนเทนต์จากคำถาม มีคนมาถามทุกวัน แล้วก็อัดตอบ 

คุณคิดว่าคาแรกเตอร์ของ TikTok ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นยังไง 

เราว่า TikTok รวบรวมคนที่อยากแสดง คิดไปคิดมาคือทาร์เก็ตของเราอยู่ในนั้น อัลกอริธึมมันง่าย คนมาตามเราง่ายมาก เขาแค่กดดูไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ใช่ Loyalty Fan ไม่ใช่เราไม่มีนะ มันก็มีบ้าง จากใน TikTok เขาก็จะมาติดตามเราในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย เพราะหน้าโปรไฟล์เรามันเชื่อมไปไอจีได้ ไลน์ก็ได้ ถ้าเขาสนใจก็ซื้อคอร์สเรียนได้เลย อีกเหตุผลที่เราต้องทำ ก็เพราะเป็นปลั๊กเชื่อมไปสู่แพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่เขาอยากติดตามเรามากกว่า

แล้วคาแรกเตอร์ของคนที่เล่น TikTok เป็นแบบไหน

TikTok มีเด็กน้อยเยอะนะ มีช่วงหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว เราเข้าสัมมนาเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่น ทำให้เรารู้ว่าเด็กเปิดแอปฯ ค้างอยู่สองแอปฯ คือ Instagram กับ TikTok เพราะเขาชอบ Short Story กัน Reel ก็เลยมา เพราะไม่งั้นก็โดน TikTok กินเรียบ ฉะนั้น TikTok คือ Young Gen มาก ๆ แต่เราก็เจอเด็กที่เติบโตแล้วกับเด็กจริง ๆ นะ เคยเจอคอมเมนต์ที่เห็นแล้วต้องทำใจอย่างเดียว เช่น เป็นครูเหรอ ไม่เห็นจะเล่นดีเลย แบบนี้ก็มี เราก็ช่างเขา ปล่อยเขาไป 

ซึ่งเราเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยานะ เขาบอกว่าบางทีต้องเข้าใจก่อนว่า คนคนนั้นอาจคิดว่าเขาสนิทกับเรา เพราะเขาเห็นหน้าเราทุกวัน บางทีเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ด้วยความสนิท เขาก็เลยแสดงออกแบบนั้น

คอนเทนต์หลักของครูลูกแก้วคือการตอบคำถาม มีคำถามไหนพีค ๆ บ้าง

“คนที่ตายในทีวี เขาตายจริงไหมคะ” 

“เขาโดนต่อยจริงไหม” 

“โดนเข็มฉีดยาแทงจริงไหม” 

“ดาราเขามีกลิ่นตัวไหมคะ”

“ฉากแท่มแท้ม เขาแท่มแท้มกันจริงไหม”

หนูลูก นี่ถามจริง ๆ ใช่ไหม เราเอ็นดูนะ คืออยู่ใน TikTok ต้องจิตใจแข็งแรง มีคนหนึ่งเคยถามว่า “ถ้าพระเอกกับนางเอกจูบกันแล้วเขาท้อง ต้องไปทำแท้งไหม” ถามแบบนี้ประมาณสามสี่คลิปเลยนะ เราก็โอเคลูก การท้องเกิดจากไข่และสเปิร์มปฏิสนธิกัน ทีนี้ในการแสดงมันไม่มีถึงขั้นที่ให้ไข่กับสเปิร์มมันมาปฏิสนธิกันได้ ก็ไม่ท้องนะคะ 

@krulukkaew

Reply to @maxs75201 ถ้านักแสดงเสียชีวิตระหว่างถ่ายทำ ทำไง #tiktokแนะแนว #tiktokuni #ฉันเพิ่งรู้

♬ original sound – ครูลูกแก้ว – ครูลูกแก้ว

ส่วนคำถามที่ถามบ่อยที่สุดก็ อยากเป็นนักแสดงต้องทำยังไง ซึ่งเราแก้ปัญหาด้วยการทำคลิปลงยูทูบ ความยาวประมาณสิบสี่นาที พูดไปเลย อยากเป็นนักแสดงต้องทำอะไรบ้าง ทีนี้พอใครถามใน TikTok ก็จะบอกเลยว่าให้ดูคลิปนี้ 

บางคนถามเรื่องเกี่ยวกับทักษะก็มี เช่น เทคนิคการจำบท เทคนิคการร้องไห้ ซึ่งอันไหนที่คนถามเยอะ เราก็จะเอามาทำเป็นอัลบั้มคลิป รวบรวมไว้เป็นหมวด ๆ เช่น Acting Challenge เทคนิคแอคติ้งต่าง ๆ การถ่ายทำ และเบื้องหลังการถ่ายทำ วิธีการส่งแคสเขาต้องทำอะไรบ้าง

คำถามแบบไหนที่จะเข้ารอบ 

เราดูว่าอันไหนที่เป็นประโยชน์ก็อัดตอบลงในคลิป เช่น ตากล้องต้องมีสคริปต์ไหม ออกกองฝนตกใช้อะไร เราเคยทำหนังฝนตกมาก่อน เรามีรูป มีคลิป ก็เลยทำเป็นโพสต์วิดีโอดีกว่า ซึ่งเนื้อหาบางทีก็วน ๆ เอาเรื่องเทคนิคกลับมาพูดบ้าง เอาเรื่องความมั่นใจกลับมาพูดบ้าง 

มีช่วงหนึ่งเด็กจะถามในแง่ตัวเองจะขาดสิ่งนั้น เช่น หนูหน้าไม่ดี คงเป็นนักแสดงไม่ได้หรอกใช่ไหมคะ นักแสดงต้องรวยทุกคนไหมคะ ต้องขาวไหมคะถึงจะเป็นนักแสดงได้ – แล้วรัศมีแขล่ะ พี่เบนซ์ พรชิตา, แนท น้ำตาล เขาก็เป็นได้ 

หรือหนูมีสิว หนูก้นลาย หนูมีแผลเป็น หนูเป็นนักแสดงได้ไหม คือพอเป็นวัยรุ่นเขาจะกังวลเรื่องภาพลักษณ์-รูปลักษณ์ของตัวเอง เรื่องพวกนี้ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งต้องอยู่ใน TikTok เพื่อจะบอกว่า You’re beautiful in your way นะ เราสวยในแบบของเรา นักแสดงก็เป็นมนุษย์ สิวเขามีปกติ ถ้ามีก็รักษา 

เด็กไม่มั่นใจเพราะอะไร

คิดว่าจังหวะวัยรุ่นนะ เราอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อน แล้วคำคอมเมนต์จากเพื่อนมีอิทธิพลมาก เช่น “มึงไม่เห็นจะสวยเลย” “มึงเป็นดาราไม่ได้หรอก” “หน้าบาน อีอ้วน” มันคือคำที่เพื่อนบูลลี่ แล้วตอนวัยรุ่นเรายังไม่สตรองพอ เรายังหาตัวเองไม่เจอ ก็จะรู้สึกเขว รวมถึงบางบ้านถ้าโดนพ่อแม่ด่ามาด้วย ทีนี้ก็กู่ไม่กลับ 

อยากเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องพวกนี้ไหม 

ใช่ค่ะ ตลอด เราสอนเด็กวัยรุ่นเยอะและเชื่อว่าความมั่นใจมันส่งผลกับชีวิตเยอะด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือเป็นใครก็ตาม เราไม่อยากให้คุณอยู่กับปัญหาตลอดเวลา ก็เลยจริงจังกับประเด็นความมั่นใจ ซึ่งสำหรับเด็ก เรื่องความมั่นใจจะ ‘Effect by ความสวย’ คิดว่าคนนั้นคนนี้จะรู้สึกยังไงกับเรา แต่ความจริงคือ เราห้ามความคิดใครไม่ได้ ถ้าคุณวิ่งตามให้คนอื่นชอบ เหนื่อย อยากใช้ชีวิตเหนื่อยไหมล่ะ 

ครูลูกแก้ววางบทตัวเองในโลกออนไลน์ไว้ยังไง

เราอยากเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในโลกของวงการ 

เพราะวงการ ‘ไม่ปลอดภัย’ เหรอ

มีเด็กโดนหลอกจากมิจฉาชีพเยอะ จากการไปแคสงาน หลอกด้วยการบอกว่าเราชอบเธอมาก อยากได้เธอไปเล่น แต่ต้องจ่ายค่าเรียนมาก่อนนะ สองหมื่น แล้วเขาก็เอาเงินสองหมื่นมาจ้างโปรดักชันที่ไม่มืออาชีพมาสอนง่อย ๆ แล้วก็อัดให้เล่นหนังลงยูทูบ เราก็บอกเลยว่า ถ้าเขาจะปั้นเรานะ เราจะไม่เสียตังค์แม้แต่บาทเดียว แต่ถ้าอยากเรียนโรงเรียนการแสดง ก็ให้มาเรียนโรงเรียนที่มีชื่อ ที่เรารู้ว่าเราจะได้เรียนกับใคร ซึ่งทุกครั้งที่มีคนอินบ็อกซ์มาบอกเราแบบนี้ เราจะขออนุญาตเขาแคปฯ ไปเตือนคนอื่นเลย

คุณเรียนรู้อะไรจากบทบาทที่เป็นอยู่

ถ้าในบทบาทการสอน เราเรียนรู้ว่าวิธีการเก่า ๆ มันไม่เวิร์กกับเด็กทุกคนแล้ว เขาจะไม่ได้อยู่กับการหลับหูหลับตาทำไป สมมติให้ทำท่าน่าเกลียด ก็จะมีคำถามว่า ทำไมต้องทำท่าน่าเกลียด จะเป็นนักแสดงนะ เราก็ตอบว่า เพื่อให้เราไม่คิดเยอะ ว่าคนอื่นจะมองเรายังไง ซึ่งการดีลกับเด็ก Gen นี้ ต้องบอกเป้าหมายเขาด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร ส่วนการแอคติงมันทำให้เราเป็นคนที่เข้าใจตัวเอง พอเข้าใจตัวเองมันก็ง่ายต่อการใช้ชีวิต 

บางอย่างเราไม่รู้ตัวว่าเราเป็นแบบนี้ แต่เราจะรู้เมื่ออยู่ในห้องการแสดง เช่น แต่ก่อนเป็นคนที่ไม่มีพาร์ตอ่อนหวานเท่าไหร่ ไม่ขอร้องใคร ไม่ขอความช่วยเหลือใคร เพราะโตมาแบบผู้หญิงเก่ง สมมติจะจีบผู้ชาย ก็ไม่เคยโชว์ความอ่อนหวาน แต่พอเราแสดง เรารู้ว่าเราก็มีพาร์ตนี้ได้นะ เราขอความช่วยเหลือก็ได้นะ ชีวิตมันก็ง่ายขึ้นเลย และการออกกองก็ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น เราต้องสลัดความหงุดหงิดหรืออะไรก็ตามในซีนที่แล้วให้เร็วที่สุด เพราะชัยชนะของแอคติ้งโค้ช ผู้กำกับ หรือนักแสดง มันขึ้นอยู่กับซีนต่อซีน 

แล้วการเป็น TikToker ตอบแทนคุณยังไง

มันสอนเราเรื่อง Personality Branding สำคัญมากจริง ๆ แล้วมันช่วยจริง ๆ ในโลกยุคนี้ มันทำให้คนเกิดความ Trust ในตัวเรา แต่เราต้องให้ก่อนนะ เขาถึงจะมาซื้อสินค้าหรือตัวตนเรา 

ฉากต่อไปของครูลูกแก้วเป็นแบบไหน

เราอยากเป็นผู้จัด เพราะรู้สึกว่าแอคติงโค้ชมันเป็นปลายน้ำ บทมายังไง เราก็ต้องโค้ชสิ่งนั้น แต่บางทีบทก็ไม่ Make Sense ในอนาคตก็เลยอยากเป็นต้นน้ำ และจริง ๆ เราก็อยากทำซีรีส์เป็นของตัวเองด้วย 

ปีหน้า ถ้าสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น เรามีโปรเจกต์รออยู่เยอะมาก ทั้งซีรีส์ หนังผี หนังคอมเมดี้ แล้วก็มีโปรเจกต์กับโรงเรียนที่คิดว่าคงขยับขยายอะไรได้อีกเยอะ แต่ถ้าโควิด-19 ยังไม่หมด ก็จะพัฒนาไปทางออนออนไลน์แทน

 เข้าฉากกับ ครูลูกแก้ว-วริศรา บำรุงเวช TikToker ที่ตอบทุกคำถามในชีวิตการทำงาน เบื้องหลังการแสดง และวงการบันเทิงไทย จนมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน

ติดตามครูลูกแก้วได้ที่ : www.tiktok.com/@krulukkaew

Writer

กันติกร ธะนีบุญ

อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการโต๊ะสารคดีที่ชอบอ่าน-เขียนเทียบเท่ากัน ปัจจุบันเป็น Copywriter และนักเขียนอิสระ ผู้หลงใหลในชุดเอี๊ยมและงานศิลปะทุกชนิด

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load