28 มิถุนายน 2565
1 K

กินดีมีแฮง! คำนี้ไม่เกินจริงแม้แต่น้อย หลังจากตระเวนชิม Eat The Cloud : กินถึงแก่น กิจกรรมม่วน ๆ ที่ The Cloud และเหล่าพันธมิตรแดนอีสาน ชวนเชฟ ร้านอาหาร และคาเฟ่หลากหลาย มารังสรรค์วัตถุดิบดีในขอนแก่น ให้เป็นมื้ออาหารพิเศษไร้กระบวนท่าและสนุกจนคาดไม่ถึง ที่สำคัญ แต่ละจานยังเล่าตัวตน วิถีชีวิต และสะท้อนความเป็นขอนแก่นได้เป็นอย่างดี

งานนี้ เราก็ได้ 6 ร้านอาหาร อย่าง แก่น I KAEN, เฮือนคำนาง, Haüs dining, Sarn Fine Dining, บุญดี หมูกระทะ สาขาโนนม่วง และ Trinity Café มาช่วยกันจัดเสิร์ฟ พร้อมเล่าเรื่องราวของดีของเด็ดประจำขอนแก่นที่แต่ละร้านถนัด ออกมาเป็นมื้ออาหารตลอด 5 วัน

ใครที่พลาดไป ชวนมาน้ำลายสอผ่านหน้าจอไปพร้อมกัน เพราะเราเก็บตกเรื่องราวขอนแก่นเมืองกินได้ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 – 5 มิถุนายน 2565 มาฝากแล้ว บอกได้แค่ว่ามื้อนี้ม่วนหลาย

01
กิน Chef’s Table จากโจทย์วัตถุดิบของดีที่หามาจากขอนแก่นเท่านั้น

ร้านแก่น I KAEN

ร้านแก่น I KAEN คิดมื้ออาหารสำหรับ ‘กินถึงแก่น’ เล่าเรื่องขอนแก่นแบบถึงแก่นสมชื่องาน ด้วยการทำอาหารในแนวคิด Hyperlocal หรือเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้แค่ในขอนแก่นเท่านั้น ซึ่งแต่ละจานจะได้อวดของดีประจำจังหวัดผ่านฝีมือเชฟที่ทำอาหารรูปแบบครัวตะวันตก จุดประสงค์คือเล่าเรื่องวัตถุดิบของขอนแก่นที่อยู่ในรูปแบบอาหารสากลได้สบาย

ร้านแก่น I KAEN 01 กิน Chef’s Table จากโจทย์วัตถุดิบของดีที่หามาจากขอนแก่นเท่านั้น

แต่ละจานเชฟจะเลือกคิดเมนูจากวัตถุดิบเป็นหลัก เช่น กุ้งจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่เชฟนำมาเสิร์ฟเปิดเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย ด้วยการทำแสร้งว่าใช้กุ้งผสมกับบักแงว ผลไม้ท้องถิ่นที่เปรี้ยวหวานฉ่ำ กับบิสก์มันกุ้งที่ทำเป็นเยลลี่ ให้กินทุกอย่างผสมผสานกันแบบคำละนิดละหน่อย

ร้านแก่น I KAEN 01 กิน Chef’s Table จากโจทย์วัตถุดิบของดีที่หามาจากขอนแก่นเท่านั้น

เมนูซุปไก่พรีเซนต์ไก่ 2 ชนิดที่มีชื่อเสียงในขอนแก่น คือไก่ KKU หรือไก่ที่มีกรดยูริกต่ำ จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น กินแล้วไม่ทำให้อาการปวดของโรคเกาต์กำเริบ เชฟเอาเนื้อไก่ KKU ที่มีเนื้อฉ่ำม้วนกับไก่ประดู่หางดำ ไก่พื้นบ้านเนื้อหนึบ ทำให้ได้เท็กซ์เจอร์ไก่ 2 แบบในคำเดียว อยู่ในซุปไก่ที่ต้มผสมกับผักอีก 20 ชนิด

ร้านแก่น I KAEN 01 กิน Chef’s Table จากโจทย์วัตถุดิบของดีที่หามาจากขอนแก่นเท่านั้น

อีกจานที่เล่าเรื่องวัตถุดิบขอนแก่นและอีสานได้อร่อยคือ Fish & Chips ที่เลือกใช้ปลายอนทอดกับแก่นตะวันแบบแผ่นทอด กินเป็นอาหารอังกฤษคลาสสิก แต่ใช้ของจากอีสาน ความอร่อยส่วนหนึ่งอยู่ที่ย็อกกี้แบบอีสาน ซึ่งทำแบบขนมเหนียวของอีสาน ผสมกับไข่ผำ สาหร่ายแม่น้ำสีเขียว กินคู่กับซอสจากเหล้ามะม่วงของพ่อสวาท ปราชญ์ชาวบ้านในจังหวัดขอนแก่น 

เป็นมื้อที่เห็นถึงความสากลและต่อยอดได้อย่างถึงแก่นแบบชนแก่นตามคอนเซ็ปต์ของร้านจริง ๆ

แก่น I KAEN

ที่ตั้ง : 140 64 ซอยอดุลยาราม 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-จันทร์ เวลา 11.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6222 2203

Facebook : แก่น I KAEN

02
หมูกระทะโอมากาเสะ ปรุงของดีขอนแก่นมาให้ย่างบนเตา

บุญดีหมูกระทะ x เชฟหนุ่ม Samuay & Sons

มื้อหมูกระทะแบบโอมากาเสะที่มีคนให้ความสนใจจนเต็มทั้ง 2 รอบอย่างรวดเร็ว เล่าเรื่องขอนแก่นที่เป็นเมืองหมูกระทะ วัฒนธรรมการกินหมูกระทะแบบคนอีสาน และเมืองที่มีวัตถุดิบอาหารพร้อมของดีอีกมากมาย เลยให้ เชฟหนุ่ม จากร้านซาหมวย แอนด์ ซันส์ จากจังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงแต่คุ้นเคยกับวัตถุดิบของขอนแก่นเป็นอย่างดี มาเป็นผู้ช่วยทำหมูกระทะมื้อสนุกมื้อนี้ ร่วมกับร้านบุญดี หมูกระทะ สาขาโนนม่วง จังหวัดขอนแก่น

บุญดีหมูกระทะ x เชฟหนุ่ม Samuay & Sons หมูกระทะโอมากาเสะ ปรุงของดีขอนแก่นมาให้ย่างบนเตา

เรียกน้ำย่อยก่อนกินหมูกระทะ ด้วยเมนูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารที่มักเจอในร้านหมูกระทะ ไก่บ้านทอดราดซอสมะม่วงบ้านแฮด มะม่วงหอมหวาน สามชั้นหมักปลาร้าย่าง ใบคะน้าที่เคลือบกรอบด้วยซอสมะนาว กลายเป็นหมูมะนาว เมนูยำประจำร้านหมูกระทะและบุฟเฟต์ และขนมจีนแกงส้มปลาจากเขื่อนอุบลรัตน์ พร้อมเสิร์ฟแบบเย็น

บุญดีหมูกระทะ x เชฟหนุ่ม Samuay & Sons หมูกระทะโอมากาเสะ ปรุงของดีขอนแก่นมาให้ย่างบนเตา

ส่วนไฮไลต์หมูกระทะ เชฟหนุ่มเรียกว่า ‘คูณสไตล์’ พิถีพิถันตั้งแต่มันหมูที่ใช้ทากระทะ เชฟนำหมูไปรมควันให้หอมก่อน 1 รอบ แล้วจึงนำมาใช้ย่างจริง

เนื้อหมู เชฟหนุ่มใช้เนื้อจาก ว.ทวีฟาร์ม เป็นส่วนคอหมูสไลซ์ สันคอสไลซ์ สันในสไลซ์ เนื้อหมูจาก ว.ทวีฟาร์ม เป็นเนื้อหมูที่เลี้ยงแบบไบโอไดนามิก ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ และเลี้ยงแบบปล่อย จึงเป็นหมูที่ปลอดภัย

บุญดีหมูกระทะ x เชฟหนุ่ม Samuay & Sons หมูกระทะโอมากาเสะ ปรุงของดีขอนแก่นมาให้ย่างบนเตา

เชฟหั่นเนื้อหมูให้หนาเพื่อย่างจนมันหมูสุกกรอบพร้อมกัน ได้เคี้ยวเนื้ออร่อยไปพร้อมมันหมูที่หอมกรอบ

ส่วนเนื้อวัวจาก ว.ทวีฟาร์ม ก็เลี้ยงธรรมชาติเช่นกัน ใช้เนื้อขั้วตับสไลซ์หมักกับพริกไทยดำ ส่วนสันแหลมสไลซ์หมักกับน้ำมันงา และสันนอกสไลซ์หมักกับซีอิ๊ว

น้ำซุปสำหรับหมูกระทะก็ไม่ธรรมดา มีให้เลือกถึง 2 แบบ แบบไพตันหรือซุปไก่เข้มข้น และแบบสมุนไพรปลาแห้งให้เลือกตามใจชอบ

บุญดีหมูกระทะ x เชฟหนุ่ม Samuay & Sons หมูกระทะโอมากาเสะ ปรุงของดีขอนแก่นมาให้ย่างบนเตา

น้ำจิ้มที่ถือเป็นสิ่งสำคัญของร้านหมูกระทะ เชฟหนุ่มก็ปรุงขึ้นมาให้สำหรับมื้อนี้โดยเฉพาะถึง 2 สูตร น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ใส่ข่าให้หอมขึ้น กับน้ำจิ้มไข่แดงดิบ ครีมปูนา ซอสปรุงรสไข่ขาวที่เชฟหมักเอง ให้รสนัวเพิ่มความอร่อยเมื่อจิ้มกับหมูย่าง

ย่างหมูจนหมดแต่ยังไม่จบ ยังปิดมื้อด้วยข้าวแห้งที่ใช้น้ำซุปจากซุปหมูกระทะมาราด โรยผงนัวจากข้าวคั่ว ปลาแห้ง ปลาสะแงะ และมดแดง เป็นการปิดท้ายมื้อที่ดีงาม

บุญดี หมูกระทะ สาขาโนนม่วง

ที่ตั้ง : 319 หมู่ 27 ตำบลศิลา เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 09 1015 3413

Facebook : บุญดี หมูกระทะ สาขาโนนม่วง

03 
กินสำรับอาหารแบบวิถีอีสานดั้งเดิม

เฮือนคำนาง

มื้อเรียนรู้วัฒนธรรมการกินแบบอีสานพื้นบ้านอย่างเข้มข้น ผ่านอาหารที่จัดสำรับแบบอีสาน หรือที่เรียกว่า ‘พาข้าว’

พาข้าวของ เชฟคำนาง แห่งเฮือนคำนาง เหมือนเป็นมื้อรับแขกที่จะแนะนำให้รู้จักการกินแบบอีสาน โดยเฉพาะอีสานแบบขอนแก่น

เฮือนคำนาง กินสำรับอาหารแบบวิถีอีสานดั้งเดิม

จัดโต๊ะแบบล้อมวงกินข้าว และมีของกินเล่นต้อนรับเป็นซุ้ม บีบข้าวปุ้นกันแบบร้อน ๆ เพื่อนำไปตำส้มตำ พร้อมทำข้าวจี่ ข้าวเหนียวชุบไข่ย่างไฟให้กิน ก่อนจะเริ่มจานหลัก

เฮือนคำนาง กินสำรับอาหารแบบวิถีอีสานดั้งเดิม

มื้อนี้แบ่งเป็น 7 คำ เสิร์ฟอาหาร 7 จานที่เต็มไปด้วยความรู้และภูมิปัญญาการกินแบบอีสาน ทั้งวิธีปรุงและวัตถุดิบที่หลากหลาย เช่น ‘คำเมี่ยง คำนาง’ จานที่เป็นของทานเล่น เป็นเครื่องเมี่ยงสมุนไพรในกลีบดอกบัว หรือ ‘คำข้าว คำนาง’ ประกอบไปด้วยก้อยหอยนา หอยที่มีมากในนาข้าวช่วงฤดูฝน นำมาก้อย เชฟเล่าว่ามันคือวิธีการหั่นหอยเป็นชิ้น แล้วปรุงแบบเดียวกับลาบ เพียงแต่ลาบคือการสับแบบละเอียด คำนี้ให้ความหนุบหนับของเนื้อหอย มีรสเผ็ดในระดับความเผ็ดที่คนอีสานกินกัน

นอกจากหอยจะเป็นวัตถุดิบแห่งฤดูฝน ฤดูเดียวกันนี้ยังมีปูนามากอีกด้วย เมนูอ๋อปู หมายถึงการเอาเนื้อสัตว์มาปรุงแบบน้ำขลุกขลิก โดยเชฟเอาปูนาที่มีมันมาปรุงรส ผสมกับผักพื้นบ้าน กินโดยการปั้นข้าวเหนียวจิ้มมันปูในกระดองปู

หน่อไม้ก็เป็นอีกวัตถุดิบล้ำค่าของฤดูกาล เชฟคำนางเสิร์ฟเป็นแกงหน่อไร่ใส่ผักแขยงกลิ่นหอม กินคู่กับปลาส้มที่คนทั้งโต๊ะติดใจ

ยังมีอาหารอีกหลายวิธี ทั้งเอาะ หรือการปรุงอาหารให้น้ำงวด แล้วปรุงรสด้วยปลาร้า อ่อมเนื้อด้วยเนื้อวัวจัสมิน วากิวของดีในจังหวัดขอนแก่น น้ำแกงจะมีความข้นของข้าวเบือและข้าวคั่วหอม ๆ

เป็นมื้อที่ทั้งอิ่มท้องและได้ความรู้อาหารอีสานแบบอิ่มสมองไปพร้อม ๆ กัน

เฮือนคำนาง

ที่ตั้ง : 78 ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 1742 9978

Facebook : เฮือนคำนาง

04
กินอาหารอีสานลูกครึ่งญี่ปุ่น-ยุโรป 4 คอร์ส

ร้าน Haüs dining

มากันต่อที่ร้านอิซากายะอย่าง Haüs dining โดยเหล่าคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจเสิร์ฟอาหารอีสานอบอุ่นแบบยุโรป แต่ยังคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นเอาไว้ได้อย่างลงตัว และจากโจทย์ที่สะท้อนอาหารอีสานลงในจิตวิญญาณอิซากายะ ก็ได้ออกมาเป็น 4 คอร์สน่ารัก ๆ ให้เราชิม

เฮือนคำนาง กินสำรับอาหารแบบวิถีอีสานดั้งเดิม

เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยเรียกโชคลาภให้แขกที่มาเยือนอย่าง Larb Haüs เปลี่ยนเมนูอีสานขึ้นชื่ออย่างลาบ เสิร์ฟในรูปแบบทาโก้เนื้อ เปลี่ยนข้าวเหนียวเป็นข้าวทอด กลายเป็นแผ่นทาโก้ทานคู่กับเนื้อวัวชั้นเยี่ยมที่มีหัวหอม Caramelized ด้านบนให้มีรสชาติหลากหลาย โดยวัฒนธรรมการกินของคนอีสาน แม้ไม่นิยมทานเนื้อวัวเพราะต้องอาศัยแรงช่วยทำนา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีแขกมาหา ก็พร้อมล้มวัวให้แขกได้กินของอร่อยและดีที่สุด ก่อนทานอย่าลืมบีบมะนาวลงบนทาโก้ กัดเข้าไปทั้งคำจะได้กลิ่นหอมคละคลุ้งลอยเตะจมูกขึ้นมา แล้วจิบพร้อมสาเกหรือชาข้าวเพื่อให้ได้รสชาติกลมกล่อม

เฮือนคำนาง กินสำรับอาหารแบบวิถีอีสานดั้งเดิม

ต่อด้วยจานที่ 2 อย่าง Khon Kaen Fruit Salad ที่ดัดแปลงเอาส้มตำและปลาดุกย่าง เสิร์ฟแบบบะหมี่เย็นที่ทำจากผลไม้ป่าหายากแถบภาคอีสาน อย่างมะไฟ บักแงว และลูกหว้า หลังจากตีแผ่นปลาดุกกรอบคีบทานคู่กัน ก็เรียกพลังความสดชื่นพร้อมรับจานหลักได้เป็นอย่างดี

พระเอกของเราในงานนี้คือ Aom Bourguignon จากไอเดียที่คิดสงสัยว่าถ้าเนื้อตุ๋นไวน์สไตล์ยุโรปมาเกิดที่อีสานจะเป็นอย่างไร ความท้าทายนี้เลยกลายเป็นอ่อมลูกครึ่งอีสาน-ยุโรป เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างมันฝรั่งบด ลูกหอม และสมุนไพรกินตัดเลี่ยน ส่วนแก้วน้ำข้าง ๆ ก็ถูกเปลี่ยนเป็นอีสานสปิริตสไตล์เจแปนนีสอย่างเหล้าบ๊วย ที่ใช้เหล้าอีสานดองบ๊วยจนได้ออกมาดื่มคู่กัน

จบมื้อด้วยของหวานอย่าง Rustic Mulberry Tart ซึ่งมาจากการสังเกตว่าชาวอีสานมักไม่ค่อยกินขนมที่มันหรือหวานมาก ทางร้านเลยพลิกแพลงทาร์ตปกติ นำมา Deconstruction แยกทาร์ต ครีม และแยมมาจัดเสิร์ฟในครั้งนี้แบบพอเหมาะพอดี โดยใช้ลูกหม่อน ผลไม้หายากที่ต้องบึ่งรถไกลไปหามาจากสกลนครมาเป็นตัวชูโรง โรยหน้าด้วยผงมัทฉะตบท้าย เพื่อคงคอนเซ็ปต์เจแปนนีสสไตล์ของร้านเอาไว้ ก็เป็นอันจบอิ่มหนำ

Haüs dining

ที่ตั้ง : 262/2 ซอยครูพรม ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันพุธ-จันทร์ เวลา 17.00 – 23.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร)

โทรศัพท์ : 08 7567 9128

Facebook : Haüs dining

05
ครัวซองต์ไข่กระทะกับกาแฟ Dirty ฉบับเวียดนาม

ร้าน Trinity Café

ร้าน Trinity Café ครัวซองต์ไข่กระทะกับกาแฟ Dirty ฉบับเวียดนาม

ขอนแก่นไม่ได้มีแค่อาหารอีสาน เพราะเราพาไปเริ่มต้นวันใหม่ด้วยมื้อเช้าสไตล์เวียดนามจากร้านครัวซองต์ขึ้นชื่ออย่าง Trinity Café โดย เชฟฟ้า เจ้าของร้าน ตีโจทย์การนำเสนอความเป็นขอนแก่นผ่านหนึ่งในวัฒนธรรมและเชื้อสายของคนขอนแก่นอย่างอาหารเวียดนาม เพราะคนขอนแก่นเองก็มีเชื้อสายเวียดนามอยู่มากเช่นกัน กลายเป็นชุดครัวซองต์ไข่กระทะที่คนที่นี่นิยมทานเป็นอาหารเช้า

ทางร้านใช้แป้งบริยอชเฟยเต้ (Brioche Feuilletée) แป้งขนมฝรั่งเศสหนานุ่มเนื้อแน่นมารีดทับชั้นเพื่อทำเป็นตัวกระทะ ใส่ไข่และเครื่องทั้งกุนเชียงและหมูยอลงไปแล้วนำไปอบ จนออกมามีหน้าตาน่าทาน เสิร์ฟมาในพวงแบบน่ารัก ทานคู่กับกาแฟ Dirty ซึ่งนำเมล็ดคั่วส่งตรงมาจากเวียดนามแท้ ๆ คุณภาพไม่แพ้ชาติใด ด้วยความเข้มของตัวช็อต เมื่อดื่มพร้อมกับนมและวิปปิ้งครีมด้านล่าง ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าทำให้เราได้รู้จักเมืองขอนแก่นผ่านความอร่อยในอีกมุมก็ว่าได้

Trinity Café

ที่ตั้ง : 425 ถนนหน้าเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 5137 0217

Facebook : Trinity Cafe’

06
ชิมวัตถุดิบอีสานเป็นคอร์สยุโรปทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น

ร้าน Sarn Fine Dining x เฮือนคำนาง

ในมื้อนี้เชฟคำนางจากร้านเฮือนคำนาง และ เชฟจากัวร์ จากร้าน Sarn Fine Dining ต้อนรับเราด้วยมื้อใหญ่ 5 คอร์สที่พาเราไปรู้จักอนาคตขอนแก่น เมืองแห่ง Gastronomy Tourism จากโจทย์วัตถุดิบเดียวกัน

ร้าน Sarn Fine Dining x เฮือนคำนาง 06
ชิมวัตถุดิบอีสานเป็นคอร์สยุโรปทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น

อาหารเรียกน้ำย่อยนำข้าวอีสานมาเป็นตัวชูโรง จานฝั่งโมเดิร์นคือขวัญข้าว อันประกอบด้วยข้าวเกรียบหน้าปลาส้มฟูและปลาตะเพียนบอลนึ่ง ใช้ข้าวหอมมะลิชุมแพและปลาหาง่ายในท้องถิ่นมาทำ ส่วนฝั่งดั้งเดิมเสิร์ฟเป็นคำเมี่ยง ให้ร่างกายรับรสฝาดเตรียมพร้อมทานอาหาร จิบคู่กับสาโทข้าวก่ำ สุดยอดสาโทแห่งแผ่นดินอีสาน ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ข้าวทับทิมชุมแพหมักแทน

ร้าน Sarn Fine Dining x เฮือนคำนาง 06
ชิมวัตถุดิบอีสานเป็นคอร์สยุโรปทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น
ร้าน Sarn Fine Dining x เฮือนคำนาง 06
ชิมวัตถุดิบอีสานเป็นคอร์สยุโรปทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น

คอร์สที่ 2 และ 3 ความสนุกอยู่ที่เราได้ลิ้มรสไส้กรอกอีสานและส้มตำแบบตีความใหม่ ออกมาเป็นสลัดอร่อยชื่นใจ ส่วนเมนูซุป เชฟก็ใช้โปรตีนชั้นดีอย่างจิ้งหรีดมาเป็นส่วนประกอบหลักในซุปชุมแพ ส่วนเชฟคำนางทำเป็นซุปหน่อไม้ จ้ำข้าวเหนียวจิ้มกับกระดองปูจี่ ก่อนซดอ่อมเนื้อจัสมินวากิวคู่กัน

ร้าน Sarn Fine Dining x เฮือนคำนาง 06
ชิมวัตถุดิบอีสานเป็นคอร์สยุโรปทั้งแบบดั้งเดิมและโมเดิร์น

เมนคอร์สจานที่ 4 เป็นเมนูสานสัมพันธ์ เสิร์ฟมาทั้งไก่ย่างทานคู่กับน้ำพริกปูนาและไก่เอาะขนุน ซึ่งนำภูมิปัญญาการเก็บเนื้อแบบพรานอีสานโบราณมาใช้ เครื่องดื่มที่มาคู่กับจานหลักนี้คือเหล้าลิ้นจี่ ขั้นกว่าของสาโท หอมแรงใช้ได้

ตบท้ายด้วยของหวาน 2 แบบ ทั้งหวานบ้านแฮด ที่เชฟจากัวร์นำมะม่วงบ้านแฮดที่อร่อยที่สุดในขอนแก่นมาทำเป็นมูส และวุ้นหมาน้อยจากฝั่งดั้งเดิม ซึ่งปรับจากสูตรของคาวมาทำเป็นของหวานให้คนทานง่าย ช่วยย่อย และแน่นอนว่าอาหารทุกคอร์สแสดงอัตลักษณ์ความเป็นอีสานออกมาได้เต็มเปี่ยม

Sarn Fine Dining

ที่ตั้ง : 200/4 หมู่ 7 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.00 – 24.00 น.

โทรศัพท์ : 08 5046 4848

Facebook : Sarn – สาน Fine-dining

Writers

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Eat The Cloud

The Cloud ทดลองเล่าเรื่องผ่านอาหาร 1 มื้อ ด้วยการชวนเชฟมาเปลี่ยนเรื่องเล่าให้เป็นอาหาร

2 พฤศจิกายน 2563
3 K

The Cloud X Scath X Bluekoff

Eat the Cloud 06 : Chocolate Shift คืออาหารมื้อค่ำที่เป็นคำแถลงการณ์จาก เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ Executive Chef แห่งห้องอาหาร TAAN Bangkok โรงแรม [email protected] Design Hotel Bangkok ร่วมกับ The Cloud สมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) และ BlueKoff ซึ่งปฏิวัติการรับรู้เกี่ยวกับช็อกโกแลตของเรา

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เปรียบอาหารทั้ง 9 จานในค่ำนั้นเป็นละครความยาว 9 ตอน ช็อกโกแลตก็คงเป็นนักแสดงหลักที่รับบทแตกต่างกันไปในแต่ละจาน บางจานก็เป็นพระเอกที่ออกรสวาดฝีไม้ลายมือแต่หัวม้วน บางจานรับบทเป็นชาวบ้านที่ช่วยเสริมรสเสริมชาติของเรื่อง สลับออกจอตอนโน้นทีตอนนี้ที บางจานเป็นนางเอกคู่ขวัญเสริมกับวัตถุดิบอย่างอื่น บางจานก็เป็นดาวร้ายที่ตีบทแตกจนต้องยกรางวัลตุ๊กตาทองให้

มื้อนั้น เชฟเทพได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ช็อกโกแลตคือแก้วสารพัดนึก ที่หยิบมาสร้างสรรค์เป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายตามต้องการ (เทพสมชื่อจริงๆ)

ถ้าใครพลาด Eat The Cloud 06 : Chocolate Shift ไป ข้างล่างนี้คือเรื่องราวของช็อกโกแลตในอาหารทั้ง 9 จานที่เกิดขึ้นในวันนั้น

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

01

สวัสดี

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เชฟเทพกล่าวคำทักทายแบบไทยๆ ผ่านอาหารเรียกน้ำย่อยที่สร้างความสดชื่นได้ตั้งแต่แรกเห็น นำแนวคิดมาจากอาหารไทยโบราณอย่าง ‘ปลาแห้งแตงโม’ มาประยุกต์เป็น ‘อะโวคาโดปลาแห้งแตงไทย’

ภาพของชิ้นแตงไทยขนาดพอดีคำที่อยู่ด้านล่างของผงช็อกโกแลตและเนื้ออะโวคาโดซึ่งมีปลาแห้ง ต้นหอมซอย และน้ำตาลทราย โรยซ้อนชั้นอยู่ด้านบน คือเอกภาพอันสมบูรณ์ในอาหารจานนี้ แม้ว่าความสดชื่นและรสหวานธรรมชาติจากแตงไทยจะปรี่ออกมาแสดงบทบาทบนอวัยวะรับรสของเราในวินาทีแรก แต่ความกลมกล่อมระหว่างอะโวคาโด ปลาแห้ง น้ำตาล และรสสัมผัสจากต้นหอมซอย ก็ทวงพื้นที่บนลิ้นของเราได้ในวินาทีต่อๆ มา ในขณะที่ช็อกโกแลตเบอร์ 1 ซึ่งมีรสฟรุตตี้เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมรสชาติของจาน ออกมาทำการแสดงในทุกๆ คำที่เราเคี้ยว

จานนี้พูดไม่ได้ว่าใครคือพระเอก เพราะทุกอย่างกลมกล่อมกันไปหมด แต่พูดได้ว่าช็อกโกแลตเบอร์ 1 คือเพื่อนพระเอกที่แวบไปแวบมา กวนบาทาคนดูอย่างมาก แต่ถ้าขาดไปเรื่องก็คงเหงา ไม่สนุกครบรส

02

อีสานบ้านเฮา

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ไม่รู้จะเรียกภาชนะแปลกตาที่พนักงานเสิร์ฟวางตรงหน้าเราว่าอะไรดี เอาเป็นว่าบนภาชนะจักสานทรงแบนขนาด 1 มือถือได้พอดีใบนั้น คือ ‘ลาบเลือดโกโก้ข้าวจี่’ บนสรรพสมุนไพรไทยหลากชนิดที่นิ้วมือสองข้างนับไม่พอ

เชฟได้ไอเดียมาจากลาบเลือดอีสาน ที่ใส่เลือดลงไปคั่วกับเนื้อสัตว์เพื่อความกลมกล่อมและรสขมที่ปลายลิ้นเล็กน้อย ประยุกต์ใช้ช็อกโกแลตหมายเลข 2 ซึ่งมีรสนัตตี้คล้ายคาราเมลมอลต์มาทำหน้าที่แทนเลือดสัตว์ ผสมลงไปคั่วกับเนื้อ ได้ออกมาเป็นลาบเลือดโกโก้บนแผ่นข้าวเหนี่ยวจี่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกำลังทาน 

พระเอกของจานนี้คือลาบเลือดสัมผัสนุ่มรสจัดจ้าน แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตเบอร์ 2 ทำหน้าที่เป็นสตั๊นท์แมนแทนนักแสดงหลักอย่างเลือด ช็อกโกแลตเบอร์ 2 คืออีกหนึ่งตัวละครที่เข้ามาเปลี่ยนเรื่องราวแห่งรสชาติของจานนี้ และทำได้ดีเสียด้วย ลาบเลือดจานนี้จึงไม่ใช่ลาบเลือดของลูกอีสานแท้ๆ แต่เป็นลาบเลือดลูกผสม ที่มีรสชาติชัดเจนอย่างต้นตำรับแต่ซับซ้อน กลมกล่อมดีด้วยช็อกโกแลตแต่ยังคงให้รสขมติดปลายเล็กน้อยตามเดิม ทำงานเข้ากันได้ดีอย่างมากกับข้าวจี่เนื้อหนึบและผักแนมนานาชนิด

03

พลิกน้ำพริก 1

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

พนักงานยังไม่เก็บภาชนะสานใบก่อนหน้าที่ยังมีผักแนมเหลืออยู่ เพราะอาหารจานต่อมาคือ ‘น้ำพริกโกโก้’ ‘ผักย่าง’ และ ‘ปลาอินทรีย์ส้มทอด’ ที่เมื่อทานคู่กับผักสดแล้วเข้ากันได้ดีที่สุดๆ

เชฟเทพพาเรามายังแดนล้านนา พลิกแพลงน้ำพริกอ่อง อาหารสามัญประจำบ้านชาวเหนือที่ปกติใส่เนื้อหมู ปรับมาใส่ปลาส้มแทน ผสมกับช็อกโกแลตหมายเลข 3 ซึ่งแฝงรสเผ็ดร้อนเบาๆ และมีกลิ่นหอมสมุนไพรในตัวอยู่อ่อนๆ เข้ากันกับเครื่องสมุนไพรในน้ำพริกอ่องอย่างตะไคร้ กระเทียม และหอมแดง ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความมันจากบัตเตอร์โกโก้ในช็อกโกแลตตัวนี้ช่วยให้เนื้อสัมผัสของน้ำพริกนิ่มนวลสมดุลกว่าเดิม มีต้นหอมย่างที่หอมกลิ่นเตาอ่อนๆ ทอดตัวพาดยาวอยู่บนน้ำพริก เสิร์ฟเคียงคู่มากับปลาอินทรีย์ทอดกลิ่นหอม มีงาขี้ม่อนเคลือบผิวหน้ามาเพื่อเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ โรยหน้าด้วยผงช็อกโกแลต มีมะนาวไว้เติมเปรี้ยวได้ตามชอบ

ทานปลาทอดพร้อมกับน้ำพริกและผักแนมจากจานก่อนคำแล้วคำเล่า ก็ยังไม่เข้าใจว่าช็อกโกแลตเข้ากันกับอาหารเหล่านี้อย่างน่ามหัศจรรย์ได้ยังไง แม้ช็อกโกแลตจะไม่เด่นเป็นพระเอก แต่ก็เป็นเพื่อนพระเอกที่ทำให้รสชาติของละครบนอาหารจานนี้กลมกล่อมและน่าดูขึ้นมาทันที

04

พลิกน้ำพริก 2

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

เชฟเทพเสิร์ฟน้ำพริกอีกจาน แต่คราวนี้เป็น ‘เนื้อผัดน้ำพริกเผา’ ‘ขนมถ้วยฟูโกโก้’ และ ‘แจ่วมะเขือเทศ’

เนื้อผัดน้ำพริกเผาและแจ่วมะเขือเทศวางอยู่บนแป้งขนมถ้วยฟูที่นำไปจี่ ตกแต่งหน้าตาด้านบนสุดด้วยผักโรยและดอกไม้ทานได้ แป้งถ้วยฟูเหนียวหนึบสู้ฟัน ชวนเคี้ยวเข้ากันไปกับเนื้อผัดน้ำพริกเผารสชาติชัดเจน กลมกล่อมไปกับแจ่วมะเขือเทศ ก่อนจะได้สัมผัสและรสชาติที่ผุดตามมาทีหลังของผักโรยและดอกไม้ทานได้ กลิ่นและรสของช็อกโกแลตหมายเลข 3 ที่อยู่กับแป้งขนมถ้วยฟูเป็นเสมือนยาแนวที่ช่วยผสานรสชาติของแต่ละองค์ประกอบในจานให้เข้ากันอย่างลงตัว แม้บทบาทจะไม่เด่นทะลุจอจนเตะตาต้องใจคนทาน แต่ถ้าขาดไป ละครแห่งรสชาติของจานนี้ก็คงจะไม่แซ่บนัวแน่นอน

ถ้าดูจากภาพอาจจะสับสนว่าแป้งที่ว่านั้นดูไม่คล้ายแป้งขนมถ้วยฟูเลย ตอนแรกเราก็สงสัยแบบนั้น แต่เชฟเทพมาเฉลยตอนท้ายว่า เป็นแป้งตัวเดียวกันจริง แต่ทำให้สุกต่างวิธีกัน เชฟเลือกจี่แป้งซึ่งทำให้แป้งแข็งแรงเป็นทรง แทนการนำไปนึ่งซึ่งจะทำให้แป้งฟูขึ้นแต่ยวบยาบ จับถือขึ้นมาทานได้ไม่สะดวกเท่า

05

ล้างปาก

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ก่อนจะเดินทางเข้าสู่เมนคอร์ส เชฟเทพเสิร์ฟอาหารล้างปากจานพิเศษเป็น ‘มาร์ชเมลโลว์ช็อกโกแลตและกาแฟเชียงราย’ ที่ช่วยหยุดเวลาสั้นๆ ให้อวัยวะรับรสเราได้ผ่อนเครื่อง ก่อนจะเจอกับเมนคอร์สต่อไป

มาร์ชเมลโลวเสียบไม้เสิร์ฟแบบเย็นมีสัมผัสนุ่มกำลังเคี้ยว รสของช็อกโกแลตซึ่งเป็นพระเอกชัดเจนและเข้ากันได้ดีกับมาร์ชเมลโลว์ได้โดยไม่ต้องสงสัย แม้ไม่หวานมากจนแสบคอ แต่ก็มีปริมาณมากพอสมที่จะเป็นอาหารล้างปากที่ดีได้ ถัดไปด้านขวาคือกาแฟอราบิก้าจากเชียงราย นางเอกของจานที่ผ่านกระบวนการพิเศษชื่อว่า Natural Double Anaerobic ทำให้ได้กาแฟที่มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ สดชื่น ทว่าอ่อนขม ดูจะอยู่นอกการรับรู้ของคนทั่วไปที่คิดว่ากาแฟที่ดีต้องรสเข้มเท่านั้น ความเป็นกรดที่นุ่มนวลทว่าแน่วแน่นั้น สร้างความสวยงามและความสมดุลของรสให้เกิดขึ้นในจานนี้ ทำให้นี่คืออาหารล้างปากที่มีประสิทธิภาพมากๆ

หลังจากกาแฟหยดสุดท้ายถูกดื่ม เราก็พร้อมสำหรับอาหารจานหลักทันที

06

อาหาร จาน หลัก 1

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

อาหารหลักจานแรกคือ ‘ไก่ทอดพริกเกลือมะนาวเหลือง โกโก้ดิป’ ซึ่งเป็นอาหารที่คอมฟอร์ต และตรงไปตรงมาเข้าใจไม่ยาก

ไก่ทอดเสิร์ฟมาในปิ่นโตสีเหลือนวลขลิบเขียวขนาด 1 ชั้น เชฟเทพนำไก่ไปดรายกับน้ำเกลือ ทำให้เนื้อไก่มีรสชาติเค็มเป็นเบส แล้วนำไปทอดกรอบ จากนั้นจึงคั่วกับพริกเกลือที่มีส่วนผสมของพริก ผงโกโก้ และกระเทียม โรยด้านบนด้วยผงช็อกโกแลต แม้ชิมไก่ทอดเพียวๆ ยังไม่จิ้มกับดิป ก็สัมผัสความครบรสอันจัดจ้านได้อย่างชัดเจน เมื่อทานคู่กับดิปเย็นสีเหลืองชวนทานด้านข้างกันแล้ว สิ่งแรกที่ได้รับคือมายองเนสและสัมผัสจากเนื้อมันแกวขูดเส้น ก่อนจะได้รสชาติหวานนวลจากช็อกโกแลตชิป แต่รสชาติของดิปนี้ยังคงแข็งแรงชัดเจน โดยเฉพาะรสเผ็ดอ่อนๆ มีสัมผัสของผักโรยด้านบนที่ช่วยเพิ่มมิติ ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติของไก่ทอดเข้ากันได้ดีกับดิปอย่างมาก ทานรวมกันแล้วรสจัดชัดเจน

จานนี้ถือว่าผงโกโก้ได้กลับมารับบทบาทสำคัญเป็นเพื่อนนางเอก เพราะว่าช่วยเพิ่มความหวานแกมขมเบาๆ ซึ่งเป็นมิติที่สอดแทรกอยู่ในทุกๆ คำที่เราเคี้ยว ทำให้รสเผ็ดจากซอสดิปอ่อนลง เพิ่มความละมุนละไมในจานอาหารมากขึ้น

07

อาหาร จาน หลัก 2

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

จานนี้ไม่มีช็อกโกแลต

อาหารหลักจานที่สองคือ ‘กุยช่ายทอด’ ‘เนื้อรมควันเปลือกกาแฟ’ และ ‘ซีอิ๊วน้ำส้มกาแฟ’

ความบังเอิญจากช่วง COVID-19 ที่เชฟนำกากกาแฟที่เหลือจากการชงกาแฟมาหมักผสมกับกากน้ำตาล ได้ออกมาเป็นซีอิ๊วกาแฟสีดำที่หยดอยู่ตรงกลางจาน รสชาติเปรี้ยวหวานคล้ายซอสกุยช่าย เชฟจึงเลือกเสิร์ฟคู่กับกุยช่ายทอดสีน้ำตาลเกรียมชวนทาน แค่เห็นก็รู้ว่าข้างนอกต้องกรอบมากแน่ๆ และเป็นเช่นนั้นจริงๆ ในขณะที่ข้างในยังคงนุ่มอยู่ ถัดจากกุยช่ายคือเนื้อที่เชฟนำไปตุ๋นแล้วผัดกับเปลือกกาแฟ ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทานคู่กับซอสกุยช่ายด้านบนที่อยู่ในรูปของเจลลี่เย็น ซึ่งมีรสหวานอมเปรี้ยวและเผ็ดอย่างชัดเจน ทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันจะเข้ากันที่สุด

ภาพรวมของจานนี้คือเรื่องราวอันแสนสนุกแห่งการเดินทางของรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งกรอบ นุ่ม เด้งดึ๋ง เรียกได้ว่าจัดจ้านครบรสและชัดเจน ทว่ายังกลมกล่อมลงตัว คงเอกภาพของรสชาติไว้ได้ดี

08

อาหาร จาน หลัก 3

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

‘แกะกาแฟ’ ‘สะเต๊ะช็อกโกแลต’ และ ‘อาจาดผักแพว’ คือพี่ใหญ่ของอาหารจานหลักทั้งสาม

คอนเซปต์ของจานนี้คล้ายกับหมูสะเต๊ะ แต่เชฟเปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นแกะ ที่นำไปหมักกับกาแฟเพื่อให้ดูดกลิ่นสาบแกะออกไป แกะจึงมีรสเป็นธรรมชาติมาก มาคู่กันกับขนมปังปิ้ง และซอสสะเต๊ะ เชฟใส่ช็อกโกแลตหมายเลข 3 ซึ่งให้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ เข้ากันได้ดีกับส่วนผสมอื่นๆ ในซอสสะเต๊ะ รสชาติที่ได้ไม่ไปไกลเกินกว่าจินตนาการ เพราะพื้นฐานซอสสะเต๊ะคือรสหวานและความมัน ที่น่าจะเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตอยู่แล้ว แต่เป็นรสชาติของซอสสะเต๊ะที่มีอีกหนึ่งมิติจากช็อกโกแลตออกมาแสดงบทบาทในการรับรู้ของเรา มีกลิ่นสมุนไพรเบาๆ เผ็ดเล็กๆ ที่ปลายลิ้น ทำให้จานนี้กลมกล่อมและนุ่มนวล ยิ่งเมื่อทานคู่กับเนื้อแกะนุ่มๆ และขนมปังปิ้งแล้วยิ่งสัมผัสได้ถึงความเข้ากันได้ดี รสชาติของจานนี้ค่อนข้างหนักหน่วงทั้งเนื้อสัตว์และซอสสะเต๊ะ เชฟจึงใส่อาจาดรสชาติสดชื่นเข้ามาเพื่อทำให้ภาพรวมของรสเบาขึ้น โดยเฉพาะผักแพวที่มีสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยตัดรสได้ดีที่สุด

จะบอกว่าจานนี้ ช็อกโกแลตในซอสสะเต๊ะคือพระเอกก็คงไม่ผิด แต่ถ้าขาดนางเอกอย่างแกะ หรือดาวร้ายอย่างอาจาดผักแพว ละครเรื่องนี้ก็คงไม่ครบรสและไม่สามารถจบลงอย่างบริบูรณ์

09

ของหวาน

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

ของหวานจานสุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดคือ ‘บ้าบิ่นตรังช็อกโกแลต’ ‘มะพร้าวอ่อนอบน้ำผึ้ง’ และ ‘ไอศกรีมใบเตย’ 

บ้าบิ่นตรังคือบ้าบิ่นที่ใช้มันสำปะหลังแทนแป้ง และผสมหอมเจียวที่ปกติจะไว้โรยหน้าขนมหม้อแกงลงไป ทำให้ได้บ้าบิ่นลูกผสมรสชาติอร่อยออกมา เชฟใส่ช็อกโกแลตหมายเลข 2 ซึ่งมีรสของคาราเมลอ่อนๆ มอลต์นิดๆ เข้าไปเป็นหนึ่งส่วนผสมสำคัญ ได้ออกมาเป็นบ้าบิ่นแท่งสี่เหลี่ยมยาวสีน้ำตาลเข้ม มองแวบแรกก็หอมช็อกโกแลตแล้ว เสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมใบเตยสีเขียวนวลตา มีรสหวานอ่อนๆ ทำให้ทานได้เรื่อยๆ ข้างกันคือเนื้อมะพร้าวอ่อนสีขาวนุ่มผัดน้ำผึ้งพิเศษจากหมู่บ้านหินลาดใน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ที่ทำวนเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผสมผสานหลากหลายชนิด น้ำผึ้งของที่นี่จึงมีรสและกลิ่นของผลไม้นานาพรรณ เมื่อนำมาคั่วกวนกับมะพร้าว จึงได้รสหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆ

ทานทุกอย่างรวมกันในคำเดียวจะได้ความหวานละมุน ปิดท้ายการเดินทางได้เป็นอย่างดี

10

ของแถม

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

4 แก้วข้างหน้าเรานี้คือช็อกโกแลตที่สอดแทรกอยู่ในแต่ละเมนูที่ผ่านมา เชฟเสิร์ฟแถมมาเป็นอย่างสุดท้ายเพื่อให้เราลองชิมดูว่ารสชาติของแต่ละตัวเป็นยังไง

เรียงจากซ้ายไปขวา

แก้วที่ 1 คือดาร์กช็อกโกแลต 75 เปอร์เซ็นต์ที่มีรสชาติไม่ขมเกินไป กินง่าย แต่ยังได้รสเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตอยู่อย่างมาก ใกล้เคียงช็อกโกแลตในความรับรู้ของคนทั่วไปมากที่สุด

แก้วที่ 2 คือช็อกโกแลตหมายเลข 1 มีความเปรี้ยวและฟรุตตี้โดดเด่นชัดเจน ดื่มเข้าไปแล้วได้รสชาติเบาสบายสดชื่น

แก้วที่ 3 คือช็อกโกแลตหมายเลข 2 รสชาติตรงไปตรงมา มีความเป็นถั่วและคาราเมลหวานอ่อนๆ อยู่ สัมผัสได้ว่ามีบอดี้หนักกว่าแก้วก่อนหน้า

แก้วที่ 4 คือช็อกโกแลตหมายเลข 3 รสชาติคล้ายคลึงกับแก้วที่แล้ว แต่แฝงความเผ็ดร้อนอ่อนๆ ที่โดดออกมาจากรสช็อกโกแลต

Eat the Cloud 06 : มื้ออาหารสุดพิเศษที่พิสูจน์ว่าช็อกโกแลตทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

BlueKoff ใช้ช็อกโกแลตที่ใกล้เคียงกับ Single Origin มากที่สุด แต่ก็คัดสรรมาเฉพาะตัวที่มีรสและกลิ่นที่ทานง่าย ไม่ไกลจากที่คนทั่วไปคิดไว้มาก เพื่อค่อยๆ กะเทาะเปลือกแห่งการรับรู้เรื่องช็อกโกแลตของคนไทย ทำให้คนไทยได้ค่อยๆ ยอมรับ ปรับตัว และเปลี่ยนความคิดที่มีต่อช็อกโกแลตในที่สุด

อาหารทั้ง 9 + 1 เมนูข้างบนนี้เปลี่ยนการรับรู้ของเราไปโดยสิ้นเชิง ตอนแรกที่บอกว่าเอาช็อกโกแลตมาทำของคาวได้ครบคอร์สมื้อค่ำก็ประหลาดใจมากแล้ว แต่ยิ่งได้มาฟังแนวคิดเบื้องหลังของแต่ละจานจากเชฟเทพ และเรื่องราวสนุกๆ จาก BlueKoff ที่กำลังเริ่มทำตลาดช็อกโกแลตคราฟต์ในไทย ก็ยิ่งเห็นโอกาสที่น่าสนใจ และความเป็นไปได้จากทุกๆ จานช็อกโกแลต บอกได้เลยว่าน่าสนุกไม่แพ้เครื่องดื่มรุ่นพี่อย่างกาแฟแน่นอน

Writer

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load