The Cloud x ซันไลต์

ในสังคมเมืองที่เร่งรีบวุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาหายใจ 

‘อาหารจานเดียว’ คงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์วัฒนธรรมการกินของเราๆ อย่างที่สุด เพราะทุกรสชาติ วัตถุดิบ และเครื่องปรุง ต่างก็ถูกจัดรวมไว้ภายในจานเพียงใบเดียว

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

Eat The Cloud 03 : อาหารจานเดียว จึงเกิดขึ้นภายใต้ไอเดียที่อยากนำเสนอเรื่องราวผ่านอาหารจานเดียวทั้งคาวและหวาน รวมทั้งสิ้น 4 เมนู โดยได้ เชฟแวน-เฉลิมพล โรหิตรัตนะ แห่งร้าน DAG เจริญกรุง 30 มาเป็นผู้ออกแบบมื้ออาหารในครั้งนี้ และยังได้ซันไลต์มาเป็นตัวช่วยทำให้จานสะอาดไม่มีกลิ่นจากอีกจานมาสู่อีกจาน

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

จั่วชื่อเชฟแวนมาขนาดนี้ ใครที่พอรู้จักชื่อเสียงของเขามาก่อนคงพอคาดการณ์ได้ว่าเมนูอาหารทั้งสี่ที่เรากำลังจะพาไปชิม น่าจะแตกต่างจากอาหารจานเดียวที่เราคุ้นเคยกันมากโขอยู่ เพราะเอกลักษณ์ของเชฟแวนคือรสชาติอาหารที่ทำให้คนกินเหมือนถูก ‘ตบหัวแล้วลูบหลัง’​ ด้วยกลิ่นและรสอันจัดจ้านโดดเด่น แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ซึ่งรสสัมผัสที่ทุกคนคุ้นเคย รู้ตัวอีกทีเราก็ตกหลุมรักอาหารจานนั้นไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

ปลาดิบ เต้าหู้ยี้ แหนม กะปิ คือตัวอย่างกลิ่นและรสอันจัดจ้านที่เราหมายถึง

เมื่อโจทย์ตั้งต้นคือการนำเสนออาหารทั้งหมดบนจานเพียงใบเดียว เราเลยชวนซันไลต์พลัส โอดอร์ดีเฟนซ์มาเป็นตัวช่วยสำคัญที่เรามองหา เพื่อขจัดปัญหากลิ่นติดจานในมื้ออาหารครั้งนี้

ก่อนจะไปถึงเมนูแรก เราเริ่มอุ่นเครื่องกันด้วยเครื่องดื่มสีสันสดใส น้ำเสาวรสออร์แกนิกหมักผสมน้ำผึ้งหลวง ซึ่งเชฟแวนเล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นแก้วนี้ ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปีในไหเพื่อหมักร่วมกับยีสต์ธรรมชาติ เมื่อหมักได้ที่แล้วเชฟจึงนำไปกรองและปรุงเพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นมิตรขึ้น เพราะถ้าเสิร์ฟเพียวๆ จะเปรี้ยวมากจนเป็นอันตรายแก่กระเพาะ 

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

อันที่จริงเครื่องดื่มแก้วนี้คล้ายกับคอมบูฉะ (Kombucha) หรือชาที่หมักด้วยแบคทีเรียและยีสต์ ซึ่งมีสรรพคุณเป็นโพรไบโอติกส์ ช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้พร้อมสำหรับอาหารมื้อนี้ ซึ่งมีทั้งของดิบและของหมักดองหลากชนิด

01

ปลาอินทรีแช่น้ำปลา และพอนสึไข่แดงดิบ

“ใครว่าปลาไทยกินดิบไม่ได้”​ เชฟแวนเกริ่นให้เราฟังอย่างน่าสนใจ

เนื้อปลาสีชมพูอ่อนบนจานตรงหน้า คือปลาอินทรีจากชุมพรที่นำไป Age 3 วัน เพื่อดูดเอาองค์ประกอบที่เป็นน้ำออกจากเนื้อปลา เหลือไว้เพียงรสชาติปลาจริงๆ ก่อนจะนำไปผ่านกระบวนการ Salt Curing คือการใช้เกลือเพื่อดึงน้ำออกอีกต่อหนึ่ง ดังนั้น รสสัมผัสของปลาในจานนี้จึงหนึบกว่าปกติ และในขณะเดียวกันก็มีรสชาติเข้มข้น อย่างที่เชฟแวนเรียกว่า อูมามิ

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

ย้อนไปเมื่อสัก 2 – 3 ชั่วโมงก่อนหน้ามื้ออาหารนี้ เชฟแวนนำปลาที่ผ่านการ Age แล้วไปดองในน้ำปลาซึ่งทางร้านทำเอง ผสมกับน้ำเชื่อมและน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย ซึ่งน้ำตาลจากส่วนนี้ก็จะช่วยกระชับเนื้อปลาอีกด้วย

ส่วนซอสข้างล่างคือพอนสึ หรือว่าง่ายๆ คือโชยุที่มีรสเปรี้ยว นำไปตีกับไข่แดงดิบจนเข้ากัน คล้ายกับวิธีการทำมายองเนส แต่แทนที่จะใช้น้ำมันธรรมดา เชฟแวนเลือกใช้น้ำมันงา เพราะกลิ่นงาจะช่วยให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อต้องกินของดิบ

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้คือ ต้นหอมญี่ปุ่นดอง ซึ่งใช้วิธีดองแบบ Lacto-fermentation คือใช้เกลือคลุกกับต้นหอมญี่ปุ่น ใส่กระเทียมและขิงสับลงไปอีกเล็กน้อย แล้วนำไปใส่ในถุงสุญญากาศ ทิ้งไว้จนถุงป่องก็เป็นอันเสร็จ ต้นหอมญี่ปุ่นดองนี้ให้รสเปรี้ยวนิดๆ เพราะกรดแล็กติกที่เกิดจากกระเทียม

02

สุกี้ยำแหนม

“ทฤษฎีของผมคือการเอาของเหม็นมาเจอกัน มันจะกลายเป็นของหอม” เชฟแวนเล่าวิธีคิดเบื้องหลังอาหารจานที่สอง ซึ่งไล่ระดับความจัดจ้านของรสชาติขึ้นมาอีกขั้นด้วยแหนม กระเทียม และเต้าหู้ยี้

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

ในส่วนของแหนม เป็นแหนมหมักธรรมชาติที่ไม่ใส่ดินประสิว เสิร์ฟมาเป็นชิ้นหนาคล้ายแฮมเบิร์ก ปรุงสุกแบบมีเดียมด้วยอุณหภูมิราว 60 องศาเซลเซียส โรยชีสด้านบนเล็กน้อยพอให้มีรสชาตินวลในปาก ส่วนผักโรยมีต้นหอม ผักชีฝรั่ง และหอมแดงซอย คล้ายเครื่องยำที่เราคุ้นเคย

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

ซอสเต้าหู้ยี้มีลักษณะคล้ายกับน้ำยำ คือมีรสชาติเปรี้ยวกว่าน้ำจิ้มสุกี้ปกติ ส่วนขึ้นฉ่ายซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมนูสุกี้ เชฟแวนก็เลือกประยุกต์ไปใช้ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยต้องเอาไปทำให้หวานก่อน เพื่อให้ตัดกับรสเปรี้ยวของซอส ตรงตามทฤษฎีที่ตำราแพทย์แผนไทยโบราณระบุไว้ว่าการทานสองรสนี้คู่กันจะเป็นยา

อย่างที่บอกว่าเมื่อตบหัวแล้วก็ต้องลูบหลัง สำหรับเมนูที่รสชาติจัดจ้านแถมยังกินยากเช่นนี้ เชฟแวนตั้งใจใส่ความรู้สึกเป็นมิตรกับคนทั่วโลกลงไป และเขาเลือกให้ความกรอบแทนความรู้สึกนั้น เพราะไม่ว่าใครก็คงชอบรสสัมผัสอันกรุบกรอบสนุกสนานในปาก เป็นที่มาของวุ้นเส้นกรอบสีขาวที่โรยอยู่ด้านบน

จานนี้รวมของกลิ่นแรงหลายอย่าง ทั้งแหนม เต้าหู้ยี้ และกระเทียม ทำให้แผนกล้างจานด้านหลังดูคึกคักขึ้นเป็นพิเศษ

ซันไลต์
ซันไลต์

03

ข้าวแกงกะหรี่รัญจวนปู

“แกงรัญจวน คือแกงที่กำจัดน้ำพริกกะปิเหลือของคนโบราณ”

เชฟแวนเล่าว่า เมนูนี้พัฒนามาจากแกงกะหรี่ปูซึ่งเป็นเมนูเดิมของร้าน ประยุกต์โดยการใช้กะปิมาทำเป็นเบสของแกง ผสมเครื่องต้มยำซอยลงไปตามแบบฉบับแกงรัญจวน และเปลี่ยนจากผงกะหรี่เป็นผงมาซาลา หรือเครื่องเทศร้อนซึ่งทางร้านผสมและหมักกันเอง ข้อสำคัญคือ เครื่องเทศเหล่านี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุไฟ เหมาะกับหน้าฝนที่อากาศชื้น เพราะเครื่องเทศพวกนี้จะช่วยขับธาตุลมในร่างกาย อันเป็นปัจจัยก่อหวัดตามหลักแพทย์แผนไทยโบราณ

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว
Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

เมื่อตักแกงเข้าปากคำแรก เราอาจได้กลิ่นแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย เชฟแวนเฉลยให้ฟังในตอนหลังว่า นั่นคือกลิ่นถั่วเน่าสูตรคนไทใหญ่

ส่วนเนื้อปูในจานนี้เชฟแวนได้มาจากธนาคารปู จังหวัดปราณบุรี จึงไม่ต้องห่วงว่าเราจะฆ่าตัดตอนปูเพราะกินปูไข่เข้าไปโดยไม่รู้ตัว และยังมีอีกหนึ่งส่วนประกอบที่ช่วยเสริมรสชาติได้ดีไม่แพ้กัน คือเห็ดฟางผัดเนย ซึ่งเชฟแวนใช้วิธีการคลุกเหมือน Warm Salad 

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือข้าว ส่วนประกอบธรรมดาๆ ที่หลายคนชมว่าทั้งหอมแถมยังหุงออกมาเรียงเม็ดสวยอีกต่างหาก เชฟแวนเล่าว่า ที่ร้านเลือกใช้ข้าวอินทรีย์ เพราะคนไทยส่วนมากมักกินข้าวเยอะที่สุดในบรรดาอาหารทั้งหมด ดังนั้น เราน่าจะได้รับสารพิษจากการกินข้าวเยอะกว่าวัตถุดิบอื่นๆ ข้าวของร้าน DAG ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้า จึงเป็นข้าวอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ 

04

ข้าวเหนียวเปียกรสเผือกทอด

“นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทำเชฟส์เทเบิลของผม เพราะทำขนมด้วยตัวเอง” เชฟแวนออกตัวตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเสิร์ฟเมนูขนมหวานจานสุดท้าย

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว
Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

เมนูนี้คือการนำข้าวเหนียวเปียกไปห่อไข่แดงเค็ม แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟคู่กับซอสครีมใบเตยเนื้อเนียน คล้ายสังขยา แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว เชฟแวนเล่าว่า ถ้าลองชิมซอสเปล่าๆ จะสัมผัสได้ถึงรสขมนิดๆ เนื่องจากใช้วิธีนำใบเตยไปใส่เครื่องคั้นแยกกาก แล้วจึงเอาไปต้มอีกทีหนึ่งทำให้ได้รสขม ผสมกับน้ำมันมะพร้าวซึ่งมาจากกะทิ

เชฟแวนอธิบายว่า การกินกะทิหรือน้ำมันมะพร้าวในมื้อค่ำอาจทำให้ท้องอืดได้ จึงเลือกเสิร์ฟ Ale เป็นเครื่องดื่มตบท้าย

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว

เครื่องดื่มแก้วจิ๋วนี้ เชฟแวนเลือกใช้น้ำตาลสดออร์แกนิกกับข่า หมักทิ้งไว้ราวครึ่งเดือน จึงมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่พอเหมาะ

เมื่อดื่มเข้าไปอึกแรกจะได้กลิ่นน้ำตาลสดโดดออกมา และมีรสเปรี้ยวของน้ำมะขามแทรกตรงปลายลิ้น สรรพคุณของมันคือการช่วยย่อย เพราะมีโพรไบโอติกส์ที่ช่วยขับลมและแก้อาการท้องอืด เหมาะสำหรับปิดท้ายมื้ออาหารรสชาติจัดจ้านได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว

Eat The Cloud 03 มื้อที่ออกแบบอาหารจานพิเศษให้กลิ่นชัดรสจัดจ้านบนจานเพียงใบเดียว
ซันไลต์

Writer

Avatar

สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล

เด็กนิเทศ เอกวารสารฯ กำลังอยู่ในช่วงหัดเขียนอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็ชอบหนีไปวาดรูปเล่น มีไอศครีมเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามอ่อนล้า

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Eat The Cloud

The Cloud ทดลองเล่าเรื่องผ่านอาหาร 1 มื้อ ด้วยการชวนเชฟมาเปลี่ยนเรื่องเล่าให้เป็นอาหาร

The Cloud X SCATH X Bonsoy

ลืมนมถั่วเหลืองแบบทั่วไปได้เลย! เพราะเมื่อได้ลิ้มลองคู่ผสมใหม่ระหว่างนมถั่วเหลืองสูตรพิเศษจาก Bonsoy และชาเบลนด์คุณภาพเยี่ยมส่งตรงจากร้าน TE Time and Space ในกิจกรรม Eat The Cloud 07 : Scent Soya คอร์ส Tea Pairing ก็ได้สัมผัสรสกลมกล่อม กลิ่นหอมละมุน เสิร์ฟตรงหน้าในรูปแบบ TE Omakase จับคู่ชาส่วนผสมใหม่กับขนมจากนมถั่วเหลืองอย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน 

กิจกรรมสุดพิเศษครั้งนี้ The Cloud จับมือร่วมกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) และ Bonsoy ก่อนเข้าสู่งานมหกรรมกาแฟครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใน South East Asia อย่าง Thailand Coffee Fest 2020 เมื่อวันที่ 1 – 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่กาแฟคุณภาพคับแก้วจากแหล่งปลูก หรือรวมตัวผู้ประกอบการกาแฟทั่วไทยเท่านั้น เพราะคัดสรรเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้แพ้กลูเตนและกำลังสนใจเรื่อง Plant-Based ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ณ ตอนนี้ นมถั่วเหลืองถือเป็นอีกทางเลือก เอาใจสาย Plant-Based โดยเฉพาะ

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Eat The Cloud 07 : Scent Soya พาไปทำความรู้จักกับนมถั่วเหลือง Bonsoy วัตถุดิบทางเลือกชูโรงจากออสเตรเลียที่ผลิตมาแล้วกว่า 30 ปี 

Bonsoy ทำจากเมล็ดถั่วเหลืองออร์แกนิกสีทองบนแผ่นดินญี่ปุ่น เมื่อได้ลองชิมแล้ว กลิ่นเหม็นเขียวตามฉบับนมถั่วเหลืองที่คาดไว้ กลับกลายเป็นรสกลมกล่อม คลุ้งกลิ่นหอมของนมถั่วเหลือง ลิ้มรสถั่วเหลืองเข้มข้น แต่ไม่กลบรสชาติของเครื่องดื่มเคียงคู่ อุดมไปด้วยโปรตีนเท่านมวัว ไม่มีคอเลสเตอรอลและแคลอรี่ต่ำ ควรค่าแก่สายสุขภาพที่รักความอร่อย

เพียงก้าวเท้าขึ้นบันไดสู่ห้องชาแห่ง TE Time and Space กลางซอยทองหล่อ 25 ของ ปลา-นันธิดา รัตนกุล วันนี้บรรยากาศพูดคุยแบบเป็นกันเอง ท่ามกลางทีบาร์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาเบลนด์นานาชนิด ทั้งดอกไม้ ข้าว สมุนไพร และอีกมากมายเท่าที่จะสรรหาได้ ปลาและเหล่า Tea Master เปลี่ยนห้องชาธรรมดาเป็นห้องทดลองประสบการณ์ใหม่ในการดื่มชาแก่นักดื่ม 

“ชาดอกไม้พรีเซนต์กลิ่นนมถั่วเหลืองได้ดีที่สุด” ปลาเล่าถึงการจับคู่นมถั่วเหลืองกับชาเบลนด์ดอกไม้ที่เข้ากับรสชาติและชูกลิ่นของนมถั่วเหลืองได้ดี จึงเลือกเป็นส่วนผสมหลักในครั้งนี้ เสิร์ฟเคียงกับเมนูขนมจากนมถั่วเหลืองหลากหน้าตาของ Arcake Omakase ฝีมือ เชฟอุ๋ม-นภัทร ศรีวะรมย์ ครูสอนทำขนมจากวิทยาลัยดุสิตธานีและกรรมการจากรายการ Sweet Chef Thailand เพื่อรังสรรค์ TE Omakase 4 คอร์สชาและขนมจากนมถั่วเหลือง 

ถ้าพร้อมแล้ว ขอชวนคุณออกเดินทางกลางทองหล่อ ดื่มด่ำประสบการณ์หอมละมุนลิ้น สัมผัสรสชาติครึกครื้น สู่ปลายทางกลมกล่อมเหนือความคาดหมาย อบอวลด้วยกลิ่นหอมของนมถั่วเหลือง

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Starter 

Organic Assam White tea with Loei Vineyard Song Rose

เหล่านักชงบรรจงวางชาถ้วยเล็กบนทีบาร์ตรงหน้า พร้อมบอกเล่าถึงที่มาของเครื่องดื่มอุ่น เริ่มที่ถ้วยแรก ลิ้มรสบางเบาจากชาขาวอัสสัมออร์แกนิกส่งตรงจากจังหวัดเชียงใหม่ คัดสรรเอาเพียงยอดอ่อนบนสุดของต้นชาเท่านั้น พร้อมกับกลิ่นหอมนวลของดอกกุหลาบไวน์ยาร์ดซองจากจังหวัดเลย สัมผัสหอมหวานรสอ่อน แต่กลับค่อยๆ ปลุกเบาๆ จนตื่น เตรียมรับรสประสบการณ์ Tea Pairing ที่เหลือ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 1 : Thonglor Cloud

Midnight Earl Grey 

Soy Earl Grey Tea cake with Lavender Semifreddo

บรรยากาศอึมครึม เมฆสีเทาลอยครึ้มมาแต่ไกล ฝนจะตกที่กรุงเทพฯ ทีไร ครึ้มอกครึ้มใจทุกที ชวนมาปลอบใจกลางทองหล่อด้วยเครื่องดื่ม Hot Midnight Earl Grey Infused Soy ชาดำเบลนด์ดอกลาเวนเดอร์ เปปเปอร์มินต์ญี่ปุ่น และขมิ้นชันผสมนมถั่วเหลือง นำมาผ่านกรรมวิธี Cold Brew แช่เย็นทั้งคืน จากนั้นนำมาอุ่นพร้อมตีขึ้นเป็นฟอง มูสเมฆสีเทาย่านทองหล่อถูกเทลงในแก้วใบเล็ก เพียงจิบครั้งแรกก็สัมผัสถึงความละมุนนุ่มลิ้น เคล้ากลิ่นชาดำอ่อนๆ คลุ้งกลิ่นนมถั่วเหลือง เสิร์ฟพร้อมเค้กหน้านิ่มสีนวลตกแต่งด้วยดอกไม้สีม่วง และบัตเตอร์เค้กลายหินอ่อนหั่นบาง เคียงด้วยมูสเนื้อละเอียด ทั้งเค้กและมูสทำจากชาเอิร์ลเกรย์ผสมนมถั่วเหลือง ตัดรสลงตัวด้วยชาเอิร์ลเกรย์อุ่น สองเมนูเข้าคู่ปรับอารมณ์เทาให้เบาบางลง

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 2 : Wanderlust

Tropical Wonderland

ชาลาเต้ฟ้าเย็นขนาดกลาง วางดอกอัญชัญตกแต่งด้านบนถูกเสิร์ฟตรงหน้า จิบแรกพาออกทะเลทันที รสมะพร้าว ข้าวเหนียวดำคั่ว หญ้าหวาน ดอกอัญชัญ ใบเตย และมะตูม จับคู่กับนมถั่วเหลือง Bonsoy ผสมปนเปเป็นรสหวานเข้มข้นอย่างพอดี ดอกอัญชัญและข้าวเหนียวดำคั่วแต่งแต้มสีน้ำเงินแอบม่วง สร้างบรรยากาศสบายๆ คล้ายกับอยู่ทะเล เป็นความตั้งใจของเหล่า Tea Master ที่อยากพาเราออกเดินทางไกล แม้อยู่กลางทีบาร์แห่งนี้ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก
จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 3 : Rose Affogato

Lemon Mint & Soy sorbet with Sassy Summer TE Mocktail

ปลุกความครึกครื้นอีกครั้ง ด้วยเสียงเขย่าเชกเกอร์ม็อกเทลของนักชง Sassy Summer TE Mocktail ถูกผสมให้เข้ากัน ทั้งดอกกุหลาบฝรั่งเศสออกรสอมเปรี้ยว กระเจี๊ยบ ใบหม่อนออร์แกนิก หญ้าหวาน เพิ่มความสดชื่นมากขึ้นด้วยเสาวรส ราดบนไอศกรีมตักผสมกัน ทั้งไอศกรีมนมถั่วเหลืองและซอร์เบท์มะนาวมินต์ สัมผัสรสหวานอมเปรี้ยวอย่างเบานุ่ม ใครจะรู้ว่า Rose Affogato รสชาตินี้ก็ทำได้ แถมอร่อยจนอยากชิมอีกสัก (หลาย) รอบ 

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Course 4 : Fly me the moon

Moon Garden Infusion

ส่งท้ายคอร์สด้วยชาอุ่นชวนฝันหลับสบาย ค่อยๆ ดื่มด่ำบรรยากาศรอบตัว หยิบกาน้ำที่เต็มไปด้วยชาเขียวมะลิ ดอกคาโมมายล์ ดอกสายน้ำผึ้ง ดอกพิกุล และชะเอมเทศ ค่อยๆ เทน้ำร้อนให้ทั่ว​ คอยสัก 3 – 5 นาที ก่อนเทชาลงบนแก้วพักชา และเทลงถ้วยเล็กพร้อมดื่ม ชาถ้วยนี้เราทำเองทุกขั้นตอน ละเมียดดื่มคู่กับขนมไทยอย่างกลีบลำดวน รสอุ่นเบาบางพาเคลิ้มลอยไกลถึงดวงจันทร์

จิบนมถั่วเหลืองคู่ชาเบลนด์ชูกลิ่นหอม ดื่มด่ำประสบการณ์ TE Omakase สุดกลมกล่อมครั้งแรก

Writer

Avatar

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load