ธุรกิจ : บริษัท ​โรงงานแก้วบูรพา จำกัด

ประเภทธุรกิจ : ผลิตเครื่องแก้วทำมือ

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2498

อายุ : 66 ปี

ผู้ก่อตั้ง : จิตติ จงอัศญากุล

ทายาทรุ่นสอง : ประศาสน์​ จงอัศญากุล, จันทร์​ฉาย จงอัศญากุล, ประสงค์​ จงอัศญากุล

ทายาทรุ่นสาม : พีรัท จงอัศญากุล, รชฎ จงอัศญากุล​ ธุรกิจ Eastern Glass

ในวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจนต้องปิดตัวลง บางธุรกิจปรับการดำเนินงานปกติให้เข้ากับสถานการณ์และความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เช่นเดียวกับโรงงานแก้วบูรพา หนึ่งในโรงงานแก้วทำมือที่เก่าแก่สุดในประเทศ ก็ต้องปรับตัวเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่สร้างธุรกิจเมื่อ 66 ปี

ปีเตอร์-พีรัท จงอัศญากุล หนึ่งในทายาทรุ่นสาม คือผู้เข้ามารับช่วงต่อก่อนการระบาดของโรค COVID-19 ได้ไม่นาน ความท้าทายแรกของเขาคือ ลูกค้าประจำที่เคยรับจ้างผลิตให้ต้องหยุดกิจการชั่วคราว ยอดคำสั่งซื้อลดลงเรื่อยๆ จนเท่ากับศูนย์ ในขณะที่ต้นทุนค่าแรงและเชื้อเพลิงสำหรับโรงเป่าแก้วยังเท่าเดิม

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

เขาได้ชื่อว่าเป็นทายาทรุ่นแรกที่เข้ามาปิดเตาเผาที่ลุกโชนมากว่า 60 ปี และปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จากเดิมเคยรับจ้างผลิตแบบ B2B (Business-to-Business) มาเป็นขายปลีก B2C (Business-to-Consumer) อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลเดียวคือ ต้องการให้ธุรกิจของครอบครัวอยู่รอดต่อไปได้

โรงงานแก้วบูรพาในวันนี้จึงไม่เหมือนเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน โรงงานย่านบางแคที่เคยใช้เป่าแก้วตามคำสั่งผลิต ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโกดังขายสินค้าขนาดใหญ่ ออฟฟิศอายุหลายสิบปีที่ใช้ทำงานหลังบ้าน ก็รีโนเวตเป็นคาเฟ่หน้าตาทันสมัย เหมือนหลุดออกมาจากจากนิตยสารดีไซน์ ส่วนช่างเป่าแก้วเก่าแก่กลายเป็นพนักงานขายหน้าร้านและคนดูแลสต็อกสินค้า

โรงงานแก้วบูรพาในวันนั้นแปลงโฉมเป็น Eastern Glass ศูนย์รวมแก้วทำมือและคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เคล้ากลิ่นอายของธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมาถึง 3 รุ่น และตั้งใจจะอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

โรงงานเดียวที่ผลิตโป๊ะแก้วในประเทศ

โรงงานแก้วบูรพาก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2498 โดย อากงจิตติ จงอัศญากุล 

อากงไม่ได้เป็นช่างเป่าแก้ว แต่มีเพื่อนชาวจีนที่เชี่ยวชาญด้านนี้ จึงจับพลัดจับผลูทำโรงงานรับผลิตแก้วขึ้นมา

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่
ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

แรกเริ่มเดิมทีโรงงานอยู่ย่านสำเหร่ (ปัจจุบันเรียกว่า ซอยโรงแก้ว) สินค้าส่วนใหญ่เป็นแค่โคมไฟและโป๊ะไฟ ด้วยความที่เป็นโรงงานเดียวที่ผลิตโป๊ะไฟได้ในตอนนั้น ใน พ.ศ. 2500 จึงได้รับเลือกจากรัฐบาลให้ผลิตพระบูชาพระแก้วมรกตเนื่องในวาระกึ่งพุทธกาล

ธุรกิจในยุคอากงเป็นการรับจ้างผลิต หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) ทั้งหมด เริ่มจากผลิตโคมไฟเพื่อส่งให้ร้านไฟ ร้านไฟก็จะไปหาเสามาต่อกับโคมไฟให้เป็นสินค้านำไปวางขาย

จนวันหนึ่ง โรงงานเก่าถูกไฟไหม้ อากงจึงย้ายฐานการผลิตมาที่ปัจจุบัน

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

คุณพ่อประศาสน์​ คุณแม่จันทร์​ฉาย และ คุณอาประสงค์​ เข้ามารับช่วงต่อเป็นทายาทรุ่นสองในยุค 1980 เป็นยุคที่โรงงานแก้วแฮนด์เมดในประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมมาก จากเคยผลิตแค่โคมไฟ โป๊ะไฟ และพระบูชาพระแก้วมรกต ก็หันมาผลิตแก้วน้ำ จาน ชาม และแจกัน มากขึ้น นับเป็นโรงงานแก้วเจ้าแรกที่ผันตัวมาทำของตกแต่งบ้านอย่างเต็มตัว

โรงงานแก้วแห่งแรกที่หันมาผลิตสินค้า Decor

คุณพ่อและคุณอารับหน้าที่ดูแลฝ่ายผลิต ส่วนคุณแม่ดูการตลาดและบัญชี

สมัยนั้นทั้งในไทยและต่างประเทศไม่ค่อยมีโรงงานผลิตแก้วแฮนด์เมด ชาวต่างชาติต้องการแหล่งผลิตที่ต้นทุนถูกกว่าในบ้าน เขาจึงต้องหาโรงงานนอกประเทศ

“แล้วคุณแม่เป็นคนขายเก่ง” ปีเตอร์ว่าแบบนั้น 

คุณแม่จันทร์​ฉายเรียนจบสาขาบัญชี แต่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นคนทันต่อยุคสมัยและอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา จึงรับหน้าที่เป็นหัวเรือในการออกแบบแก้วให้กับโรงงานแก้วบูรพา 

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

เพราะไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ค้นหาข้อมูลเหมือนทุกวันนี้ คุณแม่จึงใช้วิธีการสั่งซื้อหนังสือตกแต่งบ้านจากเมืองนอกทุกหัว ตั้งแต่นิตยสาร Architectural Digest ถึง House & Garden แล้ววาดตามเก็บไว้เป็นหมื่นๆ แบบ เพื่อนำไปเสนอบริษัทต่างชาติ 

ขณะที่คุณพ่อกับคุณอาพยายามหาเทคนิคใหม่ๆ ที่รองรับดีไซน์ของคุณแม่ได้

“ตอนนั้นเป็นยุคแอนะล็อก คุณพ่อเลยพาช่างที่มีฝีมืออีกสามคนบินไปญี่ปุ่นด้วยกัน สมัยนั้นญี่ปุ่นถือว่าเป็นสุดยอดเรื่องนี้ เขาไปซุ่มดูการผลิตในโรงงานที่ญี่ปุ่นอยู่เป็นอาทิตย์แล้วจำกลับมาทำ เครื่องแบบนี้มันทุ่นแรงได้นะ เทคนิคการเป่ามีแบบไหนบ้าง

“พอกลับมา เขาก็ลองเอาเหล็กมาประกอบให้เหมือนเครื่องที่ไปเห็นมาที่ญี่ปุ่น ลองผิดลองถูกกัน หลายเครื่องก็ไม่ได้ใช้งาน”

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

ผู้ผลิตสินค้าให้แบรนด์ดังระดับโลก

เพราะต้องอาศัย Know-how เฉพาะทาง จำนวนโรงงานเป่าแก้วในประเทศไทยจึงนับนิ้วได้ มาจนถึงวันนี้ก็ยังมีไม่ถึง 10 แห่ง ไม่เหมือนโรงงานเซรามิกหรือโรงงานพลาสติกที่แตะหลักพัน 

หลังจากรับจ้างผลิตส่งออกให้ญี่ปุ่นสักพัก คุณแม่จันทร์ฉายเข้าเจาะตลาดยุโรปในช่วง 1990 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่คนยุโรปเริ่มสนใจการตกแต่งบ้านมากขึ้น ด้วยการเดินทางไปออกงานแฟร์ดังๆ อย่าง Fiera Milano ในอิตาลี Maison & Objet ที่ฝรั่งเศส Ambiete ของเยอรมนี และ Birmingham Fair ที่อังกฤษ

โรงงานแก้วบูรพาในมือทายาทรุ่นสองถือว่ารุ่งเรืองมาก มีโรงงานทั้งหมด 5 โรง ช่างทำงาน 2 กะตลอด 24 ชั่วโมง ผลิตแก้วได้วันละหลักหมื่นใบ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม และแบรนด์ของตกแต่งบ้านในต่างประเทศ ที่ให้คุณค่ากับสินค้าแฮนด์เมด ปีเตอร์ไล่เรียงชื่อให้เราฟังตั้งแต่ Raph Lauren Home, Crate & Barrel, Pottery Barn, Anthropologie, Galeries Lafayette ไปจนถึงห้างใหญ่ทั้ง 4 แห่งบนถนน Oxford Street ย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงลอนดอน ที่สั่งผลิตสินค้าไปขายในนามแบรนด์ของตัวเอง

แม้รุ่งเรืองขนาดนั้นและรู้แก่ใจว่าถ้ายังผลิตแบบทำมืออยู่ สเกลธุรกิจจะไม่ใหญ่ไปกว่าเดิมได้มากนัก โรงงานแก้วบูรพาก็ยังเชื่อมันทำแบบเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นการผลิตแบบเครื่องจักรทั้งหมด

“เคยคิดจะเปลี่ยนเหมือนกันครับ มีหลายโรงงานก็ใช้เครื่องทำ แต่ตลาดก็เป็นคนละตลาดกัน อย่างนั้นต้องทำทีเป็นแสนๆ ใบ ขายแมส เข้าร้านอาหาร ของเราคือแก้วแฮนด์เมด สามารถออกแบบรูปทรง ออกแบบสีได้ ถ้าใช้เครื่องเขาจะเน้นสีใสทั้งหมด พอเป็น Mass Production เขามาเปลี่ยนทรงเปลี่ยนสีไม่ได้ เพราะลงทุนไปกับเครื่องจักรสูงมาก เลยต้องผลิตเอาจำนวนให้มากไว้ก่อน (Volumn Game) โรงแก้วทำมือหลายๆ ที่ก็ผันตัวไปเป็น Machine-made มีเจ๊งไปหลายโรงเหมือนกัน การลงทุนสูง พอเข้าไปในตลาด Mass Production มันต้องคำนึงถึงการกระจายสินค้า การหาตลาด ไม่ใช่แค่ผลิตออกมาอย่างเดียว

“แล้วคุณพ่ออยู่กับงานคราฟต์ งานแฮนด์เมดมานาน ถ้าเปลี่ยนเป็นเครื่องจักร เขาต้องเปลี่ยนดีเอ็นเอของตัวเองไปเปลี่ยนอีกอย่าง เพื่อธุรกิจครอบครัว เขาจึงเลือกเดินในทางที่ตัวเองเชื่อ เลือกทำให้สิ่งที่เขาเห็นคุณค่า”

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

ธุรกิจ OEM ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ลดลงทุกปี

หลังจากผ่านจุดสูงสุดของธุรกิจมาได้ไม่นาน จีนเริ่มเปิดประเทศด้วยค่าแรงที่ถูกกว่าทุกที่ในเวลานั้น ฐานผลิตย้ายตามต้นทุนที่ต่ำลง ตลาดการสั่งผลิตแก้วเริ่มซา ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกปี โรงงานแก้วบูรพาค่อยๆ ปิดโรงงานทีละโรงๆ จาก 5 เหลือ 3 จาก 3 เหลือ 2 จาก 2 เหลือเพียง 1 

ต้นทุนของธุรกิจครอบครัวปีเตอร์มี 3 อย่างหลักๆ

หนึ่ง ค่าแรงช่างฝีมือที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

สอง เชื้อเพลิงที่ต้องใช้เดินเตาตลอดเวลาแม้ไม่มีการผลิต เพราะการหลอมเตาครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์ในการทำให้อุณหภูมิขึ้นไปถึง 1,200 องศาเซลเซียส 

และสาม เคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตต่างๆ

คุณพ่อและคุณอาจึงหาทางหนีทีไล่ด้วยการเปิดตลาดในประเทศ โดยรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจาก OEM จากต่างชาติอยู่ 

“เราเปิดร้านที่จตุจักร เพราะเมื่อยี่สิบปีก่อนคนไทยยังไม่เข้าใจงานแฮนด์เมด และราคาที่สูงกว่า ของทำมืออาจจะมีรูปร่างไม่เท่ากันบ้าง สีอาจจะไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ในกระบวนการเป่าแก้วก็อาจเกิดรอยเพราะเราทำในที่เปิด มีฝุ่นเข้ามาได้ คนที่ไม่เข้าใจก็จะมองว่าสินค้ามีตำหนิ ขายไม่ได้ ทำมาสิบใบ สีไม่เท่ากันเลยสักใบ ขายไม่ได้ ธุรกิจขายปลีกเราเลยไม่หวือหวา บางช่วงลำบากด้วยซ้ำ”

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่
ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

ปรับโครงสร้างธุรกิจอายุกว่า 60 ปีจาก B2B เป็น B2C

ในเวลาเดียวกัน ปีเตอร์ ลูกชายคนที่ 2 ของบ้านกำลังสนุกกับการทำงานในองค์กรใหญ่ เขาเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด เริ่มงานแรกที่เอเจนซี่โฆษณา Leo Burnett ก่อนจะย้ายไปทำเรื่องแบรนด์ให้ Heineken และ BURGER KING ตามลำดับ จนกระทั่งคุณพ่อเสีย

ปีเตอร์ในวัย 30 อาสากลับมาทำงานที่บ้านโดยทิ้งความก้าวหน้าทางอาชีพและเงินเดือนหลักแสน เขาเข้ามารับช่วงต่อก่อนวิกฤต COVID-19 จะเกิดได้ไม่นาน

สิ่งแรกที่ทายาทรุ่นสามทำคือ ดูงบการเงินและ Business Plan เพื่อหาโอกาสการเติบโตหรือลดต้นทุนที่มีอยู่ 

“ธุรกิจตอนนั้นอยู่ตัวมาก นิ่ง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ย้ายไปผลิตที่จีนหมด ต้นทุนเราสูงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น น้ำมันสูงขึ้น เคมีแพงขึ้น แต่ราคาที่เราตั้งสูงมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะมันยังมีอีกทอดหนึ่งที่เขาซื้อแล้วไปขาย ทำแบรนด์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าต่อ สัดส่วนกำไรเราลดลงทุกวันๆ”

นั่นเป็นความยากลำบากที่ธุรกิจ OEM ทุกเจ้าเจอเหมือนกัน

“เดือนแรกที่เข้ามา ผมขอเอกสารเยอะมาก นั่งดูเลยว่าเรามีรายได้จากทางไหน ยอดผลิต ยอดขายปลีก ยอดจากร้านค้าต่างๆ เพื่อพบว่าส่วนที่ทำกำไรให้บริษัทจริงๆ คือการขายปลีกที่ร้านจตุจักรและพัทยา ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทไม่ได้โฟกัสเลย”

เขาตัดสินใจยุบส่วนที่ไม่ทำกำไรลง นั่นก็คือฝ่ายผลิต และขยายส่วนที่ทำกำไรให้ธุรกิจอย่างการขายปลีก โดยปรับโครงสร้างจากธุรกิจ B2B (Business-to-Business) มาเป็นขายปลีก B2C (Business-to-Consumer) อย่างเต็มตัว

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่
ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

จากเคยผลิตได้วันละหลักหมื่นใบ เหลือศูนย์

ธุรกิจอายุ 66 ปีผ่านวิกฤตเศรษฐกิจโลกมาหลายครั้ง ตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย หรือ วิกฤตต้มยำกุ้งใน พ.ศ. 2540 ที่ส่งผลต่อการลดลงของค่าเงินบาท แต่กลับเป็นโชคดีของธุรกิจ OEM ส่งออกเพราะทำให้รายได้มากขึ้น มาถึงวิกฤต COVID-19 เมื่อสองปีก่อน ที่ไม่โชคดีเหมือนครั้งแรก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงแรมทั่วโลกปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งความยากของธุรกิจนี้คือ เตาที่ต้องเดินตลอดเวลา ไม่สามารถกดปุ่มปิดแล้วเปิดใหม่ได้ แม้ไม่มีออเดอร์เข้ามาและไม่มีรายได้

เขายกตัวอย่างแบบนี้ ในระยะเวลา 30 วัน แค่ไม่ได้ผลิต 4 วัน บริษัทก็ขาดทุนแล้ว 

ทายาทรุ่นสามจึงเข้ามาปิดเตาชั่วคราวเพื่อลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) อย่างค่าแรง เชื้อเพลิง และเคมี ปรับโฉมโรงงานเก่าให้เป็นร้านขายสินค้าปลีก เพื่อขายสินค้ากว่าแสนชิ้นในสต็อกที่ไม่ได้ส่งออก และรีโนเวตออฟฟิศเป็นร้านคาเฟ่เพื่อดึงดูดให้คนแวะมา

แต่ด่านแรกที่ทายาททุกคนต้องเจอในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจครอบครัวใหม่ คือการนำเสนอให้ทายาทรุ่นก่อนหน้าเห็นด้วย ปีเตอร์วางแผนทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและรัดกุมในทุกๆ เรื่อง แต่การจะเดินไปหาคุณแม่กับคุณอาเพื่อบอกว่า ‘ต้องการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งแปลว่าต้องมีการเอาคนออกเกือบร้อยคน’ ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าไม่ทำ ธุรกิจก็ไปต่อไม่ได้

“เราคุยกันนานพอสมควร เพราะมันไม่ได้ปรับแค่นิดหน่อย มันคือการเปลี่ยนธุรกิจหลักไปเลย แต่โชคดีมากที่ทั้งสองท่านสนับสนุนเต็มที่แม้จะยังมองไม่เห็นภาพก็ตาม พอเราเสนอ เขาเลยบอกกลับมาว่า นี่เบอร์แบงก์นะ ถ้าจะกู้ก็ติดต่อเอง” 

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

ทายาทที่ให้คนออกเกือบ 100 คน

ลองนึกภาพตามว่า โรงงานแก้วบูรพาอายุกว่า 60 ปีผ่านมือสมาชิกในครอบครัวมา 3 รุ่น ตั้งแต่ยุคคุณปู่ มารุ่นคุณพ่อ จนถึงปีเตอร์ และเขาจะเป็นรุ่นแรกที่เข้ามาทำงานเพียงไม่กี่เดือน ก็ตัดสินใจปิดเตาที่เปิดมาตลอดครึ่งศตวรรษ และให้คนงานฝ่ายผลิตที่อยู่ด้วยกันมาหลายสิบปีออกเกือบ 100 คน 

มันเป็นเรื่องง่ายและเรื่องยากในเวลาเดียวกัน

“เรื่องง่ายคือ ผมอาจจะไม่มีความผูกพันเท่ากับคุณพ่อ การตัดสินใจทางธุรกิจเลยง่ายสำหรับผมมากกว่าเขา คุณพ่อพูดมาตลอดว่าธุรกิจเราอยู่ตัวแล้ว ต้นทุนเบียด ราคาเบียด และคงเติบโตมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ทีแรกผมไม่เชื่อ พอเข้ามาทำเองเลยพยายามกดทุกอย่าง ลองบีบทุกอย่าง อัปราคาขึ้นไป ทำโบรชัวร์ ทำแบรนดิ้งใหม่ ส่งโบรชัวร์นี้ไปให้สองร้อยกว่าบริษัทที่ทำเกี่ยวกับของตกแต่งบ้าน เขาตอบกลับมาให้เสนอราคากลับไป ผมส่งใบเสนอราคาเกือบร้อยใบ มีตอบกลับมาแค่บริษัทเดียว ที่เหลือเขามองว่าราคาสูงไป เขาผลิตกับจีนอยู่ เรารู้เลยว่าขึ้นราคากว่านี้ไม่ได้ ถ้าขึ้นมากกว่านี้ไม่มีตลาดรองรับแน่นอน ต้นทุนก็ลงกว่านี้ไม่ได้แล้ว

“เพราะฉะนั้น คุณพ่อรู้มาตลอดว่ามันมีกับดักตรงนี้อยู่ แต่เขาทำไม่ได้เพราะธุรกิจนี้มีคุณค่าทางจิตใจกับเขามาก”

การทำงานองค์กรใหญ่มาหลายปีไม่ได้เตรียมพร้อมเขาสำหรับการไล่คนออก

ทายาทรุ่น 3 Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานแก้ว 66 ปีเป็นร้านขายแก้วหมื่นแบบและคาเฟ่

“ผมให้คนฝ่ายผลิตออกไปร้อยกว่าคน มีแต่คนเก่าคนแก่ แต่เราไม่มีทางอื่น ซึ่งทางช่างเองเขาก็คำนึงถึงความปลอดภัยในช่วง COVID-19 เหมือนกัน เพราะการทำงานนี้ใกล้ชิดกันมาก บางครั้งต้องแชร์อุปกรณ์กัน หลายคนเลยโอเคที่ถูกเลย์ออฟตอนนั้น เพราะกำลังจะเกษียณด้วย 

“จำได้ว่าซื้อหนังสือกฎหมายแรงงานมาอ่านเอง ปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนายว่าการเลย์ออฟคนต้องทำยังไงบ้าง ผมทำเองคนเดียวหมดทุกอย่าง ต้องบอกพนักงานทีละคนๆ บอกไปตามตรงว่ากำลังลำบาก ต้องขอหยุดธุรกิจนี้ไว้ชั่วคราว ถ้าธุรกิจกลับมา เราอาจจะกลับมาผลิตใหม่ บางคนร้องไห้ บางคนขอบคุณที่เราดูแลเขา เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ณ ตอนนั้นเพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้ มันลำบากใจแต่เราต้องทำให้ถูกต้อง”

ทางออกเดียวของธุรกิจครอบครัว

มั่นใจแค่ไหนว่ามันจะช่วยธุรกิจเราได้-เราถาม

“ตอนนั้นคิดแค่ว่าของเรามีเยอะมาก ต้องหาวิธีระบายออก มีอยู่สองทางที่ผมวางแผนไว้คือ หนึ่ง สร้างแบรนด์ของเราขึ้นมาแล้วไปเปิดร้านทุกหัวมุมเมือง ไปทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา รวมถึงช็อปเล็กๆ ตามห้างต่างๆ แต่แบบนี้ควบคุมได้ลำบากมาก ทางนี้เลยตกไป มาสู่ทางที่สอง คือปรับโรงงานแก้วให้เป็นหน้าร้านของเราเอง เพราะที่นี่มันมีสตอรี่ 

Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานเป็นคาเฟ่และร้านขายแก้วหมื่นแบบของทายาทรุ่น 3

“เราวาง Brand Identity ใหม่ ทำโลโก้ใหม่ สร้างชื่อ Eastern Glass ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษของโรงแก้วบูรพา ให้เป็นที่รู้จัก นี่เป็นทางออกเดียว ณ ตอนนี้”

จากร้านเล็กๆ ทดลองเปิดหน้าโรงงานในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ขยายเป็นโกดังที่ใช้พื้นที่โรงงานทั้งหมดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มองดีๆ จะเห็นเตาหลอมและอุปกรณ์ดั้งเดิมตั้งอยู่รอบๆ

ส่วนคาเฟ่มาทีหลัง เพิ่งมีอายุได้หนึ่งเดือนเศษ เริ่มต้นมาจากไอเดียที่ว่าอยากมีอะไรดึงดูดให้คนมาที่นี่ ซึ่งยุคนี้ก็หนีไม่พ้นการทำคาเฟ่ แต่จะทำคาเฟ่ยังไงให้แตกต่างจากที่อื่น 

Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานเป็นคาเฟ่และร้านขายแก้วหมื่นแบบของทายาทรุ่น 3
Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานเป็นคาเฟ่และร้านขายแก้วหมื่นแบบของทายาทรุ่น 3

คาเฟ่ Eastern Glass ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารดีไซน์ของต่างประเทศ เดาจากภาพที่เห็นตรงหน้าน่าจะต้องมีสถาปนิกมืออาชีพออกแบบให้เป็นแน่

“เราคิดกันเองครับ หยิบโน้นผสมนี้ เอา Reference ต่างๆ จาก Pinterest มาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย แล้วนำอุปกรณ์การผลิตแก้วมาโชว์ให้คนรู้ว่าที่นี่คือโรงงานแก้ว คนที่มาซื้อแก้วก็มีที่นั่ง มีที่กินน้ำกาแฟ”

เครื่องแก้วในร้านกาแฟเป็นของ Eastern Glass ทั้งหมด และในเร็วๆ นี้ จะมีการออกแบบเมนูให้เข้ากับแก้วแต่ละแบบ เราสั่งเครื่องดื่มพบว่าแก้วสวยมาก จนต้องเดินเข้าไปซื้อในโกดังขายของ

แก้วในโกดังมีหลายหมื่นแบบ ถ้านับเป็นจำนวนก็เกือบๆ แสนใบ คุณภาพแบบส่งออกให้ญี่ปุ่นและยุโรป ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบ แบบไหนขายหมดแล้วหมดเลยจนกว่าจะเปิดเตาใหม่

ธุรกิจแบบ B2C หรือการขายให้ลูกค้าโดยตรง ทำรายได้ให้ธุรกิจอยู่รอดในยุค COVID-19 ต่างกับสมัยคุณพ่อประศาสน์​เริ่มทำรีเทลตรงที่คนในปัจจุบันเข้าใจเรื่องของดีไซน์ เห็นคุณค่าของงานทำมือ และสนใจการตกแต่งบ้านมากขึ้น

Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานเป็นคาเฟ่และร้านขายแก้วหมื่นแบบของทายาทรุ่น 3

ศูนย์รวมแก้วแฮนด์เมดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ปีเตอร์ยังไม่แน่ใจว่า หากวิกฤต COVID-19 คลี่คลาย ธุรกิจของเขาสามารถกลับไปดำเนินการ OEM ได้เร็วแค่ไหน เพราะต้องขึ้นอยู่กับอุปสงค์ในตลาด 

“แต่คงไม่ทำสเกลใหญ่เท่าเดิมแล้ว เพราะเราจะคุมต้นทุนไม่ได้ ตอนนี้กำลังหาโอกาสในเครื่องจักรใหม่ๆ ที่ใช้ไฟฟ้า แบบที่เปิดปิดเตาได้เลยไม่ต้องรอ ส่วนคนเราก็ยังมีช่างเก่าๆ ที่ติดต่อกันอยู่ ถ้าวันหนึ่งกลับมาเปิดเตาก็ต้องชวนเขากลับมา”

แม้รู้ว่าธุรกิจแก้วทำมือยังไงก็ลำบาก เพราะต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งช่างผู้เชี่ยวชาญ เรื่องคุณค่าที่คนมองกลับมาที่ยังไม่สะท้อนกับเม็ดเงินที่ยินดีจ่าย ภาพสุดท้ายที่ปีเตอร์วางไว้สำหรับ Eastern Glass โฉมใหม่ คือการเป็นศูนย์รวมแก้วแฮนด์เมด โดยเปิดรับพาร์ตเนอร์ทั้งในไทยและต่างประเทศ และพาแบรนด์ไปได้ไกลที่สุด อยู่อย่างยั่งยืนให้นานที่สุด มากกว่าเป็นกระแสที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป 

และหวังว่าวันหนึ่งจะได้เปิดเตาอายุ 66 ปีอีกครั้ง เพื่อผลิตเครื่องแก้วที่ประทับตรา Eastern Glass ไว้ด้านล่างอย่างภาคภูมิใจ

Eastern Glass ฝ่าโควิดเปลี่ยนโรงงานเป็นคาเฟ่และร้านขายแก้วหมื่นแบบของทายาทรุ่น 3

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : Wawa Group หรือ บริษัท นิวไวเต็ก จำกัด (เดิม)

ประเภทธุรกิจในอดีต : สิ่งพิมพ์

ประเภทธุรกิจในปัจจุบัน : เทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2500

อายุ : 65 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ไว เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสอง : เกรียงไกร เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสาม : กร เธียรนุกุล

ไม่มีใครเข้าใจคำว่า Digital Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันของเทคโนโลยีเท่ากับธุรกิจสิ่งพิมพ์อีกแล้ว

กลิ่นหมึก เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นและเครื่องพิมพ์ Mitsubishi สีฟ้ารุ่นแรกของประเทศไทยคือสิ่งที่บอกเล่าประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ ‘นิวไวเต็ก’ ได้เป็นอย่างดี กระดาษกองโตจำนวนมหาศาลถูกแปลงเป็นใบปลิว โบรชัวร์ คู่มือใช้งานสินค้าและอีกสารพัดสิ่งพิมพ์โฆษณาหลายล้านชิ้นในช่วงกว่า 6 ทศวรรษจากวันแรกของ ไว เธียรนุกุล ผู้ก่อตั้งสู่ปัจจุบัน กร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ในอาคารเก่าแก่ย่านสี่พระยานี้

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

ผ่านจุดที่รุ่งเรืองที่สุดของวงการสิ่งพิมพ์ และจุดเปลี่ยนที่มาเยือนแท่นพิมพ์เร็วกว่าที่คิด

ว่ากันว่าคนรุ่นแรกคือผู้ก่อร่างสร้างตัวจากสองมือเปล่า และคนรุ่นสองคือผู้ต่อยอดสร้างธุรกิจให้เติบโต แต่บทถัดไปของคนรุ่นสามที่โรงพิมพ์นิวไวเต็กนี้ ต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยง 45 อุตสาหกรรมไว้ด้วยกันบนตลาดออนไลน์ เพื่อก้าวต่อไปบนเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม

อยู่รอดเพื่อเติบโต

เติบโตเพื่อสร้างตำนานต่อไปในอนาคต

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เริ่มต้นที่ ‘เสื่อผืน หมอนใบ’

คุณกรเล่าให้เราฟังว่า คุณปู่ของเขา (ไว เธียรนุกุล) คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนจีนโพ้นทะเลที่มาตามหาอนาคตในเมืองไทย ยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ได้ใกล้ตัวและมีบทบาทกับผู้ประกอบการมากเหมือนปัจจุบัน หนทางเดียวของ ‘คนต้นตระกูล’ หรือเบบี้บูมเมอร์ทั้งหลาย คือต้องขยันทำมาหากิน หนักเบาเอาสู้และเปิดรับทุกโอกาสโดยไม่มีข้อแม้

ปู่ของเขาเห็นว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนทำโรงพิมพ์ยังมีน้อยราย จึงก่อตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกของตระกูลที่ตลาดน้อย รับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนธุรกิจเติบโตมากขึ้นจึงย้ายมาโรงพิมพ์แห่งใหม่ย่านสี่พระยา ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

“คุณปู่เล่าว่าแต่ก่อนตรงสี่พระยาโล่งมาก จากนั้นก็เริ่มมีคนจีนเข้ามาทำมาหากิน สังเกตดูชื่อบริษัทแถวนี้จะเป็นชื่อภาษาจีนหมดเลย”

โรงพิมพ์นิวไวเต็กในยุคเริ่มต้นเน้นพิมพ์สื่อโฆษณาเป็นหลัก จนเมื่อธุรกิจถูกส่งต่อให้กับลูกชายคนโตอย่าง เกรียงไกร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นสองจึงหันมาขยายตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลงหรือ Security Prining สำหรับลูกค้ากลุ่มธนาคาร ซึ่งผลตอบรับดีมาก หลายสถาบันการเงินรวมทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง American Express ต่างก็เป็นลูกค้าของที่นี่ทั้งนั้น เนื่องจากการพิมพ์ลักษณะนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและมีเพียงไม่กี่โรงพิมพ์ที่ทำได้ ขณะเดียวกันสิ่งพิมพ์โฆษณาที่เป็นรายได้สำคัญก็ยังเติบโตต่อเนื่องด้วย

“สมัยผมยังเด็ก ธุรกิจโรงพิมพ์ดีมาก ทำงานกัน 7 วันแทบไม่หยุดเพราะงานล้นมือ ตั้งแต่จำความได้ ผมเดินเข้าไปในโรงพิมพ์ก็เห็นเครื่องพิมพ์ทำงานเสมอ วุ่นวายมาก กลับมาดึกแค่ไหนก็เห็นคนงานเดินไปมา รถจัดส่งวิ่งเข้าออกตลอด โกดังที่นี่ไม่ได้ใหญ่เท่าคนอื่น ก็ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้ดี อยู่ข้างนอกเวลาเจอใบปลิวของแบรนด์ดัง ๆ ที่พิมพ์จากโกดังเรา ก็ภูมิใจว่านี่มันของบ้านเราพิมพ์นี่นา”

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

งานพิมพ์ที่ดีเขาดูกันอย่างไร

คุณกรบอกว่าคนในวงการพิมพ์จะดูกันที่เม็ดสี เมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว เม็ดสีต้องไม่เหลื่อมกัน ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กล้องส่องแบบเดียวกับการตรวจสอบอัญมณี เพื่อดูว่างานพิมพ์คมชัดหรือไม่ การลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่งได้ แม้จะต้องใช้เงินราว 30 – 40 ล้านบาทต่อเครื่อง แต่การทำธุรกิจในช่วง ‘ขาขึ้น’ อย่างไรเสียก็มีกำไร โรงพิมพ์นิวไวเต็กไว้เวลาเพียง 2 – 3 ปีเท่านั้นก็คืนทุนแล้ว

คำสอนที่คุณปู่สอนคุณพ่อ และคุณพ่อก็สอนเขาต่อกันมาคือ “ทำธุรกิจอะไรก็ได้ แต่ขอให้สุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น” คุณกรจึงเชื่อว่าธุรกิจต้องยึดเรื่องความดีเป็นหลักก่อน ไม่นานจากก้าวแรก นิวไวเต็กเติบโตมากขึ้นจากรุ่นที่หนึ่งไปสู่รุ่นที่สอง ในยุคที่การพิมพ์เฟื่องฟูที่สุดได้

คุณพ่อเกรียงไกร เป็นที่นับหน้าถือตาในอุตสาหกรรมนี้มานานแล้ว เคยดำรงนายกสมาคมการพิมพ์ไทยมาหลายสมัย และมีส่วนผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร (ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร) ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ธุรกิจการพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย ความมุ่งมั่นในตอนนั้นคือการยกระดับวงการการพิมพ์ โดยมีคู่เทียบที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ของเอเชีย ทั้งที่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยและจำนวนอุตสาหกรรมก็น้อยกว่า จึงเป็นที่มาของพื้นที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ขนาดใหญ่และสถาบันการพิมพ์ไทย (Thai Printing Academy) ผลิตคนมีฝีมือออกไปสร้างชื่อเสียงในเวทีสากลจนถึงทุกวันนี้

“ตอนนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจการพิมพ์ ราคางานพิมพ์ดีมาก เราเลือกลูกค้าเองด้วยซ้ำว่าเราอยากจะทำให้ใคร แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าเป็นฝ่ายเลือกเรา เพราะอุปสงค์ต่ำกว่าอุปทานมาก แถมสู้ราคากันจนกำไรแทบไม่มี”

ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจ ไม่เคยมีอะไรง่ายและจะไม่มีวันง่าย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาพอดีตที่หอมหวานผ่านไปอย่างรวดเร็ว สื่อดิจิทัลขยายตัวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสน่ห์ของสิ่งพิมพ์จึงแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เคยมีอีกต่อไป

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เทคโนโลยีป่วน ธุรกิจเปลี่ยน

เดิมคุณกรมีแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากเรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อต้องกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากคุณน้าซึ่งเป็นกำลังหลักฝั่งทีมขายเสียชีวิต เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ต่อ ในวันที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย

“ผมไปคุยกับลูกค้ารายใหญ่ทั้งหมด เพื่อแนะนำตัวว่ามาทำแทนคุณน้า เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง จำได้เลยว่าเจอลูกค้าอินเดีย เขาบอกผมว่ามีข่าวร้ายนะ คืองบประมาณโฆษณาสื่อออฟไลน์สำหรับการทำการตลาดก็คือสิ่งที่เราทำให้ทั้งหมด จะโดนหั่นออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นคนเริ่มนิยมใช้เฟซบุ๊กและยูทูบกันมากแล้ว เห็นว่าช่องทางการทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่า ตรวจสอบได้เลย คนก็เทเงินไปการตลาดออนไลน์กัน วันนั้นผมรู้เลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ทันสมัยแล้ว มันไม่ใช่แล้วล่ะ”

คุณกรพบว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ก็บอกกับเขาแบบนี้เช่นกัน จึงปรึกษากับคุณพ่อในฐานะนักธุรกิจใหญ่ซึ่งเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้ จากการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ และพบว่าการพิมพ์เพื่อการโฆษณาไม่ได้มีอนาคตที่สดสดใสอีกต่อไป สองพ่อลูกนั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเวลานั้นโรงพิมพ์หลายรายเริ่มหันไปผลิตบรรจุภัณฑ์แทน เพื่อสอดรับกับการขายของออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น ปรับแต่งเครื่องจักรและกระบวนการเข้าไปก็ทำให้เห็นทางออกเพื่อหนีตายได้

แต่นั่นไม่ใช่ทางที่คุณกรเลือก

เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสิ่งใหม่โดยไม่ยึดโยงกับอุตสาหกรรมเดิม นั่นคือแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ Wawa Pack เป็นการต่อยอดจากความรู้ด้านบรรุภัณฑ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่ครอบครัวมี ตั้งเป้าเป็นตลาดออนไลน์สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์และคู่ค้าหรือ B2B โดยเฉพาะ โดยที่คุณกรต้องดูแลทั้งธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นหลักยึดของครอบครัวและธุรกิจดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“Wawa Pack เริ่มจากทีมเล็ก ๆ เราดึงพนักงานนิวไวเต็กที่ดูมีหน่วยก้านดีมาร่วมกันทำงาน จะสัมภาษณ์ดูความเข้าใจว่าเขารู้จักเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ หรือเปล่า และให้ลองมาทำกันจริง ตอนนั้นคุณพ่อและผู้ใหญ่ในครอบครัวเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นแต่ก็มีข้อสงสัยในใจ อย่างลงทุนของโรงพิมพ์ยังได้เห็นเครื่องจักรที่จับต้องได้ รู้ว่ามีสินทรัพย์เท่าไหร่ ขายต่อก็ได้ แต่มาทำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มจับต้องไม่ได้ ก็เลยกล้า ๆ กลัว ๆ คิดกันว่ามันจะดีหรือเปล่า แถมลงทุนเยอะด้วย พอไม่ใช้แล้วจะขายต่อก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรอีก หายไปเลย ไม่เหมือนเครื่องจักรที่ขายต่อมือสองหรือขายเป็นเศษเหล็กได้”

เป็นเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ที่ต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทุกคนจะต้องพิสูจน์ฝีมือการบริหารธุรกิจเพื่อซื้อใจหัวหน้าคนสำคัญ ซึ่งก็คือบุพการีหรืออาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีบทบาทและอำนาจตัดสินใจในองค์กร ทายาทรุ่นสามของนิวไวเต็กเชื่อว่าการยืมปากคนอื่นมาพูดแทน คือวิธีการที่ช่วยได้มาก จึงสมัครเข้าแข่งขันตามเวทีแข่งขันหรือพิชชิ่งของกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อทำให้ ‘คนนอก’ มาช่วยรับรองวิธีคิดและไอเดียของเขาว่าน่าสนใจและทำได้จริงผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่คว้ามาได้

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย
เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกเขาว่าจะไปหาลูกค้าของโรงพิมพ์นะ แต่ที่จริงผมไปพิชชิ่งกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแทน หายไป 3 วันเลย คุณพ่อก็เข้าใจว่าผมไปหาลูกค้า จนผมก็ได้รางวัลรองชนะเลิศกลับมา นั่นเป็นเวทีแรกเลย ผมแบกรางวัลมาโชว์ให้พวกเขาเห็นว่างานของผมมีคนซื้อไอเดียนะ ก็เลยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น เขาเลยให้ลอง หลังจากนั้นก็ยังไปประกวดอีกหลายเวที 

“ทำ Wawa Pack ถือว่าท้าทายมาก เพราะตลาดออนไลน์แบบ B2B ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ผมอายุน้อย คนที่คุยด้วยก็เป็นคนรุ่นพ่อ ถ้าเจอคนต่างรุ่นก็ต้องใช้รางวัลและการรับรองที่ได้ทั้งจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) รวมทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาสร้างความมั่นใจ จะดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น”

เมื่อโจทย์เก่าถูกแก้ด้วยวิธีการใหม่ ก็มักจะมีโจทย์ใหม่เข้ามาทายเสมอ

การเดินทางจากนิวไวเต็กจึงไม่ได้จบแค่เพียง Wawa Pack เท่านั้น

ฝันใหญ่ที่ต้องไปให้ถึงกับแพลตฟอร์มสินค้าอุตสาหรรมของคนไทย

เมื่อธุรกิจใหม่ขยายตัวได้พอสมควร จนมีสินค้ากว่า 3,000 รายการในระยะเวลาไม่กี่เดือนจากผู้ขายนับร้อยราย คุณกรเห็นโอกาสต่อยอดจากห่วงโซ่อุปทานที่หลายบริษัทบนแพลตฟอร์มมี ซึ่งไม่ได้ทำแค่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น ยังมีสินค้ากลุ่มอื่นอีกมากในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพด้วย

“ลูกค้าก็มาคุยว่าในเครือของเขามีสินค้าประเภทอื่นอีกเยอะ ถ้าเอาสินค้าทั้งบริษัทเขามาขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้หรือเปล่า ก็เลยเกิดไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของเรา เพราะถ้าจำกัดแค่บรรจุภัณฑ์ ตลาดก็จะแคบ แต่ถ้าคนต้องการสินค้าประเภทอื่นด้วยมันก็ขายได้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก Wawa Pack เป็น myWawa ซึ่งตั้งเป้าจะเป็นตลาดออนไลน์ของ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมไปเลย”

สิ่งที่น่าทึ่งของการเชื่อมจุดในโลกธุรกิจ คือจะมีจุดใหม่ ๆ ให้เชื่อมต่อไปเสมอ

แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวในวงกว้างอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม myWawa มียอดขายเกิดขึ้นระดับพันล้านบาท จากผู้ขายรายใหญ่ที่มีความเคลื่อนไหวประจำหลายสิบราย สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณกรต้องการดึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เข้ามามากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการไทยโดยคนไทยอย่างแท้จริง โจทย์สำคัญที่ต้องแก้ของคนตัวเล็กคือข้อจำกัดด้านบุคลากร เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่โลกดิจิทัลด้วยกัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ธุรกิจใหญ่ไปได้ ธุรกิจก็ต้องมีทางเดินด้วย

สำหรับโครงสร้างองค์กรนั้น นิวไวเต็กจะเป็นเหมือน ‘ยานแม่’ หรือบริษัทโฮลดิ้งของ Wawa Group ที่แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยกลุ่มแรกคือ Wawa Service and Marketing Group นั่นคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ myWawa ที่เป็นทั้งตลาดและการบริการลูกค้า กลุ่มที่สองคือ Wawa Financial Group ธุรกิจด้านความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเสริมแพลตฟอร์มให้แข็งแรง เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานและการชำระเงินที่ปลอดภัย และกลุ่มที่สามคือ Wawa Logistics Group ธุรกิจบริหารจัดการการขนส่งที่เกิดขึ้นบน myWawa

ความท้าทายของตลาด B2B คือมีปริมาณการซื้อขายที่ใหญ่ ผ่านกระบวนการทางธุรกิจที่มากกว่าการขายปลีกโดยตรงให้กับผู้บริโภค ผู้ซื้อสินค้าจะสอบถามราคาสินค้าโดยอ้างอิงจากปริมาณที่ต้องการจากนั้นผู้ขายจะเสนอราคา ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย จากนั้นจึงเปิดคำสั่งซื้อพร้อมกับตกลงเงื่อนไขการชำระเงินในรูปแบบเครดิตเทอม ซึ่งระบบของ myWawa ต้องรองรับขั้นตอนที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่การสอบถามสินค้าไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงาน

“อย่างเรื่องการขนส่ง เขาไม่ได้ส่งกันเป็นชิ้น แต่ส่งเป็นรถคันใหญ่ทีละ 50 – 60 ลัง ดังนั้น จะใช้ขนส่งรูปแบบเดิมไม่ได้ เราจะใช้แบบเหมาทั้งคัน จะขนของขึ้นเต็มคันหรือครึ่งคันก็ตามที ค่าขนส่งจะถูกลง เรื่องนี้คนทำธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยดี จะต่อรองกันอยู่แล้วว่าถ้าส่งปริมาณมาก ๆ จะมีส่วนลดเพิ่มหรือเปล่า พอตกลงกันได้ก็คุยกันเรื่องเงื่อนไขการชำระเงินต่อ ส่วนใหญ่ใช้การโอนเงินหรือจ่ายเช็คกันทั้งนั้น”

กลายเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบเต็มตัว เหลือภาพแท่นพิมพ์และกลิ่นหมึกเป็นความทรงจำสีจาง ๆ เท่านั้น

“คุณพ่อผมเห็นธุรกิจการพิมพ์ที่รุ่งโรจน์มาก ๆ มาวันนี้ต้องเปลี่ยนผ่านแล้ว เขารู้นะว่าต้องหันไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แต่ก็ทำใจได้ยากอยู่ดี ต้องใช้เวลา เราคิดกันว่ามาถูกทางแล้วล่ะ ผลตอบรับค่อนข้างดี สมัยก่อนนิวไวเต็กเป็นตัวบอกว่าเราคือใคร ตอนนี้ก็จะไปอยู่เบื้องหลังและใช้ Wawa Group นำหน้าแทน ตอนนี้พนักงานของนิวไวเต็กน้อยลงมาก หลายคนก็เกษียณไปแล้ว บางคนบอกว่าเห็นคุณกรตั้งแต่แรกเกิด คนที่อยู่ตอนนี้เราก็ยังให้เขาทำงาน แต่ไม่ได้รับคนและไม่ได้ลงทุนเพิ่มแล้ว”

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ส่งต่อความคิด สื่อสารเพื่อความเข้าใจ

ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินการมายาวนานมักจะเจอปัญหาการทำงานของคนต่างรุ่น คนรุ่นเก่าถือเป็นหลักสำคัญที่ช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัว อยู่รอดจนเติบโตได้ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เป็นเรี่ยวแรงที่เป็นอนาคตเพื่อสานต่อและเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่สิ่งใหม่ คุณกรในฐานะทายาทรุ่นสามเชื่อว่าการสื่อสารระหว่างกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะผสานศักยภาพของคนในองค์กรเข้าด้วยกันได้

“คนรุ่นเก่าไม่ใช่ไม่เก่งนะ เขามีประสบการณ์เยอะมาก เรื่องอะไรที่เขาเคยผิดพลาด เราก็รับฟังและเอามาใช้ แต่ไม่ไปบังคับให้เขามาเชี่ยวชาญเทคโนโลยีแบบเด็ก ๆ เราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตโดยที่ไม่มีคนรุ่นเก่ามาคอยดึงเขาไว้ ต้องรักษาสมดุล หน้าที่ของซีอีโอคือการทำให้คนทั้งสองรุ่นทำงานด้วยกันได้ Wawa Group จะวิ่งไปข้างหน้าและดึงคนเก่ง ๆ เข้ามาให้ได้ ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกับองค์กรระดับโลกที่คนอยากเข้ามาทำงาน ไม่เพียงแต่คนไทย คนต่างชาติก็ต้องอยากมาทำงานกับเราด้วย”

คุณกรในวันนี้เป็นทั้งลูกชายคนโตของครอบครัว และหลานชายคนโตของตระกูลเธียรนุกุล อีกบทบาทที่สวยงามคือการเป็นคุณพ่อของลูกชายตัวน้อย ๆ ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะไม่บังคับให้ลูกมาสานต่อธุรกิจถ้าเขาไม่ได้สนใจจะทำ อย่างไรก็ตาม องค์กรนี้ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรมืออาชีพอยู่ดี การเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบจึงสำคัญมากกว่า

“ถ้าเขาอยากทำอย่างอื่น อย่างเป็นนักกีฬาหรือนักดนตรี ผมก็จะให้เขาทำ ไม่ห้าม พยายามจะไม่ให้บรรยากาศองค์กรเป็นกงสี อยากให้เป็นมืออาชีพ ถ้าลูกจะเข้ามาทำก็ควรมีฝีมือ ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ก่อน ไม่ใช่ว่าเป็นลูกผมแล้วมาเป็นผู้จัดการได้เลย

“ผมบอกเสมอว่าสตาร์ทอัพของผมไม่ได้เริ่มมาจากโรงรถ เราเริ่มจากโรงพิมพ์ ความท้าทายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็มีตำนานธุรกิจของครอบครัวอยู่ ความยากคือทำอย่างไรผู้ใหญ่จะยอมรับและมั่นใจในตัวเรา ต้องทำให้เขาเปิดใจและอยากลองสิ่งใหม่กับเรา มันใช้เวลาและความอดทนนะ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละที่มีวิถีไม่เหมือนกัน แต่เริ่มต้นเหมือนกันได้คือ การสื่อสารที่ดี เข้าใจปัญหาซึ่งกันและกัน และดูว่ามีทางแก้อะไรได้บ้าง”

ไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว มีแต่ธุรกิจที่ตายไปจากระบบเพราะยึดติดกับความสำเร็จเดิม ชื่อนิวไวเต็กจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่ยืดหยุ่นมากพอกับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า

ใครที่ไม่เปลี่ยน สักวันก็ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนอยู่ดี

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load