15 กรกฎาคม 2562
5.28 K

สำหรับเด็กยุค 90 อย่างเราที่ดูหนังในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง The Lion King จนวันนี้ ถึงวันที่ครบรอบ 25 ปี มีการนำมาทำเป็นภาพยนตร์ Live-action เสมือนจริงแบบสัตว์พูดได้ และยังมีเวอร์ชันละครเวที Broadway ที่กำลังจะมาเปิดแสดงที่กรุงเทพฯ ความตื่นเต้นเดิมยังคงอยู่และขนลุกซู่เวลาเพลง Circle of Life เปิดเรื่อง 

“นาาาาา ซิง้อนยาาาา”

เราเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกตื้นตันทุกครั้ง และฝันว่าวันหนึ่งจะได้ไปเหยียบดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของ The Lion King

ดินแดนสัตว์โลกตามสารคดี National Geographic ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสะวันนาสุดลูกหูลูกตาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันอมตะที่ซื้อใจคนไปทั่วโลก

ก่อนที่ The Lion King จะถือกำเนิดขึ้น ผู้ผลิตอย่างวอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ส่งทีมนักสำรวจไปยังพื้นที่แห่งหนึ่งของโลกที่สามารถศึกษาพฤติกรรมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด ทั้งการเคลื่อนไหว สีสัน เสียง ภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม และบรรยากาศของพื้นที่ราบกว้าง 

The Lion King
แสงแดดส่องกระทบพื้นหญ้าที่ Serengeti National Park

ทุกอย่างล้วนมีการบันทึกไว้และนำมาจินตนาการต่อ ความรู้สึกที่ถูกโอบอุ้มด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้า กับหมอกจางๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไป ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นฉากเปิดเรื่องได้อย่างสวยงาม ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ของแอฟริกาตะวันออกทำให้ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

The Lion King
พระอาทิตย์ขึ้นที่ Lake Nakuru National Park เคนยา

แผนตามรอยเจ้าป่า จากเคนยาสู่แทนซาเนีย 

ความกังวลที่ว่าแอฟริกาไม่ได้เป็นที่นิยมของคนไทยเลย และเป็นทวีปที่หาเพื่อนฝูงไปด้วยยากมากๆ ทำให้ความฝันที่จะได้ไปค่อนข้างริบหรี่ จนวันหนึ่งเมื่อมีเพื่อนเอ่ยปากชวน หัวใจจึงตอบตกลงในทันที ขณะที่สมองกำลังคำนวณค่าใช้จ่ายสูงเฉียดฟ้าที่ใครๆ ก็บอกว่าไปยุโรปดีกว่า ใช้เวลาหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่สักพัก สุดท้ายก็เอาเหอะ “ไม่ไปวันนี้แล้วจะไปวันไหน”

The Lion King
โขลงช้างแอฟริกาที่ Masai Mara เคนยา

ทีมสำรวจของ The Lion King สมัยเวอร์ชันการ์ตูนปักหลักเก็บข้อมูลสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ ที่ Hell’s Gate National Park ในประเทศเคนยา ขณะที่ภูมิประเทศในฉากก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสถานที่ต่างๆ คละกันไปทั่วภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ประกอบกับสถานที่ซึ่งสร้างจากจินตนาการของศิลปินดิสนีย์เอง เช่น โขดหินสูง Pride Rock ที่โดดเด่นเป็นบัลลังก์

The Lion King
รถนักท่องเที่ยวจอดพักยามเย็นใน Masai Mara National Reserve

สถานที่ที่เราเลือกไปก็มีกลิ่นอายความ The Lion King ให้ได้สัมผัสแตกต่างกัน บางที่เห็นแล้วโดนใจใช่เลย เหมือนในหนังเป๊ะ โดยเราเดินทางเป็นวงกลมจากเคนยาสู่แทนซาเนีย แวะไปตามอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่างๆ ฟังดูอาจจะคิดว่าเหมาะกับนักเดินทางขาลุย แบกกล้องเลนส์ใหญ่ รักธรรมชาติ แต่ความรู้สึกอเมซิ่งที่อยู่ในทุกช่วงของการเดินทางมันเหมาะกับทุกคนเลย 

Game Drive–กล้องพร้อม รถพร้อม แต่มากับดวงหรือเปล่า?

การจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศสะวันนาสีทองแบบใน The Lion King พร้อมกับตัวละครจริงที่มาโลดแล่นให้ดูชมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หนทางเดียวที่จะได้สัมผัสคือต้องออกไป Game Drive

กิจกรรม Game Drive Safari ให้เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนการเล่นเกม การค้นหาสัตว์นานาพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานผ่านกล้องส่องทางไกลและเลนส์กล้องถ่ายรูป ให้ความรู้สึกเหมือนการเก็บแต้ม โดยขับรถไปเรื่อยๆ วนอยู่ในอุทยาน

The Lion King
ยานพาหนะในการเดินทาง รถซาฟารี Land Cruiser

คนขับรถต้องมีความรู้เรื่องภูมิประเทศในอุทยานเป็นอย่างดี มีความรู้เรื่องพฤติกรรมสัตว์ รู้ว่าสัตว์ชนิดไหนควรจะอยู่ตรงไหน และต้องตาไวมากๆ พื้นที่กว้างใหญ่ที่แค่มองไปก็มึนแล้ว เพราะสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่มีเฉดสีเดียวกับทุ่งหญ้าซึ่งใช้ในการพรางตัว ทำเอาตาลายเวลามองหา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพกความเฮงมาด้วย เพราะคนขับรถของเราเล่าให้ฟังว่า บางทีไม่ได้เจอสัตว์เลยสักตัว

ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
นกน้ำและฟลามิงโกจาก Game Drive ที่ทะเลสาบ Nakuru เคนยา
ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
ลิงบาบูน ถ่ายตอน Game Drive ที่ทะเลสาบ Nakuru เคนยา
ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
ยีราฟเล็มยอดไม้อ่อน

Game Drive ทำให้เราได้พบเจอตัวละคร The Lion King แบบจริงๆ จังๆ ในบรรยากาศที่เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง แต่ตัวละครอาจดูผิดแปลกไปจากการ์ตูนสักหน่อย บางคนอาจมองว่าธรรมชาติโหดร้าย แต่ก็เป็นวัฏจักรของห่วงโซ่ที่ต้องยอมรับ และไม่ได้น่ารักใสๆ เหมือนความรู้สึกวัยเด็ก

ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
กิจกรรม Game Drive ส่องสัตว์บนรถซาฟารี

เรามีโอกาสได้พบเสือชีตาห์พี่น้อง 5 ตัวกำลังรุมกินวิลเดอบีสต์ (Wildebeest) อย่างเอร็ดอร่อย เราได้แต่เฝ้ามองปาร์ตี้อาหารเย็นมื้อนั้นและเก็บภาพกฎของธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วยังได้พบเจอพฤติกรรมการล่าเหยื่อที่ต้องจดจ้องห้ามละสายตา สิงโตหนุ่ม 2 ตัว ช่วยกันไล่ต้อนเหยื่อราวกับว่าวางแผนกลยุทธ์มาอย่างดี

เสือชีตาห์วิ่งตะครุบกาเซลล์ (Gazelle) (สัตว์ตระกูลกวาง) ในเสี้ยววินาที พร้อมเสียงร้องโหยหวนของเหยื่อและอีแร้งที่บินวนรอเก็บกินซากอยู่บนฟ้า ความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนถึงกับเบนหน้าหนี

ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
พฤติกรรมการป้องกันพวกพ้องของวิลเดอบีสต์ที่รวมตัวกันเพื่อข่มไฮยีนาที่เดินมาเดี่ยวๆ
The Lion King
สิงโตหนุ่มจ้องเหยื่อที่อยู่ห่างไปออกไป รอจังหวะออกล่า ที่ Masai Mara

เซเรนเกติ (Serengeti) แผ่นดินของซิมบ้า Pride Lands

เป้าหมายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือ การตามหา BIG 5 แห่งแอฟริกา ได้แก่ สิงโต ช้างป่า ควายป่า แรด และเสือดาว แต่สำหรับเรา การได้เห็น ‘ซิมบ้า’ โตเต็มไว แผงคอสวยงาม มีราศีจับ คือจุดหมายของการมาครั้งนี้ 

The Lion King
ควายป่าแอฟริกา เป็นสัตว์อีกชนิดที่ดุร้ายและฉุนเฉียว รถห้ามเข้าใกล้

‘ซิมบ้า’ ชื่อตัวละครพระเอกที่รู้จักกันใน The Lion King เป็นภาษาสวาฮีลี ภาษาพื้นถิ่นของแอฟริกาตะวันออก แปลว่า สิงโต โดยการตามหาซิมบ้าของเราตั้งความหวังไว้ที่เซเรนเกติ ประเทศแทนซาเนีย ซึ่งนักสำรวจเชื่อว่ามีจำนวนประชากรสิงโตมากที่สุดในแอฟริกา ฉากที่ราบกว้างส่วนใหญ่หรือใน The Lion King ใช้ชื่อว่า Pride Lands ได้แรงบันดาลใจมาจากภูมิประเทศในเซเรนเกติ ซึ่งสำหรับแฟนพันธุ์แท้จะสามารถบอกความคล้ายคลึงได้ทันที

ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
สิงโตจ่าฝูงโตเต็มไวที่ Ngorongoro
ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
ลูกสิงโตนอนเล่นอยู่บนต้นไม้ที่เซเรนเกติ

ที่ราบเซเรนเกติมีขนาดกว้างใหญ่ถึง 30,000 ตารางกิโลเมตร หรือใหญ่กว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ถึง 20 เท่า และแบ่งเป็นหลายอาณาเขต ทิศเหนือมีพรมแดนติดกับอุทยาน Masai Mara ในประเทศเคนยา ซึ่งเป็นที่มาของไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกแห่กันมาเฝ้ารอ นั่นคือการอพยพของฝูงวิลเดอบีสต์กว่า 2 ล้านตัวที่จะอพยพข้ามแม่น้ำ Mara ทางตอนเหนือของแทนซาเนีย และมุ่งสู่ Masai Mara เพื่อเข้าสู่ฤดูกาลผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม

เวลาวิลเดอบีสต์อพยพให้นึกถึงฉากติดตาที่ทั้งฝูงวิ่งกรูลงตามหน้าผา เป็นฉากที่พรากชีวิตมูฟาซา พ่อของซิมบ้าไป ถ้าใครอยากไปเห็นความยิ่งใหญ่ของการอพยพข้ามแม่น้ำและอาจได้เห็นผู้ล่าคอยจับจ้องอยู่ สามารถไปได้ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งถือว่าเป็น Peak Season 

The Lion King
ฝูงวิลเดอบีสต์ช่วงเดือนมกราคม จะอยู่ทางด้านใต้ของเซเรนเกติ

ด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่ราบกว้างสุดลูกหูลูกตา ทำให้เซเรนเกติได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดในโลก สีสันบนท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า จากสีส้มเป็นสีม่วง สีชมพู จนฟ้ามืดสนิทเผยดาวนับล้านดวงกับทางช้างเผือก

The Lion King
เสือชีตาห์มองหาเหยื่อช่วงเย็นที่เซเรนเกติ
ตามรอยทีมสำรวจ Walt Disney ไปแอฟริกาตะวันออก
พระอาทิตย์ตกที่เซเรนเกติ โรงแรม Seronera Wildlife Lodge

ขณะที่ Game Drive เราสังเกตพฤติกรรมสัตว์ชนิดต่างๆ และมองดูทัศนียภาพสุดลูกหูลูกตาของเซเรนเกติ ดื่มด่ำบรรยากาศเหนือความเป็นจริง เปิดเพลง Original Soundtrack บทบรรเลงของ The Lion King คลออยู่เบื้องหลัง เพิ่มพลังชีวิตให้กับเด็กยุค 90 ที่โตมากับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ในแบบที่ต้องใช้ความรู้สึกอธิบายเท่านั้น 

โขลงช้างแอฟริกา กับคิลิมันจาโร

หลังจากได้ทักทายกับซิมบ้าสมใจอยาก ถึงเวลามุ่งหน้าสู่ Amboseli National Park ที่ขอบชายแดนเคนยา

สำหรับแฟน The Lion King หลายคนคงมีภาพจำที่ติดตา โดยเฉพาะในเพลง Circle of Life ตอนฉากเปิดเรื่อง และมีฉากหนึ่งที่เห็นเป็นภูเขาขนาดใหญ่ มีหิมะปกคลุมบนยอด กับเงาช้างโขลงใหญ่เดินเรียงราย ต้องบอกว่าทีม The Lion King ทำการบ้านมาอย่างดีมาก เพราะของจริงเหมือนกันอย่างกับแกะ แม้กระทั่งรอยหยักของภูเขา

คิลิมันจาโร
ภูมิทัศน์ของภูเขาคิลิมันจาโร จาก Amboseli

Amboseli ได้มอบภาพภาพนั้นให้คนทั่วโลกได้จดจำ ภูเขาในการ์ตูนลูกนั้นคือคิลิมันจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุดในแอฟริกา และยังเป็น Free-standing Mountain หรือภูเขาที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา ที่สูงที่สุดในโลก เป็นจุดหมายปลายทางของนักปีนเขาอาชีพและมือสมัครเล่นที่ต้องการท้าทายพละกำลัง ตามสถิติระบุว่านักปีนเขาน้อยกว่าครึ่งที่สามารถพิชิตยอดเขานี้ได้ ด้วยสภาพอากาศและระยะทางที่อาจใช้เวลายาวนานถึง 9 วัน

คิลิมันจาโร
เสน่ห์ของ Amboseli คือภาพโขลงช้างกับฉากหลังคิลิมันจาโร

ความละเอียดอีกอย่างที่ถูกถ่ายทอดลงไปในฉากภาพยนตร์คือ โขลงช้างแอฟริกาขนาดใหญ่หลายร้อยตัวที่มักเดินมาอวดโฉม ประกอบฉากหลังที่เป็นคิลิมันจาโร สร้างความรู้สึกมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ จนต้องยอมจำนนให้กับธรรมชาติที่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา Amboseli มีชื่อเสียงด้วยโขลงช้างที่มีจำนวนมาก จึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกที่จะได้สัมผัสกับช้างโขลงใหญ่อย่างใกล้ชิด

ความพิเศษและแตกต่างของแอฟริกาตะวันออกทำให้เราเห็นคุณค่าในทุกย่างก้าวและทุกสิ่งที่ได้เห็น การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครๆ พะวง

ตามรอยทีม Walt Disney ไป แอฟริกาตะวันออก ต้นแบบการ์ตูน The Lion King
ม้าลายเล็มหญ้าในพื้นปล่องภูเขาไฟ Ngorongoro

ขอบคุณแรงบันดาลใจสมัยเด็ก The Lion King ที่นำพาเรามาสู่โลกที่แตกต่าง ทำให้ขยายขอบข่ายความคิด และมองโลกด้วยใจที่เปิดกว้างมากขึ้น ไปกันเถอะ จงออกเดินทาง โลกนี้ยังมีอีกหลายสิ่งให้ค้นหา และการที่ได้ ‘เห็นกับตา’ ทำให้เข้าใจว่าธรรมชาติได้มอบของขวัญที่ดีที่สุดให้กับมนุษย์แล้ว

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วนันท์ เกิดชื่น

ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ชอบอาหารอีสาน เสพติดการเดินทางและชอบสรรหาสถานที่แปลกใหม่ หลงใหลใน Landscape เลยชอบถ่ายภาพและแต่งภาพตามอารมณ์ลงไอจี

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2565
1.54 K

The Cloud x Vespa

บรึ้น ๆ ! เสียงขบวนเวสป้าบึ่งเข้ามายังนครขอนแก่นเพื่อร่วมทริป Walk with The Cloud : บึ่งแก่นนคร ชมศิลปะและวัฒนธรรมในแดนอีสาน บ้างมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากขอนแก่นบ้านเฮานี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าไร้แดดเหมาะกับการขี่รถตากลมสุด ๆ จากจุดรวมตัว เราจะบึ่งไปที่โฮงสินไซเป็นที่แรก

เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ในการขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวกับเพื่อนหน้าใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จัก

เชื่อว่าทั้งคนในและคนนอกก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอสตาร์ทรถไปเบิ่งกันแน่จ้า

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ที่นี่โฮงสินไซ

จอดสกู๊ตเตอร์ที่ ‘โฮงสินไซ’ บ้านสวนกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โอบล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่และมวลแมกไม้นานาพันธุ์ สองมือยังไม่ทันล้วงกระเป๋า พวกเราก็พบกับ ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้ก่อตั้งโฮงสินไซ ที่ชวนน้อง ๆ เด็กพิเศษ มาเป็นวิทยากรพิเศษนำชมเรื่องราวของ สินไซ ด้วยกัน ที่นั่นมีเสียงจิ้งโกร่งต้อนรับพวกเราอย่างเนืองแน่น

เจ้าบ้านชวนเรานั่งล้อมวงสบาย ๆ บริเวณหน้าบ้าน แถมแจกจ่ายน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจดับกระหายให้คนละแก้ว (เติมได้ไม่อั้น) พร้อมขนมและผลไม้ตามฤดูกาล ก่อนจะเกริ่นแนะนำตัวและเล่าถึงวรรณคดีแบบกระชับ

สินไซ เป็นวรรณคดีของอุษาคเนย์ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ สังข์ศิลป์ชัย ท้องเรื่องไม่ได้ต่างจากวรรณคดีไทยส่วนใหญ่มากนัก แน่นอนว่า ‘สินไซ’ คือตัวเอกที่ต้องผ่านหลายเหตุการณ์ ต้องข้ามผ่าน 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย จนสุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง โดยท้าวกุดสะราดสละราชสมบัติให้สินไซปกครองต่ออย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

อาจารย์ทรงวิทย์บอกว่า โฮงสินไซนี้มีที่มาจาก โฮง หมายถึง โรง ที่บรรจุเรื่องราวของวรรณคดีเรื่อง สินไซ เอาไว้ นอกจากฟังประวัติความเป็นมาและความตั้งใจของสถานที่แห่งนี้แล้ว พวกเรายังได้เดินดูของสะสมในตู้กระจกที่เก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้ประมาณ 140 – 150 รายการ ทั้งหมดเกี่ยวกับ สินไซ ในด้านต่าง ๆ ทั้งแง่รัฐศาสตร์-การเมือง งานวิจัยภาษาไทย-ลาว อีกทั้งยังมีผนังห้องประดับภาพเขียนสีน้ำเล่าเรื่อง สินไซ ซึ่งอาจารย์เป็นผู้วาด และมีมุมการต่อยอด-ประยุกต์ให้ร่วมสมัย เป็นหนังตะลุง เสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ร่ม และของที่ระลึกต่าง ๆ

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์คนสำคัญของลาวกล่าวไว้ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีวัฒนธรรมจึงเกิดงานศิลป์หลายอย่าง วรรณคดีก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ให้เห็นว่า วรรณคดีแต่ละยุคสมัย ผู้คนมีความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม พิธี ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

โฮงสินไซเซอร์ไพรส์เราด้วยเสียงแคนกับหมอแคนรุ่นใหม่ ที่ผูกโยงกับ สินไซ และวัฒนธรรมอีสาน

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

“หมอลำจะไม่มีวันตาย เพราะปรับตัวง่าย พร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่คิดว่าดีกว่า” เป็นคำกล่าวของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งหมอลำไม่ตายฉันใด หมอแคนก็ไม่ตายฉันนั้น เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน

ถ้าหมอลำ-หมอแคน ไม่ตายแล้ว สินไซ และวัฒนธรรมอีสานก็จะไม่มีวันหายไป เพราะเชื่อมโยงกับหมอลำอย่างขาดกันไม่ได้ ยิ่งมีหมอแคนใหม่ ๆ เกิดขึ้น ยิ่งทำให้วัฒนธรรมอีสานแข็งแรงมากขึ้นด้วย

นั่นแปลว่าพวกเราจะมีโอกาสบิดเวสป้ากลับมาม่วนที่นี่อีกแน่นอน!

โมเดิร์นในมอ

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

บึ่งมาต่อกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์, สมคิด เพ็ญภาคกุล, เฉลิมชัย ห่อนาค และ สถาพร เกตกินทะ ที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทแวดล้อมของมอดินแดง พัฒนาภาพลักษณ์ของอาคารในสมัยนั้นให้มีสไตล์โมเดิร์น ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ของการพัฒนา แสดงออกถึงความก้าวหน้าและทันสมัย

เจ้าถิ่นที่พาพวกเราทัวร์มอและชมสถาปัตยกรรม คือ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ศึกษาเกี่ยวกับตึกทั้งหมดร่วมกับอาจารย์หลายท่านในคณะ รวมถึงเปิดวิชาเลือกให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมในคณะร่วมเก็บข้อมูลทำโมเดลออกมาเพื่ออนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้ เกิดเป็นนิทรรศการ ‘อาคารสมัยใหม่ Modern Architecture’ กระซิบเลยว่า อาจารย์นพดลเล่าเรื่องสนุกมาก เพราะท่านเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่

อ้อ ลืมบอกว่าพวกเราเติมพลังให้เต็มพุงกันเรียบร้อยที่ร้านไก่ย่างปรีชา แถมจัดไอติมกะทิหวานมันคนละถ้วยสองถ้วย ไม่นานพวกเราก็ประจำที่ จับเวสป้าคู่ใจออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านสะพานขาวด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ

แดดร่มลมตก เรามาเริ่มกันที่ ‘ตึกกลม’ อาคารเรียนรวมของนักศึกษาปี 1 ที่เราเปิดประตูห้องไปทดลองนั่งเรียนเป็นนักศึกษา ก่อนเดินสำรวจโครงสร้างภายนอก พบว่าอาคารรุ่นคุณลุงสวยไม่แพ้อาคารฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว

ส่วนภาพรวมการออกแบบ อาจารย์นพดลเล่าว่า มันบ่งบอกถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก รองลงมาคือการใช้งานในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และตอบโจทย์ความงามภายนอกอาคาร จังหวะการออกแบบเปลือกอาคารเมื่อแสงแดดกระทบ ก็จะเกิดเฉดเงาที่แสดงถึงความงามของอาคารนั่นเอง

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ขยับออกมาอีกนิด มองเห็น ‘ตึกหลอด’ น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยรูปทรงหลอดทดลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปหน่อยเป็น ‘ตึก SC01 ภาควิชาเคมี’ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีต สะท้อนให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ช่างฝีมือฉาบคอนกรีตผิวหยาบทิ้งไว้ ถ้าถอยหลังออกมาจะเห็นการเล่นเส้นเล็ก-ใหญ่บนตัวอาคาร เป็นกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ Le Corbusier ส่วนโถงโล่งใต้อาคารไม่มีเสาคานตรงกลาง แต่ดันอยู่ด้านข้าง ห่างกันถี่ ๆ เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นโครงสร้างตาข่ายที่ตั้งใจออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ห้องแล็บบนอาคาร

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ถัดจากตึกภาควิชาเคมีเพียงไม่กี่ก้าว มีอาคารทรงหลังคาคอนกรีตหล่อโค้งทรงเรขาคณิตครึ่งวงกลม หรือ ‘ห้องปฏิบัติการกลางเป่าแก้ว’ ออกแบบโครงสร้าง Hyperbolic Paraboloid ซึ่งไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นการออกแบบที่คิดค้นโดยสถาปนิกเมื่อ 50 ปีก่อน ที่สำคัญคือโชว์ประสิทธิภาพของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

คณะเกษตรศาสตร์ เป็นคณะเก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ‘ตึก AG 01’ เป็นตึกเรียนรวมตึกแรกของคณะ ออกแบบเพื่อเมืองร้อน สะท้อนความเป็นระบบอุตสาหกรรมเมื่อยุค 50 ปีก่อน แผงสีเขียวที่เด่นชัดนั้น ทำหน้าที่กันฝนและเป็นราวกันตกให้นักศึกษา ซึ่งสถาปนิกออกแบบได้ตรงตามโจทย์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นทรอปิคัล

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีตึกที่โดดเด่น 2 หลัง หนึ่ง คือ ‘ตึกโครงเหล็ก CB’ เป็นอาคารเรียนรวมและห้องซ้อมเชียร์ มองจากด้านนอกเป็นห้องสโลปบรรยายพร้อมอัฒจันทร์ โครงสร้างท่อเหล็กสีส้มทำหน้าที่ซัพพอร์ตโครงสร้างด้านใน ตัวอาคารไม่มีคานตรงกลาง แต่คานที่รับน้ำหนักเป็นหลักอยู่ริมนอกแทน และโครงเหล็กสีส้มจี๊ดถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคโพสต์โมเดิร์นที่นำเหล็กมาใช้ในงานออกแบบเยอะขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น ลดความน่าเบื่อ

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย
บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

สอง คือ ‘ตึกของภาควิชาวิศวกรรมโยธา’ ที่นักศึกษามายืนดูโครงสร้างและเรียนกันจริง ๆ โดดเด่นตรงมีเสาซัพพอร์ตอยู่ริมสองข้าง การหิ้วโครงสร้างที่มีแรงกระทำในแนวดิ่งและแรงกระทำกลับคืนขึ้นไป คล้ายโครงสร้างการหิ้วของสะพาน เดินโฉบด้านในอีกนิด ไปดูบันไดแบบ Freestanding Structure ที่มีจุดบรรจบเพียง 2 จุด บริเวณชานพักไม่มีเสาเลยสักต้น! เป็นความเก๋าของนักออกแบบที่ผสานหลักวิศวกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ใหม่อีหลี – ม่วนอีหลี – มักอีหลี

น้ำมันลดไปไม่มาก ก็มาจบทริปกันที่ ‘ใหม่อีหลี’ แกลเลอรี่งานศิลปะข้างบึงแก่นนคร สถานที่ที่เราได้พักดื่มชา-กาแฟในคาเฟ่ และเดินชมงานศิลปะตั้งแต่หน้าประตูแกลเลอรี่ จนถึงด้านในที่ชวนเราไปสัมผัสวัฒนธรรมภาคอีสานผ่านงานศิลปะที่ คุณเอริค บุนนาค บูทซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่ขึ้นมา ถัดจากแกลเลอรี่ใหม่เอี่ยมของเชียงใหม่

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการ ‘A Minor History | ประวัติศาสตร์กระจ้อยร่อย’ โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้ได้ชมด้วย พวกเรานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ ตัวหนังสือวิ่งขึ้นเป็นแนวตั้งคำต่อคำ เป็นการฉายโปรเจกเตอร์แบบสลับด้านให้มาฉายบนผ้าขาว จะอ่านออกได้ด้านเดียว ซึ่งคือด้านที่มีเก้าอี้ให้รับชม

นิทรรศการนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการเล่าเรื่องของคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ฉีกกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ที่มักเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า พวกเราทั้ง 20 คนถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเอ่ยคำร่ำลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานตามเดิม ขอนแก่นสำหรับใครบางคนในคาราวานเวสป้าวันนี้เป็นเมืองที่เขาเคยไม่รู้จัก แต่หากมีรถคู่ใจสักคัน เพื่อนรู้ใจสักคน รับรองว่าจะท่องเที่ยวเมืองนี้ได้สนุกเหมือนกับทริปนี้แน่ ๆ

ขอนแก่นและอีกหลายสถานที่กำลังรอให้คุณมาค้นพบเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งไปเลาะโลด!

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load