1 กันยายน 2561
7.75 K
The Cloud X สารคดีไทย

เดือนพฤษภาคม สายฝนเดินทางมาถึงตามกำหนดเวลา หลังจากเราผ่านฤดูแล้งอันทำให้คิดว่าปีนี้สายฝนจะเบาบางกว่าปีก่อนๆ

เส้นทางในป่าสะดวกสบาย ไม่มีต้นไม้ล้มขวาง ระดับน้ำในลำห้วยสายใหญ่ซึ่งเป็นคล้ายด่านที่เราต้องเชื่อฟังว่าพร้อมจะให้เราข้ามไปหรือไม่ ยังให้เราข้ามได้

แต่เมื่อถึงเดือนสิงหาคม สายฝนชุดใหญ่ก็เดินทางมาถึง เริ่มตั้งแต่ตอนดึก ฝนตกหนักกระทั่งรุ่งเช้า หนักยิ่งขึ้นในตอนสาย และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ระดับน้ำในลำห้วยเล็กหลังโรงครัวสถานีวิจัยสัตว์ป่าเพิ่มระดับไหลแรง จนน่าวิตกว่า สายน้ำจะกวาดโรงครัวเล็กๆ นั่นไป

เส้นทางถูกน้ำกัดเซาะเป็นช่วงๆ ผืนป่าด้านตะวันตกถูกครอบคลุมด้วยสายฝนอย่างจริงจัง

เป็นเช่นนี้ตลอดมา…

สายฝนมาเยือนเพื่อบอกให้รู้ว่าหลังจากนี้สายลมหนาวจะมาถึง

ราว 9 โมงเช้า สายฝนโปรยเม็ดหนา รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีขาวมอๆ แล่นช้าๆ ออกจากโรงรถ ผู้ชายหลายคนในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นโดยสารบนกระบะ มีจอบ เสียม เลื่อย และมีด วางบนพื้น

รถแล่นมาถึงหน้าโรงครัวที่ผมยืนอยู่

“ไปดูทางครับ ฝนขนาดนี้ต้องทำร่องน้ำให้น้ำไหล ไม่อย่างนั้นทางพังหมด” นัทวิทย์ หนึ่งในผู้ช่วยนักวิจัย ตะโกน บอก

ผมกระโดดขึ้นรถไปกับพวกเขา เส้นทางก่อนถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าค่อนข้างชัน และยาวร่วม 3 กิโลเมตร

สายฝนทำให้ดินขาดเป็นช่วงๆ เราใช้จอบขุดให้น้ำไหลออก และใช้หินก้อนเล็กๆ ทำเป็นเขื่อน กันไม่ให้น้ำไหลเข้าทาง

“กันไว้อย่างนี้ดีกว่า รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยมาซ่อม” ลุงอ๊อด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอาวุโสผู้ทำงานในสถานีแห่งนี้มาร่วม 30 ปีพูด

ร่วม 30 ปีก่อนเช่นกันที่ผมพบกับเขา

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

กระทิงมีประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่พวกมันยังถูกล่าเพื่อเอาเขา พบซากพวกมันในป่าเสมอ

ลุงอ๊อดพาผมไปพบกระทิงฝูงหนึ่ง และนั่นเป็นกระทิงภาพแรกของผม

วันนั้น ฝนตกหนักตั้งแต่ออกเดินจากหน่วยพิทักษ์ป่า ผมเดินตามเขาไปตามด่านเล็กๆ ที่ค่อนข้างรก ผ่านป่า เต็งรัง เข้าสู่ป่าเบญจพรรณ เส้นทางลาดลงหุบ จนถึงลำห้วยที่สายน้ำแรงไหลดังสนั่น

“น้ำกำลังมา จะข้ามได้ไหมนี่” เขากังวล

“ปกติเราลุยข้าม น้ำลึกแค่เข่า” เขาพูดต่อ

   หลังลังเลสักพัก เขาตัดสินใจ

“ผมจะข้ามไปก่อน เอาเชือกมัดฝั่งโน้น คุณเกาะเชือกตามไปนะ ระวังกระเป๋ากล้องด้วยล่ะ” ผมพยักหน้า

เขาผูกเชือกกับต้นไม้แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงน้ำ สายน้ำพัดแรง เขาโผไปเกาะต้นตะไคร้น้ำ และโผไปเกาะอีกต้นที่อยู่กลางห้วย จากนั้นก็ประคองตัวลอยตามน้ำไปราว 20 เมตร ก่อนโผเกาะตะไคร้น้ำอีกต้น แล้วลุยน้ำที่ลึกเกือบถึงคอเข้าฝั่ง

เขาผูกปลายเชือกกับต้นไม้และโบกมือให้ผมข้ามตามไป สายน้ำรุนแรงกว่าที่เห็น ผมแบกเป้กล้องไว้บนไหล่ มือขวาจับเชือกค่อยๆ ขยับไป ผมหวังว่าถุงกันน้ำที่ใส่กล้องไว้ข้างในคงช่วยได้ถ้าพลาด กระนั้น การออกแรงต้านสายน้ำก็ทำให้ผมต้องพักเหนื่อยอยู่ระหว่างกอตะไคร้น้ำพักใหญ่

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

ควายป่า เหลือประชากรไม่มาก หลายปีที่ผ่านมาพวกมันไม่เพิ่มขึ้นมากนัก อาจเป็นเพราะพื้นที่อาศัย อันเหมาะสมมีน้อย

เขาช่วยรับเป้เมื่อผมถึงฝั่ง

“ลุ้นเอาใจช่วยแทบแย่” เขาพูดยิ้มๆ

สายฝนเบาบางเมื่อเราใกล้โป่งขนาดใหญ่อันเป็นที่หมาย เขาเดินเข้าไปถึงชายโป่ง แล้วกลับออกมา

“กระทิง 6 ตัว” เขาพูดเบาๆ

ผมเตรียมกล้อง

“เดินเข้าไปช้าๆ เราอยู่ใต้ลม” ผมเดินช้าๆ และลงคลาน ก่อนหยุดนั่งชันเข่า ยกกล้องติดเลนส์เทเล 400 มิลลิเมตร ปรับระยะชัด

ภาพกระทิงแจ่มชัดอยู่เต็มเฟรม พวกมันไม่รู้ตัว ก้มกินน้ำไปเรื่อยๆ นานๆ จะมีตัวหนึ่งเงยหน้ามองรอบๆ

ผมละสายตาจากช่องมอง

ที่ ‘เห็น’ คือกระทิง 6 ตัวที่มีชีวิต

“การรักษาพันธุ์สัตว์กับรักษาชีวิตสัตว์ไม่เหมือนกันนะครับ”

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

นกยูง ผ่านมาร่วม 30 ปี นกยูงมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก

ครั้งที่ ‘ยังอยู่’ สืบ นาคะเสถียร พูดเช่นนี้เสมอ เขาเชื่อว่า แหล่งอาศัยของสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ สัตว์อยู่อย่างสามารถปรับตัวไปตามธรรมชาติ คือการรักษาสายพันธุ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ต่อไป

“จะช่วยสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์ มีประชากรเพิ่มขึ้น ในกรงเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถปล่อยคืนกลับเข้าป่าให้มันปรับตัว เพิ่มประชากรโดยตัวของพวกมันเองได้ นั่นไม่ถือว่าเป็นการอนุรักษ์นะครับ”

สืบย้ำเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสพูดในที่ต่างๆ

“สัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมันมีวิวัฒนาการ ปรับตัวให้อยู่ได้ ในสภาพที่อาศัย แต่การที่เอามันออกมาทำให้มันเพิ่มขึ้น แต่พันธุ์ไม่ได้รับการพัฒนา สัตว์ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เล็กๆ มันจะผสมกันเอง เกิดลักษณะด้อยลงไปเรื่อยๆ โอกาสสูญพันธุ์ก็ง่ายขึ้น”

กระทั่งถึงวันนี้ ผ่านไป 28 ปี สัตว์ป่าส่วนใหญ่ต่างมีชีวิตดังเช่นที่สืบพูดไว้ แม้ว่าพวกมันจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่า แต่ป่าซึ่งโดนตัดขาดมีสภาพคล้ายเป็นเกาะ ก็ทำให้พวกมันประสบชะตากรรมไม่ต่างจากการอยู่ในกรงแคบๆ

“พูดได้เลยว่ามีการยิงกันทุกวัน ไปตามนี่เจอแต่กองไฟ เจอซากเน่าๆ” นี่เป็นอีกข้อความที่สืบเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือ

ป่าเหลือไม่มากหรอก แต่สำหรับคนที่อยู่ในนั้น ทำงานเพื่อปกป้องชีวิตสัตว์ป่าก็ดูคล้ายจะกว้างมหาศาลเกินกว่าจะดูแลได้ทั่ว

เรามีป่าอนุรักษ์ มีพื้นที่ให้สัตว์ป่าได้พักอาศัย สืบทอดสายพันธุ์ แต่การ ‘รักษา’ ชีวิตพวกมันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง    

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

ลูกเสือโคร่ง นักล่าหมายเลขหนึ่งอย่างเสือโคร่งมีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ดีในผืนป่าด้านตะวันตก

สืบ นาคะเสถียร จากไปแล้ว 28 ปี แต่หลายคนรู้ดีว่าหลายสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ในป่ายัง มีเสียงปืน การล่าเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความต้องการอวัยวะสัตว์ป่ามากขึ้น มีมูลค่าสูง ด้วยปัจจัยเท่าที่มีอยู่ คนในป่าไม่เคยหยุด พวกเขาทำ ‘เกิน’ กว่าสิ่งที่มี สัตว์ถูกฆ่าด้วยคมกระสุนในป่า ซากบางส่วนที่ถูกทิ้งไว้เป็นภาพที่เห็นแล้วน่าเวทนา

ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะผืนป่าด้านตะวันตก เป็นแหล่งอาศัยอันเป็นความหวังที่ดีของเหล่าสัตว์ป่า มีคนจำนวนไม่น้อยอาสาเข้ามาช่วยหนุนให้การดูแลสัตว์ป่าเป็นไปได้ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่สนับสนุนโดยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย คือเครื่องมือที่ได้ผล มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรฝังตัวอยู่กับชาวบ้าน เพื่อจะได้รู้และช่วยตอบสนองในสิ่งที่พอทำได้

ป่าเหลือไม่มาก และน้อยกว่าที่ควรเป็น

แต่ป่าก็กว้างเกินกว่าจะยืนอยู่เพียงลำพัง

สืบ นาคะเสถียร ‘ไม่อยู่’ มา 28 ปี แล้ว มีคนมากมายสืบทอดความมุ่งมั่นของเขา คนจำนวนมากทำงานอย่าง เอาจริง ทำไปเงียบๆ หลายคน พบกับความอึดอัดกับปัญหาเดิมๆ อย่างที่สืบเคยพบ

จากวันที่ลุงอ๊อดพาผมไปมีโอกาส ‘เห็น’ กระทิงครั้งแรกจนกระทั่งถึงวันนี้ ผมเห็นคนเอาจริงกับการรักษาชีวิตสัตว์ มุ่งมั่นอย่างไม่ยอมแพ้

ไม่ยอม เพราะเมื่อ 28 ปีที่แล้วมีคนยอมแพ้

‘แพ้’ เพื่อหวังให้พวกเขาชนะ

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

3 สิงหาคม 2560
9.19 K
The Cloud X  สารคดีสัญชาติไทย

ร้อยกว่าปีแห่งความโดดเดี่ยวของปู่จอร์จ เต่ายักษ์ตัวสุดท้ายของเกาะพินตา (Pinta) แห่งกาลาปากอส (Galapagos) นั้น เป็นเรื่องเศร้าราวกับนิยายรันทดที่แต่งขึ้นจากปลายปากกาของนักประพันธ์

แต่ทุกสิ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง… เรื่องราวของโลกที่ร้างไร้คู่ของปู่จอร์จผู้รอคู่ของมันจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ผมมีโอกาสพบกับปู่จอร์จครั้งแรกในปี 2005 เป็นครั้งแรกที่ผมไปเยือนหมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกทางฝั่งตะวันตกของประเทศเอกวาดอร์ หลังจากที่เราใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ล่องเรือไปดำน้ำตามหมู่เกาะต่างๆ ของกาลาปากอส วันสุดท้ายเรือของเราก็มาจอดที่หน้า Charles Darwin Reserch Station ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของปู่จอร์จ

กาลาปากอส

เต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่พบในบริเวณหมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นมีชนิดแยกย่อยไปมากกว่า 14 สายพันธุ์ กระจัดกระจายกันอยู่ไปตามเกาะแก่งต่างๆ ในบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้

เต่ายักษ์แห่งกาลาปากอสเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากขนาดใหญ่โตของมันก็คือ ในหมู่เกาะกาลาปากอสนั้น เต่ายักษ์ที่พบในแต่ละเกาะมีชนิดย่อยที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของแหล่งอาหารและการกินอาหารของมัน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักชีววิทยาชาวอังกฤษที่มีโอกาสมาเยือนเกาะแห่งนี้เมื่อปี 1835 ได้ข้อสรุปในทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ หรือ Natural Selection และตีพิมพ์หนังสือชื่อยาวมากๆ คือ On the Origin of Species by Means of Natural Selection, or the Preservation of Favoured Races in the Struggle for Life หรือที่เรารู้จักกันในชื่อย่อๆ ว่า On the Origin of Species ขึ้นมาในปี 1859 ไม่ใช่เพียงแค่พื้นฐานของการศึกษาวิชาชีววิทยาสมัยใหม่เท่านั้น ในอีกมุมหนึ่ง หนังสือเล่มนี้คือการปรับเปลี่ยนพื้นฐานทางความคิดครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ จากแนวคิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตถูกสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์โดยพระผู้เป็นเจ้า กลายมาเป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยวิวัฒนาการของสรรพสิ่งในธรรมชาติบนโลกใบนี้

ปู่จอร์จเป็นเต่าตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์เฉพาะถิ่นที่พบบนเกาะพินตา คือ Chelonoidis abingdonii ถูกพบอยู่เพียงลำพังตัวเดียวท่ามกลางฝูงแกะ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1971 บนเกาะที่แห้งแล้งปราศจากพืชพันธุ์ที่เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาสามารถใช้เป็นอาหารได้เลย เนื่องมาจากการขยายพันธุ์ของฝูงแกะที่ชาวเรือผู้มาตั้งถิ่นฐานในยุคแรกได้นำมาปล่อยไว้บนเกาะเพื่อใช้เป็นอาหาร และฝูงแกะผู้รุกรานนั้นได้ขยายเผ่าพันธุ์ไปจนมีเป็นจำนวนมาก และทำให้พืชพันธุ์ที่อยู่ในระดับสูงพอที่เต่ายักษ์บนเกาะแห่งนี้จะเอื้อมคอขึ้นกินถึงได้นั้นหายไปหมด และสิ่งนั้นเองคือที่มาของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

ปู่จอร์จถูกนำกลับมาดูแลที่ Charles Darwin Reserch Station และนักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ละความพยายามที่จะค้นหาคู่ให้ปู่จอร์จมาตลอด 40 ปี ในทางทฤษฎีแล้วอาจจะถือว่าเต่ายักษ์แห่งเกาะพินตานั้นได้เริ่มต้นนับถอยหลังสู่วันที่จะสูญพันธุ์นับตั้งแต่วันที่เราค้นพบปู่จอร์จแล้ว

มิถุนายน 2012 ผมกลับมาเยือนหมู่เกาะกาลาปากอสอีกครั้งหนึ่ง วันสุดท้ายของการเดินทางผมก็ไปเดินใน Charles Darwin Reserch Station อีกเช่นเคย ในวันนั้นเราเห็นปู่จอร์จนอนอยู่ใต้ร่มไม้ในมุมที่ห่างไกลเพียงลำพัง และไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าเราจะไม่ได้มีโอกาสพบกับปู่จอร์จอีกแล้ว

กาลาปากอส

หมู่เกาะกาลาปากอสกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดขึ้นจากเถ้าลาวาของภูเขาไฟ เมื่อประมาณ 7-8 ล้านปีที่แล้ว เป็นดินแดนที่สะท้อนถึงกระบวนการวิวัฒนาการของสายพันธุ์ต่างๆ ที่เด่นชัดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

กาลาปากอส

ปู่จอร์จและฉลามหัวค้อนคือสัญลักษณ์ที่อยู่บนตราประทับของอุทยานแห่งชาติกาลาปากอส ซึ่งจะประทับลงไปบนหนังสือเดินทางทุกเล่มของผู้ที่มาเยือนหมู่เกาะแห่งนี้

24 มิถุนายน 2012 ปู่จอร์จในวันที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (ไม่มีใครรู้ว่าปู่จอร์จมีอายุจริงๆ เท่าไรกันแน่) ก็จากโลกไปพร้อมกับสายพันธุ์เต่ายักษ์แห่งเกาะพินตาตัวสุดท้ายที่ถูกบันทึกว่าสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากโลกใบนี้

แล้วเต่าตัวหนึ่งที่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปจากธรรมชาตินั้นมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา ก็แค่เต่าตัวหนึ่งที่น่าสงสาร หรือว่าเป็นแค่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอก็แพ้ไปเท่านั้นหรือ…

ในแต่ละวัน นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่ามีสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ แมลง หรือว่าสัตว์ต่างๆ สูญพันธุ์ไปจากโลกนับร้อยชนิด และสาเหตุส่วนใหญ่ของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์นั้นเกิดจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการล่าเพื่อหาอาหาร การเปิดพื้นที่เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ สร้างโรงไฟฟ้า สร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือแม้กระทั่งขนย้ายเอาสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาเลี้ยงจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อการคัดสรรทางธรรมชาติอย่างที่เราอาจจะคาดไม่ถึง เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเมือง ทำให้ท้องทุ่งริมป่าที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมันในแถบชายทุ่งรังสิตเมื่อ ร้อยกว่าปีก่อนกลายมาเป็นพื้นที่ทางการเกษตร ก่อนจะกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม และหมู่บ้านจัดสรรในปัจจุบัน ย่อมทำให้ไม่มีสมันเหลืออยู่บนโลกใบนี้ เพราะสูญสิ้นแหล่งอาศัยไปตลอดกาลแล้ว

กาลาปากอส

ลักษณะของคอและรูปทรงของกระดองหลังที่แตกต่างกันไปของเต่ายักษ์กาลาปากอสแต่ละสายพันธุ์ย่อยนั้นเกิดจากการลักษณะของการกินอาหารในภูมิประเทศที่แตกต่างกันไปของแต่ละเกาะในหมู่เกาะกาลาปากอสแห่งนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำเสนอทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติหรือ Natural selection อันโด่งดังขึ้นมา

กรณีของปลาซักเกอร์ ปลาที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามารุกรานแหล่งน้ำแทบทุกแห่งในประเทศไทย ในช่วงเวลาไม่ถึง 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง อาจจะส่งผลให้ปลาหลายสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์พื้นเมืองสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปได้ในอนาคตอันใกล้

ในช่วงชีวิตของเรามีสรรพสิ่งรอบๆ ตัวที่สูญพันธุ์ไปมากและรวดเร็วกว่าสิ่งที่เราค้นพบ และดูเหมือนว่าอัตราเร่งของการสูญพันธุ์จะยิ่งรวดเร็ว รุนแรง เพิ่มขึ้นทุกปีตามการขยายตัวของมนุษยชาติ

โลกเพิ่งจะได้รู้จักกับเต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสเมื่อไม่ถึง 200 ปีมานี้เอง ช่วงเวลา 200 ปีที่ดูเหมือนจะยาวนานในความรู้สึกเมื่อเทียบกับชีวิตอันแสนสั้นของเรา

แต่เชื่อไหมว่าระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านไปนั้น อาจจะไม่ใช่เวลาที่ยาวนานเท่าไรของโลกและธรรมชาติ

กาลาปากอส

หลังจากที่ปู่จอร์จ เต่ายักษ์กาลาปากอสตัวสุดท้ายแห่งเกาะพินตาเสียชีวิตลง หมายถึงการสูญสิ้นของเต่าสายพันธุ์นี้ไปตลอดกาล ปู่จอร์จถูกส่งไปสตัฟฟ์และจัดแสดงไว้ที่ American Museum of Natural History ในมหานครนิวยอร์กชั่วคราว ก่อนที่จะถูกส่งกลับมาจัดแสดงไว้ที่ Charles Darwin Research Station เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ 2017 ที่ผ่านมานี้เอง

Harriet เต่ากาลาปากอสตัวหนึ่งที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน นำใส่เรือ HMS Beagal กลับไปอังกฤษด้วย และถูกส่งไปอยู่ที่ออสเตรเลียในที่สุด เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะกว่าในอังกฤษนั้น เพิ่งจะตายลงในปี 2006 และมีอายุราวๆ 175 ปี

ในขณะที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน จากโลกนี้ไปตั้งแต่ปี 1882 สิ่งหนึ่งที่ดาร์วินอาจจะไม่มีโอกาสได้รู้ก็คือ ในช่วงระยะเวลาร้อยกว่าปีหลังจากทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของเขาได้รับการตีพิมพ์ มนุษย์ก็ได้ทำหน้าที่ในการคัดเลือกสายพันธุ์ที่จะคงเหลือไว้แทนที่ธรรมชาติ

มรดกที่ดาร์วินทิ้งไว้ให้กับเราก็คือ คำถามที่มนุษย์เพียรพร่ำหาคำตอบมาแต่โบราณกาล อาจจะตั้งแต่แรกมีมนุษย์คนแรกเกิดขึ้นบนโลกนี้ก็คือ เรามาจากที่ไหน

แต่สิ่งที่คนรุ่นเราอาจจะต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก็คือ แล้วอนาคต ถ้าหากมนุษย์ได้ทำลายกฎเกณฑ์ต่างๆ ของธรรมชาติบนโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว

เผ่าพันธุ์ของเราจะไปอยู่ที่ไหน…

Save

Writer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load