The Cloud X สารคดีไทย

เดือนพฤษภาคม สายฝนเดินทางมาถึงตามกำหนดเวลา หลังจากเราผ่านฤดูแล้งอันทำให้คิดว่าปีนี้สายฝนจะเบาบางกว่าปีก่อนๆ

เส้นทางในป่าสะดวกสบาย ไม่มีต้นไม้ล้มขวาง ระดับน้ำในลำห้วยสายใหญ่ซึ่งเป็นคล้ายด่านที่เราต้องเชื่อฟังว่าพร้อมจะให้เราข้ามไปหรือไม่ ยังให้เราข้ามได้

แต่เมื่อถึงเดือนสิงหาคม สายฝนชุดใหญ่ก็เดินทางมาถึง เริ่มตั้งแต่ตอนดึก ฝนตกหนักกระทั่งรุ่งเช้า หนักยิ่งขึ้นในตอนสาย และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ระดับน้ำในลำห้วยเล็กหลังโรงครัวสถานีวิจัยสัตว์ป่าเพิ่มระดับไหลแรง จนน่าวิตกว่า สายน้ำจะกวาดโรงครัวเล็กๆ นั่นไป

เส้นทางถูกน้ำกัดเซาะเป็นช่วงๆ ผืนป่าด้านตะวันตกถูกครอบคลุมด้วยสายฝนอย่างจริงจัง

เป็นเช่นนี้ตลอดมา…

สายฝนมาเยือนเพื่อบอกให้รู้ว่าหลังจากนี้สายลมหนาวจะมาถึง

ราว 9 โมงเช้า สายฝนโปรยเม็ดหนา รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีขาวมอๆ แล่นช้าๆ ออกจากโรงรถ ผู้ชายหลายคนในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นโดยสารบนกระบะ มีจอบ เสียม เลื่อย และมีด วางบนพื้น

รถแล่นมาถึงหน้าโรงครัวที่ผมยืนอยู่

“ไปดูทางครับ ฝนขนาดนี้ต้องทำร่องน้ำให้น้ำไหล ไม่อย่างนั้นทางพังหมด” นัทวิทย์ หนึ่งในผู้ช่วยนักวิจัย ตะโกน บอก

ผมกระโดดขึ้นรถไปกับพวกเขา เส้นทางก่อนถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าค่อนข้างชัน และยาวร่วม 3 กิโลเมตร

สายฝนทำให้ดินขาดเป็นช่วงๆ เราใช้จอบขุดให้น้ำไหลออก และใช้หินก้อนเล็กๆ ทำเป็นเขื่อน กันไม่ให้น้ำไหลเข้าทาง

“กันไว้อย่างนี้ดีกว่า รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยมาซ่อม” ลุงอ๊อด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอาวุโสผู้ทำงานในสถานีแห่งนี้มาร่วม 30 ปีพูด

ร่วม 30 ปีก่อนเช่นกันที่ผมพบกับเขา

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

กระทิงมีประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่พวกมันยังถูกล่าเพื่อเอาเขา พบซากพวกมันในป่าเสมอ

ลุงอ๊อดพาผมไปพบกระทิงฝูงหนึ่ง และนั่นเป็นกระทิงภาพแรกของผม

วันนั้น ฝนตกหนักตั้งแต่ออกเดินจากหน่วยพิทักษ์ป่า ผมเดินตามเขาไปตามด่านเล็กๆ ที่ค่อนข้างรก ผ่านป่า เต็งรัง เข้าสู่ป่าเบญจพรรณ เส้นทางลาดลงหุบ จนถึงลำห้วยที่สายน้ำแรงไหลดังสนั่น

“น้ำกำลังมา จะข้ามได้ไหมนี่” เขากังวล

“ปกติเราลุยข้าม น้ำลึกแค่เข่า” เขาพูดต่อ

   หลังลังเลสักพัก เขาตัดสินใจ

“ผมจะข้ามไปก่อน เอาเชือกมัดฝั่งโน้น คุณเกาะเชือกตามไปนะ ระวังกระเป๋ากล้องด้วยล่ะ” ผมพยักหน้า

เขาผูกเชือกกับต้นไม้แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงน้ำ สายน้ำพัดแรง เขาโผไปเกาะต้นตะไคร้น้ำ และโผไปเกาะอีกต้นที่อยู่กลางห้วย จากนั้นก็ประคองตัวลอยตามน้ำไปราว 20 เมตร ก่อนโผเกาะตะไคร้น้ำอีกต้น แล้วลุยน้ำที่ลึกเกือบถึงคอเข้าฝั่ง

เขาผูกปลายเชือกกับต้นไม้และโบกมือให้ผมข้ามตามไป สายน้ำรุนแรงกว่าที่เห็น ผมแบกเป้กล้องไว้บนไหล่ มือขวาจับเชือกค่อยๆ ขยับไป ผมหวังว่าถุงกันน้ำที่ใส่กล้องไว้ข้างในคงช่วยได้ถ้าพลาด กระนั้น การออกแรงต้านสายน้ำก็ทำให้ผมต้องพักเหนื่อยอยู่ระหว่างกอตะไคร้น้ำพักใหญ่

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

ควายป่า เหลือประชากรไม่มาก หลายปีที่ผ่านมาพวกมันไม่เพิ่มขึ้นมากนัก อาจเป็นเพราะพื้นที่อาศัย อันเหมาะสมมีน้อย

เขาช่วยรับเป้เมื่อผมถึงฝั่ง

“ลุ้นเอาใจช่วยแทบแย่” เขาพูดยิ้มๆ

สายฝนเบาบางเมื่อเราใกล้โป่งขนาดใหญ่อันเป็นที่หมาย เขาเดินเข้าไปถึงชายโป่ง แล้วกลับออกมา

“กระทิง 6 ตัว” เขาพูดเบาๆ

ผมเตรียมกล้อง

“เดินเข้าไปช้าๆ เราอยู่ใต้ลม” ผมเดินช้าๆ และลงคลาน ก่อนหยุดนั่งชันเข่า ยกกล้องติดเลนส์เทเล 400 มิลลิเมตร ปรับระยะชัด

ภาพกระทิงแจ่มชัดอยู่เต็มเฟรม พวกมันไม่รู้ตัว ก้มกินน้ำไปเรื่อยๆ นานๆ จะมีตัวหนึ่งเงยหน้ามองรอบๆ

ผมละสายตาจากช่องมอง

ที่ ‘เห็น’ คือกระทิง 6 ตัวที่มีชีวิต

“การรักษาพันธุ์สัตว์กับรักษาชีวิตสัตว์ไม่เหมือนกันนะครับ”

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

นกยูง ผ่านมาร่วม 30 ปี นกยูงมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก

ครั้งที่ ‘ยังอยู่’ สืบ นาคะเสถียร พูดเช่นนี้เสมอ เขาเชื่อว่า แหล่งอาศัยของสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ สัตว์อยู่อย่างสามารถปรับตัวไปตามธรรมชาติ คือการรักษาสายพันธุ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ต่อไป

“จะช่วยสัตว์ป่าไม่ให้สูญพันธุ์ มีประชากรเพิ่มขึ้น ในกรงเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถปล่อยคืนกลับเข้าป่าให้มันปรับตัว เพิ่มประชากรโดยตัวของพวกมันเองได้ นั่นไม่ถือว่าเป็นการอนุรักษ์นะครับ”

สืบย้ำเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสพูดในที่ต่างๆ

“สัตว์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมันมีวิวัฒนาการ ปรับตัวให้อยู่ได้ ในสภาพที่อาศัย แต่การที่เอามันออกมาทำให้มันเพิ่มขึ้น แต่พันธุ์ไม่ได้รับการพัฒนา สัตว์ถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่เล็กๆ มันจะผสมกันเอง เกิดลักษณะด้อยลงไปเรื่อยๆ โอกาสสูญพันธุ์ก็ง่ายขึ้น”

กระทั่งถึงวันนี้ ผ่านไป 28 ปี สัตว์ป่าส่วนใหญ่ต่างมีชีวิตดังเช่นที่สืบพูดไว้ แม้ว่าพวกมันจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่า แต่ป่าซึ่งโดนตัดขาดมีสภาพคล้ายเป็นเกาะ ก็ทำให้พวกมันประสบชะตากรรมไม่ต่างจากการอยู่ในกรงแคบๆ

“พูดได้เลยว่ามีการยิงกันทุกวัน ไปตามนี่เจอแต่กองไฟ เจอซากเน่าๆ” นี่เป็นอีกข้อความที่สืบเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือ

ป่าเหลือไม่มากหรอก แต่สำหรับคนที่อยู่ในนั้น ทำงานเพื่อปกป้องชีวิตสัตว์ป่าก็ดูคล้ายจะกว้างมหาศาลเกินกว่าจะดูแลได้ทั่ว

เรามีป่าอนุรักษ์ มีพื้นที่ให้สัตว์ป่าได้พักอาศัย สืบทอดสายพันธุ์ แต่การ ‘รักษา’ ชีวิตพวกมันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง    

สืบ นาคะเสถียร, วันสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่าไทย, การล่าสัตว์ป่า, ปริญญากร วรวรรณ

ลูกเสือโคร่ง นักล่าหมายเลขหนึ่งอย่างเสือโคร่งมีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่ดีในผืนป่าด้านตะวันตก

สืบ นาคะเสถียร จากไปแล้ว 28 ปี แต่หลายคนรู้ดีว่าหลายสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ในป่ายัง มีเสียงปืน การล่าเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความต้องการอวัยวะสัตว์ป่ามากขึ้น มีมูลค่าสูง ด้วยปัจจัยเท่าที่มีอยู่ คนในป่าไม่เคยหยุด พวกเขาทำ ‘เกิน’ กว่าสิ่งที่มี สัตว์ถูกฆ่าด้วยคมกระสุนในป่า ซากบางส่วนที่ถูกทิ้งไว้เป็นภาพที่เห็นแล้วน่าเวทนา

ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะผืนป่าด้านตะวันตก เป็นแหล่งอาศัยอันเป็นความหวังที่ดีของเหล่าสัตว์ป่า มีคนจำนวนไม่น้อยอาสาเข้ามาช่วยหนุนให้การดูแลสัตว์ป่าเป็นไปได้ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่สนับสนุนโดยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย คือเครื่องมือที่ได้ผล มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรฝังตัวอยู่กับชาวบ้าน เพื่อจะได้รู้และช่วยตอบสนองในสิ่งที่พอทำได้

ป่าเหลือไม่มาก และน้อยกว่าที่ควรเป็น

แต่ป่าก็กว้างเกินกว่าจะยืนอยู่เพียงลำพัง

สืบ นาคะเสถียร ‘ไม่อยู่’ มา 28 ปี แล้ว มีคนมากมายสืบทอดความมุ่งมั่นของเขา คนจำนวนมากทำงานอย่าง เอาจริง ทำไปเงียบๆ หลายคน พบกับความอึดอัดกับปัญหาเดิมๆ อย่างที่สืบเคยพบ

จากวันที่ลุงอ๊อดพาผมไปมีโอกาส ‘เห็น’ กระทิงครั้งแรกจนกระทั่งถึงวันนี้ ผมเห็นคนเอาจริงกับการรักษาชีวิตสัตว์ มุ่งมั่นอย่างไม่ยอมแพ้

ไม่ยอม เพราะเมื่อ 28 ปีที่แล้วมีคนยอมแพ้

‘แพ้’ เพื่อหวังให้พวกเขาชนะ

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load