The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

 

สำหรับสัตว์ป่า พวกมันมีแค่ 2 ฤดูกาล คือฤดูแล้งและฤดูฝน การเปลี่ยนฤดูกาลหมายถึงแหล่งอาหารเปลี่ยนไป และพวกมันก็ปรับตัวไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง

สัตว์ป่าไม่ได้รู้สึกเช่นคน ซึ่งมีร้อน หนาว ฝน

ในช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้ง ไฟป่าเผาไหม้ลุกลามดูน่าหวาดวิตก แต่เมื่อไฟผ่านพ้นความสมบูรณ์ก็กลับมา

ในช่วงเวลาแห่งไฟ ความบอบบางของคนทำให้การทำงานในป่าไม่น่ารื่นรมย์นัก

ในหน่วยพิทักษ์ป่าซึ่งรายล้อมด้วยป่าเต็งรัง บริเวณโดยรอบแม้ไฟป่าจะเบาบางลงมากแล้ว แต่ดวงจันทร์ของคืนขึ้น 14 ค่ำก็ไม่กระจ่างใส ดวงจันทร์กลมโตถูกบดบังด้วยกลุ่มหมอกควัน มองเห็นแค่ดวงจันทร์สีซีดๆ ป่าโดยรอบมีตอไม้แห้ง พื้นกลายเป็นสีดำเพราะขี้เถ้า

เครื่องปั่นไฟดับตั้งแต่ 2 ทุ่ม เพิงเล็กๆ หรือที่เราเรียกว่าห้องอาหารยังคึกคัก

เสียงหัวเราะดังไม่ได้ทำให้เก้งตัวเมียตื่นตกใจ มันเดินเละเลียบสนามตะกร้อ เห็นตะคุ่มๆ

วันนี้มีคนออกไปในเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงเราจึงมีน้ำแข็งและกับข้าวอุดมสมบูรณ์

เสียงดังขึ้นเมื่อเหล้าขาว 35 ดีกรีหมดไปอีก 2 ขวด

นี่เป็นเวลาของการพูดคุย เราแยกย้ายกันออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืด

เดฟ หรือ ดร.เดวิด สมิธ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือโคร่งจากรัฐมินนิโซตาไปกับทีม เขานำรถไปตามเส้นทางด้านทิศใต้ จุดหมายห่างไป 15 กิโลเมตร ส่วนบาธ ผู้ช่วย เดินเลาะไปตามลำห้วย

ผมเดินไปเข้าซุ้มบังไพร ใช้เวลาเดินจากหน่วย 2 ชั่วโมง พลบค่ำเราพบกันพร้อมหน้า

“เป็นอย่างไรบ้างครับวันนี้” ผมถาม เป็นคำถามใช้แทนคำทักทาย เหมือนกันทุกวันแบบนี้มากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ดร.เดวิด หรือที่เราเรียกเขาว่า เดฟ แบมือยักไหล่เหมือนทุกวัน งานยังไม่คืบหน้า เสือโคร่งยังไม่ปรากฏกาย

“คุณล่ะ” เขาถาม

“วัวแดง 3 ตัวลงมากินน้ำไกลๆ ครับ” ผมตอบ

วัวแดง ตัวผู้จะเข้ามาในฝูงเมื่อมีตัวเมียพร้อมรับการผสม

วัวแดงตัวเมียอาวุโสจะนำลูกฝูงมาวนเวียนอยู่ในบริเวณเถ้าดำๆ หลายตัวลงนอนคลุก ขณะบางตัวก้มเอาเขา เสยกอหญ้าที่ไฟไหม้ไปมา ถึงช่วงบ่ายก็มุ่งหน้าลงลำห้วย พวกมันจะกัดกินหญ้าแบบเร็วๆ ในปริมาณมาก และกลืนไว้ในกระเพาะพัก เดินไปถึงที่หมาะๆ จะสำรอกออกมาเคี้ยว อาการที่เราเรียกว่า เคี้ยวเอื้อง

วัวแดงจะเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งนาน เพราะในสถานภาพความเป็นเหยื่อ การระมัดระวังตัวสูงสุดคือสิ่งจำเป็น

“วัวแดงมันใจเสาะ ไม่เหมือนกระทิง” ใครสักคนในวงพูดดังๆ

ในช่วงที่ป่าโปร่งโล่ง วัวแดงมองเห็นได้ง่าย ขนสีขาวเป็นวงรอบก้นและขาทั้งสี่มีสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้ายาวๆ

ในฝูงมีสมาชิกเป็นตัวเมียและเด็ก ส่วนตัวผู้จะตามฝูงมาห่างๆ

สัตว์ฝูง ส่วนใหญ่นำฝูงโดยตัวเมีย

วัวแดงตัวผู้เมื่อโตเต็มวัยไม่เพียงต้องแยกจากฝูง แต่ร่างกายมันจะเปลี่ยนแปลง กำยำมากขึ้น สีบริเวณไหล่และลำคอจะคล้ำ และดำคล้ำยิ่งขึ้นไปตามอายุ

วัวสีคล้ำๆ เช่นนี้ บางแห่งคนเรียกมันว่า วัวบา เขารูปทรงเป็นวงกว้าง สวยงาม เป็นที่ต้องการ ขายได้ราคา และพวกมันยังตกเป็นเป้าหมายการล่า

กระทิง เข้มแข็ง ผู้ล่า ล่าได้ยาก แต่ลูกเล็กคือเป้าหมายของนักล่าอย่างหมาใน

“วัวแดงจมูกดี” มีเสียงพูดต่อ “ถ้าไม่ใจเสาะนักก็คงหลบพวกเสือหรือหมาพ้น”

วัวแดงเหมือนกับสัตว์กินพืชตัวอื่นๆ มีดวงตากลมโต ค่อนมาทางหู เวลาก้มกินอาหารแค่เหลือบตาก็มองเห็นรอบๆ

แต่ถึงจะได้รับการออกแบบมาดีอย่างไร เวลากินต้องมีตัวหนึ่งทำหน้าที่ยามคอยระวัง

วันนี้ผมพบวัวแดง เป็นเรื่องปกติ เพราะในฤดูแล้งอย่างนี้กระทิงเดินทางเคลื่อนย้ายทำเล ส่วนวัวแดงคล้ายพอใจกับการอยู่บริเวณเดิมมากกว่า

และไม่แปลกเช่นกันที่เราจะพบซากวัวแดงที่โดนฆ่าโดยเสือโคร่งเสมอ

 

“เล่าตอนอยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในฆ่าวัวแดงให้ฟังหน่อยครับ” บาธรู้ว่าผมเคยมีโอกาสนี้

“อยู่ในเหตุการณ์ที่หมาในทำงาน จะอดรู้สึกไม่ได้หรอกครับว่าหมาในนี่พวกมันเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่จริงๆ”

หมาในตัวเดียวไม่มีพิษสง แต่พวกมันทำงานเป็นทีม นี่คือสิ่งที่น่าเกรงขาม

เหยื่อจะถูกกัดทึ้ง กระชากชิ้นส่วนออกไป ก่อนจะล้ม อวัยวะส่วนก้นถูกกัด ดึง ล้วง เครื่องใน ลูกนัยน์ตาก็เป็นอีกส่วนที่จะถูกกัดก่อน

“เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้ว่าหมาในไม่มีเทคนิคอะไรมากเลย ใช้ความเร็วไล่ต้อนจนเหยื่ออ่อนล้า ขณะไล่ก็เปิดแผลไปเรื่อยๆ” ผมบอกบาธ เพื่อนชาวแคนาดาที่มาช่วยงาน ดร.เดฟ

“ถ้าวัวแดงหันมาสู้บ้าง บางทีอาจจะรอดนะ ผมเคยเห็นแม่กวางไม่ยอม เธอและลูกเล็กถูกฝูงหมาในไล่ไปจนมุมในห้วย เธอหันมาสู้ ใช้ตีนเตะหมาในที่เข้ามาใกล้ สู้แบบถวายชีวิต กระทั่งหมาในยอมล่าถอยไป แม่กวางบาดเจ็บไม่น้อย แต่วันนั้นเธอและลูกก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป” ผมเล่าต่อ บาธฟังอย่างตั้งใจ

หมาใน ในฝูงจะมีตัวที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนล่วงหน้า

กวาง เช่นกัน ในช่วงที่ลูกยังเล็กต้องระมัดระวังอย่างสูงเมื่อออกมาอยู่ในที่โล่ง

“เล่าได้ดี ตกลงวันนั้นวัวแดงตายไหม” เขาถามยิ้มๆ มีสำเนียงล้อเล่น

“ตายสิ” ผมตอบเสียงดัง

“วัวแดงน่ะเหรอที่ตาย” เดฟที่ออกไปเดินเล่นข้างนอกกลับเข้ามาทันได้ยิน

“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ สัตว์ป่าไม่ได้ตายหรอก” เดฟพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมสบตาผู้ชายวัย 62 เคราสีขาว ช่วยให้ใบหน้าอันมีดวงตาสีฟ้าดูอ่อนโยน เขาไม่ได้หมายถึงวัวแดงที่เป็นเหยื่อหมาในตัวนั้น

ผมสบตาเขาพักใหญ่ ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเห็นด้วย

ไม่มีสัตว์ป่าตัวไหนตายหรอก ไม่ได้ตาย

เพราะขณะที่อยู่พวกมันไม่ได้รับ ‘โอกาส’ ให้มีชีวิต…

 

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

อ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

บางคราวบนผาสูงก็ราวกับมีเราเพียงลำพังที่กำลังคืบขยับขึ้นไปทีละน้อย

หินนูนและร่องหลืบแข็งกระด้างกลายเป็นจุดหมายที่อบอุ่นทุกครั้งที่เหยียดจับและขยับยืน

ยิ่งสูงยิ่งหนาวใจ

ทว่าหากไม่หลงลืมจนเกินไป เราจะเห็นว่ามีเชือกเส้นหนึ่งที่ร้อยอยู่กับห่วงเอวฮาร์เนสส์อันเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการปีนผา โยงไปยังใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องล่าง

เชือกเส้นยาวสีสันสดใสสะดุดตาในเวลานี้ไม่ได้เป็นเพียงเชือกเส้นหนึ่ง ทว่ามันคือสายใยที่ผูกพันคนบนพื้นทรายและคนบนผาสูงไว้ด้วยกัน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

“Climbing”

“On belay”

คือคำกล่าวและขานรับระหว่างคนปีนหน้าผากับผู้ควบคุมเชือก (Belayer) ซึ่งยืนอยู่บนพื้น เป็นสัญญาณว่าคนหนึ่งพร้อมจะปีนขึ้นไป ส่วนอีกคนหนึ่งก็พร้อมจะผ่อนและดึงเชือกที่เกี่ยวผ่านห่วง ณ ปลายทางบนผาสูง เป็นการเดินทางแนวตั้งที่คล้ายไต่ตามความสูงไปเพียงลำพัง ทว่าแท้จริงแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งคอยดูแลคนปีนอยู่ไกลๆ

ความไว้วางใจและความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักปีนทุกคน

รูปแบบการปีนหน้าผานั้นมีหลายประเภท เช่น ปีนแบบไม่ตอกหมุดหรือวัสดุใดๆ ลงบนหน้าผาเลย แต่ใช้อุปกรณ์สอดเข้าไปในร่องหลืบแล้วล็อกไว้ จากนั้นจึงนำกลับมาเมื่อปีนผ่านช่วงนั้นๆ ไปแล้ว เรียกว่า Traditional Climbing ถ้าเป็นการปีนในระยะความสูงไม่มากนัก แต่เน้นความยาก มีเบาะรองกันกระแทกหากตกลงมา เรียกว่า Bouldering Climbing แต่สำหรับการปีนเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อออกกำลังกายแบบไม่ยากนัก นักปีนนิยมปีนหน้าผาแบบ Sport Climbing ซึ่งหมายถึงการปีนไปบนเส้นทางที่มีการตอกหมุดให้คลิกอุปกรณ์สำหรับคล้องเชือกขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่ไม่ว่าจะเลือกปีนแบบใด ก็นับว่าการปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติที่ท้าทายจิตใจ จุดหมายเหมือนไม่ไกล แต่ก็อาจกลายเป็นแสนไกลหากเราอ่านเส้นทางไม่ขาด

เสน่ห์ของการปีนหน้าผาอยู่ตรงนี้

การเดินทางในแนวตั้งด้วยการใช้แรงกายพาตัวเองขึ้นไป บางคนเปรียบเปรยว่าคล้ายดั่งการทำสมาธิ เพราะตาและใจจะจดจ่ออยู่กับก้อนหิน สมองคิดว่าจะจับหินก้อนไหนและจับอย่างไรเพื่อให้ไปถึงยังจุดหมายด้านบน การปีนป่ายไปตามหน้าผาสูงชันมีเทคนิคง่ายๆ คือวางเท้าให้มั่นคง แล้วสองแขนก็จะทำหน้าที่เบาลง ไม่ต้องออกแรงรับน้ำหนักตัวเองมากจนแขนล้า รางวัลที่ได้รับเมื่อไปถึงปลายทาง นอกจากความภูมิใจแล้ว ก็คือวิวกระจ่างตาของท้องทะเลสีมรกตระยิบระยับเปลวแดด และสายลมเย็นที่พัดอาบเนื้อตัวอย่างอ่อนโยน

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

แม้จะปีนสูงขึ้นมา แต่จุดหมายต่อไปก็อยู่สูงกว่า และนั่นก็ทำให้เรามองเห็นลักษณะหินไม่ถนัดตาเท่ากับมองตรงๆ ในระดับสายตา

เมื่อยืนอยู่บนพื้น มองนักปีนเคลื่อนขยับ บางทีก็ลังเลกับการไปต่อ เราจะรู้สึกว่าไม่น่ายากอะไร ร่องหินขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น ปุ่มหินขนาดเหมาะสำหรับวางเท้าก็อยู่ไม่ไกล ฯลฯ ทั้งหมดคือความคิดที่เกิดจากการมอง ทว่าเมื่อลงมือมาปีนเอง เท่านั้นล่ะ…จึงรับรู้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ อะไรๆ ก็ดูง่ายไปหมด

ระดับความยากง่ายของเส้นทางปีนที่ใช้ในเมืองไทย คือเริ่มต้นจากระดับ 5 ซึ่งเป็นทางปีนที่ง่ายสุด มีหินก้อนโตๆ ให้จับ ให้ยืน มีร่องหลืบขนาดใหญ่เห็นชัดและหน้าผาตั้งฉากกับพื้น ไม่ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายเทน้ำหนักของร่างกาย ไม่ต้องใช้กำลังแขนต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงเช่นการปีนหน้าผาที่เป็นชะง่อนยื่นล้ำออกไปในอากาศ ไล่เลยไปที่ระดับ 6 จนถึง 8C ซึ่งอาจเป็นผาตั้งชัน ผิวหินเรียบกริบ แทบไม่มีปุ่มปมหรือร่องหลืบให้จับให้ยืน หรือไม่ก็เป็นขอบโค้งปากถ้ำที่ต้องใช้พลังแขน การวางขาที่สมดุล และการถ่ายเทน้ำหนักตัวที่ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์อย่างยิ่งยวด

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์ ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

การปีนหน้าผาคือการเดินทางประเภทหนึ่ง ปลายทางมักอยู่บนผาสูง โดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นความรื่นรมย์

แหล่งปีนหน้าผาโดดเด่นในเมืองไทย ที่รวมไว้ทั้งเส้นทางปีนหลากหลายกว่า 500 เส้นทาง แวดล้อมด้วยความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังมากมีความสะดวกสบายและความบันเทิงเริงใจ คืออ่าวไร่เลย์ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายแหลมในเขตอำเภอเมืองกระบี่ เพราะมีขุนเขาสูงกั้นขวางจนไม่อาจตัดถนนหนทางมาถึงได้ ต้องอาศัยเรือแล่นผ่านผืนทะเลมาถึงที่นี่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไร่เลย์คือเกาะใกล้เมือง

น้ำทะเลที่โอบไว้เกือบรอบอ่าวนี้สวยใส เหมาะกับการลงไปแช่ตัว ทว่าสำหรับนักปีนบางคน มาถึงทะเล กลับไม่แตะทะเล เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนหน้าผา ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบคึกคักด้วยผู้คน ได้บรรยากาศของการปีนท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงตะโกนบอกเส้นทาง และเส้นทางปีนเงียบสงบที่ต้องเดินลึกเข้าไปสักหน่อย อาจรู้สึกถึงความร้างไร้ผู้คน แต่แท้จริงแล้ว ไร่เลไม่เคยปราศจากนักเดินทาง และนักปีนผาก็ไม่เคยอ้างว้างแม้บนหน้าผาจะมีเพียงเขาหรือเธอไต่ตามทางชันขึ้นไปเพียงลำพัง เพราะบนผืนดิน ผืนทรายเบื้องล่างนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งที่ผูกพันกันด้วยเชือกเส้นหนึ่ง และสำคัญกว่านั้นคือความใส่ใจในกันและกันตลอดการปีน

วิถีเช่นนี้เป็นอีกหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การสัมผัสและโอบกอดธรรมชาติด้วยรักษ์และรัก ในโลกตั้งฉากกับพื้น…ที่ไม่ยากเกินเดินทางไปถึง

ปีนหน้าผา, กระบี่, อ่าวไร่เลย์

Writer

ปิยะฤทัย ปิโยพีระพงศ์

นักเขียนอิสระผู้รักการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติ และสนุกกับกิจกรรมผจญภัยหลากหลาย ทั้งปีนหน้าผา พายเรือคายัก เดินป่า ขี่ม้า วิ่งเทรล ฯลฯ ทั้งชีวิตคลุกคลีกับงานนิตยสารท่องเที่ยวมาโดยตลอด คือทำงานในกองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท. และนิตยสาร Nature Explorer การเดินทางจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และส่วนหนึ่งของการเดินทางก็คือกิจกรรมผจญภัย-ผจญไพรที่น่าจดจำ

Photographer

ธีระพงษ์ พลรักษ์

ช่างภาพมาดติสท์ ประจำกองบรรณาธิการอนุสาร อ.ส.ท. รักการเดินทางผจญภัยพอๆ กับการถ่ายภาพ มีทักษะทางการใช้ร่างกายยอดเยี่ยม จึงได้รับมอบหมายงานแนวผจญภัย เช่น ปีนหน้าผา โรยตัว มุดถ้ำ ขี่จักรยาน ฯลฯ อยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงกดชัตเตอร์ แต่เขายังพาตัวเองไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเข้าถึงทุกครั้งอีกด้วย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load